‘เนื้อไก่’ แหล่งโปรตีนคุณภาพดี ไม่ใช่สาเหตุของเด็กเป็นสาวก่อนวัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810125

‘เนื้อไก่’ แหล่งโปรตีนคุณภาพดี ไม่ใช่สาเหตุของเด็กเป็นสาวก่อนวัย

‘เนื้อไก่’ แหล่งโปรตีนคุณภาพดี ไม่ใช่สาเหตุของเด็กเป็นสาวก่อนวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.31 น.

ผู้เชี่ยวชาญ ม.มหิดล แนะเนื้อไก่แหล่งโปรตีนคุณภาพดี เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ราคาเข้าถึงง่าย ย้ำ เนื้อไก่ไม่ใช่สาเหตุของเด็กโตก่อนวัย ผู้บริโภคมั่นใจได้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทยไม่มีการใช้ฮอร์โมน

อ.สพ.ญ.พัชราภรณ์ ขำพิมพ์ อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เนื้อไก่ แหล่งโปรตีนที่ดี เป็นที่นิยมรับประทานกันมากที่สุด เพราะราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ หากเทียบในปริมาณที่เท่ากันและสามารถรับประทานได้ทุกชาติ ทุกศาสนาโดยไม่มีข้อห้าม เนื้อไก่ มีโปรตีนสูง เห็นได้ว่า นักกีฬา หรือคนที่ออกกำลังกายใช้เนื้อไก่เป็นแหล่งโปรตีนเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ และยังเหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะมีแคลอรีต่ำ รสชาติดีนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

อ.สพ.ญ.พัชราภรณ์ ย้ำว่า สำหรับความเชื่อของผู้ปกครองหลายๆ คนที่เข้าใจว่า เด็กๆ กินไก่เยอะจะทำให้เป็นสาวก่อนวัยนั้น เป็นความเชื่อที่ “ไม่ถูกต้อง” การที่เด็กเป็นสาวไวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ พันธุกรรม และการสร้างฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่นิยมบริโภคฟาสต์ฟู้ดมากขึ้น เพราะไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ที่นิยมบริโภคอาหารจำพวกของทอด และฟาสต์ฟู้ดแบบตะวันตก เป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กเกิดภาวะอ้วน จากการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง และเกิดการสะสมในร่างกาย

อ.สพ.ญ. พัชราภรณ์ ขำพิมพ์

เด็กที่มีภาวะอ้วนจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมนเพศได้เร็วขึ้นแต่ไม่สามารถกล่าวได้ว่าการกินไก่ทำให้เด็กโตไว เพราะไม่ใช่ไก่เท่านั้นที่กินแล้วจะทำให้เด็กอ้วน แต่เพราะไก่เป็นอาหารยอดนิยม โดยเฉพาะ ไก่ทอดเด็กๆ ชอบกิน จึงทำให้คนนึกถึงไก่ก่อนอาหารอื่นๆ ว่าเป็นสาเหตุของการโตไว โดยแพทย์จะแนะนำให้งดของทอดไก่ทอด อาหารไขมันสูงต่างๆ แต่หากงดเพียงไก่ทอดอย่างเดียว แต่ไม่งดฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ ก็ยังทำให้เด็กอ้วนได้

สำหรับเด็กที่กินอาหารทอดแล้วไม่เกิดภาวะอ้วนอาจเป็นเพราะพันธุกรรม แต่หากเด็กที่ไม่มีภาวะอ้วนแต่ยังเป็นสาวไวอยู่นั้น เพราะไม่ว่าเด็กอ้วนหรือเด็กผอม หากกินอาหารไขมันสูงไขมันที่สะสมในร่างกาย จะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะเป็นสาวเร็วได้ โดยสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลเรื่องโภชนาการของเด็ก เพื่อไม่ให้เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เด็กเป็นสาวก่อนวัย

อ.สพ.ญ.พัชราภรณ์ กล่าวย้ำว่า ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทย ไม่มีการใช้ฮอร์โมนในไก่แล้ว เนื่องจากฮอร์โมน Hexoestrol ที่ใช้ในสัตว์ปีก ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศเพิกถอนทะเบียนตำรับยาสำหรับสัตว์ไปตั้งแต่ปี 2529 นับถึงปัจจุบันรวมระยะเวลา 38 ปี แล้ว หากมีการลักลอบใช้ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและมีบทลงโทษ ดังนั้นจึงไม่เป็นความจริงสำหรับความเชื่อที่ว่าการเลี้ยงไก่ มีการฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตเพื่อให้ไก่โตไว และทำให้มีฮอร์โมนตกค้างอยู่ในเนื้อไก่ เมื่อเด็กบริโภคเนื้อไก่เข้าไป จะทำให้เด็กโตเป็นสาวเร็ว

อุตสาหกรรมสัตว์ปีกที่มีมาตรฐานไม่มีการใช้ฮอร์โมน เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ฮอร์โมนยังราคาสูงมาก ทำให้ผู้ประกอบการไม่เสี่ยงที่จะใช้และยังส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยง อีกทั้งอุตสาหกรรมเลี้ยงไก่ในโรงเรือนขนาดใหญ่ มีปริมาณไก่เป็นหมื่นเป็นแสนตัว การที่จะฉีดฮอร์โมนให้ทีละตัวนั้นทำไม่ได้อยู่แล้ว ฮอร์โมนในรูปแบบการฉีดจะต้องให้ทุกวัน ซึ่งไม่สามารถทำได้จริง

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทย ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลอย่างเข้มงวด การส่งออกติดอันดับโลก ซึ่งการที่ไก่ที่เลี้ยงแบบอุตสาหกรรมโตไว มาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น มีการคัดเลือกสายพันธุ์ไก่ที่โตเร็ว เลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดที่ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับธรรมชาติของไก่ มีระบบการป้องกันโรคที่ดี รวมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิตอาหารที่เหมาะกับช่วงวัยและการเติบโตของไก่ สามารถคำนวณและผสมอาหารสำเร็จรูปให้ได้สารอาหารตรงตามความต้องการของสายพันธุ์ ทำให้ไก่เติบโตได้เร็วตามวัยโดยไม่จำเป็นต้องเสริมสารเร่งโต

คุณแหน : 13 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810141

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ภูมิชาย ล่ำซำ เชิญญาติมิตร ร่วมพิธีพุทธาภิเษก พระทวารวดีศรีเบญจ จีนล่ำซำรฤก ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) วันจันทร์ 24 มิ.ย.16.00 น..

