สาวๆ ชอบใส่ส้นสูงมาบริหารกล้ามเนื้อกันค่ะ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802920

สาวๆ ชอบใส่ส้นสูงมาบริหารกล้ามเนื้อกันค่ะ

สาวๆ ชอบใส่ส้นสูงมาบริหารกล้ามเนื้อกันค่ะ

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พฤติกรรมของสาวๆ ออฟฟิศ ที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงทั้งวัน ทำให้กล้ามเนื้อเมื่อยล้า เพ็ญพิชชากรแสนคำ นักกายภาพบำบัด จากคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้แนะนำท่าบริหารเมื่อต้องใส่รองเท้าส้นสูง

สำหรับสาวๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าการใส่ส้นสูงมีผลเฉพาะทำให้ปวดล้ากล้ามเนื้อน่อง แต่ความเป็นจริงแล้วการใส่ส้นสูงมีผลกระทบได้ทั้งร่างกาย เริ่มตั้งแต่ทำให้การลงน้ำหนักไปอยู่ที่โคนนิ้วเท้า ทำให้เท้าผิดรูป กล้ามเนื้อน่องเกร็งอยู่ตลอดเวลา เข่าแอ่น หลังแอ่น ทำให้ความโค้งกระดูกสันหลังผิดรูป การที่ร่างกายอยู่บนส้นสูงทำให้กล้ามเนื้อตลอดแนวตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงหลังตึงมากกว่าปกติ ท่าที่ยืดได้ทั้งแนวกล้ามเนื้อฝ่าเท้าจนถึงหลังนี้ จะช่วยทำให้ลดความปวดเมื่อยล้าของหลัง เข่า น่อง และฝ่าเท้า ลดอาการเป็นตะคริวที่น่อง ลดอาการปวดหลังได้

นักกายภาพบำบัดจึงขอมาแนะนำท่ายืดกล้ามเนื้อฝ่าเท้า-หลัง ดังนี้

นั่งพื้นเหยียดขาทั้งสองไปด้านหน้า กางขาออกเล็กน้อยยืดหลังตรง งอขาไว้เล็กน้อย กระดกปลายเท้าเข้าหาตัว ไต่มือไปด้านหน้า โดยไม่ให้หลังโก่งงอ ให้จับความรู้สึกเหมือนหลังแอ่น ในขณะที่ก้มหลังลง จนรู้สึกตึงที่ต้นขาด้านหลัง หากยังไม่ตึงให้เหยียดเข่าทั้งสองข้าง หรือก้มหลังมากขึ้น หรือกระดกปลายเท้ามากขึ้นความรู้สึกจะตึงตลอดแนวตั้งแต่ฝ่าเท้า น่อง ข้อพับ ต้นขาด้านหลังจนไปถึงหลัง ทำประมาณ 5 ครั้ง ต่อ 1 set ทำวันละ 3 set

สานสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-จีน ‘เจตนารมณ์และคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาตะวันออก’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802923

สานสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-จีน ‘เจตนารมณ์และคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาตะวันออก’

สานสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-จีน ‘เจตนารมณ์และคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาตะวันออก’

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ต้อนรับ หาน จื้อเฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) ออท.จีน

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมกับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจัดงานสานสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-จีน “เจตนารมณ์และคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาตะวันออก” โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา หาน จื้อเฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วย พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานคณะกรรมาธิการปกครองท้องถิ่นในฐานะอดีตประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภา ไทย-จีน อภิรดี ตันตราภรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และการอุตสาหกรรม ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม และสมาชิกวุฒิสภา นภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา และผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เข้าร่วมงาน ณ ห้องจัดเลี้ยง 102-104ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา)

ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวสุนทรพจน์ หัวข้อ “ความสัมพันธ์ไทย-จีน ในกรอบนิติบัญญัติ” ตอนหนึ่งว่า ราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน ครอบคลุมทุกระดับและทุกมิติ นับแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน เมื่อวันที่1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 ไทยและจีนมีความใกล้ชิดและแน่นแฟ้นในระดับดียิ่งมาโดยตลอด ปัจจุบันทั้งสองประเทศเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านและมุ่งสู่วาระการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ในปี 2568 สำหรับความสัมพันธ์ด้านนิติบัญญัติวุฒิสภาไทยและจีนมีความใกล้ชิด และความร่วมมือกันเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และมีส่วนสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือของทั้งสองประเทศ โดยผ่านกลไกการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภา การประชุมในองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศรวมถึงมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างประธานขององค์กรนิติบัญญัติและคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐสภาทั้งสองประเทศอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ให้การต้อนรับกันเป็นอย่างดี ตลอดจนได้นำความรู้จากการเยือนและหารือทวิภาคีร่วมกัน กลับมาพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายนิติบัญญัติและต่อประเทศ

