กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ จับมือร่วมกับ UN จัดแคมเปญส่งต่อโลกที่ยั่งยืนสู่เจเนอเรชั่นถัดไป

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809947

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ จับมือร่วมกับ UN  จัดแคมเปญส่งต่อโลกที่ยั่งยืนสู่เจเนอเรชั่นถัดไป

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ จับมือร่วมกับ UN จัดแคมเปญส่งต่อโลกที่ยั่งยืนสู่เจเนอเรชั่นถัดไป

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้บริหารและบริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ในแคมเปญ central group love the earth นำโดย พิชัย จิราธิวัฒน์ พร้อมด้วย เข็มอัปสร สิริสุขะ ที่มาร่วมงาน

วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี ตรงกับวันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นวันสำคัญที่จะให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและร่วมกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมกับ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme) และ ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (RECOFTC) ในแคมเปญ “Central Group Love the Earth” (เซ็นทรัล กรุ๊ป เลิฟ ดิ เอิร์ธ) ภายใต้ธีม Generation Restoration (ส่งต่อโลกที่ยั่งยืนสู่เจเนอเรชั่นถัดไป) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวรณรงค์ที่สอดคล้องกับสหประชาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อ 1.ฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม และ 2.ป้องกันและหยุดยั้งการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ โดยคนรุ่นปัจจุบัน เพื่อโลกและคนรุ่นถัดไป โดยกลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ได้ร่วมมือกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติจัดงานสิ่งแวดล้อมโลกในฐานะตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากภาคเอกชนของประเทศไทย ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7 แล้ว ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50,000 ไร่ และลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบให้ได้ไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2573 ในงานมีการจัดกิจกรรมรักษ์โลกต่างๆ มากมาย อาทิ เวิร์กช็อปจัดสวนในขวดแก้ว, เสวนาในหัวข้อGeneration Restoration, กิจกรรมดีไซน์ Griptokจากวัสดุธรรมชาติ พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน PLAYGROUND X MITEENNN ระหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายน 2567 ณ ชั้น 3 โซนอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัล มุ่งมั่นในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” โครงการเพื่อความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล โดยหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนคือ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญและการลงมือปฏิบัติในการอนุรักษ์ปกป้อง และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ ขยะ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งล้วนเป็นภัยคุกคามต่ออนาคตของโลก กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จํากัด (มหาชน) จึงมีบทบาทและทิศทางด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับแนวทาง #GenerationRestoration

ภายในงานครั้งนี้นอกจากจะมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสนุกสนานแบบรักษ์โลกแล้ว กลุ่มเซ็นทรัล ดำเนินการจัดงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในรูปแบบ Carbon Neutral Event ผ่านการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเชิญชวนผู้ร่วมงานร่วมมือกันชดเชยคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ แบบ Realtime ผ่านApplication CERO Carbon Wallet รวมทั้งเชิญชวนนำขวดเปล่ามาแลกเครื่องดื่มจากบูธร้าน good goods ฟรีในงาน เพื่อนำขวดเข้าโครงการ “ขวดเปล่าไม่สูญเปล่า #4 ทำเพื่อน้องสู้ภัยหนาว” อีกด้วย

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ มุ่งมั่นสร้างโลกสีเขียวที่ยั่งยืน ด้วยการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้กลับมาสมบูรณ์ โดยเชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกัน จะช่วยส่งต่อโลกที่สวยงามและน่าอยู่สู่คนรุ่นถัดไปได้อย่างแน่นอน

โรงพยาบาลรามาธิบดี บูรณาการความร่วมมือทางการแพทย์ เผยผลสำเร็จการปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ครั้งแรกในอาเซียน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809940

โรงพยาบาลรามาธิบดี บูรณาการความร่วมมือทางการแพทย์  เผยผลสำเร็จการปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ครั้งแรกในอาเซียน

โรงพยาบาลรามาธิบดี บูรณาการความร่วมมือทางการแพทย์ เผยผลสำเร็จการปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ครั้งแรกในอาเซียน

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศผลลัพธ์ความสำเร็จในการปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Assisted Kidney Transplantation) ครั้งแรกของประเทศไทยและกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สืบเนื่องจากความร่วมมือภายใต้โครงการ MFA-MU Capacity Building for Medical and Health Science Education Hub ระหว่างกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อบูรณาการความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้เท่าทันการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และผลักดันศักยภาพวงการแพทย์ไทยสู่มาตรฐานสากล

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด คือ หนึ่งในรูปแบบของเทคโนโลยีการผ่าตัดแบบแผลเล็กที่เรียกว่า “Minimally Invasive Surgery” ที่สามารถลดข้อจำกัดของมนุษย์และการผ่าตัดผ่านกล้อง (laparoscopic Surgery) เช่น การเข้าถึงอวัยวะภายในที่แคบและมองเห็นยากได้เป็นอย่างดี โดยมีอัตราขยายการมองเห็นมากกว่าสายตามนุษย์ถึง 10 เท่า สามารถเย็บแผลและห้ามเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะทำการผ่าตัดในท่านั่งซึ่งช่วยลดอาการเมื่อยล้าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบทั่วไป และการผ่าตัดผ่านกล้องที่จะต้องผ่าตัดในท่ายืนเป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีข้อจำกัดและยังไม่สามารถทดแทนบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทั้งหมด

รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ หัวหน้าศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า “ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นศูนย์ที่ให้บริการปลูกถ่ายไตมากที่สุดในประเทศไทย รวมถึงเป็นต้นแบบทางการรักษาและฝึกอบรมให้กับโรงพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันทั่วประเทศ โดยความสำเร็จของการปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความก้าวหน้าทางการแพทย์ไทย”

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ

ความสำเร็จของการปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดให้กับผู้ป่วย 3 รายแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้เป็นการผ่าตัดร่วมกันระหว่างทีมคณะแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Rangueil University Hospital ประเทศฝรั่งเศส โดยผู้ป่วยทั้ง 3 รายมีระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยอยู่ที่ 9 วัน และไตสามารถทำงานได้อย่างดี นอกจากนี้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดยังถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการผ่าตัดในหลากหลายสาขา เช่น ศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ ศัลยศาสตร์ทั่วไป ศัลยศาสตร์มะเร็ง ศัลยศาสตร์ตับ ศัลยศาสตร์ปลูกถ่ายอวัยวะ และศัลยศาสตร์ทรวงอก เป็นต้น

ทั้งนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยอย่างหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มศักยภาพในการรักษาพยาบาลในหลากหลายสาขา คาดการณ์ว่าในอนาคตหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในทางการแพทย์ มูลนิธิรามาธิบดีฯ เล็งเห็นถึงผลประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพทางการรักษาพยาบาลแก่คนไทย ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและวิจัยเพื่อต่อยอดสู่การเป็นต้นแบบแห่งการรักษา

มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงสานต่อการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลรามาธิบดี ผ่านการจัดตั้งโครงการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อระดมทุนในการซื้อหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียม ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี โครงการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 879-2-00448-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 026-3-05216-3 ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 090-3-50015-5 หรือบริจาคออนไลน์ https://www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร.02-2011111

คุณแหน : 12 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809945

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll ขอแสดงความยินดีกับ รศ.คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา..

ll ชื่นชมสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(ดีป้า)ที่ปัจจุบันสามารถยกระดับดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยไปแล้วมากกว่า 165 ราย ขณะที่ปี 2567นี้มีแผนที่จะส่งเสริมสตาร์ทอัพเพิ่มอีกกว่า20 ราย..

ll ศ.ดร.นพ.ประกิตพันธุ์ทมทิตชงค์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะกรรมการฯศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์,นพ.วันชาติศุภจัตุรัส,ศ.เกียรติคุณ นพ.รณชัย คงสกนธ์และ พล.ต.ผศ.นพ.กิฎาพล วัฒนกูล ได้เดินทางไปณ นครชิคาโก ตามคำเชิญให้เข้าร่วมประชุมและร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับแพทยสมาคมอเมริกันในการประชุมแพทยสมาคมอเมริกัน ประจำปี 2567..

ll มิตรสหายยินดีกับ รศ.ดร.ภก.สุมนต์ สกลไชย ที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยศิลปากร..

