ปัดทะเลาะ ‘สมศักดิ์’ ย้ำนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด ยันไร้ทะเลาะ ‘อนุทิน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576071

04 มิ.ย. 2567

13:24 น.

ปัดทะเลาะ 'สมศักดิ์' ย้ำนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด ยันไร้ทะเลาะ 'อนุทิน'

“สมศักดิ์” ย้ำนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด เตรียมออกกฎกระทรวงเปิดช่องใช้ทางการแพทย์ เตรียมกอดคอ “อนุทิน” โชว์สื่อ ยันไม่ได้ทะเลาะกัน

4 มิ.ย.2567 “นายสมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณี “นายอนุทิน ชาญวีรกุล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สอบถามกรณีนำ “กัญชา” กลับเข้าในบัญชียาเสพติดว่า กฎหมายเดิมมีอยู่แล้วสามารถประกาศใช้ได้เลย เพราะมีข้อห้ามไว้หมดแล้ว เพียงแต่ต้องออกไปเป็นกฎกระทรวง ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้

หากยึดตามนโยบายของรัฐบาล เน้นเรื่องการแพทย์ สุขภาพ เศรษฐกิจ แต่หากต้องออกเป็นกฎหมายใหม่ ไม่เป็นยาเสพติดแต่เป็นพืช “กัญชา” ต้องไปออกเป็นกฎกระทรวง ข้อห้ามว่าสิ่งไหนทำไม่ได้ เช่น การสันทนาการ แต่นโยบายของนายกรัฐมนตรีระบุให้ “กัญชา” เป็นยาเสพติด แต่หากจะใช้ด้านการแพทย์หรือนำไปผสมเครื่องดื่มอาหารต่างๆ ต้องทำเรื่องขออนุญาตอยู่แล้ว เพราะมองได้ว่าเป็นเรื่องทางเศรษฐกิจ

ส่วนแนวโน้มจะจัดเป็นโซนให้เหมือนกับต่างประเทศนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อะไรที่ขออนุญาตมา หากทำได้ก็จะทำให้ ส่วนกฎหมายกัญชง “กัญชา” ที่ค้างอยู่ในสภา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสามารถเดินหน้าต่อได้ เพียงแต่เราไม่อยากให้เกิดเกียร์ว่าง เพราะปัจจุบันนี้กัญชาสามารถทำได้ทุกอย่าง ทั้งนี้ได้หารือกับแพทย์ภายในกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ซึ่งมีบางส่วนกังวลว่า

เราจะไม่เปิดโอกาสให้ทำได้ แต่ได้ยืนยันไปแล้วว่าจะเปิดโอกาส แต่จะต้องมีการขออนุญาต และการออกเป็นกฎกระทรวงจะต้องทำประชาพิจารณ์ ทั้งนี้อยากให้จบเป็นเรื่องๆ อย่าเพิ่งไปผูกโยงกับประเด็นอื่น เช่น การห้ามสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่าเอามาเปรียบเทียบกัน มองว่าเป็นเนื่องเบาปัญญาที่เอามาเปรียบเทียบกัน ซึ่งตนมองว่าทำเรื่องที่อยู่ใกล้มือก่อน

นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะหรืองอนกันกับนายอนุทิน วันหลังเจอจะกอดคอกันให้ดู เพราะความปรารถนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนกรณีที่คนในพรรคภูมิใจไทยออกมาท้วงติงนั้น ตนคงไม่เข้าไปโต้ตอบเพราะมีหลายความคิดเห็น แต่มองว่าไม่ประกาศให้เป็นยาเสพติดแล้วออกกฎกระทรวงว่าอะไร ทำได้หรือไม่ได้ จะจบไวมากกว่าการออกกฎหมายให้ “กัญชา” เป็นพืช เพราะต้องไปออกข้อห้ามต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งมันจะยุ่งยาก

เมื่อถามว่า พร้อมรับม็อบสายเขียวหรือไม่? นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ม็อบใครก็ไม่อยากเจอ ลงทุน อะไรไป แล้วก็แค่มาขออนุญาต หากดำเนินการได้ก็ดำเนินการไป เราไม่ได้ปิดกั้น

‘วิษณุ’ เตรียมตรวจร่างแก้ข้อกล่าวหานายกฯ ก่อนส่งศาล รธน. 4 มิ.ย.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576053

04 มิ.ย. 2567

11:23 น.