ด้าน หาน จื้อเฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ ตอนหนึ่งว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมนี้และได้พบปะกับเพื่อนๆ ที่คอยเอาใจใส่และให้การสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือจีน-ไทยในด้านต่างๆ มาเป็นเวลานาน ณ อาคารรัฐสภาไทยแห่งนี้ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเจตนารมณ์และคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาตะวันออก คัมภีร์ “หวงตี้เน่ย์จิง”เป็นตำราการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดของจีน และได้รับเลือกให้อยู่ในรายการความทรงจำแห่งโลกหรือ Memory of the World ของ UNESCO หนังสือเล่มนี้นับได้ว่าเป็นคัมภีร์ด้านการแพทย์แผนจีน และยังสะท้อนให้เห็นถึงความคิดทางปรัชญาที่โดดเด่นและภูมิปัญญาตะวันออกของจีนโบราณอีกด้วย จีนและไทยคบกันมานานนับพันปีและมิตรภาพอันดีระหว่างกันจะคงอยู่ตลอดไป ทั้งสองประเทศเคารพและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน และพัฒนาร่วมกัน ทั้งสองประเทศเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และก้าวหน้าร่วมกัน ความสัมพันธ์จีน-ไทยเป็นการอรรถาธิบายความคิดดั้งเดิมของตะวันออกได้ดีที่สุด และเป็นแบบอย่างในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมสมัย ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 75 ปีของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา  ปีหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย ณ จุดเริ่มต้นใหม่ในประวัติศาสตร์พร้อมแรงผลักดันอย่างเต็มที่สำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและการพัฒนาการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เรายินดีที่จะทำงานร่วมกับเพื่อนมิตรจากทุกสาขาอาชีพในประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-ไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เร่งสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-ไทยที่มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนมากขึ้นและเขียนบทใหม่ของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ เรายินดีที่จะทำงานร่วมกับเพื่อนมิตรจากทุกสาขาอาชีพในประเทศไทยเพื่อร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมตะวันออกอันยอดเยี่ยมและทำคุณประโยชน์ให้กับโลกวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

โอกาสนี้ ผู้แทนคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา ขึ้นกล่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ในมิติต่างๆ และพิธีลงนามระหว่างสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย กับ หว่าง หยิ่น นักวิจัยคัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง” ในการอนุญาตให้ตีพิมพ์หนังสือ “ภูมิปัญญาหวงตี้เน่ยจิง” ฉบับภาษาไทยและจำหน่ายในประเทศไทย โดยมี ประธานวุฒิสภา และเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน ต่อด้วยการแสดงวัฒนธรรมไทย-จีน ชุด “หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา” โดย บริษัท โจหลุยส์เธียร์เตอร์ และชุด “จากฮวงโหสู่เจ้าพระยา” โดย ไก่แก้วการละคร ปิดท้ายค่ำคืนฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีนได้อย่างน่าประทับใจ

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน

หาน จื้อเฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) ออท.จีน กล่าวสุนทรพจน์

หาน จื้อเฉียง (H.E. Mr. Han Zhiqiang) ออท.จีน กล่าวสุนทรพจน์

พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ
การต่างประเทศ

พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานคณะกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานคณะกรรมาธิการปกครองท้องถิ่น

อภิรดี ตันตราภรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ
การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม

อภิรดี ตันตราภรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการ การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม

ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร รองประธานคณะกรรมาธิการ
การศาสนาฯ

ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร รองประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนาฯ

หว่าง หยิ่น นักวิจัยคัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง”

หว่าง หยิ่น นักวิจัยคัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง”

พิธีลงนามระหว่างสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย โดย วิชัย จางหยาง นายกสมาคมฯ และ หว่าง หยิ่น นักวิจัยคัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง” ในการ
อนุญาตให้ตีพิมพ์หนังสือ “ภูมิปัญญาหวงตี้เน่ยจิง”

พิธีลงนามระหว่างสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย โดย วิชัย จางหยาง นายกสมาคมฯ และ หว่าง หยิ่น นักวิจัยคัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง” ในการ อนุญาตให้ตีพิมพ์หนังสือ “ภูมิปัญญาหวงตี้เน่ยจิง”

ประธานวุฒิสภา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย คณะสมาชิกวุฒิสภา กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย พร้อมด้วยเลขาธิการวุฒิสภา และผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา บันทึกภาพร่วมกัน

ประธานวุฒิสภา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย คณะสมาชิกวุฒิสภา กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย พร้อมด้วยเลขาธิการวุฒิสภา และผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา บันทึกภาพร่วมกัน

ประธานวุฒิสภา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะจากสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย บันทึกภาพร่วมกัน

