‘อิ๊งค์-ดวงพร ต๊ะปัญญา’ CEO ใหม่ไฟแรง ผู้มาก่อนกาลด้านเทรนด์พิลาทิส

https://www.naewna.com/lady/847754

'อิ๊งค์-ดวงพร ต๊ะปัญญา' CEO ใหม่ไฟแรง ผู้มาก่อนกาลด้านเทรนด์พิลาทิส

‘อิ๊งค์-ดวงพร ต๊ะปัญญา’ CEO ใหม่ไฟแรง ผู้มาก่อนกาลด้านเทรนด์พิลาทิส

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 11.55 น.

เป็นที่จับตามานานสำหรับ “อิ๊งค์-ดวงพร ต๊ะปัญญา” ที่นั่งแท่นกุมบังเหียน CEO แห่งบริษัท Figure 8 Pilates คลาส พิลาทิส
แบบไพรเวท ที่ทั้งลงมือสอนและปลุกปั้น ส่งต่อเคล็ดลับแบบฟิตแอนด์เฟิร์ม ให้เหล่า ดารา เซเลบริตี้หลากหลายคน มานานกว่า 10 ปี นอกจากเก่งและมากความสามารถแล้ว คุณอิ๊งค์ยังดูแลตัวเองเรื่อง สุขภาพ รูปร่าง การบริหารทั้งงาน และเสน่ห์แบบสาวสังคมได้ปิ๊งปังสุดๆ

ล่าสุดปีหน้า Figure8Pilates เตรียมขยายสาขาที่ 3 และ pplusproteinในเครือก็เตรียมเปิดผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ ยังไม่รวมถึงโปรเจกท์ล่าสุด ศาสตร์กายภาพบำบัด ที่คราวนี้คุณอิ๊งค์ ลงมือลงแรง พร้อมผลักดันธุรกิจสายเฮลตี้แบบครบเครื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ที่เริ่มจากตัวเอง พร้อมเผื่อแผ่เคล็ดลับด้านสุขภาพแข็งแรงไปยาวนาน เตรียมติดตามกันได้เร็วๆ นี้

MASTER คว้ารางวัล จรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2567 สะท้อนแนวทางพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

https://www.naewna.com/lady/847749

MASTER คว้ารางวัล จรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2567 สะท้อนแนวทางพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

MASTER คว้ารางวัล จรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2567 สะท้อนแนวทางพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 11.31 น.

คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เข้าร่วมรับมอบ “รางวัลจรรยาบรรณดีเด่น” ภายในงานประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2567 โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้อง UTCC EVENTS LAB อาคาร 23 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

รางวัลดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยหอการค้าไทย เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจให้ภาคธุรกิจเอกชน ที่ประกอบธุรกิจโดยมีจรรยาบรรณ ตามหลักบรรษัทภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดถือความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภค พร้อมทั้งยังแบ่งปันประโยชน์กลับคืนสู่สังคมและชุมชน ตลอดจนมีจิตสำนึกใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าควบคู่ไปกับการรักษาให้ยั่งยืน ทำให้ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างรอบด้าน สอดคล้องกันกับวัฒนธรรมองค์กรของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ที่มุ่งพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

ทั้งนี้ บริษัทฯ เป็น 1 ใน 14 บริษัท ประเภทองค์กรขนาดใหญ่ ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลดังกล่าว ประจำปี 2567 ซึ่งโครงการประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น โดย หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ถือเป็นรางวัลเกียรติยศอีกหนึ่งรางวัลที่การันตีถึงความสำเร็จในด้านการดำเนินธุรกิจสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในภาคเอกชน ในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีการบริหารงานอย่างมีจรรยาบรรณและยึดหลักบรรษัทภิบาล (Good Corporate Governance)

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เตรียมยาเมื่อไปเที่ยว

https://www.naewna.com/lady/847656

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เตรียมยาเมื่อไปเที่ยว

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เตรียมยาเมื่อไปเที่ยว

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลายคนมีโปรแกรมเดินทางกลับบ้าน หรือไปเที่ยวช่วงสิ้นปีนี้ซึ่งแม้ว่าทุกๆ การเดินทาง เราจะคาดหวังให้มีความสุขและสนุกสนานแต่บางครั้ง เราอาจเจอกับการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ หรืออาจพบอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ  ได้ ถึงแม้ไม่เกิดกับเราก็อาจเกิดกับคนที่ไปด้วยกัน 

ดังนั้น การมียาและเวชภัณฑ์พกไปด้วยก็ให้ความอุ่นใจได้ดี และเป็นการเตรียมการที่ดีด้วย

