นัท นิสามณี เคยวางแผนจบชีวิตตัวเองในวัย 40 เตรียมเปิดหน้าแฟนใหม่

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2820746

นัท นิสามณี เคยวางแผนจบชีวิตตัวเองในวัย 40 เตรียมเปิดหน้าแฟนใหม่

18 ต.ค. 2567 15:34 น.

นัท นิสามณี เคยวางแผนจบชีวิตตัวเองในวัย 40 เตรียมเปิดหน้าแฟนใหม่

สัปดาห์นี้รายการ เมนูของพี่ใส่พริกกี่เม็ด ของพิธีกรสาว แก้มบุ๋ม ปรียาดา จะพาไปพบกับอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่ นัท นิสามณี ที่มาเมาท์มอยเรื่องรักเรื่องใจ พร้อมโชว์เสน่ห์ปลายจวัก เผยเร็วๆนี้เตรียมเปิดหน้าแฟนหนุ่มกล้ามแน่น เล่าเคล็คลับหุ่นเฟิร์มเพราะมีคนรักเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวดูแล ก่อนมีความรักเคยวางแผนจบชีวิตตัวเองในวัย 40 ปี

ช่วงนี้ปังมาก ?

นัท นิสามณี : ผลงานที่โดดเด่นช่วงนี้ก็คือมีแฟนค่ะ ก็ไม่ใช่ว่าจะมีทุกคน แฟนดีๆมียากนะคะ แล้วก็เพิ่งปล่อยเพลงออกมากับแก๊งหิ้วหวีชื่อเพลง OHM ประสบความสำเร็จมากต้องขอขอบคุณพี่มิกซ์เขียนเพลงให้ ขอบคุณ เจษ-ไบเบิ้ล ที่มาเล่นเป็นพระเอกเอ็มวีให้เรา เเละเพื่อนอินฟลูฯทั้งวงการที่มาช่วยแน่นๆวันถ่ายเอ็มวีคือสนุกมาก

แฮชแท็กกลุ่มคือ ?

นัท นิสามณี : แก๊งเรามันปัง คือแรกเริ่มหนูตั้งไว้เล่นๆ ตอนแรกแก๊งหนูก็ยังไม่ปังหรอก แต่หนูอยากตั้ง ช่วงแรกๆ ที่ใช้คนก็วีนด้วยนะ คนก็ล้อว่าไม่เห็นปังเลยแต่ว่าทุกวันนี้พอมันปังจริงคนก็แบบใช้บ้าง เมื่อก่อนจะมีแค่แก๊งเราใช้แต่ปัจจุบันนี้เวลาใครลงรูปกับแก๊งเพื่อนเขาก็จะลง #แก๊งเรามันปัง อะไรแบบนี้หนูก็รู้สึกดีใจที่แก๊งพวกเราพัฒนามาได้

การทำกับข้าว ?

นัท นิสามณี : จะบอกเลยนะว่าหนูทำกับข้าวไม่เป็นแต่เป็นคนเตรียมกับข้าวเป็น เก่ง เพราะว่าสมัยที่หม่าม๊าขายข้าวแกงตอนเด็กๆ หน้าที่ของเราคือช่วยหม่าม๊าเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่าง หั่นผัก หั่นอะไรทุกอย่าง นึกถึงสมัยก่อนเลยน้ำตาจะไหล เหนื่อย แล้วก็คิดว่าทำไมเกิดมาแม่ไม่รวยนะ แล้วตอนเด็กเกลียดสิ่งนี้มาก ต้นหอม กระเทียม ขึ้นฉ่าย ผักชี วันไหนที่มีเมนูตอนขายต้องทำผักพวกนี้ เพราะอะไรรู้ไหมตอนเราเป็นเด็กหั่นผักพวกนี้ล้างมือยังไงกลิ่นก็ยังอยู่ แล้วไปโรงเรียนไปจับมือกับผู้ชาย ผู้ชายจะดมปุ๊บ! นึกออกป่ะ หน้าสวยแต่มือเป็นกลิ่นขึ้นฉ่าย

เราอยู่มานานมากในวงการอินฟูลฯอะไรที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ ?

นัท นิสามณี : หากินบนอินเตอร์เน็ตมาเป็น 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ยุคสะบัดแปรงแรกเริ่ม แต่นัทคิดว่าสิ่งที่ทำให้เราอยู่จนมาถึงทุกวันนี้ได้คือสวย เมื่อก่อนเคยคิดว่าอยู่วงการนี้แค่สวยก็อยู่ได้ แต่พออยู่มาถึงจุดหนึ่งเลยรู้ว่าความสวยอย่างเดียวมันไม่พอต้องมีความตอแหลด้วย มีความสามารถ ไม่หยุดพัฒนานะ เมื่อก่อนทำสะบัดแปรงแรกๆจะเป็นโมเมนต์แบบทำคลิปตลกๆ

เม้าท์เรื่องรักหน่อย เงินไม่ถึงไม่ได้เปิดเลยใช่ไหมหน้าตา ?

นัท นิสามณี : ใกล้เปิดแล้วค่ะ เราก็เจอกันจากแอปพลิเคชัน ตอนแรกที่เจอก็ไม่ได้คิดว่าจะคบกัน เพราะเราก็เพิ่งเลิกกับแฟนเก่าก็รู้สึกว่าอยากลั้นลา ช่วงนั้นก็แบบเป็นสาวน้อยบานฉ่ำเลย แต่พอเจอคนนี้มันก็คลิกกัน

หุ่นเซี๊ยะมาก ดูเฟิร์มขึ้น ?

นัท นิสามณี : จะบอกว่าเราเป็นเจ้าแม่คอนเทนต์ หัวการค้า ตอนที่น้ำหนักลงแล้วหุ่นเฟิร์มขึ้นคนติดต่อเยอะมากพูดตรงๆ แต่ว่าแฟนก็เป็นคนบอกว่าถ้าน้องไม่ได้กินจริงๆ แล้วออกไปพูด แล้วรู้อยู่แก่ใจว่าเรากินอาหารดี ออกกำลังกาย น้องกำลังทำสิ่งที่โกหกคนนะ แต่สุดท้ายก็เพื่อความสบายใจก็ยอมปล่อยเงินไปช่างมันเราก็เลยไม่รับพวกเขา แต่เราจะผลิตเอง คุณแฟนเขาก็จะช่วยควบคุมใดๆ

แต่เราก็มีเทรนเนอร์ประจำอีกคนหนึ่งอยู่ใช่ไหม ?

นัท นิสามณี : เคยเทรนกับคนชื่อแมน หล่อมาก เทรนกับเขาเพราะมันหล่อ เทรนมา 4 ปีแล้วไม่ผอม แค่อยากเจอเขาหล่อ พอเขาให้ยกปุ๊บก็โอ๊ยแมนพี่เหนื่อย ไม่เป็นไรพี่ก็จบ นึกออกไหม แต่พอเราเทรนกับแฟน แฟนก็บอกไม่ได้!

มีวางแผนเกษียณไหม ?

นัท นิสามณี : ตอนแรกวางแผนว่า 40 ปีจะตาย เพราะใช้ชีวิตมาแบบหลายอย่างหลายมิติน่าจะแฮปปี้แล้ว เพราะไม่อยากอยู่จนแก่ แต่พอตอนนี้พูดตรงๆ มีความรักเปลี่ยนชีวิต คนที่ไม่มีความรักหรือไม่มีคนรักจะไม่เข้าใจ แต่คนที่อินกับความรักจะเข้าใจ การได้ใช้เวลาอยู่กับคนรักมันคุ้มกับการใช้ชีวิตในของแต่ละวันแล้ว ไม่รู้อนาคตแต่ ณ วันนี้แค่อยากใช้เวลาอยู่กับเขามีความสุขแล้ว

ปิงปอง ถีบจักรอย่างไว ตัดชุดคัฟเวอร์ ลิซ่า ใส่ในแฟชั่นโชว์ Victoria’s Secret

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820714

ปิงปอง ถีบจักรอย่างไว ตัดชุดคัฟเวอร์ ลิซ่า ใส่ในแฟชั่นโชว์ Victoria’s Secret

18 ต.ค. 2567 14:09 น.

