ชวนแขวนโคมอธิษฐานขอพร ในเทศกาลโคมหมื่นดวง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807245

ชวนแขวนโคมอธิษฐานขอพร ในเทศกาลโคมหมื่นดวง

ชวนแขวนโคมอธิษฐานขอพร ในเทศกาลโคมหมื่นดวง

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา แปลงโฉมลานด้านหน้าศูนย์การค้าฯ ให้กรุ่นกลิ่นอายล้านนาของเมืองลำพูน ด้วยการนำโคมไฟล้านนา ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน จากจังหวัดลำพูน กว่า 10,000 ดวง มาประดับตกแต่งทั่วทั้งลาน เปรียบประดุจดังทะเลโคมใจกลางรัชดา ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้มาเยือน ในเทศกาลโคมหมื่นดวง พร้อมเชิญชวนผู้สนใจทุกท่าน มาร่วมกิจกรรมพิเศษอธิษฐานขอพร พร้อมแขวนโคมประดับในเทศกาลโคมหมื่นดวง เพียงมียอดช้อปสินค้าใดๆ ครบ 600 บาท แสดงใบเสร็จรับโคมไปอธิษฐานขอพรกันแบบฟรีๆ ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2567

จากความเชื่อของชาวล้านนาที่ว่า หากจุดโคมส่องสว่างและถวายเป็นพุทธบูชาจะช่วยให้ชีวิตดำเนินไปอย่างราบรื่น ทำให้มีการประดับโคมไฟล้านนาตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดลำพูน และได้เกิดเป็นงานประเพณีสำคัญของจังหวัดลำพูน นั่นคืองาน “เทศกาลโคมแสนดวง” จัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน- พฤศจิกายน ของทุกปี นักท่องเที่ยวที่มาเยือน สามารถเขียนคำอธิษฐานลงบนโคมและนำไปแขวนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาได้ งานนี้นอกจากจะเป็น Soft Power ทางวัฒนธรรมของจังหวัดลำพูนแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่เพราะทำให้กลุ่มชาวบ้านทำโคมไฟหลายกลุ่มในจังหวัด สร้างรายได้จากการผลิตโคมไฟล้านนา ที่ความต้องการผลิตโคมไฟเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทำให้อาชีพผลิตโคมไฟล้านนา พัฒนาจากอาชีพเสริมของกลุ่มแม่บ้าน มาเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ครอบคลุมทั้งปีในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าเดอะ สตรีทรัชดา ยังยึดมั่นความเป็นองค์กรที่ส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้ออย่างยั่งยืน โดยตั้งใจออกแบบการจัดงานให้มีการสร้างขยะน้อยที่สุด ภายใต้แนวคิด “3R” Reuse Reduce Recycle ลดการสร้างขยะ และนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ให้ทิ้งภาระให้กับสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อจบกิจกรรมแล้ว โคมลำพูนทั้งหมดจะถูกส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อรวมทั้งจัดส่งไปร่วมแขวนประดับในงานเทศกาลโคมแสนดวง ณ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 27 กันยายน-15 พฤศจิกายน 2567 นี้อีกด้วย

ร่วมชื่นชมความสวยงามได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนกับโคมไฟหลากสีสัน พร้อมเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันได้ทุกมุม ที่ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ไลฟ์สไตล์มอลล์ 24 ชั่วโมง ศูนย์การค้าของคนนอนดึก ศูนย์รวมบริการและกิจกรรมใจกลางรัชดา

อว.จัดประกวดวงดนตรีผสมผสานประกอบการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย ระดับอุดมศึกษา ‘MHESI MUSIC VARIETY AWARD 2024’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807325

อว.จัดประกวดวงดนตรีผสมผสานประกอบการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย ระดับอุดมศึกษา 'MHESI MUSIC VARIETY AWARD 2024'

อว.จัดประกวดวงดนตรีผสมผสานประกอบการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย ระดับอุดมศึกษา ‘MHESI MUSIC VARIETY AWARD 2024’

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 22.09 น.

กระทรวง อว.จัดประกวดวงดนตรีผสมผสานประกอบการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย ระดับอุดมศึกษา (MHESI MUSIC VARIETY AWARD 2024) ครั้งแรกของประเทศ ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ และเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 640,000 บาท รับสมัครตั้งแต่วันนี้-7 มิ.ย. เริ่มชิงชัยเวทีแรกที่อีสานวันที่ 22 มิ.ย.นี้

28 พฤษภาคม 2567 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. จะจัดกิจกรรมการประกวดวงดนตรีผสมผสานประกอบการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย ระดับอุดมศึกษา (MHESI MUSIC VARIETY AWARD 2024) ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ และเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 640,000 บาท ภายใต้งานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อววน. เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ หรืองาน อว.แฟร์ : Sci Power For Future Thailand เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านศิลปะการดนตรีของนิสิตและนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านศิลปวิทยา อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนซอฟท์พาวเวอร์ (Soft Power) ด้านดนตรี ตามนโยบายของรัฐบาลผ่านกิจกรรมที่มีความสร้างสรรค์

รมว.อว.กล่าวต่อว่า โดยกิจกรรมการประกวดจะแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือ 1.การประกวดในระดับภูมิภาค ในทุกวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน จนถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม 2567 ในพื้นที่ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค จำนวน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันเสาร์ที่ 22 มิ.ย.67 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ภาคเหนือ ในวันเสาร์ที่ 29 มิ.ย.67 ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ภาคใต้ ในวันเสาร์ที่ 6 ก.ค.67 ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ภาคกลาง – ตะวันออก ในวันเสาร์ที่ 13 ก.ค.67 ที่มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี และ 2.การประกวดชิงชนะเลิศระดับประเทศ ในวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 ในงาน อว.แฟร์ : Sci Power For Future Thailand ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

สำหรับนิสิต นักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครร่วมกิจกรรมการประกวดฯ ดังกล่าวได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 7 มิ.ย.67 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางสาวภัทริน เหล่าสิม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. หมายเลขโทรศัพท์ 0 2333 3958

เผยผลวิจัย 3 ปัจจัย ‘สุขภาพใจ สุขภาพกาย และทรัพย์สิน’ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807230

เผยผลวิจัย 3 ปัจจัย ‘สุขภาพใจ สุขภาพกาย และทรัพย์สิน’  ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย

เผยผลวิจัย 3 ปัจจัย ‘สุขภาพใจ สุขภาพกาย และทรัพย์สิน’ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.31 น.

เมื่อคนเข้าสู่วัยสูงอายุ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ และสังคมส่งผลต่อความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างมาก การลดลงของความสามารถทางร่างกาย การเจ็บป่วยเรื้อรัง การเสื่อมถอยทางความจำและการรับรู้ รวมถึงการสูญเสียบทบาททางสังคมและความโดดเดี่ยวสามารถทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตลดลงได้ การมีเครือข่ายสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวและเพื่อนฝูง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ชอบ การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างเหมาะสม รวมถึงมีการจัดการทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มระดับความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุได้

จากข้อมูลสถิติจำนวนประชากรไทยอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวนถึง 13,358,751 คน คิดเป็นร้อยละ 19.6 ของประชากรทั้งหมด เป็นผู้สูงอายุชายประมาณ 5.97 ล้านคน และหญิงประมาณ 7.38 ล้านคน (การสำรวจประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย, สำนักงานสถิติแห่งชาติ) ถือได้ว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น ทั่วโลกก็กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มมากขึ้น

