เฮเฟเล่ จับมือ พันธมิตร พลิกโฉมมุมสินค้าเป็นสตูดิโองานดีไซน์ ในงาน งานสถาปนิก’69

เฮเฟเล่ จับมือ พันธมิตร  พลิกโฉมมุมสินค้าเป็นสตูดิโองานดีไซน์ ในงาน  งานสถาปนิก’69

เฮเฟเล่ จับมือ พันธมิตร พลิกโฉมมุมสินค้าเป็นสตูดิโองานดีไซน์ ในงาน งานสถาปนิก’69

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.29 น.

เฮเฟเล่ ประเทศไทย เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ บนเวที ASA Architect Expo 69 หรือ “งานสถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ด้วยการถ่ายทอดมุมมอง ผ่านบทบาทของแบรนด์โซลูชันเรื่องบ้านและงานอาคาร ที่อยากชวนคนไทยไปสัมผัสกับประสบการณ์งานดีไซน์รูปแบบใหม่ จากการร่วมมือกับ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” เปลี่ยนจากบูธโชว์สินค้าให้เป็น “สตูดิโอชิ้นงานสถาปัตยกรรม” ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน พร้อมให้สัมผัสในปี 2569

ปีนี้ เฮเฟเล่ได้เลือกทำงานร่วมกับ “Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research” นำโดย เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี สตูดิโอสถาปนิกชั้นนำระดับนานาชาติที่มีผลงานทั้งด้านสถาปัตยกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยมีลายเซ็นสำคัญคือแนวคิด design + research ที่ไม่ได้มองอาคารแค่ในเชิงโครงสร้าง แต่ใช้การวิจัยและตีความ “ภูมิทัศน์เอเชีย” ผ่านวิธีคิดใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีมิติทางวิถีชีวิตที่หลากหลาย การจับมือกันระหว่างเฮเฟเล่และ HAS design and research จึงไม่ใช่เพียงการให้สถาปนิกมาออกแบบบูธหรือสินค้า แต่เป็นการให้ทีมออกแบบระดับโลกมาตีความโซลูชันด้านฮาร์ดแวร์ แสงสว่าง ห้องครัว ไปจนถึงห้องน้ำของเฮเฟเล่ให้กลายเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องการอยู่อาศัยในยุคใหม่ได้อย่างมีมิติ

เสาวนีย์ เสริมศุภกรวงศ์ Sales Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายมุมมองของแบรนด์ต่อการร่วมงานครั้งนี้ ว่างานสถาปนิก’69 เป็นเวทีสำคัญที่เฮเฟเล่ใช้ถ่ายทอดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการออกแบบ “เฮเฟเล่มีความเชื่อว่า ‘นวัตกรรมที่ดี’ ไม่ได้มีแค่การสร้างสินค้ามากขึ้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้การใช้ชีวิตและพื้นที่ใช้งานมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ปีนี้เฮเฟเล่จึงตั้งใจนำเสนออีกมิติที่แตกต่าง ทั้งในเชิงแนวคิด รูปแบบการดีไซน์ และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวที่ไหน รวมถึงเรื่ององค์ประกอบ ที่เราออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการสถาปัตยกรรมและดีไซน์ ซึ่งเฮเฟเล่มั่นใจว่าผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน”

จากวิธีคิดของ HAS design and research ที่ออกแบบผ่านบริบทความเป็นเมืองและภูมิทัศน์เอเชีย ทำให้พื้นที่ของเฮเฟเล่ในงานสถาปนิก’69 จึงมีการจัดวางให้เป็นมากกว่าบูธแสดงสินค้า ที่เป็นเหมือนสตูดิโอชิ้นงานสถาปัตยกรรม ที่หยิบเอาองค์ประกอบของบ้านและอาคารมาจัดวางใหม่ให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน แสง พื้นผิว และการเคลื่อนไหวภายในพื้นที่เดียวกัน โดยผู้ชมงานจะไม่ได้แค่เดินผ่านชุดฟิตติ้ง ครัว หรือโคมไฟไปทีละชิ้น แต่จะได้เห็นว่านวัตกรรมของเฮเฟเล่เหล่านี้ เมื่ออยู่ในสายตาและการจัดวางของสถาปนิกระดับโลก จะกลายเป็นพื้นที่ด้านประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิตและอยู่อาศัยได้อย่างไร

อีกเบื้องหลังสำคัญของความร่วมมือนี้ คือดีเอ็นเอแบบ German Engineering ที่เฮเฟเล่ยึดมั่นมาโดยตลอด ในฐานะผู้นำด้าน Home & Building Solutions ที่มอบโซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เฟอร์นิเจอร์ฟิตติ้ง เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ ไปจนถึงเรื่อง Lighting Solutions ที่ไม่ได้ให้เพียงแสงสว่าง แต่มอบ“คุณภาพแสงที่ยกระดับการใช้ชีวิต” ทำให้ปีหน้า รวมถึงบนเวทีสถาปนิก’69 จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่เฮเฟเล่เดินหน้าผลักดันแนวคิด Smart Living อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในมุมโซลูชันที่ช่วยให้บ้านและอาคารฉลาดขึ้น หรือการออกแบบรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกการใช้งานมีความสะดวก ปลอดภัย และสวยงาม ผ่านการผสานอย่างลงตัวของงานดีไซน์และเทคโนโลยี

เฮเฟเล่จึงอยากชวนสถาปนิก อินทีเรียดีไซเนอร์ เจ้าของธุรกิจ จนถึงคนรักบ้านทุกคน มาสัมผัสประสบการณ์ครั้งนี้ด้วยตัวเองในงานสถาปนิก’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน 2569 – 3 พฤษภาคม 2569 ที่บูธ TP05 ฮอลล์ 2 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“ในปี 2569 ที่วงการสถาปัตยกรรมกำลังมองหาภาษาการดีไซน์รูปแบบใหม่ เฮเฟเล่ x งานสถาปนิก’69 จะเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาว่าโซลูชันเรื่องบ้านและอาคารจากเยอรมนี เมื่อถูกเล่าด้วยภาษาของสถาปนิกและงานศิลปะ จะสามารถกลายเป็นประสบการณ์ที่ #ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้อย่างไร” เสาวนีย์ ทิ้งท้าย

การเดินทางและสุขภาพ เรื่องที่ต้องคิดคู่กัน ก่อนจะเก็บกระเป๋า เช็ควัคซีนกันหรือยัง?

การเดินทางและสุขภาพ เรื่องที่ต้องคิดคู่กัน ก่อนจะเก็บกระเป๋า เช็ควัคซีนกันหรือยัง?

การเดินทางและสุขภาพ เรื่องที่ต้องคิดคู่กัน ก่อนจะเก็บกระเป๋า เช็ควัคซีนกันหรือยัง?

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ก่อนจะออกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หลายคนอาจให้ความสำคัญกับเรื่องการจองตั๋ว ที่พัก หรือการเตรียมเสื้อผ้าและกล้องถ่ายรูป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “สุขภาพ” โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านภูมิคุ้มกันผ่านการฉีดวัคซีน

นพ.วีรยุทธ ตะโนรี (ว.40915) แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช มาให้ความรู้เกี่ยวกับการลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อที่อาจพบเจอในประเทศปลายทาง เพื่อให้คุณดูแลตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

บุคคลบางกลุ่มมีความเปราะบางและต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพมากเป็นพิเศษในการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็กเล็กและสตรีมีครรภ์ ผู้ที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน (กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เพราะอาจไม่รู้ว่าตนเองมีภาวะแฝงอะไรบ้าง) ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ “ตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง” เพื่อประเมินความเสี่ยงที่แท้จริงและรับคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง

วัคซีนพื้นฐานที่จำเป็น

ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด การสร้างภูมิคุ้มกันพื้นฐานให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ควรได้รับวัค ซีนดังต่อไปนี้: วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ควรฉีดกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (dTAP): ควรฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR): สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเป็นโรคหรือได้รับวัคซีนไม่ครบ

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A): แนะนำเป็นพิเศษ เนื่องจากโรคติดต่อผ่านอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของนักเดินทาง วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B): ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่ง ป้องกันไว้เผื่อกรณีเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือเจ็บป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในต่างแดน วัคซีนเฉพาะกลุ่มเสี่ยง: เช่น วัคซีนงูสวัด (Shingles) และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ(Pneumococcal) แนะนำสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

