นายกฯ คุยทีมกฎหมาย หลัง “ศาล รธน.” ให้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่ม คดี 40 สว. ร้องถอดถอน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576847

13 มิ.ย. 2567

15:24 น.

นายกฯ คุยทีมกฎหมาย หลัง "ศาล รธน." ให้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่ม คดี 40 สว. ร้องถอดถอน

นายกฯ คุยทีมกฎหมายบ่ายนี้ หลังศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยื่นพยานหลักฐานเพิ่ม คดี 40 สว. ร้องถอดถอน ขอไม่ตอบรายละเอียด

13 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายก​รัฐมนตรี​ เปิดเผยถึงกรณีที่ศาล​รัฐธรรมนูญ ​ให้คู่กรณียื่นบัญชีรายชื่อพยานหลักฐานในคดี 40 สว. ร้องวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรี ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 17 มิ.ย. นี้ เพื่อเป็นข้อมูลให้ศาลประกอบการพิจารณา ว่า บ่ายวันนี้จะมีการประชุมกับทีมกฎหมาย สคล. สำนักงานกฤษฎีกา และบุคคลที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยกัน จึงขอปรึกษาหารือก่อน โดยต้องพิจารณาว่า จะส่งใครเป็นพยานบ้าง

เมื่อถามว่า จะเปิดรายละเอียดที่ศาลให้ชี้แจงเพิ่มเติมได้หรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ให้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญดีกว่า ไม่อยากใช้พื้นที่สื่อมวลชนให้ข่าว

เมื่อถามว่าได้เตรียมพยานบุคคลไว้พร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็เป็นไปตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่าก่อนจะถึงวันที่ 18 มิ.ย. นี้ มีอะไรจะพูดหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควรมาพูดในที่สาธารณะ เป็นเรื่องที่เราพูดกันไปแล้ว ส่วนข้อมูลที่สาธารณชนควรรับทราบ ก็รับทราบอยู่แล้ว ในส่วนตัวมีหน้าที่ชี้แจงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ขอมา ตรงนี้ก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ตนก็มั่นใจว่าจะส่งข้อมูลตามที่ศาลรัฐธรรมนูญขอมาได้

เมื่อถามว่าจะส่งข้อมูลภายในวันที่ 17 มิ.ย. หรือจะส่งก่อน นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่แน่ใจขอประชุมวันนี้ก่อน เมื่อเสร็จแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะดีเลย์ แต่ต้องทำให้สุขุมรอบคอบรัดกุม

เมื่อถามว่าจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดการไต่สวนหรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเลย เดี๋ยววันนี้จะมีการประชุมกัน ตนจึงยังตอบไม่ได้

นายกฯ รับไม่ได้เก็บค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์ สั่ง รมว.กลาโหม เร่งตรวจสอบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576845

13 มิ.ย. 2567

15:11 น.

นายกฯ รับไม่ได้เก็บค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์ สั่ง รมว.กลาโหม เร่งตรวจสอบ

นายกฯ รับไม่ได้เก็บค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์ คนละ 500 บาท เป็นเรื่องไม่สมควรเกิดขึ้น สั่ง รมว.กลาโหม เร่งตรวจสอบ

13 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี ทหารเกณฑ์สังกัดกองทัพภาคที่ 2 ถูกหักเงินเดือนค่าสาธารณูปโภคอย่างเช่น ค่าดูดส้วม คนละ 500 บาท ว่า ได้เห็นข่าวในทวิตเตอร์ (X) ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะให้มีการตรวจสอบเพราะเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่สมควรเกิดขึ้น และยอมรับไม่ได้

เมื่อถามถึงเงินเดือนของทหารเกณฑ์ที่ถูกหักไปจำนวนมากจะกำชับทางกองทัพในเรื่องนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนเชื่อว่าเขารู้หน้าที่อยู่แล้ว ว่าอะไรควรไม่ควร

“กกต.” แจงปมร้องศาลรัฐธรรมนูญ ยุบ “พรรคก้าวไกล”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576840

13 มิ.ย. 2567

14:33 น.