ในประเทศไทย การศึกษาเรื่อง “Factors Influencing Elderly Life Satisfaction in Thailand :A Comprehensive Study on Socio-economic, Mental, and Physical Health, and Social Activity” โดย ผศ.ดร.ธิฏิรัตน์พิมลศรี, รศ.ดร.พาชิตชนัต ศิริพานิช และ วศิน แก้วชาญค้า จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)) ใช้ข้อมูลจากการสำรวจรอบที่ 4 ที่ดำเนินการในปี 2565-2566 ของโครงการสำรวจด้านสุขภาพ การสูงอายุ และการเกษียณในประเทศไทย (Health, Aging, and Retirement in Thailand : HART) ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) (https://hart.nida.ac.th/) ที่มีสำรวจข้อมูลจากผู้สูงอายุชาวไทยอายุ 45 ปีขึ้นไป จาก 5 ภูมิภาค ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ สำหรับงานวิจัยนี้ใช้ขนาดตัวอย่างจำนวน 646 คน (ศึกษาเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังมีรายได้) และใช้เทคนิคทางสถิติตัวแบบสมการโครงสร้างในการวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธิฏิรัตน์ พิมลศรี

การศึกษานี้เปิดเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจว่าสิ่งที่สำคัญต่อความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย คือ “สุขภาพจิต” และ “ทรัพย์สินที่ถือครอง” ซึ่งส่งผลกระทบทางตรงต่อความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ “รายได้” “สุขภาพกาย” และ “การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม”ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อพิจารณาเจาะลึกในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือในวัยเกษียณนั่นเอง เราได้ข้อค้นพบว่า หากผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีจะส่งผลกระทบทางตรงต่อความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วย สำหรับสุขภาพกายและทรัพย์สินที่ถือครองจะส่งผลกระทบทางอ้อมผ่านสุขภาพจิตเท่านั้น

ในขณะที่สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 45-59 ปีประเด็นสุขภาพจิตและทรัพย์สินที่ถือครองยังถือเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำคัญต่อความพึงพอใจในคุณภาพชีวิต รวมทั้งกิจกรรมทางสังคมและสุขภาพกายส่งผลกระทบทางอ้อมต่อความพึงพอใจในคุณภาพชีวิต

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า ก่อนเข้าสู่วัยเกษียณ(อายุ 45-59 ปี) ความมั่นคงทางการเงินมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มระดับความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและทำให้มีสุขภาพจิตที่ดี และในช่วงแรกของการเกษียณอายุ (อายุ 60-69 ปี) สถานะทางการเงินและสุขภาพร่างกายยังคงมีผลทางอ้อมกับความพึงพอใจในคุณภาพชีวิต แต่ท้ายที่สุดท้ายแล้วสำหรับผู้สูงอายุที่อายุ 70 ปีขึ้นไป “ทรัพย์สินภายนอก และสุขภาพกาย ดูเหมือนไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่ากับความสุขภายในหรือความสุขทางจิตใจ” นั่นเอง และนี่คือสิ่งนี้สะท้อนถึงความเป็นจริงของชีวิต

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นผู้สูงอายุก็ต้องการการสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกันดังนั้น รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรปรับปรุงบริการต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการเฉพาะของผู้สูงอายุ ผลการศึกษานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดนโยบายสาธารณะอย่างรอบคอบ และการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตตามมาตรการที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับระบบสนับสนุนเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุในประเทศไทยได้อย่างเหมาะสม

เกือบสองแสนรายชื่อทั่วโลก! เร่งจี้ร่างกฎหมายช้างไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807199

เกือบสองแสนรายชื่อทั่วโลก! เร่งจี้ร่างกฎหมายช้างไทย

เกือบสองแสนรายชื่อทั่วโลก! เร่งจี้ร่างกฎหมายช้างไทย

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.31 น.

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย (World Animal Protection Thailand) พร้อมตัวแทนภาคประชาชน และคุณมารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ร่วมเป็นตัวแทนยื่นกว่า 172,000 รายชื่อ จาก 26 ประเทศทั่วโลก ต่อสำนักนายกรัฐมนตรี กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เร่งทวงถามความคืบหน้า ‘ร่าง พ.ร.บ.ช้างไทย’ ฉบับภาคประชาสังคม ที่ถูกเสนอไปตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2565 เพื่อมุ่งแก้ปัญหาการทารุณกรรม และยกระดับสวัสดิภาพช้างที่ถูกแสวงหาประโยชน์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คุณอรกร ธนชลกรณ์ หัวหน้าฝ่ายรณรงค์ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า “เราเห็นความจำเป็นเร่งด่วนของการมีกฎหมายที่จะปกป้องคุ้มครองช้างเลี้ยง จากการสำรวจขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก พบว่า จำนวนของช้างในธุรกิจท่องเที่ยวของไทยเพิ่มขึ้นถึง 1,110 ตัวหรือร้อยละ 70 ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี จาก 1,688 ตัว ในปี พ.ศ. 2553 เป็น 2,798 ตัว ในปี พ.ศ. 2563โดยกว่าร้อยละ 63 มีสภาพความเป็นอยู่ในเกณฑ์ย่ำแย่  ขาดอิสรภาพ ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ และอยู่ในสภาพแวดล้อมตึงเครียด ดังที่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ช้างทำร้ายนักท่องเที่ยว หรือข่าวเกี่ยวกับช้างเลี้ยงที่เจ็บป่วย และต้องการการช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย

ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่อยู่ในความสนใจของคนไทย แต่ยังรับรู้ไปถึงคนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ร่วมแสดงเจตจำนงต่อการแก้ปัญหาการทารุณกรรมและยกระดับสวัสดิภาพช้างที่ถูกแสวงหาประโยชน์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่านการลงชื่อสนับสนุน ‘ร่าง พ.ร.บ. ช้างไทย’ ฉบับภาคประชาสังคม แล้วกว่า 172,000 คน จาก 26 ประเทศ รวมทั้งบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำ 12 บริษัท จากประเทศอังกฤษ อเมริกา แคนาดา สวีเดน และเดนมาร์ค” คุณอรกร กล่าว

ประเทศไทยมีกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลช้างอย่างน้อย 27 ฉบับ และเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีช้างอยู่ในสถานะของ ‘ช้างป่า’ และ ‘ช้างเลี้ยง’ โดยกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ให้ความคุ้มครองเฉพาะช้างป่า สำหรับช้างเลี้ยง ยังไม่มีกฏหมายเฉพาะ แต่ได้รับการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ. สัตว์ยานพาหนะ เหมือน โค กระบือ และได้รับคุ้มครองร่วมกับสัตว์เลี้ยง อย่างสุนัขและแมว ภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

แม้จะมีความพยายามจัดการด้านสวัสดิภาพ ด้วยการวางมาตรฐานการจัดกิจกรรมปางช้างเพื่อการท่องเที่ยว หรือการยกระดับวิชาชีพควาญช้าง ฯลฯ แต่ทั้งหมดมีฐานแนวคิดที่ต้องการใช้ประโยชน์จากช้างอย่างไม่รู้จบ เป็นผลให้เมื่อปี พ.ศ. 2565 องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญและองค์กรภาคีอาทิ ตัวแทนกรมปศุสัตว์และกรมอุทยาน อ.ประสพ ทิพย์ประเสริฐ คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ ฯลฯจัดทำ ‘ร่าง พ.ร.บ.ช้างไทย’ ฉบับภาคประชาสังคม และได้รับการสนับสนุน จากประชาชนชาวไทยผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งกว่า 15,938 คน ร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายไปยังรัฐสภา แต่ปัจจุบันอยู่ ระหว่างการพิจารณาโดยนายกรัฐมนตรี (อ่านต่อรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.ช้างไทย)

คุณหทัย ลิ้มประยูรยงค์ ผู้จัดการแคมเปญสัตว์ป่า องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทยกล่าวว่า ‘ร่าง พ.ร.บ. ช้างไทย’ ฉบับภาคประชาสังคม เป็นความพยายามที่จะจัดการสวัสดิภาพช้างเลี้ยง ครอบคลุมการยุติการฝึกช้างด้วยวิธีการที่โหดร้ายทารุณ การบังคับให้ช้างแสดงพฤติกรรมที่ผิดจากธรรมชาติ รวมทั้งควบคุมจำนวนประชากรช้างที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากมุมมองของประชาชน มิติทางสังคมและเทรนด์โลกที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์จากสัตว์ป่า หากตัวร่างฯ ผ่านการพิจารณาโดยนายกฯก็จะเข้าสู่กระบวนการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนของผู้ที่เห็นด้วยและเห็นต่าง และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อความพยายามที่จะหาทางออกร่วมกันโดยคำนึงถึงทั้งสวัสดิภาพของช้างและสวัสดิภาพของคน รวมไปถึงมิติด้านวัฒนธรรม ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและรายได้ของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ”

 คุณมารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า “ส่วนตัวสนับสนุนให้มีกฎหมายจัดการช้างที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อสวัสดิภาพของช้างแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างก็มองหาโปรแกรมท่องเที่ยวที่มีจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และสวัสดิภาพสัตว์”

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้าน Clinical Observership สำหรับนักศึกษาแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807171

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้าน Clinical Observership สำหรับนักศึกษาแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้าน Clinical Observership สำหรับนักศึกษาแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.20 น.

 เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์   ได้บูรณาการความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยร่วมกัน โดยร่วมกับ Tokyo Medical and Dental University ประเทศญี่ปุ่น จัด โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน Clinical Observership สำหรับนักศึกษาแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 13 – 24 พฤษภาคม 2567 ณ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมีรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน พร้อมด้วยคณาจารย์และทีมแพทย์ จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมให้การต้อนรับ

 สำหรับโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน Clinical Observership  มุ่งเน้นให้นักศึกษานำความรู้ความเชี่ยวชาญทางวิชาการของบุคลากรผู้สอน ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาให้บรรลุผลในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จนเกิดผลการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดีในอนาคต โครงการฯ ดังกล่าว ได้จัดเตรียมอาจารย์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้ดูแลนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 6 คน ซึ่งมาเข้าร่วมศึกษาดูงานทางด้านการแพทย์ การวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์กับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โอกาสนี้นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศญี่ปุ่นได้ร่วมสังเกตการณ์ทางคลินิกร่วมกับแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อย่างเต็มที่ อาทิ ร่วมสังเกตการณ์และศึกษาดูงาน การผ่าตัดของศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์ ณ ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โดยการดูแลของ พญ. อรอรุณ เมฆะทิพย์พันธุ์  ร่วมสังเกตการณ์และศึกษาดูงาน ของแพทย์อายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด ณ  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง โดยการดูแลของ นพ. วิโรจน์ เมืองศิลปศาสตร์ ฯลฯ

ท้ายสุด วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์   มีพันธกิจ ด้านการผลิตบัณฑิตแพทย์และการสาธารณสุข ที่มีคุณภาพทางวิชาการและสมรรถนะทางวิชาชีพที่เป็นเลิศ โดยบูรณาการความร่วมมือมีทั้งจัดการเรียนการสอนและการวิจัยร่วมกัน ในโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน Clinical Observership กับ Tokyo Medical and Dental University ประเทศญี่ปุ่น จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอน และบุคลากรทางการแพทย์ ให้คนไข้ได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐานอย่างเท่าเทียม

-(016)

สร้างสุขภาพดี ชีวีมีสุข ในงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ‘Happy Life กินดี อยู่ดี’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807170

สร้างสุขภาพดี ชีวีมีสุข ในงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ‘Happy Life กินดี อยู่ดี’

สร้างสุขภาพดี ชีวีมีสุข ในงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ‘Happy Life กินดี อยู่ดี’

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.17 น.

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี ชวนทุกคนมาดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการทำเกษตรพอเพียงที่งานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “Happy Life กินดี อยู่ดี” 1 – 2 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ชมนิทรรศการ “ปัจจัยสี่ วิถีเกษตร” การสร้างความสุขไปพร้อมกับสุขภาพที่ดีจากองค์ความรู้การพึ่งพาตนเองด้วยเกษตรพอเพียง วิถียั่งยืน พบกับนิทรรศการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “เกษตรมีสุข” เรื่องราวการพัฒนาผลิตภัณฑ์และผลผลิตทางการเกษตร ควบคู่ไปกับการทำการตลาดออนไลน์ สร้างเสริมอาชีพให้คนในชุมชน เรียนรู้สู่การประยุกต์ใช้จริงผ่านการรอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 วิชา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ชม ชิม ช้อป สินค้าผลผลิตเกษตรปลอดภัยตามฤดูกาลกว่า 100 ร้านค้า จากเครือข่ายและภาคีความร่วมมือทั่วประเทศ

พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “เกษตรกรรม เป็นเรื่องใกล้ตัวและมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการดำรงชีพ เพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตปัจจัย 4 ของมนุษย์ ทั้ง อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกินที่ต้องปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ยิ่งในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเป็นลำดับต้นๆ ทำให้หลายครอบครัวมีแนวคิดปลูกผักทานเองโดยใช้พื้นที่ว่างบริเวณบ้านเป็นแปลงปลูกผัก นอกจากจะเป็นการสร้างคลังอาหารปลอดภัยไว้ใกล้ตัวแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้คนในครอบครัวได้ใช้เวลาว่างสร้างความสุขร่วมกันจากการทำเกษตรพอเพียง เมื่อคุณภาพชีวิตดีย่อมส่งผลต่อสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยต่างๆ

โดยงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “Happy Life กินดี อยู่ดี” ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จะจัดขึ้นในวันที่ 1 – 2 มิถุนายนนี้ ได้นำเคล็ดลับการสร้างความสุขด้วยตนเองผ่านการทำเกษตรพอเพียงวิถียั่งยืนจากเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขในการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย มาเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจการสร้างวิถีแห่งความสุขในแบบของตนเอง อีกทั้งยังมีผลผลิตและสินค้าเกษตรคุณภาพจากทั่วประเทศที่คัดสรรมาอย่างดีพร้อมจัดจำหน่ายให้กับผู้ที่มาเที่ยวชมงานครั้งนี้เช่นกัน”

พบกับ นิทรรศการ “ปัจจัยสี่ วิถีเกษตร” เติมเต็มองค์ความรู้สู่การพึ่งพาตนเองด้วยการทำเกษตรพอเพียงวิถียั่งยืน สอดคล้องกับ 4 ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต อาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และทำความรู้จักต้นแบบเกษตรกรที่มุ่งมั่นในการทำเกษตรผสมผสานที่บ้านเกิดจนประสบความสำเร็จ ลุงประเสริฐ มีสุข เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.กำแพงเพชร ในนิทรรศการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “เกษตรมีสุข” เรื่องราวการสร้างความมั่นคงให้ตนเอง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืนให้คนในชุมชน ด้วยองค์ความรู้การแปรรูปผลผลิตเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น มะนาวดองสูตรโบราณ กล้วยตาก และกล้วยผง พร้อมพัฒนาต่อยอดสู่การทำการตลาดแบบออนไลน์เข้ากับวิถีชีวิตคนยุคใหม่

พูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดการสร้างความสุขที่ยั่งยืนด้วยการทำเกษตรกับผู้มากประสบการณ์ที่ตกผลึกความรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ที่พร้อมมาแบ่งปันทั้งองค์ความรู้และแบบอย่างในการดำเนินชีวิตผ่านหลักสูตรอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 8 หลักสูตร อาทิ หลักสูตร “เกษตรฟาร์มสุข” จากเจ้าของสวนผักอินทรีย์ ฟาร์มสุข ฟาร์มออร์แกนิก อาจารย์สรศักดิ์ ไวจันทึก เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.นครราชสีมา หลักสูตร “ก่อ ร่าง สร้างบ้านดิน” โดยอาจารย์เดชา ฤทธิ์แดง ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตบ้านดินเชิงเกษตรพึ่งตนเอง  จ.สระแก้ว หลักสูตร “อาหารเป็นยา ชีวาปลอดภัย” จากอาจารย์พิมพ์ใจ ดวงเนตร Down To Earth Farm Stay จ.ลำพูน และ หลักสูตร “Bug Bite Balm” โดยอาจารย์อริยาภรณ์ เลิศพัฒนกิจกุล เจ้าของแบรนด์ The Apuds ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร เรียนรู้ได้ทั้ง Onsite และ Online ฟรี

ชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพ สินค้าผลผลิตเกษตรปลอดภัยตามฤดูกาลกว่า 100 ร้านค้า จากเกษตรกรเครือข่ายฯ เจ้าของสวนและภาคีความร่วมมือทั่วประเทศในราคาสบายกระเป๋า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Line ID : @wisdomkingmuseum

-(016)

หนังชนโรง : เขย่าวงการบู๊ ‘M Studio’ จับมือ ‘Night Edge Pictures’ ส่งหนังฟอร์มยักษ์ ‘BOY KILLS WORLD’ ชนโรง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807267

หนังชนโรง : เขย่าวงการบู๊ ‘M Studio’ จับมือ ‘Night Edge Pictures’  ส่งหนังฟอร์มยักษ์ ‘BOY KILLS WORLD’ ชนโรง

หนังชนโรง : เขย่าวงการบู๊ ‘M Studio’ จับมือ ‘Night Edge Pictures’ ส่งหนังฟอร์มยักษ์ ‘BOY KILLS WORLD’ ชนโรง

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สนั่น มันเลือดสาด M Studio ผนึกกำลังทำการตลาดร่วมกับ Night Edge Picturesนำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Boy Kills Worldแค้นนี้ที่รอคิวล์ เข้าฉาย 30 พ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์ทุกสาขาทั่วประเทศ

นับว่าเป็นอีก 1 ปรากฏการณ์ เมื่อค่ายหนัง2 ค่าย นำโดย ณปัณณทัต พรหมสุภา Head of Distribution and Acquisitionเอ็ม สตูดิโอ (M Studio) และ ฮานส์ ออดริกบี.เอสติอัลโบ (Mr.Hans Audric B.Estialbo) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์สคอร์ปอเรชั่น จำกัด (Night Edge Pictures)จับมือร่วมกันทำการตลาดเป็นครั้งแรกในการนำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด แอ๊กชั่น บู๊ เลือดสาด แห่งปี“BOY KILLS WORLD แค้นนี้ที่รอคิวล์” ของผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง มอริตซ์ โมห์ร ร่วมกับโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง แซม ไรมี่ (Evil Dead, Don’t Breathe, The Grudge)

นำแสดงโดย ดาราชายดาวรุ่งแห่งยุค “บิลล์ สการ์สการ์ด ( IT 1-2 และ JohnWick 4)” ในบทบาทของ “บอย” หนุ่มสุดเกรียนที่รอคอยจะแก้แค้น ตระกูลสุดวิปลาสแห่งโลกอันเสื่อมทรามอย่าง “แวน เดอร์ คอย”ให้สิ้นโคตรหลังจากครอบครัวของเขาถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม อีกทั้งทำร้ายให้เขาหูหนวก และเป็นใบ้ แต่ด้วยแรงผลักดันจากเสียงในหัวและความชอบในวีดีโอเกมในวัยเด็ก บอยจึงฝึกฝนวิทยายุทธ์กับหมอผีลึกลับที่ชุบเลี้ยงเขาจนเติบใหญ่ เพื่อไปทวงแค้นจากโลกอันแสนโหดเหี้ยมที่พรากทั้งชีวิตเขาไป เตรียมพบกับภาพยนตร์แอ๊กชั่นเลือดสาดแห่งปีที่จะทำให้คุณอะดรีนาลีนสูบฉีดไปกับแรงแค้น เพราะ “เขา” จะปลุกความแค้นในตัวคุณและ ล่าพวกมันตาม “คิวล์” และร่วมด้วยฟัมเกอ ยันส์เซิน (X-Men), ยายาน รูเฮียน(The Raid 2), เจสสิกา รอธ (Happy Dead Day), มิเชล ด็อคเคอรี่ (Non-stop), แอนดรูว์ โคจิ (Bullet Train) และนักแสดงชื่อดังคับคั่งอีกมากมาย

แฟนหนังเตรียมพบกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ เอ็ม สตูดิโอ และ ไนท์ เอดจ์พิคเจอร์ส ได้ใน Boy Kills World แค้นนี้ที่รอคิวล์ ที่พร้อมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ซึ่งทั้ง2 ค่ายยังจะมีการร่วมมือกัน ส่งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เข้าฉายร่วมกันอีกในอนาคต เช่น “The Crow อีกาพยายม (2024)” ที่จะเข้าฉายในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ทั่วประเทศ

‘เต้ย-จรินทร์พร’ อวดเซตภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟจอร์เจียจอใจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807254

‘เต้ย-จรินทร์พร’ อวดเซตภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟจอร์เจียจอใจ

‘เต้ย-จรินทร์พร’ อวดเซตภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟจอร์เจียจอใจ

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ” นางเอกสาวมากความสามารถจากเรื่อง “มาตาลดา” ที่ก่อนหน้านี้สร้างความฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนละครสามารถกวาดรางวัลบนเวทีนาฏราชครั้งที่ 15 ไปมากถึง 6 รางวัลด้วยกันและล่าสุดสาวเต้ยได้นำภาพแฟชั่นเซตจากประเทศจอร์เจียในทริป BIG CAMERA BIGBONUS 2023 มาอวดแฟนๆ ให้ได้ชมกันแบบจุใจบอกเลยทริปนี้สวยจนใจเจ็บ โดย “เต้ย-จรินทร์พร” เล่าว่า

เต้ยรู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส 2023 (BIG CAMERA BIG BONUS 2023)” ที่ทาง “บิ๊ก คาเมร่า” ได้จัดขึ้น เพราะเคยได้เห็นพี่ๆ นักแสดงหลายคนที่ได้มาร่วมทริปและร่วมเป็นนางแบบ มีรูปภาพสวยๆ อวดลงโซเชียลกันเยอะเลย พอถึงคิวเราก็เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษนอกจากจะได้ไปประเทศในฝันอย่างจอร์เจียแล้วยังได้ช่างภาพระดับ Top Class อย่าง พี่จอร์จ-ธาดาวารีช Infulencer กอล์ฟมาเยือน-กันตพัฒน์ พฤฒิธรรมกูล และพี่ๆ ผู้โชคดีกับแคมเปญอีก 15 ท่าน มาถ่ายภาพสวยๆ ให้อีกด้วยโดยภาพที่ประทับใจคือภาพที่ถ่ายที่ “เดอะโครนิเคิลออฟจอร์เจีย” อนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจียเพราะให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ ที่ชอบมากสุดๆ คือแสงสวยมากต่อมาคือเซตภาพที่ถ่ายที่ “เมืองสเตปันสมินดา” ศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัสที่สำคัญของประเทศจอร์เจียเพราะเหมือนเป็นภาพวาดบนโปสต์การ์ดแต่เป็นโปสต์การ์ดที่มีชีวิตสามารถสัมผัสความสวยงามทั้งหมดนี้ได้เซตสุดท้ายที่ชอบคือที่ “หมู่บ้านจูทา” หมู่บ้านนี้เต้ยชอบมากเป็นพิเศษเพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีความน่ารัก อยู่ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก มองเห็นวิวทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตา” แฟนคลับสาวเต้ย-จรินทร์พร ที่อยากดูภาพสวยๆเพิ่มเติมเพื่อไปกดไลค์ กดแชร์ให้กำลังใจก็สามารถไปชมได้ที่อินสตาแกรมของสาวเต้ยโดยตรง toeyjarinporn หรือติดตามผลงานภาพถ่ายแฟชั่นเซตเพิ่มเติมได้ที่Facebook : Bigcamera

‘อิงฟ้า-ชาล็อต’เล่าเหตุการณ์! ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน จนถึงขั้นไม่มองหน้ากันมาแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807290

'อิงฟ้า-ชาล็อต'เล่าเหตุการณ์! ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน จนถึงขั้นไม่มองหน้ากันมาแล้ว

‘อิงฟ้า-ชาล็อต’เล่าเหตุการณ์! ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน จนถึงขั้นไม่มองหน้ากันมาแล้ว

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 18.59 น.