ปิงปอง ถีบจักรอย่างไว ตัดชุดคัฟเวอร์ ลิซ่า ใส่ในแฟชั่นโชว์ Victoria’s Secret

เรียกว่าไวสายฟ้าฟาดสุดๆ สำหรับนักแสดง-พิธีกรอารมณ์ดี ปิงปอง ธงชัย ทองกันธม เพราะไม่ว่านักร้องซูเปอร์สตาร์สาวระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK จะไปออกงานที่ไหน เจ้าตัวก็จะถีบจักรเย็บชุดที่ ลิซ่า สวมใส่ออกงานได้ไวสุดๆ เป็นงานด่วนงานไฟไหม้ที่ทำถึงแบบเก็บรายละเอียดทุกตรงภายในเวลาชั่วข้ามคืน

ล่าสุดเมื่อ ลิซ่า ขึ้นโชว์ร้องเพลงบนเวทีรันเวย์งานแฟชั่นโชว์ Victoria’s Secret Fashion Show 2024 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา งานนี้ ปิงปอง ก็ไม่พลาดรีบเก็บรายละเอียดของชุดที่ ลิซ่า สวมใส่บนเวที ซึ่งเป็นชุดซีทรูสีดำสุดเซ็กซี่ ก่อนจะถีบจักรเย็บผ้าตัดชุดเพื่อมาคัฟเวอร์อย่างไว

View this post on Instagram

ซึ่งในอินสตาแกรม @sindy_pwoong ได้โพสต์ภาพที่ ปิงปอง ใส่ชุดคัฟเวอร์เปรียบเทียบกับภาพของ ลิซ่า พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นสั้นๆ ว่า “รัก” และแท็กไอจีของ ลิซ่า อีกทั้งยังโพสต์คลิปลิปซิงร้องเพลง Moonlit Foor ของลิซ่าด้วย เขียนข้อความบรรยายคลิปว่า “โซคิสมีปะแก”

View this post on Instagram

ท่ามกลางคอมเมนต์จากคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ ที่แซวสนั่น อาทิ ทำถึงมากแม่, น่าร้ากกกกก, จริงๆปีกใหญ่ใช่มั้ย, ยอมใจ, ความไวเป็นเรื่องของแสงสินะ เพราะว่าเพื่อนไวกว่า, ไวมาก มากกว่าความไวแสง, ทำไว ทำถึง อีกแล้ว, เก่งมากกกเลยค่าาาา ฯลฯ

ณวัฒน์ เคยถูกชวนทำเครือข่ายยักษ์ ชี้ผู้เสียหายดิไอคอน วงเงินกว่า 5 หมื่นล้าน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2820707

ณวัฒน์ เคยถูกชวนทำเครือข่ายยักษ์ ชี้ผู้เสียหายดิไอคอน วงเงินกว่า 5 หมื่นล้าน

18 ต.ค. 2567 13:47 น.

ณวัฒน์ เคยถูกชวนทำเครือข่ายยักษ์ ชี้ผู้เสียหายดิไอคอน วงเงินกว่า 5 หมื่นล้าน

ล่าสุดเหล่าบรรดาบอส ดิไอคอน ได้ถูกจับกุม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นที่เรียบร้อย รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ทางช่อง 8 เลยขอเชิญ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล มาร่วมพูดคุย เพราะก่อนหน้านี้ เจ้าตัวเคยออกปากให้ประชาชนระวังธุรกิจเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

พร้อมเล่าเหตุการณ์ย้อนหลัง ในอดีตเคยถูกชักชวนเข้าร่วมเครือข่ายยักษ์ พร้อมแซะถามคนที่ออกมาพูดว่าดิไอคอนไม่ผิด ต้องใช้สมองคิด และบางคนสงสารบอสดารา ก็ให้สร้างด้อมเอาเงินมาช่วยเหลือผู้เสียหายแทน  

เป็นอย่างไรบ้างคะ คุณณวัฒน์ หลังเคยออกมาเตือนให้ระวังธุรกิจแนวนี้?

“ผู้ต้องหาที่จะถูกหมายจับ ตอนนี้ล็อตแรก 18 คน ถ้าให้คาดเดาในต้นสัปดาห์นี้จะมีอีกล็อตนึงครับ เรื่อยๆ หลายๆคนที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าบอสใหญ่ๆ มันมีแค่นี้ แต่มันจะมีระดับลงมาเรื่อยๆ ไปถึงวิสดอม อีกเยอะมาก มีธุรกิจอะไรครับที่เขายอมแบไต๋ชัดๆว่า เปิดบิล 25,000 บาท เปิดไปโดยที่ พอแบบออกมาให้ดูมีหลักฐาน 31,000 กว่าคน อาจารย์หลับตาคิด นี่แพ็กเดียวนะ แล้วมันมีแพ็กแบบแสนกว่า ห้าหมื่น สองพัน แพ็ค สองพัน นี่เยอะมากเลยนะ เพราะแพ็กสองพัน มันจะกระจายเร็ว

ที่เขาบอกมีผู้เสียหายหลักแสน คือฐานล่างพีระมิดมันแน่นกว้างมาก เพราะฉะนั้นวงเงินที่พอลเขายอมรับว่า หมื่นกว่าล้าน ต้องถามผู้ชมทางบ้านตอนนี้เลย เราคุยรายการนี่ไม่ให้เหมือนที่เคยฟังในรายการอื่นๆ

คุณลองไปจินตนาการว่า คนที่มีกลยุทธ์แบบนี้ เขาจะบอกความจริงคุณทั้งหมดไหม นี่คือประเด็นสำคัญ หลายคนบอกว่าเป็นแสนล้าน สำหรับผม ผมมีสิทธิ์คิด ผมว่าไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน เป็นอย่างต่ำ เพราะฉะนั้นดีวายหารจากจำนวนคน เมมเบอร์มี 6 แสนกว่าเมมเบอร์ แอ็กทิฟเขายืนยันกว่า 4 แสน 4 แสนคนไม่ใช่น้อย ทำไมเขาจัดงานแต่ละครั้ง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มันถึงได้เต็มทุกครั้ง ธุรกิจเขาโคตรฉลาด ฉลาดแกมโกง ฉลาดไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อคน ต่อประเทศชาติ เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว และตัวพวกเขา

สิ่งที่อยากจะบอก และไม่ชอบมาพากลคือ ไม่ว่ากิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ คุณจะต้องเป็นคนจ่ายเงินเอง ให้พึงสังวรไว้เลยว่า ธุรกิจนั้นเริ่มมีอะไรบางอย่างที่แอบแฝง เช่น เวลาไปสัมนาต้องซื้อบัตรทุกคน เวลาเราอยากให้ใครไปซื้อเค้กที่บ้านต้องซื้อบัตรไหม ไม่ฟรีสิ เพราะอยากให้เขามาซื้อของ แต่นี่เขาใช้เงินคุณลงทุนหมด นี่บอสสวย ไม่สวย บอสหมอปลอม ทั้งหมดที่ไปออกรายการทอล์คโชว์ ใครจ่าย บริษัทไม่ได้จ่ายครับ บอสอยากมีหน้าใหญ่ แต่งประวัติหลอกลวง อยากจะพูดอะไรให้โฆษณาเกินจริง และแอดไลน์มา วันนี้ 9,800 ลดเหลือ 98 บาท จำไว้นะประเด็นที่ 2 ไม่มีธุรกิจอะไรหรอกที่เขาตั้งราคาบ้าบอ และลดลงไปเหลือฝุ่นเดียว 98 บาท

สมมติขนมเค้กอาจารย์ 790 ลดพิเศษในวันเกิดเหลือ 590 ก็โอเค แต่ถ้าเหลือ 2 บาท มันตลก คนเราต้องคิดให้ทันว่ามันคือการล้อให้ปลามาติดกับดัก ไปตรวจสอบเลยประวัติก็ปลอม วุฒิก็ปลอม ผมถามหน่อยอยู่ในวงการบันเทิงมานาน คุณกันต์ เขาจบดอกเตอร์จริงไหม ฯลฯ”

แต่มีคนในวงการบางคน หรือคนเขาสงสัย เขาบอกว่าดิไอคอนผิดตรงไหน และมีอดีตผู้บริหารช่องทีวีช่องดัง อยู่ระดับใหญ่ เขายังอุสาร่วมสังฆกรรมด้วย คุณณวัฒน์ยังคิดว่ามันจะผิดจริงตามนั้น?