ll มร.ฮาราลด์ ลิงค์ นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ลงนาม MOU กับ โรจน์ปิติ ธรรมชูเวท ปธ.กก.บจ.ที.ลอจิคอล เรสโซลูชั่น เพื่อส่งเสริมการสร้างระบบฐานข้อมูลจัดการระบบรับรองการใช้งานบน Online Platform สอดคล้องมาตรฐานสากลให้เกิดความยั่งยืนและรับมือการเติบโตของกีฬาและการจัดแข่งขันกีฬาขี่ม้าทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติในประเทศไทย..

ll จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงินบริจาค จาก ประไพพิศ ไวนิทรา ปธ.บจ.พี.ไว เพื่อสมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกส่วนต่อขยาย รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..

ll สุภาพ กตัญญูวันเกิดปีนี้หวานใจพร้อมลูกชาย ประเสริฐ-สุทธิพัณ กตัญญู พาไปทำบุญที่วัดเทวราชกุญชร งานนี้ ปัจฉิมา ธนสันติ ไปร่วมงานด้วย..

ll ข่าวสุดยินดีของสุรพงษ์-ภญ.ทศนาถ เจริญพงพันธุ์ ลูกชายคนเก่ง นพ.วีรวิทย์ เจริญพงพันธุ์ได้ฉลองสมรสกับ พญ.ชนินาถ ผ่องศรีบุตรี กาญจนา ผ่องศรี เป็นที่เรียบร้อยแล้วงานนี้เพื่อนๆพ่อกับแม่เชียร์ให้ได้อุ้มหลานปู่และย่าเร็วๆ..

ll ดร.สมศักดิ์ กวีไตรภพ สุดปลื้มที่ในงานประชุมวิชาการของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มีทันตแพทย์มาเยี่ยมบูธผลิตภัณฑ์เวลเดนท์กันอย่างคับคั่ง..

ll ขอเชิญสาวๆ ทั้งวัยระหว่าง 25-40 ปีมาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ“SUNTORYชวนฟิต พิชิตหุ่น”เพื่อช่วยควบคุมหรือลดน้ำหนักได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องอดอาหารแถมยังได้รับสารอาหารครบถ้วน สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ LINE ID : @mrp2024 หรือที่ https://lin.ee/cjxV7bo รับสมัครฟรีถึง 15 มิ.ย. รับจำนวนจำกัด..ll

น้องใหม่

เปิดปั๊ม ‘PTT STATION’ ใจกลางสระแก้ว พร้อมเรือนรับรองพระสงฆ์ ชูธุรธรรม นำธุรกิจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809960

เปิดปั๊ม 'PTT STATION' ใจกลางสระแก้ว พร้อมเรือนรับรองพระสงฆ์ ชูธุรธรรม นำธุรกิจ

เปิดปั๊ม ‘PTT STATION’ ใจกลางสระแก้ว พร้อมเรือนรับรองพระสงฆ์ ชูธุรธรรม นำธุรกิจ

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.32 น.

บริษัท เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข จำกัด นำโดย นายสุรพล ตังคะประเสริฐ ประธานฯ  นางวรินทร ตังคะประเสริฐ รองประธานฯ พร้อมด้วย นายอรรถวัฒน์ ตังคะประเสริฐ นายกันตภณ ตังคะประเสริฐ นายรัชพล ตังคะประเสริฐ และครอบครัว ได้ทำพิธีเปิด “PTT STATION”  เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข ปั๊มน้ำมัน  ปตท. ใจกลางเมืองสระแก้ว อย่างเป็นทางการ 

ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันแห่งแรกที่มีแนวคิดในการทำห้องพักรับรองพระสงฆ์  และห้องน้ำพระสงฆ์  เนื่องจากว่า พระสงฆ์ที่ต้องเดินทางไปทำกิจนิมนต์  ยังสถานที่ต่างๆ  ไม่ได้รับความสะดวก ในการทำกิจของสงฆ์  โดยเฉพาะการเข้าห้องน้ำ ที่ต้องปะปนกับประชาชนทั่วไป ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังตรงกับคอนเซ็ปต์  “ธุรธรรม นำธุรกิจ”  ที่ใช้มาตลอดในการดำเนินธุรกิจที่ทำมา

โดยได้รับเกียรติจาก นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง กลางใจเมืองสระแก้ว พร้อมรับของที่ระลึก ส้มมงคล ข้าวหอมมะลิเฮียพล และน้ำดื่มเฮียพล ที่มีสโลแกนว่า “สุขใจดื่มได้สุขจริง”  เป็นของที่ระลึกกลับบ้าน 

ทั้งนี้  ภายในงานยังมีการแสดง เชิดสิงโต มังกรทอง จัดเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับทุกคน  นอกจากนั้นยังได้จัดเลี้ยงด้วยโต๊ะจีนชุดใหญ่ พร้อมการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย อาทิ อิน บูโดกัน มาสร้างความสุข ความสนุกสนานให้แขกผู้มีเกียรติได้อิ่มเอมกับอาหารกลางวันสุดพิเศษ และเพลิดเพลินไปกับการแสดงมากมายบนเวที ภายในโดมสีขาวติดแอร์เย็นฉ่ำ ที่ปั๊ม ปตท. เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข จังหวัดสระแก้ว

นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า วันนี้ ถือว่าเป็นวันดี  รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ได้มาเปิดปั๊ม ปตท.สระแก้ว ปั๊มเฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม ปั๊มใหญ่กลางใจเมืองสระแก้ว  ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ทำการเปิด ไทวัสดุ ก่อสร้างไป  ด้วยเมื่อ 3 ปีก่อน ยังไม่มีใครกล้าลงทุนในสระแก้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากติดกฎระเบียบราชการ แต่มาวันนี้ ทำไมวันนี้ ถึงมีคนกล้าลงทุน เพราะกฎระเบียบในการพัฒนาบ้านเมือง และผังเมือง ได้ผ่านการแก้ไขแล้ว ผมคือ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งได้ทำงานอย่างหนักมากว่า 3 ปี ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน วันนี้ ให้มองแค่ 2 กิจการ ซึ่งไทวัสดุ มีคนงานกว่า 400 คน ส่วนปั๊มปตท.ของเฮียพล ก็มีคนงานราว 200 คน ถามว่า เกือบ 600 ครอบครัวมีรายได้ มีเงิน และยังทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน มีการค้าขายที่เกิดขึ้น ซึ่งหลายท่านก็เข้าใจพวกเราว่าได้พยายามผลักดันส่งเสริมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ แก้ไขกฎระเบียบที่ไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาบ้านเมือง เราก็ต้องช่วยกันทำ แต่เราไม่ได้ทำคนเดียว มีเบื้องหลัง ทั้งท่านนายกเทศบาลเมืองสระแก้ว ท่านรองนายกฯ ท่านนายอำเภอเมืองสระแก้ว รวมถึง พี่น้องคนในชุมชนที่ช่วยกันขับเคลื่อน แก้ไขปัญหาผังเมือง จนสามารถมีการลงทุนได้ในวงเงินหลายร้อยล้านบาท และก็จะเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน การเปิดปั๊มปตท. สระแก้ว ก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ทำให้เกิดการลงทุน ทำให้พี่น้องชาวสระแก้วได้มีงานทำ ซึ่งไม่เพียงแต่ในอำเภอเมืองเท่านั้น ในอำเภอต่าง ๆ ก็ได้รับการแก้ไขไปพร้อมกันด้วย เพื่อนำพาความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนให้แก่จังหวัดสระแก้วต่อไป

นายสุรพล ตังคะประเสริฐ ประธานกรรมการบริษัท เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข กล่าวว่า ปั๊มน้ำมันปตท.สระแก้ว หรือปั๊มน้ำมันปตท.เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัด เต็มมั่งมีศรีสุข เป็นปั๊มน้ำมันที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง นอกจากจะให้บริการน้ำมันแล้ว  ที่เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ  เราได้ทำเรือนรับรองพระสงฆ์ และห้องน้ำพระสงฆ์ ที่ใช้ชื่อว่า “เรือนปลดทุกข์” สำหรับพระสงฆ์   โดยสามารถประกอบกิจของสงฆ์ตามช่วงเวลาได้ที่เรือนรับรองพระสงฆ์  มีการถวายน้ำปานะ ถวายภัตตาหารเช้า ภัตตาหารเพล ให้เป็นพุทธบูชา ในแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง แดนศิลปะถิ่นธรรมแห่งนี้สืบไป 