ประธานวุฒิสภา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะจากสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย บันทึกภาพร่วมกัน

‘สภากาชาดไทย’จัดโครงการสืบสานมรดกทางพุทธศาสน์ ไทย ภูฏาน เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802934

‘สภากาชาดไทย’จัดโครงการสืบสานมรดกทางพุทธศาสน์ ไทย ภูฏาน เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

‘สภากาชาดไทย’จัดโครงการสืบสานมรดกทางพุทธศาสน์ ไทย ภูฏาน เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

(ซ้าย) ฉัตรชัย แผ่นผา, วินิจ เลิศรัตนชัย, วันชัย รวยอารี, ขรรค์ ประจวบเหมาะ, Colonel Kuenzang ผู้แทนจากประเทศภูฏาน, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์, ม.ร.ว.รุจยาภา อาภากร

สภากาชาดไทย โดยสำนักงานจัดหารายได้ Donation HUB “รับ” เพื่อ “ให้” ร่วมกับ บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าว “โครงการสืบสานมรดกทางพุทธศาสน์ ไทยภูฏาน เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา”(The Thai Bhutan Buddhist Heritage Preservation Project) เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายขรรค์ ประจวบเหมาะผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย, ม.ร.ว.รุจยาภา อาภากร Chief Operating Officer บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด, นายวินิจ เลิศรัตนชัยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด, Colonel Kuenzang Wangchuk Royal ADC to Her Majesty the Queen Mother ผู้แทนจากประเทศภูฏาน, อาจารย์วันชัย รวยอารีที่ปรึกษาโครงการ, และ นายฉัตรชัยแผ่นผา ผู้รังสรรค์ผลงานปฏิมากรรมร่วมพูดคุยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดสร้าง องค์มหาสิทธาปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเช โดยมีนางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ อาร์ต- พศุตม์ บานแย้ม เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

“โครงการสืบสานมรดกทางพุทธศาสน์ ไทย ภูฏาน เฉลิมพระเกียรติ72 พรรษา” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม2567 เพื่อสร้างความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและประเทศภูฏานรวมถึงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาศิลปวัฒนธรรมอันสวยงามของประเทศภูฏาน เพื่อนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย และเพื่อจัดสร้างวิหาร ณ ประเทศภูฏาน

พุทธศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ ของประเทศภูฏาน วัด “โกเอน เธอภูเนย์” ที่มีความเก่าแก่หลายร้อยปี ซึ่งเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ที่ประทานพรเรื่องการมีอายุที่ยืนยาว และเป็นที่ประดิษฐานของ “มหาสิทธาปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเชปางประทานพร” ซึ่งเชื่อกันว่า อานิสงส์ของการสวดภาวนาขอพรจากองค์มหาสิทธาปัทมสัมภวะคุรุรินโปเช จะทำให้ได้พร ทั้งทางโลกและทางธรรม บรรเทาเคราะห์กรรมและความทุกข์ทั้งของตนเองและคนที่เรารัก โดยการจัดสร้างองค์มหาสิทธาปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเชเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความสมานฉันท์อันดีระหว่างประเทศไทย และประเทศภูฏาน รวมทั้งจัดสร้างวิหาร “GOEN TSHEPHU ZANGDOPELRI” ซึ่งอยู่ภายใต้การสงเคราะห์ของ Her Majesty Queen Tshering Pem Wangchukให้บรรลุเป้าหมายเสร็จสมบูรณ์ เพื่อเป็นที่สักการะภายในประเทศภูฏาน และประชาชนทั่วโลก

ในการนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีพุทธาภิเษก พร้อมด้วย Her Majesty Queen Tshering Pem Wangchuk แห่งราชวงศ์ภูฏาน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2567 เวลา 14.00 น.

ทั้งนี้ “มหาสิทธาปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเช” ที่ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อความสิริมงคลมี 2 รูปแบบ ได้แก่ มหาสิทธาปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเช ตั้งบูชาขนาดหน้าตัก 4 นิ้ว ความสูงรวมฐานหินอ่อน 19 นิ้ว บูชาองค์ละ 299,999 บาท (จัดสร้างจำนวน 108 องค์) และ เหรียญมหาสิทธาปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเช เนื้อเงินชุบนาค ประกอบด้วยองค์มหาสิทธาปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเช, ตราราชสำนัก และวิหารด้านหลังผลิตจากทองคำบริสุทธิ์ 96.5 หนัก 1 บาท บูชาองค์ละ 199,999 บาท (จัดสร้างจำนวน 593 องค์)

ผู้ที่สนใจสามารถจองบูชาได้แล้ววันนี้ที่ บริษัท เฟรชแอร์เฟสติวัล จำกัด โทรศัพท์ 02-1179634 และ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 02-2564623, 02-2564440-3 โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนโครงการเงินฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย และเพื่อบูรณะจัดสร้างวิหาร ณ ประเทศภูฏาน

ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผอ.สำนักงานจัดหารายได้
สภากาชาดไทย

ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผอ.สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย

วันชัย รวยอารี

วันชัย รวยอารี

(ซ้าย) วินิจ เลิศรัตนชัย, วันชัย รวยอารี, ขรรค์ ประจวบเหมาะ

(ซ้าย) วินิจ เลิศรัตนชัย, วันชัย รวยอารี, ขรรค์ ประจวบเหมาะ

อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม

อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม

เลขาฯ ‘อารี’ มอบโอวาท 477 แรงงานไทย เตรียมส่งทำงานต่างประเทศ มุ่งสู่เป้าหมายส่งแรงงาน 1 แสนอัตรา เผยคืบหน้าล่าสุด ส่งแล้ว 5.3 หมื่นคน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802909

เลขาฯ ‘อารี’ มอบโอวาท 477 แรงงานไทย เตรียมส่งทำงานต่างประเทศ  มุ่งสู่เป้าหมายส่งแรงงาน 1 แสนอัตรา เผยคืบหน้าล่าสุด ส่งแล้ว 5.3 หมื่นคน

เลขาฯ ‘อารี’ มอบโอวาท 477 แรงงานไทย เตรียมส่งทำงานต่างประเทศ มุ่งสู่เป้าหมายส่งแรงงาน 1 แสนอัตรา เผยคืบหน้าล่าสุด ส่งแล้ว 5.3 หมื่นคน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมาย นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมให้โอวาทแก่แรงงานไทย 477 คน ที่เข้ารับการอบรมก่อนเดินทางไปทำงานไต้หวัน ญี่ปุ่น และซาอุดีอาระเบีย โดยมี นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน นายสันติ นันตสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้บริหารกรมการจัดหางาน ผู้แทนบริษัทจัดหางาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานตั้งเป้าหมายจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ 100,000 อัตรา ภายในปี 2567 เพื่อส่งเสริมให้พี่น้องแรงงานไทย มีรายได้มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานจะต้องอบรมคนหางาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานไทยได้มีความรู้เข้าใจขั้นตอนการไปทำงานในต่างประเทศและปฏิบัติได้ถูกต้อง ทราบเงื่อนไขตามสัญญาจ้างงาน สภาพการจ้าง และขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี มีความพร้อมในการทำงานและเกิดความมั่นใจ รวมทั้งรู้ช่องทางขอความช่วยเหลือ ทราบสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครองคนหางานตามกฎหมาย โดยในวันนี้มีแรงงานไทยเข้ารับการอบรม จำนวน 477 คน เพื่อเตรียมเดินทางไปทำงานในไต้หวัน 433 คน ในตำแหน่ง คนงานฝ่ายผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ญี่ปุ่น 12 คนในตำแหน่งช่างเชื่อม และคนงานฝ่ายผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม และซาอุดีอาระเบีย2 คน ในตำแหน่งช่างเขียนแบบ และช่างเหล็ก ซึ่งทั้งหมดเดินทางไปทำงานโดยมีบริษัทจัดหางาน เป็นผู้จัดส่ง

“ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ผ่านขั้นตอนการคัดเลือก ฝึกฝนทักษะทั้งด้านภาษา ทักษะการทำงาน และขอชื่นชมในความพยายามและความอดทน ทุกคนถือเป็นกำลังสำคัญที่สร้างชื่อเสียงด้วยทักษะฝีมือการทำงาน และนำเงินตรากลับเข้าประเทศไทย ดังนั้น ขอฝากน้องๆ ตั้งใจทำงาน รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และการพนัน วางแผนเก็บออมให้ดี เพื่อมีเงินก้อนมาต่อยอด สร้างอนาคตให้ตนเองและครอบครัวต่อไป”นายอารี กล่าว

ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มุ่งมั่นส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ให้ได้100,000 อัตรา ภายในปี 2567 โดยรักษาการจ้างงานในตลาดแรงงานเดิม ควบคู่กับการขยายตลาดแรงงานใหม่ในต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ความคืบหน้าล่าสุด ได้ส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศแล้ว 53,864 คนใน 139 ประเทศ ซึ่ง 5 อันดับแรกที่มีการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานมากที่สุด ได้แก่ ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสหรัฐอเมริกา

สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ สามารถติดตามข่าวสารการประกาศรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/overseas และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

มงต์บลังค์ เปิดแคมเปญใหม่ฉลอง 100 ปีแห่งความสำเร็จ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802905

