สังเกตสัญญาณโรคหลอดเลือดสมองในหนุ่ม-สาว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801992

สังเกตสัญญาณโรคหลอดเลือดสมองในหนุ่ม-สาว

สังเกตสัญญาณโรคหลอดเลือดสมองในหนุ่ม-สาว

วันพุธ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปัจจุบันเราเริ่มพบว่าผู้ป่วยเป็น STROKE พบได้ในผู้ที่มีอายุน้อยลงในจำนวนที่มากขึ้น โดยเกิดกับผู้ที่อายุต่ำกว่า 45 ปี และจากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขไทยระบุว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2566 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากถึง 349,126 ราย เสียชีวิต 36,214 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุน้อยกว่า 70 ปีซึ่งปกติแล้วโรคนี้มักจะเกิดขึ้นได้กับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปทุกเพศทุกวัย แต่ในปัจจุบันพบได้มากกับผู้ที่มีอายุ 18-50 ปี ในประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นจำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน เรียกว่า “โรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อย” (stroke in the young) โดยมีสาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองมากกว่าคนอายุมาก

แพทย์หญิงจิรัชญา ดีสุวรรณ อายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2 เผยถึงสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อย มักมาจากผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ได้แก่โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงผู้ที่สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย มีภาวะเครียด และโรคอ้วน

3 ปัจจัยสำคัญที่อาจก่อให้เกิดโรคสมองในคนอายุน้อย คือ 1. หัวใจผิดปกติ สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 1.1 โครงสร้างของหัวใจผิดปกติ ที่พบบ่อยคือ มีรูรั่วที่ผนังกั้นห้องหัวใจแต่กำเนิด (patent foramen ovale) และ 1.2 หัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น atrial fibrillation, atrial flutter, heart block เป็นต้น

2.สาเหตุจากหลอดเลือดผิดปกติ สามารถแบ่งย่อยเป็น 2.1 โครงสร้างหลอดเลือดสมองผิดปกติ (vasculopathy)เช่น โรคโมยาโมยา, ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และ 2.2หลอดเลือดอักเสบ (vasculitis) มักเป็นผลมาจากโรคทางภูมิคุ้มกันผิดปกติ (autoimmune disease) เช่น SLEโรคแพ้ภูมิตัวเอง เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดการอักเสบและอาการผิดปกติในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

3.สาเหตุจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (hypercoagulable state) โดยมักสัมพันธ์กับโรคทางภูมิคุ้มกันผิดปกติ (autoimmune disease) หรือโรคมะเร็ง เป็นต้น

สังเกตสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อย(stroke in the young)

BEFAST สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองโดย B = Balance เดินเซ เวียนศีรษะ บ้านหมุนฉับพลัน E = Eyes ตาพร่ามัว มองไม่เห็น เห็นภาพซ้อนฉับพลัน F = Face Dropping ใบหน้าชาหรืออ่อนแรง ยิ้มแล้วมุมปากตก A = Arm Weakness แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง กำมือไม่ได้ S = Speech Difficulty ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดลำบาก พูดไม่ได้ พูดไม่ออก T =Time to call รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่และนำส่งโรงพยาบาลทันที

วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคสมองในวัยทำงาน ตรวจวัดความดันเลือดอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมให้อยู่ในระดับปกติ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่เกณฑ์ปกติ ลดน้ำหนักเมื่อเริ่มสูงเกินเกณฑ์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหาร โดยลดอาหารที่มีคอเรสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวสูง และทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดการดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และการใช้สารเสพติด ตรวจสุขภาพเป็นประจำปีทุกปี

การรักษานั้นแตกต่างไปตามสาเหตุการเกิด และความรุนแรงของโรค ดังนั้น ส่วนสำคัญในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อย (stroke in the young) คือการหาสาเหตุโดยละเอียด อย่างรวดเร็ว และครอบคลุมโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ก็จะช่วยลดโอกาสที่จะพิการหรือเสียชีวิตได้ลดลงมากเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมหรือสามารถของรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2โทร.02-6172444 ต่อ 4484, 7451 หรือ Phyathai call center1772 (ตลอด 24 ชั่วโมง) Line : https://lin.ee/EVAZIJQ,Inbox Facebook : http://m.me/Phyathai2HospitaI

นวัตกรรมทรีตเมนต์ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801996

นวัตกรรมทรีตเมนต์ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ

นวัตกรรมทรีตเมนต์ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ

วันพุธ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไอแซค จาง, นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์, ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา, ลีโน คิม, นพ.อุกฤษ จิรภัทรสุนทร, นพ.สันติ จตุราวิชานันท์

นอกจากสินค้าทางวัฒนธรรมK-POP อย่าง ดนตรี ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ ที่คนไทยและคนทั่วโลกคุ้นเคยแล้ว ประเทศเกาหลีใต้ยังขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมทางด้านความงามที่ถูกพัฒนาจนติดอันดับต้นๆ ของโลก และน่าตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับหนุ่มสาวชาวไทย เมื่อ WONTECH (วอนเทค)ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ ผู้นำด้านความงามกลุ่มเลเซอร์และยกกระชับผิวหน้าอันดับ 1 จากเกาหลี ซึ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์เกี่ยวกับความงาม ทั้งเครื่องเลเซอร์ เครื่องยกกระชับผิวมาตั้งบริษัทที่เมืองไทย ภายใต้ชื่อWONTECH ASIA (วอนเทค เอเชีย)

โดยประเดิม เปิดตัว Oligioโปรแกรมทรีตเมนต์ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ด้วยคลื่นวิทยุความแรงสูง (Monopolar RF) พร้อมระบบ Cooling system เพื่อตอบรับเทรนด์ความงามด้านการมีผิวสุขภาพดี ซึ่ง Oligio ได้รับรางวัล “2024 Korea customer preference index No.1” และผ่านการรับรองจาก อย. อเมริกา ยุโรป และไทย ในคอนเซ็ปต์ Unveiling the Secrets of Youth สะท้อนความงามอย่างเป็นธรรมชาติเฉพาะบุคคล โดยการผสมผสานการดูแลผิวที่ดีเข้ากับการฟื้นฟูผิวควบคู่การป้องกันในด้านการผลิตคอลลาเจน ให้ความชุ่มชื้นและสีผิวที่กลมกลืน ซึ่งเป็นเทรนด์ความงามเชิงฟื้นฟูควบคู่การป้องกันให้มี Skin Quality นำไปสู่ Mindful Beauty ทั้งมิติของรูปลักษณ์ภายนอกและจิตใจ