“ถ้าไม่ผิด เขาคงไม่ออกหมายจับหรอกมั้งครับ หรือต้องรอให้มี ไปร่วมสังฆกรรมกับเขา จนกลายเป็นคนผิดด้วย ถึงเข้าใจคำว่า ผิด คืออะไร เอาจริงๆ ทุกคนมีสมอง คนที่คิดว่า ออกมาพูดว่าผิดอะไร ผมว่าไตร่ตรองให้ดี ผมว่าจริงๆ คนเหล่านี้น่าจะรู้ว่าผิด แต่อาจจะแก้เก้อ แก้เขิน อาจจะเป็นพวกเดียวกันหรืออาจจะทำมาหากินร่วมกัน หรืออาจจะอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน หรืออาจจะสนิทสนมกัน ก็ดูครับอาจจะมีที่มาที่ไป แต่ก่อนอาจจะอยู่พรรคการเมืองเดียวกัน ถูกไหมครับ เขาก็เป็น สส. วิ่งตามกอดแข้งกันไปเขาก็อยู่ช่องเดียวกัน จัดรายการด้วยกันถูกไหมครับ เขาเรียกว่าคนเหล่านี้ ก้าวไม่พ้นคำว่าภาระส่วนตัวและหน้าที่ ถ้าเราพูดต่อสาธารณะขออนุญาตพูดถึงว่าหน้าที่ต่อสังคม แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวเชิญตามอัธยาศัย ถ้าสงสารเขามากก็ไปเลี้ยงลูกเขา ลูกเขาต้องการคนเลี้ยง อันนั้นไปแสดงความสงสาร แต่อย่ามาพูดทำให้สังคมแปรปรวน เขาเสียหายกันขนาดนี้ ฯลฯ ระดับคนที่พูดสมองก็ไม่น้อย คุณวุฒิก็ไม่น้อย เพราะฉะนั้นมันชัดอยู่แล้วว่าทำไม คุณใช้สมองแค่เศษเสี้ยวที่มีอยู่ มันก็มองออก ฯลฯ”

ที่เขาบอกว่ากันว่าอดีตผู้บริหารช่องเขาก็ไปกันรู้เรื่อง?

“พูดกันตรงๆเลย คุณก้อยช่อง 7 ถูกไหม ผมรู้จักคุณก้อยดี ก่อนเขาเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายรายการ มีวันนึง ผมมีโอกาสไปเจอกับคุณพอล คุณปีเตอร์ ผมบอกให้นะ คนที่เก่ง ไม่น้อยกว่าคุณพอล เผลอๆ เก่งกว่านะคือปีเตอร์ ปีเตอร์กุมบังเหียนเลยนะ

เขาเรียกผมไป อยากสนใจซื้อสปอนเซอร์มิสแกรนด์ ผมก็ไปหาเขาที่รามอินทรา และที่ผมไม่เข้าใจก็คือรถโรลส์-รอยซ์ ที่เขาลากไปเมื่อคืน ผมก็เจอ และผมยังถ่ายรูปอยู่ในมือถือเลย เพราะอะไรรู้ไหม คนเหล่านี้ต้องเซตหน้าบริษัทให้มีโรลส์-รอยซ์คันนี้ ทะเบียน 555 อะไรนี่แหละ รู้ไหมรถคันนี้ เมื่อก่อนไม่ใช่เป็นของเขา เป็นของคุณธเนศ วงษา แกเป็นเจ้าพ่อเจอเนสส์ คุณพอลก็เคยอยู่เจอเนสส์ ก็เป็นลักษณะเครือข่ายเหมือนกัน แต่วิธีจะเหมือนกันหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่รวยไหม โคตรรวย แฟนคุณธเนศ ก็เป็นดารานางเอกคนนึงของประเทศไทยเหมือนกันฯลฯ

ก่อนจะกลับตากล้องขอถ่ายรูปดีๆ  2 คน กลับมายังไม่ถึงทาวน์อินทาวน์เลย คุณก้อยโทรหาผม คุณณวัฒน์ดีใจจังเลย จะมาเป็นส่วนนึงของเราเหรออะไรแบบนี้ เราก็อะไรนะ เขาก็บอกไปหาบอสพอลมาเหรอ พี่ก้อยทำที่นี้มานานแล้ว แกก็บรรยายสรรพคุณชักชวนกันไป แต่ผมก็ไม่ได้ไปซ้ำนะ ฯลฯ”

สุดท้ายระหว่างพูดคุย คุณณวัฒน์ ได้พูดทิ้งท้ายช่วงพูดคุยกับแฟนรายการในช่องทางออนไลน์ว่า “สมมติว่าเคสนี้ยังไม่สอนคนไทยให้ดีขึ้น ไม่มาแล้วนะ จะมาสงสารมิน ไม่เอาแล้วนะ จะมาสงสารลูกกันต์ เมียกันต์ไม่เอาแล้วนะ ไม่สงสาร เชิญครับ ถ้าสงสารก็บริจาคเงินช่วยๆ กันไปเลย สมมติว่าใครเดือดร้อนเพราะมินกี่คนล่ะ ถ้าคุณสงสารมิน คุณบริจาคเงินรวมกัน เป็นด้อมก็ได้ เอาเงินไปคืน เสียหายเพราะมิน ไม่มีกินเพราะ มิน พีชญา ก็สงสารก็ต้องช่วย

ผมพูดให้ฟังว่าคุณกล้าไหม คนเราถ้าพูดอะไร ต้องแอคติ้งด้วย ไม่ใช่สักแต่พูด แล้วทำให้ค่านิยมมันแปลกประหลาด คุณไปสงสารผู้ต้องหา คุณมาสงสารผู้เสียหาย วันหลังเขาข่มขืนกันต่อหน้า คุณไปสงสารผู้ชายจังเลย ถูกจับเพราะไปข่มขืนผู้หญิง มันตลกไหมสังคม มันแปลก หยุดได้แล้วนะ (หัวเราะ)ถ้าใครบอกสงสารผู้ต้องหา จำไว้เลยนะ คุณแย่ยิ่งกว่าผู้ต้องหาอีก จริงไหม”

3 บอสดารา กันต์-มิน-แซม เครียดเข้าเรือนจำคืนแรก นอนหลับได้บ้าง มีขอพบญาติ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2820699

3 บอสดารา กันต์-มิน-แซม เครียดเข้าเรือนจำคืนแรก นอนหลับได้บ้าง มีขอพบญาติ

18 ต.ค. 2567 13:01 น.

3 บอสดารา กันต์-มิน-แซม เครียดเข้าเรือนจำคืนแรก นอนหลับได้บ้าง มีขอพบญาติ

หลังจากที่ 3 บอสดารา กันต์ กันตถาวร, มิน พีชญา วัฒนามนตรี, แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงบริษัทดัง ดิไอคอนกรุ๊ป ถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำเป็นคืนแรก โดย กันต์-แซม ถูกนำตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และ มิน ถูกนำตัวไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ล่าสุด นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ รักษาราชการแทน ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เล่าถึงการนอนเรือนจำคืนแรกของเหล่าผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป ทั้ง 17 ราย ทั้งในส่วนของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งในส่วนของ 3 บอสดารา กันต์-มิน-แซม สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว หรืออาการเจ็บป่วยใดๆ

โดยทางเรือนจำทั้ง 2 แห่ง เตรียมอาหารเป็นเมนูข้าวสวยและต้มซุปไก่ แต่ก็ไม่มีใครทาน อาจเพราะมาถึงเวลาค่ำมาก กว่าจะได้เข้านอนก็เป็นเวลา 23.00 น.ส่วนห้องกักโรคโควิด-19 ของเรือนจำทั้งสองที่ เจ้าหน้าที่ผู้คุมอนุญาตให้นอนอยู่ด้วยกัน เพราะไม่มีพฤติกรรมทะเลาะหรือโทษกันไปมา มีการซัพพอร์ตความรู้สึกกันได้ดี แต่ถ้ามีการทะเลาะก็จะไม่ให้อยู่ด้วยกัน