'วิษณุ' เตรียมตรวจร่างแก้ข้อกล่าวหานายกฯ ก่อนส่งศาล รธน. 4 มิ.ย.

‘วิษณุ’ เตรียมตรวจร่างแก้ข้อกล่าวหานายกฯ ก่อนส่งศาล รธน.-ยังไม่รู้ชะตาต้องช่วยงานรัฐบาลนานหรือไม่ – ขู่สายต้านจาก พท.ต้านมากก็ไม่อยู่

นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกลับมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ในฐานะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีว่า ตนเองเคยเข้าออกทำเนียบรัฐบาลมา 30 ปีแล้ว จึงไม่มีอะไรแปลกใหม่ หรือตื่นเต้น ซึ่งการทำหน้าที่ก็จะต้องรอการมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี แต่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีได้ หรือประเด็นอื่น ๆ ที่นายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่ง โดยจะทำหน้าที่เหมือนกับกรณีที่นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติก่อนเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 

ส่วนนายกรัฐมนตรี  ได้ให้ตรวจทานร่างคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีการแต่งตั้งนายพิชิตแล้วหรือไม่นั้น นายวิษณุ เปิดเผยว่า เป็นธรรมดาและหนีไม่พ้น ซึ่งต้องมีแน่นอน และขณะนี้ ทีมงานของนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงนายพิชิต ได้ยกร่างร่างแรกเสร็จแล้ว โดยคาดว่า ตนเองจะได้ตรวจทานก่อนในวันนี้ (4 พ.ค.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ลงนามและส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ทันภายในวันที่ 7-8 มิถุนายนนี้ พร้อมปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดถึงกรณีที่ตนเองออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า นายกรัฐมนตรี ยังมีช่องทางที่่นายกรัฐมนตรี จะสามารถสู้คดีได้ เพราะจะเสียรูปคดี และ

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการวิเคราะห์ในการรับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีที่ฝ่าวิกฤตสุขภาพมาทำหน้าที่ โดยยอมรับว่า ตนเองก็คิดหนักเหมือนคนไม่เจียมตัว แต่เห็นใจนายกรัฐมนตรี จึงคิดว่า จะมาช่วยสักระยะหนึ่ง ไม่น่าจะทำให้ตนเองเกิดอันตราย หรือเกิดผลเสียต่อประเทศชาติ และประเทศชาติต้องการคนช่วยแก้ปัญหาให้รัฐบาลในบางเรื่องที่รัฐบาลมีข้อสงสัย ตนเองไม่ได้ต้องการเงิน หรือเกียรติยศ แต่เป็นการลดเกียรติจากอดีตรองนายกรัฐมนตรี มาเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ต้องมีเหตุใดน่าตื่นเต้น เพราะเป็นเพียงที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเมือง และส่วนใหญ่จะทำงานที่บ้านพัก เข้าทำเนียบรัฐบาลเฉพาะวันอังคารเท่านั้น 

ส่วนการมาช่วยงานครั้งนี้ จะมาช่วยจนครบวาระของรัฐบาล หรือจะมาช่วยเป็นบางภารกิจนั้น นายวิษณุ เปิดเผยว่า อนาคตตนเองยังไม่ทราบ แต่เท่าที่พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี คือ การมาช่วยเป็นบางภารกิจ แต่บางภารกิจ หากมีหลายบางก็อาจจะเพิ่มขึ้นอีก

ส่วนจะช่วยแก้ไขการติดขัดการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตด้วยหรือไม่นั้น นายวิษณุ ปฏิเสธว่า นายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยระบุถึงเรื่องดังกล่าว 

ส่วนการมาช่วยงานในครั้งนี้จะเป็นเหมือนการลงเรือแป๊ะต่อหรือไม่นั้น นายวิษณู ปฏิเสธว่า ”ไม่ใช่ เป็นคนละแป๊ะ เพราะแป๊ะขึ้นเรือไปแล้ว แต่กลายเป็นเศรษฐี ไม่ใช่เรือแป๊ะ” โดยไม่ขอเปรียบว่า เรือในครั้งนี้จะเป็นเรืออะไร เพราะตนไม่ได้ร่วมรัฐบาล 

