Wealth & Wellness รัตนชาติบำบัด Soft Power มาแรงในธุรกิจอัญมณีไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801380

Wealth & Wellness รัตนชาติบำบัด Soft Power มาแรงในธุรกิจอัญมณีไทย

Wealth & Wellness รัตนชาติบำบัด Soft Power มาแรงในธุรกิจอัญมณีไทย

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 18.13 น.

Wealth & Wellness รัตนชาติบำบัด Soft Powerมาแรงในธุรกิจอัญมณีไทย

งานพิธีทำบุญวันครบสถาปนารัตนโกสินทร์ 242 ปี และฉลองพระคลังมหาสมบัติ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่นักอัญมณีบำบัดมืออาชีพของชมรมนักส่งเสริมสุขภาพองค์รวม พร้อมเปิดตัว สถาบันฝึกอบรมนักอัญมณีบำบัดแบบองค์รวม และ Crystal Healing Studio  รวม 3 สาขา เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา คุณธิญาดา   วรารัตร์  ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักรัตนชาติบำบัด พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา พระครูวิสุทธิกิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดอัมพุวรารามคุณปริศนา ตั้งสิน พญ.กรินทร์วิฬา  อรรณพนรงค์ และ คณะรัตนชาติบำบัดการใช้อัญมณีหรือรัตนชาติบำบัดจัดเป็นอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อกระตุ้นจักระต่างๆ หรือเพื่อเยียวยากายและใจที่ให้ผลดียิ่งและเป็นที่นิยมทั้งในวงการสุขภาพทางการแพทย์ วัฒนธรรมและปรัชญา เพราะอัญมณีจากธรรมชาติ ล้วนถูกบ่มเพาะอยู่ในชั้นดิน ชั้นหิน ด้วยกาลเวลาอันยาวนาน บางชนิดมีอายุหลายล้านปี ช่วงเวลานั้นๆ ก้อนอัญมณีชนิดต่างๆ จะดูดซับพลังงานจากธรรมชาติ มาเก็บไว้ที่ตัวเอง และเมื่อมนุษย์นำมาใช้กับตัวร่างกาย ก็จะได้รับพลังงานจากอัญมณีนั้นๆ ด้วย  การใช้รัตนชาติบำบัดจึงควรมีการอบรมแบบองค์รวม ทั้งในด้าน สุขภาพผลดีและผลกระทบต่อร่างกาย รวมทั้งประวัติความเป็นมาในด้านวัฒนธรรม ซึ่งมีโอกาสที่เป็นอีก Soft Power หนึ่งที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจสุขภาพและธุรกิจอัญมณี ของประเทศไทยให้มีชื่อเสียง สถาบันฝึกอบรมนักอัญมณีปราณบำบัดแบบองค์รวม  (Holistic Crystal & Pranic Healing Academy )  เปิดครอสฝึกอบรมนักรัตนชาติบำบัดเพื่อสุขภาพแบบองค์รวม ตั้งแต่ ระดับที่ 1 – ระดับที่ 5  รวมทั้งมีศูนย์บริการด้านการใช้รัตนชาติบำบัดเพื่อสุขภาพ กาย ใจ และ สมาธิ ซึ่งสามารถให้บริการทั้งในและนอกสถานที่ รวมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพโดยใช้อัญมณีบำบัด กับองค์กรต่างๆเพื่อพัฒนาสุขภาพองค์รวมได้อีกด้วยติดต่อสอบถาม

สาขาที่ 1 สถาบันฝึกอบรมนักอัญมณีปราณบำบัดแบบองค์รวม Holistic Crystal & Pranic Healing Academy ชมรมนักส่งเสริมสุขภาพองค์รวม  อ. สามโคกปทุมธานี

สาขาที่ 2 Yin Yang Crystal Healing Studio ด้านหน้าโรงแรมแม่น้ำ รามาดา พล่าซ่า  ถ.เจริญกรุง เขตบางคอแหลม กทม.

สาขาที่ 3 Tunya Samui Crystal Healing Studio Tunya Samui Holistic Resort    อ.เกาะสมุย  จ.สุราษฎร์ธานี
 
ข้อมูลการติดต่อ LineId  @thailandholistic เว็บไซต์  https://www.thailandholistic.com  Facebook : Pranic & Crystal Healing – Holistic & Wellness  โทร.  081 6524100

ไอคอนสยาม จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ‘อากาศดีที่คลองสาน’ พร้อมติดตั้งเครื่องกรองอากาศ ลดฝุ่น PM2.5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801361

ไอคอนสยาม จัดกิจกรรม Big Cleaning Day 'อากาศดีที่คลองสาน' พร้อมติดตั้งเครื่องกรองอากาศ ลดฝุ่น PM2.5

ไอคอนสยาม จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ‘อากาศดีที่คลองสาน’ พร้อมติดตั้งเครื่องกรองอากาศ ลดฝุ่น PM2.5

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 17.46 น.

ไอคอนสยาม ผนึกกำลังพันธมิตร จัดกิจกรรม Big Cleaning Day “อากาศดีที่คลองสาน” พร้อมติดตั้งเครื่องกรองอากาศ ลดมลพิษทางอากาศ PM2.5

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐ สำนักกิจการพลเรือน กองทัพเรือ, สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตคลองสาน จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ภายใต้โครงการ “อากาศดีที่คลองสาน” เพื่อร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม ช่วยลดมลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM2.5 โดยฉีดล้างทำความสะอาดทางเท้าบริเวณถนนเจริญนคร ตั้งแต่หน้าท่าเรือคลองสานถึงไอคอนสยาม เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละอองและความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมติดตั้งเครื่องกรองอากาศ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือ นำมาติดตั้งในพื้นที่ จำนวน 3 จุด ประกอบด้วย 1. บริเวณริมถนนเจริญนคร จุดใต้สถานีรถไฟฟ้า 2. จุดจอดรถรับ-ส่งผู้โดยสาร ด้านหน้าไอคอนสยาม และ 3. บริเวณจุดสูบบุหรี่ที่ทางไอคอนสยามจัดไว้ให้บริการลูกค้า โดยจุดที่ 1 และ 2 เป็นพื้นที่กึ่งเปิด-ปิด ที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ส่วนจุดที่ 3 เป็นจุดที่มีผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การติดตั้งเครื่องกรองอากาศจะเป็นการช่วยฟอกอากาศ ลดมลพิษทางอากาศบริเวณโดยรอบ เป็นการดูแลสุขภาพประชาชนอีกทางหนึ่ง

 -(016)

NSM – สมาคมวิทย์ฯ เตรียมส่ง 9 ทีมเยาวชนไทยสู้ศึกวิทย์! ‘REGENERON ISEF 2024’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801304

NSM - สมาคมวิทย์ฯ เตรียมส่ง 9 ทีมเยาวชนไทยสู้ศึกวิทย์! 'REGENERON ISEF 2024'

NSM – สมาคมวิทย์ฯ เตรียมส่ง 9 ทีมเยาวชนไทยสู้ศึกวิทย์! ‘REGENERON ISEF 2024’

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.54 น.

NSM – สมาคมวิทย์ฯ เตรียมส่ง 9 ทีมเยาวชนไทยสู้ศึกวิทย์! ในการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมระดับโลก ”REGENERON ISEF 2024“ เวทีสุดยิ่งใหญ่ที่รวบรวมนักวิทย์รุ่นเยาว์จาก  75 ประเทศ ทั่วโลกร่วมชิงชัย

 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า NSM ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM และ รศ.ดร.ธนัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการ อพวช. ร่วมเตรียมความพร้อมให้กับตัวแทนเยาวชนไทย 9 ทีม ที่จะเดินทางไปร่วมการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชน ระดับโลก REGENERON ISEF 2024 (Regeneron International Science and Engineering Fair) ซึ่งจัดโดย Society for Science ในระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2567 ที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

หลังเสร็จสิ้นการเตรียมความพร้อมดังกล่าว ผศ.ดร.รวิน กล่าวว่า การแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสำหรับเยาวชน ระดับโลก REGENERON ISEF 2024 เป็นเวทีที่รวบรวมเยาวชนนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จากกว่า 75 ประเทศ แข่งขันและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากผลงานที่ผ่านมา NSM และสมาคมวิทยาศาสตร์ฯ ได้ผลักดันเยาวชนไปสู่เวทีการแข่งขัน REGENERON ISEF ระดับโลก     มาไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดยทีมเยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัลใหญ่มาได้อย่างต่อเนื่องด้วยผลงานที่โดดเด่น   มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว อย่างปีที่แล้วเยาวชนไทยก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศในการคว้ารางวัลใหญ่ที่สุดของการประกวด คือ “รางวัลสุดยอดนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Regeneron Young Scientist Awards)” พร้อมกับคว้ารางวัล Grand Awards อันดับ 1 สาขาสัตวศาสตร์ และยังคว้ารางวัลอื่นๆ มาอีก 8 รางวัล รวมแล้วสามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาได้ถึง 10 รางวัล

“โอกาสนี้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยังได้ส่งกำลังใจให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของไทยทั้ง 9 ทีม ที่เวลานี้ต่างทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าเยาวชนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก และจะสามารถแสดงศักยภาพของคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์บนเวทีโลกได้ เพื่อนำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศไทย”    ผอ.NSM กล่าว