มงต์บลังค์ เปิดแคมเปญใหม่ฉลอง 100 ปีแห่งความสำเร็จ

มงต์บลังค์ เปิดแคมเปญใหม่ฉลอง 100 ปีแห่งความสำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มงต์บลังค์ (Montblanc) เฉลิมฉลองวันครบรอบความสำเร็จครั้งสำคัญของเครื่องเขียนอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยแคมเปญใหม่ Montblanc 100 Years of Meisterstück ที่เขียนและกำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง “Wes Anderson”

ด้วยการออกแบบรูปทรงซิการ์สีดำ แหวนทองคำสามห่วง และปลายปากกาทำด้วยทองคำด้วยมือ ทำให้ Meisterstück กลายเป็นสัญลักษณ์เดียวกับมงบล็องในฐานะผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของ Maison เนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งศตวรรษนับตั้งแต่สัญลักษณ์วัฒนธรรมการเขียนระดับโลกนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1924 มงบล็องได้ร่วมมือกับผู้กำกับและผู้เขียนบทชาวอเมริกัน Wes Anderson เพื่อสร้างแคมเปญที่จะพาผู้ชมเดินทางสู่โลกที่ไม่ธรรมดาของมงต์บลังค์ ที่มองเห็นผ่านสายตาของผู้สร้างภาพยนตร์ นำแสดงโดยนักแสดง Rupert Friend, Jason Schwartzman และ Wes Anderson เอง เรื่องราวติดตามตัวละครทั้ง 3 คาแร็กเตอร์ ที่สำนักงานใหญ่Montblanc บนยอดเขามงบล็อง ขณะที่พวกเขาถ่ายทอดเรื่องราวความคิดสร้างสรรค์อย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และสุนทรียภาพของภาพที่โดดเด่นของ Andersonผสมผสานของการเล่าเรื่องที่โดดเด่น ช่วยเติมเต็มการเฉลิมฉลองวันครบรอบของ Meisterstück อย่างแท้จริง

“เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่ Meisterstück ได้บันทึกเรื่องราวนับล้านเรื่องราว ผ่านมือของนักเขียนมากฝีมือ และนักเขียนในชีวิตประจำวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะทำให้ไอคอนการเขียนนี้เป็นตัวเอกของเรื่อง แต่เราอยากจะทำมันในลักษณะที่คาดไม่ถึงและน่าประหลาดใจโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นเหตุผลที่เราเชิญ Wes Anderson หนึ่งในนักเล่าเรื่องที่เก่งที่สุดของยุค มานำเสนอเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาเองในโลกของมงบล็อง ผ่านการเล่าเรื่องที่เลียนแบบไม่ได้และเอกลักษณ์ทางภาพที่สะท้อนความเป็นเมซง เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่โลกจะได้ค้นพบเราอีกครั้งในมุมมองใหม่” Vincent Montalescot ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการจัดสินค้าของมงบล็อง กล่าว

ภาพยนตร์เรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยไหวพริบอันซับซ้อนและเต็มไปด้วยการอ้างอิงที่ละเอียดอ่อนถึง DNA ของ เมซงและเพื่อนร่วมทางอาทิ ฉากภูเขาตอนเปิดเรื่องเป็นการอ้างอิงถึงชื่อ และสัญลักษณ์ของเมซง ยอดเขามงบล็องที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ซึ่งเป็นหอสมุดบนภูเขาสูงในจินตนาการของมงบล็องเป็นการยกย่องแคมเปญ Library Spirit ล่าสุดที่เน้นย้ำถึงแรงบันดาลใจของห้องสมุด และความเชื่อมโยงของมงบล็องกับจักรวาลความสร้างสรรค์ และโต๊ะที่เป็นสถานที่ที่ความมหัศจรรย์ของการเขียนและจินตนาการที่ไม่สิ้นสุด โดยเหล่านักแสดงบอกเล่าถึง “fountain pen ที่ออกแบบมาเมื่อ 100 ปีที่แล้วสำหรับนักเดินทางที่ชอบผจญภัย”และถกเถียงถึงคุณสมบัติของปากกาในฐานะนวัตกรรมบุกเบิก Meisterstück ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เดียวที่ได้รับบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทว่า นาฬิกาและเครื่องหนังก็ปรากฏตัวขึ้นเช่นเดียวกัน

แคมเปญ Montblanc 100 Years of Meisterstück โดย Wes Anderson เปิดตัวทั่วโลกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.montblanc.com

นิทรรศการ Crystallization of Time จากคารเทียร์ คอลเลคชั่น และนักสะสมทั่วโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802935