ส่วนก่อนหน้านี้ที่นายวิษณุ เคยเตือรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ระวังสนิทเกิดจากเนื้อในเรือเหล็กมาแล้ว และรัฐบาลชุดนี้ จะต้องระวังอะไรหรือไม่นั้น นายวิษณุ ปฏิเสธไม่ขอเตือน และเชื่อว่า ฝ่ายการเมืองจะรู้กันเอง และเตือนกันเอง 

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการดำเนินการนิรโทษกรรมของรัฐบาล โดยเห็นว่า รัฐบาลไม่ได้พยายาม แต่สภาผู้แทนราษฎร พยายามดำเนินการ แต่ก็จะต้องเสนอมาให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ และเห็นว่า หากรัฐบาลเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีความจำเป็น ก็สามารถเสนอร่างกฎหมายประกบกับร่างกฎหมายที่ สส.จะเสนอมาก็ได้ และไม่ขอให้ความเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวจะมีโอกาสรวมความผิดที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยหรือไม่ 

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกระแสต่อต้านในพรรคเพื่อไทยถึงการมาทำหน้าที่ของตนเองว่า ตนเองไม่เดือดร้อน ต้านมาก ๆ ตนเองก็ไม่อยู่ จึงไม่แปลก เพราะตนก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเช่นเดียวกัน เพราะหากตนไม่ได้รับตำแหน่งนี้ ทุกวันอังคารตนเองก็พักผ่อนอยู่ที่บ้าน พร้อมปฏิเสธที่จะประเมินว่า การมาช่วยงานครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลสามารถอยู่ครบเทอมได้หรือไม่ เพราะเป็นฝีมือของรัฐบาล 

‘ก้าวไกล’ ส่งทีมกฎหมาย ยื่นคำชี้แจงคดีล้มล้างการปกครอง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576051

04 มิ.ย. 2567

11:17 น.

'ก้าวไกล' ส่งทีมกฎหมาย ยื่นคำชี้แจงคดีล้มล้างการปกครอง

‘ชัยธวัช’ เขียนเองกับมือ ‘ก้าวไกล’ ส่งทีมกฎหมาย ยื่นคำชี้แจงคดีล้มล้างการปกครอง แง้มมีรายงานลูกพรรคคุยพรรคอื่น แต่ไร้กังวล

4 มิ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ “พรรคก้าวไกล” จะส่งทีมกฎหมายเข้ายื่นคำชี้แจงต่อสู้ คดีล้มล้างการปกครองต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาที่ศาลกำหนดให้วันสุดท้าย 

โดยคำชี้แจงดังกล่าว พรรคก้าวไกลเพิ่งตรวจทานเสร็จภายในกลางดึกของเมื่อคืนนี้ 3 มิ.ย. 2567 ก่อนที่วันนี้จะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ดำเนินการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าพรรคก้าวไกลน่าจะยืนยันหลักการเดิม ว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง และความผิดยังไม่สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การร่างคำชี้แจงครั้งนี้ นำทีมโดยนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค เป็นหลักเพียงคนเดียว แตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆ มา ที่มีแกนนำด้านกฎหมาย อย่างนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ ช่วยตรวจทานด้วย

ขณะที่สถานการณ์ภายในพรรค แหล่งข่าวภายในระบุว่ามี “สส.พรรคก้าวไกล” ได้พูดคุยกับพรรคอื่น โดยเฉพาะพรรคขั้วตรงข้ามจริง แต่ยังไม่มีใครกล้าแสดงตัว เนื่องจากกังวลข้อครหาเรื่องการเป็นงูเห่า อีกทั้งยังมีการกำชับ สส. จากแกนนำพรรค ให้เชื่อใจกันและกัน เพราะหากพรรคถูกยุบ ก็มีการเตรียมการไว้รองรับแล้ว

เกษตรฯขับเคลื่อนงาน ‘เกษตรวิชญา’พัฒนาแหล่งน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808370