ก่อนอื่นเลย คนที่ไปเที่ยวบ่อยๆ 

คงเตรียมถุงยา หรือกล่องยาที่พกพาไปด้วยเสมออยู่แล้ว สิ่งแรกที่อยากให้ทำก่อนไปเที่ยวทุกทริปเลยก็คือ เช็คยาและเวชภัณฑ์ทุกตัวก่อนว่าหมดอายุหรือเสื่อมสภาพไปแล้วหรือไม่ ของบางอย่างเราเตรียมไว้ไม่ได้ใช้เลยก็อาจจะหมดอายุไปแล้ว ถึงเวลาจะใช้ แต่อุตส่าห์แบกไป แล้วของเกิดหมดอายุ ก็เสียเวลาเปล่า จึงควรตรวจเช็คดูก่อนน่าจะดีที่สุด นอกจาก ดูที่วันหมดอายุแล้ว ขอให้ดูจากลักษณะภายนอกด้วย ถ้าลักษณะภายนอกของยาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ต้องทิ้งไป  รวมถึงยาที่เหลือในขวดยาหลังจากมีการเปิดใช้แล้ว ตัวอย่างบางคนอาจจะแบ่งยาออกมาใช้จากขวด หรือกระปุกใหญ่ ใส่ในซอง หรือขวดแบ่งเล็กๆ ยาแบ่งบรรจุแบบนี้ไม่ควรเก็บเกิน 6 เดือน 

โดยปกติแนะนำให้เลือกแบบที่บรรจุแผงแยกเป็นเม็ดจะดีกว่าอีกอย่างที่มักพบว่าเป็นปัญหาก็คือพวกพลาสเตอร์ปิดแผล บางทีเก็บไว้นานๆ บรรจุภัณฑ์ก็เปื่อยหรือขาด การที่บรรจุภัณฑ์เปิดออกก่อนการใช้งาน ก็หมายความว่าพลาสเตอร์ชิ้นนั้นเสี่ยงการปนเปื้อน ถ้านำไปติดแผลก็เสี่ยงติดเชื้อได้ เช็คใช้ชัวร์ก่อนใช้ อันไหนหมดอายุหรือเสื่อมสภาพก็ทิ้งไปแล้วจัดของเติมใหม่ให้พร้อมใช้ก่อนออกเดินทางทุกครั้งดีที่สุด

สำหรับยาที่แนะนำให้เตรียม สำหรับการเดินทางไปเที่ยวควรเป็นยาสำหรับรักษาอาการเจ็บป่วยขั้นต้น เช่น (1) ยาเม็ดแก้ปวดลดไข้พาราเซตามอล (2) ยาเม็ดแก้แพ้ซึ่งถ้าเป็นแบบไม่ง่วงก็จะดีกว่าแบบง่วง ตัวอย่างชื่อยาก็เช่น เซตทิริซีน ลอราทาดีน เป็นต้น (3) ยาเม็ดบรรเทาอาการเมารถเมาเรือ เช่น ตัวยาไดเมนไฮดริเนท (4) ยาบรรเทาอาการท้องเสียผงถ่านคาร์บอน ซึ่งใช้เพื่อช่วยดูดซับสารพิษซึ่งอาจปนเปื้อน (5) ผงน้ำตาลเกลือแร่สำหรับช่วยเรื่องท้องเสียเช่นกัน (6) ยาแก้ท้องอืดแน่นท้อง ซึ่งมีหลายชนิด สามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบ เช่น ตัวยาไซเมติโคน หรือยาที่มีส่วนประกอบตัวยาโซเดียมไบคาร์บอเนต เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังมียาใช้ภายนอกก็มีความจำเป็นเช่นกัน ได้แก่ (1) แอลกอฮอล์ (2) โพวิโดนไอไอดีน  (3) พลาสเตอร์ สำหรับจัดการกับแผล(4) ยานวดแก้ปวดเมื่อย รวมถึงยาดม ยาหม่อง (5) ยาทาหรือสเปรย์กันยุง(6) หน้ากากอนามัยสำรอง เผื่อเกิดเป็นหวัดระหว่างเที่ยว คนที่เป็นจะได้มีไว้ใส่เพื่อจะไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น หรือเอาไว้ใส่เวลาเดินทางกับขนส่งสาธารณะที่คนเยอะๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากผู้อื่นก็ได้เช่นกัน 

ยาที่เตรียมไปทุกชนิดควรมีฉลากชื่อยา วิธีใช้ รวมถึงมีวันหมดอายุระบุบนภาชนะบรรจุยาด้วย 

ยาชนิดสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ที่ต้องเตรียมก็คือ ยาสำหรับโรคประจำตัวและควรเตรียมในจำนวนเกินกว่าจำนวนวันที่จะใช้สักหน่อย เผื่อมีการเลื่อนวันเดินทางกลับ ไม่ว่าจะมาจากกรณีใดๆ ก็ตาม เราจะได้ยังมียาเหลือพอที่จะใช้

ส่วนท่านที่มีความเจ็บอาการเจ็บป่วยใดๆ ที่เป็นอยู่บ่อยๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร เพื่อเตรียมยาที่ท่านเคยใช้

สุดท้ายนี้ ท่านที่ต้องเดินทางด้วยการขับรถ ก็ขอให้ระมัดระวัง ขับขี่ด้วยความปลอดภัย พักผ่อนให้พอ และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเดินทาง และไม่เจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/847650

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2567

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2567

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและทอดพระเนตรการแสดงดนตรี“รวมใจภักดิ์เฉลิมทศมจักรีนฤบดินทร์ : มหาดุริยางค์ไทย-สากล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ กองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 22 ธ.ค. 17.00 น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย..