วันนี้ ผมได้สานฝันในการทำปั๊มน้ำมัน และก็จะมีฝันต่อจากนี้ไปอีกอย่างแน่นอน เพราะว่า ผมใช้ธรรมะ นำหน้าที่การงาน ธรรมะนำชีวิต และใช้ธรรมะนำธุรกิจ ผมกล้าพูดได้เต็มปาก เต็มคำและเต็มหัวใจของผมว่า ห้องน้ำสำหรับพระสงฆ์ในปั๊มน้ำมันปตท.สระแก้ว แห่งนี้ ไม่ใช่แค่เป็นที่หนึ่ง แต่เป็น “ที่สุด” ของห้องน้ำ และที่สำคัญ นี่คือ  อนิสงส์ ที่จะส่งต่อไปถึงลูก หลาน ของผมต่อไปในภายภาคหน้า เพราะว่า เราได้ถวายที่ดินสร้างวัด เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมอนุตรธรรมารามแล้ว และครั้งนี้ เรามี “เรือนปลดทุกข์” ในปั๊มน้ำมัน ให้พระภิกษุสามเณร ท่านหนักก็รีบเอาออก ท่านเบาก็รีบเอาทิ้ง ท่านจะได้สบายใจ พอท่านเอาออกเรียบร้อย เราก็ให้เข้าเรือนรับรอง ถวายน้ำปานะ ภัตตาหารเช้า ภัตตาหารเพล นี่คือ อนิสงส์ 
และที่สำคัญ ผมได้ทำห้องน้ำผู้หญิงที่เคารพ ผู้ชายที่ศรัทธา โดยได้ทำชักโครกไฟฟ้าอย่างดี สมัยใหม่ที่มีวาวล์ปิดเปิดให้กับลูกค้า ท่านจะเดินมาเข้าก็ฟรี ขับรถมาก็ฟรี หรือจะบินมาเข้า ผมก็ให้เข้าฟรี นอกจากนี้ เรายังได้จัดพนักงาน แม่บ้านดูแลทำความสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง ห้องน้ำที่นี่จะสะอาดไม่แพ้ที่บ้านของท่าน ความงดงามเหนือกว่าใครในปฐพี อันนี้กล้าท้าทุกท่านไปสำรวจห้องน้ำผมก่อนกลับบ้าน

นอกจากนี้ยังมีร้าน อะเมซอนคาเฟ่ ผมก็ได้ออกแบบตกแต่ง ให้เป็นคอนเซ็ปต์ของผมเองว่า “สุขทุกวัน เต็มคำทุกแก้ว” จึงขอฝากทุกท่านไว้ด้วย  ให้แนะนำให้เพื่อน ๆ มาดู มาอุดหนุน ให้แดนศิลป์แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง อู่ข้าวอู่น้ำบ้านเกิดเมืองนอนแห่งนี้ เกิดขึ้นให้ได้ทั่วไทย เพื่อทุกคนจะได้มาสร้างกุศลบุญ พลังบุญ ที่เหนือกว่าเสบียงอาหารชีวิต เพราะเสบียงบุญ ยิ่งเราได้สะสมมากเท่าไหร่ เราก็จะมีพลังบุญเป็นทวีคูณ ถ้าเราสะสมเงินทอง และมีการให้ เราก็จะมีเสบียงบุญที่เหนือกว่าใคร 
ต้องกราบเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ท่านปริญญา โพธิสัตย์ ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดี ที่ท่านได้มีเมฆตากับครอบครัวผม ในจังหวัดสระแก้วมาโดยตลอด และพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่มาในวันนี้เหนือความคาดหมาย ผมและครอบครัวก็ยินดี และมีความสุขมาก

นายอรรถวัฒน์ ตังคะประเสริฐ กล่าวว่า ภายในปั๊มเรา มีร้านค้ามากมาย เช่น KFC ไดร์ฟทรู ซึ่งปกติมีเปิดในปตท.ไม่มาก แต่ KFC ก็มาเปิดให้เรา ก็ต้องถือว่าพิเศษจริงๆ ถึงมาเปิด และเราก็มี  อะเมซอนคาเฟ่ ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะ เรามีร้านเครื่องซักผ้าแอลจี ซึ่งถือว่าเป็นร้านที่2 ของโลกก็ว่าได้ ที่มาเปิดให้บริการในปั๊มน้ำมัน เพราะว่า ที่แรกอยู่ที่กรุงเทพฯ รวมถึง ร้านขนม ร้านของฝากทั่วไป ร้านข้าวแกง ร้านปลาช่อนที่เป็นแบรนด์หลักๆของจังหวัดสระแก้ว ที่เราคัดสรรมาแล้วว่าอร่อย รวมถึงธรุกิจ จำหน่ายของรถมอเตอร์ไซต์ ฮอนด้าประสิทธิ์มอเตอร์สระแก้ว2554 จำกัด, ดีที่สุดคาร์แอนด์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจแรกของคุณพ่อ  จึงนำมาเปิดในปั๊มแห่งนี้ด้วย  หามมีลูกค้าซื้อรถ ข้าง ๆ ก็มี กรุงศรี ออโต้ พร้อมให้บริการ 

อย่างไรก็ตาม การทำกิจการปั๊มน้ำมันนี้ ถือเป็นการช่วยเหลือ ให้คนสระแก้วได้มีรายได้ รวมถึงช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชน คนสระแก้ว เพราะเราอยู่กันแบบครอบครัว แบบพี่น้อง ใครที่ได้เข้าทำงานกับเราจะมีความสุข  ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนต้องการ แต่ว่าความสุข เป็นสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ของผม ทำเพื่อทุกคน ตามสโลแกน “ให้มากกว่า ได้มากกว่า ยิ่งให้ยิ่งได้” ซึ่งคุณพ่อมักพูดบ่อยๆว่า “คิดเอา มันหนัก แต่คิดให้ มันสบาย”  เพราะคิดเอา จะต้องคิดหลายอย่าง แต่เวลาให้ เขาแค่รับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก อันนี้ คือสโลแกนคุณพ่อผม 

ใครที่ผ่านมายังจังหวัดสระแก้ว เชิญมาที่ ปั๊มปตท. เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข อยู่ใจกลางเมืองสระแก้ว หาง่าย ป้ายใหญ่โดดเด่น ใครมาก็ต้องเห็น อย่างน้อยก็มาเข้าห้องน้ำ มาปลดทุกข์ มาคลายเครียด หรือมานั่งที่อะเมซอนคาเฟ่ มาดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรดปรานภายในห้องแอร์เย็นๆ “สุขทุกวัน เต็มคำทุกแก้ว” และที่ขาดไม่ได้เลย มีสนามเด็กเล่น สำหรับน้อง ๆ ด้วย มีเด็กมาแล่นแล้วไม่ยอมกลับ  ในอนาคตอาจมีการขยายพื้นที่ในส่วนนี้เพิ่มอีกด้วย  รวมถึงจะมีการเพิ่มเติมบ่อปลาคราฟ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนวางระบบ

ด้าน  นายกันตภณ ตังคะประเสริฐ กล่าวเสริมว่า ด้านหน้าของเรือนปลดทุกข์ ก็คือ พาวิลเลียน ซึ่งที่ได้ออกแบบอย่างสวยงาม ตามคอนเซ็ปต์การดีไซน์และตกแต่ง ที่ได้แนวคิดมาจากพุทธศาสนา โดยจะเห็นได้ว่า มีลักษณะเหมือนใบบัว  รวมถึงแนวทางเดินจะมีเส้นโค้ง เสมือนเป็นก้านใบบัว เพราะเรานำธรรมะมาบริหารธุรกิจ ซึ่งไม่ได้เน้นการแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียว ภายในปั๊ม เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข  ในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 6 ไร่ กว้างขวางสะดวกสบาย มีบริการแบบครบวงจร เมื่อท่านมาใช้บริการ ก็จะมีแต่ความสุขกลับไป

-(016)

จุฬาฯ MOU ไอยรา แพลนเน็ต ร่วมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์!!

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809926

จุฬาฯ MOU ไอยรา แพลนเน็ต ร่วมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์!!

