ดร.เอ้ ชี้ไฟไหม้ รง.คือวงจรอุบาทว์ธุรกิจรีไซเคิล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574201

06 พ.ค. 2567

14:16 น.

ดร.เอ้ ชี้ไฟไหม้ รง.คือวงจรอุบาทว์ธุรกิจรีไซเคิล

ดร.เอ้ ชี้ไฟไหม้ รง.คือวงจรอุบาทว์ธุรกิจรีไซเคิล เดินหน้า ยุติวงจรอุบาทว์ ขจัดปัญหาโรงงานสารพิษ ร้องรัฐบาลเร่งทำทันที

เป็นเรื่องร้อน ที่ต้องจับตากับปรากฎการณ์เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานสารเคมี ที่ตอนนี้ยังเป็นประเด็นสำคัญและถูกตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมีบ่อยครั้ง


ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงอันตรายของเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บสารเคมีทั้งมีควันดำสารพิษ ปกคลุมเป็นวงกว้าง และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสุขภาพของประชาชน

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยังตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่มาให้เห็น พร้อมแสดงความเห็นถึงกระบวนการที่ซ่อนอยู่


ปัญหาในการ”แก้ปัญหา”เผาโรงงานสารเคมี


1. จากนโยบายส่งเสริมธุรกิจรีไซเคิล ทำให้มีการตั้งโรงงานบำบัด”ของเสียอันตราย”ที่ขึ้นทะเบียนไว้ถึงกว่า 2 พันโรงงาน


2. เมื่อมีเยอะก็ต้องแย่งลูกค้ากัน โดยการตัดราคาค่า”บำบัด”กันอุตลุด


3. โรงงานที่ต้องการกำจัดของเสียที่เป็นภาระต้นทุนก็จะเลือกราคาที่ต่ำที่สุด


4. เมื่อได้รับงานในราคา “ต่ำที่สุด” มาแล้ว การบำบัดหรือกำจัดตามหลักวิชาการจึงแปลว่า “ขาดทุน” สถานเดียว ทางเลือกเดียวของโรงงานที่รับของเสียมาจึงใช้วิธีลักลอบนำไปทิ้งในที่สาธารณะแทนการบำบัด


5. โรงงานที่ขายของเสียให้โรงงานกำจัดก็ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว และกฎหมายไม่ได้ห้าม จะเลือกซื้อบริการกำจัดของเสียของใครก็ได้ ราคาเท่าไรก็ตาม ตราบเท่าที่โรงงานกำจัดนั้นขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอย่างถูกต้อง


6. มีการแก้กฎกระทรวงนี้ว่าถึงส่งของเสียออกไปกำจัดแล้วแต่ถ้าถูกนำไปลักลอบทิ้ง โรงงานต้นทางเจ้าของของเสียก็ต้องรับผิดชอบด้วย


7. เมื่อมีการแก้กฎหมายตรงนี้ ก็เกิดวิธีใหม่ แทนที่จะลักลอบนำไปทิ้งในที่สาธารณะให้จับได้เหมือนก่อน ก็ใช้วิธีขนออกไปพักไว้ใน”โรงงานบำบัด”ที่ไม่มีแม้แต่เครื่องจักร ไม่มีใบอนุญาต และเมื่อถูกดำเนินคดี ก็เผาทิ้งไปทั้งโรงงานเลย (โรงงานที่จริงๆมีสภาพแค่โกดังเก็บของ)

8. ค่าปรับของการทิ้งของเสีย ปรับแค่ 2 แสน แต่ค่าบำบัดอาจจะสูงนับสิบล้าน ยอมเสียค่าปรับดีกว่า


9. มีการออกกฎกระทรวงเพื่อสนับสนุนธุรกิจรีไซเคิลด้วยการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตในการขนย้าย “ของเสียไม่อันตราย” ออกจากโรงงาน จึงมีการขน “ของเสียอันตราย” ปนออกมาด้วยเพื่อเลี่ยงขั้นตอนการขออนุญาต และฝังกลบโดยไม่บำบัด


10. โรงงานที่มี “ของเสียอันตราย”มาก ใช้วิธีไปตั้งโรงงานบำบัดหรือรีไซเคิล ปลอมๆขึ้นมาอีกโรงงาน และทำหน้าที่รับของเสียไปบำบัดหรือจริงๆคือไปกองทิ้งไว้

จากนั้นก็ “เกิดเหตุไฟไหม้” ของเสียถูกเผาทิ้งด้วยต้นทุนต่ำ และโรงงานเจ้าของกากไม่ต้องรับผิดชอบเพราะเป็นเหตุสุดวิสัยของโรงงานบำบัด


11. กรมโรงงานมีอำนาจสั่งปิดโรงงานที่ทำผิดเหล่านี้ได้ แต่ทันทีที่ใช้คำสั่ง “ปิดโรงงาน” อำนาจในการควบคุมดูแลก็ไม่ได้อยู่กับกรมโรงงานแล้ว เพราะไม่ใช่ “โรงงาน” อีกต่อไป ทำให้การแก้ปัญหายากขึ้นไปอีก