วัคซีนเฉพาะทางของแต่ละประเทศ

นอกจากวัคซีนพื้นฐานแล้ว ควรพิจารณาฉีดวัคซีนเพิ่มเติมตามความเสี่ยงของโรคในแต่ละประเทศปลายทาง ดังนี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น เวียดนาม ลาว กัมพูชา): ควรพิจารณาฉีด วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ โดยเฉพาะหากมีแผนรับประทานอาหารริมทาง (Street Food) หรือเดินทางในพื้นที่ชนบท แอฟริกาและอเมริกาใต้: “จำเป็น” ต้องฉีด วัคซีนไข้เหลือง (Yellow Fever) ซึ่งบางประเทศกำหนดให้ผู้เดินทางต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน จึงจะสามารถเข้าประเทศได้ (แนะนำเพิ่มเติม: ควรพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แบบป้องกันล่วงหน้าหากมีแผนการเดินทางที่ต้องใกล้ชิดหรือสัมผัสกับสัตว์) ยุโรปและสหรัฐอเมริกา: เน้นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะการเดินทางในช่วงฤดูหนาวที่มีการระบาดสูง ตะวันออกกลาง: หากเดินทางไปแสวงบุญหรือเยี่ยมเยียนญาติ ควรตรวจสอบข้อกำหนดเรื่อง วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningococcal Vaccine) ซึ่งบางประเทศ เช่น ซาอุดิอาระเบีย มีข้อบังคับให้ฉีดในช่วงประกอบพิธีฮัจญ์

การวางแผนฉีดวัคซีนและปรึกษาแพทย์

เพื่อให้วัคซีนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์หรือคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนเดินทาง โดยมีระยะเวลาที่ควรคำนึงถึงดังนี้ วัคซีนทั่วไป: ควรฉีดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเดินทาง เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ทัน วัคซีนพิษสุนัขบ้า: กรณีฉีดเพื่อป้องกันแบบล่วงหน้า (Pre-exposure prophylaxis) อาจจำเป็นต้องฉีดให้ครบ 3 เข็มในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 21 วัน จึงควรเผื่อเวลาให้มากกว่าวัคซีนชนิดอื่น

 เตรียมพร้อมก่อนบิน: ยา ประกัน และข้อมูล

นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว การเตรียมตัวด้านอื่น ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน: ยาประจำตัวและใบรับรองแพทย์: เตรียมยาโรคประจำตัวให้เพียงพอ และควรพกใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) ภาษาอังกฤษกำกับไปด้วย โดยเฉพาะยาแก้ปวดหรือยาจิตเวช ที่มีส่วนผสมของสารควบคุม รวมถึงควรพกยาสามัญประจำบ้านติดตัวไปด้วย ประกันสุขภาพ: ควรทำประกันสุขภาพการเดินทาง (Travel Insurance) เพื่อความอุ่นใจหากเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน เช็คสภาพแวดล้อม: ตรวจสอบสภาพอากาศและสถานการณ์โรคระบาดในพื้นที่ที่จะไป เพื่อเตรียมอุปกรณ์ป้องกันได้อย่างเหมาะสม

การดูแลสุขอนามัยระหว่างเดินทาง

เมื่ออยู่ต่างแดน การ์ดอย่าตก เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรค: จดจำเบอร์โทรฉุกเฉิน (Emergency Call): ควรบันทึกเบอร์ฉุกเฉินของประเทศปลายทางไว้ในโทรศัพท์ ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”: ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย: เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่แออัด หรือพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนพลุกพล่าน

บทสรุป: สุขภาพที่ดี คือการท่องเที่ยวที่ราบรื่น

การเจ็บป่วยระหว่างเดินทางไม่เพียงทำให้แผนเที่ยวสะดุด แต่ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีนและการเตรียมตัวที่ดีจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507 I Line: @navavej

นพ.วีรยุทธ ตะโนรี

นพ.วีรยุทธ ตะโนรี

‘ผิวสวยไม่กลัวฝุ่น’ เปิดคู่มือฉบับเร่งด่วนสู้ภัย PM2.5 และลมหนาว

‘ผิวสวยไม่กลัวฝุ่น’ เปิดคู่มือฉบับเร่งด่วนสู้ภัย PM2.5 และลมหนาว

‘ผิวสวยไม่กลัวฝุ่น’ เปิดคู่มือฉบับเร่งด่วนสู้ภัย PM2.5 และลมหนาว

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว สิ่งที่มาพร้อมกับลมเย็นๆ ไม่ได้มีแค่ความสดชื่น แต่ยังพกพามลภาวะอย่าง PM2.5 และอากาศที่แห้งจัด ซึ่งเป็น ศัตรูตัวฉกาจ” ของสุขภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่รักการใช้ชีวิตในเมือง รมย์รวินท์คลินิก (Romrawin Clinic)  เปิดตัว “The Winter Skin Survival Guide” หรือคู่มือการดูแลผิวให้แข็งแรงและสวยใสไร้กังวลตลอดฤดูหนาวนี้

แพทย์ผู้มากประสบการณ์จากรมย์รวินท์คลินิก ให้ความเห็นว่า การดูแลผิวในหน้าหนาวที่มีฝุ่นควบคู่กันไป ต้องเน้น 3 แกนหลัก คือ “ปกป้อง-เติมเต็ม-บำรุงจากภายใน” โดยมีจุดที่หลายคนมักพลาดไป ดังนี้

ไม่ใช่แค่หน้ากาก แต่คือ “การกันแดด”

เกราะป้องกันฝุ่น : การสวม หน้ากาก N95 คือมาตรฐานเมื่อต้องเผชิญกับ PM2.5 แต่ต้องไม่ลืมว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ผิวได้โดย ตรง การปกปิดด้วยเสื้อผ้าที่มิดชิดจึงเป็นสิ่งจำเป็น

เคล็ดลับที่พลาดไม่ได้ : หลายคนมักละเลยการทาครีมกันแดดในวันที่มีเมฆมากหรืออากาศเย็น แต่ความเป็นจริงคือ รังสี UV ยังคงทำร้ายคอลลาเจนและปราการผิวได้ แม้ในวันที่ไม่มีแดดจ้า ดังนั้นการทาครีมกันแดดทุกวันจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันริ้วรอยและความหมองคล้ำ

 ล็อคผิว” หลังอาบน้ำให้ทันท่วงที

อาบอย่างฉลาด : หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดและจำกัดเวลาอาบน้ำไม่เกิน 10-15 นาที เพื่อไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติมากเกินไป ควรเลือกใช้สบู่อ่อนโยน และซับผิวให้แห้งหมาดๆ

กฎ 3 นาทีทอง : หลังอาบน้ำ คือช่วงเวลาวิกฤต  ต้องทาครีมบำรุงผิว (มอยส์เจอไรเซอร์) ทันทีภายใน 3-5 นาที เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวให้ได้มากที่สุด และอย่าลืมทาซ้ำระหว่างวัน รวมถึงให้ความสำคัญกับ ลิปบาล์ม และ แฮนด์ครีม เป็นพิเศษ

ดื่มน้ำและเลือก “เสื้อผ้า” ที่ไม่ทำร้ายผิว

ฮีลผิวด้วยน้ำ : การดื่มน้ำให้เพียงพอ 8-10 แก้วต่อวัน และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามินสูง หรืออาหารที่มีโอเมก้า 3 จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงให้ผิวจากภายในสู่ภายนอก

แฟชั่นที่ใส่ใจผิว: เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติ หรือเนื้อผ้าที่นุ่มสบาย เพราะผ้าใยสังเคราะห์หรือผ้าขนสัตว์บางชนิดอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและอาการคันได้ โดยเฉพาะในภาวะที่ผิวแห้งง่ายอยู่แล้ว

ข้อควรระวัง: หยุด ขัดผิว” บ่อยเกินไป

เน้นย้ำว่า ในช่วงที่ผิวต้องเผชิญกับมลภาวะและอากาศแห้ง ผิวจะบอบบางเป็นพิเศษ การขัดผิว (Exfoliation) หรือสครับผิวบ่อยเกินไปจะยิ่งทำให้ปราการผิวอ่อนแอและแห้งมากขึ้น หากจำเป็น ควรจำกัดให้เหลือเพียง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอ่อนโยน และเน้นการนวดเบาๆ แทนการขัดถูที่รุนแรง

รมย์รวินท์คลินิก หวังว่าคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมให้ผิวสวยท้าลมหนาวและฝุ่นได้อย่างมั่นใจ เพราะผิวที่แข็งแรงคือพื้นฐานของความงามที่ยั่งยืน ทั้งนี้ สามารถอ่านต่อได้ที่ : https://www.romrawincosmetics.com/blog/sunscreen-face/

‘บูลลี่’ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เสี่ยงทำเด็กป่วยทางจิตเวช อาจรุนแรงถึงขั้น ‘อยากฆ่าตัวตาย’

‘บูลลี่’ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เสี่ยงทำเด็กป่วยทางจิตเวช อาจรุนแรงถึงขั้น ‘อยากฆ่าตัวตาย’

‘บูลลี่’ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เสี่ยงทำเด็กป่วยทางจิตเวช อาจรุนแรงถึงขั้น ‘อยากฆ่าตัวตาย’