ทั้งนี้มี ซีอีโอ วอนเทค ประเทศเกาหลีใต้ ลีโน คิม มาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ศ.พญ.รังสิมาวณิชภักดีเดชา, นพ.อุกฤษจิรภัทรสุนทร, นพ.ดิสพงศ์ปณิฐาภรณ์, นพ.สันติ จตุราวิชานันท์,พญ.ภัทรนันท์ วิวรรธนวรางค์,พญ.อรุณี ทองอัครนิโรจน์,นพ.ชานนท์ โรหิตรัตนะ, แบงค์วัฒนนราธร, สิทธิลักษณ์ ลีอังกูรเสถียรเเละ พญ.อวิกา รงค์ทอง ฯลฯที่มาร่วมงาน ณ ชั้น 1 โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

สนใจอัปเดตนวัตกรรมความงามสไตล์หนุ่มสาวเกาหลี ได้ที่ Instagram : wontechasia

ไอแซค จาง ผู้จัดการทั่วไป และ รัตมา กำธรเจริญ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ บริษัท วอนเทค เอเชีย จำกัด

ไอแซค จาง ผู้จัดการทั่วไป และ รัตมา กำธรเจริญ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ บริษัท วอนเทค เอเชีย จำกัด

พญ.วรวรรณ ลีลาภรณ์, พญ.วรนรี วินะยานุวัติคุณ

พญ.วรวรรณ ลีลาภรณ์, พญ.วรนรี วินะยานุวัติคุณ

‘THE VENISIA CLINIC’ ชูจุดขาย-ศูนย์รวมนวัตกรรม พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802088

‘THE VENISIA CLINIC’ ชูจุดขาย-ศูนย์รวมนวัตกรรม พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม

‘THE VENISIA CLINIC’ ชูจุดขาย-ศูนย์รวมนวัตกรรม พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 21.57 น.

‘THE VENISIA CLINIC’ เดอะ เวนิเซีย คลินิก คลินิกเสริมความงามกับนวัตกรรมล่าสุด ผู้นำเทรนด์ความงาม และเครื่องมือแพทย์รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก พร้อมการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ ยืนหนึ่งทุกเรื่องเสริมความงาม “สวยครบ จบในที่เดียว”

น.พ.สุชัจจ์ ติงรัตนสุวรรณ หรือ หมอแบงค์ แพทย์ประจำ ‘THE VENISIA CLINIC’ กล่าวว่า  The Venisia Clinic เดอะ เวนิเซีย คลินิก มีทั้งหมด 15 สาขาทั่วประเทศ เปิดดำเนินกิจการมาแล้วกว่า 8 ปี เราให้บริการหัตถการปรับรูปหน้าและบริการดูแลรูปร่างและสัดส่วนโดยไม่ผ่าตัด ซึ่งคลินิกของเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน และผ่านการรับรองจาก อย.ซึ่งคลินิกเราจะเน้นเทคโนโลยีล้ำสมัยอัปเดตและนำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับมาตรฐานจากทั่วโลก เพื่อความมั่นใจและตอบสนองความต้องการทุกรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รักษาและเสริมความงามด้วยแพทย์ที่พัฒนาฝีมือทั้งด้านเทคนิคและการเสริมความงามปลอดภัยและมีมาตรฐาน และมีสาขาใกล้บ้านคุณเข้าถึงทุกจุดในประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก สามารถเข้ารับบริการได้อย่างทั่วถึง

สำหรับบริการที่น่าสนใจ อาทิ Air Dissector รักษาหลุมสิวด้วยระบบ O2  , Morpheus8 เป็นเทคโนโลยี Microneedling RF สำหรับการยกกระชับใบหน้า และผิวร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด , ไหมน้ำ Ultra Filler นวัตกรรมการเติมผิวให้กลับมาเต็ม อิ่มฟู , Body-jet evo ตัวช่วยลดสัดส่วน ,  Smart ND Laser ช่วยทำให้ผิวยก ตึง กระชับ โดยปล่อยพลังงานผ่านเข็ม โดยยิงพลังงานเข้าไปใต้ชั้นผิว ไม่ใช่การปล่อยพลังงานผ่านการนำเครื่องแนบบนชั้นผิวแบบเดิม หมอแบงค์ กล่าวเสริมอีกว่า ‘หลักๆ คือตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ ด้วยการ วิเคราะห์ปัญหาตามจริง เฉพาะบุคคล และร่วมวางแผนการรักษาให้เหมาะกับความต้องการคนไข้แต่ละคน ,มาตรการการรักษาของแพทย์ ที่อัพเดตเทคนิคอยู่สม่ำเสมอ ทั้งงานประชุมในไทยและต่างประเทศ,ตัวยา เครื่องมือแพทย์ที่อัพเดตให้ทันสมัยตลอดเวลา และมีหลากหลายเพื่อเพิ่มทางเลือกให้คนไข้ทุกกลุ่ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Tel. : 02-136-1759 , Facebook : https://www.facebook.com/TheVenisiaThailand , Instagram : https://www.instagram.com/thevenisiaclinic.official  , Line ID : @thevenisia

-(016)

ทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ม.นราธิวาสราชนครินทร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802085

ทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล  ม.นราธิวาสราชนครินทร์

ทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ม.นราธิวาสราชนครินทร์

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 21.45 น.

