ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้าน Clinical Observership นักศึกษาแพทย์จากญี่ปุ่น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808287

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้าน Clinical Observership นักศึกษาแพทย์จากญี่ปุ่น

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้าน Clinical Observership นักศึกษาแพทย์จากญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้บูรณาการความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยร่วมกัน โดยร่วมกับ Tokyo Medical and DentalUniversity ประเทศญี่ปุ่น จัด โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน ClinicalObservership สำหรับนักศึกษาแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ณราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมีรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทรอึ้งตระกูล รักษาการคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน พร้อมด้วยคณาจารย์และทีมแพทย์ จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนและ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมต้อนรับ

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน Clinical Observership มุ่งเน้นให้นักศึกษานำความรู้ความเชี่ยวชาญทางวิชาการของบุคลากรผู้สอน ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาให้บรรลุผลในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จนเกิดผลการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดีในอนาคต

โครงการฯ ดังกล่าว ได้จัดเตรียมอาจารย์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นผู้ดูแลนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 6 คน ซึ่งมาเข้าร่วมศึกษาดูงานทางด้านการแพทย์ การวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์กับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โอกาสนี้นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศญี่ปุ่นได้ร่วมสังเกตการณ์ทางคลินิกร่วมกับแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อย่างเต็มที่ อาทิ ร่วมสังเกตการณ์และศึกษาดูงาน การผ่าตัดของศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์ ณ ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โดยการดูแลของ พญ.อรอรุณ เมฆะทิพย์พันธุ์ ร่วมสังเกตการณ์และศึกษาดูงานของแพทย์อายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด ณ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง โดยการดูแลของ นายแพทย์วิโรจน์ เมืองศิลปศาสตร์ ฯลฯ

ท้ายสุด วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีพันธกิจด้านการผลิตบัณฑิตแพทย์และการสาธารณสุข ที่มีคุณภาพทางวิชาการและสมรรถนะทางวิชาชีพที่เป็นเลิศ โดยบูรณาการความร่วมมือมีทั้งจัดการเรียนการสอนและการวิจัยร่วมกัน ในโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน ClinicalObservership กับ Tokyo Medicaland Dental University ประเทศญี่ปุ่น จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอน และบุคลากรทางการแพทย์ ให้คนไข้ได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐานอย่างเท่าเทียม

คุณแหน : 4 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808321

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● กลายเป็น “TALK-OF-THE-WORLD” เป็นกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติประเทศมหาอำนาจ ในอดีตรู้กันว่า 5 มหาอำนาจยิ่งใหญ่อยากได้วัตถุล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศอื่นก็ใช้อำนาจยึดครองตามอำเภอใจ ล่าสุด THE MET พิพิธภัณฑ์แห่งนครนิวยอร์กยอมจำนนต่อหลักฐานอันชัดเจน ทำพิธีคืนแอนติกล้ำค่าอายุ 900 ปี 2 ชิ้นสู่แผ่นดินไทย คือ “GOLDEN BOY” (GB) และ “KNEELING LADY” โดยชิ้นเอก GOLDEN BOY สูง 129 ซม.ทำด้วยสัมฤทธิ์บริสุทธิ์หล่อด้วยเทคนิคใหม่ในยุคนั้น อย่างไรก็ดีเกิดการย้อนแย้งในเรื่องของ “ยุค” ระหว่าง THE MET และผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไทย ฝรั่งว่าประติมากรรมขอมในปางองค์พระศิวะ ส่วนฝ่ายไทยแย้งว่าเทวรูปนี้เป็นรูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ผู้สร้างปราสาทหินพิมายในแหล่งอารยธรรมบุรีรัมย์ และขยายความย้อนทฤษฎีว่าพิมายเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของจักรวรรดิขอม รุ่งเรืองจากจุดนี้จึงแพร่ขยายอิทธิพลไปยังเสียมราฐ ส่วนเรื่องมูลค่าฝรั่งประมาณการ GB ไว้ 100 ล้านบาท เซียนใหญ่ชัยวัฒน์ เขียวศรี คอมเมนต์ว่าเห็นต่างเพราะGB เป็นผลงานประวัติศาสตร์ระดับมาสเตอร์พีซมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก พิจารณาดูว่าพระเครื่องเบญจภาคีแชมป์หนึ่งองค์ยังมีราคาระดับนี้แล้ว…

●● ดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯดูแลกฎหมายมาหลายรัฐบาล ประกาศ “เชนคัมแบ๊ก”โดยยอมรับคำขอร้องเชิญจากนายกฯ เศรษฐาทวีสิน มาช่วยปรึกษาจัดการเรื่องกฎหมายที่ทำเนียบรัฐบาล ล่าสุดลงตัวกันที่ตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกฯ ส่วนกูรูอาวุโส ศ.พล.ท.ดร.สมชาย วิรุฬหผล แม้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง แต่มองเห็นแง่มุมทั้ง PRO และ CON เลยคอมเมนต์ให้เล็กน้อย เริ่มต้นด้วย CON ที่เห็นชัดเจนมีประการเดียวคือ อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจเหล่าผู้บริหารพรรคระดับอาวุโสบางคน…ส่วน PRO นั้นมีมากมายหลายประการสำหรับกรณี อาทิ เคยเป็นมือกฎหมายของหลายรัฐบาล แม้แต่ในยุคพรรคไทยรักไทยจึงมีประสบการณ์มากมาย, ดำรงตำแหน่งประธานของกฤษฎีกาชุดหนึ่ง, ท่านเป็นคนตรงไปตรงมา อีกทั้งมีความคุ้นเคยกับนายกฯ จึงมีประโยชน์ในแง่กล้าพูดตรงประเด็น, การที่ท่านนายกฯ พึ่งพาความเห็นกฤษฎีกามาก แต่ก็ได้รับคำตอบแค่ประเด็นที่ถามไปเท่านั้น ตรงข้ามกับ ดร.วิษณุ จะเป็นคลังสมองสามารถให้คำแนะนำเป็นส่วนตัวได้ครบวงจร…