12. กรมโรงงานต้องเลี่ยงมาใช้คำสั่ง “ปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อปรับปรุง” ซึ่งจะทำให้ยังมีอำนาจจัดการโรงงานนี้ได้ต่อ


13. คำสั่งนี้ยิ่งเข้าทางโรงงานกำมะลอ เพราะ “ปิดเพื่อปรับปรุงแก้ไข” แต่จะให้ปรับปรุงแก้ไขอะไร เครื่องจักรยังไม่มีสักเครื่อง สุดท้ายก็ได้แต่รวบรวมกากของเสียมาแยกประเภทและจัดเก็บให้เรียบร้อย ซึ่งง่ายต่อการเผารวมหนักขึ้นไปอีก


14. หน่วยราชการนำกากของเสียไปบำบัดหรือกำจัดเองแล้วไปเรียกเก็บเงินจากผู้กระทำผิดได้ไหม ‘ได้’ แต่ต้องมีงบเพื่อบำบัดเป็นร้อยๆล้านที่ต้องตั้งสำรองไว้ และกว่าจะได้คืนต้องรอให้คดีในชั้นศาลสิ้นสุดก่อน

ก่อนจะทิ้งท้ายว่า เหตุไฟไหม้โรงงานไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ และไม่ใช่แค่สารเคมีรั่วไหล แต่เป็นกระบวนการเผาเพื่อทำลาย เพื่อ “ปกปิดเรื่องเน่าเสียทั้งหมด”

ถ่ายเลือด ‘ทักษิณ’ ปั้นรัฐมนตรีดาวรุ่ง ‘อีสาน’ ทิ้งบ้านใหญ่-เสาไฟฟ้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574193

06 พ.ค. 2567

12:39 น.

ถ่ายเลือด ‘ทักษิณ’ ปั้นรัฐมนตรีดาวรุ่ง ‘อีสาน’ ทิ้งบ้านใหญ่-เสาไฟฟ้า

ได้เวลาถ่ายเลือด มนพร-จิราพร รัฐมนตรีดาวรุ่งอีสาน จุดขายใหม่พ่อใหญ่ทักษิณ ไชยาจึงถูกเขี่ยพ้น ครม. สุทิน-เกรียง ก็รอดหวุดหวิด

ได้เวลาถ่ายเลือด พ่อใหญ่ทักษิณ หนุนเลือดใหม่อีสาน นั่งเสนาบดีคุมพื้นที่ ปลุกทายาทไทยรักไทยคืนชีพ โละ สส.รุ่นเก่า สส.เสาไฟฟ้า

จับตา มนพร-จิราพร รัฐมนตรีอีสาน จุดขายใหม่ของพ่อใหญ่ทักษิณ ไม่น่าแปลกใจที่ไชยา ถูกเขี่ยพ้น ครม. สุทิน-เกรียงก็รอดหวุดหวิด

ผลพวงจากการปรับ ครม.เศรษฐา 2 สะท้อนแนวคิด ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องการถ่ายเลือด  สส.อีสาน เพื่อเตรียมลุยสมรภูมิเลือกตั้งสมัยหน้า ที่มีพรรคก้าวไกล เป็นคู่แข่งหมายเลข 1

สส.อีสานส่วนใหญ่อยู่กันมานาน ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย โดยอาศัยขี่กระแสทักษิณ ขี่กระแสพรรคเข้าสภาฯ จึงมี สส.จำนวนหนึ่งอยู่ในข่าย สส.เสาไฟฟ้า

นายกฯเศรษฐา และอุ๊งอิ๊ง ร่วมฉลองรัฐมนตรีใหม่ ที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ดนายกฯเศรษฐา และอุ๊งอิ๊ง ร่วมฉลองรัฐมนตรีใหม่ ที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

ยุคถ่ายเลือดใหม่

แหล่งข่าวในเพื่อไทยเปรียบเทียบ มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และ ไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ โดยสองคนนี้ ต่างรุ่นต่างสไตล์ ไชยาเป็นนักเลือกตั้งพันธุ์เก่า ชอบโชว์เดี่ยว ไม่เล่นเป็นทีม จึงไม่เข้ากับบริบทการเมืองใหม่

ดังนั้น พ่อใหญ่ทักษิณจึงเลือกรัฐมนตรีเดือน มนพร ที่พร้อมเล่นเป็นทีม และอ่านเกมออกเล่นเกมเป็น

ขณะเดียวกัน พ่อใหญ่ทักษิณได้สร้างดาวรุ่งดวงใหม่จากหนองบัวภู นั่นคือ ณพล เชยคำแหง สส.หนองบัวลำภู สมัยแรก ซึ่งในเวทีอีเวนต์ 10 เดือนไม่รอของเพื่อไทย ณพลได้รับมอบหมายให้พูดเรื่องนโยบายปราบปรามยาเสพติด

ณพล เชยคำแหง นักธุรกิจเจ้าของโรงโม่หินสากล ต.ด่านช้าง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู และอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง

ดูเหมือนพ่อใหญ่ทักษิณ จะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักกับปฏิกิริยาน้อยอกน้อยใจของไชยา พรหมา เพราะเพื่อไทยกำลังมีแผนปั้นเลือดใหม่ทด แทนเลือดเก่า

หากการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทยจะมีการโละ สส.เก่า หรือบ้านใหญ่ที่ไม่ปรับตัว ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก พ่อใหญ่ทักษิณจำต้องผ่าตัดใหญ่ เพื่อความอยู่รอด

‘วัชระ’ร่วมเวทีช่วยชาวประมงพื้นบ้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802947

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเวทีการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อแก้ไขปัญหาชาวประมง ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการห้ามใช้เครื่องมืออวนรุน ที่วัดบางใหญ่ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเร็วๆ นี้ ว่ากรมประมง ได้ส่งนายจรูญศักดิ์ เพชรศรีผู้ตรวจราชการกรมประมง เป็นหัวหน้าคณะ นายกำพล ลอยชื่น ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านจากทุกอำเภอใน จ.สุราษฎร์ธานี ว่าก่อนจะเริ่มการรับฟังความเห็นในครั้งนี้ ได้มีการมอบหนังสือรับรองเพื่อประกอบการยื่นขอจดทะเบียนเรือไทย สำหรับเรือประมงพื้นบ้าน (แบบ นสร.11) จากกรมประมง โดยมีพี่น้องประมงพื้นบ้านอวนรุน กว่า 150 คน เข้าร่วมประชุมและซักถามปัญหา

ทั้งนี้ นายจรูญศักดิ์ ได้อธิบายข้อปฏิบัติตามกฎหมายประมงที่ออกในยุคของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) และมีช่องให้ช่วยชาวประมงพื้นบ้าน ตามพระราชกำหนดกรมประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 67 “ห้ามมิให้ผู้ใดใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้ซึ่งเครื่องมือทำการประมง ดังต่อไปนี้ (4) เครื่องมืออวนรุนที่ใช้ติดกับเรือยนต์ เว้นแต่เป็นอวนรุนเคย” ไม่ใช้บังคับเรือประมงพื้นบ้านตั้งแต่ 10 ตันกรอสลงมากรมประมง ไม่ได้เป็นศัตรูกับชาวประมง ถ้าไม่มีชาวประมง กรมประมงก็อยู่ไม่ได้ ขอให้เข้าใจกัน จึงขอให้ช่วยกันทำแบบสอบถามของกรมประมง ให้เสร็จให้ทันในเดือนพฤษภาคมนี้

อย่างไรก็ตาม นายจรูญศักดิ์ เข้าใจหัวอกชาวประมงพื้นบ้านเป็นอย่างดี ถึงขั้นกล่าวย้ำว่ากรมประมง จะไม่ใช้มาตรการรุนแรงกับชาวประมง ขณะที่นายวัชระกล่าวขอบคุณรัฐบาล นายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และข้าราชการกรมประมง ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้ชาวประมงดังกล่าว

เกษตรฯปลื้มราคายางพุ่ง 80บาท/กก.สูงสุดในรอบ41เดือน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802945

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางพาราปัจจุบันที่ดีดตัวขึ้นสูง จากนโยบายการบริหารจัดการยางพาราของ ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ที่สั่งการให้นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มุ่งเน้นการบริหารจัดการยางพาราอย่างรอบด้านเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับยางพารา และเข้มงวดมาตรการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อลดผลกระทบด้านราคาที่เกษตรกรได้รับ จึงส่งผลให้ราคายางในประเทศขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 เป็นต้นมา โดยราคายางที่ซื้อขายผ่านสำนักงานตลาดกลางยางพาราของ กยท.ทะลุ 80 บาท ราคาซื้อขายยางแผ่นรมควัน อยู่ที่ 81.09 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 41 เดือน อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคายังคงอยู่ในช่วงที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

น.ส.อัยรินทร์กล่าวต่อว่า ปัจจัยสนับสนุนที่ส่งผลให้ราคายางพาราพุ่งสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ ร.อ.ธรรมนัส กำกับดูแล ตรวจเข้มเรื่องการลักลอบนำเข้ายางพาราเถื่อน ไม่อนุญาตให้นำเข้ายางจากต่างประเทศส่งออกไปยังประเทศอื่น รวมถึงความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของโลกที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายรถยนต์ของยุโรปในเดือนมกราคม โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10.3% ในขณะที่จีนผลิตรถยนต์และส่งออกในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 4.91 ล้านคัน คิดเป็น 57.9% ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับการลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC+ ส่งผลให้ยังสามารถตรึงราคาน้ำมันไว้ในระดับที่สูง ต้นทุนการผลิตยางสังเคราะห์จึงสูงขึ้น ช่วยเพิ่มความต้องการใช้ยางธรรมชาติในภาคการผลิตให้มากขึ้น

รองปลัดฯชูทรัพยากรน้ำ พัฒนาความร่วมมือต่างประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802949