“กกต.” แจงปมร้องศาลรัฐธรรมนูญ ยุบ “พรรคก้าวไกล”

“กกต.” โต้ “ก้าวไกล” ปมร้องยุบพรรค ชี้ต้องทำตามกฎหมาย หลัง “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำวินิจฉัยคดีก่อนหน้านี้ ระบุว่าล้มล้างการปกครอง

13 มิ.ย.2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. แถลงข่าวชี้แจงกรณีการยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้มีการสั่ง ยุบพรรคก้าวไกล ว่า อยากทำความเข้าใจถึงเหตุผลต่อการยื่นคำร้อง เพราะคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับลงวันที่ 31 ม.ค.2567 ระบุชัดเจนว่าการกระทำของผู้ถูกร้อง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำวินิจฉัยนี้ทำให้ กกต. ไม่อาจจะทำอย่างอื่นได้ เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 (1) (2)  แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ถือว่า กกต. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้แล้ว ถ้าขนาดที่คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ใช่หลักฐานอันควรเชื่อถือได้  กกต. คงตอบกับสังคมยาก

นอกจากนี้เหตุที่ต้องยื่น เพราะคำวินิจฉัยดังกล่าวของ ศาลรัฐธรรมนูญ ผูกพันธ์กับกกต.และมีผู้มาร้องเรียนในเรื่องนี้ กกต.จึงจำเป็นต้องยื่น ถ้า กกต.ไม่ยื่นคำร้องอาจจะมีความผิดตามกฎหมายได้ อีกทั้งการยื่นคำร้องในครั้งนี้เป็นไปตามตามมาตรา 92 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จึงไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวน เพียงแต่ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” นั่นจึงไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวน

ซึ่ง กกต. ปฏิบัติในลักษณะเดียวกันกับการยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มีคำวินิจฉันยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดย ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าเมื่อ กกต. “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ผู้ถูกร้องได้กระทำการอันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคของผู้ถูกร้อง ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา

ส่วนที่ พรรคก้าวไกล ส่งคลิปที่ ประธานกกต.ให้สัมภาษณ์ทำนองยอมรับว่า การพิจารณาเรื่องยุบพรรคขัดต่อระเบียบและเป็นการข้ามขั้นตอน นายปกรณ์ กล่าวว่า สิ่งนี้จะต้องดูภาพรวมทั้งหมดของคำให้สัมภาษณ์ของการแถลง ไม่ใช่ตัดเฉพาะบางส่วนออกมา

สำหรับบัญชีพยานหลักฐานที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง นายปกรณ์ กล่าวว่า เราได้ทราบคร่าวๆแล้ว แต่กำลังรอหนังสือจากศาลฉบับเต็มว่าจะระบุอย่างไร แล้วเราจะรีบปฏิบัติตามคำสั่งศาลทันที ส่วนนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. จะเป็นหนึ่งในรายชื่อพยานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ดำเนินการ

“กลาโหม” ขู่ฟันไม่เลี้ยง ปมหักค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576833

13 มิ.ย. 2567

13:52 น.

"กลาโหม" ขู่ฟันไม่เลี้ยง ปมหักค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์

“กลาโหม” ขู่ฟันไม่เลี้ยง ปมหักค่าดูดส้วมทหารเกณฑ์ เผย มีหน่วยฝึกทหารใหม่กว่า 200 หน่วย ไม่เคยเก็บ ด้าน ทบ.โร่แจง ยกเลิกเก็บค่าสาธารณูปโภค 990 บาทแล้ว

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมืองนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง

 

13 มิ.ย.2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง  กล่าวยืนยันว่า ภายหลังมีการเผยแพร่เอกสารการหักค่าใช้จ่าย ทหารเกณฑ์ผลัดใหม่สังกัดกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2  โดยเฉพาะมีค่าดูดส้วม จำนวน 500 บาทนั้น

ล่าสุดทาง กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งย้าย พ.อ.อาชวิน อัคพิน ผู้บังคับกองพันของกองพันส่งกำลังและบริการที่ 22 ถูกย้ายไปช่วยราชการที่ กองทัพภาคที่ 2 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน เรื่องดังกล่าว