●● เสียดายคนดีมีฝีมือของประเทศในกระทรวงมหาดไทยที่จะเกษียณอายุในปีนี้ อาทิ ปลัดสุทธิพงษ์ จุลเจริญ และผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ วันชัย คงเกษม (อุดรธานี) สุธี ทองแย้ม (นนทบุรี) ชลธี ยังตรง (ฉะเชิงเทรา) และพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ (เชียงราย)…

●● จัดทริปพี่น้องทั้งครอบครัวไปอเมริกา นานกว่า 1 เดือน ดร.ประวิช รัตนเพียร กลับมาก็มีคิวงาน คิวสังสรรค์ แน่นไปหมด ประสาคนเก่งใจดี สมฉายาพี่ใหญ่ ของทุกๆ คน..

●●ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิศรีอยุธยา ร่วมกับ ดร.เสาวภาคย์ ถนอมศักดิ์กุล นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศรีอยุธยาฯ และ ดร.กิตติศักดิ์สมพล ผอ.รร.ศรีอยุธยาฯ เชิญชวนผู้สนใจร่วมแข่งขันเดินวิ่งการกุศล Run for Lunch #2 วิ่งเพื่อน้องกองทุนอาหารกลางวัน 7 ก.ค. 05.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถ.กำแพงเพชร Line id:@fanaticrun หรือร่วมบริจาคได้ที่ 084-7003520 ..

●● รร.วัฒนาวิทยาลัย ดีใจที่นักเรียนหลักสูตร EP. แผนกประถมศึกษา ด.ญ.พิมพิชญา จินดาภู ป.4 ได้รับประทานรางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจ เยาวชนต้นแบบแห่งปี ด้านการใช้ทักษะภาษาต่างประเทศ ครั้งที่ 4 โครงการ “คนเก่ง คนดี มีคุณธรรม สร้างสรรค์ พัฒนาสังคม” จากพลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล จัดโดยสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ที่สมาคมธรรมศาสตร์ฯ..

●●ครบรอบ 66 ปี ม.ร.ว.สายสนิธ รังสิต จัดทำบุญเลี้ยงพระที่วัดประยุรวงศาวาส พร้อมหน้าญาติสนิทมิตรสหาย..

●● มีผู้ชื่นชมว่า พญ.วุฒิศิริวีรสาร(ธนะภูมิ) แห่งโรงพยาบาลศิริราช เป็นคุณหมอใจดี และผ่านไปกี่สิบปี ใบหน้ายังเด็กเหมือนเดิม..

●● สวด จิราภา พรหมภัตติ์ มารดาพรหมพร เชี่ยวสกุล ศาลาดุรงคพิทยาวัดธาตุทอง 11-15 มิ.ย. 18.30 น.ฌาปนกิจ 16 มิ.ย. เจ้าภาพของดพวงหรีด..

●● ด้วยความใฝ่ฝันจะเป็นหมอเฉพาะทางด้านจักษุ นพ.วิศวะ วารีวรวัชร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 แห่งแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต้นเดือนส.ค…●●

น้อง

เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อนักเรียนที่ขาดแคลน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810116

เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อนักเรียนที่ขาดแคลน

เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อนักเรียนที่ขาดแคลน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ (ม.น.ข.) ร่วมพิธีรับดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ โดยมี วิมล จันทรโรทัย ผู้แทนพระองค์อัญเชิญมามอบให้

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) ร่วมกับ มูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดคอนเสิร์ตการกุศลแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 1 (2567) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลา 18.00-21.00 น. ณ หอประชุมสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้
ม.น.ข. เพื่อนำไปจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาและเป็นอนาคตที่มั่นคงของประเทศ

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ วิมล จันทรโรทัย ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ (ระดับ 10) อัญเชิญดอกไม้พระราชทานแก่ อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. ยังความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้แก่คณะกรรมการมูลนิธิ ตลอดจนคณะกรรมการจัดงาน และศิลปิน การจัดงานครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเปิดงาน

แจกันดอกไม้พระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. กล่าวว่า “ม.น.ข. ดำเนินงานมาแล้วกว่า 60 ปี มีผลงานการมอบทุนการศึกษาตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคแบบ 100% ให้แก่นักเรียนนิสิต นักศึกษา อย่างต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 20,000 คน เด็กคืออนาคตของชาติ แม้จะมีความแตกต่างกันทางด้านครอบครัว ถิ่นกำเนิด ภาษาวัฒนธรรม และสถานะทางสังคม แต่สิ่งที่ทุกคนควรจะมีเหมือนกันคือโอกาสและความเท่าเทียมกันทางการศึกษาดังนั้น ม.น.ข. จึงได้ร่วมกับ มูลนิธิสุนทราภรณ์ฯซึ่งมีปณิธานในการส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทยทางด้านดนตรี รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการศึกษามาโดยตลอด และสยามสมาคมฯ สมาคมระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม จึงผนึกกำลังเพื่อจัดคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ขึ้น เพื่อจัดหาทุนการศึกษาและจัดสรรทุนให้ครอบคลุมรวมถึงการศึกษาเฉพาะกิจ และเพื่อประชาสัมพันธ์พันธกิจของ ม.น.ข. ให้องค์กร หน่วยงาน และบุคคลทั่วไปได้รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางให้แก่ผู้มีจิตศรัทธามีส่วนร่วมเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ ในการมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป”