ซึ่งในการเข้าเรือนจำคืนแรก มิน พีชญา พูดคุยกับเหล่าบอสหญิงคนอื่นบ้าง ขณะที่ กันต์-แซม มีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้คุยกับบอสชายรายอื่นเท่าไร โดยผู้ต้องขังเครียดอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีรอยยิ้ม สนทนาระหว่างกันน้อยลง แต่เป็นเรื่องปกติ เพราะคนที่เข้ามาในนี้เป็นการเปลี่ยนสถานที่ อาจปรับตัวยาก ต้องใช้เวลา เรื่องการนอนหลับก็พอนอนหลับได้บ้าง

ในส่วนการตัดผมของผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ผู้ต้องขังชายจะต้องตัดรองทรงสูงทุกราย แต่ไม่สั้นมาก จะต่างจากผู้ต้องขังเด็ดขาดชาย แต่ผู้ต้องขังหญิง ราชทัณฑ์อนุโลมมัดรวบผมให้เรียบร้อย แต่ถ้าผมยาวมากเกินไปก็สามารถเล็มตัดออกเพื่อสุขอนามัยที่ดี และป้องกันผมร่วง

และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้ต้องขังทุกคนอาบน้ำแล้ว โดย มิน พีชญา ทานข้าวต้มเครื่อง ซึ่งเป็นอาหารเช้าของผู้ต้องขังหญิง อีกทั้งสอบถามผู้คุมถึงเรื่องการเยี่ยมญาติ การพบทนายความปรึกษาคดี และการสั่งซื้อของฝากจากภายนอกผ่านใบรายการสั่งซื้อของเรือนจำฯ ซึ่งตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการเปิดสมุดบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขังทั้ง 17 ราย เพราะ “บุ๊ค” จะมีไว้เพื่อฝากเงินของญาติให้แก่ผู้ต้องขังไว้ซื้อของกินของใช้ใดๆ คาดว่าในช่วงสายวันนี้อาจมีทนายเข้าเยี่ยม หรือมีญาติฝากซื้อของฝาก

ส่วนการเยี่ยมจะเยี่ยมผ่านวิดีโอคอลไลน์ในห้องเยี่ยมทนาย เพราะยังอยู่ในห้องกักโรคโควิด-19 ผู้ต้องขังไม่ต้องเดินออกมาที่ห้องเยี่ยม เมื่อครบระยะเวลาการกักโรคโควิด-19 ก็จะถูกจำแนกไปยังแดนแรกรับของแต่ละเรือนจำฯ

ในส่วนของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แดนแรกรับอาจจะเป็นแดน 1 หรือแดน 4 ส่วนทัณฑสถานหญิงกลาง จะเป็นแดนควบคุมระหว่างพิจารณาคดี ซึ่ง 17 ผู้ต้องขังจะใช้เวลาอยู่ในแดนแรกรับของเรือนจำฯ จนกว่าศาลพิพากษาตัดสินให้เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไม่ต้องเข้าร่วมกองงานเพื่อมีเวลาต่อสู้คดี เพราะยังต้องเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล ยังไม่ได้เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม 

สรุปที่มา “กรรชัย” ใส่บาตรให้ “พระว.วชิรเมธี” ฟ้องหมิ่นประมาทพระได้ แต่ผมไม่ฟ้อง

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820703

สรุปที่มา "กรรชัย" ใส่บาตรให้ "พระว.วชิรเมธี" ฟ้องหมิ่นประมาทพระได้ แต่ผมไม่ฟ้อง

18 ต.ค. 2567 13:00 น.

สรุปที่มา “กรรชัย” ใส่บาตรให้ “พระว.วชิรเมธี” ฟ้องหมิ่นประมาทพระได้ แต่ผมไม่ฟ้อง

หลังเฟซบุ๊ก “พระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี” ได้เผยแพร่ภาพที่เป็นเอกสารมีข้อความชี้แจงก่อนที่ภาพจะหายไปจากเพจ แต่โลกโซเชียลแคปทัน โดยเนื้อหากล่าวถึง “ขอพระอาจารย์พูดบ้างนะ “หนุ่ม กรรชัย” แห่ง “โหนกระแส” (๑)

พระว.วชิรเมธี ถึง หนุ่ม กรรชัย
ปมถูกพาดพิง “ดิไอคอน”
อย่าเป็นศาลเตี้ย เอาคนไม่ผิดเข้าคุก

“พระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี” ได้เผยแพร่ภาพที่เป็นเอกสารมีข้อความชี้แจง ยืนยันว่าไม่มีเอี่ยว ดิไอคอน แค่รับนิมนต์ไปเทศน์ และบางช่วงของเอกสารดังกล่าวระบุถึง หนุ่ม กรรชัย โดยบอกว่าถือเป็นการพูดคุยกันฉันครูกับศิษย์ หวังว่าคงไม่โกรธกัน ซึ่งในเอกสารกล่าวถึงหนุ่ม กรรชัย ว่า

– “หลังๆ หนุ่มใกล้จะทำตัวเป็นศาลเตี้ยเข้าไปทุกวันแล้วนะ โหด เหี้ยม ขาดความเห็นอกเห็นใจแขก และคนที่เขาตกเป็นข่าว หนุ่มยังเป็นพิธีกรอยู่หรือเปล่า หรือว่าตอนนี้กลายเป็น ฆาตกรฆ่าต่อเนื่องไปแล้ว หลายคนเขาไม่ผิด หนุ่มส่งเขาเข้าคุกไปแล้ว พอเขาออกมาจากคุกมากเงียบๆ หนุ่มเคยไปขอโทษเขาไหม?”

– “มันเลยกว่าวิพากษ์วิจารณ์ไปแล้วนะ แต่มันคือการใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ ก่อนจะสัมภาษณ์หนุ่มควรจะทำการบ้านให้มากกว่านี้นะ แบบนี้พระอาจารย์เสียหายมาก ลูกศิษย์ของพระอาจารย์ที่เขารักความเป็นธรรมเขาดูแล้ว เขาก็ทนไม่ได้หรอกที่หนุ่มเอียงกระเท่เร่ได้ขนาดนี้”

– “หนุ่ม ก็เคยบวชกับพระอาจารย์นะ สิบกว่าปีที่แล้ว เป็นอย่างไร ทุกวันนี้พระอาจารย์ก็ยังเป็นอย่างนั้น มีชีวิตในที่แจ้งท่ามกลางสาธารณชนตลอด ไม่ใช่เพิ่งโผล่มาเป็นคนดังปีสองปีนี่เมื่อไหร่ พระอาจารย์ทำงานหนักขนาดไหน หนุ่มก็น่าจะรู้ดี นี่ปล่อยให้คนมาใส่ร้ายป้ายสีพระอาจารย์กลางรายการโดยไม่ยอมแสวงหาข้อเท็จจริงเอาเสียเลย”

– “ถ้าหนุ่มรักเมีย รักลูก ก็ให้รู้ไว้ว่าศิษย์พระอาจารย์เขาก็รักพระอาจารย์เหมือนกัน เขาเจ็บปวดเหมือนกัน”

– “อย่าคิดว่าตัวเองเสียงดังแล้ว จะสัมภาษณ์เล่นงานใครก็ได้ โดยไม่แสวงข้อเท็จจริง แล้วปล่อยให้คนบริสุทธิ์ต้องถูกใส่ร้ายกลางรายการอย่างนี้หลายครั้งหลายคน”

หนุ่ม กรรชัย หลังถูกโพสต์ถึง
ชี้แจงกฎหมายไทยไม่ห้ามฟ้องพระ
แต่ใส่บาตรให้ “ผมไม่ฟ้องพระอาจารย์”

ประเด็นทั้งหมดที่ถูกระบุถึง หนุ่ม กรรชัย ได้ชี้แจงผ่านรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3

– “กราบเรียนพระอาจารย์ว. ผมเองยืนยันว่าไม่เป็นศาลเตี้ย เพราะผมเองไม่ได้มีกฎหมายในมือ ผมไม่ได้เป็นตำรวจ ไม่ใช่ศาล ผมเป็นแค่กระบอกเสียงที่อยากจะช่วยเหลือคนตัวเล็กๆ ที่ถูกคนตัวใหญ่ๆ รังแก หรือคนยากคนจน ที่ถูกเขาหลอกลวง ชักจูงไปในทางไม่ถูกไม่ควร ผมแค่อยากเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา”