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่1/2567 พร้อมด้วย พล.อ.กัมปนาทรุดดิษฐ์ องคมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ารมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาโครงการฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญาในปี 2566 ในพื้นที่โครงการเกษตรวิชญา 5 กิจกรรม ได้แก่ 1.พื้นที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ ได้ฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ ส่งผลให้ มีสภาพเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมเป็นจุดสาธิตในด้านการบำรุงรักษา อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ 2.พื้นที่ธนาคารอาหารชุมชน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จ.เชียงใหม่ ได้พัฒนาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้เป็นธนาคารอาหารชุมชน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ส่งผลให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสาน เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นแหล่งอาหารของชุมชน 3.พื้นที่ศูนย์สาธิตการเรียนรู้เกษตรบนพื้นที่สูง กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน 2 รูปแบบ คือที่ตั้งของศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน ศูนย์ประสานการปฏิบัติงานของหน่วยงานบูรณาการ และพื้นที่จัดทำแปลงวิจัยพัฒนาและแปลงสาธิตทดสอบด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง เป็นแปลงตัวอย่าง

4.พื้นที่จัดสรรให้เกษตรกรทำกิน พัฒนาศักยภาพพื้นที่ด้านการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการปลูกพืช แหล่งน้ำเพียงพอต่อการเกษตร โดยมีเกษตรกรเป็นสมาชิกในโครงการ 58 ราย และได้รับการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาเป็นเกษตรกรต้นแบบ และ 5.การศึกษาข้อมูลพื้นฐานสถานภาพของดินและอนุรักษ์ทรัพยากรดินในพื้นที่ป่าไม้ของโครงการเกษตรวิชญา โดยกรมพัฒนาที่ดินศึกษาและประเมินศักยภาพทรัพยากรดินที่สำรวจเก็บรวบรวม และศึกษาศักยภาพของทรัพยากรที่อาจนำไปสู่การพัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ สายพันธุ์จุลินทรีย์ และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในดินในพื้นที่ป่าไม้ของโครงการเกษตรวิชญา

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับแผนปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา ปี 2567 โดยเพิ่มโครงการจัดทำฝายชะลอน้ำพื้นที่ต้นน้ำแม่สา สนับสนุนแหล่งน้ำต้นทุนให้คลองแม่ข่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวมทั้งเห็นชอบและให้ข้อเสนอแนะการจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของโครงการเกษตรวิชญา ตลอดจนเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานในปี 2568

ฉก.พญานาคราชจับ สัตว์น้ำนำเข้าผิดก.ม. ตรวจพบที่ระนอง ยึดได้กว่า500กิโลฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808368

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กล่าวว่า ทางหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กองตรวจการประมง สำนักงานประมง จ.ระนอง กรมประมง ชุดปฏิบัติการทางน้ำ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี เข้าจับกุมผู้กระทำผิดสัญชาติเมียนมา 3 ราย ซึ่งร่วมกันลักลอบนำสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณทะเลอันดามัน จ.ระนอง

ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ คงเยี้ยนหัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะสุรินทร์ (พังงา) พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำเรือ ร่วมกับนายพิทยา มณีโชติ นายท้ายเรือกลชายทะเล ส3 สังกัดสำนักงานประมง จ.ระนอง และ สอ.ทวีศักดิ์ ดอนจันทร์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการทางน้ำ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ออกปฏิบัติงานปราบปรามผู้กระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในพื้นที่ทะเลอันดามัน อ.เมือง จ.ระนอง ได้จับกุมเรือสัญชาติเมียนมา ที่ร่วมกันลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดเรือ 1 ลำ ผู้กระทำความผิด3 คน สัตว์น้ำ รวม 3 รายการ ประกอบด้วย ปลากระเบนคละไซส์น้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ปูชนิดต่างๆ คละไซส์ น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม และปลาเบญจพรรณ น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทั้งสิ้นประมาณ 500 กิโลกรัม ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับไว้ดำเนินคดี

ที่ปรึกษาฯติดตามนโยบายสินค้ามูลค่าสูง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808371

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามนโยบายผลักดันสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้า เกษตรมูลค่าสูง โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแตงโมเกาะสุกร ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

ทั้งนี้ เกาะสุกร มีพื้นที่ปลูกแตงโมประมาณ 310 ไร่ มีเกษตรกร 83 ราย มีการส่งเสริมการผลิตแตงโมผลิตสายพันธุ์เมญ่า โบอิ้ง และวันนา503 ซึ่งเป็นแตงโมเนื้อสีแดง และแตงโมเนื้อสีเหลืองมีปลูกบ้างแต่ไม่มาก เช่น พันธุ์ควีนเลดี้ ไดอาน่า ระยะเวลาการปลูกประมาณ 2 เดือน แต่ละปีจะสามารถปลูกแตงโมได้ 3 รุ่น คือ เดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี แตงโมคันนา/บนโคก,เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี แตงโมชายหาด และเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี แตงโมหลังนา

สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวแตงโม มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 60-70 วัน นับจากวันที่ปลูกโดยพื้นที่คันนาสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม พื้นที่บนโคกประมาณช่วงเดือนธันวาคม พื้นที่ชายหาดประมาณช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคม และพื้นที่ในนามีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50-55 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนเมษายน พื้นที่เกาะสุกรบริเวณที่ปลูกแตงโมจะได้รับไอความเค็มจากน้ำทะเลโดยเกลือโซเดียมจะไปช่วยละลายโพแทสเซียมที่อยู่ในดิน ทำให้พืชเอาดูดเอาไปใช้ได้ดีโพแทสเซียมจะช่วยในเรื่องการสะสมแป้งและลำเลียงน้ำตาลในพืช มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ ช่วงที่มีเทศกาลปล่อยควาย ระยะเวลา 4 เดือน จะได้มูลสัตว์ประมาณ 2,100 กิโลกรัมต่อวัน ทำให้พื้นที่มีดินอุดมสมบูรณ์ มีสารอาหารมากเพียงพอ ทำให้สามารถปลูกแตงโมซ้ำได้ถึงปีละ 3 ครั้ง ซึ่งแตกต่างจากดินพื้นที่อื่น

ส.ป.ก.ร่วมทำMOUธกส. ขยายสิทธิประโยชน์สินเชื่อฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808375

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การให้ผู้ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขอรับสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระหว่างสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กับ ธ.ก.ส.โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส.ป.ก.ได้เร่งดำเนินการให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน โดยพิจารณาเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ให้เป็นโฉนด เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ ซึ่งได้เปลี่ยนเอกสารสิทธิฯ จาก ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมขยายสิทธิการใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่าและใช้ค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ โดยแก้ไขระเบียบให้รองรับโฉนดเพื่อการเกษตร ตลอดจนสิทธิและการใช้ประโยชน์เพิ่มเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการใช้โฉนดเพื่อการเกษตรเป็นหลักประกันเงินกู้กับ ธ.ก.ส.

ปัจจุบันมีเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินใช้เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 เป็นหลักประกันสินเชื่อ ธ.ก.ส.ตามบันทึกข้อตกลงฉบับเดิม (ยังไม่ครอบคลุมถึงโฉนดเพื่อการเกษตร) ประมาณ 350,000 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณ 130,000 ล้านบาท และจากบันทึกข้อตกลงฉบับใหม่นี้จะทำให้ผู้ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากวงเงินสินเชื่อ ธ.ก.ส.ที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60เป็นร้อยละ 80 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินกรมธนารักษ์ โดยเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร 1 ล้านแปลง ในปี 2567 คิดเป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 490,000 ล้านบาท

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808331

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.09 น.

กรมการข้าวร่วมพิธีลงนามถวายพระพร ณ สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันที่ 3 มิถุนายน 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ สำนักพระราชวัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1 – 5 มิถุนายน 2567

ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่น‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต’ พร้อมเปิด ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) รับเทศกาลตรุษจีนปี’68

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808289

ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่น‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต’  พร้อมเปิด ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) รับเทศกาลตรุษจีนปี’68

ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่น‘ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต’ พร้อมเปิด ศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) รับเทศกาลตรุษจีนปี’68

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.35 น.