●● งานรับน้องรถไฟ มช.ปีนี้รุ่นพี่รหัสต้นๆ พล.ต.หญิง ชุลีกร ไชยศิริ พร้อมเพื่อนๆ มช. ไปร่วมส่งน้องใหม่ มช.รหัส 67ขึ้นรถไฟไปเป็นลูกช้างเชิงดอย…ท่ามกลางพี่เก่า-น้องใหม่บรรยากาศละมุนละไมแสนอบอุ่นยิ่งนัก…

●● ภุชงค์ ตัณฑ์ไพโรจน์ เลี้ยงฉลองวันเกิดให้ศรีภรรยา ดารณี ที่สีลมวิลเลจ แวดล้อมด้วยกลุ่มเพื่อนรัก วารสารฯ มธ. อาทิ พรรณทิพย์ เพ็ญภาคกุล, สุวรรณา หาญวรเกียรติ และ สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ เป็นต้น…ข่าวว่าคนเป็นแขกเอ็นจอยอีทติ้งเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีเมนูของเคยชอบหลายจาน ทำให้เบิกบานกันมากๆ…

●● ขอแสดงความเสียใจย้อนหลังในการจากไปของ ทวีศักดิ์ ธนพุทธิ เซนต์คาเบรียลรุ่นเดียวกับ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ…พิธีฌาปนกิจเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน…

●● ทัศนีย์ ไวยนิยา ควงธวัชชัย สามีไปร่วมทริปจันทบุรีกับเพื่อนเซนต์โยฯเหตุเพราะมีเพื่อนบางคนอยู่ต่างประเทศมานานยังไม่เคยมาเที่ยวสวน…งานนี้ได้ชื่นชวนกินผลไม้ไทยเอร็ดอร่อยอย่าบอกใครเชียว !!…●●

บารอนเนส

คุณรู้ไหม อาชีพไหนเสี่ยงปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808285

คุณรู้ไหม อาชีพไหนเสี่ยงปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง?

คุณรู้ไหม อาชีพไหนเสี่ยงปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง?

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คุณรู้หรือไม่ว่าอาชีพก็มีส่วนเป็นตัวกำหนดสุขภาพในอนาคต ด้วยปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ของอาชีพที่ทำอยู่ทำให้เราสามารถคาดคะเนได้ว่าอนาคตคุณมีความเสี่ยงของการเกิดโรคใดบ้าง อาทิ ทำงานในโรงงาน เสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้อาชีพดีเจ เสี่ยงต่อการเป็นโรคบกพร่องเกี่ยวกับการได้ยินอาชีพนักร้องเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล่องเสียงอักเสบ เป็นต้นแต่มีโรคอีกประเภทที่ไม่ต้องรอให้ถึงอนาคตก็เข้ามาทักทายเยี่ยมเยือนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว บางครั้งเข้ามารบกวนชีวิตการทำงาน เป็นๆ หายๆ ไม่เลิก ไม่ว่าจะเป็นการปวดศีรษะ ปวดบ่าปวดไหล่ ปวดสะบัก ปวดหลัง และอีกหลากหลายสารพัดโรคปวด อาการทั้งหลายเหล่านี้เกิดจากการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังในบริเวณอวัยวะที่ถูกใช้ในท่าซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ หรือที่เราเรียกว่า อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังพบบ่อยในคนวัยทำงานที่มี พฤติกรรมหรือการทำกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำๆ กัน เช่น ใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานถือหรือสะพายของหนักๆ ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ เป็นต้น

เพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ อาชีพที่มีความเสี่ยงต่ออาการปวดเรื้อรังในแต่ละประเภทไว้ดังนี้

1. นักวิศวกร มีพฤติกรรมก้มๆ เงยๆ และใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอ หัวไหล่ รวมไปถึงข้อมืออีกด้วย 

2. ดีไซเนอร์ มีพฤติกรรมการขีดๆ เขียนๆ ออกแบบวาดรูปเป็นเวลานานๆ เสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอ หัวไหล่ ข้อมือ และอาจจะมีอาการของนิ้วล็อกร่วมด้วยได้ 

3. แอร์โฮสเตส มีพฤติกรรมการทำงานที่ต้องยกของหนัก เอื้อมหยิบ-เก็บของบนที่สูง เข็นรถและเสิร์ฟอาหาร เป็นประจำ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบ่า สะบัก หัวไหล่ รวมไปถึงท่อนแขนได้อีกด้วย 

4. เซลส์แมน มีพฤติกรรมการยกของของหนัก ขับรถเป็นเวลานาน ใช้คอมพิวเตอร์ คุยโทรศัพท์ ใช้สมาร์ทโฟนต่อเนื่องเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอหัวไหล่ ข้อมือ และอาจจะมีอาการของนิ้วล็อกร่วมด้วยได้ 