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในสังคมที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน เด็กจำนวนไม่น้อยกำลังต่อสู้อย่างเงียบงันกับบาดแผลในใจที่ไม่มีใครมองเห็น หนึ่งในภัยร้ายที่กำลังกัดกินจิตใจของเด็กไทยโดยที่สังคมยังไม่ตระหนักเพียงพอ      คือ “การบูลลี่” หรือ “การกลั่นแกล้งกัน” ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียน เสียดสี พูดจาดูถูก เพิกเฉย หรือประจานกันในโลกออนไลน์ การกระทำเหล่านี้ล้วนสามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะป่วยทางจิตใจ และอาจนำไปสู่โรคจิตเวชที่รุนแรงถึงขั้น “คิดฆ่าตัวตาย” ได้

พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่าปัจจุบันพบเด็กวัยรุ่นป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามากขึ้น โดย “การ บูลลี่” เป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะ “เด็กที่ถูกบูลลี่ซ้ำๆ จะเริ่มหมดความมั่นใจในตัวเอง ไม่อยากไปโรงเรียน แยกตัวจากเพื่อนและครอบครัว เงียบ มีอารมณ์เปลี่ยนแปลง เหม่อลอย ผลการเรียนลด การกินการนอนไม่ดี ไม่สนใจทำสิ่งที่เคยชอบ บางรายมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง และคิดฆ่าตัวตาย โดยที่คนรอบข้างอาจไม่ทันสังเกต”

นอกจากเด็กที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว เด็กที่เป็น “ผู้กระทำ” เองก็อาจมีปัญหาทางจิตเวชโดยไม่รู้ตัว เช่น   โรคสมาธิสั้น หรือภาวะซึมเศร้า โดยอาจใช้การกลั่นแกล้งผู้อื่นเป็นช่องทางระบายความรู้สึกด้อยค่าที่เก็บกดไว้ ขณะเดียวกัน เด็กที่เป็น “ผู้เห็นเหตุการณ์” หากไม่ได้รับการดูแล อาจเกิดภาวะเครียดเรื้อรัง (PTSD) หรือกลายเป็นผู้กระทำในอนาคตได้เช่นกัน

วงจรอันตรายนี้ยังอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เช่น การใช้สารเสพติดตั้งแต่วัยเรียน ไม่ว่าจะเป็นกัญชา บุหรี่ไฟฟ้า หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งเด็กจำนวนมากยอมรับว่าใช้เพื่อหนีจากความเครียด หรือระบายความเจ็บปวดภายในใจ

พญ.ปรานี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อัตราการพบโรคจิตเวชในเด็กและวัยรุ่นไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5–10% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และอีกส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวที่เริ่มเปิดใจและเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

“ผู้ปกครองหรือครูไม่ควรรอให้เด็กป่วยรุนแรง หากเห็นพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ซึมเศร้า แยกตัว ไม่อยากเข้าสังคม หรือไม่พูดกับใคร ทั้งที่เคยเป็นเด็กสดใสร่าเริง ควรรีบพูดคุยและพาไปพบจิตแพทย์ เพราะการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้ผลดีที่สุด”

ทั้งนี้ การรักษาโรคทางจิตเวชในวัยรุ่นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งครอบครัว โรงเรียน และทีมแพทย์ โดยบทบาทของครูและผู้ปกครองถือเป็น “ด่านหน้า” ในการสังเกตพฤติกรรมและให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ผู้ใหญ่ในระบบการศึกษาไม่ควรมอง “การกลั่นแกล้ง” ว่าเป็นแค่เรื่องหยอกล้อธรรมดา เพราะหลายครั้ง “ความรุนแรงไม่ได้อยู่ที่มือ แต่อยู่ในคำพูดและท่าทีที่ทำลายจิตใจของเด็ก”

พญ.ปรานี กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผู้ปกครองและคุณครูควรสังเกตพฤติกรรมของเด็กอย่างใกล้ชิด หากเด็กมีอาการเงียบ ซึม ไม่สดใส แยกตัวออกจากเพื่อน อย่ามองว่าแค่ ‘นอยด์’ หรืออารมณ์แปรปรวนตามวัย เพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดว่าเล็ก อาจเป็นเรื่องใหญ่ในโลกของเด็ก จนถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”

ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องรับมือกับปัญหานี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงเพื่อลดอัตราผู้ป่วยจิตเวชในวัยรุ่น แต่เพื่อปกป้อง “หัวใจเล็กๆ” ที่กำ ลังเติบโตภายใต้แรงกดดันมหาศาล และที่สำคัญ การ “บูลลี่” เพียงครั้งเดียว อาจกลายเป็น “แผลลึก” ที่ไม่มีวันจางหายไปจากใจของเขาไปตลอดชีวิต

พญ.ปรานี ปวีณชนา

พญ.ปรานี ปวีณชนา

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2568

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

●● อย่างนี้ค่อยสมศักดิ์ศรี ซอฟต์พาวเวอร์อันดับหนึ่งของไทยจริง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รายการมวยไทย“ONECHAMPIONSHIP”ถ่ายทอดสดไป 200 ประเทศ คนดูหลายร้อยล้านคนชื่อเสียงประเทศไทยก้องไปทั่วโลก อีกทั้งเวทีมวย“ลุมพินี”ยังถูกชาวโลกยกย่องให้เป็น SHRINE สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว คู่เอกที่แฟนมวยทั่วโลกเกาะจอทีวีดูคือ คู่ไต่เข็มขัดโลกมวยหญิง ระหว่าง เพชรจีจ้า กับ มาร์ตินา แชมป์โปแลนด์ วงการคาดหมายว่าจะสูสี และดุเดือด ที่ไหนได้ ระฆังแรกยกที่ 1 เพชรจีจ้า ติดตัวคู่ต่อสู้ชกฮุกซ้าย มาร์ตินาลงไปกองนับแปด จากนั้น ฝ่ายไทยจี้เข้ามุมแล้วฮุกขวาจนการ์ดตก แล้วเตะก้านคอสลบกลางเวทีครั้งนี้ เพชรจีจ้าชนะน็อกในยกที่ 1 อย่างง่ายดายเหลือเกิน…หันมาดูมวยไทยชายบ้าง ทั้งที่ “แม่ไม้มวยไทย” ดังทั่วโลกมาหลายสิบปีแล้ว แต่มวยไทยอาชีพตลอดมายังชกมวยเพื่อเอาใจ “มุมพนัน”นานปีเข้ากลายเป็นนักมวยไทยชกด้วยหมัดไม่เป็นคอยแต่จะจับคู่ต่อสู้โน้มคอตีเข่า ปัจจุบัน มาเจอมาตรฐานโลก “ONE” ของไทคูน ชาตรีศิษย์ยอดธง เลยขายหน้า กลายเป็นถูกฝรั่งต่อยน็อกคาเวทีมากมายเรื่องนี้ บารอนเนสฝากให้ ท่านผู้ว่าการการกีฬาฯ หันมามองและให้ความสนใจจริงจัง แน่นอน มันมีกลุ่มผลประโยชน์ขวางอยู่ แต่ชื่อเสียงของชาติสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด…

●● ในที่สุดพิธีเปิดการแข่งขัน SEA GAMES ครั้งที่ 33 ณ ราชมังคลากีฬาสถานก็ผ่านพ้นไปแล้ว ท่ามกลางเสียงชมระงมด้วยเสียงตำหนิข้อบกพร่องต่างๆ ควบคู่กันไป เราขอนำมาเสนอ เพื่อให้ท่านได้เห็นภาพรวม โดยไม่เทคไซด์แต่อย่างใด สเตเดี้ยมคือสถานที่จัดงานและถ่ายทอดโทรทัศน์ไปทั่วโลกเหมาะสมกับสถานภาพงานโดยภาพรวมพิธีงานเปิดดีพอสมควร, การนำศิลปะและวัฒนธรรมไทยมาผสมกลมกลืนกับเนื้อหารายการก็เป็นไอเดียที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนต่างประเทศ แต่ ITEM ของฉากเจ๊ตสกีนั้นของคนส่วนใหญ่ว่าไม่เข้าแก๊ป แถมเรือล่มอีกเลยทุลักทุเล และยังมีข้อผิดพลาดชนิดเลินเล่ออีกหลายประการ อาทิ การผิดพลาดเสียงลิปซิงค์, แปรอักษรผิดพลาด,สตาฟโปรดักชั่นวิ่งตัดหน้ากล้องระหว่างถ่ายทอดสด ท้ายสุดเรื่องที่โซเชียลเวิลด์ให้ความสนใจคือ “กระถางไฟซีเกมส์…บางครั้งการพยายามโอเวอร์ดูทางเทคนิค ทำให้งานกร่อยไปถนัดใจ ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์สำหรับพิธีปิด บริษัทออร์แกไนเซอร์งานนี้ต้องปรับปรุงทีมงานให้แถวตรงให้ได้ ส่วนข้อแก้ตัวว่า เพิ่งรับงานไม่กี่เดือนต้องเลิกพูดเลย..

●● อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์และ สมบัติ วัฒนไทย ที่ปรึกษามูลนิธิฯร่วมเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาลจำนวน30 ทุน 17 ธ.ค.2568 นี้ ณ คณะพยาบาลศาสตร์(เกื้อการุณย์) ม.นวมินทราธิราช กรุงเทพฯ…

●● งานคอนเสิร์ต หนาวลมคริสต์มาส โดย อ.ดนู ฮันตระกูล กับ วงไหมไทยออร์เคสตราจัดวันที่ 21 ธ.ค.เวลา14.00 น.ที่หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมฯ ศิลปิน มี กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยาอรณัส ยืนยงหัตถกรณ์ และวงเสียงไทยคอรัส มีเพลงในเทศกาลคริสต์มาสและเพลงดวงหทัยแห่งความรัก ให้ฟังกัน หาซื้อบัตรได้ที่หน้างานฯ…

●● ช่วง 6-14 ธ.ค.ที่ผ่านมาเตือนใจ สินธุวณิก เดินทางไปปฏิบัติบูชาที่วัดภูทอก จ.บึงกาฬ เจ้าตัวขอแผ่ส่วนกุศลมายังญาติมิตรสนิทสนมทุกๆคนด้วย…สาธุ อนุโมทามิ…

●● ความสุขเล็กๆของชายวัยหลังเกษียณอย่าง สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ก็คือการไปทริปทำบุญ ตจว.ทั่วไทย,ไปออกกำลังแขนขาในน้ำและไปเรียนร้องเพลง จะผิดคีย์บ้าง ก็ไม่เป็นไรเพราะพยายามให้อภัยตนเอง…ความสุขอยู่ไม่ไกลแค่อยู่ในใจของตัวเราเอง…อยากเป็นคนเก่งให้ประเมินประมาณนี้ !!…●●

บารอนเนส

ดื่มด่ำบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขล้นใจในประเทศไทยกับ แมริออท บอนวอย

ดื่มด่ำบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขล้นใจในประเทศไทยกับ แมริออท บอนวอย

ดื่มด่ำบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขล้นใจในประเทศไทยกับ แมริออท บอนวอย

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.29 น.

รวมตัวสังสรรค์กับคนที่คุณรักอย่างพร้อมหน้าส่งท้ายปีในแบบที่ใช่สำหรับคุณ พร้อมกิจกรรมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่อย่างอบอุ่นให้เลือกทั่วประเทศ ตั้งแต่โรงแรมใจกลางเมืองไปจนถึงรีสอร์ทริมทะเล

แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่รวมกว่า 30 แบรนด์โรงแรมระดับโลกและโปรแกรมท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมายของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ขอเชิญชวนแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ร่วมสัมผัสช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและอบอวลไปด้วยความสุข ผ่านประสบการณ์ด้านอาหารและวัฒนธรรมอันหลากหลายที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั่วประเทศ

ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหากาล่าดินเนอร์สุดหรูเพื่อเฉลิมฉลองคริสต์มาสท่ามกลางวิวเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ ค่ำคืนริมชายหาดใต้แสงดาวเพื่อต้อนรับปีใหม่ หรือการพักผ่อนช่วงเทศกาลที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของมรดกไทย แมริออท บอนวอย พร้อมเนรมิตทุกช่วงเวลาให้กลายเป็นความทรงจำสุดประทับใจ

สัมผัสบรรยากาศเทศกาลสุดคึกคักและน่าตื่นตาตื่นใจกลางเมือง

คู่รัก ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนสามารถเติมเต็มค่ำคืนส่งท้ายปีภายใต้แสงสีอันน่าประทับใจของกรุงเทพฯ ด้วยหลากหลายกิจกรรมแสนพิเศษ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (Royal Orchid Sheraton Riverside Hotel Bangkok) ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมสร้างความประทับใจด้วยดินเนอร์ริมแม่น้ำ การแสดงสุดพิเศษ และวิวพาโนรามาจากหลากหลายห้องอาหาร เช่น สยามยอร์ชคลับ (Siam Yacht Club) และ ฟีสท์ (Feast) ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงดอกไม้ไฟในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสจังหวะอันคึกคักของเมืองใหญ่ ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ (Moxy Bangkok Ratchaprasong) พร้อมมอบค่ำคืนแห่งเทศกาลที่เต็มไปด้วยพลังและสีสัน จิบเครื่องดื่มสุดคูลที่ สาโท ซัง รูฟท็อป บาร์ (Sato San Rooftop Bar) ที่เพิ่งเปิดใหม่ จัดเลี้ยงค่ำคืนคริสต์มาสอีฟกับบุฟเฟ่ต์สุดพิเศษที่ ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ (Moxy Bar & Restaurant) และเฉลิมฉลองการเข้าสู่ปี 2569 ในงาน Carnival Countdown พร้อมวิวดอกไม้ไฟ บรรยากาศของการพบปะสังสรรค์ ณ ที่แห่งนี้จะทำให้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่คุณไม่มีวันลืม

สำหรับผู้ที่มองหาสถานที่พักผ่อนสุดหรูใจกลางเมือง ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok) ให้คุณได้อิ่มเอมในบรรยากาศที่งดงามเหนือกาลเวลาและอาหารสุดสร้างสรรค์ เช่น ดินเนอร์ 6 คอร์สสุดอลังการในคืนวันส่งท้ายปีเก่าพร้อมไวน์ระดับพรีเมียมที่ เรน ทรี คาเฟ่ (Rain Tree Café) และด้วยทำเลที่ยอดเยี่ยม ใกล้จุดเคานต์ดาวน์ชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯ โรงแรมแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลในบรรยากาศสุดพิเศษเหนือระดับ ขณะเดียวกัน เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ (JW Marriott Hotel Bangkok) พร้อมมอบความอบอุ่นและการบริการเหนือกาลเวลาในทุกช่วงเวลาแห่งความสุข ด้วยตัวเลือกเมนูอาหารหลากหลาย ตั้งแต่กระเช้าของขวัญสุดพรีเมียมจาก แบงค็อก เบกกิ้ง คอมพานี(BBCO) ไปจนถึงบุฟเฟต์สุดอลังการที่ เจดับบลิว คาเฟ่ (JW Café) พร้อมเสิร์ฟไก่งวง Butterball เนื้อวากิวบีฟเวลลิงตัน เนื้อลูกแกะจากนิวซีแลนด์ และอีกมากมาย ทุกเมนูถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อให้คุณและคนที่คุณรักได้ใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ (The Ritz-Carlton, Bangkok) ร่วมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขด้วยธีม The Celestial Christmas Ball ณ ลิลลี่ส์ (Lily’s) ห้องอาหารที่สะท้อนศิลปะแห่งการรวมตัวและการแบ่งปันของโรงแรม พร้อมจับมือกับ Pomme Chan ศิลปินและนักออกแบบชื่อดังจากกรุงเทพฯ เนรมิตภาพวาดเหนือจินตนาการให้กลายเป็นประสบการณ์เฉลิมฉลองอันน่าหลงใหล ซึ่งสะท้อนความมหัศจรรย์ของเทศกาลวันหยุด เพื่อการเฉลิมฉลองเทศกาลท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ (The St. Regis Bangkok) ร่วมกับ สวารอฟสกี้ (Swarovski) มอบช่วงเวลาพิเศษส่งท้ายปี ด้วยชุดน้ำชายามบ่ายธีมเทศกาลอันระยิบระยับ และชุดของขวัญ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน นอกจากนี้แขกผู้เข้าพักยังจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารค่ำสุดหรูที่ห้องอาหาร วูว์ (VIU) ในขณะที่การตกแต่งสไตล์ Après-Ski (การพักผ่อนสบายๆ หลังจากการเล่นสกีบนภูเขา) ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น พร้อมเครื่องดื่มรับเทศกาล ณ เดอะ เซนต์ รีจีส บาร์ (The St. Regis Bar) ช่วยสร้างบรรยากาศฤดูหนาวที่สมบูรณ์แบบ

การพักผ่อนอันเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของชายหาดอ่าวไทย

เพียงขับรถออกจากบรรยากาศความเร่งรีบของกรุงเทพฯไม่นาน นักเดินทางสามารถสร้างความทรงจำแสนพิเศษริมทะเลที่หัวหินหรือพัทยาได้ทันที เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Sheraton Hua Hin Resort & Spa) เชิญคนที่คุณรักมาร่วมสัมผัสกิจกรรมที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เปิดโอกาสให้ทุกคนใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านอาหาร ดนตรี และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นงานฉลองคริสต์มาสริมชายหาด หรือการนับถอยหลังสู่ปีใหม่ในธีม Amazing Siam ทุกช่วงเวลาต่างอบอวลด้วยบรรยากาศแห่งความผูกพันและได้อยู่ร่วมกัน ที่ พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา (Pattaya Marriott Resort and Spa) คู่รักและครอบครัวสามารถเติมเต็มวันหยุดส่งท้ายปีด้วยความสงบและเสน่ห์ธรรมชาติของชายฝั่งทะเล ดื่มด่ำกับมื้ออาหารอบอุ่นที่ โกจิ คิทเซ็น กริล แอนด์ บาร์ (Goji Kitchen Grill & Bar) และรสชาติอิตาเลียนระดับพรีเมียมที่ ลา แฟมมิเลีย (La Familiare) ก่อนปิดท้ายด้วยการอำลาดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าริมหาดจอมเทียน