– “ผมตกใจและผิดหวังมาก ที่เห็นพระอาจารย์ได้มีการพิมพ์ได้แบบนี้ ผมอยู่กับพระอาจารย์อาจจะไม่ได้นานมากมาย แต่พระอาจารย์สอนผมให้มีสติ ให้ผมไม่มีโทสะ โมหะ โลภะ ให้ผมนั่งกรรมฐาน ให้ผมนั่งสมาธิ แต่ผมเห็นพระอาจารย์โพสต์อันนี้ ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าพระอาจารย์โพสต์จริงๆ หรือเป็นแอดมิน หรือออกมาจากพระอาจารย์เองหรือเปล่า”

– “ผมเสียใจที่เห็นแบบนี้ สุดท้ายต้องกราบขมาพระอาจารย์จริงๆ ถ้าเป็นพระอาจารย์โพสต์ ที่บอกว่าผมเป็นศาลเตี้ย เป็นฆาตกรต่อเนื่องหรือแม้แต่กระทั่งคำสำคัญที่สุดซึ่งผมเสียใจมากที่สุด คือการที่บอกว่าผมเอาคนที่ไม่ผิดเข้าคุก”

– “พระอาจารย์ครับเรื่องราวทั้งหมดที่พระอาจารย์พิมพ์มานี่เข้าข้อหาหมิ่นประมาทนะครับพระอาจารย์ แล้วต้องเรียนพระอาจารย์ กฎหมายไทยไม่ได้บัญญัติไว้ว่าไม่ได้ให้ผมฟ้องพระนะครับ”

– “พระอาจารย์ก็เคยเป็นพระอาจารย์ของผมมาก่อน ครั้งนี้ทั้งหมดที่พระอาจารย์พิมพ์ ผมใส่บาตรให้พระอาจารย์นะครับ ผมไม่ฟ้องพระอาจารย์นะครับ”

– “ที่พระอาจารย์กำลังพยายามจะบอกว่าพระอาจารย์มีลูกศิษย์ลูกหาที่รักพระอาจารย์ที่ไม่พอใจในสิ่งที่ผมคุยกับทนายเดชาให้พระอาจารย์เสียหาย ผมก็จะเรียนพระอาจารย์แบบนี้ครับว่าตัวผมเองว่าผมก็เชื่อเหลือเกินว่าพี่คนที่ผมต่อสู้เพื่อเขาอีกมากมายซึ่งเขาก็รักผมไม่แพ้ลูกศิษย์ลูกหาพระอาจารย์นะครับ”

หนุ่ม กรรชัย เสียใจและผิดหวัง
ยืนยันอย่าว่าแต่คนไม่ผิด
คนผิดผมก็เอาเข้าคุกไม่ได้


– “ที่ผมกังวลใจคือคำว่าที่บอกว่าผมเอาคนไม่ผิดเข้าคุก คำพูดคำนี้จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างได้ อย่าว่าแต่คนไม่ผิดผมจะเอาเข้าคุกไม่ได้เลย คนผิดผมยังเอาเข้าคุกไม่ได้เลย เพราะว่าเราเป็นแค่สื่อ เราเป็นแค่กระบอกเสียง มันมีอะไรแบบนี้ในสังคมเราก็แค่บอกไปแทนคนที่เขาเสียหาย เรื่องของข้อกฎหมายเป็นหน้าที่ของตำรวจและศาล”

– “ไม่ใช่แค่ผม สื่อทุกคนนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนหมดทุกคนเสนอข่าวเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน การบอกว่าผมเอาคนไม่ผิดเข้าคุก มันสร้างความเข้าใจผิดให้ตัวผมและสื่อ”.

ฟิล์ม ธนภัทร รับได้ผลกระทบ จากข่าว มิน พีชญา ยืนยันทำหน้าที่ตัวเองดีสุดแล้ว

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2820688

ฟิล์ม ธนภัทร รับได้ผลกระทบ จากข่าว มิน พีชญา ยืนยันทำหน้าที่ตัวเองดีสุดแล้ว

18 ต.ค. 2567 12:01 น.

ฟิล์ม ธนภัทร รับได้ผลกระทบ จากข่าว มิน พีชญา ยืนยันทำหน้าที่ตัวเองดีสุดแล้ว

หลังจากเป็นกระแสข่าวดัง ดิไอคอนกรุ๊ป ทำให้ถูกลือสนั่นว่าจะส่งผลกระทบให้ผลงานละครของนางเอกสาว มิน พีชญา และ แซม ยุรนันท์ อย่าง เกมรักปาฎิหาริย์ ที่กำลังออกอากาศ ทางช่องวัน31 อาจจะถูกถอดออกจากผังกระทันหันนั้น

ล่าสุดพระเอกหนุ่ม ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ มาร่วมงานแถลงข่าวงาน ปรากฏการณ์ ONE สนั่นจอ ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดา

ซึ่ง หนุ่มฟิล์ม ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว ในฐานะที่เป็น 1 ในนักแสดงนำของเรื่องนี้ว่า “ถามว่าได้รับผลกระทบไหม ตัวเองก็มีความกังวลบ้าง แต่ในฐานะนักแสดง ตนทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว

และเราก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะจริงๆ ละครได้ถ่ายทำจบไปก่อนที่จะออนแอร์แล้ว มันก็สิ้นสุดหน้าที่ของผมแล้ว ซึ่งอาทิตย์หน้า เกมรักปาฎิหาริย์ จะยังออกอากาศตามปกติ ฝากให้แฟนๆ ที่ติดตามมาตลอดรอลุ้นได้เลยเพราะเนื้อเรื่องจะสนุกเข้มข้นขึ้นแน่นอน”

ซึ่งเป็นการยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าแฟนๆ จะได้ชม เกมรักปาฎิหาริย์ จนถึงตอนจบแน่นอน

อาร์ต พศุตม์ เล่าประสบการณ์ตรง รอดทุกเคสธุรกิจเครือข่ายเพราะทฤษฎีตกทอง

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820684

อาร์ต พศุตม์ เล่าประสบการณ์ตรง รอดทุกเคสธุรกิจเครือข่ายเพราะทฤษฎีตกทอง

18 ต.ค. 2567 11:48 น.

อาร์ต พศุตม์ เล่าประสบการณ์ตรง รอดทุกเคสธุรกิจเครือข่ายเพราะทฤษฎีตกทอง

เรียกว่าแคล้วคลาด เกือบไปอยู่ทุกคดีดังเกี่ยวกับการลงทุน ธุรกิจขายตรง สำหรับนักแสดงหนุ่ม อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ทั้งกรณี Forex-3D แชร์แม่มณี ทองแม่ตั๊ก กรกนก รวมถึงคดีล่าสุดที่เป็นข่าวสะเทือนวงการบันเทิงอย่าง ดิไอคอนกรุ๊ป ล่าสุด อาร์ต มาร่วมรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 โดยมี มดดำ คชาภา, เชาเชา ชวลิต, ดาด้า วรินดา เป็นพิธีกร เลยเล่าประสบการณ์ตรงถึงเรื่องดังกล่าว

เรื่องเคส Forex-3D?
“จริงๆ คาแรกเตอร์ผมมันตรงเกือบทุกอันเลย ไม่ว่าจะ Forex-3D ซึ่งจริงๆ ก่อนจะเป็นเพื่อนผมคนที่เข้าไปอยู่ข้างในตอนนี้ เขามาชวนผมก่อน สตอรี่เดียวกับเพื่อนผมเลย ตอนนั้นผมไปศูนย์รถเหมือนกัน แล้วเขาก็ชวนผมลงทุนหาเครือข่าย ทำธุรกิจหุ้นไหม เล่าเป็นภาษาผมนะ ตอนนั้นก็แอบโง่ เราเคยโดนสอนเรื่องการตกทอง หมายถึงว่าเอาเหยื่อเล็กไปล่อเหยื่อใหญ่ ผมก็รู้สึกว่าผลประโยชน์ตอบแทนมันผิดปกติ เราเลยไม่เอา ก็ปฏิเสธไป แล้วก็ได้มารู้ว่าเขาชวนเพื่อนผมที่อยู่ข้างในตอนนี้ สรุปแล้วมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ถ้ามันรวยง่าย เขาจะมาบอกมึงง่ายๆ มั้ย นี่คือเซ้นส์แรกของผมที่พ่อแม่ผมสอนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ถ้ารวยง่าย เขาก็บอกญาติเขาเองดิ