คอนเสิร์ตการกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 1 (2567) มีนักร้องคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ มาขับร้องบทเพลงอันทรงคุณค่า พร้อมด้วย 2 ศิลปินรับเชิญ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย หรือ ธัช แชมป์เพลงเอก เนื้อเสียงเสกได้ทุกอารมณ์, อลิศ-ธนัชศลักษ์ ฮัดสัน หรือ น้องอลิศนักร้องสาวเสียงใสลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เพชรเม็ดงามแห่งวงการเพลงลูกกรุง และ นักร้องกิตติมศักดิ์อีก 9 ท่าน ร่วมขึ้นเวที

ทั้งนี้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้แสงสว่างทางปัญญาได้โดยการบริจาคทุนทรัพย์ผ่าน บัญชีมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เลขที่บัญชี 186-2-30147-8สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-3913796 และ02-3912324

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานเปิดงาน

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานเปิดงาน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. กล่าวต้อนรับ

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. กล่าวต้อนรับ

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. มอบเกียรติบัตรที่ระลึกแก่ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานเปิดงาน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. มอบเกียรติบัตรที่ระลึกแก่ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานเปิดงาน

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร, พิไลพรรณ สมบัติศิริ, อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ และ อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร, พิไลพรรณ สมบัติศิริ, อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ และ อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์, ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร, อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์, พิไลพรรณ สมบัติศิริ, วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ พร้อมด้วย 2 ศิลปินรับเชิญ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย และ อลิศ-ธนัชศลักษ์ ฮัดสัน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์, ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร, อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์, พิไลพรรณ สมบัติศิริ, วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ พร้อมด้วย 2 ศิลปินรับเชิญ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย และ อลิศ-ธนัชศลักษ์ ฮัดสัน

วิวัฒน์ สุทธิพงษ์ชัย-พิไลพรรณ สมบัติศิริ, วัลลภ อธิคมประภา,ดร.ไอรีน ศุภางคเสน, พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ และ กนิษฐากสิณอุบล

วิวัฒน์ สุทธิพงษ์ชัย-พิไลพรรณ สมบัติศิริ, วัลลภ อธิคมประภา,ดร.ไอรีน ศุภางคเสน, พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ และ กนิษฐากสิณอุบล

อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ ต้อนรับแฟนเพลงสุนทราภรณ์ดร.วชิราวัลย์ มหพรภัสสร์, มยุรี เตยะราชกุล, ดร.ภัทรินทร์ลือกาญจนวนิช, พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร, ทิพย์เนตร เหลียงกอบกิจ และ พัฒนวดี พัฒนเมธินทร์

อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ ต้อนรับแฟนเพลงสุนทราภรณ์ดร.วชิราวัลย์ มหพรภัสสร์, มยุรี เตยะราชกุล, ดร.ภัทรินทร์ลือกาญจนวนิช, พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร, ทิพย์เนตร เหลียงกอบกิจ และ พัฒนวดี พัฒนเมธินทร์

พัชนี เธียรธวัช, พล.ท.ญ.สุขุมาล เวศวงศ์ษาทิพย์, พญ.สุวณี รักธรรม, สมถวิล บุณโยปัษฎัมภ์, จัตรตุพลลามา เพิ่มวงษ์มาก,อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์, พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ และ สมบัติ วัฒนไทย

พัชนี เธียรธวัช, พล.ท.ญ.สุขุมาล เวศวงศ์ษาทิพย์, พญ.สุวณี รักธรรม, สมถวิล บุณโยปัษฎัมภ์, จัตรตุพลลามา เพิ่มวงษ์มาก,อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์, พ.ต.อ.ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ และ สมบัติ วัฒนไทย

อารีย์ เตชะหรูวิจิตร อดีตประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และ สุรพล สร้างสมวงษ์ อดีตนายกสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาฯร่วมชมคอนเสิร์ต

อารีย์ เตชะหรูวิจิตร อดีตประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 5 และ สุรพล สร้างสมวงษ์ อดีตนายกสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาฯร่วมชมคอนเสิร์ต

นักธุรกิจใจบุญร่วมชมคอนเสิร์ต จงจิตร อมรเทวภัทร, เสาวณี เรืองปัญญาพจน์,ปราณี เมธาเกียรติกุล, เรืองศักดิ์-หฤษฎ์ หิรัญญาภินันท์, ประเสริฐ วงศ์พนากิจ, วรินทร จุลคณานุกิจ และ ประภาพร มโนมัยวิบูลย์

นักธุรกิจใจบุญร่วมชมคอนเสิร์ต จงจิตร อมรเทวภัทร, เสาวณี เรืองปัญญาพจน์,ปราณี เมธาเกียรติกุล, เรืองศักดิ์-หฤษฎ์ หิรัญญาภินันท์, ประเสริฐ วงศ์พนากิจ, วรินทร จุลคณานุกิจ และ ประภาพร มโนมัยวิบูลย์

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ขับร้องเพลง นางฟ้าจำแลง

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ขับร้องเพลง นางฟ้าจำแลง

การแสดงของนักร้องสุนทราภรณ์

การแสดงของนักร้องสุนทราภรณ์

ศิลปินรับเชิญ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย และ อลิศ-ธนัชศลักษ์ ฮัดสัน

ศิลปินรับเชิญ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย และ อลิศ-ธนัชศลักษ์ ฮัดสัน

