เฮอร์บาไลฟ์เผยผลสำรวจ 8 ใน 10 คน ของเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพมีความสำคัญ ต้องดีทั้งกายและใจ

https://www.naewna.com/lady/849486

เฮอร์บาไลฟ์เผยผลสำรวจ 8 ใน 10 คน ของเอเชีย-แปซิฟิก  เชื่อว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพมีความสำคัญ ต้องดีทั้งกายและใจ

เฮอร์บาไลฟ์เผยผลสำรวจ 8 ใน 10 คน ของเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพมีความสำคัญ ต้องดีทั้งกายและใจ

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เฮอร์บาไลฟ์ ผู้นำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก เผยผลสำรวจ “New Year, New Me” ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พบว่า 85% ของผู้บริโภคมองว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพมีความสำคัญต่อการส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและใจ โดยเกือบ 8 ใน 10 คน (77%) ระบุว่า มีการวางแผนจะเริ่มสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพภายในปีหน้านี้ ซึ่งการวัดผลสำเร็จของการมีอาหารที่ดีต่อสุขภาพ คือมีความเป็นอยู่โดยรวมที่ดีขึ้น รู้สึกมีพลังงานมากขึ้น นอนหลับได้ดีขึ้น

ในจำนวนผู้ทำแบบสำรวจกว่า 59% ระบุว่าจะตั้งเป้าหมายใหม่สำหรับปี 2568 โดยมีเป้าหมายที่นิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ ออกกำลังกายมากขึ้น (59%) รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ (58%) และวางแผนการออมเงิน (53%)

การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดย Talker Research ภายใต้ชื่อของเฮอร์บาไลฟ์* โดยทำการเก็บข้อมูลจากผู้ใหญ่จำนวน 5,500 คน จาก 11 ประเทศ เพื่อศึกษาทัศนคติของผู้คนต่อการสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ และวิธีการที่ใช้เพื่อพาตัวเองไปสู่การมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ดร.ลูอิจิ แกรทตัน รองประธานฝ่ายสุขภาพและโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ กล่าวว่า “เป้าหมายปีใหม่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างสุขภาพที่ดีขึ้นให้ชีวิต ซึ่งสิ่งสำคัญที่ห้ามละเลยคือการยึดมั่นในเป้าหมายเหล่านี้ตลอดทั้งปี โดยให้เราเริ่มต้นด้วยเป้าหมายเล็กๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวันและหมั่นทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งความตั้งใจและความสม่ำเสมอเหล่านี้ จะสามารถเปลี่ยนจากเป้าหมายในความคิดให้กลายเป็นนิสัยที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวได้”

อย่างไรก็ตาม ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจยังระบุว่า พวกเขารู้สึกสุขภาพไม่ดีเหมือนปกติเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี และกว่า 50% ยอมรับว่ามักใช้ข้ออ้างของช่วงเทศกาลสิ้นปีเพื่อผลัดวันในการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพออกไป นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเผยให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างช่วงวัย โดย 55% ของผู้ตอบแบบสำรวจในกลุ่ม Gen Z ยอมรับว่าใช้เวลาช่วงสิ้นปีเป็นข้ออ้าง ในขณะที่กลุ่ม Gen X จะอยู่ที่ 46% รวมทั้งผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 60% ยังระบุว่าเคยหลุดแผนการกินอาหารเพื่อสุขภาพในช่วงปลายปี โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะความเย้ายวนของอาหารในช่วงเทศกาลถึง 37% โดยหลายคนเลือกพักเบรกจากนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเพลิดเพลินไปกับช่วงเทศกาลได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจ 57% ให้ความเห็นว่าช่วงสิ้นปีจะสนุกยิ่งขึ้นหากไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพและน้ำหนัก โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มเห็นด้วยกับความคิดนี้มากกว่าเห็นได้จากตัวเลขของ Gen Z กว่า 62% ที่ระบุว่า รู้สึกเช่นนี้ ในขณะที่ Gen X เห็นด้วยอยู่ที่ 53%

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มจะไม่ทำตามแผนในปีนี้มากขึ้น โดยกว่า 53% ของ Gen Z ยอมรับว่ามีโอกาสหลุดแผนสูงกว่าปีก่อนๆ เมื่อเทียบกับ Gen X ที่ 37% และเมื่อถามถึงเหตุผลที่ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะตามใจตัวเองในปีนี้ผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า เมื่ออายุมากขึ้น พวกเขารู้สึกเต็มใจที่จะปล่อยวางและสนุกกับช่วงเวลานั้นมากขึ้น(43%) และพวกเขารู้สึกขอบคุณที่ได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง ซึ่งทำให้คาดว่าความมีวินัยในตัวเองจะลดลง (40%)

ดร.ลูอิจิ กล่าวเสริมว่า “การใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลให้คุ้มค่า คือการฉลองร่วมกับคนที่เรารักควบคู่กับการดูแลรักษาสุขภาพให้ดีไปด้วยกัน เช่น เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เพลิดเพลินกับอาหารอร่อยๆในช่วงเทศกาลได้ แต่ควรเลือกสมดุลด้วยอาหารที่มีประโยชน์และหมั่นคอยเคลื่อนไหวร่างกายไว้อยู่เสมอ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการวางแผนและเลือกกินอย่างมีสติ ซึ่งจะช่วยให้เรามีความสุขตลอดช่วงเทศกาลและยังคงรักษานิสัยเฮลตี้ที่ดีต่อสุขภาพต่อไปได้จากการกินของที่มีประโยชน์”

Talker Research เป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จำนวน 5,500 คน จาก 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม โดยการสำรวจนี้จัดทำขึ้นในนามของเฮอร์บาไลฟ์ และดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2567

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) เปิดกิจกรรม ‘เพาะรักษ์น้ำ’ นำพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่คืนชีวิตให้ผืนป่า ณ บ่อทอง จังหวัดชลบุรี

https://www.naewna.com/lady/849483

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) เปิดกิจกรรม ‘เพาะรักษ์น้ำ’  นำพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่คืนชีวิตให้ผืนป่า ณ บ่อทอง จังหวัดชลบุรี

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) เปิดกิจกรรม ‘เพาะรักษ์น้ำ’ นำพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่คืนชีวิตให้ผืนป่า ณ บ่อทอง จังหวัดชลบุรี

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“ป่า” ถือเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารและทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต จากความยึดมั่นกับการดำเนินงานตามค่านิยมองค์กรด้าน “การเติบโตอย่างยั่งยืน” และ “ตอบแทนกลับคืนสู่สังคม” บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย จึงเปิดตัวกิจกรรม “เพาะรักษ์น้ำ” ฟื้นป่าคืนชีวิต ปีที่ 1 โดยประสานความร่วมมือระหว่างพนักงานจิตอาสาของบริษัทฯ และภาครัฐกับชุมชนท้องถิ่น รวมกว่า 100 คน เพื่อลงพื้นที่ทำกิจกรรมฟื้นฟูป่าชุมชน ตลอดจนมอบองค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของภาคเอกชนในการทำงานร่วมกับภาครัฐและชุมชนท้องถิ่นในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้และความเชื่อมโยงกับแหล่งน้ำ รวมถึงวิถีการดูแลป่าผ่านการเกษตรแบบยั่งยืน ให้กับสมาชิกป่าชุมชนบ้านขุนชํานาญ อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ว่าที่ ร.ต. พุฒิสิทธิ์ โชตสิริวโรทัย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอบ่อทอง มาร่วมเปิดกิจกรรม