 ด้าน รศ.ดร.ธนัฏฐ์คุณ กล่าวว่า “ในปีนี้ทีมตัวแทนเยาวชนไทยทั้ง 9 ทีม ที่ได้รับคัดเลือกมีผลงานที่น่าสนใจสะท้อนมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ ผสมผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม นำมาแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม ได้แก่ รร.กำเนิดวิทย์ จ.ระยอง จำนวน 2 ทีม, รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ จำนวน 2 ทีม , รร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ จำนวน 2 ทีม, รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี, รร.ห้วยซ้อวิทยาคมรัชมังคลาภิเษก จ.เชียงราย, รร.ดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย โดยทั้ง 9 ทีม ได้รับคัดเลือกจากการประกวดในค่ายเวทีนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์แห่งชาติ ครั้งที่ 19 จำนวน   8 ทีม และการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 23 ประจำปี 2566 จำนวน 1 ทีม ขอเป็นกำลังใจให้เยาวชนทุกทีมได้ทำอย่างเต็มที่ ซึ่งหวังว่าโครงงานที่เยาวชนได้พัฒนาขึ้นจะสามารถคว้ารางวัลมาได้สำเร็จอย่างที่มุ่งหวังไว้ได้”

ขอเชิญร่วมติดตามความเคลื่อนไหวและส่งกำลังให้กับทีมเยาวชนไทยในการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชน ระดับโลก REGENERON ISEF 2024 ในระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2567 นี้ ได้ที่เพจ FB: NSMTHAILAND

-(016)

พิธีเปิดโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’รุ่นที่ 42

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801302

พิธีเปิดโครงการ 'สานใจไทย สู่ใจใต้'รุ่นที่ 42

พิธีเปิดโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’รุ่นที่ 42

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.46 น.

วันพุธที่ 24 เมษายน 2567 เวลา 10.30 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้”   เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 42 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก (ส่วนกลาง) วิภาวดี กรุงเทพฯ

​โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ได้มีการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2548 จากดำริของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ได้มีความมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ได้รับโอกาสการพัฒนา การเรียนรู้ ประสบการณ์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน โดยการดำเนินงานของโครงการเป็นการขับเคลื่อนภายใต้มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้”​เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้”รุ่นที่ 42 ได้ผ่านกระบวนการสรรหาเยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย) ซึ่งกำลังศึกษาในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน จำนวน 319 คน เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมต่อเนื่องกันเป็นเวลาประมาณ 30 วัน โดยในแต่ละปีมีกำหนดจัดกิจกรรมในช่วงปิดภาคเรียนปีละ 2 รุ่น ช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 ระหว่างเดือน กันยายน – ตุลาคม ช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 ระหว่างเดือน เมษายน – พฤษภาคมโดยในรุ่นที่ 42 จะดำเนินการระหว่าง 17 เมษายน – 17 พฤษภาคม 2567

​โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ดำเนินการในลักษณะของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นหน่วยประสานการขับเคลื่อน ซึ่งมีกิจกรรมโครงการที่สำคัญ ประกอบด้วยการเข้าค่ายเพื่อเปิดโลกทัศน์และเรียนรู้ในเรื่องต่างๆเช่น การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ชาติไทย การเปิดโลกวิทยาศาสตร์ และส่วนที่สำคัญคือการพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์เป็นเวลา 15 วันเพื่อให้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตและทักษะในการปฏิบัติกับชุมชนเมื่อเยาวชน   ได้เข้าร่วมโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” แล้วจะได้ความรู้ประสบการณ์วิถีชีวิตที่มีความหลากหลายและมีความเข้าใจ ถึงการอยู่ร่วมกันในแบบสังคมพหุวัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งของพลังแผ่นดิน สามารถที่จะปรับตัวพร้อมเผชิญกับสิ่งท้าทายใหม่ๆ ในภายภาคหน้าด้วยความมั่นใจ และสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคมและประเทศชาติ ให้มีความเจริญก้าวหน้าและมีความปกติสุขตามปณิธานของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ ว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”
 

จุ๋ย วรัทยา พาครอบครัว ‘VIV SKIN’ ทำบุญ-ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับพาร์ทเนอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801300

จุ๋ย วรัทยา พาครอบครัว ‘VIV SKIN’ ทำบุญ-ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับพาร์ทเนอร์

จุ๋ย วรัทยา พาครอบครัว ‘VIV SKIN’ ทำบุญ-ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับพาร์ทเนอร์

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.37 น.

นอกจากจะทำบุญแล้ว ยังจัดกิจกรรมพิเศษกับพาร์ทเนอร์ของวิฟสกินที่ ‘ทำถึง’ อีกด้วย สำหรับ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา บอสใหญ่แบรนด์วิฟสกิน ผู้นำตลาดเครื่องสำอางสมุนไพรไทย ที่จัดกิจกรรมสองงานใหญ่เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม ร่วมพิธีเททองหล่อสมเด็จปฐมชินราชมหาพุทธา โดยนำเงินรายได้จากยอดขายวิฟสกินร่วมทำบุญ ก่อนจะจัดดินเนอร์แบบ Exclusive ณ ร้านอาหารใต้ Fine-dining ‘เริน’ เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

“จุ๋ย พุฒ และครอบครัววิฟสกินจัดงานบุญแบบนี้ทุกปีอยู่แล้วค่ะ (ยิ้ม) เพราะเราเชื่อมาตลอดในการมอบสิ่งดีๆ ให้กับพาร์ทเนอร์หรือตัวแทน เสมือนว่าเป็นคนในครอบครัว และนอกจากจะทำบุญเททองหล่อแล้ว ปีนี้เรายังจัดงานขอบคุณพาร์ทเนอร์ของวิฟสกินที่ทำยอดขายโดดเด่นระดับท็อปผ่านงานดินเนอร์ที่ร้านติดดาวมิชลินอย่างร้านเรินด้วยค่ะ ซึ่งจุ๋ยเชื่อว่าการร่วมโต๊ะดินเนอร์ในครั้งนี้ จะช่วยให้ความเป็นครอบครัววิฟสกินแข็งแรงยิ่งขึ้น” จุ๋ย วรัทยา กล่าว

เรียกได้ว่า นอกจากพาครอบครัววิฟสกินทำบุญแล้ว ยังตอบแทนพาร์ทเนอร์ยอดขายระดับท็อปเซลล์ ผ่านงานดินเนอร์ในครั้งนี้ด้วย พุฒได้กล่าวเสริมว่า “บรรยากาศสนุกนานและอบอุ่นมากครับ อาหารก็อร่อย (หัวเราะ) ที่สำคัญยังได้พบบอสวิฟสกินอีกสองท่านอย่างเหม๋กับตาล ซึ่งได้ร่วมพูดคุยอัพเดตข่าวสารกับพาร์ทเนอร์แบบตัวต่อตัวกันด้วย”

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จด้านยอดขาย นับตั้งแต่วิฟสกินเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มเมคอัพ ได้แก่ วิฟสกิน แองเจิ้ล บลัช, วิฟสกิน ทรีดี ลิฟติ้ง บราว มาสคาร่า และวิฟสกิน วอลยูม อัพ มาสคาร่า เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มเมคอัพเติบโตขึ้น 6 เท่า เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปี 2566 และดันให้ยอดขายกลุ่มเมคอัพคิดเป็น 30% จากยอดขายของทุกกลุ่มของวิฟสกิน “จุ๋ยภูมิใจกับยอดขายของวิฟสกินเมื่อปีที่แล้วมากๆ สินค้ากลุ่มเมคอัพยอดโตขึ้นมาก คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายทั้งหมด แน่นอนว่าหลายคนรีวิวหาจุ๋ยว่าชอบผลิตภัณฑ์ของวิฟสกินมากๆ ขนาดจูดี้ เพื่อนซี้คนสนิทของพี่จองและคันแลน HateBerry ยังรีวิวแองเจิ้ล บลัช ลงไอจีเลยค่ะ (ยิ้ม)”

เพราะบอสจุ๋ยทำถึงและมีแต่ผลิตภัณฑ์สุดจึ้งมานับสิบปี วิฟสกินจึงเป็นผู้นำเครื่องสำอางสมุนไพรไทยอย่างแท้จริง ยืนยันนวัตกรรมและงานวิจัยรองรับ รวมถึงได้รับรางวัลการันตีระดับประเทศ 2 ปีซ้อน ไม่ว่าจะเป็นขมิ้นโกลด์เซรั่ม ขมิ้นโรสครีม ครีมกันแดด และกลุ่มสินค้าเมคอัพที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นจนยอดขายพุ่งถึงกว่า 1 ใน 3 จากยอดขายทั้งหมดของวิฟสกิน ได้แก่ วิฟสกิน วอลลุ่ม อัพ มาสคาร่า (VIVSKIN VOLUME UP MASCARA) ปัดขนตาให้สวยพุ่ง ล็อคเรียงเส้น ไม่แพนด้า, วิฟสกิน ทรีดี ลิฟติ้ง โบร์ว มาสคาร่า (VIVSKIN 3D LIFTING BROW MASCARA) ที่ล็อคคิ้วให้ฟู เรียงเส้นสวย ทุกองศา ! และวิฟสกิน แองเจิ้ล บลัช (VIVSKIN Angel Blush) บลัชออนนางฟ้า สวยด่วน สวยสับ ในตลับเดียว และแน่นอนว่า วิฟสกินยังไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อทุกคน “จากความสำเร็จในครั้งนี้ เราจะยังไม่หยุดนิ่งพัฒนาสินค้าคุณภาพดีออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ให้ตรงใจกับคนทุกกลุ่ม และปี 2024 นี้เตรียมพบกับสินค้าใหม่สุดพรีเมียมหลายรายการของวิฟสกินได้เลยค่ะ และแน่นอนว่าหากไม่มีพาร์ทเนอร์ เราก็คงไม่มีโอกาสร่วมเติบโตไปด้วยกัน และโอกาสนี้ จุ๋ยขอเชิญพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกท่าน มาเป็นตัวแทนจำหน่ายวิฟสกินกันนะคะ เพราะเรามีระบบการขายแบบตัวแทนที่ปัจจุบันมีตัวแทนครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งจะเน้นพาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพ ไม่ใช่ระบบเครือข่าย รวมไปถึงการสนับสนุนช่องทางโซเชียลมีเดีย มีการสอนเป็นขั้นตอน ที่จะช่วยให้การขายออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ที่สำคัญ เราดูแลกันแบบครอบครัวค่ะ นอกจากนี้เรายังได้เปิดรับพันธมิตร Affiliate ที่แบ่งค่าคอมมิชชั่นให้สูงถึง 9%-30% เลยละค่ะ” จุ๋ยกล่าวทิ้งท้าย 

สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าและสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่

facebook : VIV SKIN https://www.facebook.com/vivskin/

instagram : VIV SKIN https://www.instagram.com/vivskin/

line id : @vivskin (มี @ นำหน้า)

สนใจสมัครตัวแทนวิฟสกิน : http://bit.ly/rosecream_fbad2own

-(016)

ชวนช้อป ชิม ดับร้อน! ในงานลิ้นติดโปรแฟร์ โปรฉ่ำ! ลุ้นสิทธิ์เช็คดวงหมอดูชื่อดัง!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801298

ชวนช้อป ชิม ดับร้อน! ในงานลิ้นติดโปรแฟร์ โปรฉ่ำ! ลุ้นสิทธิ์เช็คดวงหมอดูชื่อดัง!!

ชวนช้อป ชิม ดับร้อน! ในงานลิ้นติดโปรแฟร์ โปรฉ่ำ! ลุ้นสิทธิ์เช็คดวงหมอดูชื่อดัง!!

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.29 น.

เปิดแล้วจ้า..งานลิ้นติดโปรแฟร์’67 ของคู่ซี้ ก้อง ปิยะ -ท็อป ดารณีนุช จัดมาให้เหล่านักกินหลบร้อน มาแวะช้อป ชิม แบบชิลๆ อร่อยรัวนัวลิ้น คลายร้อนแบบเย็นฉ่ำๆ อิ่มหนำสำราญ กับอาหารคาว หวาน กว่า 1,000 เมนู จากร้านเด็ดๆทั่วไทย วันนี้ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม นี้ ณ ชั้น G , โซน M Grand Hall และ M Space เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

คราวนี้  “ก้อง ปิยะ”แตะมือให้เพื่อนซี้ “ท็อป ดารณีนุช” ลุยตลาด ชวนนางเอกสาวมาแรง “ญดา นริลญา กุลมงคลเพชร” จากละคร “ขวัญฤทัย” ดวงใจเทวพรหม มาร่วมเชิญชวนพี่ ป้า น้า อา ชวนลูกหลาน ญาติสนิท มิตรสหาย คนในบ้าน ออกมาเดินช้อปดับร้อน ละลานตากับเมนูอาหารอร่อย กว่า 1,000 เมนู จัดหนัก จัดเต็มโปรฉ่ำ โปรดีๆ กินฟรี มีแถม!! อิ่มอร่อยทะลุ ดับร้อนกันไปเลยจ้า ใครได้กินฟรี หรือมีของแถม ติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้าน แบบจุกๆ  เดินช้อป แวะชิม แบบชิลๆ แอร์เย็นสบาย กับเมนูหลากหลาย จากพ่อค้าแม่ค้า ที่ขนกันมา อาทิ หมูกระด้งเบคอนทอดน้ำปลา, รัชฎาลุยสวน, จ๊อปู ย.ยักษ์ยิ้ม,หมูสะเต๊ะมังกรทอง, อ๊อด-เจน เขียวหวานสะท้านฟ้า, ถั่วบางนราฯ, บ้านปลาทูมหาชัย, เฮียหงี เยาวราช, ขาหมูนครปฐม, ถั่วเทพ อร่อยขั้นเทพ, Kunnook Orange Juice, Chef’s Table To Deliver by chef GOR ฯ, มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ   และแว๊บชิมของอร่อยที่บูธรุ่นพี่ดารานักแสดงอย่าง ข้าวเกรียบ อะไรซ์ Brandnew Field Good by เป๊ก & นิว , ครัวอุ่นไอรัก by เฮีย หมู บางรักซอย 9,ร้าน YING’s by เชฟบอล มาสเตอร์เชฟ & อร อุมา , น้ำพริกป้าแว่น by ษา วรรณษา

และพิเศษสุดๆกับแคมเปญ“โปรดวงดี อิ่มหนำสำราญ” กับลิ้นติดโปรแฟร์’67 เช็คดวงกันให้ปังตลอดทั้งปี เพียงคุณช้อป ครบ 500 บาท ได้สิทธิ์สิทธิ์ตรวจดวงชะตาราศีกับหมอดูชื่อดังที่สลับสับเปลี่ยนกันมาทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 12.00 – 18.00 น.

พฤหัสบดีที่ 25 เม.ย. > หมอท็อป ซึเคร็ท

ศุกร์ที่ 26 เม.ย. > หมอเชอร์ เป๊ะเว่อร์

เสาร์ที่ 27 เม.ย. > อ.ไผ่ นางฟ้าประกาศิต

อาทิตย์ที่ 28 เม.ย. > อ.นำ เสขบุคคล

จันทร์ที่ 29 เม.ย. > หมอฝ้าย The Magic Queen

อังคารที่ 30 เม.ย. > หมอแก้ว แม่นชัวร์

พุธที่ 1 พ.ค. > อ.แทมมี่ เมจิกทาโร่ต์

25 เม.ย. – 1 พ.ค. > หมอเจมส์ คลอง 6 “ดูไปด่าไป” ประจำการทุกวัน

อิ่มท้องกับของอร่อย แล้วยังได้อิ่มใจกับคำทำนายที่คุณจะได้ตารางชีวิตกลับบ้านไปด้วย

ร้อนนี้ เราเอาอยู่!! ช้อป ชิม เย็นฉ่ำๆ อิ่มหนำสำราญใจใน งานลิ้นติดโปรแฟร์’67 วันนี้ ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม นี้ ณ ชั้น G , โซน M Grand Hall และ M Space เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ แวะมาที่นี่ การันตีความอร่อย ช้อปเพลิน ชิมของอร่อย นัวระรัวลิ้นกันทุกคนแน่นอนจ้า…

-(016)

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขานรับโครงการ ‘พาณิชย์สั่งลุย ลดราคาBack To School 2024’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801290

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขานรับโครงการ 'พาณิชย์สั่งลุย ลดราคาBack To School 2024'

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขานรับโครงการ ‘พาณิชย์สั่งลุย ลดราคาBack To School 2024’

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 14.19 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขานรับนโยบายภาครัฐ จับมือ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมโครงการ”พาณิชย์สั่งลุย ลดราคา Back To School 2024“โดยมี ยรรยงพวงราชที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน พร้อมลดค่าครองชีพให้กับผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมขนทัพสินค้าสำหรับนักเรียนอุปกรณ์การเรียนการสอนครบครันรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ลดราคากว่า50% ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน – 15มิถุนายน 2567 ที่เดอะมอลล์และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียมและพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

ณัฐศมนวงศ์กิตติพัฒน์ผู้อำนวยการใหญ่การตลาดบริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ปจำกัด กล่าวว่า “เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมสนับสนุนมาตรการต่างๆของภาครัฐมาโดยตลอด เพื่อต้อนรับเทศกาลเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้จับมือ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมโครงการ “พาณิชย์สั่งลุย ลดราคา Back To School 2024”จัดโปรโมชั่นส่วนลดสินค้า เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีบุตรหลาน หวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนในช่วงเทศกาลเปิดเทอมโดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป รวบรวมสินค้าต้อนรับเปิดเทอมที่มีความจำเป็นสำหรับเด็กไว้อย่างครบครัน อาทิ รองเท้านักเรียน ถุงเท้านักเรียน กระเป๋านักเรียน หนังสือ  และอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน มาลดราคาสูงสุดกว่า 50% พร้อมพบโปรโมชั่นในแผนกต่างๆมากมาย”

คิดส์แพลนเน็ตเดอะมอลล์กรุ๊ปจัดแคมเปญ “KIDS’ PLANET BACK TO SCHOOL”ยกขบวนสินค้าจัดหนักต้อนรับเปิดเทอมรวบรวบสินค้าและอุปกรณ์การเรียนต่างๆอาทิ ถุงเท้า รองเท้านักเรียน รองเท้าผ้าใบ เสื้อกล้ามสำหรับเด็ก กระเป๋านักเรียน จากแบรนด์ดังเป็นต้นพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าสมาชิกM Junior รับสิทธิ์แลก 400 MPointรับส่วนลด 100 บาทนอกจากนี้ลูกค้าบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ลดเพิ่มสูงสุด 25% หรือแบ่งชำระ 0% นาน 10 เดือนตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน – 15 มิถุนายน2567 ที่แผนกคิดส์แพลนเน็ตเดอะมอลล์และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียมและพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