ออกเดินทางสู่การพักผ่อนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาริมฝั่งอันดามัน

สำหรับแขกผู้ที่มองหาการพักผ่อนริมชายหาดอันแสนสุขสงบในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้ ภูเก็ต คือคำตอบที่ลงตัว ด้วยการผสมผสานของบรรยากาศสไตล์ทรอปิคอลกับความเงียบสงบของเกาะอย่างสมบูรณ์แบบ การพักผ่อนในช่วงเทศกาลที่เหมาะสำหรับครอบครัวรอคุณอยู่ที่ โฟร์พอยท์ บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตองบีช รีสอร์ท (Four Points by Sheraton Patong Beach Resort & Spa) แวดล้อมด้วยกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ทั้งกิจกรรมสำหรับเด็ก การมาเยือนของซานตาคลอส มื้ออาหารที่เปี่ยมด้วยสีสัน ณ ห้องอาหาร ชาวเล คิทเช่น (Chao Leh Kitchen) และค่ำคืนที่แสนสนุก ณ เดอะ เด็ค บีชคลับ ป่าตอง (The Deck Beach Club Patong) รับรองว่าทุกคน ในทุกช่วงวัย จะได้รับความทรงจำอันล้ำค่ากลับไป ที่ เจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Phuket Resort & Spa) คนที่คุณรักจะได้ก้าวสู่โลกแห่งความหรูหราริมหาดไม้ขาวอันสงบบริสุทธิ์ ตั้งแต่ช่วงเวลาอบอุ่นของ มื้อค่ำวันคริสต์มาสสุดชิค ไปจนถึงงาน Velvet Disco Soirée ที่ เอ็ม บีช คลับ (M Beach Club) เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการต้อนรับปี 2569 ริมทะเล ส่วนที่ คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท  (Courtyard by Marriott Phuket, Patong Beach Resort) แขกจะได้พบกับการผสานความระยิบระยับแห่งเทศกาลเข้ากับแสงแดดอันสดใสของภูเก็ตอย่างลงตัว พร้อมเนรมิตบรรยากาศคริสต์มาสสไตล์ทรอปิคอลด้วยดินเนอร์ริมสระ ดนตรีอะคูสติกเล่นสด และเมนูพิเศษประจำฤดูกาล พบกับค่ำคืนส่งท้ายปีที่จะยิ่งเฉิดฉายด้วยงาน Countdown Carvery ที่ Smokestack BBQ & Grill และงาน Spritz & Glam BBQ สุดหรูที่ เดอะ ภูเก็ต อีทเทอรี่ (The Phuket Eatery) ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงดอกไม้ไฟสุดตระการตาบนหาดป่าตอง และที่ ภูเก็ตแมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา เมอร์ลิน บีช (Phuket Marriott Resort & Spa, Merlin Beach) แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขในช่วงเทศกาล ด้วยงานเฉลิมฉลองริมชายหาด ดินเนอร์สุดหรูที่ เมอชาน คิทเช่น (Merchant Kitchen) และ บีชกริล (Beach Grill) พร้อมปาร์ตี้ส่งท้ายปีสุดตระการตา เคล้าเสียงพลุไฟริมทะเล

เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา (Khao Lak Marriott Beach Resort & Spa) ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งอันดามันในจังหวัดพังงา เชิญชวนคู่รักและครอบครัวร่วมสัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษด้วยดินเนอร์ริมทะเลที่คัดสรรค์และสร้างสรรคืมาอย่างพิถีพิถันที่ โกจิ คิทเช่น แอนด์ ลอน (Goji Kitchen & Lawn) พร้อมเสียงเพลงจากวง The Cooljackz การแสดงจากคาร์นิวัลแดนเซอร์ ดีเจ และประสบการณ์เฉลิมฉลองปีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกช่วงวัย 

การผจญภัยที่จุดประกายแรงบันดาลใจท่ามกลางขุนเขาในภาคเหนือ

สำหรับผู้ที่ใฝ่หาการผจญภัยและต้องการฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท (Le Méridien Chiang Rai Resort) ชวนให้ผ่อนคลายกับกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจและดินเนอร์แสนโรแมนติกที่ห้องอาหาร ฟาโวล่า เชียงราย (Favola Chiang Rai) โดยมีฉากหลังเป็นขุนเขาเขียวชอุ่มและสายน้ำที่ไหลระริก สร้างบรรยากาศงดงามชวนฝัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุขต้อนรับปี 2569 ส่วนที่ เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล (Chiang Mai Marriott Hotel) ช่วงเวลาแห่งความสุขในเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนารอทุกคนอยู่ พร้อมบุฟเฟต์คริสต์มาสแสนอบอุ่นและเมนูเพื่อเติมเต็มบรรยากาศเฉลิมฉลองที่ กัช คิทเช่นแอนด์ บาร์ (Gaj Kitchen and Bar) ดินเนอร์พิเศษที่ ฟาโวล่า (Favola) และเคานต์ดาวน์ปาร์ตี้เพื่อให้ทุกวินาทีของค่ำคืนสุดท้ายของปีเต็มไปด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือการสำรองที่พักช่วงเทศกาลกับ แมริออท บอนวอย ในประเทศไทย กรุณาเข้าไปที่ https://www.marriott.com/en-us/dining/campaign/festive-experience-in-thailand.mi

-(016)

EnCo คว้ารางวัล ‘ESQR’s Quality Achievements Award 2025’ ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพระดับโลก

EnCo คว้ารางวัล 'ESQR’s Quality Achievements Award 2025' ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพระดับโลก

EnCo คว้ารางวัล ‘ESQR’s Quality Achievements Award 2025’ ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.13 น.

บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) ผู้นำด้านการพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร คว้ารางวัล ESQR’s Quality Achievements Award 2025 จาก ESQR (European Society for Quality Research) องค์กรระดับนานาชาติที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพและสนับสนุนการนำระบบบริหารจัดการคุณภาพไปใช้จริงในองค์กรทั่วโลก รางวัลนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของ ESQR ที่จัดขึ้นประจำทุกปี เพื่อมอบสำหรับองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและเป็นเลิศในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ EnCo ที่ขับเคลื่อนมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการบริหารอาคารมาอย่างยาวนาน โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมดุสิตธานี ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ศิรศักดิ์ จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) เปิดเผยว่า “รางวัล ESQR’s Quality Achievements Award 2025 เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจตลอดย่างก้าว 21 ปีของ EnCo ในการรักษาและพัฒนามาตรฐานคุณภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง เราดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ ‘มุ่งมั่นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารจัดการอาคารสถานที่ด้วยบริการที่เป็นเลิศเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน’ ผ่านแนวทางการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมมุ่งยกระดับระบบบริหารจัดการอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย พลังงาน และสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรฐานสำคัญรองรับ เช่น ISO 9001:2015 ระบบบริหารงานคุณภาพ และ ISO 41001:2018 ระบบการจัดการทรัพยากรทางกายภาพ (Facility Management) ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้เช่า ผู้ใช้อาคาร และพันธมิตรทางธุรกิจ

นอกจากนี้ในช่วงปี 2024–2025 ที่ผ่านมา EnCo ได้เดินหน้าพัฒนาอาคารสีเขียว (Green Building) และระบบบริหารจัดการพลังงานอย่างจริงจัง ทั้งการใช้เทคโนโลยีควบคุมอาคารอัจฉริยะ การออกแบบพื้นที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิล และการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ Low Carbon Society ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมด้าน Smart Property Management เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้อาคารที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความสำเร็จในปีนี้จึงไม่เพียงสะท้อนคุณภาพของการบริหารจัดการ 

อาคารเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำทิศทางของ EnCo ในการก้าวสู่ผู้นำด้านการบริหารอาคารยุคใหม่ที่ผสานคุณภาพ ความยั่งยืน และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร โดยเราจะเดินหน้าต่อยอดโครงการด้าน Smart Energy, Green Operation และระบบอาคารอัจฉริยะ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ในระดับประเทศ และเป็นต้นแบบอาคารคุณภาพที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างแท้จริง”

สำหรับรางวัล ESQR’s Quality Achievements Award มอบให้องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการคุณภาพอย่างยั่งยืน โดย ESQR พิจารณาผ่านกระบวนการวิจัยรอบด้าน ทั้งการสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค การศึกษาตลาด การประเมินคุณภาพบริการ การสื่อสารองค์กร รวมถึงข้อมูลจากแหล่งสาธารณะด้านนวัตกรรม โครงการเพื่อสังคม และบทบาทในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ EnCo ยังได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากผู้ได้รับรางวัลในอดีต และองค์กรสมาชิกในเครือข่าย ESQR ซึ่งประกอบด้วยบริษัทชั้นนำ หน่วยงานรัฐ และสถาบันการศึกษาทั่วโลก สะท้อนถึงการยอมรับจากมืออาชีพในระดับสากลว่า EnCo เป็นองค์กรที่โดดเด่นด้านมาตรฐานคุณภาพอย่างแท้จริง

-(016)

ปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ ‘ห้วยแถลง – จักราช’ ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ พร้อมนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยประชาชน

ปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ 'ห้วยแถลง - จักราช' ชู 'วิจัยติดดิน กินได้' พร้อมนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยประชาชน

ปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ ‘ห้วยแถลง – จักราช’ ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ พร้อมนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยประชาชน

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.53 น.