มธุวลี สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจและองค์กรสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม
“เพาะรักษ์น้ำ” ฟื้นป่าคืนชีวิต ประจำปี 2567 เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของบริษัทฯ ที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศ ผ่านการดูแลรักษาป่าชุมชน แหล่งกำเนิดของทรัพยากรน้ำ ด้วยการมอบองค์ความรู้ที่สร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ การเกษตรแบบยั่งยืน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งน้ำและป่าที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงสร้างจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการปกป้องสิ่งแวดล้อมให้กับเหล่าพนักงาน เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยนำร่องที่จังหวัดชลบุรี เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงงานทั้ง 3 แห่ง

“ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จัดทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการระดมความร่วมมือจากพนักงานจิตอาสาที่มีจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม “Bring and Buy” ภายใต้โครงการ “One Suntory Helping Hands” ที่ระดมเงินทุนจากพนักงาน เพื่อนำไปสนับสนุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียนที่ขาดแคลน รวมถึงโครงการ “BRAND’S Young Blood” ที่ร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยเพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในหมู่เยาวชน และส่งเสริมการบริจาคโลหิตอย่างยั่งยืน เป็นต้น

มธุวลี สถิตยุทธการ ว่าที่ ร.ต.พุฒิสิทธิ์ โชตสิริวโรทัย และ อเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย ร่วมเปิดโครงการ เพาะรักษ์น้ำ

ทั้งนี้ กิจกรรม “เพาะรักษ์น้ำ” แบ่งออกเป็น3 ส่วน ดังนี้ 1.รับฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความสำคัญของการอยู่ร่วมกับป่าและแนวทางการดูแลป่า 2.กิจกรรมอาสาที่ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเพิ่มโอกาสให้ป่าฟื้นฟู เช่น “กำจัดวัชพืช” เพิ่มช่องแสงให้กับต้นไม้ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของป่า, “เพาะกล้าไม้” เพื่อใช้ปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสม, “วางฟางคลุมดิน” เพื่อรักษาความชื้นของดินและควบคุมวัชพืช รวมถึงการมอบโรงเพาะชำเพื่อให้ชุมชนสามารถเพาะกล้าไม้และปลูกป่าเพิ่มในระยะยาว”

นอกเหนือจากสมาชิกคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านขุนชำนาญ กิจกรรมดังกล่าวยังได้สร้างการมีส่วนร่วมของครูและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านขุนชำนาญ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือและสร้างจิตสำนึกในวงกว้าง รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการรักษาป่าอย่างยั่งยืน

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/849531

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2567

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2567

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll พิธีทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก พร้อมการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ “รวมใจภักดิ์ เฉลิมทศมจักรีนฤบดินทร์” โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกองทัพไทยและสนง.ตำรวจแห่งชาติยิ่งใหญ่สวยงามมาก .. “ผู้หญิงแนวหน้า” เก็บภาพมาฝากค่ะ..

ll โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา เชิญสิ่งของพระราชทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เพื่อนำไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย..

ll ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.อุบลราชธานี แถลงข่าวงานประจำปี จ.อุบลราชธานี 2568“รับแสงแรกแห่งตะวัน 4 มหัศจรรย์@อุบลราชธานี” โดยมีพิศทยา ไชยสงคราม,กัลยา ลักษณะงาม, ธนภร พูลเพิ่ม และ มงคล จุลทัศน์ ร่วมด้วย..ll ชาว วตท.14 นัดกันกว่า 30 คน มาสังสรรค์แลกของขวัญส่งท้ายปีกัน งานนี้ สาลินี วังตาล,ชนัญญารักษ์ เพ็ชรรัตน์, ประสงค์ พูนธเนศ,วิลาสินี พุทธิการันต์,ศิริวรรณ พานิชตระกูล,พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์,พ.อ.เรืองทรัพย์ โฆวินทะ, นิพนธ์ ใจสำราญ,นุชนารถ ปัณฑวังกูร,รสริน เธียรนุกุล,ปริศนา ประหารข้าศึก, พ.อ.ดร.นที ศกุลรัตน์,ดร.เสรี นนทสูติ ไม่พลาด..

ll ดร.ศนพล ตุลยะเสถียร ต้อนรับชาวคณะหลักสูตร Net Zero CEO#1 ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน พร้อมบรรยายให้เรื่อง Thailand Sustainability Investment ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ..

ll เพื่อนๆ ชาว วบส.2 ร่วมยินดีกับ จตุรงค์ วรวิทย์สุรวัฒนา ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บมจ.ปตท. ..

ll สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย(AMF)ได้แต่งตั้งทีมบริหารชุดใหม่ ประจำปี พ.ศ.2567-2569 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีผู้แทนจาก 18 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ อุปนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT)ได้รับการคัดเลือกเป็น รองประธานคนที่สองของ AMF การแต่งตั้งครั้งนี้ได้เน้นถึงบทบาทสำคัญของ MAT ในการยกระดับความเป็นเลิศด้านการตลาดและความเป็นผู้นำทางความคิดในภูมิภาค..

ll ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาสกรรมการมูลนิธินักเรียนเก่าญี่ปุ่นร่วมกับ ดร.สำราญชูดวงเงิน,รศ.เสริมสุข เธียรสุนทร, ผศ.ดร.ธนียา เจติยานุกรกุล,วิรัช บรรจงรักษ์ สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์ ชมรมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นกกไซ และชมรมมัคคุเทศก์นักเรียนเก่าญี่ปุ่นไปร่วมมอบอุปกรณ์ทางการศึกษาและทุนสนับสนุนแก่ รร.วัดบ้านม้า จ.ลำพูน ปิดท้ายด้วยการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างทีมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นกับคณาจารย์และชาวบ้าน…

ll สินชัย ลือสุขประเสริฐ พาคุณแม่ละมูล และครอบครัวไปเที่ยวทริปเมลเบิร์น แล้วถือโอกาสพาลูกสาวไปดูมหาวิทยาลัยด้วยเลย..

ll ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ แจ้ง บจ.อีเอสอาร์ไอ(ประเทศไทย)ใช้เทคโนโลยี“จีไอเอส”ผนวก“เอไอ”รุกแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ป้องกันภัยพิบัติ หนุนองค์กรวางแผน บริหารทรัพยากรมีประสิทธิภาพ ทั้งพัฒนาสมาร์ทซิตี้ จัดการภัยพิบัติ พัฒนาพลังงานหมุนเวียน ช่วยผลักดันธุรกิจทั้งรัฐ-เอกชนเติบโตยั่งยืน..

ll ภาคย์ บุญยุบล วันเกิดปีนี้เย็นฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่นที่บ้าน ซึ่งมีคนวันเกิดเดือนนี้ 3 คน..