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทน เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีนายไพฑูรย์เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบทวิภาคี ภายใต้การดำเนินงาน สทนช. ได้แก่ (1) การลงนามความร่วมมือ MOU กับหน่วยงานของต่างประเทศ (2) การจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานร่วม (Joint Steering Committee: JSC) และ 3) ความก้าวหน้าโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศ

2.ที่ประชุมรับทราบประเด็นการดำเนินการความร่วมมือระหว่างประเทศ และโอกาสความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งนี้ นายเศรษฐเกียรติ ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของกระทรวงเกษตรฯ นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ มีข้อสั่งการให้เป็นเจ้าภาพจัดการการประชุมนานาชาติว่าด้วยทรัพยากรดินและน้ำที่ยั่งยืน (International Soil and Water Forum) ภายใต้กรอบความร่วมมือ FAO ในช่วงเดือนธันวาคม 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดทูนพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านดินและน้ำ พร้อมเสนอผลงานวิจัยด้านดินและน้ำของนักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติ ตลอดจนเป็นเวทีให้แก่ผู้นำไทยและต่างชาติร่วมให้ข้อคิดเห็นและแลกเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศมากกว่า 300 คน

3.ที่ประชุมรับทราบแนวทางความร่วมมือทวิภาคีด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระหว่าง ประเทศไทย และประเทศต่างๆ ได้แก่ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ ฮังการี เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีนและเมียนมา และ 4.ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ ระหว่าง สทนช.และองค์กรวิศวกรของสหรัฐฯ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานร่วมว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (ฝ่ายไทย) ระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

ไทย-แองโกลาจับมือ แลกเปลี่ยนนโยบาย ด้านการค้าการลงทุน ส่งออกสินค้าเกษตร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802943

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้การต้อนรับและร่วมหารือกับ Mr.MiguelDialimicua อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐแองโกลา และ H.E.Mr.Agostinho André de Carvalhoเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแองโกลาประจำประเทศไทย (ถิ่นพำนักกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม) ในโอกาสเยือนไทย พร้อมด้วย น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับการหารือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนนโยบายที่สำคัญของกระทรวงฯ ซึ่งมีความสอดคล้องกันอย่างมาก ทั้งการพัฒนาภาคการเกษตร การเสริมสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับความมั่นคงทางอาหาร ความปลอดภัยอาหาร และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน นอกจากนี้ฝ่ายแองโกลา ได้แจ้งความประสงค์ที่จะผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับกระทรวงเกษตรฯ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งด้านความปลอดภัยและคุณภาพสินค้าเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าข้าวและน้ำมันพืชในการปรุงอาหาร ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในแองโกลา ทั้งนี้ ฝ่ายไทยพร้อมสนับสนุนฝ่ายแองโกลา ในการเชิญชวนและประชาสัมพันธ์แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มีความสนใจ โดยขอให้ทั้งสองฝ่ายมีการประสานงานระหว่างกันอย่างใกล้ชิดในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม

วิกฤต PM2.5 ส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงได้ถ้าเราช่วยกัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802915

วิกฤต PM2.5 ส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงได้ถ้าเราช่วยกัน

วิกฤต PM2.5 ส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงได้ถ้าเราช่วยกัน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 07.45 น.

จากข้อมูลล่าสุดขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) มีประชากรประมาณ 6.7 ล้านคนต่อปี ที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากสาเหตุจากมลภาวะที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่ามีมากกว่า 4 ล้านคน ที่เสียชีวิตจากมลภาวะทางอากาศ ซึ่งมลภาวะในอากาศเกิดจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือ PM2.5 ที่กำลังเป็นภาวะวิกฤตที่สำคัญอยู่ขณะนี้ ซึ่งในกลุ่ม 6.7 ล้านคน ที่เสียชีวิตพบว่า ประมาณ 43% เกิดจากถุงลมโป่งพอง 29%เสียชีวิตจากมะเร็งปอด 25% เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด 25% เสียชีวิตจากอัมพฤกษ์อัมพาต และ 17% เสียชีวิตจากปอดอักเสบ

พันโท นายแพทย์ โชคชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้ก่อตั้งและซีโอโอ บ.สหเวชกิจ (ประเทศไทย) จำกัด (Allied Health (Thailand) Co.,Ltd) บริษัทที่เป็นที่ปรึกษาทางการแพทย์ และประสานการให้บริการจากสถานบริการที่มีมาตรฐานสำหรับผู้ต้องการรับบริการทั้งคนไทยและต่างชาติ เผยว่า “มลพิษในอากาศเกิดจากหลายสาเหตุ สาเหตุแรกที่เราทราบกันโดยทั่วไป คือ PM2.5 และPM10 นอกจากนี้ เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์เกิดเป็นสารพิษขึ้น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นกรดตะกั่วเกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ที่เกิดจากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ฟอร์มัลดีไฮด์หรือเรดอน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้มันมีผลกระทบกับทั่วโลก