โดยที่ผ่านมากองทัพบกมีหน่วยฝึกทหารใหม่มากกว่า 200 หน่วย แต่ไม่เคยมีการเรียกเก็บค่าสูบส้วม  ซึ่งประเด็นนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหากพบการกระทำผิดของหน่วยงานใด

ทางกระทรวงกลาโหมและกองทัพบกจะดำเนินการลงโทษตามระเบียบต่อไป

นายจิรายุ ยังระบุอีกว่า ทางกองทัพบกได้แจ้งว่า ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายจำนวน 990 บาทแล้ว (ค่าสาธารณูปโภค) ทำให้เงินเดือนของทหารใหม่อยู่ที่ 6,170 บาท และได้ทำการชี้แจงต่อสำนักข่าวและครอบครัวของทหารแล้ว

เพจอีซ้อขยี้ข่าว 3เพจอีซ้อขยี้ข่าว 3

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลังจา เฟซบุ๊กเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว3” โพสต์ข้อความ ระบุว่า ทหารเกณฑ์ใหม่โอดเงินเดือนเหลือไม่ถึง 5,000 หลังเจอหักค่าจิปาถะ คิดค่าดูดส้วมต่อหัว 500 บาท จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลเป็นอย่างมากนั้น
 

ล่าสุด เพจ “อีซ้อขยี้ข่าว3” ได้โพสต์เพิ่มเติมอีกว่า “ทหารเกณฑ์เฮลั่น…ล่าสุดต้นสังกัดสั่งยกเลิกค่าดูดส้วม 500 บาทไม่โดนหักแล้วหลังน่าเกิดความเข้าใจผิด”

“กองทัพบก” แจงเอกสารหลุดหัก “ค่าดูดส้วม” พร้อมเผยถึงยอดเงินรวม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576829

13 มิ.ย. 2567

13:26 น.

“กองทัพบก” แจงเอกสารหลุดหัก “ค่าดูดส้วม” พร้อมเผยถึงยอดเงินรวม

“กองทัพบก” ชี้แจงแล้ว มีการหัก “ค่าดูดส้วม” ทหารกองประจำการจริงไหม พร้อมเผยถึงยอดเงินที่ทหารเกณฑ์จะได้รับ

13 มิ.ย.2567 กรณีเพจอีซ้อขยี้ข่าว เปิด เอกสารหลุด การหักค่าใช้จ่าย ทหารกองประจำการ โดยมี ค่าดูดส้วม 500 บาท รวมอยู่ในลิสต์ด้วยนั้น

ล่าสุด พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษก กองทัพบก ชี้แจง ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันส่งกำลังและบริการที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (พัน.สบร.22 บชร.2) เพื่อใช้สำหรับการประชุมหารือพิจารณาความเหมาะสมในการจัดการ ค่าใช้จ่าย ของ ทหารใหม่ และหน่วยฝึก โดยยังไม่ได้มีการอนุมัติหรือดำเนินการหักเงินของทหารใหม่ ตามรายการในเอกสารดังกล่าวแต่อย่างใด

หลังจากที่หน่วยฝึกได้ประชุมพิจารณารายการ ค่าใช้จ่าย ดังกล่าวให้เป็นไปตามแนวทางการฝึก ทหารใหม่ ของ กองทัพบก แล้ว ทางหน่วยได้มีการปรับรายการใหม่ โดยไม่มีการหักค่าสาธารณูปโภค 990 บาท คงเหลือเงินจ่ายให้ทหารใหม่จำนวน 6,170 บาท

ส่วนรายการค่าเครื่องแต่งกายเพิ่มเติม เช่น ชุดวอร์ม ชุดฝึกพราง และกระเป๋า เป็นการอำนวยความสะดวกของหน่วยฝึกในการจัดหาของใช้เพิ่มเติมให้กับทหารใหม่เป็นส่วนรวม ซึ่งทางหน่วยฝึกได้มีการสอบถามและชี้แจงให้ทหารใหม่ได้รับทราบแล้ว