จารุภา ธนิชานันท์, อมรา อัศวนนท์ และ นงลักษณ์ แก้วไพรทูล อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ

จารุภา ธนิชานันท์, อมรา อัศวนนท์ และ นงลักษณ์ แก้วไพรทูล อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ

‘บางกอก คุนส์ฮาเลอ’ ชวนชมผลงานศิลปินไทยจากนิวยอร์ก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810115

‘บางกอก คุนส์ฮาเลอ’ ชวนชมผลงานศิลปินไทยจากนิวยอร์ก

‘บางกอก คุนส์ฮาเลอ’ ชวนชมผลงานศิลปินไทยจากนิวยอร์ก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อพูดถึงซอฟต์ พาวเวอร์ หรือความสามารถในการดึงดูด หรือสร้างการมีส่วนร่วมปราศจากการข่มขู่หรือบีบบังคับใดๆ เป็นพลังสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยโดดเด่นเป็นที่รู้จักและกล่าวถึงในระดับโลก แบบนุ่มนวลและน่าประทับใจ สามารถส่งเสริมกันได้ในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ดนตรี วัฒนธรรม ภาพยนตร์ หรือแม้แต่ “งานศิลปะร่วมสมัย” ที่ต้องบอกว่าศิลปินไทยของเรามีความโดดเด่นและเป็นที่รู้จักในเวทีโลกไม่น้อย ซึ่ง กรกฤต
อรุณานนท์ชัย หนึ่งในศิลปินไทยระดับโลกที่รังสรรค์งานศิลปะในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวและมัลติมีเดีย ได้รับเลือกให้จัดแสดงผลงาน อาทิ ที่ Museum of Modern Art(MoMA) และยังได้รับรางวัลจาก InternationalFilm Festival Rotterdam ด้วย

มาริษา เจียรวนนท์

มาริษา เจียรวนนท์ นักสะสมงานศิลปะร่วมสมัยรับรางวัลทรงเกียรติ RINASCIMENTO+ เมื่อปี 2565 ได้ก่อตั้ง “บางกอก คุนส์ฮาเลอ” ให้เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและงานศิลปะแห่งใหม่ของเมืองไทย จึงเชิญศิลปินมากฝีมือชาวไทยคนนี้ให้สร้างผลงานล่าสุดมาโชว์ให้คนไทยด้วยกันได้ชื่นชม “บางกอก คุนส์ฮาเลอเป็นพื้นที่มอบให้ศิลปินระดับโลก ชาวไทยก็ดีชาวต่างชาติก็ดีได้แสดงผลงานเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองทางศิลปวัฒนธรรมระหว่างผู้สนใจทั่วไปและผู้คนในวงการศิลปะร่วมสมัยในเอเชีย ขณะที่ิ กรกฤต เป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในต่างประเทศ แต่น่าเสียดายที่ประเทศไทยยังไม่มีเวทีหรือการลงทุนที่ใหญ่พอที่จะส่งให้ศิลปินไทยของเราเติบโตขึ้นได้ วันนี้เราจึงได้โอกาสเปิดพื้นที่ต้อนรับศิลปินดังและสร้างผลงานที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาให้ทุกคนได้ชมอย่างใกล้ชิด ในอีกมุมหนึ่ง อยากให้กรุงเทพฯ กลายเป็นศูนย์กลางของวงการศิลปะร่วมสมัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ศิลปิน กรกฤต อรุณานนท์ชัย มักจะสร้างสรรค์ผลงานจากการสำรวจประเด็นที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัวในสังคม ทั้งด้านความเชื่อ ศาสนาศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ปรัชญาเกี่ยวกับเวลาและชีวิตพัฒนาผลงานศิลปะที่หลากหลาย เช่น งานจิตรกรรม ภาพเคลื่อนไหวมัลติมีเดียและศิลปะกาารแสดง (Performance)ผลงานล่าสุดที่ชื่อ “nostalgia for unity”เผยให้เห็นจุดเปลี่ยนของแนวทางการสร้างสรรค์ผลงาน โดยใช้พื้นที่เว้นว่าง (Negative Space) เป็นสื่อสำคัญ

กรกฤต อรุณานนท์ชัย

นิทรรศการในครั้งนี้จัดขึ้นที่ “บางกอกคุนส์ฮาเลอ” ซึ่งเป็นอาคารไทยวัฒนาพานิชเดิม มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์การศึกษาของประเทศไทย เป็นอาคารสถาปัตยกรรมปูนเปลือยขนาดใหญ่โดดเด่นแปลกตา อาคารนี้ปิดตัวลงเนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อปี 2543 กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เปรียบเสมือนร่างยักษ์ที่กำลังสลายไปตามกาลเวลา ศิลปินจึงสร้างหัวใจดวงใหม่ให้ร่างยักษ์จากเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่ภายในอาคารก่อให้เห็นมวลที่มีลักษณะคล้ายเวที บทสวดถูกปั้นนูนออกมาจากพื้น แสงในห้องถูกกรองผ่านกระจกสีและหมอกควัน ชวนให้นึกถึงสีของมลพิษในอากาศจากนวนิยายไซไฟและความเป็นจริงในปัจจุบัน

ผลงาน “nostalgia for unity”กระตุ้นเร้าให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงการไม่มีอยู่ชวนผู้ชมย้อนกลับมาสำรวจแกนความคิดเช่น การทับซ้อนกันของจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ความเสื่อมสลายและการเกิดใหม่ความเชื่อมโยงระหว่างการรู้แจ้งของปัจเจกบุคคลและจิตวิญญาณร่วมทางสังคม โดยใช้ความสัมพันธ์ของวิญญาณนิยมและคุณลักษณะของโบสถ์มาสร้างพื้นที่การอยู่ร่วมกันขององค์ประกอบในการอธิษฐาน เจตนาและพิธีกรรม ทั้งหมดเชื่อมโยงกันผ่านบรรดาร่างผู้ชมที่เคลื่อนผ่านพื้นที่ห้องโถงคล้ายอุโมงค์ยักษ์ใหญ่