ในกรณีของ PM มี 2.5 เมื่อหายใจเข้าไป PM2.5 ก็จะละลายเข้าไปอยู่ในกระแสโลหิตแล้วทำให้เกิดความผิดปกติตามอวัยวะต่างๆ เช่น ปอด หลอดเลือดหัวใจและสมอง จึงเห็นได้ชัดเจนว่ามีพิษต่อร่างกายอย่างมาก ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก แนะนำให้หลีกเลี่ยงโดยเฉพาะกรณีที่มีค่า PM2.5 สูงเกินกว่า 15 ไมโครกรัมต่อหนึ่งลูกบาศก์เมตร จากข้อมูลสภาวะแวดล้อม AQI (Air Quality Index) ในปัจจุบัน เราพบว่าประเทศไทย ในภาคกลาง ภาคเหนือโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และ จังหวัดเชียงใหม่ มีมลภาวะสูงมากในบางช่วงสูงมากกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ยิ่งมีค่า PM2.5 สูง ความเป็นพิษยิ่งสูงตามไปด้วย”

PM2.5 ไม่ได้มีค่าสูงตลอดปีแต่เกิดเฉพาะในบางช่วงบางฤดูซึ่งอากาศปิด อากาศนิ่ง มลภาวะที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นจากการเผาไหม้ของน้ำมันหรือว่าจากการเผาไร่อะไรต่างๆ เหล่านี้มันอยู่นิ่ง ลอยอบอวลอยู่ในอากาศไม่ถูกทำให้เจือจางลง จึงมีการสะสมของ PM2.5 ได้มาก

องค์การอนามัยโลก ได้ให้ข้อแนะนำในการวางแผนจะรับมือมลภาวะที่สูงขึ้น โดยการ 1.ให้ความรู้กับบุคลากรหรือคนทั่วๆ ไปว่า มลพิษเหล่านี้มีสาเหตุเกิดจากอะไรและจะมีการป้องกัน หรือลดสาเหตุของการเกิดมลพิษนี้อย่างไร 2.คือการตรวจติดตามสภาวะความเป็นพิษของอากาศอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และ 3.คือการให้ข้อมูลวิธีป้องกันส่วนบุคคล สำหรับประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีข้อแนะนำว่าถ้า PM เกินกว่า 50 ไมโครกรัมต่อหนึ่งลูกบาศก์เมตร จะเป็นระดับความเป็นมลภาวะสูงเป็นอันตรายมาก แนะนำให้งดการออกกำลังกายในที่แจ้ง ถ้าเกิน 150 ต้องใส่หน้ากาก PM2.5 หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ติดตั้งระบบกรองอากาศในที่พัก รวมถึงดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ

ปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีโครงการหลายโครงการที่รณรงค์ให้ปลูกต้นไม้มากขึ้นเพื่อลด PM2.5 แต่มาตรการดังกล่าวเป็นการหวังผลการลดจำนวนมลภาวะในระยะยาว รวมถึงมีการตรวจติดตามในอาคารว่ามีฝุ่นมากน้อยขนาดไหนหรือมีสารก่อมะเร็งไหม ในขณะที่ภาครัฐก็มีมาตรการเชิงกฎหมายมาบังคับใช้เพื่อให้คนลดการก่อให้เกิด PM2.5 เช่น มาตรการ การห้ามเผาป่า การห้ามเผาขยะ ส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศน้อย เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

สุดท้ายการสู้กับมลภาวะทางอากาศหรือ PM2.5 สิ่งที่สำคัญคือต้องรู้ว่า มลพิษปัจจุบันมีค่าสูงมาก หรือน้อยอย่างไร สองคือรู้ว่าเราต้องทำอย่างไรเพื่อลดการก่อให้เกิดมลพิษ การป้องกันส่วนบุคคลโดยการหลีกเลี่ยง ต้องใส่หน้ากากไหม หรือติดเครื่องกรองอากาศในบ้านมากน้อยแค่ไหน การปลูกต้นไม้ ขอเพียงเราช่วยกันตระหนักรู้และพยายามไม่ทำให้เกิดมลภาวะมากขึ้น ก็มีส่วนช่วยในการลด PM2.5 ได้

ขณะเดียวกัน การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมลพิษ เช่น โรคมะเร็งโรคหัวใจ โรคปอด โรคสมอง จึงมีความสำคัญเพื่อการมีสุขภาพที่ดี และลดโอกาสเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร” พันโทนายแพทย์ โชคชัย กล่าวทิ้งท้าย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อาหารเสริม ศึกษาให้ดีก่อนใช้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802919

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อาหารเสริม ศึกษาให้ดีก่อนใช้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อาหารเสริม ศึกษาให้ดีก่อนใช้

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 07.30 น.

ปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น กระแสการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ การควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์รวมทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ มาแรงมาก แล้วยังมีกูรูมากมายทั้งไทย และเทศออกมาให้ข้อมูลความรู้ผ่านสารพัดช่องทาง

ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะหากทุกคนสนใจดูแลสุขภาพ ไม่เกิดการเจ็บป่วยรุนแรงจนเดือดร้อนทั้งตนเองและผู้อื่น ก็จะตรงกับคำพระที่ท่านว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

ในปัจจุบันหลายคนเชื่อว่าการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า อาหารเสริม เป็นหนทางที่นำไปสู่สุขภาพที่ดี ซึ่งในปัจจุบันเราพบว่าธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคเองก็หวังว่า เมื่อกินแล้วจะทำให้ร่างกายแข็งแรง หรือลด และป้องกันการเกิดโรคโน้นโรคนี้  หรือหวังเพื่อเน้นด้านความสวยความงาม เพื่อการชะลอวัย การควบคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนัก

ในโฆษณาก็มักจะเอาศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์แผนปัจจุบัน ศาสตร์ทางการแพทย์ทางตะวันออกมาสนับสนุน และอ้างว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นให้สรรพคุณ และผลลัพธ์ต่างๆ

ซึ่งผู้บริโภคจึงต้องพิจารณาเลือกใช้ให้ดี

บางท่านอาจถึงกับเหน็ดเหนื่อยจากการอ่าน หรือดูรีวิวต่างๆ หรือบางคนก็ตัดสินใจเลือกใช้ตามเหล่าบรรดาอินฟลูเอนเซอร์เพราะเชื่อถือในตัวบุคคล

ในฐานะเภสัชกร ผู้เขียนไม่ได้ห้ามการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลบางอย่างที่อยากนำเสนอ ถือว่าเป็นเช็คลิสท์ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ อย่างน้อยของที่คุณผู้อ่านตั้งใจบริโภคเพื่อสุขภาพ จะได้ไม่เป็นบ่อเกิดของปัญหาสุขภาพในอนาคต ได้แก่

(1) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ท่านกำลังจะใช้ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก อย. หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ไปผูกกับศาสตร์ทางตะวันตกหรือ ศาสตร์ทางตะวันออก อย่างน้อยต้องมั่นใจเรื่องความปลอดภัยไว้ก่อน

(2) โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็จัดเป็นอาหารที่ใช้รับประทานเสริมนอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลักปกติ เพื่อเสริมสารบางอย่าง และมีจุดมุ่งหมายสำหรับคนที่มีสุขภาพปกติ ไม่ใช่ผู้ป่วย และโดยทั่วไปแล้วไม่สามารถจะอวดอ้างผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ว่าช่วยรักษาโรคโน้นโรคนี้ได้ หรือป้องกันโรคได้ จะมีแค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดเท่านั้น ที่สามารถเคลมได้ โดยจะต้องมีผลการทดลองที่ อย. ต้องอนุมัติก่อน

(3) แหล่งที่ท่านซื้อหาผลิตภัณฑ์มาบริโภคเชื่อถือได้หรือไม่ บางครั้งของที่ท่านต้องการใช้มี อย.ก็จริง แต่ท่านอาจจะโชคร้ายไปซื้อมาจากผู้ขายที่ไม่มีคุณธรรม นำของปลอมของทำเลียนแบบมาขายให้ ซึ่งถ้าโชคดีก็แค่ไม่ได้ผลลัพธ์ตามคำอ้างแบบเกินจริง แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจอันตรายต่อสุขภาพจากของที่ไม่ได้มาตรฐาน  มีสารอันตรายปนเปื้อนมาด้วย  

ขอย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ที่คุณจะนำไปบริโภค ต้องไม่ตีกับโรคประจำตัว ต้องคำนึงว่าไม่ตีกับยาที่คุณกำลังใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณที่มีโรคไต โรคตับ โรคเกี่ยวกับเลือดอุดตันที่ต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชื่อวอร์ฟาริน ซึ่งมักมีปัญหาตีกันกับยาอื่น และผลที่เกิดขึ้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

(4) ราคาของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ท่านต้องการเลือกมาใช้งาน ควรสมเหตุสมผล ไม่สูงเกินไปจนเดือดร้อน

เพราะที่สุดแล้วเราไม่สามารถหวังผลด้านการรักษาโรคหรือบรรเทาอาการจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ได้ ไม่ว่าการโฆษณาจะดูดีให้ความหวังกับเราแค่ไหน แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่จัดว่าเป็นยาซึ่งมีฤทธิ์รักษา บรรเทาอาการ ชะลอการดำเนินไปของโรค หรือแม้แต่ป้องกันการเกิดโรคได้โดยตรง

ดังนั้น หากคุณทราบว่ากำลังมีโรคหรือความผิดปกติอยู่เช่น ผลตรวจร่างกายล่าสุด พบความดันเลือดและไขมันในเลือดสูง แต่แทนที่จะไปพบแพทย์เพื่อรับยา ซึ่งยาที่ว่าอาจจะได้มาตามสิทธิการรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายก็ได้ แต่กลับไปเสาะหาอาหารเสริมสมุนไพรลดความดันและไขมันราคาสูงมาใช้ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่

ดังนั้น ถ้าป่วยก็ต้องรักษาตามหลักการที่ถูกต้องก่อน ถึงจะพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