“อิงฟ้า-ชาล็อต”  เปิดความลับ “คืนหนึ่ง” เผยจุดหวั่นไหว ถลำลองคบ? ชาล็อตเคลียร์คืนสังเวียนชิงมงฯ มิสแกรนด์ฯ อีกครั้ง 

นายแม่กุหลาบ แห่งหอบุปผชาติ “อิงฟ้า วราหะ” วันนี้ควงคู่จิ้น“ชาล็อต ออสติน” เผยโมเมนต์น่ารักจากคู่แข่งสู่คู่จิ้นสุดปังแห่งปี พร้อมเล่าเหตุการณ์ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันจนถึงขั้นไม่มองหน้ากันมาแล้ว และวีรกรรมสุดแสบ เคลียร์ชัดๆ ชาล็อตจะหวนคืนสังเวียนนางงามจริงหรือไม่ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี บูม สุภาพร และ ชมพู่ ธัณย์สิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

กระแสละครเป็นอย่างไรบ้าง?

อิงฟ้า :   โอ้โห ดีเกินคาดค่ะ และคุ้มกับสิ่งที่เราทำไป บางกอกคณิกาเป็นกองที่เราค่อนข้างเหนื่อย ในการเผื่อเวลา หน้าผม โปรดักชั่นต่างๆ สิ่งที่ได้รับกลับมามันหายเหนื่อยเป็นอย่างนี้นี่เอง 

 ฉากเลิฟซีนกับพี่นก ฉัตรชัย?

อิงฟ้า : เกร็งสุดๆ ค่ะ แต่ด้วยความที่พี่นกเวลาแสดงเขาเป็นระดับปรมาจารย์ ก็ทำให้ทุกอย่างมันโฟลด์ จริงๆ จะมีการเซฟกันอยู่แล้วในบางฉากที่เราเล่นกัน แต่เห็นแบบนี้ แค่เทคสองเทคก็ผ่านแล้ว มันไปด้วยกันเร็วมาก 

 ลึกๆ เขินก่อนเข้าฉาก?

อิงฟ้า : เขินค่ะ (หัวเราะ) หนูไม่ได้คุยกับเขาเลย ไม่ใช่แค่หนู แต่น้องๆ ทุกๆ คนในกอง พี่นกมาเขาจะมีมุมของเขา ฟังเพลง อ่านหนังสือ เราอยากคุยนะ แต่เราเกรงใจเขา กลัวกวนเวลา แต่เวลาเข้าฉาก พี่นกก็น่ารักมาก บอกว่าเก่งนี่ เล่นได้นะ เขาจะมีให้กำลังใจเรา ชื่นชม ก็ทำให้บรรยากาศน่ารัก มีมุมน่ารักของพี่นกเยอะมาก ขอทำมินิฮาร์ตหน่อย พี่นกเขาก็ทำอีกแบบ (หัวเราะ) 

 ปะทะคารมกับพี่อ้อม?

อิงฟ้า : หนูว่ามีเคมีบางอย่าง ที่ไม่น่าเป็นความบังเอิญที่ได้เล่นด้วยกัน ไม่ใช่พี่อ้อมคนเดียว เพราะเวลารับส่งกันทั้งเรื่อง ทั้งพี่ก้อย น้องชาเล็ท มันเป็นแม่เป็นพี่เราจริงๆ เวลาเล่น 5 4 3 2 เข้าฉากปุ๊บก็ไปพร้อมกันเลย รับส่งกันได้ดีมากๆ พี่อ้อมอยู่ในกองจะเป็นพี่ใหญ่คอยดูแลน้องๆ ฉากนี้สโมคเยอะเกินไปแล้วนะ ไม่มีใครกล้าพูดก็จะบอกว่าพี่อ้อมๆ สโมคเยอะเกินไป เขาก็จะตะโกนบอกว่าเฮ้ย เบาสโมคกันหน่อยนะเว้ย (หัวเราะ) 

ไม่กล้าพูดเอง แผนดี?

อิงฟ้า : เขาน่ารัก บรรยากาศในการถ่ายทำเหมือนดูซีเรียส แต่เวลาพักทุกคนพักกันจริงๆ เฮฮา สนุกสนาน เป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ

มีคนทักมั้ยว่าบางมุมหน้าคล้ายพี่อ้อม?

อิงฟ้า : มีค่ะ หนูก็มาดู มีอันนึงที่คล้ายมาก ช่วงที่เราใส่แฮร์พีชสั้น แล้วคนเอามาเทียบกับพี่อ้อมตอนผมสั้น มีบางมุมที่คล้าย มุมร้องไห้จะคล้ายๆ ก็มี 

ชาล็อตเห็นแล้วเป็นยังไง?

ชาล็อต : จริงๆ ทึ่งกับการแสดงของพี่ฟ้า ไม่เคยเห็นบทที่แรงขนาดนี้มาก่อน เราเคยร่วมงานกันตอนที่ถ่ายแรกๆ จะเป็นความรักใสๆ แต่นี่ถ้าไม่รู้เหมือนคนทำงานในวงการมานานแล้ว อินเนอร์ด้วย ท่าทาง วิธีการแสดง คำพูด น้ำเสียง ดูเป็นมืออาชีพมากๆ 

 ชอบฉากไหน?

ชาล็อต :   หนูชอบตอนที่ไปช่วยเทียนหยด ตอนเทียนหยดจะเสียพรหมจรรย์ เป็นอะไรที่จึกในใจ มันเจ็บจริงๆ นะ จากที่ดูๆ มา อินเนอร์ถึงอารมณ์

อยากชมอะไรพี่ฟ้า?

ชาล็อต : เก่งมากๆ อยากให้มีการแสดงในวงการอีกเยอะๆ เพราะเชื่อว่าเขาน่าจะสามารถดึงตัวละครออกมาได้ รอดูผลงาน จะมีอีกเรื่องด้วย และมีอีกหลายๆ เรื่องด้วย 

สปอยอีก 2 อีพี?

อิงฟ้า : ทุกวันนี้เวลาคนเจอหนู ปกติจะถามเรื่องงาน ทุกวันนี้ถามว่าสรุปใครคือลูกแม่ราตรี แม้แต่ตอนไปอเมริกา ซึ่งคนไทยที่โน่นก็ดู บอกได้เลยว่าอีก 2 อีพีสุดท้ายวันพรุ่งนี้ ก็จะคลี่คลายปมทุกอย่างที่ทุกคนสงสัยกันมานานว่าใครเป็นลูกใคร ปมเกิดจากอะไรบ้าง อย่างที่บอก 8 อีพีแทบไม่มีน้ำ เนื้อล้วนๆ แน่นๆ อีพี 7 8 ก็ฝากด้วยจุดจบหอบุปผชาติและบางกอกคณิกาจะเป็นยังไง ก็ฝากด้วยแล้วกันค่ะ 

ชาล็อต : สรุปได้เที่ยวรอบโลกมั้ย

อิงฟ้า : ไม่บอก ให้รอลุ้น 

ได้เล่นละครด้วยกันเรื่องอะไร?

อิงฟ้า :  LoveBully รักให้ร้ายค่ะ 

เป็นแนวไหน?

อิงฟ้า : ตามชื่อเลยค่ะ จะมีดราม่าอีกหนึ่งก้าวการแสดงของพวกเรา เป็นวัยที่โตขึ้น การเล่าเรื่องเข้มข้น แม้จะมีแค่ 4 ตอน แต่ละอีพีอัดแน่น น่าจะถูกใจแฟนคลับพอสมควรสำหรับรักให้ร้าย ที่จะได้ดูกันในวันที่ 7 มิ.ย. 

 มีแค่ 4 อีพี แต่เข้มข้นมากๆ?

อิงฟ้า : น่าจะเป็น 4 อีพีที่ถูกใจแฟนคลับอิงล็อตแหละ เพราะแฟนคลับก็รอผลงานคู่ อยากเห็นพัฒนาด้านการแสดงละครต่างๆ อันนี้ก็น่าจะตอบโจทย์

ชาล็อตลงทุนไปเรียนการแสดง เรียนเอง ออกค่าใช้จ่ายเอง?