บีเทรนด์(BETREND)แหล่งรวมสินค้าไลฟ์สไตล์ตอกย้ำNO.1 ONE STOP SHOPPING FOR CREATIVE & LIFESTYLE STORE จัดแคมเปญ “บีเทรนด์อาร์ตสเตชั่น 2024”รวบรวมไอเทมสุดอาร์ตแบบครบครันทั้งอุปกรณ์ศิลปะเครื่องเขียนอุปกรณ์สำนักงานแก็ดเจ็ตหนังสือรวมถึงของขวัญและอุปกรณ์ตกแต่งหลากสไตล์พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษอาทิอาทิสินค้าแบรนด์ดังเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 80%,รับสิทธิ์แลกซื้อสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำอาทิCasio, Renaissance, Sharpie, Faber Castell ฯลฯในราคาพิเศษลดสูงสุด 70%เมื่อช้อปสินค้าในแผนกBeTrendและKids’ Planet ครบ 800 บาทขึ้นไป (รวมใบเสร็จได้ภายในวัน / สาขาเดียวกัน), สมาชิกM CARD รับส่วนลด 100 บาทเมื่อแลก 400 M Point เมื่อช้อปในแผนกBeTrendตั้งแต่ 900 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จและรับส่วนลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คะแนนแลกแต่ไม่เกินยอดซื้อ, นักช้อป 3 ท่านที่มียอดซื้อสูงสุดตลอดแคมเปญรับฟรี! ของรางวัลจากแบรนด์ดังรวมมูลค่า 19,000 บาท (เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 80,000 บาทขึ้นไป / ตลอดรายการ)  ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน – 27 มิถุนายน2567ที่BETREND เดอะมอลล์และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียมและพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

นอกจากนี้ เพื่อร่วมแบ่งเบาภาระและลดค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยกูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตมาตรฐานระดับโลก นำสินค้าในกลุ่มอุปโภค – บริโภคมาลดราคาพิเศษมากมาย อาทิ สินค้า 1 แถม 1ได้แก่ โฮมซักผ้าแฟมิลี่ ราคา 75บาท, ไฟน์ไลน์ซักชุดชั้นใน ราคา 69บาท, ฟน์ไลน์ซักผ้าแอนตี้แบคพลัสม่วง ราคา 69บาท, ไฟน์ไลน์แอลลิฯปรับผ้านุ่มสีทองราคา 99บาทเพียวรีนครีมอาบน้ำแฟมิลี่โกธมิลค์ราคา 179 บาท ดีนี่แป้งเด็กเนื้อโลชั่น ราคา 189 บาท และลดราคาสินค้าอุปโภคสูงสุด50%  อาทิ, น้ำยาบ้วนปาก, แป้งเด็ก, โยเกิร์ตยูเอชที, น้ำอัดลม, ไวตามิลค์ ฯลฯซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

พบกับสินค้าราคาสุดพิเศษ ในโครงการ”พาณิชย์สั่งลุย ลดราคาBack To School 2024“มหกรรมลดราคาสินค้าอุปกรณ์การเรียนต้อนรับเปิดเทอมและสินค้าอุปโภคบริโภคตั้งแต่วันที่    26 เมษายน  – 15 มิถุนายน 2567 ได้ที่เดอะมอลล์และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา, เอ็มโพเรียมและพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

‘ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์’เปิดม่านสู่โลกแห่งความงดงามของชุดไทยพระราชนิยมแห่งยุค ด้วยคอลเลกชันใหม่ล่าสุด’Blooming Love’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801274

'ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์'เปิดม่านสู่โลกแห่งความงดงามของชุดไทยพระราชนิยมแห่งยุค ด้วยคอลเลกชันใหม่ล่าสุด'Blooming Love'

‘ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์’เปิดม่านสู่โลกแห่งความงดงามของชุดไทยพระราชนิยมแห่งยุค ด้วยคอลเลกชันใหม่ล่าสุด’Blooming Love’

วันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567, 13.56 น.

ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ เปิดม่านสู่โลกแห่งความงดงามอันเลอค่าของชุดไทยคอลเลกชันใหม่ล่าสุด “Blooming Love” จากศิลปินผู้สร้างสรรค์ต่อยอดผลงานชุดไทยพระราชนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ดร.สรรค์ สุดเกตุ ดีไซน์เนอร์เจ้าแห่งปรัชญาความงามและรสนิยมอันประณีต นำแรงบันดาลใจจากดอกไม้แทนใจที่สื่อถึงความรักและสิริมงคล มาถ่ายทอดผ่านผลงานออกแบบชุดไทยล่าสุดอย่างพิถีพิถัน   ออกมาเป็น 10 สุดยอดชุดไทยแห่งความงดงามและความเป็นสิริมงคล โดยเป็นการออกแบบชุดไทย ให้เหมาะสมกับเจ้าสาวยุคใหม่ ด้วยการประยุกต์ให้เข้ากับชุดไทยพระราชนิยมได้แก่ ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรี และชุดไทยจักรพรรดิ เหมาะสมสำหรับหญิงงามในวันสำคัญ

นอกจากชุดไทยที่ดีไซน์และตัดเย็บอย่างงดงามโดดเด่นแล้ว ยังตกแต่งด้วยความประณีตพิถีพิถัน ด้วยมือดีไซเนอร์ระดับชั้นแนวหน้าของเมืองไทย กับคริสตัลที่มีความหลากหลายกว่า 9 ชนิด ผสานเข้ากับ  สวารอฟสกี้ที่ส่องประกายระยิบระยับดั่งแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสุดงดงาม นอกจากนี้ยังมีการหยิบนำเอาดอกไม้มงคลประจำแต่ละชุดมาสร้างสรรค์เป็นดอกไม้แก้วผลึกเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลที่แตกต่าง  กันออกไป เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อันงดงามเลิศล้ำไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

หากใครกำลังมองหาชุดไทยที่สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างมีรสนิยมและสง่างาม ห้ามพลาดกับความงดงามสุดยอดชุดไทยคอลเลกชันนี้เป็นอันขาด พร้อมเปิดประสบการณ์สุดแสนประทับใจร่วมกันแล้ววันนี้ สามารถชมผลงานผลงานชุดไทยของห้องเสื้อวนัช กูตูร์ ได้ผ่านช่องทาง facebook.com/vanuscouture  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-0024895, 02-0024896, 086-491-5445 และ  Line: @ vanuscouture

‘เอ๋ ปารีณา’น้ำตาคลอ! เผยสาเหตุเศร้า สูญเสีย’คุณพ่อทวี’ เปิดที่มาหนี้กว่า 50 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801439

'เอ๋ ปารีณา'น้ำตาคลอ! เผยสาเหตุเศร้า สูญเสีย'คุณพ่อทวี' เปิดที่มาหนี้กว่า 50 ล้าน

‘เอ๋ ปารีณา’น้ำตาคลอ! เผยสาเหตุเศร้า สูญเสีย’คุณพ่อทวี’ เปิดที่มาหนี้กว่า 50 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 07.54 น.

“เอ๋ ปารีณา” น้ำตาคลอ เปิดสาเหตุเศร้า สูญเสีย “คุณพ่อทวี”เปิดที่มาหนี้กว่า 50 ล้าน พ้อแม่ป่วยซ้ำอีก 

“เอ๋ ปารีณา” เปิดใจครั้งแรก สูญเสียคุณพ่อ “ทวี ไกรคุปต์” ไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมเปิดสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ ไม่เคยบอกคุณพ่อมาทั้งชีวิต ย้อนเล่าโมเมนต์ความน่ารักของคุณพ่อที่มีต่อลูกสาว อัปเดตคดีรุกป่า ศาลตัดสินต้องชดใช้เงินกกต.กว่า 7.6 ล้านบาท และขอเคลียร์ใจหลังมีหนี้สินมากกว่า 50 ล้าน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศและ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ใครได้เห็นภาพในงาน จะมีนักการเมืองหลายท่านที่มา บางคนเคยห้ำหั่นทางการเมืองกันมาก่อน ความรู้สึกที่แต่ละท่านมาร่วมงานและแสดงความเสียใจ เอ๋รู้สึกอย่างไร?

“รู้สึกซาบซึ้งใจ และดีใจมากๆ ค่ะ เพราะช่วงเวลาที่เราบอบบางที่สุด คนที่เราเคยห้ำหั่นมา เดินทางมาที่บ้าน ซึ่งไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย อยู่ที่ราชบุรี ก็ไกล ท่านก็เสียสละเวลาเดินทางมาร่วมไว้อาลัยให้กับคุณพ่อ ก็ปลื้มใจอย่างสุดซึ้งเลยค่ะ”

ภาพกอดให้กำลังใจ เท่ากับปลดล็อกมั้ย?

“ถ้าพูดถึงท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ปกติท่านเป็นคนใจดีอยู่แล้ว แต่ด้วยช่วงนั้นเป็นบทบาทของฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องเป็นลักษณะที่ทุกคนเห็นอยู่ วันนี้เอ๋ได้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้ว คุณพ่อก็เสียแล้ว ท่านก็อุตส่าห์เดินทางมา ก็เป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดเลยค่ะ”

วันนั้นท่านเสรีพูดอะไร?

“ท่านขอให้โชคดี ขอให้หมดทุกข์หมดโศกค่ะ”

ยังมีส.ส.ท่านอื่นอีกด้วย จากพรรคก้าวไกลเองก็มีให้กำลังใจ?