กรณีที่ตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว ควรสังเกตผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อาการแพ้ ผลข้างเคียงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพราะแม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็สามารถทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้

หากพบว่าเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นหรือไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพดังคำโฆษณาก็ควรตัดสินใจหยุดใช้

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท เปิดตัวห้องอาหารพร้อมหอดูดาวแห่งแรกในไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802906

อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท เปิดตัวห้องอาหารพร้อมหอดูดาวแห่งแรกในไทย

อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท เปิดตัวห้องอาหารพร้อมหอดูดาวแห่งแรกในไทย

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท (Anantara Layan Phuket Resort) เปิดตัว ดารา ควิซีน ภูเก็ต (Dara Cuisine Phuket) ห้องอาหารพร้อมหอดูดาวแห่งแรกของประเทศ ให้แขกผู้มาเยือนได้ลิ้มรสเมนูอาหารไทยร่วมสมัยจากสี่ภาค พร้อมเครื่องดื่มเลิศรสท่ามกลางหมู่ดาว

“ดารา” หมายถึง ดวงดาว ซึ่งเป็นหัวใจในการนำทางของนักเดินเรือห้องอาหาร ดารา ควิซีน จึงได้ถูกรังสรรค์ให้เป็นหัวใจที่รวมความอร่อยของอาหารไทยจากสี่ภาค พร้อมหอดูดาวบนชั้นดาดฟ้าของห้องอาหาร โดยมี “สกาย สตอรี่เทลเลอร์” (Sky Storyteller) บุคคลผู้ซึ่งจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับดวงดาวบนท้องฟ้าและพาแขกผู้ร่วมชมดาวเดินทางท่องจักรวาลผ่านทางกล้องโทรทรรศน์อันทันสมัย

ในช่วงเวลากลางวัน ห้องอาหารดารา ควิซีน ภูเก็ต เปิดให้บริการคุกกิ้งคลาสโดยทีมเชฟของอนันตราในช่วงเวลาดินเนอร์ ห้องอาหารเสิร์ฟเมนูอาหารไทยร่วมสมัยจากสี่ภาค เช่น เบือทอดหมึก และ หมูฮ้อง เมนูประจำถิ่นของจังหวัดภูเก็ต, ข้าวซอยกุ้งแม่น้ำตำรับดารา และ ตำขนุนอ่อน เสิร์ฟพร้อมมันหวานอบกรอบ จากภาคเหนือ, แกงเขียวหวานกุ้งมังกร และ เมี่ยงคำตับห่าน ผสมผสานตับห่านเข้ากับเมนูของว่างยอดนิยม จากภาคกลาง, ขากบทอดน้ำปลา และ หมูสามชั้นหมักซอสไข่แดงจิ้มแจ่ว สูตรพิเศษของดารา จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของเมนูของหวานและไอศกรีม เมนูแนะนำ เช่นไอศกรีมนมแพะและน้ำผึ้ง เสิร์ฟพร้อมถั่วมะม่วงหิมพานต์จากกระบี่ โดยมี เชฟหงส์-ศุภกาญจน์ เลี่ยนพานิช เป็นหัวหน้าเชฟของห้องอาหาร ผู้นำสูตรลับของครอบครัวมาผสานกับประสบการณ์ความเชี่ยวชาญทางด้านอาหารมารังสรรค์เมนูรสเลิศในแบบของดารา

ในส่วนของเครื่องดื่ม นำเสนอไวน์ ค็อกเทลนานาชนิด ไปจนถึงค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้า รวมไปถึงซิกเนเจอร์คอกเทล ของห้องอาหาร ดารา ควิซีน ซึ่งใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเพื่อความหลากหลายอย่าง กะทิ น้ำใบเตยไปถึงดอกมะลิ

เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่สดและมีคุณภาพดีที่สุด ห้องอาหาร ดารา ควิซีนภูเก็ต ยังได้หมักน้ำปลาคุณภาพเอง และสร้างสวนสมุนไพรที่มีการเพาะปลูกที่คำนึงถึงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เชฟหงส์ กล่าวว่า “คอนเซ็ปต์ของห้องอาหาร ดารา นั้นเรียบง่าย เราเคารพและให้เกียรติธรรมชาติ คำนึงถึงรสชาติและคุณภาพของวัตถุดิบท้องถิ่น และให้แต่ละวัตถุดิบเล่าเรื่องราวของตัวเอง นอกจากการปลูกสมุนไพรเองแล้ว เรายังร่วมมือกับฟาร์มและชาวประมงท้องถิ่นที่ใส่ใจในระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนคนในพื้นที่และได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพหมุนเวียนตามฤดูกาล”

สำหรับกิจกรรมดูดาว มีสองแบบได้แก่ กิจกรรมดูดาว เวลา 19.30- 20.30 น. ทุกวัน ราคา 3,000++ บาทต่อคู่ พร้อมทั้ง canapé และ เครื่องดื่มแบบ Free flow อย่าง Signature cocktails, ไวน์ และอื่นๆ กิจกรรมดูดาวแบบไพรเวท 45 นาที กับ สกาย สตอรี่เทลเลอร์ (จำกัดเพียง 3 คู่ และต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า 1 วัน) รวมถึง canapéและเครื่องดื่มแบบ Free flow โดยมีแพ็กเกจให้เลือกสรรตามใจชอบ ในราคาเริ่มต้น 6,000++ บาทต่อคู่ สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.anantara.com/en/layan-phuket/restaurants/dara-cuisine.