ปลัดกระทรวง อว. ลงพื้นที่ “ห้วยแถลง – จักราช” จ.นครราชสีมา ชู “วิจัยติดดิน กินได้” มอบ “มทส. – มรภ.นครราชสีมา – มทร.อีสาน” พร้อมหน่วยงานวิจัยในพื้นที่นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยพี่น้องประชาชนทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม พัฒนาทักษะอาชีพเพื่อทำให้นครราชสีมาก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม” ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

15 ธันวาคม 2568 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พร้อมผู้บริหาร อาทิ น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัด อว. นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รักษาการรองปลัด อว.และผู้บริหารหน่วยงานกระทรวง อว.ลงพื้นที่วัดหลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง และวัดป่าหนองบัวเกาะเพชร อ.จักราช จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามผลการขับเคลื่อนงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อววน. ว่าได้ถึงมือพี่น้องประชาชนแล้ว โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการนำนิทรรศการนวัตกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทุกหน่วยงานในกระทรวง อว. มาจัดแสดงพร้อมมีการออกหน่วยจากสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาให้บริการทางการแพทย์และด้านสุขภาพแก่ประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวเปิดงานว่า กระทรวง อว. มีมหาวิทยาลัยในการดูแลถึง 154 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะจังหวัดนครราชสีมาก็มีหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) มหาวิทยาลัยราชภัฎฺ(มรภ.) นครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชงคล(มทร.)อีสานรวมทั้งหน่วยงานวิจัยอีกหลายแห่งที่จะมาช่วยพี่น้องประชาชนโดยการนำ อววน.มาช่วยทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม อาชีพ สุขภาพ การพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา กระทรวง อว.ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Quick Win เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ กลุ่มแรก “วิจัยติดดิน กินได้”  โครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” ที่ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดแรงงาน ลดเวลา และลดความเสี่ยงจากสารเคมี เป็นการนำนวัตกรรมลงสู่ไร่นาอย่างแท้จริง กลุ่มที่สอง “วิทย์พิชิตภัย” นำเทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งดาวเทียม THEOS ระบบThaiWater และ GeoAI มาตรวจจับ ชี้พิกัด และเตือนภัยน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำ พร้อมบูรณาการการช่วยเหลือผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงไม่ตกหล่น

ปลัด อว.กล่าวต่อว่า กลุ่มที่สาม “มหาวิทยาลัยสีเขียว สู่ Net Zero ปี 2050” ผ่านโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” สนับสนุนมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว มาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน  กลุ่มที่สี่ “Upskill–Reskill ครั้งใหญ่” มอบโอกาสใหม่ให้ผู้ตกงานและแรงงานไทยได้เสริมทักษะสำคัญผ่านมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และระบบออนไลน์ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดงานยุคใหม่และกลุ่มที่ห้า “AI love U: เร่งพลังอนาคตไทย” ยกระดับการเรียนการสอนด้าน AI ในมหาวิทยาลัย สนับสนุนภาคธุรกิจด้วย “AI คนละครึ่ง” และขยายผลระบบ “AI Chest X-ray” เพื่อคัดกรองสุขภาพปอดประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยพลังของ อววน. และความร่วมมือของชาวโคราช จะสามารถทำให้จังหวัดนครราชสีมาก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม” ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

ด้านนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา มีเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด มุ่งสู่การเป็นมหานครแห่งโอกาสการสร้างสรรค์นวัตกรรม เกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวและกีฬา ก้าวสู่สังคมคุณภาพสูง และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ถือเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรมนุษย์ กลไกการพัฒนา และสถาบันอุดมศึกษาที่เข้มแข็ง  ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมอย่างยิ่ง ที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวง อว. และทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน  

จากนั้น ศ.ดร.ศุภชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวง อว.ได้นำวิทยาศาสรร์ วิจัยและนวัตกรรมมาช่วยประชาชนในพี้นที่ต่างทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำผลผลิตทางธรรมชาติมาเพิ่มมูลค่า และมีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ อย่าง จ.นครราชสีมา ก็จะมี มทส. –  มรภ.นครราชสีมา  – มทร.อีสาน ซึ่งมีภารกิจบริการทางวิชาการให้กับประชาชน เอาความรู้ที่มีมาช่วยพี่น้องประชาชนซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยในพื้นที่จะเข้าใจประชาชนในพื้นที่ว่าต้องการอะไรและเอาความรู้ที่มีมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตามตนจะขอให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่นำงานวิจัยาช่วยพี่น้องประชาชนให้มากขึ้นตามนโยบายวิจัยติดดิน กินได้

-(016)

อพท.เปิดว้าว 9 เส้นทางท่องเที่ยว ‘THE SOUL OF THAILAND’ ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน

อพท.เปิดว้าว 9 เส้นทางท่องเที่ยว ‘THE SOUL OF THAILAND’ ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน

อพท.เปิดว้าว 9 เส้นทางท่องเที่ยว ‘THE SOUL OF THAILAND’ ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.42 น.

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดงานเปิดตัว 9 เส้นทางท่องเที่ยว “THE SOUL OF THAILAND” ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย ณ Parade Square, G Floor, Parade at One Bangkok เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรม  มุ่งสร้างและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพสูง หวังกระตุ้นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้าใจในทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองเพิ่มมากขึ้น

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า “อพท. ในฐานะหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (นายอรรถกร ศิริลัทธยากร) ได้ทำหน้าที่ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในเชิงบูรณาการ ตลอดจนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีศักยภาพตามมาตรฐาน CBT Thailand และพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ชูอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของชุมชนผ่านเส้นทางและกิจกรรมท่องเที่ยว และสามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวด้วยตนเองเพื่อสร้างความยั่งยืน เพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดตัวแคมเปญ “THE SOUL OF THAILAND” ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสมาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับ 9 เส้นทางท่องเที่ยว ใน 9 พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการยกระดับเส้นทางการท่องเที่ยวบนฐานทุนท้องถิ่น ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้วยความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว โดยทั้ง 9 เส้นทางได้แก่

COLORS OF CHIANG RAI เมืองสร้างสรรค์ สีสันแห่งล้านนา ชื่นชมวิถีชีวิตแห่งล้านนา ไปกับการลงพื้นที่คลุกคลีชุมชนชาติพันธุ์ ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่รายล้อม พร้อมผจญภัยไปในดินแดนแห่งธรณีวิทยา และตำนานแห่งขุนเขา

NAN SLOW LIFE เสน่ห์ของวิถีเนิบช้า เติมเต็มความสบายใจอย่างเต็มอิ่มกับเมืองแสนสงบที่ปราศจากความวุ่นวาย พักผ่อนท่ามกลางความเนิบช้าและเรียบง่าย แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ อุดมไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถานสุดงดงามที่ผ่านกาลเวลามากว่าหลายร้อยปี มาดื่มด่ำกับความเรียบง่ายของชีวิตกับกาแฟรสชาติดีสักแก้วที่เมืองน่าน

SUKHOTHAI TIMELESS TREASURES มรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ ชมเมืองเก่าเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ที่สุโขทัยผ่านกิจกรรมสุดสนุกตลอดทริป ชมโบราณสถาน แวะพักกับชุมชนขนาดกะทัดรัด ที่ใช้คำว่าน่ารักได้อย่างฟุ่มเฟือย และฝากท้องกับเมนูอาหารท้องถิ่นที่ทำให้ “สุโขทัย” กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน 1 ใน 100 แห่งของโลก

LOEI BEYOND THE MEKONG สุขใจกันไปเลย วิถีริมโขง เที่ยวเชียงคาน ดินแดน  Green Destinations และภูหลวง เมืองเกษตรกรรมถิ่นอีสาน สโลว์ไลฟ์ใจฟูไปกับการท่องเที่ยวแบบร่วมสมัยผสมกลิ่นอายของอดีตผ่าน “เมืองเชียงคาน” ย่านเก่าริมแม่น้ำโขง ที่ยังอบอวลไปด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ และงานศิลปะ แวะเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวไทดำ ชาติพันธุ์ที่ยังคงวิถีผีฟ้า ปรัชญา ศรัทธาแห่งบรรพบุรุษ ท่ามกลางธรรมชาติและวิวขุนเขาแห่งพรมแดน