มาริษา กล่าวอีกว่า งานนี้เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่สนับสนุนส่งเสริมให้ชาวไทยได้มีพื้นที่ระดับโลกและเปิดประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจผ่านศิลปะร่วมสมัยให้คนในสังคม นอกจากนี้ บางกอก คุนส์ฮาเลอมีการผลักดันผ่านโครงการ Artist inresidence ให้ศิลปินไทยที่มีศักยภาพได้ไปแลกเปลี่ยนกับพิพิธภัณฑ์หรือสถาบันศิลปะร่วมสมัยระดับโลกในต่างประเทศ เป็นเสมือนลมใต้ปีกในการผลักดันให้ศิลปินไทยวัฒนธรรมและประเทศไทยได้สร้างจุดเด่นด้านศิลปะร่วมสมัยและประเทศไทยกลายเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งของผู้สนใจจากทั่วทุกมุมโลก ให้งานศิลปะของคนไทยเป็นที่ชื่นชอบไม่ต่างจากอาหารไทยที่คนทั่วโลกหลงใหล

นิทรรศการ “nostalgia for unity” เปิดให้เข้าชมฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแห่งใหม่ในย่านเยาวราช  จัดแสดงถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00-20.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร)

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก กับ 3 ทางเลือกการรักษา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810126

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก กับ 3 ทางเลือกการรักษา

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก กับ 3 ทางเลือกการรักษา

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก (Hemifacial spasm : HFS) เป็นโรคของเส้นประสาทสมองที่ส่งผลให้เกิดการกระตุกหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าโดยไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของใบหน้าเท่านั้น การกระตุกในลักษณะนี้มีตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงระดับรุนแรงโดยมักเริ่มต้นที่เปลือกตา ซึ่งเป็นจุดที่พบได้บ่อยที่สุด และอาจลามไปถึงกล้ามเนื้อบริเวณส่วนล่างของใบหน้าได้

ภาวะใบหน้ากระตุกครึ่งซีก โดยปกติมักมีสาเหตุจากการระคายเคืองของเส้นประสาทบนใบหน้า และบ่อยครั้งก็เกิดจากหลอดเลือดที่กดทับเส้นประสาทใกล้กับจุดเชื่อมต่อกับสมอง แต่ในบางกลุ่มก็ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จากบทความสุขภาพ โรงพยาบาล พญาไทโดย นพ.เสริมเกียรติ หล่อลักษณ์ ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ความรู้ว่า

โรค HFS หรือใบหน้ากระตุกครึ่งซีก สามารถเกิดได้กับคนทุกวัย แต่มักได้รับการวินิจฉัยพบในหมู่วัยกลางคนและผู้สูงอายุมากที่สุด ทั้งยังพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย แม้ว่าในทางการแพทย์จะยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค คือ การมีหลอดเลือดกดทับเส้นประสาทบนใบหน้า หรือมีการบาดเจ็บของเส้นประสาทใบหน้ามาก่อน รวมถึงการมีเนื้องอกกดทับเส้นประสาทเป็นต้น

อาการเด่นๆ คือการกระตุกหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าซีกหนึ่งโดยไม่สามารถควบคุมได้ มักเป็นๆ หายๆ ซึ่งอาการจะรุนแรงขึ้นตามการลุกลาม ดังนี้

– เริ่มต้นจากรอบๆ เปลือกตา และอาจทำให้กะพริบตาหรือปิดเปลือกตาได้โดยไม่ตั้งใจ

– เมื่อเป็นมากขึ้น อาการกระตุกจะลามไปยังแก้ม ปาก และในบางครั้งลามไปกระตุกที่กราม

– ความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามเวลาที่มีอาการ

– อาการจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือความวิตกกังวล

– อาการมักไม่ปรากฏขณะนอนหลับ

การวินิจฉัยโรค HFS ส่วนใหญ่เป็นการวินิจฉัยทางคลินิก โดยอิงจากลักษณะการกระตุกของใบหน้าที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการศึกษาอาการโดยดูจากภาพ เช่น การใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการถ่ายภาพเรโซแนนซ์แม่เหล็กไฟฟ้าของหลอดเลือด (MRA) อาจนำมาใช้เพื่อระบุถึงการกดทับหลอดเลือดของเส้นประสาทใบหน้า หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น เนื้องอกของระบบประสาท

สำหรับการรักษาโรค HFS ทางเลือกในการรักษาโรค HFS มักมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการ แต่ก็มีวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยหยุดอาการกระตุกได้อย่างถาวร ดังนี้

การใช้ยา อาจเป็นยาต้านชัก เช่น คาร์บามาเซพีน โดยอาจให้ผลบรรเทาอาการชั่วคราวสำหรับบางรายแต่มักจะได้ผลไม่ดีนัก และอาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้

การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน(Botox) ถือเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพและได้ผลดี การฉีด Botoxเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบสามารถช่วยลดหรือขจัดการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม การรักษาจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากอาจเกิดอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง หน้าเบี้ยวหรือปิดตาไม่สนิทได้ หากทำโดยบุคลากรที่ไม่เชี่ยวชาญ และจะต้องทำการฉีดซ้ำทุก 3 เดือน เนื่องจากสาร Botox จะหมดฤทธิ์