“อย่างคุณเจี๊ยบ ก้าวไกล คุณเจี๊ยบก็โทรศัพท์เข้ามา แล้วก็มี ส.ส. จ.จาน ดอนเมือง ไลน์เข้ามา มีคุณวิโรจน์ก็ไลน์เข้ามา คุณวิโรจน์นี่โต้ตอบกันเยอะเหมือนกัน ก็ดีใจมากๆ เพราะชื่นชมคุณวิโรจน์อยู่แล้ว คุณเติ้ล ก้าวไกลก็มา เขาเป็นส.ส.พรรคก้าวไกลหนึ่งเดียวที่คุยกับเอ๋ในช่วงยุคนั้น ปกติก้าวไกลเขาไม่คุยกับเอ๋แต่คุณเติ้ลเจอก็คุย และสามารถกินข้าวด้วยกันได้ เขาเป็นคนน่ารัก แต่คุณเจี๊ยบเอ๋มารู้จักภายหลัง หลังจากเอ๋ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้ว พอไปสัมผัสคุณเจี๊ยบ บางครั้งเราเห็นคนอื่นตามสื่อมวลชนหรือโซเชียล ทั้งดีและไม่ดี ก็ฝากว่าอย่าตัดสินคนด้วยสื่อมวลชน ถ้าไม่ได้สัมผัสเขาจะไม่รู้เลยว่าเขาเป็นคนจิตใจดีขนาดไหน”

อยากบอกอะไรคนที่มาร่วมงานคุณพ่อ?

“เอ๋อยากขอบคุณจากใจเลย ที่มาร่วมไว้อาลัยให้คุณพ่อเอ๋เพราะตอนนี้เอ๋ก็ไม่ได้มีประโยชน์ ไม่ได้เป็นนักการเมืองอะไรแล้ว ทุกคนที่เดินทางมาในวันนี้ ก็เดินทางมาด้วยจิตใจบริสุทธิ์ เดินทางมาด้วยความตั้งใจที่จะให้กำลังใจ แสดงความเสียใจ และไว้อาลัยคุณพ่อของเอ๋ ไม่ว่าเพื่อนคุณพ่อที่เดินทางมาจากจังหวัดไกลๆ ทางภาคใต้ ภาคอีสานต่างๆ บางคนก็รู้จัก บางคนก็ไม่รู้จัก นั่งคุยกับเอ๋เล่าเรื่องคุณพ่อให้ฟังแล้วร้องไห้ นั่งร้องไห้มากกว่า 10 วันแล้ว ไม่เคยหยุดร้องไห้แม้แต่วันเดียว การที่มีผู้คนเดินทางมามากๆ และพูดคุยเรื่องคุณพ่อให้ฟัง บางคนก็พูดถึงว่าเขาพูดถึงลูกๆ อย่างไร ฟังแล้วก็ร้องไห้ คิดถึง คนที่มาคือคนที่มีความตั้งใจจริงๆ แต่อย่าลืมว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไป คนที่ไม่มาก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้รักคุณพ่อ หรือไม่ได้ผูกพันกับเอ๋ แปลว่าเขาไม่ว่างจริงๆ เพราะเขาต้องไปทำงานด้วย เอ๋จึงไว้ศพถึง 7 วัน เพื่อเปิดโอกาสต้อนรับทุกคนที่อยากมาพบคุณพ่อ มาไว้อาลัย”

อาการคุณพ่อก่อนเสียชีวิต เป็นเพราะอะไร?

“ด้วยวัย ความชราภาพ เป็นเรื่องปกติของผู้สูงวัยทุกท่าน จะมีอาการเดียวกัน คุณพ่อเป็นคนแข็งแรง มีการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด มีการพบหมอเพื่อตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ความชราภาพ ก็ทำให้สิ่งต่างๆ ในร่างกาย ทำงานไม่สมบูรณ์ เบื้องต้นคุณพ่อล้มครั้งที่หนึ่งในห้องน้ำ ล้มเล็กน้อย แต่ด้วยวัยก็ทำให้สะโพกหัก แต่ไม่มีอันตรายอะไร พอล้มครั้งที่สอง คุณพ่อล้มในห้องน้ำเช่นเดียวกัน ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ปกติเอ๋กับคุณพ่อไม่คุยเล่นกันในโทรศัพท์จะคุยธุระกันเท่านั้น แต่วันนึงเรามีธุระกันมากกว่า 50 เรื่อง ก็เหมือนคุยกันทั้งวันอยู่แล้ว อยู่ดีๆ ตอนหกโมงเช้า เอ๋โทรไปหาคุณพ่อ อยากคุยเล่น คุณพ่อไม่รับ คุณพ่อโทรกลับมาตอน 8 โมงเช้า ถามว่าใครครับ พอบอกว่าเอ๋ค่ะ ลูกมีอะไรมั้ย เอ๋บอกไม่มี พ่อก็บอกว่าแต่พ่อมี พ่อล้ม เอาเฮลิคอปเตอร์มารับพ่อด่วนเลย พ่อยังไม่อยากตาย เพราะเลือดเต็มเลย เอ๋ก็บอกว่าที่ไหน เขาบอกในห้องน้ำ เอ๋ก็บอกว่าอีก 5 นาทีเดี๋ยวเอ๋โทรกลับ เอ๋ก็โทรหาคนที่อยู่ใกล้ที่สุดไปรับคุณพ่อทันทีเพื่อส่งรพ. ส่งไกลหน่อยที่ศิริราช ซึ่งเป็นรพ.ที่คุณพ่อและเอ๋ไว้ใจ เอ๋ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยากให้การวินิจฉัยเป็นความสบายใจของเอ๋ด้วย ระหว่างการเดินทางคุณพ่อก็โทรหาเอ๋เรื่อยๆ จนถึงรพ. ตอนนั้นเอ๋อยู่กาญจนบุรี ก่ออิฐทำเล้าไก่ ก็ขับรถไปรพ. ช้ากว่าทีมงานเอ๋ 30 นาที หมอก็ขอซีทีสแกน เอกซเรย์หลายอย่าง หลังมีการตรวจสอบทุกอย่าง ปรากฏว่าโหนกแก้มคุณพ่อหัก ก็เลยตรวจตาต่อ ไม่มีผลต่อการมองเห็น มีรูประมาณ 1 เซนฯ ที่สมอง ทำให้เลือดไหลทางสมองอยู่ คุณพ่อเลยขอให้แอดมิตอีก 1 วัน ถ้าเลือดหยุดไหลก็กลับบ้านได้ ถ้าไม่หยุดไหลก็ต้องดูต่อว่าจะรักษายังไง ส่วนเรื่องหัวใจ ส่วนใหญ่คนเรามี 3 เส้น คุณพ่อเหลือเส้นเดียว แต่เส้นนี้แข็งแรงมาก ซึ่งสายไฟหัวใจมันขาดหมด ถามว่าจะทำยังไง หมอก็บอกว่าจะทำให้หัวใจเต้นช้าลงจนหยุดไป คุณพ่อก็บอกว่าแล้วมีวิธีอะไรมั้ย ก็ยังไม่มี เป็นเรื่องความชราภาพ แต่ตรวจอื่นๆ แข็งแรงมาก มีหัวใจ อยู่ที่เวลา คุณพ่อบอกว่าไม่แน่ใจว่าลื่นหรือเป็นลมในห้องน้ำ เพราะผมระวังมาก ไม่น่าลื่น คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวฝังชิฟในหัวใจเพื่อทำการบันทึกว่าเวลาที่ล้ม ครั้งต่อไปจะรู้เลยว่าเกิดจากหัวใจหรือเปล่า คุณพ่อบอกว่าฝังไปแล้วรักษาได้มั้ย หมอบอกว่าไม่ได้รักษา แต่จะรู้ว่าสาเหตุมาจากตรงนี้หรือไม่ พ่อบอกว่าถ้ารักษาไม่ได้ ไม่ทำ พ่อแก่แล้ว ห้ามเจาะ ห้ามผ่า ห้ามอะไรเลย อายุขนาดนี้แล้วอย่าทำ ถ้าผ่าแล้วเดี้ยงไป กลับมาเดินเหินไม่ได้ พ่อก็ไม่ค่อยอยากอยู่เท่าไหร่แล้ว ก็ห้ามทำ วันรุ่งขั้นซีทีสแกนครั้งที่สอง เลือดหยุดไหลก็กลับบ้าน ครั้งที่สามคุณพ่อก็ไปดูคนงานทุบบ้านเพื่อเตรียมขายที่ดินที่กรุงเทพฯ แล้วเกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ไม่มีอะไร กลับบ้านไป และครั้งสุดท้ายคือรอบนี้ เป็นรอบที่สี่ คุณพ่ออยู่บ้านพักที่สวนผึ้งแล้วเป็นลมไป คนอยู่รอบๆ พยายามปฐมพยาบาล เรียกรถพยาบาลทันที พอรถพยาบาลมาถึง ก็มีการปั้มหัวใจ ใส่เครื่องช่วยหายใจ นำส่งรพ. พอถึงศิริราช ศิริราชบอกว่าต้องผ่าตัดเปิดกะโหลก เพื่อเอาเลือดออก มีเลือดคั่งในสมอง แต่คุณพ่อสั่งเอาไว้ว่าห้ามผ่า คุณหมอบอกว่าไม่ผ่าคือตายอย่างเดียว ก็เลยต้องผ่า พอผ่าเสร็จ คุณหมอบอกว่าคุณพ่อมีสภาวะสมองตาย ถ้าครบ 24 ชม. ทางแพทยสภาถือว่าเป็นผู้เสียชีวิต สมองไม่ได้สั่งงาน ไม่ตอบสนองอะไร แต่คุณหมอบอกว่าด้วยเทคโนโลยีก็สามารถรักษาชีพจรขึ้นมา โดยการอัดยาเข้าไปต่างๆ เวลาความดันลด หัวใจจะหยุดเต้นก็อัดยากัน จนตอนหลังเตรียมทำใจแล้ว ก็บอกจะเอาคุณพ่อกลับบ้านแล้ว คุณหมอบอกว่าส่งเข้าบ้านไม่ได้ ต้องส่งระหว่างรพ. เลยส่งไปรพ.ราชุบรี เพื่อให้ใกล้บ้าน แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน พอถึงรพ.ราชบุรีปุ๊บ วันแรกที่มาถึง ไม่ได้ให้ยาอะไรเลย จากให้ยาหนักๆ ชีพจรปกติมากๆ ก็อเมซิ่ง ตกใจมาก คิดว่าคุณพ่อน่าจะฟื้นแล้วแหละ แต่คุณหมอที่ราชบุรีบอกว่าไม่มีทาง มันเป็นไปไม่ได้ เป็นการรออย่างเดียวแล้ว แต่ชีพจรเต้นดีโดยไม่ใช้ยากระตุ้นเลย ก็เป็นสภาพร่างกาย เพราะออกซิเจนมันเป่าอัดเข้าไปในหัวใจก็ดีขึ้น วันต่อมาก็เริ่มไม่ดีแล้ว และคุณพ่อก็จากไป”

ถือว่าเราทำเต็มที่ ทำดีที่สุดแล้ว ณ วินาทีที่รู้ว่าคุณพ่อไม่อยู่กับเราแล้ว?