ชาล็อต : ใช่ พออยู่จุดนี้ก็อยากพัฒนาไปเรื่อยๆ อยากแสดงให้คนชมเรา ตอนแรกคิดว่าการแสดงมันง่าย แต่จริงๆ มันไม่ง่ายเลย พอได้เริ่มเล่นปุ๊บดูตัวเองแล้วไม่ถูกใจ อยากมีอินเนอร์อย่างนี้แหละถูกแล้ว ก็เลยไปเรียนการแสดงดีกว่า เพื่อจะได้มีทักษะและสกิลในเรื่องต่อๆ ไปที่กำลังจะเข้ามาค่ะ 

การพัฒนาการของชาล็อตเป็นยังไง?

อิงฟ้า : ถ้าเทียบกับเรื่องแรกที่เราเล่นด้วยกัน ก็พัฒนาไปเยอะเลย อาจด้วยเรื่องนี้ความโชคดีของเราได้ผู้กำกับพี่กอล์ฟ ที่เขารายละเอียดดีเทลมากๆ ไม่ปล่อยผ่านซีนไหนที่รู้สึกว่ามันยังไม่ถึง อย่างของน้องที่ทีเซอร์ออกมา ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากๆ คิดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจทำให้เขาพัฒนาต่อไป เรื่องนี้เรายังถ่ายไม่เสร็จ ก็ต้องกลับไปถ่ายต่อ คิดว่าน่าจะได้กำลังใจก้อนใหญ่ๆ กันต่อ 

 จากคู่แข่งเป็นคู่จิ้น อะไรทำให้กลายมาเป็นคนสนิทกัน?

อิงฟ้า : มันเริ่มจากการที่เราประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ในปี 2022 หนูเป็นตัวแทนมิสแกรนด์กรุงเทพฯ น้องก็มิสแกรนด์ชุมพร ก็มีการได้เป็นรูมเมทกันต่างๆ มีโมเมนต์น่ารักๆ ออกมา ก็ทำให้มีอิงล็อตเกิดขึ้น หลังจากจบการประกวดไปก็มีงานเข้ามา พอมีพรีเซ็นเตอร์ตัวแรก ภาพที่เราออกอีเวนต์ด้วยกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ คนเยอะมาก จนเราตกใจ ตอนแรกเราอยู่ในกองเราไม่รู้ว่าแฟนคลับเรามากน้อยแค่ไหน แต่พอออกอีเวนต์ครั้งแรกคนเยอะมาก ก็คิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับวงการนางงาม 

 เธอเป็นสายเต๊าะเขา เคยคิดจริงบ้างมั้ย?

อิงฟ้า : มีช่วงโมเมนต์ที่มีความรู้สึกแบบนั้นขึ้นมา แต่ว่าด้วยความที่พออยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันบ่อยมากๆ เวลาทำงานนอกสถานที่ก็จะมีเวลาได้นอนด้วยกัน เป็นรูมเมทในกองจนถึง ณ ปัจจุบัน ก็มีบ้างที่รู้สึกหวั่นไหวนิดนึง แต่ ณ ปัจจุบันรู้สึกว่า (หัวเราะ) 

 หวั่นไหวกับชาล็อตยังไง?

อิงฟ้า : หนูว่าด้วยความที่เราอยู่ใน LGBTQ ที่เราคบได้ทุกเพศ เวลานั้นจะคบใครก็ไม่ได้ดูเรื่องของเพศแล้ว ดูที่ความสบายใจ ความแฮปปี้ของเรา มีช่วงนึงเราอยู่ด้วยกันบ่อยๆ จะมีหวั่นไหวนิดนึง ด้วยความน่ารักหรืออะไรก็ตาม มีช่วงนึงที่เกิดขึ้น 

น้องเป็นสายอ้อน แกล้งพี่ เราหวั่นไหวยังไง?

ชาล็อต : ตอนทำงานเขาจะเป็นฝ่ายดูแลเราซะมากกว่า จะมีขนม มีการให้เราระวังโน่นนี่นั่น กระโปรงกันโป๊ต่างๆ ซึ่งได้รับการดูแลที่รู้สึกว่าไม่รู้พิเศษกว่าคนอื่นมั้ย แต่เราก็คิดไปในทางนั้น เราคิดว่าคงไม่ได้ชอบเขาหรอก เพราะพูดตรงๆ เมื่อก่อนหนูไม่ได้ชอบผู้หญิง ไม่ได้มองผู้หญิง แต่พอได้ทำงานไปเรื่อยๆ เริ่มลึกไปเรื่อยๆ เริ่มมีการสกินชิพมากขึ้น โดนตัว กอด หอมแก้มมากขึ้น ก็รู้สึกว่าเริ่มแปลกๆ เนอะ อารมณ์เหมือนเราชอบใครสักคนนึงเลย ก็คงชอบจริงๆ นั่นแหละ แต่คงไม่ได้ไปถึงจุดนั้น คิดว่าอยู่อย่างนี้ดีแล้ว ถ้าเป็นแฟนกัน คงตีกันตาย (หัวเราะ)

 ถ้าไปถึงจุดนั้นคิดว่ารอดมั้ย?

อิงฟ้า : จริงๆ เคยลองแล้ว อาจไม่ได้ออกมาพูดเป็นทางการ มาบอกทุกคนว่าเราเคยเหมือนถลำไปถึงตรงนั้นนะ ไม่รู้ต้องใช้คำไหน (หัวเราะ) เราเคยบอกแฟนคลับนะ

ชาล็อต : มีจังหวัดนึงที่หนูไม่เคยได้คำตอบจากเขาเลย ว่าหนูทำอะไร เขาก็ไม่บอกด้วย ก็โอเค แต่ยังค้างคาใจจนถึงทุกวันนี้ ต่อให้เป็นสิบปีหนูก็ค้างคาใจว่าเรื่องอะไร

 อิงฟ้า : ไม่อยากบอก เก็บไว้คนเดียวดีกว่า 

มันคืออะไร ความลับของคุณ?

อิงฟ้า : จริงๆ ไม่มีอะไร แค่เหมือนเขาดื่ม แล้วเขาจำไม่ได้ว่าคืนนั้นเขาทำอะไรเราหรือเปล่า (หัวเราะ) 

ทำมั้ย?

ชาล็อต : หนูไม่รู้จริงๆ แต่คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอกเนอะ

อิงฟ้า : ไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ (หัวเราะ) 

หรือเอาแอบเผยความในใจ?

ชาล็อต : หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ)  

คนเดียวที่รู้คืออิงฟ้า?

อิงฟ้า : ใช่ 

เคยลองอยู่จุดนั้น ณ โมเมนต์นั้นเป็นไงบ้าง?

อิงฟ้า : หนูว่าพอความเป็นพี่น้องกัน มันจะมีบางอย่างที่เรามีสเปซให้กัน แต่พอมุมมองความรักที่จะเป็นแฟนจริงๆ เขาจะรู้ว่าไทป์เขาประมาณนี้ ไทป์เราชอบคนประมาณนี้ มีหลายช่วงที่จะลองเปิดใจให้กันและกัน แต่มันก็อยู่ถึงจุดที่คิดว่าไม่ดีกว่า ไม่ได้มีใครผิดใครถูกนะ เป็นเรื่องความรู้สึกที่เรารู้สึกว่าถ้าเกิดปัญหานี้ปุ๊บมันจะทำงานกันลำบาก เราต้องทำงานด้วยกันอีกยาว ด้ายอายุสัญญาที่เราอยู่ด้วยกัน พอเป็นมุมความรู้สึกที่เป็นอิงล็อตมันก็คือดีแล้ว แฟนคลับก็น่าจะรู้ได้ถึงความธรรมชาติ เวลาเราทะเลาะกันคนก็น่าจะดูออกว่าเราไม่คุยกัน มันเฟกใส่กันยากมาก เราก็เก็บอาการไม่เก่ง เขาก็เก็บอาการไม่เก่งเช่นเดียวกัน 

เราคุยกันเหรอว่าสถานะเป็นอย่างนี้?