คุณแหน : 6 พฤษภาคม 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802933

วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ในโอกาสครบรอบ 90 ปี สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมจัดแข่งกอล์ฟการกุศล หนึ่งในกิจกรรม วันที่ 23 พ.ค. 12.00 น. ณ สนามกอล์ฟริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ รายได้มอบให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สนับสนุนการพัฒนาสังคมในด้านการศึกษา กีฬา และอื่นๆ ทีมกิตติมศักดิ์ทีมละ 1 แสนบาท ทีมทั่วไป 5 หมื่นบาทสอบถามที่ จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์ ประธานชมรมกอล์ฟธรรมศาสตร์ โทร.090-9195463…

●● ทริปญี่ปุ่นครั้งนี้ นพ.คณิต-ผุสดี มันตาภรณ์ ได้ชมภูเขาไฟฟูจิสวยสมใจ สว่างสดใสไร้เมฆหมอกมาบดบัง ทั้งดอกซากุระสีชมพูบานซ้อน สีขาว บานสะพรั่ง ให้ชื่นชมเผยแพร่มาให้เพื่อนๆ ได้ยลความงามตามไปด้วย…

●● TPIPL เข้าใจหัวอกเกษตรกร และสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค จึงผลิตน้ำส้มควันไม้พีทีไอ ด้วยนวัตกรรมใหม่ ทีพีไอ 5.0 ป้องกันแมลง กำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจักจั่น และแมลงศัตรูพืช เพื่อให้พืชงาม ทำกำไร เป็น 1 เดียวในโลกที่ใช้แล้ว ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง สนใจสั่งซื้อ WWW.TPIPOLENE.COM Facebook: TPI POLENE Line@TPIPL…

●● ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร อดีตประธานสภาคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของคอลัมน์ “Pet Care ดูแลสัตว์เลี้ยง By หมอโอห์ม” ทุกวันอาทิตย์ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า เข้ารับตำแหน่งใหม่ “ผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัย” ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. …

●● ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นประธานเปิด Health Tech ศูนย์เทคโนสุขภาพดีคลินิกบริการสุขภาพดิจิทัล สาขาซีคอน บางแค 8 พ.ค.นี้ 14.30-16.00 น. ณ หน้าศูนย์การค้าซีคอน บางแค โดยมี นพ.ภูริทัตแสงทองพานิชกุล, ดร.พรต ซอโสตถิกุล และชัชฎา อภิชาสุทธากุล ร่วมด้วย…

●● สุเมธ สุรบถโสภณ พร้อมเพื่อนๆ BCC รุ่น 129 ร่วมเสียใจกับการจากไปของเพื่อน ตวันวัฒน์ ศิวรักษ์…

●● สวด พล.ร.ต.สุทิน ปูชนีย์ บิดา ศักดิ์ศิริ ปูชนีย์ ศาลา 2 วัดบางนานอก..ฌาปนกิจ 7 พ.ค.17.00 น. …

●● ศิลปินน้องใหม่วัยใกล้ 80 PAPA LOLO เจ้าสัวประยุทธ มหากิจศิริ กับเพลงเทพบุตรในฝัน (The Gentleman) เสียงทุ้มนุ่มเข้ากับจังหวะสนุกๆ กำลังดังมากด้วยยอดวิว 9 วันเกือบแตะล้านแล้วจร้า จากค่าย 4 November ของลูกชาย CEO เฉลิมชัย มหากิจศิริ โดยมีพระเอก MV 3 หนุ่มสุดฮอต ตู่-ภพธร, ต่อ-ธนภพ, ไทแทน แอบเห็นคุณแม่สุวิมล ออกมาแจมในเอ็มวีด้วย…

●● ได้ยินเรื่องมิจฉาชีพหลากหลายเรื่องราว แต่ “คุณแหน” เพิ่งเจอกับตัวเอง เมื่อได้รับโทรศัพท์จากรุ่นน้อง กระทรวงพลังงาน แนะนำว่าตนเปลี่ยนเบอร์โทร.ใหม่และให้ Add Line ใหม่ แล้วลบเบอร์เดิมทิ้งด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย..วันรุ่งขึ้น โทร.มาบอกว่ามีความจำเป็นต้องขอยืมเงิน ตอนนี้อยู่ที่ธนาคาร ..คุณแหนถึงได้รู้ว่าโดนมิจฯ หลอกเข้าให้แล้ว จึงรีบปิดโทรศัพท์ทันที.. ฝากไว้ให้แฟนคอลัมน์รู้ทันจะได้ไม่ต้องเสียค่าโง่นะคะ…●●

คุณแหน