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภายใต้หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ในปีการศึกษา 2566 จำนวน 56 ทุน โดยทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เป็นทุนให้เปล่าที่สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่นักศึกษาที่ครอบครัวมีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 20 ล่างของประเทศ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายรายเดือน และค่าธรรมเนียมการศึกษา แบ่งเป็น ทุน 5 ปีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้เรียน ปวช.ต่อเนื่อง ปวส. และอนุปริญญาสายอาชีพ ทุน 2 ปีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปวช.3 หรือเทียบเท่า ให้เรียน ปวส. หรืออนุปริญญาสายอาชีพ และทุน 1 ปี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปวช.3 หรือเทียบเท่า ให้เรียนประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์

สำหรับหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เข้าร่วมโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงมาเป็นปีที่ 3 แล้ว นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 ขอรับทุน 30 ทุน ปีการศึกษา 2565 จำนวน 56 ทุน และปีการศึกษา 2566 จำนวน 56 ทุน ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา และเป็นการก้าวข้ามความยากจนจากรุ่นสู่รุ่น

-(016)

SCG เสริมออฟชันสร้างทางเลือกวัสดุ เพื่อชีวิตปลอดภัย ต่อยอดตลาดสินค้าและนวัตกรรมกรีนเพื่อที่อยู่อาศัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802084

SCG เสริมออฟชันสร้างทางเลือกวัสดุ เพื่อชีวิตปลอดภัย ต่อยอดตลาดสินค้าและนวัตกรรมกรีนเพื่อที่อยู่อาศัย

SCG เสริมออฟชันสร้างทางเลือกวัสดุ เพื่อชีวิตปลอดภัย ต่อยอดตลาดสินค้าและนวัตกรรมกรีนเพื่อที่อยู่อาศัย

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 21.42 น.

DECAAR by SCG ต่อยอดการพัฒนาตามแนวทาง เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคให้ใช้ชีวิตได้สะดวก คุ้มค่า ปลอดภัยและรักษ์โลก พร้อมเร่งเดินหน้าร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพ และ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

คุณอัญชลี ชวนะลิขิกร Head of Housing Product Solution Business ในธุรกิจ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง กล่าวว่า “เอสซีจีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเร่งเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการปรับกลยุทธ์และพัฒนากระบวนการผลิต รวมทั้งการจัดการเพื่อลดคาร์บอนในกลุ่มสินค้าเพื่อที่อยู่อาศัย  “เลือกให้ดีต่อโลก เลือกให้ดีต่อเรา ด้วยแนวทาง Greenomy Innovation”

โดยที่ผ่านมาเอสซีจีได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาพของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเร่งพัฒนาสินค้าและบริการ ที่ช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพต่อผู้ใช้งาน ผู้อยู่อาศัย ตลอดจนผู้ติดตั้งสินค้า ก่อนที่กฎหมายกำหนดบังคับใช้ อาทิ การใช้วัสดุศาสตร์ทดแทนการใช้แร่ใยหินในสินค้าทั้งหมด ทั้งในกลุ่มสินค้าหลังคา สมาร์ทบอร์ด ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ โดยที่ยังคงคุณภาพ และราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ เป็นต้น โดยเอสซีจียกเลิกการใช้แร่ใยหินในสินค้าทุกชนิดตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ การขยายตลาดสินค้ากลุ่มเพื่ออยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้สัญลักษณ์ SCG Green Choice ที่มุ่งพัฒนาสินค้าและบริการ โดยปัจจุบันสินค้า Green Choice ของเอสซีจีมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตั้งสินค้า ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม”

คุณอนุสรณ์ พจนบรรพต Chief Operation Officer ในธุรกิจ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง กล่าวว่า “เอสซีจีได้พัฒนาและเริ่มใช้งานสีเคลือบชนิดพิเศษที่ลดส่วนประกอบของวัสดุที่มีเบสเป็นเรซิ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยลด VOCs ที่เป็นสารอันตรายแล้วยังช่วยลดวัสดุตกค้างในสิ่งแวดล้อมอย่างไมโครพลาสติกที่อาจส่งผลกระทบกลับมาที่ห่วงโซ่อาหาร และมีผลต่อผู้บริโภค โดยปัจจุบันมีการใช้สีพิเศษเพื่อลดการปล่อยไมโครพลาสติกในกลุ่มสินค้าหลังคาลอนคู่ เอสซีจี ทุกชนิด พร้อมตั้งเป้าขยายผลในกลุ่มไม้สังเคราะห์ เอสซีจี ภายในปี 2567

สำหรับเป้าหมายการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการลดการปล่อยคาร์บอน จากการดำเนินการผลิตหลังคา ฝาฝ้า ฉนวน และวัสดุก่อสร้าง เอสซีจี ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟและโซลาร์ฟาร์ม เพื่อใช้ในโรงงานที่มีกว่า 22 แห่ง อีกทั้งยังได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการใช้งบลงทุนช่วง 5 ปีนี้ กว่า 1,200 ล้านบาท รวมทั้ง การเปลี่ยนวัตถุดิบซีเมนต์ที่เป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตสินค้าให้เป็นปูนโครงสร้างคาร์บอนต่ำ หรือปูนไฮบริด เอสซีจี ทั้งหมด ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2567             

โดยในปัจจุบันหลังคาคอนกรีต เอสซีจี สามารถลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ถึง 140 Kg.CO2 หรือ 14% เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ จำนวน 15 ต้น ต่อการสร้างบ้านหนึ่งหลังที่ใช้หลังคาคอนกรีต เอสซีจี 120 ตารางเมตร และในอีก 5 ปี ข้างหน้า เอสซีจีเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการตลอดทั้งกระบวนการ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน เพิ่มขึ้นเป็น 254 Kg.CO2 หรือ 26% เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ จำนวน 27 ต้น  เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีการผลิตหลังคาคอนกรีตในยุคแรก

นอกจากนี้ ยังพัฒนาครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนลูกค้า โครงการ ช่าง ที่ลดคาร์บอนจากกระบวนการติดตั้งสินค้า ไปจนถึงกระบวนการหน้างานก่อสร้าง และการจัดการก่อสร้าง   อาทิ พัฒนาโครงหลังคาสำเร็จรูป เอสซีจี ที่ช่วยลดเศษวัสดุที่เกินความจำเป็น รวมถึงขยายการให้บริการมุงหลังคาครบวงจรที่มีการถอดแบบประมาณการพร้อมติดตั้งจากเอสซีจี ไม่เหลือวัสดุส่วนเกินที่หน้างาน และบริการ Top Up Roof  ที่ช่วยในการปรับปรุงหลังคาบ้านเก่าที่รั่วซึมโดยไม่ต้องรื้อเปลี่ยนทั้งหลังคาแต่สามารถติดตั้งแผ่นหลังคาซ้อนทับ ลดเวลา แรงงาน และวัสดุที่ใช้