ll อนุโมทนาบุญกับ สมหวัง เตชะอินทราวงศ์ ไปบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ให้ รพ.อุทัยธานี โดยมี พญ.ชนิญญาพัฒนศักดิ์ภิญโญ รับมอบ..ll

น้องใหม่

เปิดประตูสู่ปีมะเส็ง

https://www.naewna.com/lady/849484

เปิดประตูสู่ปีมะเส็ง

เปิดประตูสู่ปีมะเส็ง

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปีผู้บริหารคนเก่งอย่าง กนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมสำหรับลูกค้าคนสำคัญของกรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง อย่างไม่หยุดหย่อนทั้งกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุน รวมไปถึงไลฟ์สไตล์สุดพิเศษ ล่าสุดจัดกิจกรรม เปิดประตูสู่ปีมะเส็ง : สร้างเสริมพลังชีวิตด้วยฮวงจุ้ยเพื่อเตรียมต้อนรับปีศักราชใหม่ ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ ดูแลดี…จัดเต็มตลอดทั้งปีแบบนี้ ลูกค้าไม่หนีไปไหนแน่นอน

UFM ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทย มอบผลิตภัณฑ์สนับสนุนโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพ

https://www.naewna.com/lady/849482

UFM ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทย  มอบผลิตภัณฑ์สนับสนุนโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพ

UFM ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทย มอบผลิตภัณฑ์สนับสนุนโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพ

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

UFM อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 60 ปีมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อผู้บริโภคแล้วยังมีปณิธานที่จะจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนในสังคมมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี

วันทนา ทองไทย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ UFM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแป้งสาลีรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ช้าลง ภาวะเงินเฟ้อ และหนี้สินของครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนและธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน เพื่อช่วยส่งเสริมอาชีพและสนับสนุนการเรียนรู้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครทั้ง 10 แห่ง สังกัดสำนักพัฒนาสังคม มอบผลิตภัณฑ์แป้งสาลีทุกชนิดรวมกว่า 1,400 ถุง โดย เจอรัส วนศานติ ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด เพื่อใช้ในการฝึกสอนวิชาทำอาหารและขนม และพร้อมให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในทุกเดือน เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพให้ยั่งยืน

ทั้งนี้ ทางยูเอฟเอ็มยังมีส่วนร่วมในการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยการถ่ายทอดวิชาความรู้จากโรงเรียนสอนทำขนมอบและอาหารยูเอฟเอ็มที่ผ่านมาได้จัดโครงการฝึกอาชีพการทำขนมอบเบเกอรี่ พัฒนาอาชีพแก่ผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อให้สามารถกลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพโดยสอนการทำขนมปังธัญพืชเพื่อสุขภาพ และคุกกี้ไอศกรีม นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเยี่ยมชมโรงเรียนสอนทำขนมอบและอาหารยูเอฟเอ็ม เพื่อศึกษาเรื่องเมล็ดข้าวสาลี และเรียนรู้พัฒนาทักษะด้านการทำเบเกอรี่อีกด้วย

รวมทั้งได้จัดโครงการ “ยูเอฟเอ็ม สร้างงาน สร้างอาชีพ” ฝึกอบรมสูตรอาหารสร้างรายได้พัฒนาอาชีพเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน ที่โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ จังหวัดระยอง หวังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในสังคมเชื่อว่าการสนับสนุนที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพราะเมื่อประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง คุณภาพชีวิตก็จะดีด้วยเช่นกัน

ข้อควรรู้!! เครื่องสำอางหมดอายุหลังเปิดใช้

https://www.naewna.com/lady/849491

ข้อควรรู้!! เครื่องสำอางหมดอายุหลังเปิดใช้

ข้อควรรู้!! เครื่องสำอางหมดอายุหลังเปิดใช้

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 05.30 น.

สาวๆ อาจจะเคยคิดว่าเครื่องสำอางทั้งหลายบนโต๊ะเครื่องแป้งนั้นมีอายุการใช้งานได้ประมาณ 2-3 ปี แต่รู้หรือไม่ว่าเรากำลังเข้าใจผิดกันอยู่ ส่วนจะเข้าใจผิดอย่างไรนั้น ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก มีความรู้ดีๆ มาบอกกัน

เครื่องสำอางมักระบุวันหมดอายุ นับเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ผลิตไปอีกประมาณ 2-3 ปี แต่นั่นเป็นการนับเวลาในลักษณะที่เครื่องสำอางนั้นยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งาน เมื่อเราแกะห่อเครื่องสำอาง และนำออกมาใช้จริงแล้วนั้น เครื่องสำอางจะสัมผัสกับอากาศ รับแบคทีเรียเข้าไป ทำให้เสื่อมคุณภาพ อายุการใช้งานก็จะลดน้อยลง เครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานที่ไม่เท่ากันเรามาดูกันดีกว่าว่าเครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานเท่าไหร่กันบ้างนับจากการใช้ครั้งแรก

มาสคาร่า มีอายุใช้งานประมาณ 3-6 เดือน หลังเปิดใช้ครั้งแรก, อายแชโดว์ มีอายุใช้งานระมาณ 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก,อายไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบตา ในกรณีที่มีการเหลาใช้เป็นประจำ มีอายุใช้งานประมาณ 2 ปี, ลิปสติก มีอายุใช้งานประมาณ 2-3 ปีหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, ลิปไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบปาก หมดอายุประมาณ 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, รองพื้น ถ้าเป็นแบบผสมน้ำใช้ได้ 1 ปี แบบผสมน้ำมัน ใช้ได้ประมาณ 1.5 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, แป้งฝุ่นหรือแป้งบรัชออนสีต่างๆ ที่ใช้ทาแก้ม-หน้าจะหมดอายุภายใน 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก, ยาทาเล็บ ปกติจะหมดอายุภายใน 1 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ระหว่างนั้นถ้าไม่ค่อยได้ใช้ก็ควรเขย่าขวดบ่อยๆ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน, น้ำหอม ถ้ายังไม่เปิดใช้ และเก็บให้ห่างจากแสงสว่างและความร้อน จะมีอายุใช้งานนานประมาณ 3 ปี แต่ถ้าเริ่มเปิดใช้แล้วจะอยู่ได้ประมาณ 1.5 ปี, ครีมบำรุงผิว จะอยู่ได้ราว 1 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

อายุการใช้งานเหล่านี้เป็นการประเมินจากการใช้เครื่องสำอางทั่วๆ ไป เวลาเราเปิดเครื่องสำอางแต่ละชิ้นก็ควรจดวันที่เอาไว้ เพื่อเตือนว่าเครื่องสำอางชนิดนั้นๆ จะหมดอายุ
เมื่อไหร่ เพราะการใช้เครื่องสำอางที่หมดอายุ อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ หรืออาการอักเสบของผิวหนังได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และลักษณะของการเสื่อมสภาพของเครื่องสำอางแต่ละชนิด

เคล็ดลับดีๆ ในการยืดอายุของเครื่องสำอางให้สามารถใช้งานได้นานขึ้นก็คือการเก็บไว้ในตู้เย็น หรือที่ๆ มีอุณหภูมิต่ำรวมทั้งเรื่องของการรักษาความสะอาดซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะนอกจากเครื่องสำอางจะใช้ได้นานแล้วยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิวบนใบหน้าอีกด้วย

Life & Health : ชวนไปไหว้พระรับปีใหม่ที่วัดเซนโคจิ..แสงแห่งศรัทธาในเมืองนากาโน่ ญี่ปุ่น

https://www.naewna.com/lady/849490

Life & Health : ชวนไปไหว้พระรับปีใหม่ที่วัดเซนโคจิ..แสงแห่งศรัทธาในเมืองนากาโน่ ญี่ปุ่น

Life & Health : ชวนไปไหว้พระรับปีใหม่ที่วัดเซนโคจิ..แสงแห่งศรัทธาในเมืองนากาโน่ ญี่ปุ่น

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 05.00 น.