5. นักคอมพิวเตอร์ มีพฤติกรรมก้มๆ เงยๆ ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรม ปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอ ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว อาจรวมไปถึงมึนศีรษะ อาเจียน ซึ่งเป็นอาการของไมเกรนอีกด้วย 

6. นักบัญชี พฤติกรรมก้มๆ เงยๆ ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานและใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันกับตัวเลขเอกสารต่างๆ มากมาย จึงทำให้นักบัญชีมีความเสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอ ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว อาจรวมไปถึงอาเจียน ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการของไมเกรน 

7. สถาปนิก มีพฤติกรรมการขีดๆ เขียนๆ ออกแบบ เขียนแบบแปลนเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่า สะบัก ต้นคอ หัวไหล่ ข้อมือ มีอาการของนิ้วล็อกและชาที่แขนร่วมด้วยได้ 

8. โฟร์แมน มีพฤติกรรมก้มๆ เงยๆ อยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ เสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อคอ บ่าอักเสบ ตาพร่า มีโอกาสเสี่ยงเป็นไมเกรนได้

9. ทันตแพทย์ มีพฤติกรรมก้มๆ เงยๆ บิดตัว เอี้ยวตัวเกร็งข้อมือและนิ้วมือ ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ส่งผลทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคปวดบ่า ต้นคอ สะบัก หลัง รวมไปถึงอาจจะเป็นนิ้วล็อกได้ 

10. ผู้บริหาร มีพฤติกรรมใช้งานคอมพิวเตอร์ ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ อีกทั้งมีความเครียดสูง มีผลทำให้กล้ามเนื้อต้นคอเกร็ง ส่งผลทำให้เลือดไปเลี้ยงศีรษะไม่เพียงพอ มึนศีรษะ ปวดขมับ ปวดกระบอกตา ตาพร่า นอนไม่หลับ จนส่งผลให้เป็นโรคปวดศีรษะเรื้อรังหรือไมเกรนได้ 

นอกจากการทำพฤติกรรมซ้ำๆ เดิมๆ เป็นประจำแล้ว ภาวะความเครียด การออกกำลังกายที่น้อยลง ยังส่งผลกระทบต่อปัญหาทางร่างกาย จิตใจ คุณภาพชีวิตและสุขภาพอีกด้วยทางที่ดีควรดูแลตนเอง และหาวิธีป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆจะดีกว่า

เครือซีพีและทรู ส่งมอบเงินบริจาคให้สภากาชาดไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808313

เครือซีพีและทรู ส่งมอบเงินบริจาคให้สภากาชาดไทย

เครือซีพีและทรู ส่งมอบเงินบริจาคให้สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เครือซีพีและทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งต่อการให้ไม่สิ้นสุด มอบเงินบริจาค 6.5 ล้านบาท ในโครงการ“Let Them See Love 2023” แก่สภากาชาดไทย

นายเตช บุนนาค เลขาธิการ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย นายแพทย์วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิง
ลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตา รับมอบเงินบริจาคจากลูกค้ากลุ่มทรูผ่าน SMS ระบบทรูมูฟ เอช รวมถึงแอปพลิเคชั่นทรูมันนี่ วอลเล็ท กล่องรับบริจาคและการโอนเงินบริจาคให้กับบัญชีธนาคารของทางศูนย์ฯ จำนวน 6,542,850 บาท ในโครงการ “Let Them See Love 2023” จาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นางรุ่งฟ้าเกียรติพจน์ หัวหน้าสายงานสื่อสารแบรนด์ และผู้ช่วยบริหารงานประธานกรรมการ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น เพื่อสมทบทุนเป็นค่าใช้จ่ายในกระบวนการบริจาคอวัยวะและดวงตาณ อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สภากาชาดไทย

นักธุรกิจชั้นนำ 20 ประเทศร่วมประชุม ICAPP Business Council ครั้งที่ 2 ถกประเด็นความมั่นคงทางอาหาร-ส่งเสริมการท่องเที่ยว หนุน Soft Power รัฐบาลไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808312

นักธุรกิจชั้นนำ 20 ประเทศร่วมประชุม ICAPP Business Council ครั้งที่ 2  ถกประเด็นความมั่นคงทางอาหาร-ส่งเสริมการท่องเที่ยว หนุน Soft Power รัฐบาลไทย

นักธุรกิจชั้นนำ 20 ประเทศร่วมประชุม ICAPP Business Council ครั้งที่ 2 ถกประเด็นความมั่นคงทางอาหาร-ส่งเสริมการท่องเที่ยว หนุน Soft Power รัฐบาลไทย

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Hon.Mushahid Hussain Sayed, ดร.ชุมพล พรประภา, ดร.นลินี ทวีสิน และ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

ปิดฉากลงแล้วสำหรับการประชุมใหญ่ประจำปี ICAPP Business Council ( IBC ) ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ ความมั่นคงทางอาหาร และการส่งเสริมการท่องเที่ยว (Food Security and Tourism Promotion) มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 20 ประเทศ ขานรับเพื่อขับเคลื่อนส่งเสริม การทำงานระหว่างภาคการเมือง และธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) หรือ HCAT และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ระหว่างวันที่ 27 – 30 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมฮิลตัน แกรนด์ อโศก กรุงเทพฯ