นิทรรศการ Crystallization of Time จากคารเทียร์ คอลเลคชั่น และนักสะสมทั่วโลก

นิทรรศการ Crystallization of Time จากคารเทียร์ คอลเลคชั่น และนักสะสมทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คาร์เทียร์ จัดนิทรรศการ Crystallization of Time ครั้งที่ 2 พร้อมการเรียบเรียงใหม่ บนพื้นที่ใหม่นำเสนอชิ้นงานที่อยู่เหนือกาลเวลากว่า 300 ชิ้น ทั้งจากคาร์เทียร์ คอลเลคชั่น และจากนักสะสมทั่วโลก

เมซง คาร์เทียร์ จัดแสดงนิทรรศการ Cartier, Crystallization of Time เป็นครั้งที่ 2 ณ โซล เกาหลีใต้ ยังคงรูปแบบในการเลือกนำเสนองานสร้างสรรค์ร่วมสมัยภายใต้แนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์ของการวิวัฒน์ผ่านห้วงเวลา โดยไม่ได้จำกัดชิ้นงานอยู่ที่เพียงเรือนเวลา แต่ครอบคลุมจิวเวลรี่ไอคอนิกและจิวเวลรี่ชั้นสูงมากมาย ที่เหล่าอัญมญีหรือขั้นตอน การออกแบบ ต่างต้องผ่านห้วงเวลา เพื่อตกผลึกชิ้นงานส่องประกายโดดเด่น โดยถูกนำมาเรียบเรียงเรื่องราวใหม่บนพื้นที่ใหม่ขนาดใหญ่ ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของกรุงโซล ทงแดมุน ดีไซน์ พลาซ่า (DDP : Dongdaemun Design Plaza) โดยเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2567

นิทรรศการครั้งนี้ นำเสนอผลงานศิลปะราว 300 ชิ้น โดยนำผลงานชิ้นมรดกจากคาร์เทียร์คอลเลคชั่น (Cartier Collection) เอกสารจากคลังผลงาน อาทิ แบบร่างของจิวเวลรี่ มาจัดแสดงร่วมกับผลงานสร้างสรรค์ร่วมสมัยจากคอลเลคชั่นส่วนตัวของนักสะสมทั่วโลกที่ยากจะหาโอกาสรับชมได้ ทั้งนี้ เพื่อวิเคราะห์มิติทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์อันทรงพลังของคาร์เทียร์ ผ่านการจัดแสดงทั้งสามมุมมอง ได้แก่ “Material Transformation and Colors” (การแปลงโฉมวัสดุและสีสัน) “Forms and Designs” (รูปทรงและการออกแบบ) และ “Universal Curiosity” (ความสงสัยใคร่รู้อันเป็นสากล) โดยมีห้วงเวลาเป็นแกนกลางในการนำเสนอ ทำให้นิทรรศการครั้งนี้เป็นการสำรวจจิตวิญญาณนักบุกเบิก ตลอดจนวิสัยทัศน์สร้างสรรค์อันเป็นลักษณะเฉพาะ ตั้งแต่ยุคแรกของการก่อตั้งเมซงมาจนถึงปัจจุบันของคาร์เทียร์

๑๐๑ ปี วันคล้ายวันประสูติสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802904

๑๐๑ ปี วันคล้ายวันประสูติสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

๑๐๑ ปี วันคล้ายวันประสูติสมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทรงเป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา) ทรงเป็นสมเด็จพระโสธรเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ และทรงเป็นพระปิตุฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐

ตลอดพระชนม์ชีพทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อีกทั้งยังทรงมีโครงการในพระอุปถัมภ์ส่วนพระองค์อีกหลายร้อยโครงการ ทั้งด้านการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุข การต่างประเทศ การศาสนาและอื่นๆ ทั้งยังมีพระปรีชาสามารถด้านการเขียน การกีฬา และด้านการถ่ายภาพ จนเป็นที่ประจักษ์ชัดในวงการศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ และองค์การระหว่างประเทศจึงถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์และเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณแด่พระองค์ ทรงได้รับการเทิดทูนพระเกียรติจากรัฐบาลและองค์กรต่างประเทศหลายแห่งแม้กระทั่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) ก็ได้มีมติประกาศยกย่องให้ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” เนื่องในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีวันประสูติ วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ ที่ผ่านมา

ทรงรับสืบสานงานทางด้านสาธารณสุขและการศึกษาต่อจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยทรงมีรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า “คุ้นเคยกับงานทางด้านนี้ดี เพราะตามแม่ออกไปทำงานออกหน่วยเคลื่อนที่ตลอดเวลา” อีกทั้งยังทรงรักการสอนมาแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อนิวัติประเทศไทยยังได้ทรงทำงานเป็นพระอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศสให้แก่มหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตปัตตานี ) เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังทรงให้ความสำคัญกับการเข้าถึงการศึกษาของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสต่างๆ ทุกครั้งที่โดยเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีออกตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์พอ.สว.จะเสด็จเยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมในถิ่นทุรกันดาร เพื่อพระราชทานคำแนะนำด้านการสอน ให้กำลังใจครู และพระราชทานอุปกรณ์การเรียนการสอน ด้วยสำเร็จการศึกษาทางด้านเคมี จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงทรงเล็งเห็นความสำคัญของความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ว่ามีส่วนในการสร้างสันติภาพ การขจัดความยากจนและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จึงทรงสนับสนุนให้มีนโยบายระยะยาวด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เพื่อความเป็นเลิศและเพื่อการพัฒนา โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อให้นักเรียนได้เข้าร่วมการแข่งขันด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับโลก

ทรงรับสั่งได้หลายภาษา ทำให้ทรงมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทรงเป็นนักอ่าน นักเขียน โดยได้ทรงแปลและเรียบเรียงหนังสือในหลากหลายประเภท ทั้งภาษาไทยและภาษาฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังทรงให้การสนับสนุนวงดนตรีและการแสดงของไทยในท้องถิ่น เช่น คณะหุ่นกระบอกโจหลุยส์ ซึ่งช่วยอนุรักษ์ศิลปะการเชิดหุ่นกระบอกเล็กของไทย ทรงจัดตั้ง กองทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกให้การสนับสนุนนักดนตรีไทยในการศึกษาต่อ และส่งเสริมการแข่งขันและการแสดงคอนเสิร์ตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สนับสนุนวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้อุปถัมภ์ของโรงละครโอเปร่ากรุงเทพ รวมทั้ง สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา

ในวาระครบรอบ ๑๐๑ ปีวันคล้ายวันประสูติ ปวงเหล่าพสกนิกรชาวไทยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการเพื่อความสุขของปวงชนชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ

กระตุกหนวดเสือ! โจรขโมยมอเตอร์ไซค์’แมทธิว ดีน’ ‘ลีเดีย’ขู่ให้เวลา24ชม.รีบเอามาคืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/803003

กระตุกหนวดเสือ! โจรขโมยมอเตอร์ไซค์'แมทธิว ดีน' 'ลีเดีย'ขู่ให้เวลา24ชม.รีบเอามาคืน

กระตุกหนวดเสือ! โจรขโมยมอเตอร์ไซค์’แมทธิว ดีน’ ‘ลีเดีย’ขู่ให้เวลา24ชม.รีบเอามาคืน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 09.47 น.

6 เมษายน 2567 นักร้องสาวเสียงดี’ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน’ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “@lydiasarunrat” พร้อมแนบภาพ-วิดีโอกล้องวงจรปิดลังมีโจรมาขโมยรถมอเตอร์ไซค์’แมทธิว ดีน’ซึ่งลีเดียได้มีการลงรูปและคลิปทั้งในอินสตาแกรมสตอรี่และรูปปกติ โดยมีการเผยให้เห็นใบหน้าบางส่วนของมิจฉาชีพอย่างเห็นได้ชัด พร้อมระบุข้อความว่า “กล้ามาก! โจรขโมยมอเตอร์ไซค์พี่แมท! ชายหญิงคู่นี้ แกล้งทำเหมือนจะมาเปิดห้องพักของค่ายมวย แต่อาศัยจังหวะเผลอของพนักงาน แล้วฉกกุญแจมอเตอร์ไซค์ขับหนีออกไปเลย

“เราจะให้เวลาคุณอีก 24 ชั่วโมง เอามอเตอร์ไซค์มาคืนเพราะพนักงานต้องใช้ในการทำงาน กล้องวงจรเห็นหน้าพวกคุณชัดมาก ถ้าไม่อยากติดคุกคดีลักทรัพย์ก็รีบเอามาคืน”

ตามด้วยอีกรูปที่เผยให้เห็นหน้าของมิจฉาชีพในมุมด้านข้าง พร้อมแคปชั่นแบบเดียวกัน ซึ่งก็มีคนมาแนะนำทางออกให้เปิดทะเบียนรถเพื่อให้คนรู้จะได้ไม่กล้าขายต่อ ขณะเดียวกันลีเดียได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกรอบ โดยแจ้งหมายเลขทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ให้ทราบเพื่อให้เจ้าของร้านรับซื้อระวังข้อหารับซื้อของโจรอีกด้วย ซึ่งสาวลีเดียเปิดเผยหมายเลขทะเบียนคือ 4 กบ 8509 กรุงเทพมหานคร นั่นเอง ซึ่งก็มีเหล่าแฟนคลับและเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

‘The Glass Girls’ Come Back ปล่อย2ซิงเกิ้ลใหม่รวดเดียว !

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/802996

'The Glass Girls' Come Back ปล่อย2ซิงเกิ้ลใหม่รวดเดียว !

‘The Glass Girls’ Come Back ปล่อย2ซิงเกิ้ลใหม่รวดเดียว !