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของปี 2568 การท่องเที่ยวไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อไหว้พระและศาลเจ้าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นวิธีที่ดีในการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสงบและมงคล โปรแกรมที่เป็นที่นิยมของคนไทย ณ มหานครโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นก็น่าจะเป็น วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) หรือ วัดอาซากุสะ นับเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม คุณสามารถเริ่มต้นการเที่ยวของคุณด้วยการไหว้พระขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและโชคดีตลอดปี ต่อด้วย ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตขนาดใหญ่ ที่สำคัญในโตเกียว สร้างขึ้นเพื่อเพื่ออุทิศถวายแด่ สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเก็น ที่นี่สามารถสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติที่เงียบสงบและขอพรให้ชีวิตมีความสุขสมหวัง

เมืองเกียวโต ก็เป็นอีกเมืองที่คนไทยนิยมไปเที่ยว ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซซึ่งอยู่บนเกาะฮนชู เกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ก็มี วัดคินคะคุจิ
(Kinkaku-ji) 
หรือ วัดทองคำ เป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยอาคารที่ปิดทองคำตั้งอยู่กลางน้ำ เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไหว้พระและถ่ายรูป รวมทั้ง วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu-dera) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขา มีระเบียงไม้ที่สามารถชมวิวของเมืองเกียวโตได้อย่างงดงาม ที่นี่คุณสามารถขอพรให้มีความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต

ส่วนเมืองนารา เป็นเมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ โดยอยู่ห่างจากเมืองเกียวโตไปทางทิศใต้ประมาณ 40 กม. และห่างจากนครโอซาก้าไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 กม. ที่เมืองนารา จะมี วัดโทไดจิ (Todai-ji) เป็นวัดพุทธที่มีพระพุทธรูปไดบุตสึขนาดใหญ่ เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา คุณสามารถไหว้พระขอพรเพื่อความสงบและการเจริญรุ่งเรือง รวมทั้ง วัดคาซูกะ (Kasuga Taisha) เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงในเมืองนารา มีโคมไฟนับพันดวงที่สร้างบรรยากาศที่งดงามและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการไหว้พระและขอพร ส่วนใครที่ไป นครโอซาก้า ก็ต้องไปไหว้ที่ วัดชิเทนโนจิ (Shitenno-ji) เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ในญี่ปุ่น ที่นี่คุณสามารถไหว้พระขอพรให้มีความสุขและความเจริญรุ่งเรือง

นากาโน่…หลังคาแห่งญี่ปุ่น

สำหรับการท่องเที่ยวไหว้พระรับปีใหม่ 2568 ที่จังหวัด นากาโน่ (Nagano) ตั้งอยู่ในภูมิภาคชูบุของญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนรักการผจญภัย ผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือเพียงแค่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศเงียบสงบ

เมืองนากาโน่เป็นที่รู้จักในฐานะ “หลังคาแห่งญี่ปุ่น” เนื่องจากมีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ รวมถึงภูเขาแอลป์ญี่ปุ่น ที่เป็นที่นิยมในหมู่นักปีนเขาและนักสกี ในฤดูหนาว คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดที่รีสอร์ทชั้นนำ เช่น โนริคุระ และ ฮาคุบะ ซึ่งเคยเป็นสถานที่จัดโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1998 สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน นากาโน่ มีแหล่งออนเซ็น (Onsen) หรือบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น โนโซวะ ออนเซ็น (Nozawa Onsen) ที่มีบรรยากาศเงียบสงบและธรรมชาติที่งดงาม การแช่ออนเซ็นไม่เพียงแต่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แต่ยังเป็นการสัมผัสวัฒนธรรมการผ่อนคลายแบบญี่ปุ่น นอกจากนี้ นากาโน่ ยังมีอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น โซบะ (Soba) ที่ทำจากบัควีท และ อุเมะโบชิ (Umeboshi) หรือบ๊วยดอง นอกจากนี้ยังสามารถลองสาเกญี่ปุ่นที่ผลิตในท้องถิ่นซึ่งมีรสชาติที่หลากหลายและนุ่มนวล

เมืองนากาโน่ยังมีวัดและศาลเจ้าที่มีความสำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ วัดเซนโคจิ (Zenko-ji Temple) เป็นหนึ่งในวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการขอพรในเรื่องต่างๆ ผู้คนมักจะมาไหว้พระเพื่อขอพรในช่วงปีใหม่ นอกจากนี้ยังมี ศาลเจ้าซุวะ (Suwa Taisha) ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโตที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี ศาลเจ้าชิกะ (Shiga Shrine) ตั้งอยู่ใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติโจชิเน็ตสุ-โคเก็น ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม ศาลเจ้านี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเพื่อขอพรเรื่องความปลอดภัยและการเดินทาง

เมืองนากาโน่ เป็นเมืองที่พัฒนาขึ้นโดยมีวัดเซนโคจิเป็นศูนย์กลาง แม้ในปัจจุบันความเจริญรุ่งเรืองที่แผ่ขยายออกมาจากวัดก็ยังหลงเหลือให้เห็นจากบรรยากาศคึกคักรื่นรมย์บนถนนหน้าวัด ที่ตลอดสายเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและขนมอร่อย ร้านของฝากของที่ระลึกมากมาย มีร้านขายสินค้าท้องถิ่น รวมถึงคาเฟ่เก๋ๆให้นั่งเล่นเย็นใจ นอกจากนี้บริเวณถนนหน้าวัดยังเป็นสถานที่จัดเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น งานทศกาลโคมไฟ (นากาโน่โทเมียวมัตสึริ) งานเทศกาลดอกไม้ (ฮานะไคโร) และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้วัดเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางวัฒนธรรม

วัดเซนโคจิ..แสงแห่งศรัทธาในเมืองนากาโน่

ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในวัฒนธรรม ศาสนาและความเก่าแก่ต้องมาที่ วัดเซนโคจิ (Zenko-ji Temple) ข้อมูลจาก เว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยวประจำจังหวัดนากาโน่ประเทศญี่ปุ่นโดยสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนากาโน่ แสดงว่าวัดเซนโคจิ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของนากาโน่ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ศาสนาพุทธในประเทศญี่ปุ่น ในฐานะที่ เป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 7 (หรือประมาณ 1,400 ปีก่อน) และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์แรกที่เข้ามาในประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกนำเข้ามาจากอินเดีย เนื่องจากเป็นวัดที่ไม่แบ่งแยกชนชั้น นิกายและไม่จำกัดความศรัทธาของสตรีในพุทธศาสนา วัดเซนโคจิจึงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดสาธุชนผู้เลื่อมใสจากทั่วสารทิศในประเทศญี่ปุ่น จนมีคำกล่าวโบราณของญี่ปุ่นที่ว่า “เป็นวัดที่ต้องไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต”

วัดเซนโคจิมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีพระอมิตาพุทธสามพระองค์เป็นพระประธานของวัด เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์แรกที่เข้ามาในประเทศญี่ปุ่นและน่าจะเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยพระพุทธรูปของจริงนั้นจะเปิดให้ชมทุกๆ 6 ปี ในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งในรอบถัดไปที่จะเปิดเป็นปี ค.ศ.2027

นอกจากวัดเซนโคจิจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแล้ว วัดเซนโคจิ ยังมีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่นด้วย เนื่องจากในปี ค.ศ.1937 ประเทศไทยได้มอบพระพุทธรูปปางมารวิชัยให้แก่ประเทศญี่ปุ่นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทยญี่ปุ่น โดยได้นำมาประดิษฐาน ณ วัดเซนโคจิแห่งนี้ และได้กลายมาเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของคนไทยในนากาโน่มาจนถึงปัจจุบัน

พระอารามหลักของวัดเซนโคจิได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในช่วงกลางสมัยเอโดะ เป็นอารามไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตะวันออก ภายในตกแต่งประณีตงดงาม เคร่งขรึมแต่โอ่อ่าน่าเลื่อมใส ลึกเข้าไปด้านในบนกรอบวงกบด้านบนมีรูปพระผู้มารับวิญญาณ 25 องค์ และแท่นบูชาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธานที่สวยงามตระการตา เมื่อสักการะพระพุทธรูปจนอิ่มเอมใจกันแล้ว ขอแนะนำให้ท่านเดินลงไปชั้นใต้อาคารหลักเพื่อนำไปสู่เส้นทางที่มืดมาก (มืดยิ่งกว่าหลับตา) เวลาเดินต้องใช้มือคลำไปตามผนัง ระหว่างทางจะมีสลักประตู ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “กุญแจสู่สวรรค์” (key to paradise) หากคลำพบกุญแจนี้ ว่ากันว่าจะสามารถไปสู่สวรรค์ได้

ทางเดินจะสิ้นสุดลงทางอีกฝั่งหนึ่งของห้องโถง ทางฝั่งเหนือของโถงกลางมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของวัดเซนโคจิ จัดแสดงพระพุทธรูปและเอะมะเก่าแก่หลายชิ้น รวมถึงรูปสลักของ100 สาวกราคัง (Rakan)

ส่วนบริเวณรอบๆ พระอารามหลัก จะมีสวนหย่อม รอบๆ รวมทั้งเจดีย์จูเรอิเด็น (Chureiden)หอระฆังโชโร (Shoro) พระจิโซหินทั้งหก (Roku-Jizo) เป็นต้น โดยหอพระอารามหลักนี้ได้รับการจดทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ และมีสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญถูกเก็บรักษาอยู่มากมาย เช่น ประตูซันมง หอพระคัมภีร์ ประตูนีโอมอน เป็นต้น

บริเวณลานด้านหน้าพระอารามหลัก จะมีร้านขายเครื่องรางของวัดหรือที่เรียกว่า โอมาโมริ ซึ่งมีหลากหลายตามความจำเป็นของผู้ซื้อ เช่น เครื่องรางเพื่อป้องกันอันตรายในการเดินทาง เครื่องรางเพื่อให้สอบผ่าน เครื่องรางให้สมหวังในความรัก หรือเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง นักท่องเที่ยวไทยนิยมซื้อหาเป็นของฝากให้แก่ญาติมิตรทางบ้าน

นอกจากนี้ ประตูซัมมง (Sanmon ) หรือประตูทางเข้าออกหลักของวัด ก็ถือเป็นอีกอาคารที่สำคัญของวัดเซนโคจิ ด้านบนนั้นจะมีพระพุทธรูปไม้สลักอยู่ 5 องค์ ปกติจะไม่เปิดให้ขึ้นไปชมนอกจากถึงพิธีกรรมเซนโคจิ โกไคโจ

ถ้าจะมาไหว้พระทำบุญ ณ วัดเซนโคจิ ขอแนะนำให้มาในตอนเช้าช่วงเวลา 06.00 น. เพราะช่วงนี้ ทางวัดจะมีพิธีที่ปฎิบัติมาตลอด 1,400 ปีคือ การทำวัตรเช้า ที่เป็นพิธีที่ปฏิบัติมาตลอดทั้งวัดฝั่งผู้ชายคือ วัด Zenkoji Daikanji และวัดฝั่งผู้หญิง Zenkoji Daihongan โดยวัดฝั่งผู้หญิง (Zenkoji Daihogan) จะมีภิกษุณี เจ้าอาวาสซึ่งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนี้ได้จะเป็นผู้ที่ต้องสืบเชื้อสายมาจากพระราชวงศ์เท่านั้น ภายในวัดมีเครื่องรางที่ใช้มือกำได้แน่น เรียกว่า “พระกษิดิครรภ์โพธิสัตว์ที่กำได้” ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ด้วย ส่วนทางวัดฝั่งผู้ชาย (Zenkoji Daikaiji) จะมีพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์น่าเลื่อมใส คือ การใช้ไฟเผาแผ่นป้ายไม้คำอธิษฐาน ที่ประชาชนทุกคนได้ขอพรไว้ด้วย

พิธีเซนโคจิโกไคโจ..พิธีฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทุก 6 ปี

พระประธานหลักซึ่งประดิษฐานในวัดเซนโคจินั้นว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปองค์แรกในประเทศญี่ปุ่น มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ อย่างไรก็ตาม พระประธานหลักองค์นี้ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นพระพุทธรูปลับอย่างเด็ดขาด (เซตไตฮิบุสึ) ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนนานเป็นพันปี ภายหลังจึงมีการสร้างพระพุทธรูปองค์จำลองที่เหมือนองค์จริงทุกอย่างเรียกว่า “มาเอดะจิ ฮงซอน” (Maedachi Honzon) ขึ้นเพื่อให้สาธารณชนได้สักการบูชาในพิธีใหญ่ที่จัดขึ้นทุกๆ 6 ปี (หรือ 7 ตามการคำนวณเวลาแบบญี่ปุ่น) คืองานพิธี “เซนโคจิ โกไคโจ” โดยในช่วงเวลาประมาณ 2 เดือน ประมาณเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม งานพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้จะมีผู้คนหลั่งไหลมาวัดเซนโคจิมากกว่า 7 ล้านคนเลย ซึ่งครั้งต่อไปกำหนดจัดในปี ค.ศ.2027 (พ.ศ.2570)

การท่องเที่ยวไหว้พระรับปีใหม่ที่เมืองนากาโน่เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการเริ่มต้นปี 2568 ด้วยความมงคลและความสงบสุข นอกจากการไหว้พระแล้ว นากาโน่ยังมีธรรมชาติที่งดงามและสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ทำให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่น่าจดจำ

สธ.-สสส.จัดมหกรรม ‘LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย’ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/849479

สธ.-สสส.จัดมหกรรม 'LONG LIFE...THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย' เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมพรรษา 6 รอบ  28 กรกฎาคม 2567

สธ.-สสส.จัดมหกรรม ‘LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย’ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.43 น.

กระทรวงสาธารณสุข ผนึกกำลัง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ กระทรวงสาธารณสุข มีผู้ร่วมงาน ทั่วประเทศจำนวนกว่า 10 หมื่นคน (100,000 คน)

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการน้อมนำพระราชกรณียกิจ ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการดูแลพระวรกาย และส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกาย และเล่นกีฬา กระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนมีความตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกายดี ตามนโยบายคนไทยห่างไกลไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเลือกออกกำลังกายที่มีความหลากหลายเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เช่น วิ่ง วิ่งเหยาะๆ เดินเร็ว ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก สัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที รวม 150 นาทีต่อสัปดาห์ รวมทั้ง การมีโภชนาการดี เริ่มต้นที่การนับคาร์บ นับคาร์บได้ กินคาร์บเป็น กระทรวงสาธารณสุขเรียกว่า “คนกินคาร์บ” ซึ่งขณะนี้ ประทำไทยมี อสม. และประชาชน นับคาร์บเป็นแล้ว จำนวนกว่า 7 ล้านคน

สำหรับมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในครั้งนี้ จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 22.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วย นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย และนายแพทย์ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ การบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงไทยเดิม การแสดงรำถวายพระพร ชุดพระเกียรติก้องฟ้า รามวตาร พิธีเฉลิมพระเกียรติฯ และพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และเทศกาลดนตรีจากศิลปิน และดีเจชั้นนำของประเทศ โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมมหกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ติดตามข่าวสารและข้อมูลของกิจกรรมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/kaotajai

-(016)

ถอดรหัสทำธุรกิจด้วยหัวใจ อ็อกซิเจน เรสซิเด้นส์ จาก ‘GRAND HILLS สู่ OXY GREEN’ พัฒนาอสังหาแบบรักษ์โลก

https://www.naewna.com/lady/849477

ถอดรหัสทำธุรกิจด้วยหัวใจ อ็อกซิเจน เรสซิเด้นส์ จาก 'GRAND HILLS สู่ OXY GREEN'  พัฒนาอสังหาแบบรักษ์โลก

ถอดรหัสทำธุรกิจด้วยหัวใจ อ็อกซิเจน เรสซิเด้นส์ จาก ‘GRAND HILLS สู่ OXY GREEN’ พัฒนาอสังหาแบบรักษ์โลก

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.36 น.

ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 และแนวโน้มปีหน้าธุรกิจอสังหาริมริมทรัพย์ในจังหวัด ท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังคงเป็นจุดขายยังคงได้รับการตอบรับอย่างมากจากลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ คาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญว่า กระแสความนิยมนี้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องถึงปี 2568 ซี่งถ้าโฟกัสภายใต้กระแสความนิยมนี้ “เขาใหญ่” จ.นครราชสีมา ถือเป็นทำเลทองที่มีความโดดเด่นด้านใกล้ชิดธรรมชาติ มีหลายปัจจัย ทั้งอากาศดี สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม และการเดินทางใกล้กรุงเทพฯ รวมถึงโครงการใหม่ ๆ ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนและลูกค้าที่ต้องการบ้านพักตากอากาศไว้เป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว

มณฑาทิพย์ จุนหวิทยะ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท อ็อกซิเจน เรสซิเด้นส์ จำกัด (Oxygen Residence Co., Ltd.) กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการ Oxygen Residence Grand Hills ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนและลูกค้าว่า “คอนเซปต์ของบริษัทฯ อย่างโครงการที่แล้ว แกรนด์ ฮิลล์ เราวางคาแรคเตอร์ไว้เป็นแบบลักซูรี่สไตล์ บ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่ เปิดตัวไปปีที่แล้วก็ได้ผลตอบรับดี ย้อนกลับไปโครงการก่อนหน้านี้ของเราค่อนข้าง Sold Out เร็วมาก เพราะเราเข้าใจกลุ่มลูกค้าว่าต้องการอะไร ส่วนโครงการใหม่ของเราว่าชื่อ OXY KHAOYAI POOL & GREEN คอนเซปต์อาจแตกต่างกับแกรนด์ฮิลล์ คือ อยากให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงธรรมชาติ อากาศที่ดี เพราะสร้างบ้านพักตากอากาศให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ อยากให้คนที่มาซื้อบ้านได้ซึมซับสิ่งแวดล้อม เพราะเราเห็นพื้นที่ตรงนี้ตลอดเวลา พอเรา pre-sale ก็ขายหมดแล้วก่อนสร้างเสร็จ”

ถอดรหัสความสำเร็จ พัฒนา เรียนรู้ ทำธุรกิจด้วยหัวใจ

มณฑาทิพย์ ผู้บริหารหญิงคนเก่ง กล่าวต่ออีกว่า “Oxy Green ถือเป็น Segment ที่หลายคน มองหาทั้งเรื่องราคา และขนาดของบ้าน เพราะปัจจุบันลูกค้าหรือนักลงทุนตอบรับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีหลายโครงการที่ราคาใกล้เคียงกับของเรา เราจะทำยังไงให้แตกต่าง ดึงดูดลูกค้าไม่ได้มองที่บ้านสวยอย่างเดียว แต่มองโดยรวมถึงปัจจัยรอบตัวด้วย อีกอย่างที่สำคัญคือ เราคลุกคลีกับชุมชนที่นี่ด้วย วิสัยทัศน์ของบริษัทเรา คือ นอกจากพัฒนาที่ดินแล้ว ก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนหลายภาคส่วน เช่นการปลูกผัก เลือกต้นไม้ เลือกวัสดุให้เข้ากับเอกลักษณ์ของที่นี่ พยายามพัฒนาโครงการให้ชุมชนที่นี่ ได้มีงานทำด้วย มีอาชีพสร้างรายได้ที่ต่อยอดครัวเรือนได้ต่อไป ตามความความตั้งใจของ การทำงานหลัก ๆ คือเป็นกำลังใจให้ SME หรือผู้ประกอบการรายเล็กที่เขารู้สึกว่าไม่ใช่เจ้าใหญ่มาตลอด ถ้าเราลงลึกกับ Product มากพอ เราก็สามารถใช้ในทางของเราได้ค่ะ”

เพราะทุกโครงการของเรา ไม่ใช่แค่บ้านพักตากอากาศ

การเข้าใจหัวอกของลูกค้าถือเป็นสิ่งที่สำคัญ รองลงมาคือเข้าใจพื้นที่ว่าควรสร้างบ้านแบบไหน เรื่องของดีไซน์ ทำเลที่ตั้ง ลูกค้ารู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับ ทีมเวิร์คที่ดีใช้ใจในการทำงาน ทุกโครงการเปิดมาคือขายหมด เพราะเป็น One Stop Service ครบจบทุกเรื่อง ใส่ใจกับองค์ประกอบทุกปัจจัย ไม่ใช่ซื้อบ้านแล้วก็จบ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารตอกย้ำเสมอว่าได้บ้านที่ดี เซอร์วิสที่ดี อินทีเรียที่ดี ไม่ใช่ได้แค่บ้าน แต่เหมือนได้โรงแรมสุดหรูไปอยู่อาศัย ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ตรงตามเป้าที่วาง