ชาล็อต :   ถ้าจุดเปลี่ยนก็คุยกันตรงๆ 

ตอนนี้เป็นพี่น้องที่เอาใจใส่กันเหมือนเดิม คบกันไม่น่ารอด ทะเลาะกันเรื่องความสวย?

อิงฟ้า : ก็มีบ้าง

ชาล็อต :   อย่างตอนนี้ก็พยายามเบี่ยงฝั่งเดียวกันอยู่ ไม่ได้โกรธกันนะ แต่เราสวยมุมเดียวกัน มันเป็นเรื่องหยุมหยิม 

อิงฟ้า : บางทีเราจะมั่นใจมุมเดียวกัน เวลาถ่ายรูปก็จะเป็นแบบสวยซ้าย ฟีลนั้น 

ยอมกันมั้ย?

อิงฟ้า : สลับบ้าง 

ชาล็อต : แต่พอนานๆ ก็ปล่อย 

 อิงฟ้า : ไม่ได้ร้ายแรง 

เคยไม่ยอมกันถึงขั้นไม่มองหน้า?

อิงฟ้า :   ช่วงนี้ด้วยก็ได้นะ (หัวเราะ) มันมีสองอย่าง บางเรื่องที่เราไม่มองหน้าไม่คุยกัน เราทั้งคู่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร บางทีมาเจอกัน ด้วยทั้งคู่ไม่พร้อมจะคุยกันเองมากกว่า ก็เหมือนไม่มีใครเข้ามาคุย ก็บอกไม่ถูก กับอีกเรื่อง เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถพูดได้ เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้บอกแฟนคลับว่าเราสองคนมีเรื่องอะไรในใจกัน มันก็พูดไม่ได้ มีสองแบบ 

เวลามีปัญหา ใครง้อใครก่อน?

อิงฟ้า : ไม่เชิงง้อ มองหน้ากันแล้วก็พูดกัน 

มีนิดๆ ในใจ?

อิงฟ้า : พร้อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นกับเขาคนเดียวด้วยนะ กับคนอื่นไม่เป็น เขาก็ไม่เป็นกับใคร เป็นกับหนูนี่แหละ

ชาล็อต : วันนี้เกือบใส่ชุดเหมือนกันนะ เราชอบมีความแต่งตัวคล้ายๆ กัน หรือเหมือนกัน โดยไม่ได้นัดกัน

อิงฟ้า : หนูก็เกือบใส่ชุดนี้มา ซึ่งไม่ได้นัดกัน เหมือนตอนไปมีตติ้งที่อเมริกา เป็นทรงเดียวกัน ลงมารองเท้าเหมือนกัน รองเท้าคล้ายกัน 

 ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่อเมริกาเมื่อวานซืน แฟนมีตที่อเมริกา แฟนคลับให้การตอบรับดีมาก?

อิงฟ้า : ดีเลยค่ะ มีอีกหลายโมเมนต์ หนูว่าแฟนคลับที่โน่นเขาจะเป็นฟีลฉันชอบคุณจริงๆ นะ อยากให้คุณมีความสุข อย่างเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเขารู้ว่าเราเซนซิทีฟเรื่องครอบครัว ของขวัญต่างๆ ที่เขาให้เรา ก็จะเป็นของทำมือที่เขาตั้งใจทำ มีหมาเรา มีพ่อเราใส่เข้าไป ก็เป็นอะไรที่น่ารัก

แฟนคลับสักอะไร?

อิงฟ้า : สักเป็นหน้าเราใส่มงกุฎลงไป หน้าหนูจะหลอกหลอนเขาไปตลอดถ้าเขาไม่แก้ (หัวเราะ)

ตอนเราเห็น เรารู้สึกยังไง?

อิงฟ้า : หนูช็อกเลยค่ะ ก็ตกใจว่าเฮ้ย ปกติมีอยู่แล้วคนสักรูปเราหน้าเรา แต่ไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ แต่อันนี้ใหญ่จริง ก็ตกใจ 

 ไปหลายวัน มีคนงอแง?

อิงฟ้า : น่าจะเป็นเรื่องอาหาร ที่นิดนึง ด้วยความที่ไป 16 วันได้ สปอนเซอร์ที่โน่นเป็นร้านอาหารไทยหมดเลย ไปถ่ายรูป ทานข้าว ซึ่งตัวชาเองเขาอยากทานอะไรที่ไม่ใช่อาหารไทยบ้าง (หัวเราะ)

ชาล็อต : หนูบอกโอเคไปกินของสปอนเซอร์ก่อน แล้วใครก็ได้ไปซื้อเบอร์เกอร์มาให้หน่อยได้มั้ย หรือซื้ออาหารทางบ้านเขา โลคอลฟู้ดส์ อะไรแบบนี้ 

พ่อแม่ชาล็อตแยกทางกัน เราขาดความอบอุ่นมั้ย?

ชาล็อต : หนูโตมากับพ่อที่เป็นทหาร และคุณตาที่เป็นนักมวย จะไม่ได้ถูกทรีตเป็นเจ้าหญิงสักเท่าไหร่ จะมีความห้าวๆ ถึงไหนถึงกัน มีความแข็งกระด้างนิดนึง แต่ในใจลึกๆ ก็มีโหยหาเรื่องความอ่อนโยน ความรักนิดนึง ดังนั้นเวลาเห็นหนูอยู่กับแฟนคลับ หนูจะทำตัวเป็นเด็กๆ เวลาเราเห็นคนรักเรามากๆ เราก็รู้สึกว่าแค่นี้ที่เราต้องการจริงๆ โหยหาเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ใช่ว่าพ่อกับแม่ไม่ให้นะ เขาก็ให้ เพียงแต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราใกล้ชิดกับพ่อแม่มากกว่าเดิม เวลาเราอยู่ห่างกับพ่อแม่ เราต้องการอยู่ด้วยตลอดเวลา ตอนนี้แม่อยู่ต่างประเทศ พ่ออยู่ภูเก็ต ที่นี่หนูอยู่คนเดียว ล่าสุดกลับจากอเมริกา ซื้อบ้านด้วยตนเอง บ้านก็ปิดไฟมืด รู้สึกกลับมาบ้านแล้วเหงาจังเลย ไม่มีใครรออยู่ที่บ้าน ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือไม่ได้มีพี่น้องอยู่ด้วย มีแค่ตัวเรา รู้สึกว่าไม่มีใครรอที่บ้านเลย มันก็ไม่ได้แย่นะ แค่มีความแว๊บๆ เข้ามา 

เหมือนเหงาๆ เคว้งๆ ถ้ามีสถานะหัวใจที่ดีก็อาจตอบโจทย์ตรงนี้?

ชาล็อต : ตอนนี้หัวใจหนูก็เต้นปกติดีค่ะ (หัวเราะ)

โดนห้ามเหมือนพี่อิงฟ้าหรือเปล่า?

ชาล็อต : ไม่ได้ห้าม แต่ให้ดูว่าช่วงไหนเหมาะสมที่จะมีหรือไม่มี ตอนนี้เราก็อายุ 25 ก็โฟกัสงานไปก่อน 

กี่ปีที่ในสัญญาว่าอย่าเพิ่งมีคนดูแลหัวใจ?

อิงฟ้า : ของหนูไม่ได้มีในสัญญา แต่จะเป็นการพูดบอกกันเฉยๆ เขาไม่เคยบอกกับหนูโดยตรง นอกจากเขาไปออกรายการ สัญญาหนู 7 ปี ก็เหลืออีก 5 ปี 

หวนคืนสังเวียนประกวดจริงหรือเปล่า?

ชาล็อต : ถ้าหนูบอกไปคนละมาประกวดมั้ยล่ะ

ประกวดมิสแกรนด์อีกครั้ง?

ชาล็อต : มีสิทธิ์ค่ะ แต่รอบนี้เราต้องมั่นใจว่าเราจะไม่ได้แค่มงฯ ประเทศไทย เราอยากได้มงฯ อินเตอร์ เพื่อต่อยอดเราไปในเส้นทางที่มากขึ้นและกว้างขึ้นค่ะ

กลับมาประกวดอีก จะโดนครหาว่าเป็นเด็กบอสณวัฒน์?