ทั้งนี้ จากเหตุดังกล่าวทำให้สังคมมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องการดูแลสิทธิ ทหารกองประจำการ  ซึ่ง กองทัพบก พร้อมร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีกระบวนการกำกับดูแลและติดตามการฝึกทหารใหม่อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งได้พัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การฝึก และสิทธิสวัสดิการต่างๆ ให้ได้รับตามระเบียบและแนวทางที่กำหนด

กรณีนี้กองทัพบกได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยระหว่างนี้ได้ออกคำสั่งให้ผู้บังคับกองพันส่งกำลังและบริการที่ 22 ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึกทหารใหม่ ย้ายไปช่วยราชการที่กองทัพภาคที่ 2 เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปด้วยความโปร่งใส และมอบหมายให้ผู้บังคับกองพันซ่อมบำรุงที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ไปรักษาการแทนเพื่อกำกับดูแลหน่วยฝึกทหารใหม่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและตามระเบียบที่กองทัพบกกำหนดต่อไป

ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งย้าย พ.อ.อาชวิน อัคพิน ผู้บังคับกองพันของกองพันส่งกำลังและบริการที่ 22 ถูกย้ายไปช่วยราชการที่ กองทัพภาคที่ 2 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน เรื่องดังกล่าว

ที่ผ่านมากองทัพบกมีหน่วยฝึกทหารใหม่มากกว่า 200 หน่วย แต่ไม่เคยมีการเรียกเก็บค่าสูบส้วม ประเด็นนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหากพบการกระทำผิดของหน่วยงานใด ทางกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก จะดำเนินการลงโทษตามระเบียบต่อไป

‘ฉก.พญานาคราช’บุกห้องเย็นในสงขลา จับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810244

'ฉก.พญานาคราช'บุกห้องเย็นในสงขลา จับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย

‘ฉก.พญานาคราช’บุกห้องเย็นในสงขลา จับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.37 น.

ฉก.พญานาคราช บุกห้องเย็นในสงขลา จับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย น้ำหนักกว่า 6 ตัน มูลค่ากว่าสามแสนบาท

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ร่วมทีมหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราชตรวจค้นห้องเย็นต้องสงสัย เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ณ ห้องเย็นไม่ทราบชื่อ ในพื้นที่ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 2 แห่ง

พันตำรวจโทอัครเดช ปิ่นทองพันธ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรคลองแงะ จังหวัดสงขลา ในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช นำกำลังเจ้าหน้าที่กองสารวัตรและกักกัน ด่านกักกันสัตว์สงขลา ด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี ด่านกักกันสัตว์นราธิวาส ด่านกักกันสัตว์นครศรีธรรมราช และด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจค้นสถานที่เก็บกักซากสัตว์ต้องสงสัยในพื้นที่ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 2 แห่ง แบ่งออกเป็น ห้องเย็นแห่งที่หนึ่ง ตรวจพบซากสัตว์ปีก (อกไก่) น้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม มูลค่า 63,600 บาท ซากสัตว์ปีก (ทั้งตัว) น้ำหนัก 500 กิโลกรัม มูลค่า 25,000 บาท น้ำหนักรวม 1,700 กิโลกรัม มูลค่ารวม 88,600 บาท ซึ่งมีบรรจุภัณฑ์ระบุแหล่งกำเนิดในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ได้ดำเนินการอายัดสินค้าดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าของสินค้านำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงแหล่งที่มาต่อเจ้าหน้าที่

และในส่วนห้องเย็นแห่งที่สอง ตรวจพบซากสัตว์ปีก (ขาไก่) จำนวน 1,000 กิโลกรัม มูลค่า 70,000 บาท และซากสัตว์ปีก (ตับไก่) จำนวน 5,004 กิโลกรัม มูลค่า 250,200 บาท มีบรรจุภัณฑ์ระบุแหล่งกำเนิดจากประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนรวมทั้งสิ้น 6,004 กิโลกรัม มูลค่ารวม 320,200 บาท โดยเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ประกอบการรายดังกล่าว ซึ่งมีการกระทำความผิด ดังต่อไปนี้ 1) นำเข้าสินค้าปศุสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษตามมาตรา 68 จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2) ไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษตามมาตรา 71 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3) ไม่มีใบอนุญาตทำการค้า และหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว์ อันเป็นความผิดตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง จำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าวส่งมอบและดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งของกลางดังกล่าวไม่มีการระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคระบาดสัตว์ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ รวมถึงความปลอดภัยด้านอาหารของผู้บริโภค และเศรษฐกิจด้านปศุสัตว์ภายในประเภทด้วย