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ธารทอง จันทรางศุ (น้องชาย ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ)22 ธ.ค.18.00 น. เมรุทิศใต้ วัดเทพศิรินทราวาส..สวดพระอภิธรรม 15-21 ธ.ค.18.30 น. ศาลากวีนิรมิต..

ll สวดพระอภิธรรม ท่านผู้หญิงสมสุขศรีวิสารวาจา นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 14-20 ธ.ค. 18.30 น. ที่บ้านเลขที่ 37 สุขุมวิท 35..แล้วเปิดสวดทุกวันอาทิตย์จนครบ 50 วัน..

ll ธันวาคม 2567 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญในโอกาสพิเศษของเดือนเกิดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ร่วมบริจาคได้ที่บัญชีรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ธนาคารกรุงเทพสาขามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-รังสิตเลขที่บัญชี 091-0-20188-8 ลดหย่อนภาษีได้2 เท่า..

ll ลานทิพย์ ทวาทศิน นายกสมาคม YWCA Bangkok ร่วมกับคริสตจักรและหลายองค์กร จัดงานคริสต์มาสให้คนไร้บ้านหลายร้อยคน พร้อมแจกผ้าห่มและความห่วงใยแนบไปด้วย..ll หลานๆ เริ่มเติบโตเรียนรู้สู่โลกกว้าง ดวงใจ-ธวัชชัย ตั้งสง่า มีหลานสาวเพิ่มอีกหนึ่ง“น้องออร์ดรีย์”อายุเกือบครบขวบ กำลังน่ารักน่าชัง..

ll ต้นปี 2568 นันทนาพร พวงทอง วางแผนต้องกลับเข้ากรุง(เทพ) สัปดาห์ละ 5 วัน มาช่วยเลี้ยงหลาน“น้องบิบิ”ส่วนเสาร์-อาทิตย์ กลับไปเปิดร้านกาแฟบ้านไร่ใบเฟิร์นที่สระบุรี..

ll สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชร คอยอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่จะไปกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ(พระเขี้ยวแก้ว) ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 5 ธ.ค.2567-14 ก.พ.2568..เชิญแวะพักที่บ้านขจิตพรรณ ที่ตรอกศิลป์ ถ.ดินสอ เดินทางสะดวกสบายโทร.จองห้องพัก พร้อมรับของที่ระลึก 091-9821000 Email : baankachitpan@gmail.com..

ll ภาสินี ศากยวงศ์ บวงสรวงเทวาภิเษก เบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ ปางนั่งบัลลังก์ประทานพร องค์ใหญ่สูง 3.5 เมตร พร้อม ท้าวปกป้อง ท้าวคุ้มภัย และพระแม่ธรณี
ศรีประกายเพชร ผู้เฝ้าสมบัติแห่งผืนดินค้ำน้ำให้กิน ค้ำดินให้อยู่ 19 ธ.ค. 19.00 น.โดย พระครูโฆษิตกิจจานุกิจ(หลวงปู่ปากแดง) เป็นประธาน ณ วัดป่าเชตวัน บ้านห้วยทรายอ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ร่วมบุญได้ที่ชื่อบัญชี ภาสินี ศากยวงศ์ ธ.กรุงไทย 091-0-18485-2 โทร.087-5556359..ll

คุณแหน

Capgras syndrome โรคที่ทำให้คนใกล้ชิดกลายเป็นคนแปลกหน้า

https://www.naewna.com/lady/847658

Capgras syndrome โรคที่ทำให้คนใกล้ชิดกลายเป็นคนแปลกหน้า

Capgras syndrome โรคที่ทำให้คนใกล้ชิดกลายเป็นคนแปลกหน้า

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คุณเคยรู้สึกว่าคนใกล้ชิดของคุณดูเหมือนจะไม่ใช่คนเดิมหรือไม่ อาจฟังดูเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ แต่มีภาวะทางจิตเวชหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าคนใกล้ชิดของพวกเขาถูกแทนที่ด้วยคนอื่นที่มีรูปลักษณ์เหมือนกัน ภาวะนี้เรียกว่า แคปกร้าส์ ซินโดรม (Capgras syndrome)

พญ.ปัทมาพร ทองสุขดี จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH-Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า แคปกร้าส์ ซินโดรม(Capgras syndrome) เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่พบได้ยาก ผู้ป่วยที่มีอาการนี้จะมีความเชื่อว่าคนที่รู้จักหรือใกล้ชิด เช่น ครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อน ถูกสลับตัวและกลายเป็น “คนอื่น” หรือเป็น “ตัวปลอม”ที่มีลักษณะและพฤติกรรมเหมือนกับคนรู้จักทุกอย่างแต่ผู้ป่วยจะเชื่อว่านี่ไม่ใช่คนรู้จักหรือคนใกล้ชิดจริงๆ ส่งผลให้เกิดความสับสน ความไม่ไว้วางใจ และความวิตกกังวลอย่างรุนแรงในชีวิตประจำวัน

ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการเด่นดังนี้ รู้สึกไม่ไว้วางใจและหวาดระแวง : ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่กับบุคคลที่ตนเชื่อว่าเป็นตัวปลอม