“ประมาณวันที่ 11 หัวใจก็แตกสลายค่ะ คือเราน่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำด้วยกันเยอะกว่านี้”

มีลางสังหรณ์?

“คุณพ่อมีพฤติกรรมแปลกมาก คุณพ่อออกเดินทางเพื่อไปหาทุกคนเลย ไปหาแม้กระทั่งคนขับรถเก่าที่เขาออกไป เพราะเขามีงานที่ดีกว่านี้ ไปชวนคนสนิทเตรียมไปพัทยาหลังสงกรานต์ เพื่อไปดูอัลคาซ่า ไปหาคุณแม่ซึ่งหย่าร้างไปนานแล้ว ไปหาน้องชายที่อยู่ลพบุรี ไปนอนอยู่หนึ่งคืน ไปหาแม้กระทั่งสามีเก่าของเอ๋คุณพ่อบอกว่าอยากไปให้กำลังใจค่ะ”

มีอะไรติดค้าง?

“ค้างเยอะค่ะ เอ๋ควรมีเวลากับคุณพ่อมากกว่านี้ ตอนเด็กๆ คุณพ่อไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน คุณพ่อทำงาน แม่เลี้ยงลูกอย่างเดียว พอเรียนจบแล้วย้ายมาเรียนที่เมืองไทย ตอนนั้นติดตามคุณพ่อไปทุกหนทุกแห่ง เวลาถ่ายรูปคุณพ่อจะติดเด็กคนนึงอยู่ข้างหลังนั่นคือเอ๋ เราจะห้อยไปด้วยทุกที่ เวลาคุณพ่อลงใต้ไปดูเรื่องกุ้งที่ปัตตานี เราก็ไปด้วย เหมือนเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ไม่ได้ทำอะไรเลย มีหน้าที่กินข้าวและไปเป็นเพื่อนพ่อ นั่งดูพ่อทำงาน แค่นั้นเอง ไม่ได้ดูแลอะไรเลย แต่เชื่อว่าคุณพ่อน่าจะภูมิใจแม้แต่เรื่องเล็กน้อย ตอนนั้นเอ๋กลับมาเมืองไทยก็ไปประกวดนางสาวไทย ประกวดเสร็จยังอยู่ปัตตานีกับคุณพ่อ พอเจอคนรู้จัก คุณพ่อก็ไขกระจกลง แล้วพูดว่าลูกสาวผมไปประกวดนางสาวไทยมาครับ ทำแบบนี้ตลอดทาง เป็นเดือนๆ ซึ่งเอ๋อาย แต่พอย้อนกลับไปคิด แม้แต่เรื่องเล็กคุณพ่อยังภูมิใจ ต่อมาคุณพ่อชวนพี่ชายลงส.ส. พี่ชายไม่สะดวก ไม่อยากลง น้องชายอายุไม่ถึง คุณพ่อมาถามเอ๋ เอ๋เรียนดร.อยู่ที่ธรรมศาสตร์ ตอนเอ็นติดย้ายมาเรียนเมืองไทย เอ๋ขอพ่อหนึ่งอย่างคือเอ๋อยากซื้อโต๊ะที่เอ๋ชอบ เอ๋ไปเดินที่บางโพธิ์ เจอโต๊ะตัวนึง ราคา 110,000 บาท เอ๋ก็บอกว่าเอ๋อยากได้โต๊ะใหญ่ๆ ขนาดนี้ ลายนี้ได้มั้ย พ่อก็บอกว่าขอเหตุผล เพราะมันแค่โต๊ะนะลูก ก็บอกว่าเพราะหนูต้องอยู่ที่โต๊ะนี้อีกหลายปี เอ๋ต้องอยู่ที่ห้องสมุดและที่โต๊ะเพื่ออ่านหนังสือ อยู่สองที่ จนวันที่พ่อมาถามว่าเอ๋อยากลงส.ส.มั้ย เอ๋ก็ลงค่ะ พอลงงานก็เยอะมาก เรียนไปได้สามเทอมเท่านั้นก็ดร็อปไปเลย พอเป็นส.ส.เลือกตั้งเสร็จ ชนะสมัยแรก คุณพ่อก็ช่วยหาเสียง คนไม่รู้จักเลย เวลาไปห้อยตามคุณพ่อ เจอนักข่าวที่รู้จักคุณพ่อ เขาก็จะถามว่าใคร พ่อก็บอกว่าลูกสาว เขายังทำเสียงเหมือนไม่ใช่ลูก อย่างอื่นหรือเปล่า แต่พอประกวดนางสาวไทย คนเริ่มรู้แล้วว่าคุณทวีมีลูกสาว ตอนหาเสียงปารีณาคนไม่รู้จักเลย เรียกผิดๆ ถูกๆ ปวีณาบ้าง อะไรบ้าง แต่พอลูกสาวทวี รู้จักหมดเลยในเขตเลือกตั้ง ก็หาเสียงด้วยประโยคนี้เลย จนชนะเลือกตั้ง คุณพ่อก็ช่วยด้วย และวันแรกที่ไปประชุมสภา คุณพ่อก็ไปส่งด้วยตนเองเข้าสภา ทำงานวันแรกมีคนถ่ายรูปแล้วเอามาให้ ตั้งแต่ได้รูปนั้นมา ในบ้านเอ๋จะมีรูปลูกชายเยอะมาก แต่บนโต๊ะเอ๋จะมีรูปเดียวคือรูปคุณพ่อกับเอ๋ ที่เลือกไว้บนโต๊ะทำงาน เพราะว่าเอ๋จะได้ขยันเหมือนพ่อ”

เอ๋ไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากคุณพ่อ?

“ใช่ค่ะ ตลอดระยะเวลาเลยที่ได้อยู่และไม่อยู่กับคุณพ่อ พอเป็นส.ส. จากได้ห้อยๆ ตามไปก็ไม่ได้ห้อยแล้ว เพราะเราต้องประชุมสภา ไปเผาศพ เราจะเป็นทีมกัน ก็ทำให้ได้เจอกันน้อย แต่โทรศัพท์กัน”

ไม่ได้บอกรัก แต่การกระทำคือรักมาก?

“ใช่ แม้แต่การเมืองคุณพ่อก็ไม่อยากให้เลิก คุณพ่อบอกว่ากว่าจะสอนมาได้ขนาดนี้ ทำไมเลิก อยากให้เล่น แต่เอ๋บอกว่าเอ๋ช้ำมาก เอ๋ขอพักผ่อน คุณพ่อก็ไม่ได้พูดอะไร เอ๋ไปทำเล้าไก่ คุณพ่อก็ขับรถไกลๆ จากราชบุรีมากาญจนบุรี เพื่อมาดูเอ๋ก่อสร้าง คุณพ่อจะสอนด้วยวิธีก่อสร้าง ว่าทำยังไงให้ประหยัด ก็ตามมาช่วยเหลืออยู่ แต่ไม่ได้บอกรักเอ๋”

น้อยใจมั้ย?

“วิธีการสอนของคุณพ่อ จะมีคำพูดที่ไม่สุภาพ มีเสียงที่ดังเยอะ เป็นสไตล์ เพราะคุณพ่อก็ลูกชาวบ้าน แต่ขยันหมั่นเพียร สร้างเนื้อสร้างตัวจนได้เป็นรัฐมนตรี คุณพ่อจะเป็นคนขยันสุดๆ ในการทำงาน เวลาสอนลูกแกก็จะสอนให้จดจำเข้าไปในหัวเลยค่ะ บางครั้งสอนมากๆ เราก็หนัก น้อยใจ แต่เราฟัง เพราะถ้าไม่ฟัง เราไม่สามารถมาจุดนี้เลย”

จนเวลาผ่านไป ก็ทำให้ได้รับรู้ว่าคุณพ่อรักเรามาก เพราะเราไปเห็นกระจก มันคืออะไร? 

“สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราคิดได้ ณ ป่านนี้คือลูกชายด้วย ยืนร้องไห้ที่รพ.ศิริราช ลูกชายมาด้วยปิดเทอม เราก็ร้องว่าเอ๋รักพ่อๆ ลูกชายก็สะกิดว่าแม่ แม่ด่าหนูทั้งวันเลย แม่บ่นหนูทั้งวันเลย เจอหน้าไม่ได้ทำอะไรก็ว่าทั้งวันเลย น้องเก้ายังว่าแม่รักน้องเก้า เราก็เลยอึ้งไปเลย ว่าเออ จริงๆ ที่คุณพ่อว่าทั้งวันโดยไม่มีเหตุผล ก็คงเหมือนกับที่เราเป็นแม่คน สิ่งที่ลูกพูดเราก็คิดว่าเราคิดไม่ได้ เด็ก 14 คิดได้เยอะกว่าเราอีกนะ เราแย่ที่สุดในโลก เอาอารมณ์ ใครเป็นลูกก็ต้องฟังเรื่องนี้ด้วยนะ เขาด่าเพราะเขารัก”

เรื่องกระจก?

“เราปลูกบ้านที่โพธาราม คุณพ่อก็ซื้อตุ๊กตาฝรั่ง แล้วบอกว่าผู้หญิงต้องชอบแบบนี้นะ เป็นรูปปั้นอยู่ในบ้าน คุณพ่อบอกว่าเพื่อนพ่อแนะนำให้ซื้อนำเข้ามา ชอบมั้ย เอ๋บอกว่าสวยมากเลยค่ะ คุณพ่อก็บอกว่าว่าแล้วต้องชอบ เอ๋ก็ชอบส่องกระจก แต่งหน้าทำผม บางทีดูกระจกเล่น คุณพ่อก็ซื้อกระจกอันนึงมาเป็นดอกไม้วงกลม รีๆ ยาวๆ ใหญ่ๆ คุณพ่อบอกว่าผู้หญิงต้องมีกระจกในห้อง เวลาอาบน้ำแต่งตัว เขาซื้ออีกอันเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง เอ๋ชอบแบบนี้ ตอนเอ๋ยังไม่เลิกกับสามีเก่า เขาทำบ้าน เอ๋ก็บอกให้เอาโต๊ะเครื่องแป้งใส่ไว้มุมนี้ พอเขาทำแบบเสร็จ เอ๊ะ ทำไมไม่มีโต๊ะเครื่องแป้งสักที ปราฎว่าไม่ได้แพลนว่าเอ๋จะอยู่ เอ๋ก็ย้อนคิดเรื่องเก่าๆ บางทีคนที่เขาอยู่กับเรา เขาจะรู้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร อย่างคุณพ่อใส่มาเต็มที่เลยกระจก จนคุณพ่อเสียชีวิต เอ๋เข้าไปที่บ้านพักที่สวนผึ้ง ไปเจอกระจกอันนึง ไม่แพง เป็นกระจกไม้ มีดอกไม้สองอัน เอ๋มองว่าคุณพ่อจะซื้อมาทำอะไร เป็นกระจกโบราณ เอ๋ก็นั่งคิดว่าหรือเขาซื้อมาให้เรา แล้วลืมให้ เพราะอายุเยอะแล้ว ก็ร้องไห้กับกระจก”

อยากบอกอะไรท่าน?

“เอ๋รักพ่อค่ะ และคิดถึงพ่อ (เสียงสั่นน้ำตาคลอ)”

เรื่องที่ศาลตัดสินให้ชดใช้กกต.7.6 ล้าน?

“ตอนนี้ก็เป็นคำพิพากษาชั้นต้น ก็ขอขยายเวลาการอุทธรณ์ครั้งที่หนึ่ง อนุญาต พอดีไปดูแลคุณพ่อ จัดงานคุณพ่อ เลยขอขยายเวลาครั้งที่สอง ยังไม่ทราบว่าจะอนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่อนุญาตก็ยื่นอุทธรณ์วันที่ 11 พ.ค. นี้”

นอกจากคดีนี้แล้ว มีเรื่องราวหนี้สินอีก ประมาณ 50 ล้าน ที่มาที่ไปมาจากไหน?

“มากกว่า 50 ล้านค่ะ ก็ต้องหาอาชีพค่ะ มันล้มละลายได้ แต่จะไม่ล้ม จะทำงานใช้”

มันเริ่มจากไหน?

“เริ่มจากไปกู้เงินธนาคารธกส. เพื่อเลี้ยงไก่ค่ะ กู้มา 23 ล้าน ตอนหลังคุณพ่อก็มาช่วยชำระให้ 5 ล้านก็เหลือ 17 ล้าน ต่อมาก็มีการกู้เงินนักการเมืองท่านนึง เป็นที่เคารพรักของครอบครัวเอ๋เอ๋กู้ให้คนในครอบครัวอีกคนนึง พอถึงเวลาเราเป็นคนกู้ ก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งท่านก็เมตตาเอ๋มาก ไม่คิดดอกเบี้ย เพราะท่านรู้ว่าเอ๋ไม่ได้ใช้แม้แต่บาทเดียว แล้วมีเรื่องกกต.เข้ามาอีกส่วนนึง”

ปกติมีคุณพ่อให้กำลังใจ พอถึงเวลานี้เหมือนเสาหลักจากไปแล้ว ให้กำลังใจตัวเองยังไง?

“ได้แต่ร้องไห้ (หัวเราะ) มันเป็นภาระที่เหมือนเราคนเดียวรับผิดชอบ แต่คุณพ่อก็มีทรัพย์สินเยอะ แต่เป็นประเภทที่ดินเยอะมาก แต่ไม่ใช่ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ฉะนั้นมันก็จะมีแค่ที่ดินผืนเดียวอันนี้แหละที่มีปัญหา เหมือนที่ดินผืนเดียวพังชีวิตไปเลย เราพยายามทำกินบนที่ดินต่างๆ ต่อไป”

ลูกชายให้กำลังใจยังไง?

“โอ้โห สำคัญที่สุดเลยช่วงนี้ ขณะเดียวกันคุณแม่ก็ไม่ค่อยสบาย เสาร์อาทิตย์ต้องส่งไปอยู่กับคุณยาย เพราะคุณยายไม่ยอมกินข้าว น้องเก้าไปเขาจะมีเทคนิคให้คุณยายกินข้าว”

แบกรับความเครียด เสียคุณพ่อ เรื่องคดี หนี้สิน คุณแม่ป่วยอีก?

“ปีนี้เป็นปีทองเลยค่ะ ปีที่แล้วก็ปีทอง ไหนจะตัดสินศาล จนคุณพ่อเสียชีวิตเลย หวังว่าจะไม่มีอะไรแล้ว หรือถ้ามีอีกก็ต้องว่ากันไป”

มีคำพูดลูกชายให้กำลังใจเรามั้ย?

“ลูกจะบอกว่าแม่เก่ง แม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่างอยู่แล้ว คนเราต้องอยู่ด้วยความหวัง ไม่ต้องร้องไห้ เขาน่ารักค่ะ เราก็จะยิ้ม แต่คุณพ่อจะพูดคำว่าปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้เครียด เช้ามาก็ปัญหาเต็มไปหมด แก้ทีละอย่างไป”

คดีอยากให้ไปในทิศทางไหน? 

“อยากได้รับความยุติธรรมค่ะ อะไรที่เราผิดเราจะสารภาพทันที แต่อะไรไม่ผิดก็จะสู้ถึงที่สุด และหวังว่าจะได้รับความยุติธรรม และยังเชื่อมั่นในความยุติธรรมอยู่ค่ะ”

จากนี้วางแผนอนาคตยังไง?

“เอ๋อยากพักผ่อน และอยากเป็นเกษตรกรแบบคุณพ่อ อยากเลี้ยงไก่ ก่อสร้างเล้าไก่ให้เสร็จ ซึ่งที่นี่เอ๋ลงมือเอง ฉาบปูนเองด้วย (หัวเราะ) ก็ตั้งใจมาก อยู่กับลูกน้องเยอะ แต่อีกนานกว่าจะเสร็จ กำลังทำ เพื่อนบ้านก็เพิ่งสร้าง แต่เขาจะเสร็จแล้ว เขาเป็นเหมาจ้าง ของเราทำกันเอง ยกตัวอย่างคุณธัญญ่าสร้างบ้านก็จ่ายเป็นงวด แต่ทุนน้อยก็ทำเอง เขาก็คิดเป็นตารางเมตร ทำเองก็ถูก ก็ทำไปเรื่อยๆ”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/801338

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน

วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Man in Love คือหนังเกาหลีในปี 2014 เรื่องดังผลงานของ “ฮันดงกุกนำแสดงโดย  ฮวัง จ็อง-มิน กับ ฮัน ฮเย-จิน เรื่องราวความรักของหนุ่มนักทวงหนี้นอกระบบกับลูกหนี้สาวธนาคาร ก่อนที่จะถูกไต้หวันนำมารีเมคสร้างใหม่ในปี 2021ในชื่อเดิม Man in Love (หาดูได้ใน Netflix ชื่อไทยว่า ผ่อนรักระยะยาว) นำแสดงโดย รอย ชิว กับ ฉูเหว่ยนิง กำกับโดย ยินเฉินอาว

“เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน” คือเวอร์ชั่นภาษาไทยที่ GMM TV นำมารีเมคสร้างใหม่ โบ้ หนุ่มนักทวงหนี้สุดโหด ผู้มีวิธีทวงหนี้สุดแปลก ช่วยลูกหนี้หาเงินมาใช้ดอก เกิดรักแรกพบ อิ๋ม สาวแบงก์แสนสวยที่ต้องรับภาระจ่ายดอกแทนพ่อ จากการทวงหนี้สุดโหดมาเป็นการออกเดทแทนการจ่ายดอก เริ่มต้นจากฝ่ายหนึ่งเต็มใจอีกคนจำใจ ความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวขึ้น แต่เป็นหนี้ก็ต้องชำระ ความรักจะทำให้โบ้กับอิ๋มหลุดพ้นจากวงจรหนี้หรือยิ่งถลำลึกกันแน่? 