ภารกิจด้านช่วยชีวิต

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง องค์กรสาธารณกุศลเอกชนขนาดใหญ่ บรรเทาทุกข์ บำรุงสุข โดยไม่เลือกชนชั้น วรรณะ และศาสนาอย่างครบวงจรชีวิต มากว่า 114 ปี ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” จัดแถลงผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2566 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย นำโดย วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ และ ศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิ พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมามูลนิธิฯ เป็นสะพานบุญผู้มีจิตศรัทธาดำเนินงานสาธารณกุศลด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ใช้งบประมาณ 426 ล้านบาท รวมถึงรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า ผลการดำเนินงาน ปี 2566 ของมูลนิธิฯ ได้ใช้งบประมาณในการช่วยเหลือทั้งสิ้น 501,469,876.26 บาท แบ่งเป็นการช่วยเหลือ 3 ด้าน ดังนี้ ด้านการ “ช่วยชีวิต” มูลนิธิฯ มีหน่วยบรรเทาสาธารณภัยและฌาปนกิจสุสาน ในงานกู้ชีพ กู้ภัย สนับสนุนงานนิติเวช และงานฌาปณกิจ บริการช่วยเหลือประชาชน รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วนและแอปพลิเคชั่น ป่อเต็กตึ๊ง 1418 มีอาสาสมัครไม่ต่ำกว่า 4,000 คน พร้อมให้การช่วยเหลือจากเหตุต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการช่วยเหลือในต่างประเทศ นอกจากนี้ มีแผนกฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการกู้ชีพและบรรเทาสาธารณภัย การให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐเอกชน และประชาชน รวมถึงมีภารกิจช่วยชีวิตผ่านงานสังคมสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ รวมงบประมาณด้านนี้กว่า 123 ล้านบาท มีผู้ได้รับการสงเคราะห์จำนวน 503,289 คน

ด้านการ “รักษาชีวิต” มูลนิธิฯ มีหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนให้บริการตรวจรักษาประชาชนทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงถิ่นทุรกันดาร และยังสนับสนุนห้องผ่าตัด อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลต่างๆ ที่ขาดแคลน รวมถึงการช่วยเหลือผู้ป่วยรายได้น้อย ผู้ป่วยโรคไต ทั้งยังร่วมกับหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียวคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ให้บริการโดยศาสตร์การแพทย์แผนจีนแขนงต่างๆ อย่างครบวงจร รวมงบประมาณด้านนี้กว่า 119 ล้านบาท

ด้านการ “สร้างชีวิต” มูลนิธิฯได้ดำเนินโครงการต่างๆ กว่า 10 โครงการ ครอบคลุมด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการดำรงชีพ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ในปี 2566 ที่ผ่านมา ได้เปิดโครงการคาราวานปันสุขให้ชุมชน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ 50 เขตกรุงเทพฯ และยังได้ร่วมกับภาครัฐในโครงการแก้ปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน, โครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรีที่มีรายได้น้อยที่ต้องดูแลคนในครอบครัว แม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “เล่นสนุกกับภาษาจีนกันเถอะ” ร่วมกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เปิดสอนภาษาจีนให้เยาวชนที่สนใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมงบประมาณด้านการสร้างชีวิต และการดำเนินงานอื่นๆ ของมูลนิธิฯ กว่า 258 ล้านบาทมีผู้ได้รับการสงเคราะห์จำนวน 613,653 คน

สำหรับการดำเนินงานในปี 2567 กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนของมูลนิธิฯ ที่จะยังคงนโยบายเดินหน้าพัฒนาการปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่ทุกชีวิตที่ตกทุกข์ได้ยาก รวมถึงมุ่งมั่นพัฒนาและขยายขอบข่ายการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลช่วยเหลือสังคมอย่างครบวงจรชีวิต ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ภายใต้ปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

จากนั้น วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) กล่าวว่า นับเป็นประวัติศาสตร์แห่งการรวมพลังศรัทธาของหลวงปู่ไต้ฮง สร้างพุทธสถาน ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหินหยกขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย รวมถึงองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั่งอ้วง) ขึ้นประดิษฐานภายในศาลเจ้าพร้อมกัน นอกจากนี้ ภายในศาลเจ้าจะยังเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าจีนอีกหลายองค์เพื่อให้สาธุชนได้สักการบูชา ปัจจุบันการดำเนินก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วเสร็จทั้งในด้านงานก่อสร้างหลักตัวอาคาร งานโครงสร้างอาคาร งานสถาปัตยกรรม และงานระบบวิศวกรรมมากกว่า 90% คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้สาธุชนได้เข้าสักการะก่อนเทศกาลตรุษจีนประจำปี พ.ศ. 2568

กว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำต้นแบบของการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ เชื้อชาติหรือศาสนา ของหลวงปู่ไต้ฮง ซึ่งได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความดีไว้บนผืนแผ่นดินจีน ก่อร่างสร้างตัวเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ ครอบคลุมทุกมิติชีวิตบนผืนแผ่นดินไทยดั่งปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่หนึ่งในภารกิจด้านรักษาชีวิต