จุฬาฯ MOU ไอยรา แพลนเน็ต ร่วมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์!!

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.02 น.

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการบริหาร , อาจารย์ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด และ ศาสตราจารย์ เภสัชศาสตร์หญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ , รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.ชาญกิจ พุฒิเลอพงศ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานแถลงข่าวพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ ระหว่างคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด  ต่อยอดงานวิจัย 5 โครงการ ภายใต้นโยบาย “นวัตกรรมเสริมสร้างเศรษฐกิจ” ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีพันธกิจสำคัญในการรับใช้สังคม เป็นเสาหลักของแผ่นดินในด้านวิชาการ ซึ่งการนำผลงานวิจัยมาก่อให้เกิดประโยชน์จัดเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่มีความสำคัญ เป็นกลไกที่ทำให้งานวิจัย “จากหิ้งสู่ห้าง” อย่างแท้จริง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความร่วมมือกับ บริษัท ไอยราแพลนเน็ต จำกัด มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมถึงการพัฒนาและทดสอบอาหารเสริมทางคลินิกเพื่อผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการเสริมสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้บริโภคทั่วไปและผู้ป่วยแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้นโยบาย “นวัตกรรมเสริมสร้างเศรษฐกิจ” ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์  กล่าวต่อว่า สำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับและต่อยอดงานวิจัยนวัตกรรมใหม่ ๆ  ให้เกิดขึ้นและใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง โดยการร่วมมือกับ บริษัท ไอยราแพลนเน็ต จำกัด ในครั้งนี้เป็นการลงนามความร่วมมือที่มีการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา  ซึ่งนวัตกรรมงานวิจัยสามารถสร้างความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศ การร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มีความยั่งยืน พร้อมทั้งยกระดับผลิตภัณฑ์งานวิจัยนวัตกรรมของไทยก้าวไกลไปสู่ระดับสากล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถที่จะเป็นเสาหลักของแผ่นดินที่ตอบโจทย์ให้กับผู้คนได้ในทุกระดับ 

ขณะที่การร่วมมือกันในครั้งนี้มีอยู่ 5 โครงการ เป็นการวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมุ่งเน้นการเลือกใช้วัตถุดิบภายในประเทศและใช้องค์ความรู้ภายในประเทศไทย เพื่อเป็นการยกระดับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยให้มีราคสูงขึ้น  โดยผลงานวิจัยทั้งหมดที่ทำร่วมกันจะเป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด ทั้งหมด 

ด้าน ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า บริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสในการร่วมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสูงสุด แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ต้องการผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จ และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนับล้านคนได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ ไอยรา แพลนเน็ต เป็นองค์กรธุรกิจที่มุ่งเน้นการสนับสนุนนวัตกรรมงานวิจัยมานานกว่า 12 ปี ด้วยพันธกิจ “สร้างคุณค่าสู่สังคม” บริษัทฯ นำงานวิจัยที่มีคุณค่ามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค สร้างงานและอาชีพ สร้างชุมชนที่ดี ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจบนหลักการ “ถูกต้อง คุณค่า ยั่งยืน” หลังจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบอย่างมาก พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น เทรนด์สุขภาพของโลกเน้นการดูแลตนเองด้วยนวัตกรรมงานวิจัยที่มีคุณค่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกลายเป็นทางเลือกสำคัญในการทำการตลาดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภคในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ไอยรา แพลนเน็ต ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ “องค์กรแห่งนวัตกรรม” โดยมุ่งเน้นการคัดสรรนวัตกรรมงานวิจัยที่ โดดเด่น  และแตกต่าง เพื่อนำมาพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น ความร่วมมือทางวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัทไอยรา แพลนเน็ต จำกัด นับเป็นก้าวสำคัญที่สร้างคุณค่างานวิจัยพร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าทางการตลาด เพื่อผู้บริโภคได้รู้จักและได้รับประโยชน์อย่างกว้างขวางในอนาคต

-(016)

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย’67 เปิดพื้นที่ ‘การผจญภัยในห้วงอวกาศ’ ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้วิทย์นอกห้องเรียนอย่างสร้างสรรค์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809892

เริ่มแล้ว 'เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย'67 เปิดพื้นที่ ‘การผจญภัยในห้วงอวกาศ’ ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้วิทย์นอกห้องเรียนอย่างสร้างสรรค์

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย’67 เปิดพื้นที่ ‘การผจญภัยในห้วงอวกาศ’ ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้วิทย์นอกห้องเรียนอย่างสร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.28 น.

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย’ ประจำปี 2567 พร้อมเปิดพื้นที่  ‘การผจญภัยในห้วงอวกาศ’ จัดเต็มกิจกรรม 2 ภูมิภาค ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้วิทย์นอกห้องเรียนอย่างสร้างสรรค์

11 มิถุนายน 2567 นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย” ประจำปี 2567” ภายใต้หัวข้อ “การผจญภัยในห้วงอวกาศ” พร้อมด้วย คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย              และดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัยผ่านเรื่องราวของดวงดาวและอวกาศ ที่จะชวนทุกคนสร้างสรรค์จินตนาการไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีนางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.สุพรรณี ชาญประเสริฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) นางสาวพรเพ็ญ ทองสิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผศ.ดร.สุวรรณ พลายพิชิต ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสารสนเทศและกิจการพิเศษ  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คุณคาโรลีน ลิงค์ ประธานบริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และประธานร่วมบริษัท บี.กริม ฟาร์มา และนางสาวสมพร สิริพิทักษ์เดช หัวหน้างานศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและครอบครัว ไทยพีบีเอส ร่วมแถลงข่าวฯ ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ณ เดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพฯ

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายเมืองแห่งการเรียนรู้ที่กรุงเทพมหานครพร้อมสนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมามีโรงเรียนจากหลายสังกัดเข้าร่วมโครงการนี้ รวมถึงโรงเรียนในสังกัดของกรุงเทพมหานครเองก็ได้เล็งเห็นความสำคัญและเข้าร่วมโครงการนี้มามากกว่า 10 ปี ทั้งยังมีการขยายผลที่ดีภายในโรงเรียนอีกด้วย ในฐานะตัวแทนกรุงเทพมหานคร รู้สึกยินดี และดีใจแทน เด็ก ๆ รวมทั้งคุณครู อาจารย์ ที่มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้มาผนึกกำลังร่วมกันจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่สนุกสนานให้กับเด็กเล็ก หรือ เด็กปฐมวัย ที่เปรียบเสมือนเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต การส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ ถือเป็นฐานรากที่สำคัญที่ทำให้เด็กเกิดกระบวนการคิดเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้นการสร้างโอกาสในการเกิดการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเพียงการเรียนรู้ตามหลักสูตรของโรงเรียน เเต่ยังรวมไปถึงการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์นอกห้องเรียนที่สนุกสนานจะช่วยให้เด็กที่พัฒนาการที่ดี นำไปสู่การเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ”

คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย กล่าวว่า “โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ดำเนินการจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เราได้ตระหนักถึงปัญหาของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ที่ผ่านมาไม่ได้รับการพัฒนาทักษะอย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้ปัจจุบันเกิดการขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้ทำการศึกษาโครงการส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยในประเทศเยอรมนี จากมูลนิธิ “Haus der Kleinen Forscher” ซึ่งเป็นโครงการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มการนำโครงการดังกล่าว มานำร่องเป็นต้นแบบในประเทศไทย เพื่อพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยปัจจุบันดำเนินโครงการเป็นปีที่ 13 โดยได้ขยายผลกว่า 39,835 โรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา ผ่านผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น 456 แห่ง โดยมีกิจกรรมอบรมครู พัฒนาสื่อการเรียนการสอน และทำกิจกรรมสู่กลุ่มครอบครัว ถือเป็นกิจกรรมการเรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวเด็กที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการเรียนรู้ระดับปฐมวัย ที่สามารถเพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเติบโตเป็นเยาวชนที่ดีในอนาคต และเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป”

ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กล่าวว่า “อพวช. ถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานหลักที่มีบทบาทขับเคลื่อน “โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี โดยเฉพาะรายการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ซึ่งออกอากาศในช่อง Thai PBS และช่วยในการประสานงานในการจัดทำคู่มืองาน “เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สำหรับเด็กปฐมวัย โดย “เทศกาลวันนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ประจำปี 2567” ปีนี้จัดขึ้นทั้งหมด 2 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลางและภาคใต้ ในหัวข้อ “การผจญภัยในห้วงอวกาศ” โดยภาคกลาง จะจัดขึ้นที่ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ณ เดอะ สตรีท รัชดา และภาคใต้ จัดที่จังหวัดสงขลา ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ซึ่งปีนี้เราได้พัฒนาคู่มือ “การผจญภัยในห้วงอวกาศ” ขึ้น เพื่อสร้างทักษะการสังเกต การจำแนกกลุ่มดาวบนท้องฟ้า การประดิษฐ์แผนที่ดาวแบบง่าย ตลอดจนปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนท้องฟ้า    โดยแบ่งออกเป็น 4 ฐานกิจกรรม ประกอบด้วย ฐานที่ 1 ค้นหากลุ่มดาวบนท้องฟ้า : ต่อยอดจินตนาการด้วยการประดิษฐ์แผนที่ดาวด้วยตัวเอง ฐานที่ 2 สร้างระบบสุริยะด้วยมือเรา : ชวนเปรียบเทียบดาวเคราะห์กับโลกในระบบสุริยะของเรา ฐานที่ 3 เมื่อฉันไปเยือนดาวอังคาร : เรียนรู้เกี่ยวกับดาวอังคารและจินตนาการถึงสิ่งที่มีอยู่บนดาวดวงนั้น ฐานที่ 4 ส่งสารไปต่างดาว : ชวนเด็ก ๆ บอกเล่าความพิเศษส่งออกไปในอวกาศ   โดยคู่มือนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนครูและนักวิทยาศาสตร์น้อยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ค้นคว้าคำตอบ เกิดความสนุกสนานและสร้างจินตนาการและทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ นำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต”

คุณคาโรลีน ลิงค์ ประธานบริษัท  บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และประธานร่วมบริษัท บี.กริม ฟาร์มา กล่าวว่า “การศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาของประเทศ บี.กริม จึงให้ความสำคัญและสนับสนุนการศึกษาในทุก ๆ มิติ มาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในโครงการสำคัญคือ โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ซึ่ง บี.กริม ได้ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2553 เนื่องด้วยวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ ซึ่งสอดคล้องตามหลักปรัชญา “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี” ของ บี.กริม เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้เด็กๆ สนุกกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการวางรากฐานทักษะการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (Science, Technology, Engineering, and Mathematics) หรือ STEM ให้แก่นักเรียนระดับปฐมวัยและประถมศึกษากว่า 400,000 คน ภายในปี 2573 ผ่านโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย บี.กริมเล็งเห็นว่าทักษะด้าน STEM มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นพนักงานของ บี.กริมเองยังได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ในฐานะ“นักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง” ด้วยการเข้าร่วมฝึกอบรมและทำกิจกรรมร่วมกับคุณครูในโรงเรียนเครือข่าย บี.กริม ซึ่งเป็นโรงเรียนในบริเวณใกล้เคียงสถานประกอบการของ บี.กริม กว่า 138 แห่งอีกด้วย”

โดยคณะโรงเรียนและคุณครูที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดคู่มือ เพื่อทำกิจกรรมพิเศษของ “วันนักวิทยาศาสตร์น้อย” ได้ที่ เว็บไซต์ http://www.littlescientistshouse.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึง 31 สิงหาคม 2567 นี้

-(016)

‘วนัช กูตูร์’ปล่อยคอลเลกชัน ปลายฝน ต้นหนาว “Fin de la Pluie, Début du Froid”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809863

'วนัช กูตูร์'ปล่อยคอลเลกชัน ปลายฝน ต้นหนาว “Fin de la Pluie, Début du Froid”

‘วนัช กูตูร์’ปล่อยคอลเลกชัน ปลายฝน ต้นหนาว “Fin de la Pluie, Début du Froid”

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.58 น.

วนัช กูตูร์ ถ่ายทอดจินตนาการชุดแต่งงานในฝันผ่านคอลเลกชัน “Fin de la Pluie, Début du Froid” ของ Vanus Couture” ที่ไม่เพียงแต่สื่อถึงช่วงเวลาที่สวยงามแต่ยังสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงและการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความงดงามของธรรมชาติในช่วงปลายฝนต้นหนาว ด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความสดชื่นจากหยาดฝนสุดท้ายกับความสงบเย็นของสายลมแรก   ในฤดูหนาว ทุกชุดในคอลเลกชันนี้ได้รับการตัดเย็บอย่างพิถีพิถันด้วยผ้าเนื้อดีที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนแต่หรูหรา สีขาวบริสุทธิ์ของ ชุดแต่งงานเป็นการสื่อถึงความบริสุทธิ์และความสดใสของการเริ่มต้นใหม่ เช่นเดียวกับการเข้าสู่ฤดูหนาวที่ให้ความรู้สึกสงบและ โรแมนติก ด้วยความประณีตและความละเอียดอ่อนในทุกๆ รายละเอียด คอลเลกชันนี้จึงเป็นมากกว่าชุดแต่งงาน แต่เป็นงานศิลปะ ที่สามารถนำพาคุณเข้าสู่บรรยากาศของปลายฝนต้นหนาวได้อย่างแท้จริง ดอกไม้ผ้าที่ประดับอยู่ทั่วชุดแต่งงานได้ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับดอกไม้ที่บานในฤดูฝนและน้ำแข็งที่เริ่มก่อตัวในฤดูหนาว เป็นการสร้างสรรค์ที่ลงตัวและสวยงามมากที่สุด ชุดแต่งงานทั้งหมดในคอลเลกชันนี้มีทั้งหมด 10 ชุด ถ่ายทอดผ่านนางแบบสาวสวย ซึ่งแต่ละชุดได้ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยฝีมือระดับช่างศิลป์ โดยได้นางแบบสาวสวย เทีย-ทวีพาณิชย์พันธุ์” Miss Tourism International 2023 มาร่วมถ่ายทอดผลงานระดับกูตูร์ในครั้งนี้     

เปิดตัวด้วยผลงานชุดแรก ออกแบบชุดแต่งงานให้เป็นชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ ที่โดดเด่นด้วยดอกไม้ผ้าลายละเอียดที่ถูกจัดวางอย่างประณีตทั่วทั้งกระโปรง ดอกไม้เหล่านี้ถูกทำขึ้นด้วยผ้าเนื้อดีที่มีความเงางาม  ทำให้ชุดดูหรูหราและมีความละเอียดอ่อน ส่วนด้านบนของชุดเป็นแบบเกาะอกทรงตรงที่เน้นให้เห็นความ สง่างามของผู้สวมใส่ โดยมีดอกไม้ผ้าขนาดใหญ่ประดับเพิ่มที่ด้านข้าง ทำให้ชุดดูมีความสมดุลและลงตัว ในการออกแบบนี้ได้นำเอาแนวคิดความเรียบหรูและอ่อนโยนมาผสมผสานอย่างลงตัว

 ชุดที่ 2 ถูกออกแบบด้วยผ้าเนื้อดีที่มีความเงางาม สีขาวบริสุทธิ์ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์และความสง่างามของเจ้าสาว ด้านบนของชุดมีการประดับประดาด้วยดีเทลที่น่าทึ่งในรูปทรงคล้ายคลื่น ซึ่งแสดงถึงความเป็นธรรมชาติและความอ่อนโยนของช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาว ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์นี้มีการใช้ผ้าพลีทที่เรียงตัวอย่างละเอียดอ่อน ทำให้ชุดดูมีมิติและความเคลื่อนไหว รูปทรงที่โดดเด่นนี้เสริมด้วยรายละเอียดเล็กๆ เช่น การปักเลื่อมเพชรที่เพิ่มความแวววาวและหรูหราในทุกย่างก้าวของเจ้าสาว ด้านหน้าของชุดมีการตัดเย็บด้วยลวดลายที่เป็นแนวตรงจากส่วนบนลงมาจนถึงปลายกระโปรง ทำให้ดูเพรียวบางและสูงสง่า กระโปรงที่ยาวและพลิ้วไหวช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่โรแมนติกและอ่อนโยน เหมือนกับสายลมแรกที่พัดผ่านในฤดูหนาว  การออกแบบชุดนี้ทำให้เห็นถึงความประณีตและฝีมือของช่างที่สร้างสรรค์งานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้จริง ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้เห็นและสัมผัสถึงความงามของธรรมชาติผ่านชุดแต่งงานนี้