ยิ่งไปกว่านั้น เอสซีจี ไม่เพียงมุ่งลดการปล่อยคาร์บอนจากตัววัสดุ  แต่ยังมองไปถึงวัสดุที่ช่วยดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศได้อีก (Carbon Negative Product) รวมไปถึงแนวทางการพัฒนานวัตกรรมและการตลาดของหลังคา ฝาฝ้า ฉนวนและวัสดุก่อสร้าง เอสซีจี ด้วยนิยาม “Greenomy Innovation” โดยเริ่มจาก Green ผนวกเข้ากับ Economy ที่นอกจากการพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังผลักดันนวัตกรรมกรีนให้สามารถใกล้ชิดกับผู้บริโภคได้มากขึ้น เข้าถึงง่ายและกว้างขึ้น และยังสร้างประโยชน์โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะในตลาดพรีเมียมเท่านั้น” คุณอัญชลี ชวนะลิขิกร  กล่าวทิ้งท้าย

พบกับนวัตกรรมสินค้าและบริการเพื่อที่อยู่อาศัยได้ที่บูธเอสซีจี โดยจัดแสดงภายใต้แนวคิด “SCG Forward into Future Living: Sustaining Space and Technology” ในงานสถาปนิก’67 หรือสามารถสอบถามข้อมูลสินค้าได้ที่หน้าร้าน SCG HOME Experience และ SCG Contact Center 02-586-2222

-(016)

จุฬาฯ – ม.หาดใหญ่ คว้ารางวัลชนะเลิศ THE Awards Asia 2024 รางวัลสำหรับมหา’ลัยที่มีโครงการโดดเด่นและเป็นผู้นำแต่ละสาขาของภูมิภาคเอเชีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802082

จุฬาฯ - ม.หาดใหญ่ คว้ารางวัลชนะเลิศ THE Awards Asia 2024 รางวัลสำหรับมหา'ลัยที่มีโครงการโดดเด่นและเป็นผู้นำแต่ละสาขาของภูมิภาคเอเชีย

จุฬาฯ – ม.หาดใหญ่ คว้ารางวัลชนะเลิศ THE Awards Asia 2024 รางวัลสำหรับมหา’ลัยที่มีโครงการโดดเด่นและเป็นผู้นำแต่ละสาขาของภูมิภาคเอเชีย

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 21.29 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ คว้ารางวัลชนะเลิศ THE Awards Asia 2024 รางวัลสำหรับมหาวิทยาลัยที่มีโครงการโดดเด่นและเป็นผู้นำแต่ละสาขาของภูมิภาคเอเชีย “ศุภมาส” ชี้ เป็นการประกาศศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพและโดดเด่นในระดับนานาชาติ

30 เมษายน 2567 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา Times Higher Education ได้จัดพิธีมอบรางวัล THE Awards Asia 2024 ให้กับมหาวิทยาลัยที่มีโครงการโดดเด่นและเป็นผู้นำแต่ละสาขาของภูมิภาคเอเชีย ในระหว่างการประชุมสัมมนาวิชาการ THE Asia University Summit ณ Sunway University กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยของไทย 2 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ในสาขาโครงการวิจัยแห่งปี: ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ จากผลงาน “Chulalongkorn University Platform for Ageing Research Innovation and Thailand Platform for Ageing Research Innovation” ขณะที่มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ คว้ารางวัลชนะเลิศในสาขาการมีส่วนร่วมที่โดดเด่นในการพัฒนาภูมิภาค จากผลงาน “The Enhancing Potential of Innovation Community Strengthening, Songkhla Province”

รมว.อว. กล่าวต่อว่า โดยในปีนี้มี 8 มหาวิทยาลัยของไทยสามารถทำผลงานผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ใน 9 สาขา ได้แก่ 1.สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในสาขากลยุทธ์ระดับนานาชาติแห่งปี 2.มหาวิทยาลัยบูรพา ในสาขาความเป็นผู้นำและทีมผู้บริหารแห่งปี 3.มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมาและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในสาขาการมีส่วนร่วมที่โดดเด่นในด้านผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม 4.มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในสาขาการมีส่วนร่วมที่โดดเด่นในการพัฒนาภูมิภาค 5.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในสาขาโครงการวิจัยแห่งปี: ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ 6.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาโครงการวิจัยแห่งปี: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์  และสาขาการรณรงค์รับสมัครนักศึกษาแห่งปี 7.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในสาขากลยุทธ์การสอนและการเรียนรู้แห่งปี และ 8.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในสาขานวัตกรรมทางเทคโนโลยีหรือดิจิทัลแห่งปี

“ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งที่เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยไทยในการคว้ารางวัลชนะเลิศ THE Awards Asia 2024 และขอขอบคุณทุกมหาวิทยาลัยที่ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทยที่มีคุณภาพและมีความโดดเด่นเป็นที่น่าจับตามองในระดับนานาชาติ“ น.ส.ศุภมาส กล่าว

ด้านนายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัด อว. กล่าวเพิ่มเติมว่ารางวัล THE Awards Asia เป็นรางวัลในระดับนานาชาติ ที่ Times Higher Education มอบให้กับมหาวิทยาลัยเพื่อยกย่องในความเป็นผู้นำที่มีผลงานอันโดดเด่นและยกย่องในความเป็นเลิศในแต่ละด้านของทวีปเอเซีย โดยในปีนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 80 แห่ง เช่นจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด โดยรางวัลดังกล่าวได้พิจารณาจากกิจกรรมของมหาวิทยาลัยในทวีปเอเซีย ที่ดำเนินการในปี 2023 โดยแบ่งเป็นสาขาต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 10 สาขา ทั้งนี้ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยของไทยได้รับการคัดเลือกให้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการมอบรางวัลอย่างต่อเนื่อง

-(016)

NSM จับมือ บีจี สปอร์ตส์ สร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา-สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนสนใจกีฬาฟุตบอลอาชีพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802081

NSM จับมือ บีจี สปอร์ตส์ สร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา-สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนสนใจกีฬาฟุตบอลอาชีพ

NSM จับมือ บีจี สปอร์ตส์ สร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา-สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนสนใจกีฬาฟุตบอลอาชีพ

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 21.24 น.