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่หนึ่งในภารกิจด้านรักษาชีวิต

MBK CENTER BLOOMING PRIDE 2024

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808303

MBK CENTER BLOOMING PRIDE 2024

MBK CENTER BLOOMING PRIDE 2024

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เบ่งบานสะพรั่งโอบรับความหลากหลายและความเสมอภาคทางสังคม ต้อนรับ PRIDE MONTH เดือนแห่งความภาคภูมิใจของชาวLGBTQIAN+ ทั่วโลก ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุขในสังคมแห่งความเท่าเทียม สานต่อเจตนารมณ์สนับสนุนให้ทุกคนได้แสดงออกเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ภายใต้แนวคิด MBK CENTER BLOOMING PRIDE 2024 ผนึกกำลังคอมมูนิตี้และพันธมิตรหลายภาคส่วนร่วมฉลองความสุข ความสนุกแบบนอนสต๊อป

พุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกันซึ่งในเดือนแห่งความหลากหลายนี้ เอ็ม บี เค ร่วมสร้างความสุขในสังคมแห่งความเท่าเทียม ทุกความรักจะเบ่งบานที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

เริ่มจากวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567 เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ของถนน สีรุ้งแห่งความเท่าเทียม บางกอก ไพรด์ เฟสติวัล 2024 ขบวนพาเหรดแห่งความภาคภูมิใจของชุมชนความหลากหลายทางเพศ ภายใต้แนวคิด Celebration of Love นอกจากนี้ ยังได้ร่วมฉลองสมรสเท่าเทียม Celebration of Love ให้กับทุกคู่รักได้ถ่ายรูปเก็บช่วงเวลาประทับใจแบบฉ่ำๆ บริเวณลานสกายวอล์ก ชั้น 2 ด้านหน้าศูนย์การค้าฯโดดเด่นสะดุดตาด้วยประติมากรรม Makrub (มาครับ) และ Maja (มาจ๊ะ)สวมชุดสุดปังร่วมฉลอง Pride Month และข้างๆ กันตกแต่งสถานที่ด้วยตัวอักษรPRIDE, เสาร์ที่ 8 มิถุนายน ร่วมกับ Yellow Channel ชวนมาสนุกในงาน Drag Blooming Concert & Fashion show กับศิลปิน Drag Queen ทั่วฟ้าเมืองเมืองไทย, อาทิตย์ที่ 9-พุธที่ 12 มิถุนายน ร่วมกับ Mr. Bear Bangkokจัดนิทรรศการศิลปะภาพวาด Bear Brush รังสรรค์ผลงานสุดอาร์ตจาก 10 ศิลปิน, เสาร์ที่ 15 มิถุนายน ร่วมกับ AR Entertainment เปิดรันเวย์ Miss & Mister Queen Model Thailand 2024 Li ve In Bangkok Season 1ชวนหนุ่มสาว LGBTQ ร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการเดินแบบ เฟ้นหาสุดยอด LGBTQ นางแบบและนายแบบหนุ่มหล่อผู้ยืนหยัดในตัวตนที่ชัดเจน โดยไม่จำกัดอายุ ประชันความเริ่ดฟาดฟันกันบน Runway, อาทิตย์ที่ 16มิถุนายน ร่วมกับ The Diva Thailand จัดงาน THE DIVA’S BLOOMING PRIDE DANCE CEREBRATION 2024 ชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานเต้นออกกำลังกาย เพื่อรณรงค์และสนับสนุนกลุ่มผู้มีความหลากหลาย เพลิดเพลินกับการเต้นและร้องในบทเพลงที่คุณคุ้นเคย นำทีมโดย The Diva Thailand และครูสอนเต้นมืออาชีพ,เสาร์ที่ 22-อาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน ช้อปฟินในงาน Y Book Fair มหกรรมนิยายและการ์ตูนวายแห่งชาติ ครั้งที่ 8ละลานตากับหนังสือการ์ตูนหนังสือนิยายนิตยสารจากสำนักพิมพ์ทั่วประเทศ พร้อมพบปะนักเขียนในดวงใจ ศิลปินนักแสดงคู่จิ้นชื่อดัง และ Meeting Point