หน้าหนังอาจจะดูเป็นหนังรักโรแมนติกเฮฮา แต่เอาเข้าจริงๆ กลายเป็นหนังรักแบดๆ ดราม่า กินใจ ชีวิตรักของคนระดับรากหญ้า จริงๆ แล้วพลอตหนังไม่ได้มีอะไรใหม่เป็นเรื่องเดิมๆ ที่เคยผ่านตากันมา นักเลงข้างถนนรักกับสาวธนาคารก่อนจะกลับตัวล้างมือทำงานชิ้นสุดท้ายที่กลายเป็นจุดพลิกผันของชีวิต

ตัวหนังเดินเรื่องเก็บรายละเอียดของหนังต้นฉบับเกาหลีได้อย่างครบถ้วน มีการดัดแปลงบางสิ่งบางอย่างออกไป และนำเอาสิ่งที่ในฉบับไต้หวันเปลี่ยนแปลงนำมาใส่แทน เลยกลายเป็นหนังรีเมคลูกผสมระหว่าง Man in Love สองเวอร์ชั่น

ในช่วงต้นเรื่อง ตัวหนังให้เวลาในการปูรายละเอียดตัวโบ้นานกว่า 20 นาทีย้ำให้เห็นนิสัย มุมต่างๆ ทั้งด้านมืด ด้านสว่าง (ออกไปในทางดี) ทั้งทำร้ายตัวเองเพื่อข่มขวัญลูกหนี้ การช่วยเหลือลูกหนี้ (ในต้นฉบับไม่เน้น ส่วนนี้ปูเร็วไปเร็วเข้าเรื่องรักเลย) ตัวอิ๋มดูมีอะไรๆ มากขึ้น ทั้งด้านดี ด้านไม่ดี ไม่ดูใสๆ มีแค่ด้านเดียวเหมือนต้นฉบับ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดกลับไป-กลับมาตลอดเวลา มีการเพิ่มในส่วนรักโรแมนติก ดราม่า กินใจของตัวโบ้ กับอิ๋ม เข้ามาหลายตอน 

เพิ่มตัวละคร ช่างแต่งหน้า นักมวย สาวบาร์ ลูกหนี้ที่โบ้เคยช่วย หรือแม้แต่ลูกน้องโบ้แล้วกลับมามีส่วนช่วยโบ้ ดูดีดูเพลิน ช่วยเพิ่มสีสันให้กับเรื่องมากทีเดียว รวมทั้งตัวลุงอ๊อด พ่อของอิ๋ม มีการเพิ่มรายละเอียดเข้ามามากมาย ทั้งในส่วนความสัมพันธ์กับโบ้หรือกับตัวลูกสาว ไม่ใช่มาแค่นอนพะงาบๆ บนเตียงในโรงพยาบาลอย่างเวอร์ชั่นก่อนๆ 

ในต้นฉบับ ตัวหนังยังให้น้ำหนักไปในเรื่องครอบครัวของโบ้กับพ่อที่เริ่มสุขภาพไม่ดีความจำเลอะเลือนต้องมีคนดูแล พี่ชายช่างตัดผมกับเมียและลูกสาว แต่ในฉบับนี้ไม่เน้นตรงนี้มากนัก ต้นฉบับหลานสาวของโบ้ โตเป็นสาว มีการสะท้อนให้เห็นมุมของเด็กกำลังโตแต่ฉบับนี้ยังเป็นเด็กน้อย ฉากที่ขยี้ความสัมพันธ์ที่สองพ่อลูกแอบเอาเงินมาให้โบ้ หรือฉากหลอดไฟหมุนหน้าร้านทำผม หรือแม้แต่ฉากจบที่ตัวนางเอกนั่งรถไปกับพ่อพระเอก ก็ถูกตัดออกไปจนหมดสิ้น

ใน “เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน” เน้นๆ ย้ำๆ ประเด็นเรื่องของหนี้สิน การเป็นหนี้ ลูกหนี้ก็ต้องใช้ เน้นๆ ไปกับทุกๆ ตัวละคร ทั้งตรงและอ้อมๆ (ซึ่งในต้นฉบับนั้นในส่วนนี้เป็นแค่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องตัวหนังจะเน้นไปที่ตัวพระเอก ความรักที่มีให้กับนางเอกมากกว่า) “ผมไม่ใช่เจ้าหนี้ ผมเป็นแค่คนทวงหนี้” ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี ในบทโบ้ แรกๆ อาจจะดูสำอาง (ดูแม้จะพยายามให้เสื้อผ้าหน้าผมมาช่วยเสริมความห่ามก็แทบจะไม่ช่วยอะไร) แต่ดูไปๆ ค่อยๆ อินและเข้าถึงในตัวละครตัวนี้ได้ สีหน้าท่าทางการเก็บ/ปล่อย/ระเบิดอารมณ์ ฉากบู๊ทำได้ดีไม่แย่

“มีสัญญาเงินกู้มั้ย! ไม่มีก็ไม่จ่ายนะ” ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ดีงามมากๆ เป็นอิ๋มที่ดูสวยน่ารักในแบบบ้านๆ ฉีกภาพความเป็นนางเอกที่เคยผ่านตามา เล่นดีทั้งอินเนอร์อารมณ์ข้างใน ช่วงรักดูสดใส ดราม่ามาก็ดึงให้อดเอาใจช่วยไม่ได้ ญาญ่าพัฒนาฝีมือการแสดงขึ้นไปอีกขั้น ไบร์ท-วชิรวิชญ์ กับญาญ่า-อุรัสยา คือการจับคู่ที่ลงตัว เข้าคู่เข้าขา เป็นสองดารานำที่แบกหนังทั้งเรื่อง

“ถ้ากูลดดอกให้มึง แล้วคนอื่นมาขอ กูไม่แย่เหรอ!” เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ออร่ามาเต็มๆ กับบท เจ๊วรรณา ถอดแบบเจ้าแม่เงินกู้ปากตลาดที่เห็นกันได้ในชีวิตสีหน้าท่าทางคำพูด ท่าทางใจดีแต่ซ่อนความโหด มีความตอแหลในตัว ฉากผัดกับข้าวในครัวหรือลุคนักการเมืองดูดีมากๆ  และสุดๆ ไปเลยกับฉากไคลแมกซ์กับ โบ้ (บทนี้ต้นฉบับเกาหลีเป็นผู้ชาย ของไต้หวันเปลี่ยนเป็นผู้หญิงลุคเดียวกับเบนซ์เปี๊ยบ)

เจี๊ยบ-วัชระ ปานเอี่ยม ดูดีกับบท ลุงอ๊อด ที่ดูเป็นพ่อค้าบ้านๆ ในตลาด ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี วิทยุเทปคาสเซตกับเทปเพลงห้องนอนคนจน ช่วยขยี้ให้ตัวลุงอ๊อดเด่นขึ้น ต้น-วงศกร รัศมิทัต มารับบท พ่อบุญ พ่อของโบ้ เล่นนิ่งๆ เรื่อยๆ ในแบบที่คุ้นตากันดี บิ๊ก-อุกฤษ วิลลีย์ บรอด ดอนกาเบรียล มารับบท ประสิทธิ์ เจ้ามือในบ่อน ลูกหนี้เจ๊วรรณ เถื่อนๆดิบๆ กวนตีนๆ ในแบบที่คุ้นเคยมาจากเรื่องอื่นๆ เป็นตัวละครที่ถูกเพิ่มเข้ามา ในต้นฉบับไม่มีและนักแสดงเสริม ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร ในบท ริชชี่  ลูกหนี้ช่างแต่งหน้า อุล-ภาคภูมิจงมั่นวัฒนา ในบท พี่เอก, อู๋-ธนบูรณ์ เกียรตินิรันดร์ ในบท แป๊ด ลูกน้องคนสนิทโบ้

วา-วาสุเทพ เกตุเพ็ชร์ ทำ “เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน” ออกมาดูลงตัว ดูสนุก เป็นการดัดแปลงมาเป็นหนังไทยที่ลงตัวดูดี แทบจะไม่มีกลิ่นของหนังต่างประเทศ ถ้าไม่บอกก็นึกว่าเป็นไทยต้นฉบับ โปรดักชั่นดีงาม บทลื่นไหล สัดส่วนของเรื่องรัก ดราม่า มุขขำๆ มากำลังดี ภาพสวยๆ โลเกชั่นดีงาม ท้องฟ้าทะเลของพัทยา การตัดต่อที่กระชับ นักแสดงดีเข้ากับบท หรือแม้แต่ฉากแอ๊กชั่นมากำลังดี (สองครั้งก่อนแทบจะไม่เน้นฉากแอ๊กชั่น) สองเพลงประกอบของหนัง ทัั้ง นะหน้าทอง และห้องนอนคนจนถูกนำมาใส่ในหนังได้อย่างมีพลัง ใส่มาแบบถูกที่ถูกทาง รวมทั้งดนตรีประกอบที่ช่วยบิ้วอารมณ์หนังได้มากทีเดียว

จดหมายจาก โบ้ ถึง อิ๋ม ชื่อร้าน อิ๋มโบ้..จะทำให้..ซึมไปกับหนัง “เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน” คืออีกงานรีเมคคุณภาพคับแก้วดีงามๆ ของ GMM TV รักแบดๆ แซดๆ มีหนี้ต้องชดใช้ โดนใจเต็มในระดับ 8/10 คะแนน