พิธีเปิดการประชุม ICAPP Business Council (IBC) ครั้งที่ 2 ได้รับเกียรติจาก Chung Eui-yong ประธาน ICAPP SC อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี และอดีต National Security Advisor, Hon.Mushahid Hussain Sayed ประธานร่วม ICAPP SC ดร.ชุมพล พรประภา ประธานสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทีเส็บ ดร.พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดร.นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย และสมาชิก ICAPP Business Council ซึ่งเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้าจากนานาประเทศ อาทิ อาเซอร์ไบจาน บังกลาเทศ กัมพูชา จีน จอร์เจีย อินโดนีเซีย คาซัคสถาน เกาหลีใต้ ลาว เลบานอน เมียนมาร์ เนปาล ปากีสถาน รัสเซีย ศรีลังกา ไทย ตุรกี เวียดนาม และสมาชิกรัฐสภายุโรป (European Parliament)

นลินี ทวีสิน

ดร. นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย ได้กล่าวเปิดการประชุม ICAPP Business Council ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ การส่งเสริมการท่องเที่ยวและความมั่นคงทางอาหาร ว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาที่ครอบคลุม โดยทั้งสองประเด็นล้วนแต่เป็นประเด็นที่ไทยมีจุดเด่น ย้ำนโยบายรัฐบาลพร้อมขับเคลื่อน Soft Power ของไทยในทุกมิติ

“ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้กล่าวเปิด (Opening remarks) การประชุม ICAPP Business Council ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ ความมั่นคงทางอาหาร และการส่งเสริมการท่องเที่ยว (Food Security and Tourism Promotion) โดยการประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมการประชุม กว่า 100 คน ซึ่งเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้าจากนานาประเทศ อาทิ อาเซอร์ไบจาน บังกลาเทศ กัมพูชา จีน จอร์เจีย อินโดนีเซีย คาซัคสถาน เกาหลีใต้ ลาว เลบานอน เมียนมาร์ เนปาล ปากีสถาน รัสเซีย ศรีลังกา ไทย ตุรกี เวียดนาม และสมาชิกรัฐสภายุโรป (European Parliament)”

ทั้งนี้ ผู้แทนการค้าไทย ได้เน้นย้ำว่าประเด็นความมั่นคงทางอาหารนั้น นับว่ามีความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเติบโตที่ครอบคลุม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ จากการที่ไทยถือเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารชั้นนำของโลก และมีความมั่นคงทางอาหารอยู่ในเกณฑ์สูง จึงเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะ “ครัวโลก” ในขณะที่ การท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างงาน ดึงดูดการลงทุน และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำให้มั่นใจว่าการท่องเที่ยวนั้น เป็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อผู้คนในพื้นที่ ตลอดจนต้องหาแนวทางในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการนำเสนอการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ โดยไทยนั้นมีความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากไทยมีวัฒนธรรมที่โดนเด่น อาหารที่โด่งดัง และผู้คนที่เป็นมิตร ตลอดจนรัฐบาลก็ได้มีการสนับสนุนและมีนโยบายในการส่งเสริม Soft Power ด้านต่าง ๆ ของไทยอย่างต่อเนื่อง

Chung Eui-yong ประธาน ICAPP SC

“อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการประชุมนี้คือ การที่ผู้เข้าร่วมประชุมได้เดินทางไปร่วมงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2024 ณ อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นถึงศักยภาพโดดเด่นของประเทศไทยในอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่ม ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะฮาลาลไทยที่กำลังมีบทบาทสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมหลากหลายส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว” ดร. นลินี ทวีสิน กล่าว

ดร.ชุมพล พรประภา ประธานสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและเป็นโอกาสอันดีที่สมาคมกงสุลฯ ได้ร่วมสนับสนุนจัดการประชุมสำคัญครั้งนี้ โดยเฉพาะประเด็น ความมั่นคงทางอาหาร และการส่งเสริมการท่องเที่ยว สามารถชูศักยภาพสองอุตสาหกรรมหลักด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวของไทย ถือเป็นเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายนักธุรกิจและความร่วมมือระหว่างประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความพร้อมในการรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งนี้ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ให้สามารถขยายฐานการตลาดไปสู่ต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น”

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าวในนามทีเส็บ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักว่า “ทีเส็บ มีความยินดีที่ได้สนับสนุนการประชุม IBC ครั้งที่ 2 เนื่องจากมีนโยบายและพันธกิจใช้งานประชุมและงานแสดงสินค้าเป็นเวทีขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศที่จะส่งผลผลักดันการเติบโตให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยรวมทั้งใช้การประชุมเป็นเวทีส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย เพื่อมุ่งเป้าภาพใหญ่ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายการจัดงานที่สามารถสร้างมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจและสร้างประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.ทีเส็บ

การประชุมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมจาก 20 ประเทศ ยังได้เข้าเยี่ยมชมรัฐสภาไทย ณ สัปปายะสภาสถาน ซึ่งเป็นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม และทันสมัยอีกด้วย