– 006

รมว.เกษตรฯมุ่งพัฒนาด้านสัตวแพทย์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810166

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานประชุมวิชาการคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CUVC2024-The Theatre ภายใต้หัวข้อที่ “Integrated One Health Approaches for SustainableWell-Being” โดยมีนายสมชวนรัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมที่สามย่านมิตรทาวน์ กทม. ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพทางด้านสัตวแพทย์ให้ก้าวหน้าทางด้านวิจัยและนวัตกรรม แสดงถึงบทบาทของสัตวแพทย์ในบริบทที่กว้างขึ้นของสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health ที่สัตวแพทย์นอกจากจะเป็นผู้รักษาสัตว์แล้ว ยังเป็นผู้ดูแลทั้งด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ให้มีความยั่งยืน ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างมนุษย์ สัตว์ และสุขภาพสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องมีแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน ซึ่งสัตวแพทย์มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก และนอกจากจะเป็นการประชุมทางวิชาการ ยังถือเป็นการทำงานร่วมกันที่ขยายขอบเขตออกไปในทุกภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัยสัตวแพทย์ต่างๆ องค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน กว่า 30 แห่ง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ให้ความสำคัญกับสุขภาพหนึ่งเดียวเป็นอย่างมาก ซึ่ง One Health ไม่ใช่เพียงแค่แนวคิดทฤษฎี แต่ยังเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติที่เป็นตัวกำหนดสุขภาพของเราอีกด้วย โดยในทางสัตวแพทย์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เน้นผลกระทบในเชิงลึกของสุขภาพของสัตว์ที่มีผลต่อสุขภาพมนุษย์ โรคสัตว์สู่คน รวมทั้งการเชื่อมโยงต่อระบบนิเวศ ซึ่งองค์ความรู้ที่ไม่สิ้นสุดทางด้านสัตวแพทย์ ทั้งด้านวิชาการ วิจัย และนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัย ร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลจะช่วยกันรักษาสมดุลให้กับโลกได้ นอกจากนี้ สุขภาพหนึ่งเดียว ยังเป็นองค์ความรู้ในการเชื่อมโยงสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และระบบนิเวศ เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งต้องการความร่วมมือระหว่างสาขาวิชาต่างๆ ของสัตวแพทย์ เพื่อวางแนวทางการควบคุมโรค เพิ่มปลอดภัยในอาหาร และรักษาสมดุลอ่อนโยนของระบบนิเวศของเราให้ยั่งยืนได้ในอนาคต

รองปลัดฯรุดติดตามงาน ช่วยผู้เลี้ยงโคนมรายย่อย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810167

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยในโครงการ
พระราชดำริ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ผ่านระบบ Zoom Meetingโดยที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1.แนวทางการดำเนินงานช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยในโครงการพระราชดำริ

2.ภาพรวมแนวทางการดำเนินงานและความก้าวหน้าการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยทั่วประเทศ และ 3.ความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค แผนงาน/แนวทาง การดำเนินงานช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยในโครงการพระราชดำริ 7 แห่ง คือสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จ.สกลนคร, สหกรณ์โคนมหนองโพ จ.ราชบุรี, สหกรณ์โคนมชะอำ และสหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์ค จ.เพชรบุรี, สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์ค จ.ประจวบคีรีขันธ์, สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์ค จ.สระบุรี และสหกรณ์โคนมทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เพื่อให้มีประสิทธิภาพต่อไป

พด.ทำแผนใช้ที่ดินตำบล มุ่งใช้งานอย่างเหมาะสมยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810169