U THONG ANCIENT LEGACY เมืองมรดกแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ จากความรุ่งเรืองในอดีตกาล เมืองแห่งศูนย์กลางการค้าสมัยทวารวดี และจุดเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำให้ “อู่ทอง” คือดินแดนที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ และมนตร์ขลังของความรุ่งเรืองแห่งกาลเวลาที่ยังอบอวลอยู่ รอให้ทุกคนมาสัมผัส เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตากับวิถีชีวิตที่น่าค้นหาของดินแดนที่ยิ่งใหญ่แห่งอุษาคเนย์

BANG KACHAO LOW CARBON, HIGH SPIRIT สัมผัสสิ่งแวดล้อมดีดี วิถีบางกะเจ้า ไม่ใช่แค่     one day trip แต่หากอยากสัมผัสบางกะเจ้าแบบครบรส ช็อป ชิม ชิล และสนุกไปกับกิจกรรมชุมชน สามารถพักค้างคืนท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใกล้เมืองกรุง เติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้ชีวิต เต็มอิ่มกับหลากเมนูท้องถิ่น และสูดลมหายใจให้เต็มปอดในพื้นที่เขียวแหล่งใหญ่ใกล้เมืองกรุงที่ “คุ้งบางกะเจ้า”

PATTAYA EVERYDAY WONDERS มหัศจรรย์ได้ทุกวันที่พัทยา พัทยาเมืองแห่งสีสันที่คึกคัก อุดมไปด้วยนักสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ ที่ถูกแสดงออกมาผ่านงานดีไซน์ แฟชั่น ดนตรี และอีเวนต์สำคัญ ๆ มากมาย ขณะเดียวกันที่นี่ยังคงมีเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่น มนตร์เสน่ห์จากอดีตที่ยังอวบอวลอยู่ในซอกมุมต่าง ๆ อีกไม่น้อย การเดินทางมาเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการได้สัมผัสเรื่องราวของชุมชนดั้งเดิมใกล้พัทยา จึงเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่กลมกล่อมสำหรับทุกคนในครอบครัว

KOH CHANG BLUE CASTAWAY หนีร้อนไปติดเกาะ ลัดเลาะวิถีชุมชน สัมผัสวิถีชีวิตชาวชุมชน ท่ามกลางท้องทะเลสีฟ้าใส และทำความรู้จักกับชุมชนที่อยากให้นักเดินทางเข้าใจการท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างถ่อมตน ไม่เบียดเบียน ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ “หมู่เกาะในฝัน สวรรค์แห่งอ่าวไทย” และบ้านของพวกเขายังคงอยู่อย่างงดงามต่อไปตราบนานเท่านาน

SONGKHLA LAGOON’S LIVING HERITAGE สมบัติแห่งกาลเวลา ปล่อยใจไปกับเสน่ห์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทริปเดียว ครบทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ให้นักเดินทางได้เข้ามาสัมผัส ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบสดจากทะเล ที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวต่อว่า “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คือ การท่องเที่ยวที่สร้างโอกาสให้กับผู้คนในแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนในประเทศ ตลอดจนต้องมีขีดความสามารถมากพอที่จะส่งต่อโอกาสนี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ อพท. เล็งเห็นความสำคัญ ในการสร้างพลังสร้างสรรค์ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ด้วยทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการยกระดับและขับเคลื่อนการใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และยังสืบทอดต่อกันมาในท้องถิ่น

ขอเชิญชวนให้ทุกท่านเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวกับ 9 เส้นทางท่องเที่ยว ใน 9 พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. ในแบบ “THE SOUL OF THAILAND สัมผัสจิตวิญญาณแห่งไทย” เพื่อร่วมสนับสนุนการสร้างชุมชนแห่งความสุข มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของร่วมกัน เกิดการกระจายรายได้ มีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คงสภาพแหล่งท่องเที่ยวให้มีความงดงาม สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป

#TheSoulofThailand #อพท

-(016)

GRAVITY จัดงาน ‘GLOBAL PLAYGROUND – GRAVITY VISIONARY 2026’ เปิดตัว 4 เกมใหม่น่าจับตามองในปี 2026

GRAVITY จัดงาน 'GLOBAL PLAYGROUND - GRAVITY VISIONARY 2026' เปิดตัว 4 เกมใหม่น่าจับตามองในปี 2026

GRAVITY จัดงาน ‘GLOBAL PLAYGROUND – GRAVITY VISIONARY 2026’ เปิดตัว 4 เกมใหม่น่าจับตามองในปี 2026

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.35 น.

GRAVITY ประกาศความสำเร็จเส้นทางธุรกิจเกมออนไลน์ 23 ปี RAGNAROK ONLINE (RO) ทะยานสู่เจ้าตลาด ยอดขายเติบโต 396% ในช่วง 10 ปี เตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ 4 เกมใหม่ที่น่าจับตามองในปี 2026 ตั้งเป้าเป็นบริษัท Entertainment อันดับหนึ่งของโลก 

บริษัท กราวิตี้ จำกัด (Gravity) จัดงานแถลงข่าว GLOBAL PLAYGROUND – GRAVITY VISIONARY 2026 เผยความสำเร็จของ Gravity ในปี 2025 และเกมใหม่แกะกล่องที่เตรียมเปิดตัวต้อนรับศักราชใหม่ พร้อมด้วยทีมนักพัฒนาร่วมให้ข้อมูลและไฮไลท์ที่น่าสนใจของเกมใหม่ทั้ง 4 เกมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2026 โดยได้ 2 ศิลปินดัง 4EVE และ ATLAS ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ ณ ห้องศาลาไทย บอลรูม ชั้น 5 โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ซอยสุขุมวิท 22 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

Yoshinori Kitamura ตำแหน่ง Chairman of Board, COO of Gravity กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของ GRAVITY ว่า “Gravity ได้นำเกมในซีรีส์ Ragnarok มาสู่ผู้เล่นอย่างมากมาย โดยภารกิจของ GRAVITY คือการสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุด เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบรอยยิ้มและความประทับใจให้ผู้คนทั่วโลกผ่านเกมของเรา เป้าหมายของเราคือ การเป็นบริษัท Entertainment อันดับหนึ่งของโลก ปัจจุบัน GRAVITY มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน และมีเครือข่ายระดับโลกผ่าน 11 บริษัทในเครือ รวมถึงสำนักงานในเอเชีย อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ เรากำลังขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งเกมมือถือ, PC และ Console โดยเน้นธุรกิจออนไลน์และการเข้าถึงผู้เล่นทั่วโลก โดยเฉพาะ RO IP จนสามารถกล่าวได้ว่า GRAVITY = RAGNAROK เลยครับ”

Ragnarok Online เปิดตัวในปี 2002 ที่เกาหลี และจะครบรอบ 23 ปีในปีนี้ โดยให้บริการกว่า 122 ประเทศ มียอดดาวน์โหลดรวมเกิน 200 ล้านครั้ง ยอดขายเติบโต 396% ในช่วง 10 ปี (2016-ปัจจุบัน) ทั้งนี้ Gravity ได้ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ IP คือ “การ Optimize ให้เหมาะกับแต่ละภูมิภาค” ถือเป็นหัวใจหลักของการพัฒนา และนำไปสู่กลยุทธ์ของ Ragnarok ขับเคลื่อนด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ 

1.กระตุ้น Community (ผู้เล่น)

2.กลยุทธ์ระดับ Global (ขยายฐานแฟนคลับ, รองรับหลายภาษา/สกุลเงิน, ปรับเนื้อหาสำหรับพื้นที่ต่างๆ)

3.กลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วย IP (NFT, Animation, กอล์ฟจำลอง, ละครเวที, คอนเสิร์ตคลาสสิก)

4.ปล่อยเกมใหม่อย่างต่อเนื่อง (เพื่อขยายฐานแฟน RO)

นอกจากนี้ยังมีการจัดงาน “Ragnarok Festa 2025 Presented by OneOne” ซึ่งถือเป็นงาน Ragnarok ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยรวบรวมเกมถึง 18 เกม และการแข่งขัน E-sports 4 รายการ นำเสนอสุดยอดผลงานของ “Ragnarok ที่ทุกคนร่วมสร้างกันมา” บนเวทีของงานเฟสต้าให้ทุกท่านได้ชม

และมาถึงการแนะนำ 4 เกมใหม่ปี 2026 โดยคุณ Kim Jin Hwan ตำแหน่ง President of Gravity Game Tech สำหรับแฟนๆ RO ที่ไม่ควรพลาด ประกอบด้วย