NSM เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ศุภมาส” ชูธง “เอกชนนำ-รัฐสนับสนุน” จับมือ บีจี สปอร์ตส์ เจ้าของสโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด สร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนสนใจกีฬาฟุตบอลอาชีพรวมทั้งร่วมกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ใน จ.ปทุมธานี

30 เมษายน 2567 ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ NSM ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวง อว.ที่มุ่งเน้นให้หน่วยงาน อว. ร่วมมือกับภาคเอกชนและมีส่วนร่วมกับพื้นที่และชุมชนในจังหวัดที่ตั้งขององค์กร ภายใต้แนวคิด “เอกชนนำ-รัฐสนับสนุน” ด้วยการร่วมมือกับนายปิยศักดิ์ ภูมิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี สปอร์ตส์ จำกัด ที่รับผิดชอบดูแล สโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลชั้นนำของ จ.ปทุมธานี  ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่มีความเข้มแข็งในด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการจัดการสโมสรกีฬาฟุตบอลอาชีพและสร้างนักกีฬาอาชีพ

โดยจะร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการและถ่ายทอดองค์ความรู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นต้น โดยนำความเข้มแข็งของทั้งสองหน่วยงานมาสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และแบ่งปันสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่และชุมชนใน จ.ปทุมธานี ในด้านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนในชุมชน เพราะถือเป็นกำลังสำคัญที่นำพาประเทศให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคต พร้อมที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมโดยเฉพาะในชุมชนให้ยั่งยืนต่อไป

“กระทรวง อว. โดย NSM มุ่งมั่นสร้างความตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ปลูกฝังและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เยาวชนและประชาชน ผ่านนิทรรศการการสื่อสารวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมต่าง ๆ การจับมือกับบริษัท บีจี สปอร์ตส์ จำกัด จะเป็นประโยชน์กับพื้นที่และชุมชนในจ.ปทุมธานี” ผอ.NSM  กล่าว

ด้าน​นายปิยศักดิ์ กล่าวว่า บริษัท บีจี สปอร์ตส์ จำกัด อยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน)  โดยบีจี สปอร์ตส์ ได้ดำเนินงานในส่วนของสโมสรฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด บริษัทฯ เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมวิทยาศาสตร์การกีฬา สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนสนใจกีฬาฟุตบอลอาชีพการร่วมมือกับ NSM แหล่งท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ในจังหวัดปทุมธานี ช่วยให้สามารถพัฒนาต่อยอด สร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนผ่านนิทรรศการ กิจกรรม และการสื่อสารวิทยาศาสตร์ด้านกีฬา สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณค่า นำไปสู่การต่อยอดในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

-(016)

ร้านดังห้ามพลาดและรสชาติความอร่อยที่ต้องชิมเมื่อได้ไป นิวซีแลนด์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802073

ร้านดังห้ามพลาดและรสชาติความอร่อยที่ต้องชิมเมื่อได้ไป นิวซีแลนด์

ร้านดังห้ามพลาดและรสชาติความอร่อยที่ต้องชิมเมื่อได้ไป นิวซีแลนด์

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 20.35 น.

นอกจากประเทศนิวซีแลนด์จะขึ้นชื่อในเรื่องของทิวทัศน์ที่มีความงดงามแล้ว เกาะใต้แห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของแหล่งอาหารที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของความสดใหม่จากท้องถิ่นที่พร้อมเสิร์ฟให้นักชิมจากทั่วโลกได้ลิ้มลองอีกด้วย จากวัตถุดิบลับรสชาติล้ำไปจนถึงเหล่าร้านอาหารที่ได้รับรางวัลที่จะมาสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการอาหาร ทำให้นิวซีแลนด์ถือเป็นหมุดหมายของนักชิมจากทั่วโลกที่จะมาเพื่อเปิดประสาทสัมผัสแห่งความอร่อย

1. ลิ้มรสความอร่อยฉบับดินแดนกีวี่

เมื่อนึกถึงอาหารนิวซีแลนด์ ก็ต้องนึกถึงวัตถุดิบท้องถิ่นที่เป็นไฮไลท์ของเกาะที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยถึงโต๊ะอาหารของคุณ ทั้งอาหารทะเลสด ๆ จากน้ำทะเลใสสะอาดของมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมกับเนื้อแกะฉ่ำ ๆ ที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีบนทุ่งหญ้าเขียวขจี ปรุงแบบฮังกิ (Hāngī) หรือหลุมอบใต้ดิน วิธีปรุงอาหารจากชนเผ่าเมารี (Māori) ที่มอบรสชาติความอร่อยแบบดั้งเดิมที่ยากจะลืมเลือน

ร้าน Ada, โอ๊คแลนด์ (Auckland)

ร้านอาหาร Ada ตั้งอยู่ในโรงแรม The Convent Hotel พร้อมเชิญชวนให้แขกเหรื่อได้เพลิดเพลินไปกับอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ โดยเพิ่งเปิดตัวเมนูใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบของชาวเมารี เทคนิคการทำอาหารและสำรับอาหารแบบดั้งเดิมแบบฉบับอาวเตอารัว (Aotearoa) ร้านอาหาร Ada พร้อมเสิร์ฟเมนูที่สะท้อนความเข้มข้นและหลากหลายของประเทศนิวซีแลนด์ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่สปาเก็ตตี้ Alla Creamed Pāua (หอยเป๋าฮื้อ) ไปจนถึงหมูสามชั้นอบเสิร์ฟคู่กับมูสมันฝรั่ง ที่ถูกปรุงในเตาอบดินแบบฮังกิ (Hāngī)

ร้าน Frank’s Oyster Bar & Eatery, มาร์ลโบโรห์ (Marlborough)

หอยแมลงภู่ปากเขียว ไม่ว่าจะนึ่งกับไวน์ขาวและกระเทียม จะอบหรือจะชุบแป้งทอดก็ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูแสนอร่อยที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อได้ท่องเที่ยวไปยังประเทศนิวซีแลนด์ และหากต้องการลิ้มลองรสชาติหอยและอาหารทะเลแบบสด ๆ ล่ะก็ ร้าน Frank’s Oyster Bar & Eatery จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน จุดหมายความอร่อยนี้ตั้งอยู่ที่ใจกลางของเมืองเบลนเนม (Blenheim) ที่มีอาหารจานเด็ดมากมายรอให้คุณได้ลิ้มลอง โดยทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นที่สดใหม่ พร้อมให้คุณดื่มด่ำความอร่อยอย่างแท้จริงของเมือง มาร์ลโบโรห์ (Marlborough) ท่ามกลางบรรยากาศที่ทั้งมีชีวิตชีวาและแสนผ่อนคลาย  