การปฏิเสธบุคคลใกล้ชิด : แม้ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะพยายามยืนยันตัวตนอย่างไร ผู้ป่วยก็จะปฏิเสธและยืนยันว่าเป็นคนละคน

อารมณ์แปรปรวนและมีความรู้สึกไม่มั่นคง : ผู้ป่วยอาจรู้สึกหวาดกลัว วิตกกังวล หรือเศร้าโศก เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในความรู้สึกได้

สาเหตุของแคปกร้าส์ ซินโดรม ยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดแต่เชื่อกันว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางโครงสร้างและการทำงานของสมองหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการจดจำ การรับรู้ใบหน้า อารมณ์ และอาจมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ ได้แก่ ภาวะสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์, การบาดเจ็บที่ศีรษะซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมอง และความเครียดรุนแรงหรือการเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบการคิดและรับรู้

การรักษามักจะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมอาการหลงผิดและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยมีวิธีการรักษา ดังนี้ การใช้ยายาที่ใช้ในการรักษาโรคจิตเภท เช่น ยาต้านจิตเวช อาจช่วยลดอาการหลงผิดและความวิตกกังวล โดยจิตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดวิธีการใช้ยาอย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

การบำบัดแบบ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) หรือการบำบัดด้านพฤติกรรมและความคิด สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีรับมือกับความคิดที่ผิดเพี้ยนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ทั้งนี้ การรักษาผู้ป่วยโรคแคปกร้าส์ ซินโดรมมักต้องใช้เวลาและการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยว่าเป็นแคปกร้าส์ ซินโดรม ควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง

EnCo คว้ารางวัลระดับโลก ESQR’s Quality Choice Prize 2024 เดินหน้าสู่ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและการบริหารจัดการองค์กร

https://www.naewna.com/lady/847671

EnCo คว้ารางวัลระดับโลก ESQR’s Quality Choice Prize 2024  เดินหน้าสู่ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและการบริหารจัดการองค์กร

EnCo คว้ารางวัลระดับโลก ESQR’s Quality Choice Prize 2024 เดินหน้าสู่ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและการบริหารจัดการองค์กร

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด หรือ EnCo ผู้นำด้านการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ ESQR’s Quality Choice Prize 2024 หรือรางวัลความเป็นเลิศในการบริหารจัดการองค์กรที่มีคุณภาพ จาก ESQR (European Society for Quality Research) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรที่มีมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพในระดับสากล รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืนในทุกมิติมากว่า 20 ปี นอกจากนี้ ยังแสดงถึงความแข็งแกร่งในการเป็นองค์กรต้นแบบที่มีมาตรฐาน และมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยงานนี้จัดขึ้น ณ โรงแรม พาร์คโฮเทล เชินบรุนน์ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

นายตฤณ วสุวานิช รักษาการผู้จัดการฝ่ายบริหารพื้นที่และธุรกิจเสริม บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด หรือ EnCo เปิดเผยว่า “การได้รับรางวัล ESQR’s Quality Choice Prize 2024 ถือเป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำความสำเร็จของ EnCo ในการยกระดับการบริหารจัดการองค์กรและคุณภาพของบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี เริ่มต้นจากการเป็นต้นแบบอาคารยั่งยืนสู่ผู้นำพัฒนา-บริหารอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้วิสัยทัศน์ “มุ่งมั่นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารจัดการอาคารสถานที่ด้วยบริการที่เป็นเลิศเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน” การันตีด้วยรางวัลสำคัญต่าง ๆ ที่ได้รับในปี 2024 อาทิ รางวัล The Energy Technology Initiative of the Year – Thailand award จาก Real Estate Asia Awards 2024 สะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีพลังงาน, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทอาคารขนาดใหญ่ – การจัดการพลังงานในอาคารและอุตสาหกรรม จาก ASEAN Energy Awards 2024 ที่แสดงถึงความสำเร็จในการจัดการพลังงานในระดับภูมิภาค และรางวัล Best Green Building and Energy Efficiency Award Thailand 2024 จาก World Business Outlook ซึ่งยืนยันถึงมาตรฐานอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพด้านพลังงาน”

“นอกเหนือจากรางวัลระดับนานาประเทศที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการพัฒนาองค์กรที่ยึดมั่นในคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการพลังงานที่ยั่งยืนมากว่า 2 ทศวรรษ พร้อมทั้งการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการจัดการพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและยกระดับมาตรฐานองค์กรของประเทศไทย Enco ยังเตรียมแผนการดำเนินงานในระยะยาว โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent หรือ AI) เข้ามาพัฒนาการบริหารจัดการระบบบริหารอาคารของศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ เพื่อควบคุมการทำงานของระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลและเรียนรู้อัลกอริทึม รวมไปถึงการคาดการณ์เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เพื่อประกอบการตัดสินใจร่วมกับผู้ควบคุมระบบ (กึ่งอัตโนมัติ) ก่อนจะดำเนินการสั่งการทำงานของระบบต่อไป โดยผลการดำเนินการมุ่งเน้นการประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของอาคารเป็นสำคัญ เพื่อให้เป็นต้นแบบการพัฒนาอาคารสีเขียวที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับอาคารอื่นๆ ในการร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มบริษัท ปตท. ในการบรรลุ Net Zero Missions ภายในปี 2593 (ปี 2050) อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างมาตรฐานในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระดับสากล พร้อมยืนหยัดเติบโตเคียงข้างชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป” นายตฤณ กล่าวเสริม