1. Ragnarok Abyss: ประสบการณ์ Open World ใหม่อย่างแท้จริง เน้นการสำรวจอย่างอิสระและนวัตกรรมใหม่

2. Ragnarok Midgard Senki: นำความคลาสสิกของ RO 2D มาปรับใหม่ให้ทันสมัย เพิ่มกราฟิกและระบบใหม่

3. Ragnarok The New World: Open World ที่มาพร้อมความท้าทายและประสบการณ์ที่แตกต่าง

4. Ragnarok Online 3: ท้าทายกรอบเดิมของซีรีส์ เปิดโลกใหม่และความเป็นไปได้ใหม่ เป็นผลลัพธ์ของความกล้าในการสร้างนวัตกรรม

ไฮไลท์ที่น่าสนใจของเกมใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

Ragnarok Abyss (โดย Eric Kim, Vice President of Taren Network) เกมนี้จะมอบประสบการณ์ Open World ใหม่อย่างแท้จริง ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกกว้าง ๆ เผชิญความท้าทาย และสนุกกับการผจญภัยอย่างอิสระ แม้จะยังคงกลิ่นอายของซีรีส์ RO แต่ก็เต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่ที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้เล่นทั่วโลก มาพร้อม MMORPG สไตล์ Adventure-Action ใหม่ล่าสุด เล่นได้บนมือถือและ PC (Cross-Platform) ตามสโลแกน “Light Up the New Gen” และเกมนี้ยังได้เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง 4EVE และบอยแบนด์สุดฮอตอย่าง ATLAS มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพิ่มความปัง เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่จะพาเหล่าผู้เล่นร่วมสนุกไปบนดินแดนสุดท้าทายนี้ไปด้วยกัน

คลิปเปิดตัวพรีเซนเตอร์ Ragnarok Abyss: https://youtu.be/RW2T3_yYf60?si=VegVHerygLEYSMFA  

Ragnarok: Midgard Senki (โดยผู้พัฒนา Fengyin, Chief Operating Officer of GameAle) เกมนี้นำความคลาสสิกของ Ragnarok มาปรับใหม่ให้ทันสมัย ยังคงความน่ารักแบบ 2D แต่เพิ่มกราฟิกและระบบใหม่ ทำให้แฟนเก่าและผู้เล่นใหม่ต่างได้รับประสบการณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร เพิ่มโหมดการเล่นสุดตื่นเต้น (ทั้ง PVP และ PVE แบบใหม่) ในเส้นทางการแข่งขัน ผู้เล่นจะต้องแย่งชิง MVP และสามารถ PK กับผู้เล่นคนอื่นไปพร้อมกันได้ เพิ่มระบบจับสัตว์เลี้ยง ที่ให้ผู้เล่นสามารถจับสัตว์เลี้ยงที่ตัวเองชื่นชอบได้อย่างอิสระ และสามารถเก็บรวบรวมทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างอิสระเช่นกัน (ขุดเหมือง ตกปลา เก็บสมุนไพร)

ผู้พัฒนายังคงยึดมั่นในการสร้างเกมที่สนุกและไม่ Pay-to-Win โดย Senki จะไม่มีระบบร้านค้า (No Cash Shop) ไอเทมทั้งหมดสามารถได้มาผ่านตลาดซื้อขายและระบบประมูล โดยผู้เล่นเป็นผู้กำหนดราคาเอง สร้างเศรษฐกิจเสรีอย่างแท้จริง ตอนนี้ยังคงปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะนำเวอร์ชันที่มีคุณภาพดีขึ้นมาให้ทุกคนได้สัมผัสในปีหน้า

Ragnarok The New World (โดย He Yang, Senior Vice President of 37Games) เกมแนว Open World อีกหนึ่งเกมที่มาพร้อมความท้าทายใหม่ ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกในแบบของตัวเอง และสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง เกมนี้จะมอบความสนุกแบบไม่ซ้ำใคร ด้วยโลกใหม่และแนวคิดใหม่ ๆ การผจญภัยครั้งใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบเดิม ลดภาระผู้เล่น ลดเวลาฟาร์ม ลดการ Pay-to-Win ใช้เทคนิคเรนเดอร์ 3D คุณภาพสูง แผนที่แบบไร้รอยต่อขนาด ผู้เล่นสามารถเดินทางได้อย่างอิสระแบบไม่มีขอบเขต พร้อมออกสำรวจพื้นที่ที่ไม่เคยพบมาก่อน เพิ่มความสมจริงขั้นสุดด้วยระบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ทั้งสี่ฤดูกาล มาพร้อมระบบการต่อสู้สมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีการคืนค่าระบบ ASPD ของภาค PC สูงสุดที่ 193 อย่างแม่นยำ ผู้เล่นทุกอาชีพจะสามารถสัมผัสความมันระดับสูงสุด 7 ครั้งต่อวินาทีได้จริง

ระบบ GVG (Guild vs Guild) ของเกมถูกพัฒนาให้หลากหลายและสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด แต่ยังมีโหมดลีกกิลด์ และรูปแบบสงครามกิลด์ที่หลากหลาย มีระบบการซื้อขายที่หลากหลายและมีอิสระสูงที่สุดในบรรดา RO มือถือ มีระบบสร้างบ้านและพื้นที่ส่วนตัวที่ให้ความอิสระสูงมาก เพิ่มระบบ ‘ออฟไลน์ฟาร์มฟรี’ ได้รับผลตอบแทนต่อเนื่อง มุ่งเน้นคอนเซปต์ ‘Reduce Pay’ เพื่อให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ลบค่า พลังรบ (Combat Power) ออก เปิดตัว อาชีพที่ 7 “Gunslinger” มาพร้อมความสามารถโจมตีระยะไกล มอบพลังยิงสนับสนุนที่แข็งแกร่งให้กับทีม กำหนดการเปิดตัว เวอร์ชัน ไต้หวัน–ฮ่องกง–มาเก๊า วันที่ 15 มกราคม 2026, เวอร์ชัน SEA: TBT/CBT ใน ไตรมาสที่ 1 ปี 2026 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการใน ไตรมาสที่ 2 ปี 2026

Ragnarok Online 3 (โดยผู้พัฒนา Steven Shi, Chief Operating Officer of JoyMaker) เกมที่ท้าทายกรอบเดิมของซีรีส์ ทั้งรูปแบบและเนื้อหา เปิดโลกใหม่และความเป็นไปได้ใหม่ ด้วยผลลัพธ์ของความกล้าในการสร้างนวัตกรรม และเปิดขอบเขตใหม่ให้กับซีรีส์ Ragnarok ซึ่งจุดยืนหลักของ RO3 คือ รักษา ‘รสชาติคลาสสิกของ RO’ แต่อัปเกรดครั้งใหญ่ให้ทันสมัย โดย 3D โมเดลตัวละครยังคงเก็บสัดส่วนแบบ Q-เวอร์ชันคลาสสิก และองค์ประกอบเครื่องประดับสำคัญๆ ไว้ทั้งหมด แต่เพิ่มการเรนเดอร์ฟิสิกส์ที่มีความละเอียดสูง เพื่อให้ผู้เล่นเก่าได้รู้สึกว่า ‘นี่แหละ RO ที่ฉันคุ้นเคย’ และผู้เล่นใหม่ก็รู้สึกว่า ‘นี่คือตัวเกมที่ยังสวยงามทันสมัยในปัจจุบัน’

มีระบบการซื้อขายที่เสรีอย่างแท้จริง ทำลายข้อจำกัด MMO แบบเดิม ๆ กลับสู่ยุคทองของ ‘การออกล่าขุมทรัพย์ + การซื้อขาย’ มาพร้อม Season System แก้ปัญหาค่าสถานะสูงเกินควบคุมจนผู้เล่นใหม่เข้าร่วมยาก ระบบซีซันทำให้เกมสำหรับผู้เล่นทุกคนยังคงความยุติธรรมและสนุกสนาน ผู้เล่นเก่ามีเป้าหมายใหม่ให้ไล่ตาม ส่วนผู้เล่นใหม่ก็ไม่ต้องแบกรับความกดดันในการไล่ตาม สงครามป้อมปราการของ RO Ragnarok 3 คือเวทีการต่อสู้ขั้นสุดท้ายของ Territory War เป็นการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่าง สองกิลด์ ฝ่ายบุก และฝ่ายป้องกัน การต่อสู้ แบ่งออกเป็นสามช่วงหลัก คือ ทำลายแนวป้องกันของกำแพงเมือง, ต่อสู้ภายในเมืองกับกองทัพป้องกันและบอส และชิงชัยรอบทรัพยากรหลักของเมืองราชา ‘วัสดุทองคำหรูหรา’ เพื่อหาผู้ชนะ 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัยครั้งสำคัญไปกับ Ragnarok ทั้ง 4 ซีรีส์ใหม่ในปี 2026 ซึ่งทาง Gravity จัดเต็มเตรียมพร้อมรองรับเหล่าเกมเมอร์ทุกคน รวมถึงกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเร็วๆ นี้ โดยติดตามทุกความเคลื่อนไหว ของ Gravity ผ่านช่องทาง https://www.gravity.co.kr/

-(016)