ร้าน Paua Barn Cafe & Bar

ทริปในฝันของเหล่านักผจญภัยที่รักการกินหลายท่าน คงเป็นการได้ไปไคคูร่า (Kaikoura) เมืองชายทะเลอันเงียบสงบและสวยงามที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองไครสต์เชิร์ช (Christchurch) เพื่อชิม Pāua แสนอร่อย หรือ หอยเป๋าฮื้อชนิดหนึ่งที่มีเฉพาะในประเทศนิวซีแลนด์เท่านั้นกันแบบสด ๆ ใช่ไหม? หากทริปนี้คือการเดินทางที่คุณตามหา ร้าน Paua Barn Cafe & Bar คาเฟ่และบาร์ที่ทำการตกแต่งด้วยสไตล์โพลีนิเซียนและโอบล้อมทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแห่งนี้ก็พร้อมให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเมนู Pāua รสชาติอร่อยสดชื่น อาหารรสชาติดีอีกหลายเมนู ตบท้ายด้วยไวน์ดี ๆ สักแก้ว ทั้งอิ่มทั้งฟินในที่เดียว

ร้าน Ahi, โอ๊คแลนด์ (Auckland)

ตั้งอยู่ ณ ใจกลางเมืองโอ๊คแลนด์ (Auckland) สุดคึกคัก ร้าน Ahi พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์สดใหม่ของประเทศนิวซีแลนด์ให้กับผู้ทานในทุกจาน ด้วยเมนูอาหารนิวซีแลนด์แบบต้นตำรับที่เน้นชูความออร์แกนิกของวัตถุดิบท้องถิ่นและรสชาติที่เข้มข้น ซึ่งปลูกโดยชาวนิวซีแลนด์ด้วยระบบเกษตรกรรมฟื้นฟู สดใหม่ปลอดสาร พร้อมลดการทำลายระบบนิเวศ มาถึงประเทศแห่งไวน์ทั้งที ก็ต้องห้ามพลาดจับคู่มื้ออร่อยของคุณไปกับลิสต์ไวน์ที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี ยกระดับความอร่อยแบบชาวนิวซีแลนด์แท้ ๆ ขึ้นไปอีกขั้น 

ร้าน Pātaka Kai, เทปูเอีย (Te Puia), โรโตรัว (Rotorua)

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ร้านอาหาร Pātaka Kai ที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับความอร่อยพร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมทางอาหารและเครื่องดื่มอันยาวนานของชนเผ่าเมารี (Māori)ผ่อนคลายท่ามกลางทิวทัศน์ที่ถูกรายล้อมหุบเขาที่เต็มไปด้วยบ่อน้ำพุร้อนที่ยังคงมีไอพวยพุ่งขึ้นมาเป็นระยะ โดยเฉพาะบ่อน้ำพุร้อน Pōhutu อิ่มอร่อยไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันสไตล์ฮังกิ (Hāngī) ที่ยกขบวนความอร่อยแบบผสมผสานระหว่างอาหารเมารี (Māori) และอาหารนานาชาติมาอย่างครบครัน หรือจะดื่มด่ำไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารเย็นสไตล์ฮังกิ (Hāngī) ที่เต็มไปด้วยรสชาติของความสดใหม่ ทั้งอาหารทะเลสด ๆ สลัดต่าง ๆ บรรดาเนื้อสัตว์สุดชุ่มฉ่ำ ตบท้ายด้วยเมนูของหวานของชาวกีวี่ อย่าง พาฟโลวา (Pavlova) และอีกหลายเมนูให้คุณได้ลิ้มลอง

2. เหล่าร้านดังต้องโดน ประสบการณ์แห่งรสชาติ

ร้าน Rātā, ควีนส์ทาวน์ (Queenstown)

ประเดิมสุดยอดแห่งประสบการณ์ด้วย ร้านอาหารสุดหรูอย่าง Rātā ผลงานของเชฟ Josh Emett เชฟมิชลินสตาร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและ Fleur Carlton เจ้าของภัตตาคารชื่อดังในท้องถิ่น ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับธรรมชาติของพันธุ์ไม้ป่าพื้นเมือง โดยมีทิวทัศน์อาคารประวัติศาสตร์ของประเทศเป็นฉากหลัง ซ่อนตัวอยู่ ณ ใจกลางเมือง ควีนส์ทาวน์ (Queenstown) ที่ไม่เคยหลับไหล ความโดดเด่นของเมนูที่ร้าน Rātā คือการใช้ผลผลิตท้องถิ่นอันสดใหม่

ร้าน Amisfield Bistro & Cellar Door, ควีนส์ทาวน์ (Queenstown)

ร้าน Amisfield Bistro & Cellar Door สามารถผสมผสานระหว่างดีไซน์ความเรียบง่ายของธรรมชาติแบบ Rustic อย่างหินและไม้ ให้เข้ากับเมนูสุดล้ำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยั่งยืนของเชฟ Vaughan Mabee จากการสั่งสมประสบการณ์ทางอาหารมาจากโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์กได้อย่างลงตัว

ร้าน The Grove, โอ๊คแลนด์ (Auckland)

การันตีความอร่อยระดับโลก The Grove ติด 1 ใน 25 อันดับ ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลกแห่งปี 2023 จาก TripAdvisor Travellers’ Choice โดยนำเสนอเมนูอาหารร่วมสมัยแบบ 8 คอร์สประกอบไปด้วยความอร่อยของอาหารนิวซีแลนด์สไตล์โมเดิร์นตามฤดูกาลที่มาจากฟาร์มรายย่อยของท้องถิ่น “โดนัทกุ้งเครย์ฟิช” หนึ่งในจานซิกเนเจอร์ของร้านที่สร้างสรรค์โดยเชฟ Cory Campbell อดีตเชฟร้าน Noma โคเปนฮาเกน ร้าน Vue de Monde ในเมลเบิร์น และร้าน Kokomo ประจำฟิจิ ที่ผสมผสานรสชาติสุดกลมกล่อมของอาหารคาวกับแป้งนุ่มๆ ได้อย่างลงตัว ความชิคของการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้เงา บรรยากาศความอบอุ่น และการตกแต่งภายขยายความกว้างขวางให้ร้าน

ร้าน Jervois Steak House, โอ๊คแลนด์ (Auckland)

สเต็กเฮ้าส์ชื่อดังของ Simon Gault กรรมการรายการแข่งทำอาหารระดับโลกอย่าง Masterchef และหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ของ Nourish Group พร้อมนำเสนอความอร่อยของชนบทไว้อย่างเต็มจาน เริ่มตั้งแต่การตกแต่งภายในด้วยไม้และอิฐ ไปจนถึงการเลือกสรรทั้งเนื้อสัตว์และอาหารทะเลคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ร้าน Jervois Steak House พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบเต็มคำในทุกเมนูไม่ว่าจะเป็น สเต็กทาร์ทาร์ สเต็กแกะ สเต็กเนื้อ และหอยเชลล์ตัวอวบ พร้อมเมนูอื่นอีกมากมาย

ร้าน The Shed at Te Motu, เกาะไวเฮเกะ (Waiheke Island)

พักผ่อนจากความเร่งรีบและวุ่นวายของการใช้ชีวิตในเมืองพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบของร้าน The Shed at Te Motu ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นสุดโรแมนติกและทิวทัศน์อันงดงามของหุบเขาวันแทงกิ (Onetangi) พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารท้องถิ่นในไร่ โดยจะมีเมนูตามฤดูกาลจากผลผลิตของคนในพื้นที่ รับประกันความสดใหม่ให้ทุกจานและเส้นทางการชิมอาหารที่ไม่เหมือนใคร ในบางฤดูคุณอาจได้พบกับเมนูขนมปังซาวโดวจ์มันฝรั่ง Franco (Franco’s potato sourdough) เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย จานหลักที่มีให้เลือกสรรสำหรับทั้งคนทานเนื้อและมังสวิรัติ ปิดท้ายความอร่อยด้วยเมนูขนมหวานแสนอร่อย  

3. ร้านลับประจำถิ่น

เบเกอรี่ Fairlie Bakehouse, แม็คเคนซีย์ (Mackenzie)

หากมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่แม็คเคนซีย์ (Mackenzie) เมนูขายดีหมดไวอย่าง “พาย” ไม่ว่าจะเป็น พายหมูสามชั้นอบ หรือพายแอปเปิ้ล จากร้านเบเกอรี่ Fairlie Bakehouse ถือเป็นของอร่อยที่นักชิมห้ามพลาด! โดยร้านตั้งอยู่ศูนย์กลางของเขตเกษตรกรรม ทำให้ขนมปังทุกชิ้นถูกอบสดใหม่ด้วยวัตถุดิบประจำฤดูกาลสุดพรีเมี่ยมจากฟาร์มของคนในพื้นที่

เบเกอรี่ Harbour Street Bakery, ไวทากิ (Waitaki)

ไม่ว่าคุณจะอยากเติมพลังให้กับเช้าอันสดใส หรือตบท้ายมื้ออาหารด้วยขนมแสนอร่อย เบเกอรี่ที่ร้าน Harbour Street Bakery ก็พร้อมตอบโจทย์นักชิมในทุกมื้อ เพื่อสร้างสรรค์ขนมอบหลากหลายประเภท ตั้งแต่ขนมปังซาวโดวจ์ไปจนถึงโครนัทลูกผสมแสนอร่อยระหว่างครัวซองต์และโดนัท ที่อบสดใหม่จากวัตถุดิบจากฟาร์มท้องถิ่น ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่ห้ามพลาดหากได้มีโอกาสไปเมืองโออามารุ (Ōamaru)

ร้าน Nins Bin, ไคคูรา (Kaikōura)

หากต้องการทานอาหารทะเลที่สดเหมือนเพิ่งตกมาจากทะเล ร้าน Nin’s Bin อาจเป็นคำตอบของคนรักซีฟู๊ด ร้านลับนี้ ตั้งอยู่ทางเหนือของทางหลวงหมายเลข 1 ห่างไปประมาณ 20 นาที ลองจินตนาการถึงอาหารทะเลสด ๆ หวาน ๆ จากแหล่งการเพาะเลี้ยงที่ยั่งยืนจากประเทศนิวซีแลนด์ ปรุงอย่างพอดีด้วยน้ำแร่จากธรรมชาติเพียงเล็กน้อย เรียกได้ว่าพร้อมเสิร์ฟความสดจากทะเลท่ามกลางบรรยากาศกลางแจ้งริมชายฝั่งแบบฟิน ๆ 

คาเฟ่ Cafe 35, อ่าวโทโคมารู (Tokomaru Bay)

มาถึงอ่าวโทโคมารู (Tokomaru Bay) ทั้งทีต้องชิมพายหอยเป๋าฮื้อ Paua ในตำนานของ Cafe 35 ลองจินตนาการถึงหอยสด ๆ แป้งพายบางกรอบที่สอดไส้ด้วยครีมหอยเป๋าฮื้อหอมมัน อร่อยเพลินทุกคำ บอกเลยว่าชิ้นเดียวก็ไม่พอ คาเฟ่ Cafe 35 นี้ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 35 มีบริการอาหารถึง 3 มื้อทั้ง อาหารเช้า บรันช์ และอาหารกลางวัน

ร้านปลา Mangonui Fish Shop, มังกานุย (Mangōnui)

ร้านปลาลับเก่าแก่เริ่มเสิร์ฟปลาสดๆ ที่เพิ่งตกได้จากเรือหาปลามาตั้งแต่ปี 1950 ถือเป็นอีกหนึ่งร้านลับดินแดนกีวี่ที่นักชิมไม่ควรพลาด โดยร้านอาหารตั้งอยู่บริเวณท่าเรือในหมู่บ้านนักตกปลา อาจมีโอกาสได้เห็นปลากระเบนหรือปลาโลมาที่คอยเวียนว่ายรอชิมปลาแสนอร่อยด้วยเช่นกัน ภายในร้านเป็นครัวเปิดจึงสามารถรับชมการเดินทางของอาหารจากทะเลสู่จานได้แบบเพลิน ๆ ตลอดทั้งมื้ออาหารของคุณ 

JUDYDOLL แบรนด์เครื่องสำอาง พส จีน เข้าไทยไม่ต้องรอพรีแล้ว!