 ชุดที่ 3  มีการออกแบบที่ทันสมัยด้วยการใช้ผ้าสีขาวที่มีความเงางาม ด้านบนของชุดเป็นแบบเกาะอกทรงตรงที่เน้นความเรียบหรูและความสง่างามของผู้สวมใส่ ชุดมีการตกแต่งด้วยดอกไม้ผ้าที่ถูกจัดวางอย่างประณีต   บนชายกระโปรงส่วนบน ซึ่งทำให้ชุดดูมีมิติและเพิ่มความหวานอย่างลงตัว ส่วนกระโปรงด้านล่างเป็นแบบพลีท    ที่ยาวและพลิ้วไหว ทำให้ชุดดูมีความเคลื่อนไหวในทุกย่างก้าว การใช้ผ้าพลีทยังช่วยเพิ่มความสง่างามและความหรูหราให้กับชุดได้อย่างน่าทึ่ง การออกแบบชุดนี้เน้นความสมดุลระหว่างความเรียบง่ายและความซับซ้อนซึ่งสื่อถึงความงดงามของธรรมชาติในช่วงปลายฝนต้นหนาว ดอกไม้ผ้าที่ประดับอยู่บนชุดเป็นการสร้างสรรค์ ที่แสดงถึงความสดชื่นของหยาดฝนสุดท้ายและความสงบของฤดูหนาวที่กำลังมาเยือน ชุดที่สามนี้ไม่เพียงแค่เป็นชุดแต่งงาน แต่ยังเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้จริง ที่สัมผัสถึงความงามของธรรมชาติผ่านการออกแบบที่ละเอียดอ่อนและประณีตนี้

ชุดที่ 4 ถูกออกแบบด้วยผ้าสีขาวที่มีความเงางามและเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน ด้านบนของชุดเป็นแบบเกาะอกที่มีการตัดเย็บอย่างประณีตและมีดีเทลที่น่าสนใจ เช่น  การประดับลูกไม้ที่ทำให้ชุดดูโรแมนติกและอ่อนโยน ดีไซน์นี้ยังช่วยเน้นให้เห็นรูปร่างของผู้สวมใส่ได้อย่างสวยงาม ส่วนกระโปรงของชุดเป็นแบบพลีทที่ยาวและมีความ  พองฟูเบาๆ สอบด้านปลายกระโปรง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไฟ ทำให้ชุดดูมีมิติและความเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล การใช้ผ้าพลีทยังช่วยเพิ่มความสง่างามและหรูหราให้กับชุดนี้ได้อย่างลงตัว การออกแบบชุดนี้ได้รวมความเรียบหรูและความซับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยสื่อถึงความงดงามของธรรมชาติในช่วงปลายฝนต้นหนาว ดอกไม้ผ้าที่ประดับอยู่บนชุดเป็นการสร้างสรรค์ที่แสดงถึงความสดชื่นของหยาดฝนสุดท้ายและความสงบของฤดูหนาวที่กำลังมาเยือน

 ชุดที่ 5 ถูกออกแบบด้วยผ้าเนื้อดีที่มีความเงางามและประดับด้วยเลื่อมที่เปล่งประกาย ทำให้ชุดดูสวยงามและโดดเด่นในทุกมุมมอง ส่วนบนของชุดเป็นแบบเกาะไหล่ที่มีการตกแต่งด้วยผ้าพับที่สร้างความรู้สึกโรแมนติกและอ่อนโยน ดอกไม้ผ้าที่ประดับอยู่ด้านข้างเพิ่มความหวานและความละเอียดอ่อนให้กับชุดกระโปรงทรงสอบที่ยาวและพริ้วไหว ประดับด้วยเลื่อมที่เปล่งประกายแวววาวในทุกย่างก้าวของเจ้าสาว ทำให้ชุดดูหรูหราและเต็มไปด้วยความงดงาม การใช้เลื่อมในส่วนกระโปรงนี้สื่อถึงการสะท้อนแสงของหยาดฝนสุดท้ายที่ตกลงมาก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว การออกแบบชุดนี้ได้รวมความเรียบหรูและความซับซ้อนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สื่อถึงความงดงามของธรรมชาติในช่วงปลายฝนต้นหนาว และการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความงดงาม

 ชุดที่ 6 มีการออกแบบที่โดดเด่นด้วยกระโปรงยาวที่สร้างความอลังการและสวยงาม ตัวชุดถูกตัดเย็บด้วย  ผ้าสีขาวบริสุทธิ์ที่มีความเงางามและเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน ด้านบนของชุดเป็นแบบเกาะอกที่เน้นรูปร่างของ   ผู้สวมใส่ให้ดูเพรียวบางและสง่างาม จุดเด่นของชุดนี้อยู่ที่แขนยาวสี่ส่วนที่ออกแบบมาให้มีความพองฟูและ  มีรายละเอียดที่ประณีต ดอกไม้ผ้าประดับที่แขนและกระโปรงเพิ่มความโรแมนติกและความหวานให้กับชุดได้อย่างลงตัว ชายกระโปรงที่ยาวและพลิ้วไหวเพิ่มความสง่างามในทุกย่างก้าวของเจ้าสาว การใช้ดอกไม้ผ้าที่ประดับอยู่ทั้งชุดเสื้อผ้าแสดงถึงความละเอียดอ่อนและความชำนาญในการตัดเย็บ ดอกไม้เหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความงาม แต่ยังสื่อถึงความสดชื่นของหยาดฝนสุดท้ายและความสงบของฤดูหนาวที่กำลังมาเยือน

ชุดที่ 7 ตัวชุดถูกตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดีสีขาวที่มีความเงางามและเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน ด้านบนของชุดเป็นแบบเกาะอกทรงตรงที่เน้นรูปร่างของผู้สวมใส่ให้ดูเพรียวบางและสง่างาม เพิ่มความหวานด้วยการประดับดอกไม้ผ้า ขนาดเล็กที่เอวให้กับชุด ตัวกระโปรงเป็นแบบบอลกาวน์ที่ยาวและพลิ้วไหว ช่วยเพิ่มความหรูหราและสง่างามให้กับชุดได้อย่างน่าทึ่ง ชายกระโปรงที่ยาวไหลลื่นสร้างความรู้สึกของการเคลื่อนไหวและความโรแมนติกในทุกย่างก้าว

 ชุดที่ 8 ถูกออกแบบด้วยผ้าเนื้อดีสีขาวที่มีความเงางามและเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน ด้านบนของชุดเป็นแบบเกาะไหล่ที่ช่วยเน้นความสง่างามของผู้สวมใส่ แขนที่เปิดไหล่และดีเทลที่พับผ้าอย่างประณีตสร้างความโรแมนติกและความหรูหราให้กับชุด ดอกไม้ผ้าที่ประดับอยู่ด้านข้างเพิ่มความหวานและความอ่อนโยนให้กับชุดได้อย่างลงตัว กระโปรงยาวที่พลิ้วไหวสร้างความอลังการและสวยงามในทุกย่างก้าว ชายกระโปรงที่ยาวและมีความลื่นไหลเสริมความสง่างามในทุกย่างก้าวของเจ้าสาว ชุดนี้ยังมาพร้อมกับผ้าคลุมหน้าแบบยาวที่เพิ่มความหรูหราและความลึกลับ

ชุดที่ 9 นี้ถูกออกแบบด้วยผ้าเนื้อดีสีขาวที่มีความเงางามและเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน ด้านบนของชุดเป็นแบบเกาะอกทรงตรงที่มีดีเทลการพับผ้าที่ประณีต ทำให้ชุดดูเรียบหรูและมีความทันสมัยในเวลาเดียวกัน การประดับดอกไม้ผ้าขนาดใหญ่ที่ด้านข้างช่วยเพิ่มความหวานและความโรแมนติกให้กับชุดได้อย่างลงตัว กระโปรงชุดเป็นแบบบอลกาวน์ที่ยาวและพลิ้วไหว ซึ่งสร้างความอลังการและสวยงามในทุกย่างก้าว การใช้ผ้าตาข่ายที่บางเบาเพิ่มความโปร่งใสและความลื่นไหลในทุกการเคลื่อนไหว ชายกระโปรงที่ยาวและพริ้วไหวสร้างความรู้สึกของการเคลื่อนไหวและความโรแมนติกในทุกย่างก้าว

ชุดแต่งงานชุดที่ 10 ตัวชุดถูกตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดีสีขาวที่มีความเงางามและเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน  ด้านบนของชุดเป็นแบบเกาะอกที่ประดับด้วยลูกไม้ลายละเอียด ซึ่งเพิ่มความหวานและความประณีตให้กับชุด ชุดนี้ยังมีความพิเศษที่การประดับด้วยลูกไม้โปร่งที่แขน ทำให้ดูโรแมนติกและน่าหลงใหลกระโปรงของชุดเป็นแบบบอลกาวน์ที่ยาวและพลิ้วไหว สร้างความอลังการและสวยงามในทุกย่างก้าว การออกแบบชุดนี้เน้นความเรียบหรูและความซับซ้อนในเวลาเดียวกัน สื่อถึงความงดงามของธรรมชาติในช่วงปลายฝนต้นหนาว และการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความงดงาม

สำหรับว่าที่เจ้าสาวท่านใดที่ชื่นชอบผลงานชุดแต่งงานระดับกูตูร์ที่ดูหรูหราแบบนี้ สามารถชมผลงานของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ได้ผ่านช่องทาง facebook.com/vanuscouture  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-0024895, 02-0024896, 086-491-5445 และ  Line: @ vanuscouture

‘ภูมิ เกียรติภูมิ – ปิ่น พรชนก’เปิดประสบการณ์ใหม่นวดไทยบำบัดสุขภาพ สธ.จัด’การอบรมหลักสูตรนวดไทย’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809853

'ภูมิ เกียรติภูมิ - ปิ่น พรชนก'เปิดประสบการณ์ใหม่นวดไทยบำบัดสุขภาพ สธ.จัด'การอบรมหลักสูตรนวดไทย'

‘ภูมิ เกียรติภูมิ – ปิ่น พรชนก’เปิดประสบการณ์ใหม่นวดไทยบำบัดสุขภาพ สธ.จัด’การอบรมหลักสูตรนวดไทย’

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 12.21 น.

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้าผลิตแรงงานฝีมือดีด้านการนวดไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  ซึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพช่วยสร้างรายได้ให้คนไทยมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากร ประกอบกับนโยบายสนับสนุนให้เฟ้นหา Soft power ของประเทศ  กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ สร้างงาน สร้างอาชีพ  เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพ (medical service hub) เน้นยกระดับการแพทย์แผนไทยเพื่อหนุนเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ มีเป้าหมายผลิตแรงงานด้านการนวดไทยกว่า 10,000 คน กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากรโดยมีพิธีเปิด “การอบรมหลักสูตรนวดไทย”  ที่ ห้องประชุมบัวหลวง อาคาร 2 ชั้น 1 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี โดยมี นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมคณะ อาทิ นางจิตรา หมีทอง ผู้ช่วยเลขานุการ รมต.กระทรวงสาธารณสุข , นางอุไรวรรณ หาญอุดมสุข ที่ปรึกษา รมต.กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ ให้การต้อนรับ

ภายในงานมีกิจกรรมสาธิตการนวดไทย นำโดยหมอนวดเจนใหม่  พระเอกหนุ่มหน้าใส “ภูมิ” เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์  จากละคร  “ขวัญหล้า” ทางช่อง 7HD  ที่เปิดประสบการณ์แรกของการเรียนรู้ศาสตร์การนวดที่คงอัตลักษณ์ความเป็นไทย คือความนุ่มนวล และมีมารยาท

พร้อมกันนี้ยังมีสเปเชี่ยลโชว์สร้างสีสัน กับครั้งแรกของการผนึกพลังเสียงของ “ปิ่น” พรชนก เลี่ยนกัตวา  รองแชมป์เดอะ สตาร์12 , “แหนมเนือง” ณัฐชยา ล้ำเลิศหล้า จากเวทีเดอะ โกลด์เดน ซอง และ “หนอยแน่” ณรัชต์หทัย วโรตมะภัทร์ รองแชมป์เดอะ วอยซ์ไทยแลนด์ ซีซั่น4 ร่วมร้องบทเพลง “หัวใจคนรอ” ในเวอร์ชั่นสุดจึ้ง   

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายยกระดับ เศรษฐกิจสุขภาพ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น แพทย์แผนไทย สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สร้างงาน สร้างอาชีพ ภายใต้วิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ในการสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ (Soft power) ของประเทศ ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลกด้านต่างๆ โดยหนึ่งในนั้นคือ การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ ด้วยการผลักดันอุตสาหกรรมสาธารณสุขให้เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรของโลก มีจุดเน้น 3 ด้าน คือ สนับสนุนการเปิดศูนย์ Wellness Center ในต่างประเทศ, การยกระดับด้วยการออกเอกสารรับรอง และมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพใบอนุญาตเพื่อปกป้องชื่อเสียง ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้ารายได้จากเศรษฐกิจสุขภาพด้านสมุนไพรและนวดไทยปีละมากกว่าหนึ่งแสนล้านบาท ภายในปี 2570  สำหรับโครงการอบรมหลักสูตรนวดไทย โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เบื้องต้นมีการอบรมนำร่อง 4 จังหวัด  ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี , โรงพยาบาลพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี , โรงพยาบาลวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว และที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการอบรม”

“นวดไทย เป็นอัตลักษณ์ไทยที่เป็นที่รู้จักของนานาประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จึงได้มอบหมายให้กรมการแพทย์แผนไทยฯ ผลิตแรงงานด้านการนวดไทยที่มีมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเป็นหมอนวดมือทองที่มีประสิทธิภาพในการดึงเม็ดเงินในธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สนับสนุนหน่วยบริการทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ประชาชน และสร้างรายได้เข้าประเทศ” นายสันติกล่าว

ทางด้าน นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า “กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้จัดทำโครงการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพร ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ คือ 1.หลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองแล้ว จำนวน 17 หลักสูตร 2.สถานฝึกอบรมในประเทศ จำนวน 412 แห่ง และต่างประเทศ จำนวน 4 แห่ง และ 3.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ขึ้นทะเบียนในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จำนวน 13,497 แห่งทั่วประเทศ  สำหรับการอบรมนวดไทยครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่างศูนย์ฝึกอบรมด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในเครือข่ายของกรมฯ  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี โรงพยาบาลพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โรงพยาบาลวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว และสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อสร้างแรงงานด้านการนวดไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ตั้งเป้าฝึกอบรมในประชาชนทั่วไป 10,000 คน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

“ภูมิ” เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์  พระเอกจากละคร  “ขวัญหล้า” ทางช่อง 7HD กล่าวส่งเสริม “วันนี้มีโอกาสได้มาร่วมพิธีเปิดอบรมหลักสูตรนวดไทย ของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ส่วนตัวรู้สึกดี ได้รับประโยชน์จากการสาธิตวิธีการนวดที่คงไว้ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ไทย คือความนุ่มนวลแต่หนักแน่น และมีมารยาท ส่วนตัวอยากเรียนรู้ศึกษาไว้ ถือว่าเป็นวิชาติดตัวใช้ได้กับคนในครอบครัว อยากจะเชิญชวนคนชอบนวดมาสมัครเข้ารับการอบรม เพราะสามารถเป็นวิชาหาเลี้ยงชีพ และนำไปต่อยอดได้ด้วย”

‘ครีม-เปรมสินี’ รับย่องอัปอึ๋มเรียกความมั่นใจ บอกโสดแซ่บเต็มที่ ฟุ้งหนุ่มรุมจีบเพียบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/809932

‘ครีม-เปรมสินี’ รับย่องอัปอึ๋มเรียกความมั่นใจ  บอกโสดแซ่บเต็มที่ ฟุ้งหนุ่มรุมจีบเพียบ

‘ครีม-เปรมสินี’ รับย่องอัปอึ๋มเรียกความมั่นใจ บอกโสดแซ่บเต็มที่ ฟุ้งหนุ่มรุมจีบเพียบ

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ครองตัวสวยๆ โสดๆ มา 4 ปีล่ะ สำหรับนางร้ายหน้าสวย “ครีม-เปรมสินี รัตนโสภา” ก็ขอออกมาปฏิวัติตัวเองกับการลุกขึ้นมาแต่งองค์ทรงเครื่อง ปรับลุคใหม่ให้ดูสวย เปรี้ยว ซ่า แถมล่าสุดยังมีข่าวเม้าท์สนั่นวงการว่าเจ้าตัวย่องขึ้นเขียงอัปอึ๋มเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองอีกด้วยจ้า ครีม-เปรมสินี กล่าวว่า

“ว้าย…รู้ได้ยังไงก่อน แหม…คนเราอายุเลข 4 แล้ว มันก็ต้องดูแลตัวเองกันบ้างค่ะ ก็สาวโสดอ่ะเนอะจะปล่อยตัวปล่อยใจปล่อยจอยก็ไม่ได้ เราก็ต้องหันมาดูแลตัวเองบ้างทั้งเรื่องของหน้าตาเราจะปล่อยให้โทรมก็คงจะไม่ได้ ส่วนเรื่องของหุ่นมันก็มาพร้อมกับอายุอย่างที่รู้ๆ กัน ครีมเองก็มีออกกำลังกายบ้างเพราะอยากให้หุ่นมันดูเฟิร์ม แต่พออายุมันเยอะขึ้นมันก็ค่อนข้างจะลดอะไรลำบาก เอาจริงๆ ครีมเองต้องพึ่งตัวช่วย ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงหลายคนแนะนำ ให้ลองไปที่ดิ อาท คลินิกแถวซอยลาดพร้าว 85 นี่เอง พอเราไปมันก็ติดใจอ่ะเนอะ ได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญ เราก็เลยจัดเต็ม ทั้งเรื่องของการดูดไขมันเพราะครีมก็เป็นอีกหนึ่งคน ที่พอเวลาอายุมากขึ้นมันก็จะมีไขมันส่วนเกินที่ลดยาก”

ได้ข่าวว่าไปอัปอึ๋มมาด้วย? “ก็ยอมรับค่ะ แต่อย่าเรียกว่าอัปอึ๋มเลยค่ะ เรียกว่าเป็นการไปยกกระชับให้มันดูดีมากกว่า เพราะพอเราอายุมากขึ้นมันก็มีความหย่อนคล้อยไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก เราเองก็ต้องยกกระชับให้มันกลับมาให้สวยปัง อย่างที่บอกอ่ะค่ะ สาวโสดจะปล่อยตัวก็คงไม่ได้ รวมถึงช่วงที่ผ่านมาเราเองก็มีแผนไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ ก็เลยต้องหาตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจซะหน่อย ก็เลยออกมาอย่างที่เห็นว่าพอใส่บิกินีแล้วมันกระชับขึ้นจริงๆ มันได้ผลจริงๆ เพราะเพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันทุกคนก็บอกว่าหุ่นดูดีขึ้นเยอะ ทุกคนก็ถามเราว่าเราไปทำอะไรมาหรือเปล่า เพราะเพื่อนๆ ทุกคนเห็นเราตลอด เราไม่ได้หายไปไหน ทุกคนก็เลยงงว่าแล้วเราเอาเวลาไหนไปทำ เราก็บอกเขาไปตรงๆ ว่าทำมาจริงๆ ไม่ได้ปิดบัง แต่เราก็ไม่ได้ต้องพักฟื้นอะไรนานทำเสร็จก็ออกมาทำงานได้เลยค่ะ”

พอทำมาแล้วสวยสวยมั่นใจขึ้นเรื่องหนุ่มๆ ล่ะเป็นยังไงบ้าง? “ตอนนี้ครีมก็ยังโสดอยู่ค่ะ แต่ก็ยอมรับว่าที่ผ่านมา ตั้งแต่เราหันกลับมาดูแลตัวเอง ก็มีคนเข้ามาพูดคุยทำความรู้จักบ้าง มันก็มีทั้งเด็กกว่าแล้วก็โตกว่าค่ะ แต่เอาจริงๆ เราก็ไม่ติดหรอกว่าจะเด็กหรือแก่กว่า เราขอแค่คนที่คุยกันรู้เรื่อง เข้าใจในสิ่งที่เราเป็นก็พอแล้ว”

ติดไหมเรื่องของการแต่งงานรอบ 2? “ไม่ได้ติดค่ะ แต่อายุป่านนี้แล้วนะก็ไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น อย่างที่บอกว่าขอให้มีแฟนก่อนแล้วกันค่ะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน แต่จริงๆ แล้ว จะมีไม่มีเราก็ไม่ติดในเรื่องของแฟน ทุกวันนี้ขอแค่มีงานมีเงินก็แฮปปี้แล้วค่ะ”

‘ฮันนี่-ณภัค’ ชวนหนุ่มๆ ซีรี่ส์วาย ‘YoungBoy นายมัธยมกับผ้าแดง’ แจกทานตรอกสาเก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/809934

‘ฮันนี่-ณภัค’ ชวนหนุ่มๆ ซีรี่ส์วาย  ‘YoungBoy นายมัธยมกับผ้าแดง’ แจกทานตรอกสาเก

‘ฮันนี่-ณภัค’ ชวนหนุ่มๆ ซีรี่ส์วาย ‘YoungBoy นายมัธยมกับผ้าแดง’ แจกทานตรอกสาเก

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยังคงเดินทางสายบุญมาโดยตลอด สำหรับนางงามสายบุญ ฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร Mrs.Grand International 2022 นางเอกซีรี่ส์ธรรมะ “นางวิสาขา” และ “พระนางสุเมธา” ซึ่งจะมีคิวออกอากาศทางช่องททบ.5HD1 ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ชวนหวานใจคริส-มาธร ธรรมอชิระกุล และหนุ่มๆ นักแสดงจากซีรี่ส์วาย YoungBoy นายมัธยมกับผ้าแดง ได้แก่ เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย, ซัน-ธนพนธ์ นิยมสกุล, แสตมป์-พรวศิน เรืองนุกูล, พุฒิ-ศุภมงคล กลับทวี, ลาเต้-กฤษดา ธนากร, อธิวริทธิ์ นิธิธีรกรกุล รวมทั้งผู้จัด ป้ายแดง นิคม เหรียญทอง และที่ปรึกษา ดร.วโรดม ศิริสุข ร่วมกันแจกข้าวกล่อง ขนม และน้ำดื่มให้พ่อแม่พี่น้องชาวตรอกสาเก เขตพระนคร กรุงเทพฯ ได้อิ่มหนำสำราญ โดย “ฮันนี่” เผยถึงที่มาในการแจกทานครั้งนี้ว่า

“เป็นความตั้งใจที่ฮันนี่อยากจะทำบุญค่ะ มีความรู้สึกที่อยากจะแจกทาน แล้วก็อยากทำให้ครบ 1,000 คนค่ะก็ทยอยๆ ทำทีละ 200 คนก่อน อยากทำบุญก่อนบินไปประกวด MRS.CLASSIC UNIVERSE ที่ประเทศบัลกาเรียอยู่แถบยุโรปค่ะ เพราะมีความรู้สึกว่าอยากทำบุญ อยากทำอะไรดีๆ ให้กับชีวิตก่อนที่จะขึ้นเวทีประกวดเพื่อนำชื่อเสียงมาฝากให้พี่น้องคนไทยทั่วประเทศค่ะซึ่งฮันนี่ก็ต้องเตรียมตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งรูปร่างหน้าตา ความสามารถพิเศษ รวมทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ชุด ต้องเป๊ะค่ะถามว่า หวังตำแหน่งมั้ย แน่นอนว่า ฮันนี่ หวังอยู่แล้ว และคิดว่าสาวไทย สวยและเก่ง ไม่แพ้สาวชาติอื่นๆในโลกแน่นอนค่ะ ซึ่งฮันนี่จะขึ้นเวทีประกวดรอบสุดท้ายในเดือนตุลาคมนี้ เป็นกำลังใจให้ฮันนี่ด้วยนะคะ แล้วก็ต้องขอขอบคุณพี่ชายแฮ็คส์ พี่คม และน้องๆ จากซีรี่ส์วาย YoungBoy นายมัธยมกับผ้าแดง ที่มาร่วมแจกทานในครั้งนี้ด้วยนะคะ”