ยัสปาล กรุ๊ป สานต่อโครงการ ‘รวมพลังอาสา ร่วมสร้างความยั่งยืน’

https://www.naewna.com/lady/847684

ยัสปาล กรุ๊ป สานต่อโครงการ  ‘รวมพลังอาสา ร่วมสร้างความยั่งยืน’

ยัสปาล กรุ๊ป สานต่อโครงการ ‘รวมพลังอาสา ร่วมสร้างความยั่งยืน’

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยัสปาล กรุ๊ป หรือ บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) มีความเชื่อมั่นในพลังแห่งการให้ และการแบ่งปันให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อสร้างสรรค์ให้ผู้คนและสังคม สามารถเดินหน้า พัฒนาและเติบโตไปด้วยกันจึงได้จัดโครงการ “รวมพลังอาสา ร่วมสร้างความยั่งยืน” โดยในครั้งนี้เป็นการรวมพลังอาสาสมัครของบริษัทฯ ร่วมกิจกรรม ณ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านตะวันใหม่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

ยอดชาย อรพันธุ์ทิพย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารงานโลจิสติกส์และฝ่ายผลิต บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ยัสปาล กรุ๊ป ได้สานต่อโครงการ “รวมพลังอาสา ร่วมสร้างความยั่งยืน” โดยเป็นการรวมพลังของพนักงานบริษัทฯ เพื่อร่วมกันดำเนินงานช่วยเหลือสังคมและชุมชนมาอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ภายใต้แนวคิด The Power of Sharing โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านตะวันใหม่อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยเล็งเห็นว่าเด็กและเยาวชนเหล่านี้จะเติบโตขึ้นกลายเป็นทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่าของประเทศชาติได้ในอนาคต จึงได้จัดกิจกรรมแบ่งปันทักษะการประกอบแพทเทิร์นสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้าเบื้องต้น พร้อมได้สอนวิธีการใช้จักรเย็บผ้า ให้กับเด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และทดลองลงมือทำ อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ให้ได้ออกไอเดียผ่านการเพ้นท์เสื้อ ออกแบบลวดลายตามความชอบ พร้อมส่งมอบเงินบริจาค เครื่องอุปโภค-บริโภค และจักรเย็บผ้า เพื่อส่งเสริมทักษะวิชาชีพให้แก่เด็กและเยาวชนไทย”

ทั้งนี้ โครงการ “รวมพลังอาสา ร่วมสร้างความยั่งยืน” โดยยัสปาลกรุ๊ป เป็นกิจกรรมช่วยเหลือสังคมภายใต้แนวคิด The Power of Sharing ที่เชื่อมั่นในพลังแห่งการให้ และการแบ่งปันให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อสร้างสรรค์ให้ผู้คนและสังคม สามารถเดินหน้า พัฒนาและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน อันเป็นนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทยึดมั่นและดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

เบอร์เบอรี่ ชวนส่งต่อความสุข กับของขวัญดีไซน์เหนือกาลเวลา

https://www.naewna.com/lady/847655

เบอร์เบอรี่ ชวนส่งต่อความสุข  กับของขวัญดีไซน์เหนือกาลเวลา

เบอร์เบอรี่ ชวนส่งต่อความสุข กับของขวัญดีไซน์เหนือกาลเวลา

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เบอร์เบอรี่ (Burberry) ยังคงเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยกระเป๋าและเครื่องประดับที่รังสรรค์ด้วยดีไซน์เหนือกาลเวลา ซึ่งเป็นของขวัญที่สมบูรณ์แบบสำหรับเทศกาลพิเศษสิ้นปีนี้

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในด้านงานฝีมือ กระเป๋าหนังในลวดลาย Burberry Check ได้ถูกปรับแต่งเพิ่มเติมด้วยการเคลือบป้องกันและแต่งขอบด้วยหนังฟอกอิตาลี ขณะที่กระเป๋าน้ำหนักเบาทอด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ในประเทศอิตาลี นอกจากนี้ กระเป๋า Knight Arc สมาชิกใหม่ล่าสุดของทางเบอร์เบอรี่ได้รับการออกแบบใหม่เป็นกระเป๋าสะพายไหล่ขนาดเล็กที่มีโครงสร้างนุ่มนวล ทำจากหนังตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์รูปม้าอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ Equestrian Knight Design ของเราในขณะเดียวกัน กระเป๋า Rocking Horse ได้รับการออกแบบใหม่เป็นกระเป๋าหนังแบบนวมและกระเป๋าถือที่มีผิวสัมผัสตัดกันระหว่างหนังกลับเนื้อนิ่มและหนังปั๊มนูน