ความเหมือนบนความต่างของ 2 โครงการ จาก GRAND HILLS สู่ OXY GREEN

Oxygen Green Hills Residence มีความลักซูรี่ โมเดิร์นครบถ้วน กลุ่มคนมีกำลังซื้อ 20 OXY KHAOYAI POOL & GREEN คนรุ่นใหม่ ใกล้ชิดธรรมชาติ สะดวกสบาย บนความต่างก็มีความเหมือนมุมมองของธุรกิจอสังหาฯ ตามแบบของอ็อกซิเจน เรสซิเด้นส์ คือ ทำเลทองของเมืองท่องเที่ยว หรือทุกพื้นที่ที่ทำโครงการบริษัทฯ ให้ความสนใจกับบริบทของผู้คนในพื้นที่เป็นสำคัญรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาที่ดินไปด้วยนั่น คือหัวใจสำคัญของอ็อกซิเจน เรสซิเด้นส์

นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ กับ OXY KHAOYAI POOL & GREEN

OXY KHAOYAI POOL & GREEN โครงการนี้เน้นการสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดในส่วนของคาร์บอน มีการแยกขยะ มีการใช้โซลาร์เซลล์เข้ามา เสริมด้วยปลูกผักออแกนิกส์ เพื่อให้เข้าใจวงจรของธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นคอนเซปต์หลักของ Oxy ทำให้โครงการมีความน่าอยู่มากขึ้น ใกล้ชิดธรรมชาติ

เปิดตัวครั้งแรก Pre-Sales เดือนครึ่ง และขายหมดแล้ว เป็นการนำร่องให้ส่งเสริมกับธรรมชาติ เติมเรื่องความรักษ์โลกเข้ามาให้เป็นพื้นที่ของเขาใหญ่ เพราะที่ดินที่เป็น Prime Locations ของเขาใหญ่

ตอนนี้โตขึ้น 400% ตอนนี้ราคาขึ้น พยายามที่จะนำเสนอเรื่องของธรรมชาติมากขึ้น ปีหน้ามี แพลนหลัก ๆ ก็ยังอยู่ที่เขาใหญ่มีประมาณ 3 โครงการเน้นเรื่องของ Green อาจจะมีไปตามจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ใส่ใจเรื่องของบ้านพักตากอากาศ

แผนการตลาด ดึงดูดนักลงทุนไทย และต่างชาติ

แผนการตลาดที่จับตามองของเครืออ็อกซิเจน กรุ๊ป คือ ปี 2568 มีแผนที่จะพัฒนาโปรเจคใหม่ รวมถึงมีแผนที่จะทำโรงแรมอีกด้วย ถ้ามองถึงแนวโน้มเศรษฐกิจปีหน้าเขาใหญ่ค่อนข้างสวนกระแสกับ กทม. ตั้งแต่หลังโควิดอสังหาที่นี่ราคาพุ่ง ผู้ประกอบการหน้าใหม่ค่อนข้างเติบโต เพราะลูกค้าไม่ได้มองมีแบรนด์เท่าไหร่ แต่มองที่ความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้นหลาย ๆ พื้นที่ที่ไม่ไกลจาก กทม. มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด

เข้าถึงหัวใจของลูกค้า สร้างความแตกต่างของแบรนด์

กลยุทธ์ที่สำคัญคือต้องเข้าถึงลูกค้าว่าต้องการอะไร อีกปัจจัยที่สำคัญคือการสร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่น สัมผัสเชิงลึกกับลูกค้า ใครเข้าถึงได้มากกว่า ถือว่าเป็นโจทย์ที่ทำให้ชนะใจลูกค้าได้ นอกจากนั้น องค์ประกอบทั้งทำเล ดีไซน์ เซอร์วิสก็จะมีผลหมด ยุคนี้โลกโซเชียลมีผล เพราะลูกค้าตัดสินเลือกซื้อมาจากที่บ้านแล้ว ถึงอย่างไรอ็อกซิเจน เรสซิเด้นส์ ยังคงพัฒนาไม่หยุดยั้ง ภายใต้หัวใจหลักของการบริหารธุรกิจ คือ ต้องเข้าถึงหัวใจของลูกค้าให้มากที่สุด อ็อกซิเจน เรสซิเด้นส์ มองว่าทุกธุรกิจมีความท้าทาย สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีหน้าก็จะมีความท้าทายใหม่ ๆ มาเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เติบโตต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหน ก็ยังมีหนทาง พัฒนาและเรียนรู้ควบคู่กันไป ทำงานด้วยหัวใจที่มีความสุข

-(016)

VIPA By Thai PBS จัดเทศกาลรวมพลคนรักหนังสารคดี ‘VIPA Film Fest 2024’ ขนทัพภาพยนตร์สารคดีเด็ด 3 เรื่อง ให้ชมส่งท้ายปีกันฟรีๆ

https://www.naewna.com/lady/849442

VIPA By Thai PBS จัดเทศกาลรวมพลคนรักหนังสารคดี 'VIPA Film Fest 2024' ขนทัพภาพยนตร์สารคดีเด็ด 3 เรื่อง ให้ชมส่งท้ายปีกันฟรีๆ

VIPA By Thai PBS จัดเทศกาลรวมพลคนรักหนังสารคดี ‘VIPA Film Fest 2024’ ขนทัพภาพยนตร์สารคดีเด็ด 3 เรื่อง ให้ชมส่งท้ายปีกันฟรีๆ

วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.02 น.

VIPA By Thai PBS จัดเทศกาลรวมพลคนรักหนังสารคดีในงาน VIPA Film Fest 2024 เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์สารคดีได้ร่วมรับชมสารคดีคุณภาพ พร้อมเปิดวงเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญ 8 ท่านใน 2 หัวข้อ เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีและกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้ร่วมตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และสังคมปัจจุบัน ในวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2567 ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ ฮอลล์ 1 สยามสแควร์

VIPA แพลตฟอร์มของทุกคน ไทยพีบีเอสได้เริ่มพัฒนาแพลตฟอร์มและให้บริการแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า VIPA (Vision and Passion) วิดีโอสตรีมมิงแพลตฟอร์มตั้งแต่ปี 2562 โดยให้บริการเนื้อหาหลากหลาย ทั้งละครคุณภาพจาก ไทยพีบีเอส รายการวาไรตี้ ซีรีส์นานาชาติ รวมถึง VIPA Kids Mode ซึ่งปัจจุบันมีเนื้อหาให้เลือกชมมากกว่า 600 รายการ รวมถึงภาพยนตร์สารคดีทั้งของไทยและต่างประเทศ คิดเป็น 43% ของเนื้อหาทั้งหมดซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนเนื้อหาที่มากที่สุด และรับชมได้ฟรีแบบไม่มีโฆษณา โดย VIPA มีสมาชิกแล้วกว่า 175,000 บัญชี นอกจากจะคัดสรรคุณภาพเนื้อหาให้กับผู้ชมแล้ว VIPA ยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ด้อยโอกาสซึ่งรวมถึงผู้พิการทางการได้ยินและสื่อความหมาย ด้วยบริการ “Big Sign ภาษามือใหญ่เต็มจอ” ซึ่ง VIPA ถือว่าเป็น OTT แพลตฟอร์มแรกในประเทศไทยที่มีบริการเนื้อหาสำหรับกลุ่มผู้พิการทางการได้ยินอีกด้วย และในปัจจุบัน VIPA ได้ขยายช่องทางการรับชมเนื้อหาได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกแพลตฟอร์มยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น Website, Application, Smart TV และ Connected TV

นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า “กิจกรรม VIPA Film Fest 2024 ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ได้จัดกิจกรรมนี้เมื่อปี 2566 ร่วมกับ Documentary Club มีการจัดฉายภาพยนตร์ และร่วมเสวนาในประเด็น “สะท้อนความเหลื่อมล้ำ” โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเต็มทุกรอบ อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากกลุ่มนักศึกษาที่นำเอาสารคดี เช่น เรื่อง Push ซึ่งเป็นสารคดีตีแผ่วิกฤตที่อยู่อาศัย ไปเป็นสื่ออ้างอิงในการเรียนการสอนอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าประสงค์ของไทยพีบีเอสในการมุ่งให้ VIPA เป็น OTT แพลตฟอร์มของคนรุ่นใหม่ เพื่อนำเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ สร้างการตระหนักรู้ปัญหา และนำไปสู่การแก้ปัญหาสังคมได้ โดยในปีนี้ VIPA ได้จัดกิจกรรม “VIPA Film Fest 2024” ขึ้นอีกครั้ง เพื่อรวมพลคนรักหนังสารคดีและร่วมฟังเสวนาในประเด็นสะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตและสังคมในปัจจุบัน และเพื่อตอกย้ำว่า VIPA มีความพร้อมที่จะเป็นพื้นที่ในการนำเสนอเนื้อหาสาระ ความรู้ และบันเทิง อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์สารคดีของกลุ่มผู้ผลิตรุ่นใหม่ ผ่านภาพยนตร์สารคดีคุณภาพการันตีด้วยรางวัลระดับสากล ทั้ง 3 เรื่อง”

สำหรับ VIPA Film Fest 2024 ในครั้งนี้ ไฮไลต์ช่วงแรกเป็นการร่วมฟัง Speech Talk ในหัวข้อ “The Power of OTT Streaming Platforms พลังแห่งแพลตฟอร์มสตรีมมิงกับเทรนด์การบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไป” รวมถึงโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้สร้างเนื้อหา และเพื่อการพัฒนาในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ โดย คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ต่อด้วยการเปิดวงพูดคุยเสวนาพื้นที่เล็ก ๆ ให้กับผู้ผลิตรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมรับฟังแนวคิดการผลิตรายการและเทรนด์การผลิตสารคดีเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ในหัวข้อ “สารคดีไทยในวันที่ท้าทาย: เรื่องเล่าที่ต้องรอดในโลกที่แปรเปลี่ยน” กับ คุณธิดา ผลิตผลการพิมพ์, อ.ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ นักวิชาการ บอล – ทายาท เดชเสถียร และยอด – พิศาล แสงจันทร์ พร้อมเปิดตัวและร่วมรับชมรายการ “เรื่องบ้านบ้าน” สารคดีเรื่องใหม่จาก VIPA Original ช่วงที่สอง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังคนรุ่นใหม่ และการขับเคลื่อนสังคมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ในวงเสวนาประเด็น “Green Minds, Global Reach สร้างสื่ออย่างไร ? ให้ธรรมชาติกลับมาหายใจได้อีกครั้ง” กับ นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช คุณธีระฉัตร โพธิสิทธิ์ (ทอม) นักถ่ายภาพมืออาชีพระดับตำนานและศิลปินผู้เชื่อมโยงประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม คุณภัทราภรณ์ ศรีทองแท้ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี AFTER จาก Decode, Thai PBS และคุณอัด อวัช รัตนปิณฑะ ศิลปินผู้ก่อตั้ง Save Thailay โปรเจกต์เพื่อการอนุรักษ์ทะเลไทย

และอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษของงาน VIPA Film Fest 2024 ชวนแฟน ๆ ร่วมชมภาพยนตร์สารคดีคุณภาพการันตีด้วยรางวัลระดับสากล ทั้ง 3 เรื่องตลอดทั้งวัน พร้อมกันที่นี่ที่แรก โดยมีตารางการฉายภาพยนตร์ ดังต่อไปนี้

ตารางการฉายภาพยนตร์ VIPA Film Festival 2024

1. AFTER สารคดีโดย Decode Original Documentary Series (รอบเวลา 16.30 น.) เริ่มต้นจากเครื่องหมายคำถาม Our World Heritage in Danger? เป็นการนำเสนอเรื่องราวของมนุษย์ ผู้โดดเดี่ยวเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากตัวเขาเอง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของการเข้าสู่ภาวการณ์การสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อผืนดินคือสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงชีวิต พร้อมเฝ้าดูการเป็นผู้ล่าและผู้ถูกล่าของห่วงโซ่อาหาร ผ่านมุมมองชีวิต ความรักและความเชื่อ After โลกที่ไม่อาจหวนกลับคืน AFTER เป็นสารคดีที่ได้รับรางวัล The Winner of The Best Conversation Film 2024 จาก The Western International Film Festival 2024

2. Searching for Armani (รอบเวลา 18.00 น.)

ภาพยนตร์สารคดีที่รวบรวมจุดตัดระหว่างการสูญเสียส่วนบุคคล และวิกฤตทางนิเวศวิทยาอย่างเจ็บปวด โดยเผยให้เห็นว่าผลกระทบของโลกที่ร้อนขึ้นไม่เพียงส่งผลต่อสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชีวิตของผู้ที่ต้องพึ่งพามันด้วย Searching for Armani ได้รับรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม จาก Raindance Film Festival 2024

3. Patrice: The Movie (รอบเวลา 20.30 น.) สารคดีโรแมนติกคอมเมดี้ที่นำเสนอประเด็นความเท่าเทียมในการแต่งงานของคนพิการ ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายในสังคมปัจจุบัน Patrice: The Movie ได้รับรางวัลขวัญใจคนดู หรือ Audience Award จาก Camden International Film Festival 2024

“เชื่อมั่นว่า งาน VIPA Film Fest 2024 ครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับจากผู้ชมที่สนใจภาพยนตร์สารคดีเข้ามาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหวังว่าโครงการ “VIPA Documentary Pitching Project 2025” ในปีหน้าจะเป็นที่ตอบรับและมีนักศึกษาผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเสนอไอเดียเป็นจำนวนมากอีกด้วย” นางสาวกนกพร กล่าวทิ้งท้าย สำหรับผู้สนใจรับชมเนื้อหาภาพยนตร์สารคดีและรับชมคลิปงานช่วงเสวนา Talk & Panel Discussion งาน “VIPA Film Fest 2024” ได้ทาง http://www.VIPA.me, VIPA Application, Facebook @VIPAdotMe และ YouTube Channel @VIPAdotMe

-(016)