การผ่าตัดแยกหลอดเลือดจากเส้นประสาท (Microvascular decompression – MVD) ในกรณีที่มีหลอดเลือดกดทับเส้นประสาทใบหน้า การผ่าตัด MVD สามารถลดการกดเส้นประสาทได้ โดยการย้ายหลอดเลือดที่ก่อปัญหาออก วิธีนี้มีอัตราความสำเร็จสูงในการลดและหยุดการกระตุกได้ถาวร ความเสี่ยงจากการผ่าตัดจะมีไม่มาก เนื่องจากจะไม่มีการผ่าตัดเข้าเนื้อสมอง โดยการผ่าตัดจะใช้กล้องกำลังขยายสูง(Microscope) เพื่อช่วยในการแยกหลอดเลือดออกจากเส้นประสาทได้อย่างแม่นยำ มีแผลผ่าตัดเล็กและใช้เวลาพักฟื้นเพียงไม่นาน

แม้ว่า HFS จะไม่ใช่โรคที่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก เนื่องจากความไม่สะดวก ความอับอายในสังคม หรือทำให้ติดขัดต่อการทำกิจวัตรประจำวันบางอย่าง ทั้งนี้ โอกาสในการหายของผู้ที่มีอาการ HFS จะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การฉีดโบทูลินัมท็อกซินสามารถหยุดการกระตุกได้ผลดีชั่วคราว แต่ก็ต้องทำซ้ำบ่อยๆ ส่วนการผ่าตัด MVD ก็มีประสิทธิภาพในการให้การรักษาให้หายขาดได้ ขึ้นอยู่กับภาวะ สาเหตุ และความรุนแรงของโรค

อย่างไรก็ตาม HFS ยังเป็นภาวะที่ต้องการการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีอาการจากโรค HFS จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทวิทยาหรือศัลยกรรมประสาท เพื่อหาทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตน

กรมควบคุมโรค แนะนำโรงเรียนตรวจคัดกรองเด็กทุกเช้า ป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ โรคมือ เท้า ปาก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810123

กรมควบคุมโรค แนะนำโรงเรียนตรวจคัดกรองเด็กทุกเช้า  ป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ โรคมือ เท้า ปาก

กรมควบคุมโรค แนะนำโรงเรียนตรวจคัดกรองเด็กทุกเช้า ป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ โรคมือ เท้า ปาก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้โรงเรียน สถานศึกษา และโรงเรียนอนุบาล เตรียมป้องกันโรคติดต่อที่สำคัญในเด็ก เช่น โรคติดต่อทางเดินหายใจ โรคมือ เท้าปาก เน้นคัดกรองเด็กป่วยก่อนเข้าเรียนทุกเช้า เพิ่มจุดบริการล้างมือ เน้นย้ำให้นักเรียน และบุคลากรในโรงเรียน รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ปิด (เช่น ห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ) หรือแออัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ รวมถึงหมั่นทำความสะอาดสถานที่ สิ่งแวดล้อม สิ่งของ เครื่องเล่น ของใช้ ที่เด็กๆ ใช้ร่วมกันบ่อยๆ และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก

แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนและเป็นช่วงเปิดเทอม เป็นช่วงที่จะมีการระบาดของโรคติดต่อในเด็กหลายโรค โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่,โควิด-19, โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีเป็นต้น ที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในฤดูฝน ซึ่งสถานที่เสี่ยงต่อการระบาดคือ ที่มีกลุ่มคนรวมตัวทำกิจกรรม เช่นสถานศึกษา โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เป็นต้น ข้อมูลจากการเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ โดยกองระบาดวิทยา ในปี 2566 ทั้งปี พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่จำนวน 491,391 ราย และในปีนี้ 2567 จนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ พบผู้ป่วยจำนวน 133,775 ราย และเมื่อเทียบรายงานการพบผู้ป่วยในช่วงเดือนพฤษภาคมของทั้งสองปี พบว่าปี 2566 พบผู้ป่วย 6,425 ราย ปี 2567 พบผู้ป่วย 7,478 ราย เพิ่มขึ้น กว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ เด็กแรกเกิด-4 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 5-14 ปี และกลุ่มอายุ 15-24 ปี ดังนั้นเด็กและเยาวชนจึงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สำหรับโควิด-19 ข้อมูลจากการเฝ้าระวังโรค ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-1 มิถุนายน 2567 มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 20,483 ราย และเสียชีวิต 132 ราย โดยระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2567 พบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 1,863 ราย เสียชีวิต 6 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบ 738 ราย ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 316 ราย ซึ่งส่วนใหญ่พบในสถานที่ที่มีผู้คนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ซึ่งอาจเกิดการแพร่ระบาดของโรคได้มากกว่าสถานที่อื่นๆ และเนื่องจากขณะนี้โควิด-19 เข้าสู่ระยะเป็นโรคประจำถิ่น สามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี ไม่ต่างจากโรคทางเดินหายใจอื่นๆ แนะนำผู้ปกครองหากบุตรหลานมีอาการป่วยแม้เพียงเล็กน้อยขอให้หยุดรักษาตัวที่บ้านจนกว่าจะหายดีแล้วจึงกลับไปเรียนได้ และเด็กป่วยไม่ควรเข้าใกล้ผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเปราะบาง หากติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ อาจมีอาการหนักได้ กรมควบคุมโรค ขอเน้นย้ำมาตรการการป้องกันการระบาดของโรคติดต่อที่สำคัญในสถานศึกษาดังนี้ คือ 1.เน้นให้ตรวจคัดกรองเด็ก (รวมถึงบุคลากรของ รร.) ก่อนเข้าห้องเรียนทุกเช้า 2.แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ โดยให้เด็กสวมหน้ากากอนามัย และให้ผู้ปกครองนำเด็กกลับบ้านเพื่อไปรักษา3.หมั่นทำความสะอาด สถานที่ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ ของเล่น และ 4.จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวยังช่วยลดโรคติดเชื้อไวรัสอื่นๆ เช่น อาร์เอสวี โรคมือเท้าปาก โรคอุจจาระร่วง และโรคตาแดง ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กอีกด้วย สำหรับบุคลากรในสถานศึกษาที่ป่วย แนะนำให้แยกตัว และรีบไปพบแพทย์เช่นกัน