สำหรับการประชุม ICAPP นับเป็นเวทีสำคัญของประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อส่งเสริมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาความร่วมมือในระดับพหุภาคี และความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจสังคม บนพื้นฐานความเข้าใจร่วมกัน เพื่อนำไปสู่ความเชื่อใจในระดับสูงยิ่งขึ้น และดำเนินภารกิจร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพและความสามัคคี โดยการประชุม ICAPP เริ่มขึ้นครั้งแรกที่กรุงมะลิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปีพ.ศ.2543 และมีการประชุมครั้งที่สองที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ.2545 และต่อมาในปี พ.ศ.2566 ICAPP ได้มีการจัดตั้ง ICAPP Business Council เป็นหนึ่งในคณะกรรมการย่อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาและส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการเมืองและภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ โดยการประชุม ICAPP Business Council ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา จัดขึ้นที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งครั้งนี้นับเป็นโอกาสในการชูศักยภาพของไทยบนเวทีโลกอีกครั้ง

คณะกงสุลฯ : (ซ้าย) อัสวานีย์ บาจาซจ์ กงสุลฯรัสเซีย, วิกรม์ ศรีวิกรม์ กงสุลฯจอร์เจีย, ปริม จิตจรุงพร กงสุลฯคีร์กีซ, นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย, กรนันท์ สุคนธ์ฤทธิกรกงสุลฯเบลารุส และ จักร จามิกรณ์ กงสุลใหญ่

พัชรพิมล ยังประภากร กงสุลฯโกตดิวัวร์ และ ปิยะวิทย์ เจียงประดิษฐ์ กงสุลฯเอลซัลวาดอร์ และภรรยา

มูลนิธิแมค แฮปปี้ฯ สร้างรอยยิ้มแก่เด็กบนพื้นที่ห่างไกล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808301

มูลนิธิแมค แฮปปี้ฯ สร้างรอยยิ้มแก่เด็กบนพื้นที่ห่างไกล

มูลนิธิแมค แฮปปี้ฯ สร้างรอยยิ้มแก่เด็กบนพื้นที่ห่างไกล

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการมูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ และ กิตติวรรณ อนุเวชสกุล รองประธานกรรมการ มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ และประธานกรรมการบริหารบริษัท แมคไทย จำกัด ร่วมกับ ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และ นพ.อภิรักษ์พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจ.จันทบุรี, ผู้แทนผู้ว่าราชการจ.จันทบุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากเหล่าพันธมิตร ทีมทันตแพทย์และผู้ช่วยทันตแพทย์จิตอาสา รวมถึงคณะจิตอาสาแมคไทยเข้าร่วมพิธีเปิดหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ฯภายใต้โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ณ โรงเรียนโป่งน้ำร้อนวิทยาคม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยมีพันธกิจสำคัญในการสร้างความมั่นใจผ่านรอยยิ้มของเด็กๆ ด้วยการให้บริการด้านทันตกรรมให้แก่เด็กบนพื้นที่ห่างไกล โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพฟันที่ถูกต้อง ทั้งยังร่วมส่งต่อพลังแห่งความสุขแก่เด็กๆด้วยชุดของเล่น “แฮปปี้มีล” จากแมคโดนัลด์

ร่วมเป็นหนึ่งในการแบ่งปันและให้กำลังใจหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ โดยการบริจาคออนไลน์ผ่าน www.rmhc.or.th, Facebook/rmhcthailand และเว็บไซต์เทใจ Taejai.com/th/d/freedentaltreatment_ch/#donate(ลดหย่อนภาษีได้) หรือผ่าน BankApplication สแกน QR Code ที่กล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯ และเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ (Self-Ordering Kiosk หรือ SOK) ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ

อย่ามองข้ามการบำบัดชีวิตคู่ กุญแจสู่ความรักที่ยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808284

อย่ามองข้ามการบำบัดชีวิตคู่ กุญแจสู่ความรักที่ยั่งยืน

อย่ามองข้ามการบำบัดชีวิตคู่ กุญแจสู่ความรักที่ยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การมีคนรักที่ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า คงเป็นความฝันที่ใครหลายคนปรารถนา ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงการรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาวนั้นไม่ง่าย เพราะชีวิตคู่ จะต้องเผชิญกับปัญหาและความท้าทาย ที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ ทำให้เกิดความขัดแย้งความเข้าใจผิด ความรู้สึกห่างเหินหรืออาจจะหย่าร้างกัน ดังนั้น การบำบัดชีวิตคู่ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คู่รักสามารถเผชิญและแก้ไขปัญหา เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับมามีความสุขได้อีกครั้ง

แพทย์หญิงอริยาภรณ์ ตั้งชีวินศิริกูล จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH- Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า ในบางครั้งการคุยกันระหว่างคู่รัก อาจมีเรื่องความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความอ่อนไหวในระหว่างการพูดคุยหรือปรับความเข้าใจกัน รวมถึงแต่ละฝ่ายมักจะมองปัญหาในมุมมองของตัวเอง จึงอาจมองไม่เห็นปัญหาและความรู้สึกหรือความคิดของอีกฝ่าย ดังนั้นการเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อเข้ารับการบำบัดชีวิตคู่ถือเป็นตัวช่วยหนึ่งในการปรับความเข้าใจกัน เพราะ จิตแพทย์ หรือนักจิตบำบัดที่เป็นคนกลางจะเข้ามาช่วยในการมองเห็นปัญหาของความสัมพันธ์จากภายนอก โดยไม่มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง

การบำบัดชีวิตคู่ เป็นกระบวนการที่ช่วยให้คู่รักเข้าใจปัญหาในความสัมพันธ์ โดยจิตแพทย์ หรือนักจิตบำบัดจะช่วยให้คู่รักสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ เรียนรู้วิธีจัดการความขัดแย้ง และพัฒนาทักษะความสัมพันธ์ที่จำเป็นสำหรับความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยคู่รักทุกคู่สามารถเข้ารับการบำบัดได้ แม้จะยังไม่มีปัญหา เพราะการบำบัดชีวิตคู่เปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้คู่รักสามารถระบุปัญหาและแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลายโดยไม่สามารถแก้ไขทัน

พญ. อริยาภรณ์ ตั้งชีวินศิริกูล

สัญญาณเตือนคู่รักควรเข้ารับการบำบัดชีวิตคู่ อาทิ มีปัญหาด้านการสื่อสาร ไม่เข้าใจกัน พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง ทะเลาะกันบ่อย โต้เถียงกันรุนแรง รู้สึกห่างเหิน ไม่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด รู้สึกไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจกัน มีปัญหาเรื่องเพศ เผชิญกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ รู้สึกเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า

ทั้งนี้ การบำบัดชีวิตคู่โดยทั่วไปจะดำเนินการเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม โดยจะใช้เวลาประมาณ60-90 นาที ขึ้นอยู่กับปัญหาและความซับซ้อนของความสัมพันธ์ ในระหว่างการบำบัด จิตแพทย์ หรือนักจิตบำบัดจะใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การพูดคุย การฟัง การฝึกฝน และกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยให้คู่รักบรรลุเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม อย่ารอให้ความสัมพันธ์ถึงขั้นวิกฤตแล้วจึงมาพบนักจิตแพทย์แต่ควรมาพบตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการมาพบนักจิตแพทย์ที่มีประสบการณ์การบำบัดชีวิตคู่ จะช่วยให้เราตระหนักรู้ในสัมพันธภาพชีวิตคู่ที่เป็นปัญหาและอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในอนาคตได้ และเป็นการแสดงจุดยืนว่าเราทั้งคู่ยังมีความแน่วแน่ตั้งใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันโดยมีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงพัฒนาความสัมพันธ์ของการใช้ชีวิตคู่อย่างจริงจังให้เกิดความเข้าใจและให้เกิดความสุขในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันต่อไป

ดอยคำ ยกทัพผลิตภัณฑ์บุกงาน THAIFEX Anuga Asia 2024 พร้อมร่วมสนับสนุนผลิตผลเกษตรกรไทยสู่ต่างประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808309

ดอยคำ ยกทัพผลิตภัณฑ์บุกงาน THAIFEX Anuga Asia 2024 พร้อมร่วมสนับสนุนผลิตผลเกษตรกรไทยสู่ต่างประเทศ

ดอยคำ ยกทัพผลิตภัณฑ์บุกงาน THAIFEX Anuga Asia 2024 พร้อมร่วมสนับสนุนผลิตผลเกษตรกรไทยสู่ต่างประเทศ

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.55 น.

บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำทีมโดย นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหาร ขนทัพผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ดอยคำ” กว่า 200 รายการ เข้าร่วมงาน THAIFEX Anuga Asia 2024 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 – 31 พ.ค. 67 และ วันที่ 1 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเปิดตัวแบรนด์ลูก (Sub-Brand) “ดอยคำ Professional” ครั้งแรกในงานนี้อีกด้วย ตอบโจทย์ผู้ประกอบการมืออาชืพ ที่ต้องการยกระดับสินค้าโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพจากผลไม้แท้ ในราคาที่สามารถทำกำไรต่อได้

ภายในงานมีการจัดแสดงประวัติความเป็นมาในโอกาสครบรอบ 30 ปี ดอยคำกับความยั่งยืน ที่ดอยคำเคียงคู่เกษตรกรและคนไทยเสมอมา นอกจากนี้ยังมีบูธจัดชิมผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้แปรรูปมากกว่า 20 รายการ ไอศกรีมรักษ์โลก ICE POP และสาธิตการชงเครื่องดื่มจากผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้เข้มข้น จำนวน 5 เมนู ซึ่งมีผู้สนใจเข้าชมและชิมอย่างต่อเนื่อง

นับเป็นงานระดับประเทศที่รวมตัวผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม คู้ค้า ตลอดจนกลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักรในสายการผลิตอาหาร เป็นงานแฟร์ที่สามารถต่อยอดไอเดียใหม่ๆ ในการทำธุรกิจได้มากเลยทีเดียว ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ดอยคำจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนผลิตผลจากเกษตรกรไทยสู่สากล บนมาตรฐานการผลิต “ดอยคำ”

-(016)

7 สาว 4EVE เปิดตัวธุรกิจแรกของทุกคน ‘HELLO 4EVE’ ในงาน Thaifex Anuga Asia

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808302

7 สาว 4EVE เปิดตัวธุรกิจแรกของทุกคน 'HELLO 4EVE' ในงาน Thaifex Anuga Asia

7 สาว 4EVE เปิดตัวธุรกิจแรกของทุกคน ‘HELLO 4EVE’ ในงาน Thaifex Anuga Asia

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.45 น.