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801913

JUDYDOLL แบรนด์เครื่องสำอาง พส จีน เข้าไทยไม่ต้องรอพรีแล้ว!

JUDYDOLL แบรนด์เครื่องสำอาง พส จีน เข้าไทยไม่ต้องรอพรีแล้ว!

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 11.40 น.

JUDYDOLL x BEAUTRIUM อีเว้นท์เปิดตัวสุด Exclusive ที่แรก ที่บิวเทรียม วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการ พบกับสินค้าตัวดัง มาสคาร่าหัวเหล็ก ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ และสินค้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น พาเลทไฮไลท์&คอนทัวร์ตัวขายดี และ ลิปกลอสแพ็คเกจสุดจึ้ง ให้ลุคฉ่ำวาวแบบสุดๆ มาพร้อมกับกิจกรรมและโปรโมชั่นมากมายเฉพาะในงานนี้เท่านั้นJUDYDOLL(จูดี้ดอลล์) เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ 2017 ที่ประเทศเซี้ยงไฮ้ เริ่มต้นเมื่อผู้ก่อตั้งสังเกตเห็นช่องว่างในตลาดสำหรับการแต่งหน้า ที่สามารถถ่ายทอดออกมาทั้งในแบบที่สนุกสนานและมีพลัง เราต้องการสร้างแบรนด์ที่เปิดรับความหลากหลาย ส่งเสริมการแสดงออก ทำให้รู้สึกมั่นใจและสวยงามทุกวัน ตามคอนเซป “Make Daily – use Makeup More Playful” เราเป็นแบรนด์เครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่น ตัวแทนความสดใส ร่าเริง ช่วยสร้างตัวตนและแรงบันดาลใจให้กับทุกคน โดยสร้างความหลากหลาย ส่งเสริมให้มีความกล้าแสดงออก เป็นตัวของตัวเองและมีความมั่นใจโดยภายในงาน มีกิจกรรมและโปรโมชั่นมากมายไม่ว่าจะเป็น โปรโมชั่น เมื่อช้อปสินค้าครบ 399 บาท รับฟรี Gentle and skin-friendly cotton pads 1 ชิ้นช้อปสินค้าครบ 599 บาท รับฟรี ที่ดัดขนตา 1 ชิ้น

ช้อปสินค้าครบ 999 บาท รับฟรี หวีลิมิเต็ด Judydoll 1 ชิ้น โปรโมชั่นของแถม 1 ชิ้น/1 ใบเสร็จ และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ได้ที่งานเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมตามเงื่อนไขที่กำหนด 
นอกจากนี้ ยังมีเหล่าบรรดาบิวตี้บล็อคเกอร์ นักรีวิว/Kols รวม 23 ท่าน ร่วมแสดงความยินดี ทดลองใช้สินค้า บอกเล่าประสบการณ์หลังจากที่ได้สัมผัสสินค้าจริง พร้อมทั้งเชิญชวนทุกคนที่สนใจ โดยเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่ วันที่ 24 เมษายน 2567 ถึง วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ที่ Beautrium flagship store สยามสแควร์ซอย 7ซึ่งผู้ที่สนใจ สามารถติดตาม Judydoll ได้ผ่านทาง Facebook : Judydoll Thailand และ Instagram : judydoll_th

‘ไอซ์ ณพัชรินทร์’โพสต์ครบรอบ 3 ปีการจากไปของ’ค่อม ชวนชื่น’ ทุกตัวอักษรมีแต่ความคิดถึง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/802110

'ไอซ์ ณพัชรินทร์'โพสต์ครบรอบ 3 ปีการจากไปของ'ค่อม ชวนชื่น' ทุกตัวอักษรมีแต่ความคิดถึง

‘ไอซ์ ณพัชรินทร์’โพสต์ครบรอบ 3 ปีการจากไปของ’ค่อม ชวนชื่น’ ทุกตัวอักษรมีแต่ความคิดถึง

วันพุธ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 09.59 น.

1 พฤษภาคม 2567 เนื่องในวันครบรอบ 3 ปีการจากไปของนักแสดงตลกรุ่นใหญ่ที่ทุกคนรักอย่าง ‘น้าค่อม ชวนชื่น’ ที่จากไปด้วยโรคโควิด-19 และภาวะแทรกซ้อน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 ลูกสาวอย่าง ‘ไอซ์ ณพัชรินทร์’ ก็ได้ระลึกถึงคุณพ่อสุดที่รัก ด้วยการโพสต์ภาพ’น้าค่อม’ลงอินสตาแกรมส่วนตัว’@ice_napatcharin’ พร้อมระบุแคปชั่นว่า “พ่อแอบไปมีความสุขอยู่คนเดียวมา 3 ปีแล้วค่ะ คิดถึงพ่อจังเลย คิดถึงเสียงหัวเราะ กับสายเรียกเข้าของพ่อสุดๆ เลยค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะพ่อ @na.kom_ รักที่สุด”

โดย’ไอซ์ ณพัชรินทร์’ได้เขียนข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “คิดถึงพ่อจังเลยอยากเล่าให้พ่อฟังว่าตอนนี้หลานๆ ทุกคนโตกันหมดแล้วน๊า พี่กัปตันจบม.6แล้ว กำลังจะเข้ามหาลัยและกัปตันก็ดูแลแม่เอ๋ได้ดีมากๆเลย ณิลลาก็มีแต่คนทักว่ายิ่งโตหน้ายิ่งเหมือนตาค่อม หน้านิ่ง ยิ่งโตยิ่งยิ้มยาก น้องณคุณก็พูดเก่งทำงานถ่ายรูปยิ้มเก่งกว่าพี่ณิลลา และกัปตันสุดๆไปเลย”

ซึ่งเมื่อ’ไอซ์ ณพัชรินทร์’ได้โพสต์ข้อความนี้ผ่านอินสตาแกรมก็มีเหล่าคนบันเทิงและแฟนๆเข้ามาแสดงความคิดเห็นรำลึกถึงการจากไปของ’น้าค่อม’พร้อมส่งความคิดถึงกันเป็นจำนวนมาก