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) กล่าวว่า ได้จัดทำแผนการใช้ที่ดินซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่การใช้ทรัพยากรดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแผนการใช้ที่ดินระดับต่างๆ ประกอบด้วย ระดับประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นภาพรวมและเกิดการเชื่อมโยงการใช้ที่ดินด้านต่างๆ ของทั้งประเทศ ระดับจังหวัด เป็นการบริหารจัดการการใช้ที่ดินในจังหวัด และนำไปสู่การจัดทำแผนการใช้ที่ดินระดับตำบล ซึ่งจัดทำให้สอดคล้องกับศักยภาพของที่ดินการเกษตร โดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนตามบริบทของพื้นที่และครอบคลุมรายละเอียดหลายด้าน ได้แก่ การวางแผนการผลิต การอนุรักษ์ดินและน้ำการเตรียมดิน การจัดการอินทรียวัตถุ การจัดการธาตุอาหารพืช การจัดการน้ำในดิน รวมทั้งการควบคุมศัตรูพืชด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำข้อมูลแผนการใช้ที่ดินไปใช้พัฒนาพื้นที่การเกษตรให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของตนเองได้ ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรดินและที่ดินได้อย่างยั่งยืน ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกร สร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร

สำหรับการขับเคลื่อนจัดแผนการใช้ที่ดินระดับตำบลนั้น สำนักงานพัฒนาที่ดิน 12 เขต และสถานีพัฒนาที่ดินในสังกัดได้ร่วมกันดำเนินการ โดยมีกองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน และหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนข้อมูล รวมทั้งให้แนวทางและข้อเสนอแนะในการจัดทำแผนการใช้ที่ดิน ซึ่งได้ดำเนินการส่งเสริมและให้ความรู้กับเกษตรกรในการพัฒนาพื้นที่การเกษตรให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ตามแผนฯ ผ่านโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ เช่น การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด ก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นต้น หรือโครงการของหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ได้นำไปต่อยอดสู่โครงการความร่วมมือพัฒนาตำบล (SMART TAMBON) ซึ่งเป็นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในรูปแบบฐานข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่

ส่วนการวางแผนการใช้ที่ดินและให้ข้อมูลการจัดการดินในพื้นที่เกษตรรายแปลง ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการบูรณาการงานพัฒนาที่ดินส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในด้านการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน โดยให้เกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ในตำบลของตนเอง มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม และเกิดการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่อย่างแท้จริง เพราะเป็นการกำหนดแนวทางในการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ถูกต้องตามศักยภาพของดิน และเกิดประโยชน์สูงสุด นำไปสู่การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในตำบลให้ดีขึ้น เกิดผลเป็นรูปธรรม “เกษตรกรกินดี อยู่ดี มีรายได้ มีอาชีพมั่นคง สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เกษตรฯจัดประชุม คกก.บริหารนโยบาย บริการด้านเกษตร ใช้3แนวทางสำคัญ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/810170

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายอำนวยความสะดวกด้านการเกษตรประเด็นบริการทางการเกษตรที่ใช่ เลือกใช้ให้เหมาะสม ของกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2567 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานนโยบายอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร ประเด็นบริการทางการเกษตรที่ใช่ เลือกใช้ให้เหมาะสม ของกระทรวงเกษตรฯ ใน 3 แนวทางสำคัญได้แก่ แนวทางที่ 1 งานบริการภาคการเกษตรเพื่อส่งเสริมเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร (Agricultural Service Provider) แนวทางที่ 2 งานบริการApplication ของกระทรวงเกษตรฯ(การเข้าถึงการบริการที่สะดวก รวดเร็วและทันสมัย) และ แนวทางที่ 3 งานบริการ e – Service ของกระทรวงเกษตรฯ(มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น มีค่าใช้จ่ายที่ถูกลงและมีความสะดวกมากขึ้น)

ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวง
เกษตรฯ จัดทำฐานข้อมูลงานบริการภาคการเกษตร งานบริการ Applicationของกระทรวงเกษตรฯ และงานบริการe-Service ของกระทรวงเกษตรฯ ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นตามนโยบายที่กำหนด และให้บริการแก่เกษตรกรได้อย่างแท้จริง