7 สาว 4EVE เปิดตัวธุรกิจแรกของทุกคน HELLO 4EVE น้ำหวานชงดื่ม พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Thaifex Anuga Asia ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567

ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ น้ำหวานเข้มข้น HELLO 4EVE เกิดขึ้น จากการร่วมมือกันระหว่าง RBF ผู้อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมอาหารมานานกว่า 30 ปี กับ ค่าย XOXO ENTERTAINMENT ของ WORKPOINT ENTERTAINMENT สถานีเจ้าของรายการยอดนิยมมากมาย ที่มีความสนใจในตลาดสินค้าบริโภค และ เจ็ดสาว วง 4EVE

“จากตลาดที่เราได้ศึกษามาเรามองเห็นว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนรุ่นใหม่พัฒนาขึ้น ทุกอย่างจะต้องรวดเร็ว ทันใจ ดังนั้นทางบริษัทฯ ซึ่งมีแนวคิดว่า ทำอย่างไร ถึงจะทำให้สินค้า  ที่เป็นเทรนด์ ที่เรารู้จักกัน มีจุดขายที่เด่นขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การที่เราจะซื้อแล้วใช้เป็นเวลานาน ก็ออกมาเป็นซอง ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะมีสินค้ามาตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ชีวิตที่มันรวดเร็วทันใจ”

นวัตกรรม คือสิ่งที่เราต้องทำอะไรแหวกแนวขึ้นไป ใครจะเป็นคนกล้าที่จะทำ การทำสินค้า นวตกรรมใหม่ๆ ต้องขึ้นอยู่กับ “ความกล้า” ของคนที่จะบุกเบิก RBF ก็เลยทำ ไซรัปแบบซอง เราเป็นรายแรก หลังจากศึกษามาแล้วก็มีความมั่นใจและกลุ่มวัยรุ่นก็มีการตอบรับอย่างดี การที่เป็นซองทำให้เราสามารถ ส่งออกไปต่างประเทศได้ดี สินค้าตัวนี้น่าจะไปตลาดทั่วโลกได้ เนื่องจากว่า ประเทศไทยเราเป็นประเทศอันดับ 2 อันดับ 3 ที่ผลิตน้ำตาล Supply ให้ทั่วโลก เหตุไฉนเราไม่ทำให้มี Value added แทนที่จะขายน้ำตาลเปล่าๆไป อันนี้จะเป็นโอกาสอันดี เขาไม่ต้องไปทำ Process อะไร เราส่งเป็น Finish Product เราแต่งกลิ่นให้ เราทำเป็น Value added แล้วทำให้ประเทศชาติได้กำไรมากขึ้น

ที่สำคัญ วง 4EVE  เป็น New Generation อันนี้จะโยงไปถึง Soft Power ที่เราตั้งใจจะทำ เป็น Music marketing ที่จะเข้าไปในต่างประเทศ ยกตัวอย่างจากการที่ วง 4EVE  ไปเปิดการแสดงที่ลาว ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ น้ำหวานเข้มข้น HELLO  4EVE เต็มซุปเปอร์มาร์เก็ต ทุกดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ที่ประเทศลาวเลย ตอนนี้ก็มีกัมพูชา และเวียดนามติดต่อมา รวมทั้งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการคุยกับทางมาเลเซียอยู่ และคาดว่าในงาน Thaifex Anuga Asia จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

“ต้องขอขอบคุณ วง 4EVE  ด้วยกระแสของน้องๆ ตั้งแต่ปี 2563 ดังมาเรื่อย มีผลทำให้สินค้า ผลิตภัณฑ์ น้ำหวานเข้มข้น HELLO 4EVE เข้าตลาดได้ง่าย น้องๆเป็นที่รู้จักยังมีแฟนคลับเยอะมากๆ เป็นอะไรที่เราต้องขอบคุณ WORKPOINT ENTERTAINMENT ที่ทำให้เราได้มาร่วมมือกัน เพราะทั้งสองบริษัทฯ มีความพร้อมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ”

คุณชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัล บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า โดยปกติเวลาศิลปินมีชื่อเสียงขึ้นมา สินค้าก็จะใช้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งระยะเวลาของการเป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยปกติแค่ 1 ปี จากนั้นสินค้าก็จะเปลี่ยนไปใช้คนอื่น หรือไม่ถ้ายาวหน่อยก็จะเป็นพรีเซ็นเตอร์  3-4 ปี แน่นอนว่าต้องมีดาราหรือศิลปินรุ่นใหม่ขึ้นมาแทน

ถ้าอย่างนั้นอายุการทำสินค้าก็จะสั้น ระยะหลังๆ ศิลปินดารานักร้อง ยูทูบเบอร์ คนที่มีชื่อเสียง ถึงวัยหนึ่งเขาก็จะเริ่มอยากทำธุรกิจ อยากมี Product เป็นของตัวเอง พอถึงวันนั้นกระแสนิยมก็ผ่านช่วงเวลา Peak ของเค้าไปแล้ว มันอาจจะไม่คล้ายๆเดิม เลยมาคิดว่า การทำ Product หรือสินค้า ในช่วงที่วงกำลังเติบโตไปด้วยกันก็จะดี ความยากอยู่ที่ว่าผู้ผลิตสินค้า เขายินดีที่จะยก Brand ให้เราถือร่วมกันไหม ซึ่งบังเอิญว่า RBF ยินดีและ Welcome เลยเป็น Model Business ที่มีศักยภาพ หรือ Performance ที่จะเป็น Long term โดยจะให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้กันหมด  คือให้หุ้นกันดีกว่า ทุกคนก็ทำงานกันเต็มที่