ผ่านมาจนผมเห็นเขามีเครือข่าย เห็นความเจริญรุ่งเรืองของเขา ผมยังเฮ้ย เออ เวลามันนานกว่าที่เราคิด สงสัยมันจะถูกจริงๆ มีแวบนึงว่าเฮ้ย เห็นเพื่อนเราเจริญรุ่งเรือง หรือเราจะกลับไปขอเขาทำดีวะ แต่อีกใจตอนนั้นมันก็คิดว่าหรือมันจะเป็นกลโกงอย่างนึงที่ใช้เวลานานมาก ก็เกือบ 10 ปีเลยนะ เขาจะบอกว่าลงทุน 10,000 บาท ได้กลับมา 5,000 บาท จากนั้นจะให้ลงทุน 100,000 บาท ได้กลับมา 50,000 บาท คราวนี้ลง 1 ล้านบาท 500,000 บาทเผลอๆ ก็ยังได้อยู่ มันก็จะจูงไปที่ 10 ล้านแล้ว คราวนี้เขารวบกินหางหมดเลย เอาเงินเราทำงานให้เรา อย่าเอาเงินเราไปทำงานให้คนอื่น”

เคสแม่มณีส่วนใหญ่หนุ่มๆ ไม่พลาดกัน มีไปเที่ยวกับเขาไหม?
“แม่มณีไลน์มาหาผมชวนไปร่วมงาน เล่นละคร 3 เรื่อง หนัง 3 เรื่อง ชวนไปเป็นพระเอก ทำไปทำมา ก็มาชวนลงทุน ตอนนั้นเราอยู่ช่อง 3 เราขอทำรายการเล็กๆ จากช่องยังยากเลย แล้วมึงเป็นใคร มึงถึงเปิดละครทีเดียว 3 เรื่อง หนัง 3 เรื่อง เป็นใครวะ มันก็มีความเอะใจ ตอนนั้นก็เห็นแม่มณีเขาไปตามอีเวนต์ต่างๆ ก็ดูน่าสนใจนะ แต่มันเอ๊ะอีกทีเพราะเราเห็นพี่ก้อง (ก้อง ปิยะ) เราเห็นพัฒนาการของเขาว่ากว่าเขาจะมาอยู่ตรงนี้ได้ เขาผ่านอะไรมา แต่คนนี้อยู่ๆ โดดมาเลย ใครวะ ก็เลยไม่เอาพี่ ให้ผมลงทุนผมไม่เอา แต่ถ้าให้เล่นละคร 6 เรื่องผมเทคิวให้หมดเลย ขอให้มีจริงเถอะ

ผมก็บอกว่ารับครับ ค่าตอนเท่านี้ๆ แต่ผมจะนิสัยเสียอย่างหนึ่ง สมมติถ้าพี่มดดำมาติดต่องานผมจะราคานึง แต่ถ้าเป็นคนที่ผมไม่รู้จัก ผมเรียกราคาสูงเลย ถ้าจะเปิดหนัง โอนก่อน 100% อันนี้คือนิสัยผมอยู่แล้ว ผมก็เลยรอด ตอนนั้นแม่มณีมีงานที่เกาะเสม็ด ผมไม่ชอบไปไหนอยู่แล้ว ถ้าจำไม่ผิด เคสนั้นผมต้องไปด้วยนะ แล้วผมติดถ่ายละคร ก็เลยต้องเปลี่ยนตัว งานนั้นแม่มณีก็โดนตำรวจรวบ คือสิ่งที่เขาทำอย่างเปิดละคร มีอีเวนต์ เพราะเขาอยากมีภาพกับดาราหลายๆ คนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เขาจะเอาภาพไปลงเฟซบุ๊ก ซึ่งจริงๆ กลโกงโซเชียลเดี๋ยวนี้เลย คือการมีรูปกับดาราเพื่อสร้างตัวตน สร้างความน่าเชื่อถือ”

มาถึงเคสทองแม่ตั๊ก ตอนนี้ยังไม่ได้ประกันตัวเลย ตอนนั้นเขาก็มาชวน?
“เป็นช่วงที่หมูกรอบดังแล้ว เขาชวนผมไปไลฟ์เรื่องโปรตีนหรืออะไรสักอย่าง คืออะไรที่สุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับทอง เกี่ยวกับลงทุน ผมไม่เอาอยู่แล้ว แต่นี่เป็นโปรตีน ตอนนั้นผมบอกว่า ผมสร้างหุ่น สร้างอะไรด้วยตัวผมเอง อยู่ดีๆ จะมาโฉบ ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าผมเรียกราคาแพง ผมก็เลยเรียกเขาชั่วโมงละ 300,000 บาท 2 เท่าจากเรตทั่วไปที่คนอื่นๆ ที่เขาได้ แต่เขาไม่สู้ สักประมาณแค่ไม่เกิน 6 เดือนก็เกิดคดีนี้ขึ้น”

ล่าสุด “ดิไอคอนกรุ๊ป” เขาต้องเคยติดต่อแน่นอน?
“เคยครับ เมื่อประมาณสัก 3-4 ปีที่แล้ว แต่ไม่ใช่บอสใหญ่นะ จะเป็นแม่ทีมหัวๆ ติดต่อผมมา แต่ผมจำเรื่องราวเป๊ะๆ ไม่ได้ เขาบอกว่ามีบริษัทนี้เกิดขึ้น ชวนผมมาเป็นพรีเซนเตอร์ แล้วผมก็กลับไปทำการบ้านว่าบริษัทนี้มันของใคร ซึ่งผมก็ได้ไปเจอหัวใหญ่ มันเป็นเพจนึงลงข่าวถึงหัวใหญ่ในทางไม่ค่อยดี แล้วเราก็ดูอีก เห็นว่าเริ่มมีปัญหา เฮ้ย ไม่เอาดีกว่า ก็เลยถอนตัวออกมาและไม่ได้สนใจบริษัทนี้อีก ด้วยความที่เราเคยถูกโกงเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงมาแล้ว เราก็เลยไม่อยากจะเข้าไปอยู่ในวงโคจรของคนที่มีปัญหาแค่นั้นเอง

ก็ยังย้ำคำนี้อยู่ ถ้าเขารวยง่ายๆ เขาไม่มาบอกเราง่ายๆ หรอก จำคำนี้ไว้เลยครับ ถ้าหนทางที่มันจะรวยง่าย เขาไม่บอกมึงง่ายๆ เขาบอกญาติเขาสิ ตรงๆ เลยนะ ขนาดขายหมูกรอบ ที่เขาสอนทำในยูทูบต่างๆ เขายังบอกไม่หมดเลย เขาหมกเม็ดบางอย่างไว้ เขาไม่บอกทั้งหมดหรอก”

ดีเจภูมิ เล่าช่วงวัยเด็ก เผยจุดแย่สุดในชีวิต เป็นแผลติดตัว กลัวสังคมรังเกียจ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2820410

ดีเจภูมิ เล่าช่วงวัยเด็ก เผยจุดแย่สุดในชีวิต เป็นแผลติดตัว กลัวสังคมรังเกียจ

18 ต.ค. 2567 11:14 น.