กระเป๋า กระเป๋าสตางค์ และที่ใส่บัตรบางรุ่นสามารถออกแบบเฉพาะบุคคลเพื่อสร้างสรรค์เอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งถือเป็นการสร้างความทรงจำอันยาวนานให้กับครอบครัวและเพื่อนๆ โดยบริการสลักชื่อย่อฟรีมีให้เลือกทั้งอักษรนูนสีทองหรือสีเงิน และสามารถสลักตัวอักษรย่อได้สูงสุด 3 ตัว

กระเป๋าและเครื่องประดับสำหรับเทศกาลแห่งความสุขวางจำหน่ายที่ร้านและบนเว็บไซต์ burberry.com

ตระการตา SIRIVANNAVARI x BEAUTY GEMS ผลงานทรงออกแบบโดย สมเด็จฯ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

https://www.naewna.com/lady/847652

ตระการตา SIRIVANNAVARI x BEAUTY GEMS  ผลงานทรงออกแบบโดย สมเด็จฯ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ตระการตา SIRIVANNAVARI x BEAUTY GEMS ผลงานทรงออกแบบโดย สมเด็จฯ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในงานแฟชั่นโชว์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง “AMOUR ÉTERNEL HAUTE JOAILLERIE COLLECTION ผลงานทรงออกแบบร่วมกับ BEAUTY GEMS แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีชั้นนำของประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ พระราชวังบางปะอิน

อีกครั้งกับการร่วมงานสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูงตระการตาประจำปี ผลงานทรงออกแบบอันทรงคุณค่าจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ร่วมกับ BEAUTY GEMS แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีชั้นนำของประเทศไทย รังสรรค์ไฮจิวเวลรี่มากกว่า 60 ชิ้น สู่ผลงาน “AMOUR ÉTERNEL HAUTE JOAILLERIE COLLECTION” เครื่องประดับชั้นสูงคอลเลคชั่นลำดับที่สี่ แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ร้อยเรียงเรื่องราวงานออกแบบและงานศิลปะอันเชื่อมโยงระหว่างความหลงใหลในธรรมชาติอันงดงาม และโลกแห่งแฟชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายทอดสู่ชิ้นงานเครื่องประดับชั้นสูงอันเลอค่าด้วยเพชรน้ำงามและรัตนชาติหายาก คุณค่าเพียงหนึ่งเดียว

“AMOUR ÉTERNEL” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ความผูกพันอันต่อเนื่องมาจากผลงานการออกแบบในคอลเลคชั่น Heirloom of Elegance เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ SIRIVANNAVARI ได้ตรัสถึงแรงบันดาลพระทัย และกระบวนการสรรค์สร้างผลงานเครื่องประดับชั้นสูงคอลเลคชั่นที่สี่ครั้งนี้ว่า “งานแต่ละชิ้นจะโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะ timeless เน้นรายละเอียดและเทคนิคที่แสดงถึงความชำนาญของช่างอัญมณีไทย ซึ่งนับวันยิ่งจะหาได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานพลอยแกะ (Craving), งานเจียระไนเล่นเหลี่ยม, งานฝังซ่อนหนามเตย และอื่นๆ ที่ถูกเลือกมาใช้เป็นการเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์งานออกแบบอย่างพิถีพิถัน สิ่งเติมเต็มความเลอค่า คือ บรรดารัตนชาติหายาก และเพชรน้ำร้อย ซึ่งผ่านคัดสรรคุณภาพอย่างสมบูรณ์แบบ มีการใช้งานที่พลิกแพลงได้หลากหลายเหมาะกับหลายวาระโอกาส เพื่อให้ทุกชิ้นควรค่าต่อการเป็นที่รักยิ่ง และส่งต่อให้เป็นมรดกแห่งความรักจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป”

ผลงานเครื่องประดับชั้นสูง “AMOUR ÉTERNEL” เปี่ยมด้วยความละเมียดละไมในการออกแบบ และจัดวางชิ้นส่วนประกอบโครงตัวเรือน ให้เอื้อต่อการสวมใส่แนบชิดกับผิวกาย ขณะที่คำนึงถึงน้ำหนักชิ้นงาน ต้องโปร่งเบา ถ่ายทอดความรู้สึกสง่างาม ตามอากัปการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนของสร้อยคอ,สร้อยข้อมือ, แหวน และต่างหูเฉกเช่นเดียวกับผลงานตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงจากแผนกห้องเสื้อแฟชั่น ประกายระยิบระยับสลับสีของมวลอัญมณี เจียระไนอย่างพิถีพิถันหลากรูปทรง ถูกร้อยเรียงขึ้นลวดลาย ขับขานเรื่องราวแห่งงานสร้างสรรค์ในธีมหลัก ได้แก่ “ความรักในธรรมชาติ” ดอกไม้พระนามและดอกไม้พื้นบ้านไทย ก้านใบพรรณไม้ รวมถึงหมู่มวลสัตว์น้อยใหญ่ในสวนสวยของเจ้าหญิง ไปจนถึงดวงดาวและพระจันทร์เสี้ยวแก่งรติกาล และ “สัญลักษณ์แห่ง SIRIVANNAVARI” บรรดาสัญลักษณ์ทางการออกแบบประจำพระองค์ อย่างเกือกม้า และดวงดาว ในฐานะเครื่องหมายนำโชค ตัวแทนแห่งความหวัง ตะขอปากม้าอันสะท้อนถึงความรักอันทรงมีต่อศิลปะการขี่ม้า นอกเหนือจาก S Signature หรือโลโก้อักษร S ตัวย่อพระนามาภิไธยประจำพระองค์ งานออกแบบทั้งหมดคือความหรูหราแนวคิดใหม่ เป็นเครื่องประดับที่ให้อิสระในการพลิกแพลงวิธีสวมใส่ได้หลากหลาย ทุกชิ้นงานอันงดงาม ผ่านกระบวนคิด จินตนาการ และทดลอง ให้สามารถโอบกระชับรอบลำคอ,ข้อมือ, ข้อนิ้ว รวมกระทั่งแนบชิดผิวใบหูได้อย่างเหมาะเจาะ ลงตัวเฉกเช่นการสวมชุดวัด-ตัว-ตัดตามธรรมเนียมห้องเสื้อชั้นสูง

เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงคือ การขับขานเรื่องราวของกระบวนการสร้างสรรค์ ผลงานอันควรค่าต่อการเป็นมรดกจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ผลงานแต่ละชิ้น ดุจเวทีเด่นระดมความเลอค่าอันหาได้ยากยิ่ง ตั้งแต่บรรดารัตนชาติสีสด เจิดจรัสไล่เฉดอย่างโดดเด่นท่ามกลางประกายสว่างสุกใสของเพชรน้ำ ไปจนถึงโครงสร้างตัวเรือนซึ่งถือกำเนิดจากความละเอียดอ่อน และความปรารถนาที่จะสืบสานงานฝีมือเครื่องประดับตามธรรมเนียมดั้งเดิมของช่างศิลป์ไทย ความชำนาญแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนคัดเลือกรัตนชาติ และอัญมณี หรือกรรมวิธีหล่อไขแว็กซ์เขียว สำหรับขึ้นแบบชิ้นส่วนโครงสร้างตัวเรือน ตลอดจนงานเจียระไน, เทคนิคการฝังอัญมณี รวมกระทั่งงานขัดผิวที่ดำเนินกับเพชรพลอย และตัวเรือนทองคำขาว

สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทบิวตี้เจมส์ กล่าวว่า “แบรนด์ SIRIVANNAVARI นำโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระอัจฉริยภาพและหัวใจรักในงานศิลปะหลากแขนงคอลเลคชั่นทรงออกแบบมีความสมบูรณ์ทางสุนทรียศิลป์ แบรนด์ BEAUTY GEMS ได้รับพระมหากรุณาธิคุณร่วมสร้างสรรค์ความเป็นเลิศในเชิงหัตถกรรมเครื่องประดับในกระบวนการขึ้นชิ้นงานจริง โดยช่างฝีมือชั้นครูของบิวตี้เจมส์ และได้มีโอกาสสนองพระราชดำริในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณีไทย สู่การยกระดับพัฒนาช่างฝีมือสู่สากล เพื่อประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก”

ผลงาน “AMOUR ÉTERNEL HAUTE JOAILLERIE COLLECTION” ประกอบด้วยชิ้นงานทั้งสิ้น 62 ชิ้นงานสร้างสรรค์ในรูปแบบ One-Of-A-Kind และ Limited Edition ทั้งหมด สามารถชมคอลเลคชั่นได้ที่ ร้าน SIRIVANNAVARI สยามพารากอน และ BEAUTY GEMS สาขาเซ็นทรัล ชิดลม

เผยสำรวจภาวะเสี่ยงต่อโลหิตจางด้วยเครื่องมือ Masimo Rad-67 พบเด็กไทยในภาคอีสานถึง 1 ใน 3 มีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง

https://www.naewna.com/lady/847660

เผยสำรวจภาวะเสี่ยงต่อโลหิตจางด้วยเครื่องมือ Masimo Rad-67  พบเด็กไทยในภาคอีสานถึง 1 ใน 3 มีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง

เผยสำรวจภาวะเสี่ยงต่อโลหิตจางด้วยเครื่องมือ Masimo Rad-67 พบเด็กไทยในภาคอีสานถึง 1 ใน 3 มีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เผยผลการศึกษาสำรวจภาวะเสี่ยงต่อโลหิตจางในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปีนี้ ด้วยเครื่องมือ Masimo Rad-67 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประเทศไทย และองค์การอาหารและยาจากสหรัฐอเมริกา พบว่า เด็กไทยถึง 1 ใน 3 มีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี การศึกษายังพบว่า กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงประกอบด้วย เด็กผู้หญิง หรือเด็กที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และเด็กที่เคยมีประวัติภาวะโลหิตจางมาก่อน นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่าเด็กที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและชนบทมีโอกาสเสี่ยงเท่าๆ กัน