สำหรับโรคไข้เลือดออก ที่มีการระบาดทุกปีในช่วงฤดูฝน สถานการณ์ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ป่วย 30,353 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2567) ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็ก 5-14 ปี จำนวน 9,085 ราย รองลงมา 15-24 ปี จำนวน 6,861 ราย เป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยเรียน จึงขอความร่วมมือให้ทุกสถานศึกษาเร่งสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำทุกสัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาด หากบุตรหลานมีอาการสงสัยป่วยไข้เลือดออก เช่น มีอาการไข้สูงลอย คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง มีผื่นมีจุดเลือดที่ลำตัว ให้หยุดเรียน และไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ยาลดไข้ที่ปลอดภัยคือยาพาราเซตามอล หลีกเลี่ยงยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟนไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุด ซึ่งอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง หากไข้ไม่ลดภายใน 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรคโทร.1422

‘วรรณสิริ’ ร่วมแสดงศักยภาพมาตรฐานใหม่แห่งความงาม ในงาน Shine Show ประเทศอินโดนีเซีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810095

'วรรณสิริ' ร่วมแสดงศักยภาพมาตรฐานใหม่แห่งความงาม ในงาน Shine Show ประเทศอินโดนีเซีย

‘วรรณสิริ’ ร่วมแสดงศักยภาพมาตรฐานใหม่แห่งความงาม ในงาน Shine Show ประเทศอินโดนีเซีย

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.32 น.

“วรรณสิริ” ตัวแทนโรงพยาบาลไทยเพียงหนึ่งเดียว ร่วมแสดงศักยภาพมาตรฐานใหม่แห่งความงาม ในงาน Shine Show ประเทศอินโดนีเซีย

โรงพยาบาลวรรณสิริ (WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL) โรงพยาบาลความงามครบวงจรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวมสุดยอดทีมศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเมืองไทย ผนวกกับการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงามสู่มาตรฐานสากล ได้รับเชิญร่วมแสดงศักยภาพมาตรฐานใหม่แห่งความงาม ภายในงาน Shine Show ณ เมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

ภายในงาน ได้นำเทคนิคการรักษาด้วยนวัตกรรมระดับโลก มาออกบูธเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ทดลองใช้ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการจำลองผลการรักษาที่ได้ผลลัพธ์แบบละเอียด รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์รูปแบบการรักษาต่อ ไม่ว่าจะเป็น 

•             Morpheus 3D เครื่องสแกนและวิเคราะห์ใบหน้า จำลองผลการผ่าตัดเสมือนจริง

•             Q-Face X-ray 4 in 1 การวินิจฉัยโครงสร้างกระดูกใบหน้าเพื่อประกอบการวิเคราะห์ก่อนผ่าตัด ทำให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำขึ้น

และยังมีบริการ กล้องส่องรากผม เพื่อตรวจ ประเมินปัญหาผม และหนังศีรษะให้ผู้ที่สนใจอีกด้วย

นายแพทย์ศรัณย์ วรรณจำรัส กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักการดีไซน์ใบหน้าเอาไว้อย่างน่าสนใจ ว่า “เราเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่อยากจะมีจมูกเหมือนคนนั้น มีโครงหน้าแบบคนนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่มีรูปแบบที่ตายตัว จมูกที่สวยของอีกคน อาจไม่เหมาะกับคนอื่นๆ อีกทั้งพื้นฐานร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น วรรณสิริจึงมีขั้นตอนการให้คำปรึกษากับลูกค้า สอบถามถึงปัญหา จุดที่ต้องการแก้ไข เป้าหมายที่ต้องการจะเป็น จากนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบใบหน้าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้า ทางโรงพยาบาลมีเทคโนโลยีที่ช่วยคำนวณโครงสร้างใบหน้าของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ผ่านการสแกนแบบ 3D เพื่อให้สามารถออกแบบผลลัพธ์ได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังสามารถให้ลูกค้าได้มองเห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่จะได้ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อีกระดับหนึ่ง” นายแพทย์ศรัณย์ กล่าวในงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความประณีตบนพื้นฐานของความปลอดภัยอย่างที่สุด ที่โรงพยาบาลวรรณสิริได้ยึดถือในการรักษามาโดยตลอด

นอกจากนี้ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตา และปรับรูปหน้า ยังได้บรรยาย และร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ถึงการทำศัลยกรรมฉีดไขมัน ที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาหน้าผากแบน หรือขมับตอบ หรือยังนำมาช่วยเติมเต็มแก้ปัญหาบริเวณใต้ตาลึก และเติมเต็มริ้วรอย รวมถึงร่องลึกต่างๆได้ เช่น รอยเหี่ยวย่นใต้ตา แก้มตอบ ร่องแก้มลึก รอยย่นรอบปาก โดยการทำศัลยกรรมฉีดไขมันของโรงพยาบาลวรรณสิริ มีให้คนไข้ได้เลือกทำถึง 4 รูปแบบ โดยแต่ละรูปแบบนั้นมีข้อดีที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัญหา ความต้องการ รวมไปถึงสภาพผิวและโครงสร้างของผิวคนไข้

โดยตลอดงาน โรงพยาบาลวรรณสิริ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากผู้ร่วมงาน และเซเลบริตี้ชื่อดังของอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสังคมชั้นสูง และตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ ประเทศอินโดนิเซีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจและการเติบโตของตลาดความงามประเทศอินโดนีเซียได้เป็นอย่างดี

สอบถามรายละเอียดและปรึกษาความงามแบบครบวงจรได้ที่ โทร: 02-249-8855 เว็บไซต์: http://www.wansirihospital.com   หรือติดตามข่าวสารอัพเดท Facebook: WansiriAestheticHospital

-(016)

ชมรมเพลินไทยสมัยนิยมมอบเงินสมทบทุนในโครงการปรับปรุงตกแต่งภายในอาคารวชิรานุสรณ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810061

ชมรมเพลินไทยสมัยนิยมมอบเงินสมทบทุนในโครงการปรับปรุงตกแต่งภายในอาคารวชิรานุสรณ์

ชมรมเพลินไทยสมัยนิยมมอบเงินสมทบทุนในโครงการปรับปรุงตกแต่งภายในอาคารวชิรานุสรณ์

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.43 น.

ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร พิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีรับมอบเงินรายได้การกุศล จำนวน 2,000,000บาท (สองล้านบาทถ้วน) จาก ม.ล. ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ประธานชมรมเพลินไทยสมัยนิยม และคณะกรรมการจัดงาน เพื่อมอบต่อ ผศ. นพ. จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดี คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อนำไปใช้ในการบูรณะตกแต่งภายในอาคารวชิรานุสรณ์ ในการจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติทางการแพทย์ของวชิระพยาบาล และการจำลองชุมชนเก่าทุ่งสามเสนในอดีต อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาแก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป ณ อาคารวชิรานุสรณ์ โรงพยาบาลวชิระ

อาคารวชิรานุสรณ์ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ซื้ออาคารดังกล่าวจากเจ้าของเดิม และได้พระราชทานให้จัดตั้งเป็นวชิระพยาบาล สถานพยาบาลสมัยใหม่แห่งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันอาคารดังกล่าวอายุ 112 ปี มีทั้งสิ้น 37 ห้อง  ซึ่งได้งบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมภายนอกเรียบร้อยแล้ว แต่ยังขาดงบประมาณ สำหรับการตกแต่งภายใน

ม.ล. ปุญยนุช ประธานชมรมเพลินไทยสมัยนิยม ได้กล่าวว่า รายได้ที่คณะกรรมการชมรมได้มอบให้ในครั้งนี้ได้มาจากการจัดงานเพลินพัสตราภูษาแห่งสยาม ครั้งที่ 4 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ซึ่งเป็นการแสดงบนเวทีในรูปแบบวิพิธทัศนา ที่สาระการแสดงอยู่ที่การแสดงประเพณี วัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งทั้งกรรมการจัดงานและนักแสดงต่างตั้งใจทำงานนี้ขึ้น เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ในโอกาสมหามงคลสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ ในปีนี้

โอกาสนี้ศาสตราจารย์ พิเศษ  พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสมาชิก และประธานในพิธีรับมอบเงินการกุศล ได้กล่าวอัญเชิญพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ดลบันดาลให้คณะกรรมการจัดงานและผู้เกี่ยวข้องในการตั้งใจทำความดีในครั้งนี้ มีความสุข ความเจริญ  และขอให้ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สามารถจัดหาทุนได้ครบ ในการจะจัดทำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้สำเร็จ ตามที่ตั้งความประสงค์ ในเร็วๆนี้

-(016)

เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา ประจำปี 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/810059

เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา ประจำปี 2567

เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา ประจำปี 2567

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.40 น.

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา ประจำปีการศึกษา 2567 รอบที่ 2  จำนวน 5 คน

รับสมัคร วันนี้ – 28 มิถุนายน 2567

สมัครออนไลน์ https://dermatology.cra.ac.th/Dermatology/form/student_signin

คุณสมบัติ

– เป็นผู้สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต จากสถาบันที่แพทยสภารับรอง และผ่านการเพิ่มพูนทักษะมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

– มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ไม่ต่ำกว่า 2.5 หรือเทียบเท่า

– มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

– ผู้เข้าศึกษาต้องมีผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษตามเกณฑ์การรับสมัครและผลสอบต้องไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันรับสมัคร

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา (หลักสูตรปริญญาโท 2 ปี) โดยมีปรัชญาในการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมให้บริการสุขภาพด้านผิวหนังโดยคำนึงถึงผู้ป่วยและประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มีจุดเด่นในด้านสมรรถนะดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาการวินิจฉัยและรักษาโรคผิวหนัง สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเชื่อมต่อทางไกลกับผู้ป่วย และสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขด้านโรคผิวหนังและพัฒนาสุขภาพของประชาชนด้วยความเป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต ตามปรัชญาของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน “ผู้ให้ ผู้พัฒนา ผู้รักษาแห่งอนาคต”

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-765-5700 ต่อ 4191 (ในวันและเวลาราชการ) อีเมล์ dermatomaster@cra.ac.th Facebook : DermatologyPSCM.CRA

-(016)

ทะเลเดือด! ‘แอนชิลี’นุ่งบิกินีตัวจิ๋วเปิดโหมดแซ่บ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/810229

ทะเลเดือด! 'แอนชิลี'นุ่งบิกินีตัวจิ๋วเปิดโหมดแซ่บ

ทะเลเดือด! ‘แอนชิลี’นุ่งบิกินีตัวจิ๋วเปิดโหมดแซ่บ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 11.52 น.

สวยทุกองศาจริงๆ สำหรับนางงามสายแซ่บ อย่าง “แอนชิลี สก็อต-เคมมิส” เจ้าของตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 โดยล่าสุดสาวแอนชิลี ก็ได้โพสต์ภาพฮอตระหว่างไปเที่ยวพักผ่อน แน่นอนว่างานนี้เจ้าตัวก็ไม่พลาดที่จะงัดชุดบิกินีตัวจิ๋ว ออกมาใส่เฉิดฉายท้าแดด และแชะภาพอวดหุ่นสุดปัง ทำเอาใจละลายไปตามๆ กันเลยทีเดียว

.-011