ดีเจภูมิ เล่าช่วงวัยเด็ก เผยจุดแย่สุดในชีวิต เป็นแผลติดตัว กลัวสังคมรังเกียจ

เป็นอีกหนึ่งเจ้าพ่อคอนเทนต์ขวัญใจลูกเผ่า สำหรับหัวหน้าเผ่าอย่าง ดีเจภูมิ ภูมิใจ ตั้งสง่า เจ้าของช่องยูทูบ DJ Poom ที่ไม่ว่าจะทำคลิปอะไรออกมา ก็ได้รับความสนใจจากแฟนๆ เป็นอย่างมาก

ล่าสุด ดีเจภูมิ ออกมาเล่าประสบการณ์ชีวิตแต่ละช่วงอายุ ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง ในรายการ “Level up” EP.15 ทางยูทูบ Thairath Online Originals โดยมี มิ้นท์ อรชพร เป็นผู้ดำเนินรายการ

และบางช่วงบางตอนของรายการ ดีเจภูมิ ได้เผยชีวิตช่วงวัยเด็ก ถึงเหตุการณ์ที่รู้สึกแย่สุดในชีวิตว่า “ชีวิตวัยเด็กคือคนละคนกับตอนนี้เลย เบื้องลึกของดีเจภูมิกับสิ่งที่เห็นตอนนี้มันเป็นคนละคนกัน ตอนเด็กเราเป็นเด็กเนอส เป็นเด็กอ้วนที่เติบโตจากครอบครัวที่อบอุ่นมาก และเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจเท่าไหร่

เราเป็นเด็กที่ติดอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นยุคที่ไม่มีเทคโนโลยี สิ่งเดียวที่เราสามารถเล่นด้วยได้นั่นคือการปีนต้นไม้ ยิงนก ตกปลา ก็จะเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ทำได้ พอ 7 ขวบ เราก็ย้ายไปอยู่ออสเตรเลีย หลังจากนั้นเราก็ย้ายไปอยู่ที่อังกฤษตอนอายุ 11 ปี จนเรียนจบที่นั่นถึงย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองไทย

ชีวิตในตอนนั้นเราไม่ได้คิดเยอะและไม่ได้กังวลอะไร เพราะมันไปกันทั้งครอบครัว ในวัยนั้นเราไปอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามันมีพ่อกับแม่และพี่น้อง ซึ่งเราก็ไม่ได้กังวลอะไรมากในวัยนั้น 7 ขวบ เราเป็นเด็กไม่ได้มีกำแพง ไม่ต้องมาพิสูจน์หรือต้องเป็นที่ยอมอะไร เพราะฉะนั้นการย้ายไปต่างประเทศถือว่าสบายมาก ไม่ได้เป็นช่วงเวลาที่เรามีความทุกข์หรือเศร้าเลย

ซึ่งคุณแม่มีความฝันตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้วว่าในวัยนั้นเค้าอยากจะเป็นแม่ของมนุษย์คนหนึ่ง อยากจะเป็นแม่ของลูกสักคนนึง เค้าก็เหมือนเตรียมพร้อมตัวเอง เรียกว่าชีวิตต้นทุนมาดี ครอบครัวก็อบอุ่น เราก็อยู่สุขสบาย ไปไหนเราก็มีคนคอยซัพพอร์ต

ส่วนเรื่องที่แย่สุดและเสียใจมากที่สุดในวัยนั้น ซึ่งเราเป็นประสาทแดกอยู่ช่วงหนึ่ง หรือมันอาจจะเป็นจิตปรุงแต่งของความกลัว จำได้ว่าในวัยนั้นประมาณ 8-9 ขวบ ที่เราอยู่ออสเตรเลีย และเราเป็นโรคผิวหนังรู้สึกว่าจะชื่อโรคเอ็กซ์ม่า ซึ่งทุกวันนี้เรายังเป็นอยู่เลย ยังมีแผลเป็นติดตัวอยู่ตามข้อศอก ข้อมือ หัวเข่า และขา ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีแผลเก่าๆ อยู่ แต่ตอนนี้ก็เริ่มหายไปเยอะแล้ว ซึ่งมันก็เป็นจ้ำๆ อยู่ตามตัวเรานั่นแหละ เหมือนขี้กาก 

จำได้ว่าไม่กล้าไปเรียนพละ ไม่กล้าว่ายน้ำ กลัวว่ามันจะน่าเกลียด เราก็ไม่อยากโดนรังเกียจ ก็จะพยายามหนีวิชาพละและว่ายน้ำ เวลายืนก็จะยืนบิดเพื่อปิดรอยแผล ซึ่งตอนนั้นเรายอมรับว่าเป็นทุกข์ ร้องห่มร้องไห้บอกแม่ว่าไม่อยากเรียนแล้ว และจำได้ว่าคุณย่าก็จะใช้วิถีไทยมาช่วยเรา

ตอนนั้นคุณย่าไปทำบุญที่เมืองไทย 100 วัด และเก็บสะสมน้ำมนต์ส่งมาให้ เพื่อให้เราทาและบอกเราว่าเป็นน้ำวิเศษ 100 วัด บอกเราว่าศักดิ์สิทธิ์มาก บอกว่าเป็นน้ำมนต์ที่ย่าสวดมาอย่างดี ทาแล้วมีพลังงานบังตาได้ไม่มีใครเห็นแผล เอาไสยศาสตร์ใส่สมอง เราก็เลยพรมๆ ตามตัว แล้วก็สาธุ 3 จบ คิดว่าคงไม่มีใครเห็น

แต่เรื่องของเรื่องคงไม่มีใครสนใจหรอก เด็กคนนึงมีแผลเป็นที่ขานิดหน่อยมันไม่มีใครมอง ไม่มีใครมาสนใจอยู่แล้ว แต่เราก็คิดว่ามันโคตรศักดิ์สิทธิ์เลย ไม่มีใครมองเลย ซึ่งก็ไม่มีใครสนใจ ตอนนั้นยอมรับว่าปัญหาในชีวิตน้อยมาก”

“แก้ม ญาณิศา” สวยสมใจได้ดั้งใหม่! ยอมรับเป็นสาวสายรุก

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2820505

"แก้ม ญาณิศา" สวยสมใจได้ดั้งใหม่! ยอมรับเป็นสาวสายรุก

18 ต.ค. 2567 07:15 น.

“แก้ม ญาณิศา” สวยสมใจได้ดั้งใหม่! ยอมรับเป็นสาวสายรุก

โดนทักสวยผิดหูผิดตา แก้ม ญาณิศา ธีราธร นักแสดงสาวจากละคร “ไฟน้ำค้าง” ทางช่อง 7HD เจ้าตัวออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมาเพิ่งไปอัปดั้งมาใหม่ ได้จมูกที่ตรงปก ตรงใจ หลังจมูกเบี้ยว จมูกคดเป็นปมในใจมานาน

แก้ม เล่าว่า “แก้มไปอัปจมูกที่เกาหลี อยากทำตั้งนานแล้ว ตอนแรกจมูกเก่ามีความเอียงๆนิดนึงก็ไปทำ หลังไปทำมาแล้วตอนรับน้องที่มหาวิทยาลัยแก้มโดนฟุตบอลอัดหน้า หลังจากนั้นรู้สึกจมูกเบี้ยว แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นจังหวะที่ผู้ใหญ่มอบโอกาสดีๆให้เรา แก้มไม่อยากพักตรงนี้ ถ้าแก้มขอพักแล้วเกิดถูกเปลี่ยนตัว เราเลยรู้สึกไม่ได้ ขอทำงานก่อน ก็เลยอยู่กับแกนเบี้ยวมา 4-5 ปี แล้วเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่มั่นใจ แต่เราทำให้ดีขึ้นได้ เป็นโอกาสที่แก้มถ่ายละครทุกเรื่องจบหมดแล้ว หลังปิดละครพ่อตาปืนโตก็เลยบินไปทำที่เกาหลี ประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ก็ได้ตามที่ต้องการทุกอย่าง”

ทำให้หน้าเปลี่ยนไปมั้ย?

“ก็ยังเป็นแก้มอยู่ แต่มีความละมุนขึ้น สวยขึ้น ถือว่าทำแล้วดีกว่าเดิม ปัญหาเรื่องภูมิแพ้ลดลงเลย ตอนแรกจมูกคดฝั่งซ้ายจะเหมือนคัดจมูก เหมือนหายใจไม่สะดวกก็คุยกับหมอขอเอาให้ตรง ไม่ได้อยากเปลี่ยนอะไรมาก อีกอย่างเอาหลังหูกับซี่โครงมาทำ ของตัวเองเลยปลอดภัยไม่มีการทะลุแน่นอน ทำให้เราหน้าหวานขึ้นก็ชอบด้วย ตอนแรกกลัวพุ่งเกิน”

หวั่นใจคอมเมนต์ทำไมเพราะของเก่าก็ดีแล้ว

“ทุกคนพูดค่ะ เรารู้ตัวเองดีมันคด มันทำให้ดีขึ้นได้แล้วทำไมเราไม่ทำ จังหวะเวลาทุกอย่างพร้อมหมด ทุกคนกลัวออกมาไม่สวย”

หลายๆคนที่ไปทำจมูกมามีข่าวทำออกมาไม่ตรงปก กลัวมั้ย?