ผลการสำรวจดังกล่าว มาจากงานวิจัยที่สำรวจความชุกของภาวะเสี่ยงต่อโลหิตจางในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ด้วยเครื่องมือตรวจวัดระดับฮีโมโกลบินแบบไม่ต้องเจาะเลือด ได้ให้ข้อมูลสำคัญที่จะช่วยพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กเล็ก โดยครอบคลุมทั้งข้อมูลความชุกของโรคและความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ก่อให้เกิดภาวะโลหิตจาง ผลการศึกษาทางคลินิกที่ดำเนินการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนี้ จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาสำคัญดังกล่าว พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาภาวะโภชนาการในประเทศไทย การศึกษานี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการจัดการกับความเสี่ยงกับภาวะดังกล่าวนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยใช้วิธีตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางเชิงรุก ซึ่งควรทำการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นสำหรับเด็กเล็ก

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (IDA) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงที่สมบูรณ์ ธาตุเหล็กมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง และมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางร่างกาย การพัฒนาระบบภูมิคุ้มกัน และการพัฒนาสมอง แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางจะไม่แสดงอาการ แต่ในรายที่รุนแรงอาจพบอาการต่างๆ เช่น ขาดสมาธิ อ่อนเพลีย อ่อนแรง วิงเวียน เล็บเปราะ และผิวซีด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการโดยรวม และ/หรือก่อให้เกิดความบกพร่องทางสมองอย่างถาวรได้

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองอย่างถาวร เนื่องจากธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์ประสาทและการพัฒนาระบบประสาทและสมองให้สมบูรณ์ จากการศึกษาพบว่า เด็กที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมีความเสี่ยงที่จะมีระดับไอคิวต่ำกว่าเด็กในวัยเดียวกันถึงร้อยละ 13 นอกจากผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองแล้ว ภาวะนี้ยังส่งผลต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ ได้แก่ การเจริญเติบโต ทักษะการเคลื่อนไหว ระดับพลังงานในร่างกาย และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

ผลการศึกษานี้ ชี้ให้เห็นว่า เด็กไทย 3 ใน 4 คนได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น การหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ หรือเลือกรับประทานอาหารในรูปแบบที่ธาตุเหล็กดูดซึมได้ยาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีความรู้ในการจัดเตรียมอาหารอย่างถูกวิธี ทั้งการเลือกแหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและการเสริมวิตามินซี ที่น่าวิตกคือ เด็กที่มีภาวะโลหิตจางมากกว่าร้อยละ 90 ไม่แสดงอาการผิดปกติให้เห็น ทำให้ไม่ได้ไปตรวจคัดกรอง

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จาก 6 ประเทศ ในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แนะนำให้มีทางเลือกในการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดผลเสียต่างๆ ต่อสุขภาพที่จะตามมาเครื่องมือตรวจคัดกรองแบบที่ไม่ต้องเจาะเลือดเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถใช้ได้ ทั้งนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) แนะนำว่าควรพาเด็กเข้ารับการตรวจคัดกรองครั้งแรกช่วงอายุ 6-12 เดือน และตรวจครั้งที่สอง เมื่ออายุ 3-5 ปีเพื่อให้รู้แต่เนิ่นๆ ในกรณีที่มีภาวะโลหิตจาง นอกจากนี้ การให้ผลิตภัณฑ์เสริมธาตุเหล็กสามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กและใช้เป็นกลยุทธ์ในการป้องกันได้

การป้องกันและจัดการภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ควรเริ่มจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงในชีวิตประจำวัน หรือเลือกธาตุเหล็กเสริมในรูปแบบที่ดูดซึมได้ง่าย เช่น เฟอรัสซัลเฟต ภายใต้การดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ การรับประทานวิตามินซีร่วมกับธาตุเหล็กในอัตราส่วน 1:3 จะช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กได้มากถึง 3 เท่า ทั้งนี้ การได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่เพียงพอมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันภาวะโลหิตจาง

รศ.พญ.สุชาอร แสงนิพันธ์กูล หนึ่งในคณาจารย์ด้านโภชนาการเด็ก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กรรมการเครือข่ายโภชนาการช่วงแรกของชีวิต…ประเทศไทย และหัวหน้าคณะผู้วิจัย ร่วมแบ่งปันมุมมองในการประชุม ELN ภายใต้หัวข้อ “ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์และเด็กอายุ 0-5 ปี : ปัญหาสุขภาพระยะยาวของเด็กไทย” ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ว่า “ข้อมูลที่เราได้จากการรวบรวมชี้ให้เห็นถึงปัญหาสาธารณสุขที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าเด็กเล็กในไทยมีอัตราการเกิดภาวะโลหิตจางและภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในระดับสูง การศึกษานี้ยังตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรก เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงและให้การดูแลป้องกันผลกระทบต่อพัฒนาการในระยะยาว เป้าหมายสำคัญของเราคือการเสริมสร้างความรู้และศักยภาพให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปกครอง และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อร่วมกันดำเนินมาตรการเชิงรุก ให้มีการเจาะเลือดคัดกรองภาวะโลหิตจางในเด็กเล็ก รวมทั้งอาจพิจารณาใช้นวัตกรรมการตรวจคัดกรองแบบไม่เจาะเลือดร่วมเป็นทางเลือกในการคัดกรองในสถานที่ที่มีข้อจำกัดในการเจาะเลือด และการส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสุขภาพและพัฒนาการของเด็กไทยอย่างยั่งยืน”