“ความหมายคือ สินค้าตัวนี้หรือสินค้าตัวอื่นในอนาคต จะมีเป็นเจ้าของร่วมกัน 3 Parties คือ 1. บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ 2. RBF และ 3.ตัวศิลปินเอง มันเป็นการทำ Business Model ให้กระชับมากขึ้น พอมันกระชับมากขึ้น สินค้า Consumer Product แบบนี้มันก็ราคาเข้าถึงง่าย ทำให้โครงสร้างราคาค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด”

ด้าน เจ็ดสาว วง 4EVE กล่าวว่า ตื่นเต้นแล้วก็ดีใจเพราะว่าได้ทำร่วมกับเพื่อนเพื่อน 4EVE แล้วก็ภูมิใจ เพราะเป็นแบรนด์สินค้าตัวแรกของตัวเองเหมือนกันที่สำคัญเป็นน้ำหวานที่ ทำให้นึกถึงวัยเด็กเวลาจะกินพวกน้ำแข็งใสอะไรอย่างนี้ก็ต้องนึกถึงน้ำหวานมันเป็น การเริ่มต้นครั้งยิ่งใหญ่ของพวกเรากับสินค้าตัวนี้ คุณภาพดี, รสชาติอร่อย หลักๆก็ตื่นเต้นกับสินค้าตัวนี้

“ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อน อากาศร้อน ก็จะทำให้คนหงุดหงิดง่าย การที่เราได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆก็จะช่วยได้ดีโดยเฉพาะ HELLO 4EVE เพราะมีรสชาติที่หวานกำลังพอดี ที่สำคัญทำได้หลากหลายเมนู ราคาถูกและก็ได้จำนวนเยอะ สามารถทานได้ในระยะเวลาที่นานและแบ่งทานได้หลายคนเลยค่ะ”

อยากให้สินค้าส่งทั่วถึงคนทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นคนในเมืองหรือคนต่างจังหวัด,ร้านในห้างหรือร้านของชำก็อยากให้สินค้าเราได้เข้าถึงพวกเค้าทุกคน ที่สำคัญมันยังสามารถสร้างอาชีพให้กับคนอย่างเช่น สามารถขายน้ำแข็งใสหน้าโรงเรียน, ที่โรงอาหารและอื่นๆ ค่ะ อยากให้ทุกคนได้ลองชิม อยากให้สินค้าตัวนี้เป็นที่รู้จักของหลายหลายคน และแน่นอนอยากให้ยอดขายสูงๆค่ะ”

สาวๆวง 4EVE ยังฝากถึงแฟนคลับด้วยว่า “ฝากทุกคนเอ็นดูน้อง Hello 4EVE ด้วยนะค่ะ สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้นะคะ share ความสุขให้กับคนรอบตัวด้วย Hello 4EVE กันนะ อย่าลืมอุดหนุนกันเยอะเยอะนะค่ะ”

ผลิตภัณฑ์ น้ำหวานเข้มข้น HELLO  4EVE (ตราเฮลโหล โฟร์อีฟ) กลิ่นสละ (สีแดง) และ กลิ่นครีมโซดา (สีเขียว) มีจำหน่ายในแบบซองพกพารายแรกของประเทศไทยและของโลก ขนาด 40 มล. ราคา 10 บาท ตามร้านสะดวกซื้อ หรือในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

นอกจากนี้น้ำหวานเข้มข้น HELLO  4EVE (ตราเฮลโหล โฟร์อีฟ) กลิ่นสละ (สีแดง) และ กลิ่นครีมโซดา (สีเขียว) ยังมีขนาด 710 มล. บรรจุในขวดแก้วใส ฝาเกลียวอะลูมิเนียม วางจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อ หรือในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อีกด้วย

‘โบว์ เมลดา’ สวยใจบุญ ร่วมทำบุญกับเหล่าแฟนโบว์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/808281

‘โบว์ เมลดา’ สวยใจบุญ  ร่วมทำบุญกับเหล่าแฟนโบว์

‘โบว์ เมลดา’ สวยใจบุญ ร่วมทำบุญกับเหล่าแฟนโบว์

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ตำแหน่งสวยและจิตใจดี ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะสาวฮอตสุดปังอย่าง “โบว์-เมลดา สุศรี” ที่นอกจากงานละคร งานโฆษณา งานแฟชั่นต่างๆ จะแน่นจ่อคิวยาวต่อเนื่องสุดๆ ล่าสุดสาวเจ้าคนงามก็ได้ควงคุณแม่ต้อง-วิณารัตน์ พร้อมด้วยแฟนโบว์(ชื่อแฟนคลับ) ได้เดินทางไปทำบุญและร่วมบริจาคเงินเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ให้กับทาง วัดเขาแก้ววรวิหาร ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้จังหวัดสระบุรี จำนวน 200,000 บาท

ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่โบว์และคุณแม่ได้เคยเดินทางไปร่วมทำบุญที่นี่เมื่อตอนถ่ายละครเรื่องก่อน แล้วได้เกิดความศรัทธา โดยตัววัดสงบร่มเย็นตั้งอยู่ห่างไกลจากเมือง ยังต้องการการทำนุบำรุงศาสนาอีกหลายด้าน ทำให้คุณแม่ โบว์ และเหล่าแฟนคลับรวมตัวคณะบุญไปทำบุญในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา งานนี้ขออนุโมทนาบุญ แบบยกสองมือขึ้นสาธุกับสาวปังแห่งปีคนนี้ด้วยนะจ๊ะ