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 09.14 น.

“The Glass Girls” Come Back ครั้งใหญ่แบ่งทีม A, B ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่รวดเดียว 2 เพลง พร้อมจัด Event เปิดตัวยิ่งใหญ่ให้แฟนๆฟังเพลงและดูMVพร้อมกันครั้งแรกก่อนใคร ในวันเสาร์ที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า The Market Bangkok มีแฟนเข้ารวมงานกันอย่างหนาแน่น


โดยทีม A ปล่อยเพลง ”Love Station” ให้กำลังใจที่น่ารักสดใสตามสไตล์ไอดอลเพื่อเติมเต็มความรักให้กับแฟนๆทุกคน นำโดยน้องฟร้อนท์ (กรกช กรรณสูต) รับหน้าที่เซ็นเตอร์ครั้งแรก พาเพื่อนทีมA ทั้ง 5 คน ได้แก่ มิ้นต์, นิ, แพม, แสงเหนือ และ พรีมมี่ มาสร้างรอบยิ้มและความสดใสในเพลง “Love Station” สถานีแห่งความรัก


และทีมB กับเพลง “น่ารักแบบใด?” ที่เป็นลูกผสมTpopสดใสตามสไตล์ของ The Glass Girls พูดถึงความน่ารักแบบไหนที่จะโดนใจเหล่าพี่ๆแฟนคลับทุกๆท่าน นำโดยน้องพิม (ศศินันท์ จันที) รับบทเป็นเซ็นเตอร์เพลงครั้งแรกเช่นกัน และพาเพื่อนทีมB อีก 5 คน ได้แก่ ไข่มุก, จ๊ะจ๋า, เอเชียร์, เมเปิ้ล และน้อยหน่า มาร่วมร้องเต้นกับจังหวะสนุกสนานของเพลง “น่ารักแบบใด?” ที่มีเมโลดี้ท่อนฮุกติดหูและโดนใจอย่างง่ายดาย
สามารถรับชมมิวสิควีดีโอทั้ง 2 เพลงใหม่ของพวกเราได้ที่ YouTube : IC45 Entertainment ได้แล้ววันนี้
พร้อมติดตามข่าวสารต่างๆจากทุกช่องทางโซเชียบของพวกเราได้ที่ 
FB : FB.com/theglassgirlsband
IG : Theglassgirls.official
Tiktok : @Theglassgirlsofficial
Twitter : @TheglassgirlsTH
Line@ : @theglassg
 

อาลัย ปันปัน หรือ เจ๊แชมเปญ แห่งไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เสียชีวิตแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/802992

อาลัย ปันปัน หรือ เจ๊แชมเปญ แห่งไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เสียชีวิตแล้ว

อาลัย ปันปัน หรือ เจ๊แชมเปญ แห่งไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เสียชีวิตแล้ว

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 08.37 น.

วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 ทำเอาแฟนคลับซีรีส์ในตำนานอย่าง “ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์” ช็อกไปตาม ๆ กัน หลังจากได้ทราบข่าวว่า “ปันปัน” นักแสดงที่รับบทเป็น เจ๊แชมเปญ ตอนวัยมัธยมศึกษา ได้เสียชีวิตแล้ว 

 โดย เฟซบุ๊กแฟนเพจ จ๊อกจ๊อก แจ้งว่า ปันปัน ป่วยสะสมและจากไปด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

โดยเพื่อนของปันปัน ได้โพสต์แจ้งข่าวการจากไปของปันปันลงเฟซบุ๊ก Kamonluck Min พร้อมข้อความว่า “หลับให้สบายนะปันปัน” แชตสุดท้ายที่ปันปันฝากเอาไว้

เมื่อมีคนถามถึงสาเหตุการจากไปของปันปัน ทางเพื่อนก็บอกว่า ปันปันไม่สบาย

ทั้งนี้ ปันปัน เคยรับบทเล็ก ๆ ในซีรีส์ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ โดยที่แสดงเป็น เจ๊แชมเปญ หัวหน้ากะเทยแห่งโรงเรียนมัธยมที่คอยบูลลี่คิมกับกัส ก่อนที่โตมาเจ๊แชมเปญจะเปลี่ยนชื่อเป็น แชมเป้ และกลายมาเป็นเกย์ พร้อมกับได้เจอคิมอีกครั้ง แต่ต่างฝ่ายต่างจำกันไม่ได้ และกล่าวจะมาจำได้ก็คือตอนที่แชมเป้ถอดเสื้อ และคิมเห็นรอยสักที่ตรงไหล่ของแชมเป้ จนกลายเป็นฉากที่ยังคงติดตราตรึงใจคนดูซีรีส์จนถึงปัจจุบัน

ขอบคุณภาพ ข้อมูล : Kamonluck Min