“แก้มถึงขั้นไปมูมาเยอะมากเลยค่ะ กลัวมากเหมือนกันจะมีปัญหาอะไรมั้ย โชคดีออกมาสวยถูกใจ หลังจากนี้ก็คงไม่ทำอะไรเพิ่มอีกแล้วค่ะ ไม่อยากให้หน้าเปลี่ยนไปจากตัวเองเยอะ เพราะชอบตอนนี้ทุกอย่างแล้ว อายุเยอะๆค่อยว่ากัน”

ในเรื่องไฟน้ำค้าง เราจะเป็นสายบุกจีบผู้ชายก่อน เจอบทแบบนี้เป็นยังไงบ้าง?

“ถนัดค่ะ (หัวเราะ) คล้ายๆชีวิตจริงด้วย นึกออกว่าเล่นประมาณไหน เพราะมันคล้ายๆตัวตนเรา มันจะมีฉากแอบพูดคนเดียว อุ๊ย! ทำไมเค้าน่ารักอย่างนี้ ซึ่งชีวิตจริงๆก็เป็นอย่างนั้น จะหันมาพูดกับกล้อง 2 อุ๊ย…ยยยน่ารักมาก มันมีความเป็นตัวเองอยู่”

พอเป็นบทสายบุกเข้าหาผู้ชายก่อน บอส–ชนกันต์ เค้าไม่กลั้นขำแย่เหรอ?

“คือ ผกก.บอกทำยังไงก็ได้ให้พี่บอสเขิน ซึ่งบทของเขาจะเป็นคนนิ่งๆเนิร์ดๆ ชีวิตฉันรู้แค่กฎหมายเท่านั้น ไม่รู้เรื่องความรัก เราถึงขนาดยิ่งเขาไม่รู้ตัวเรายิ่งบุกหนัก ถึงขั้นวางแผนไปชนรถเค้าได้เบอร์จากประกัน ถอดต่างหูหล่นไว้ เป็นมารยาสุดเลย จริงๆเห็นแหละแต่แกล้งไปชน สร้างสถานการณ์ให้เหมือนบังเอิญเจอกันตลอด คล้ายชีวิตจริงๆ เหมือนจะเนียนแต่ตั้งใจ (หัวเราะ)”

ถ้าเป็นชีวิตจริงเกิดปิ๊งใครสักคนเราจะทำยังไง?

“คงไม่ถึงขนาดในละคร คงไม่ถึงขั้นแกล้งขับรถชน เพราะมันเสียเวลาเราด้วยต้องไปซ่อมรถ แต่ถ้าเจอคนที่เราชอบก็จะดูว่าเขาชอบทำอะไร ชอบไปที่ไหน กิจกรรมคล้ายๆ เราคืออะไร ก็จะไปที่ๆนั้นซ้ำๆ จะได้ดูเหมือนเราเจอกันอีกแล้ว เป็นเพื่อนกัน ทีนี้อยู่ที่ว่าเขาจะชอบมั้ย”

เป็นสายคลั่งรักจีบก่อนแบบนี้ มีสมหวังบ้างมั้ย?

“นกตลอดเลย (หัวเราะ)”

ทำไมล่ะเราก็สวยได้อยู่

“อาจจะเขาไม่รู้มั้งว่าเราตั้งใจจีบ อาจจะเนียนเกินไป ถ้าไม่ชอบจะไม่ยุ่งเลย แต่ถ้าชอบเราจะพยายามไปอยู่ในแวดวงที่ทำให้เจอกันได้คุยกัน”

หนุ่มๆที่เราจีบเค้าก่อนเป็นเพื่อนกันก่อนหรือทั่วไป

“ส่วนมากจะเริ่มจากเพื่อนค่ะ เราจะคิดฝ่ายเดียว สุดท้ายเรากลายเป็นเพื่อนกันไปจริงๆ กลายเป็นเหมือนเรานกเอง อกหักเอง เจ็บเอง ตัวเขาไม่รู้เรื่องอะไรกับเราเลย”

ตอนนี้จริงๆมีคนที่เรากำลังคุยๆ

“ถามว่ามีคนคุยๆมั้ยก็มีตลอด ส่วนคนพัฒนาเป็นแฟนเลยยังค่ะ เพราะรู้ตัวเป็นคนจริงจัง คบใครขึ้นมาจริงๆจะคิดไกลถึงอนาคต ถ้าคนที่เราคุยอยู่ถือว่าเป็นคนพิเศษแน่นอน ซึ่งก็ต้องดูไปนานๆ ความพิเศษนี้ยังทำให้ใจเราเต้นอยู่มั้ย”

เพราะอะไรอยากมีแฟน แต่ดูกล้าๆกลัวๆ

“เป็นฟีลกลัวเขาไม่เข้าใจเรื่องของเวลา เราทำงาน 7 วัน คนเข้าใจยากอยู่แล้ว จะเจอกันยังไง ยิ่งเมื่อก่อนแก้มถ่ายละคร 7 วัน ไม่มีเวลา คนเข้ามาต้องเข้าใจตรงนี้มากๆค่ะ”.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

คนแห่ซัพพอร์ต ซี ศิวัฒน์ เป็นพิธีกรร้องข้ามกำแพงครั้งแรกแทน กันต์ กันตถาวร

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2820620

คนแห่ซัพพอร์ต ซี ศิวัฒน์ เป็นพิธีกรร้องข้ามกำแพงครั้งแรกแทน กันต์ กันตถาวร

17 ต.ค. 2567 21:53 น.

คนแห่ซัพพอร์ต ซี ศิวัฒน์ เป็นพิธีกรร้องข้ามกำแพงครั้งแรกแทน กันต์ กันตถาวร

หลังจากที่ กันต์ กันตถาวร โดนคดีความและเป็นผู้ต้องหาคดี ดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งตอนนี้ทางศาลได้ส่งตัวเข้าเรือนจำแล้ว โดยก่อนหน้านี้ ทางเวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ก็ได้โพสต์จดหมายประกาศแจ้งยุติสัญญากับ กันต์ กันตถาวร เป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย

เลยทำให้เป็นที่ถูกจับตามองว่า ใครจะมาทำหน้าที่พิธีกรในรายการ “ร้องข้ามกำแพง” แทน “กันต์ กันตถาวร” ก่อนจะมีการเปิดเผยตามมาว่า “ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์” มานั่งแท่นพิธีกรคนใหม่รายการ “ร้องข้ามกำแพง” ทางช่องเวิร์คพอยท์ แทนพิธีกรหนุ่ม กันต์ กันตถาวร นั่นเอง

และล่าสุดรายการ ร้องข้ามกำแพง ได้ออกอากาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเวลา 2 ทุ่ม ของวันพฤหัสบดีที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมี ดีเจนุ้ย และแขกรับเชิญของรายการคนอื่น ได้ทำการต้อนรับพิธีกรคนใหม่ คือ ซี ศิวัฒน์ นั่นเอง

ซึ่ง ซี ได้พูดในรายการว่า ถึงกับขนลุก เพราะตัวพิธีกรจะทำหน้าที่เปิดตัวแขกรับเชิญมา แต่ครั้งนี้แขกรับเชิญเป็นคนเชิญพิธีกร เมื่อถามว่ารู้สึกยังไงบ้างที่ได้เป็นพิธีกรของร้องข้ามกำแพง ซี บอกว่า “รู้สึกภูมิใจ และเดี๋ยวคำนี้ก็จะไปดังในโซเชียลแน่นอน” เมื่อดีเจนุ้ยถามต่อว่า เตรียมตัวยังไงบ้าง ซี บอกว่า “ก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก เป็นแฟนคลับของรายการอยู่แล้ว เราทำหน้าที่ ก็มาจอย มาสนุกกับทุกคน ตอนที่ทีมงานบอกให้มาทำไม่ตื่นเต้นเลย เริ่มตื่นเต้นตอนที่นุ้ยถามเยอะๆ เนี่ย”

สำหรับยอดวิวการดูสดของแฟนรายการ ร้องข้ามกำแพง พุ่งไปกว่า 60,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งทุกคนที่เข้ามาดู ต่างก็บอกว่า เข้ามาให้กำลังใจ ซี ศิวัฒน์ กับการเป็นพิธีกร และชื่นชม ซี ศิวัฒน์ ในความเก่ง และจัดรายการสนุกมากอีกด้วย