ชาล็อต : จริงๆ หนูมีความพยายามนะ มีประสบการณ์ ได้อยู่ในวงการ ได้ทำงานมากมาย ก็รู้สึกว่าไม่แปลกถ้าเราพยายามเต็มที่แล้วไม่ค้านสายตาคนที่เราจะได้มงฯ ก็ถือว่าเป็นการกลับมาทำให้ตัวเองไปในเส้นทางที่อยากไปจริงๆ 

 รุ่นพี่แนะนำหน่อย?

อิงฟ้า : คงแนะนำเหมือนน้องๆ ทั่วไป ให้เขาทำให้เต็มที่ สุดท้ายคนดูจะตัดสินเองว่าเราจะไปต่อได้ตรงไหน เป็นกำลังใจให้เสมอ เป็นกำลังใจให้เต็มที่ 

 อยากบอกอะไรแฟนคลับ?

ชาล็อต : ก็ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่คอยติดตาม คอยซัปพอร์ตเราสองคน อยากให้อยู่แบบมีความสุขแบบนี้  

อิงฟ้า : น่าจะรู้อยู่แล้วว่าอยู่ความสัมพันธ์แบบไหนคิดถึงมากๆ ค่ะ เพราะเพิ่งกลับมาจากอเมริกา หลังจากนี้มีงานอะไรถ้าเป็นไปได้อยากให้มาเจอกัน คิดถึงก็มาเจอกันนะคะ  

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘วิทยา’ เปิด เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด 2567 (Pattaya Squid Fair 2024 Taste ofThe Sea @หาดจอมเทียน)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/807247

‘วิทยา’ เปิด เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด 2567 (Pattaya Squid Fair 2024 Taste ofThe Sea @หาดจอมเทียน)

‘วิทยา’ เปิด เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด 2567 (Pattaya Squid Fair 2024 Taste ofThe Sea @หาดจอมเทียน)

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.58 น.

‘วิทยา’ เปิด เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด 2567 (Pattaya Squid Fair 2024 Taste ofThe Sea @หาดจอมเทียน) คนรักอาหารทะเลสุดฟิน ! กว่า 70 บูธร้านค้า พร้อมกิจกรรม เอ็นเตอร์เทนเมนต์แบบจุใจ ทั้ง DJ-MC และ มินิคอนเสิร์ต ที่หาดจอมเทียน หน้า The Now Hotel ระเบิดความฟินแล้วกับเทศกาลอาหารทะเลที่คุณจะแฮปปี้และเพลิดเพลินใจกว่าทุกครั้งในงาน “Pattaya Squid Fair 2024” Taste of The Sea @หาดจอมเทียน

พบกับเทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาดที่มารังสรรค์รอต้อนรับทุกคนกว่า 70 ร้านค้า ผสมผสานไปด้วย 4 โซนอาหาร ได้แก่ โซน Internationnal Food, โซนอาหารนานาชาติ, โซนตลาดปลา, โซน Local Food และ โซนของสดซีฟู้ด รวมทั้งโซน Food Truck และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์คับคั่ง อาทิ การแข่งขันทำอาหารจากวัตถุดิบปลาหมึกและซีฟู้ด, การแข่งขันกินจุ-กินไว, การแข่งขันตกหมึกทะเล, การแสดงดนตรีโฟล์คซองจากน้องๆ นักเรียนชาวจังหวัดชลบุรี “วง Withease”วงสตริงชนะเลิศเมืองพัทยา, วงลูกทุ่งมัธยมสาธิต, กลุ่มชมรมลีลาศ อ.บางละมุง, การแสดงกระบองไฟ และพลุอันสุดตระการตา, ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจาก DJ และ MC ชื่อดังของจังหวัดชลบุรี และมินิคอนเสิร์ตจากวง House Band อันสนุกสนานในยามค่ำคืน พลาดไม่ได้ 24 – 25 พฤษภาคมนี้ ที่หาดจอมเทียนหน้าโรงแรม The Now Hotel มาร่วมดัน “อาหารทะเล” ของขึ้นชื่อยืนหนึ่งของจอมเทียน พัทยา ชลบุรี เป็น “ซอฟท์เพาเวอร์” ของประเทศไทยไปด้วยกัน นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นางสาวอุไร มุกประดับทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และ นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายยกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ร่วมพิธีเปิดงาน “Pattaya Squid Fair 2024” Taste of The Sea @หาดจอมเทียน เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด ที่บริเวณหน้าโรงแรม The Now Hotel เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 นายวิทยา กล่าวว่า งานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบาย “ซอฟต์เพาเวอร์” ของรัฐบาลในด้าน Food and Festival ซึ่งนำมาเป็นตัวกำหนดรูปแบบการจัดงานดังกล่าว

พร้อมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีในด้านความมีชื่อเสียงของอาหารทะเลของจังหวัดชลบุรี ส่งเสริมฟื้นฟูกลุ่มอาชีพเกษตรกรชาวประมง และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ผู้จำหน่ายอาหารพื้นเมืองและผู้ประกอบการรายย่อยให้มีแหล่งขายสินค้าโดยการออกร้านจำหน่ายขายอาหารทะเลกว่า 70 ร้านค้า อีกทั้งยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและในภาพรวมของประเทศ ตลอดจนสร้างกิจกรรมประจำปีที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรีให้มีความหลากหลายและแปลกใหม่ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี นำไปสู่การสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นและการเติบโตของเศรษฐกิจภาพรวมต่อไป ภายในงานจะนำมาด้วยบูธร้านค้ากว่า 70 บูธ ที่ผสมผสานไปด้วย 4 โซน 4 รสชาติ ประกอบไปด้วย โซน Internationnal Food หรือ โซนอาหารนานาชาติ, โซนตลาดปลาที่จะมีวัตถุดิบสดอร่อยมาจากทะเลหมาดๆ ปรุงสดพร้อมให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มชิมรส ณ บัดเดี๋ยวนั้น, โซน Local Food หรือ โซนอาหารท้องถิ่น และ โซนของสดซีฟู้ด รวมทั้งโซน Food Truck ที่นำอาหารชั้นเลิศมาให้ทุกคนลิ้มลอง พร้อมด้วยกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารทะเลมากมายภายในงาน อาทิ การแข่งขันทำอาหารจากวัตถุดิบปลาหมึกและซีฟู้ด, การแข่งขันกินจุ-กินไว และ การแข่งขันตกหมึกทะเล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์เอาใจคนรักปาร์ตี้คับคั่ง ได้แก่ การแสดงดนตรีโฟล์คซองจากน้องๆ นักเรียนชาวจังหวัดชลบุรี, การแสดงกระบองไฟอันสุดตระการตา, การโชว์เรือลากอวนของแท้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินขึ้นไปจับจ่ายของทะเลสดๆ ได้ถึงบนเรือ ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจาก DJ และ MC ชื่อดังของจังหวัดชลบุรี และมินิคอนเสิร์ตจากวง House Band อันสนุกสนานในยามค่ำคืน สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีเมืองพัทยา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมเจ้าท่า, สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, วิสาหกิจชุมชน ชมรมเรือท่องเที่ยวและกีฬา บางเสร่ Jack’s Way, ทีมชมรมเรือใบเยาวชน, ยาดม Spex, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา, จินเจอร์ ฟาร์ม คิทเช่น, Cape Dara The Beachfront Resort Pattaya, เรือไม้พัทยา, Absolute Health Regenerative Clinic, Muscle Factory Pattaya และ บริษัท เดอะ พินพอยท์ มาร์เก็ตติ้ง เอเจนซี่ จำกัด สำหรับผู้ที่พลาดมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ก็ไม่ต้องเสียใจไป เรายังมีกิจกรรมดี ๆ รอให้ทุกคนเข้าร่วมอยู่อีกมากมาย และเพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากเรา ก็กดติดตามกันไว้ได้เลย Facebook: PBTA Pattaya : สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยาชลบุรี