แคปชั่นร้อนแรงมาก! เบียร์ เดอะวอยซ์ แชร์โพสต์ หนุ่ม กรรชัย ชาวเน็ตแห่มุง

แคปชั่นร้อนแรงมาก! เบียร์ เดอะวอยซ์ แชร์โพสต์ หนุ่ม กรรชัย ชาวเน็ตแห่มุง

แคปชั่นร้อนแรงมาก! เบียร์ เดอะวอยซ์ แชร์โพสต์ หนุ่ม กรรชัย ชาวเน็ตแห่มุง

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.21 น.

ทำเอาโลกออนไลน์ร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่อพิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ออกมาโพสต์ข้อความฟาดเดือดกลางโซเชียล ด้วยประโยคที่อ่านแล้วสะดุ้งกันว่า “ก่อนจะดูถูกคนอื่น ล้างมือล้างตีน ตัวเองก่อนดีมั้ย ตีนยังดำอยู่เลย” งานนี้เรียกได้ว่าชาวเน็ตต่างพากันเข้าไปคอมเมนต์กันอย่างดุเดือด พร้อมจับตาใส่ใจกันแบบไม่กะพริบ

แถมงานนี้โซเชียลยิ่งเดือดกว่าเดิม เมื่อ “เบียร์ เดอะวอยซ์” นักร้องสาวสุดแซ่บ ได้ออกมาแชร์โพสต์ดังกล่าวของหนุ่ม กรรชัย พร้อมเขียนแคปชั่นสั้นๆ ว่า“รอดตัวไป พอดีตีนกุขาว”

และโพสต์ต่อมาอีกว่า “มึงรอฟังเพลง “อาหวัง” กูแล้วกัน อยากดูกีกุใจแทบขาด” และเขียนใต้คอมเมนต์เพิ่มเติมว่า “ด่ากีกู แต่จริงๆก็อยากดูแหละ” , “อาหวังตัวดี ทักมาหวังดูกี น่ารักมากค่ะ”

เพลง ชนม์ทิดา ฉลองวันเกิดอายุครบ31ปี บรรยากาศสุดอบอุ่นรายล้อมด้วยคนที่รัก

เพลง ชนม์ทิดา ฉลองวันเกิดอายุครบ31ปี บรรยากาศสุดอบอุ่นรายล้อมด้วยคนที่รัก

เพลง ชนม์ทิดา ฉลองวันเกิดอายุครบ31ปี บรรยากาศสุดอบอุ่นรายล้อมด้วยคนที่รัก

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

16 ธันวาคม 2568 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของคนในครอบครัว ‘อัศวเหม’ ก็ว่าได้ สำหรับงานปาร์ตี้ฉลองวันเกิดอายุครบ 31 ปี ของสาวสวยเก่ง ‘เพลง’ ชนม์ทิดา อัศวเหม ในบรรยากาศริมทะเลสุดพิเศษโดยมีคุณแม่ตู่ นันทิดา คุณยาย รวมถึงคนในครอบครัว ร่วมฉลองวันเกิดในบรรยากาศสุดอบอุ่น พร้อมเค้กขนาดใหญ่ประดับด้วยเชอร์รี่หลายร้อยลูก และช่อดอกกุหลาบสีขาวสุดสวย

พร้อมกันนี้ เพลง ชนม์ทิดา ยังได้โพสต์ภาพครอบครัวแสนอบอุ่นพร้อมข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@plengasavahame” ระบุว่า  A heart full of love Forever grateful to everyone who made my birthday feel so magical. (หัวใจที่เปี่ยมด้วยความรัก ขอบคุณทุกคนที่ทำให้วันเกิดของฉันวิเศษสุดๆ) ซึ่งหลังจากที่เพลง ชนม์ทิดา ได้โพสต์ภาพนี้ออกไปนั้นก็มีเหล่าแฟนๆ เข้าไปคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก 

แพทย์แผนจีนไม่ใช่อภินิหาร แต่คือวิทยาศาสตร์ที่บันทึกมานับพันปี!?

แพทย์แผนจีนไม่ใช่อภินิหาร  แต่คือวิทยาศาสตร์ที่บันทึกมานับพันปี!?

แพทย์แผนจีนไม่ใช่อภินิหาร แต่คือวิทยาศาสตร์ที่บันทึกมานับพันปี!?

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.05 น.

แพทย์จีนไม่ใช่เรื่องอภินิหาร? แต่คือการอ่านสัญญาณร่างกายที่ถูกบันทึกและทดสอบมากว่า 2,000 ปี เปิดมุมมองแพทย์จีนตามหลักวิทยาศาสตร์ กับ “หมอยู ธีรวัฒน์” แพทย์แผนจีนรุ่นใหม่ อธิบายทุกข้อสงสัย ทั้งเรื่องการฝังเข็ม แมะชีพจร ยาจีน สมุนไพรจีน ที่หลายคนเข้าใจผิด ในรายการ On The Way With CHOM

ศาสตร์แพทย์แผนจีนแตกต่างจากแผนปัจจุบันยังไง เน้นให้การรักษาแนวไหน ?

หมอยู : จริง ๆ แล้วแพทย์แผนปัจจุบันเขาจะเน้นเรื่องยกตัวอย่าง เช่น ปวดศีรษะก็กินยาแก้ปวดศีรษะ แต่อย่างแพทย์แผนจีนจะมองอีกแบบหนึ่ง เขาจะมองเป็นองค์รวมมากกว่า อย่างปวดศีรษะเขาอาจจะแยกถึง 9 แบบเลยว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร เพราะฉะนั้นกว่าจะรักษาเรื่องปวดศีรษะ หาสาเหตุก่อนกว่าจะรักษาเรื่องปวดศีรษะหายบางทีกินยาแค่ปวดทีเดียวมันก็หายแล้ว มันคนละแบบกัน แต่อย่างแพทย์จริงก็จะไปดูที่ต้นเหตุ

แพทย์แผนปัจจุบันเริ่มที่เป็นแนวการรักษาแบบองค์รวม ซึ่งศาสตร์จีนเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ?

หมอยู : ใช่ เพราะว่าศาสตร์จีนเขาจะดูถึงเรื่องความสมดุลของร่างกายเป็นหลัก หยินหยางง่าย ๆ เลย พื้นฐานทุกคนเริ่มต้นเรียนแพทย์แผนจีนก็เริ่มต้นหยินหยางก่อน

ชีพจรสามารถบอกอะไรเราได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ เช่น คนนี้เพิ่งเสียเลือดมา เพิ่งไปผ่าตัดมาหรือไปแท้งมา รู้ได้ยังไง ?

หมอยู : เป็นคำถามที่หลาย ๆ คนสงสัยแล้วมันดูเหมือนอภินิหารมาก จริง ๆ แล้วเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่ง มันถูกจดบันทึกมาตั้งแต่สมัยหลายพันปีก่อน ยกตัวอย่างที่มันเห็นภาพง่าย ๆ อย่างเช่น คนนี้เสียเลือดอุบัติเหตุมา เรามองภาพหลอดเลือดของคนเรา ก็เปรียบเสมือนเป็นลูกโป่งอันหนึ่ง ถ้าลูกโป่งอันนี้มีเลือดเต็ม ๆ จับแล้วจะรู้สึกว่ามันแน่น เพราะมันมีปริมาณที่มันที่มันแน่น แต่ถ้าไปเจาะปล่อยน้ำในลูกโป่งออก มันก็จะเหี่ยว ๆ ลง ลักษณะของหลอดเลือดคนเรามันไม่ใช่เป็นหลอดเลือดที่เป็นเหมือนหลอดพลาสติก ที่มันมีไซส์มาตรฐานตลอดเวลา มันมีการยืดหดของหลอดเลือดด้วย เพื่อปรับสภาพให้เข้ากับร่างกาย เพราะฉะนั้นจังหวะที่คุณเสียเลือดมา ร่างกายมันปรับหลอดเลือดไม่ทันหรอก จับปุ๊บความแน่นมันหายไปแล้ว บางคนที่เสียเลือดมา เราก็รู้ได้ถ้าในระยะเวลาไม่นาน แต่ไม่ใช่มาบอกว่า 10 ปีก่อนคุณเสียเลือดมา อันนี้ผมว่ามันโอเวอร์ไป

เข็มสแตนเลสธรรมดา ไม่มียาไม่มีอะไรเลยรักษาโรคได้ยังไง ?

หมอยู : กระบวนการฝังเข็มมันมีหลายกระบวนการมาก Mechanism เพิ่งถูกค้นพบในแผนปัจจุบันไม่นานนี้เอง แต่มีประวัติศาสตร์มาหลายพันปีแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เป็นสิว เวลาฝังเข็มไปมันเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย มันเป็นสแตนเลส พอเข็มเข้าไปในร่างกายแล้วสิ่งที่จะวิ่งมาอันดับแรกก็เป็นพวกเลือด, Antigen (แอนติเจน), Antibody (แอนตีบอดี) จะวิ่งมาบริเวณนั้นเยอะมาก มันมีสิ่งแปลกปลอมขึ้นมาในร่างกาย ถ้าเอากล้องเทอร์โมสโคปที่วัดอุณหภูมิ มาวัดจะเห็นเลยว่าจากตอนแรกมันเป็นสีฟ้าไม่ได้มีอุณหภูมิร้อนอะไร พอฝังเข็มเข้าไปสักระยะหนึ่งบริเวณนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดง สิ่งที่มันจะวิ่งมามันทำอะไรกับสแตนเลสไม่ได้ มันก็กำจัดเชื้อโรคบริเวณรอบ ๆ บริเวณนั้นออก เรียกพวกมาเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองอย่างหนึ่ง มันยังมีอีกหลายกระบวนการที่ถูกพิสูจน์

เหมือนล่อซื้อ ?

หมอยู : ใช่ ฮอร์โมนก็เหมือนกัน เขาก็มีการวัดว่าระดับฮอร์โมนพุ่งสูงขึ้นขณะที่ฝังเข็มอยู่ เพราะฉะนั้นพอมันมีข้อมูลพวกนี้ มันก็ถูกจดบันทึกแล้วก็ถูก approve ด้วยวิทยาศาสตร์แล้ว หลัง ๆ เขาก็มีการบรรจุอยู่ใน WHO (World Health Oranization) โรค top 10 ที่รักษาได้ดีโดยการฝังเข็ม ก็เป็นพวกโรคปวด ปวดประจำเดือน ปวดศีรษะไมเกรน รวมถึงเรื่องมีบุตรยากเพราะมีบุตรยากก็เป็นเรื่องฮอร์โมน เพราะฉะนั้นเรื่องปวดประจำเดือนมันอยู่ในในโซนเดียวกัน มันมีประมาณ 10 โรคที่เขาลิสต์ไว้ top 10 พวกนี้จะช่วยใช้การฝังเข็มได้ค่อนข้างดี

จะรู้ได้ยังไงว่าฝังจุดไหนแก้ตรงไหน ตอนนี้ที่ชัวร์เลยโดยวิทยาศาสตร์มีงานวิจัยรองรับ ฝังอันนี้แก้อันนี้ มีโอกาสหายจริงมีอะไรบ้าง ?

หมอยู : อันนี้ย้อนไปยาวนิดหนึ่งนะ หลายพันปีก่อนจริง ๆ ต้องต้องบอกว่ามนุษย์เราวิวัฒนาการมาด้วยมาถึงปัจจุบันเทคโนโลยีมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ มันเกิดจากการจดบันทึกแล้วส่งต่อส่งผ่านไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานจนถึงปัจจุบันเรา ตอนที่ผมเรียนอาจารย์เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนที่ยังไม่มีการฝังเข็ม เขาว่ากันว่า ไม่มีใครรู้ว่ามันเริ่มต้นมาจากไหน ตัวเข็มมันถูกค้นพบในสุสานจีนเมื่อ 2-3,000 ปีก่อน เริ่มจากเป็นเข็มหินสมัยก่อนเป็นแล้วก็ค่อยพัฒนาเป็นกระดูกสัตว์เรื่อย ๆ

ตามตำรามีบอกอยู่แล้วว่าฝังจุดนี้เพื่อแก้ ?

หมอยู : มี เป็นพื้นฐานเลย เป็นจุดพื้นฐานก่อน แล้วก็ต้องมาประยุกต์ใช้เอาตามคนไข้ ฝังลึกแค่ไหน องศาประมาณไหน ต้องฝังปริมาณเยอะไหม มันต้องพิจารณาจากหลายส่วนเลย

อาการซึมเศร้าก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับฮอร์โมนเหมือนกัน ฝังเข็มช่วยได้ไหม ?

หมอยู : ช่วยได้ เพราะว่าคนไข้ก็คนส่วนใหญ่ซึมเศร้าก็จะเป็นการหลั่งสารเคมีในสมองที่ผิดปกติ เราก็ไปกระตุ้นให้ร่างกายมันกลับมาสมดุลเหมือนเดิม มีหลาย ๆ เคสที่เขาหาย

โดยที่ไม่ต้องกินยา ?

หมอยู : ใช่ แต่ผมว่าถ้าเป็นหนัก ๆ ยังไงก็ต้องกินยา แต่ถ้าเป็นนิด ๆ หน่อย ๆ ผมว่ารักษาได้ แต่ถ้าเป็นในเคสที่หนักมาก ๆ มันอาจจะไม่ได้เพราะว่าเซลล์สมองส่วนที่มันผลิตสารต่าง ๆ มันพังไปแล้ว บางทีมันพังไปแล้วมันก็ไม่ได้ชุบชีวิตให้ฟื้นขึ้นมาได้ มันก็อาจต้องมีอะไรทดแทน

อัมพฤกษ์อัมพาตล่ะ ?

หมอยู : อันนี้ต้องมาเร็วนิดหนึ่ง

แล้วแต่เลเวล ?

หมอยู : ใช่ แล้วแต่เลเวล ระยะเวลาสำคัญมากตัวนี้มีงานวิจัยสูงมากเลยว่าใช้ฝั่งเข็มช่วยโรคเส้นเลือดตีบได้ดี แต่ว่าปัจจุบันผมบอกตรง ๆ ว่าถ้าอยู่ ๆ คนเส้นเลือดตีบหรือเส้นเลือดแตก คนไข้เขาแบ่งแยกไม่ออกกว่าอาการมันตีบหรือแตก ส่งมาหาหมอหมอจีนอาจจะไม่ทัน ผมว่าส่งเข้าโรงพยาบาลดีกว่า เพราะว่าโรงพยาบาลเขาต้องทำสแกน ต้องดูว่าตีบหรือแตกหรือเขาต้องประเมินเบื้องต้นแล้ว มันก็จะมียาตัวหนึ่งที่เขาสามารถใช้ได้ในระยะเวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง ช่วยให้รักษาเส้นเลือดตีบได้เฉียบพลัน

หมายถึงแผนปัจจุบัน ?

หมอยู : แผนปัจจุบัน ถ้าหลัง 4 ชั่วโมงครึ่งแล้ว เขาก็อาจจะไม่ได้ใช้แล้ว กว่าจะวินิจฉัยออกว่าเป็นอันไหน ถ้าบางทีวิ่งมาหาหมอจีน ผมบอกตรง ๆ นะ บางทีมันไม่ทัน แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่าหมอวินิจฉัยเป็นยังไง แต่ปัจจุบันฝั่งเข็มจะใช้เป็นรักษาทางรองมากกว่า เพราะเป็นแพทย์ทางเลือก ยังไม่ใช่แพทย์ทางหลักถ้าในเคสแบบนี้ช่วยได้ ถ้าเป็นการฟื้นฟูนะ ผมเรียกว่าเป็นการฟื้นฟูดีกว่า แต่ในกรณีฉุกเฉินก็ยังคงแนะนำไปทางแพทย์แผนปัจจุบันเหมาะสมกว่า แต่ถ้ามาฟื้นฟูอย่างเช่น หลังจากเส้นเลือดตีบแล้วไม่เกินกี่เดือน กี่เดือน 6 เดือน มารักษา ผมว่ายังได้ผลดีอยู่ เลย 6 เดือนไปแล้ว มารักษาจะค่อนข้างยากนิดหนึ่ง

สมุนไพรจีนปลอดภัยแค่ไหน แล้วต่างจากสมุนไพรไทยยังไง ?

หมอยู : เรื่องแรกที่ถามความปลอดภัย ความปลอดภัยจริง ๆ  แล้วค่อนข้างสูง ผมขอย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่าเรื่องข่าวลือมันมีมาได้ยังไง ทุก ๆ วงการมันมีหมด คนที่ดีและไม่ดี สมัยก่อนก็อาจจะมีคนที่วัตถุประสงค์ไม่ดี เอายาแพทย์แผนปัจจุบันไปใส่

ก็คือสเตียรอยด์ ?

หมอยู : ใส่สเตียรอยด์เข้าไปเลย สมุนไพรมันเกิดจากธรรมชาติ มนุษย์ไม่ใส่ไปมันจะมีไหมล่ะ ถ้าคุณบอกมี ต้องเป็นในปริมาณที่เยอะมาก ๆ อย่างเช่น ข้าวที่คุณกินก็อาจจะมีสเตียรอยด์ตามธรรมชาติอยู่ แต่คุณจะให้ได้ปริมาณสเตียรอยด์ที่มีผลกับร่างกาย คุณอาจจะต้องกินข้าว 100 กก. มันเป็นไปไม่ได้  สเตียรอยด์ที่เขาตรวจพบมันเป็นสารสกัดออกมาแล้ว คือเป็นสเตียรอยด์ที่ใช้ในทางการแพทย์ ทีนี้ เวลาพาดหัวข่าว เขาเขียนเลยนะ ยาจีนตรวจพบสารอันตราย 5 ชนิดยกตัวอย่าง คนก็กลัวแล้ว พอคุณไปอ่านเนื้อข่าว ยาตรวจพบไดโคลฟีแนค ไอบูโพรเฟน ยาแก้แพ้ สเตียรอยด์ ยารักษาโรคสมรรถภาพทางเพศ มันครอบจักรวาลเลย แล้วเขาใส่ในปริมาณที่มันไม่ได้เหมาะสม พูดง่าย ๆ เลยว่า เขาเอายาสารพัดโรค ก็คือยาแผนปัจจุบันทั้งหมด มารวมกันอยู่ในเม็ดเดียว แล้วเขาไปตั้งชื่อว่ายาจีน แล้วเขาไปหลอกขายคนเฒ่าคนแก่ เป็นยาชุดอะไรอย่างนี้

มันมี OD (overdose) บ้างไหมยาจีน ?

หมอยู : มันยากมากเลยนะการที่จะให้ยาจีน OD (overdose) คุณต้องใส่ปริมาณเยอะมาก ๆ  เพราะมันไม่เพียว

มันไม่ได้เป็นสารสกัด ?

หมอยู : ถูกต้อง คุณจะกินให้โอเวอร์โดส คือ คุณต้องกินปริมาณเยอะมาก ๆ  เยอะกว่าที่เราใช้ในรักษาโรคปัจจุบันแบบหลายสิบเท่า ทุกวันนี้ในกระทรวงสาธารณสุขก็มีการทำวิจัยในหนูขาว มันจะมีเขียนอยู่ใน Textbook ของแพทย์จีน ว่าคุณต้องใช้ปริมาณเยอะประมาณนี้เลยนะมันถึงจะ OD ซึ่งผมมองในปริมาณมันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะกินยาได้เป็นแบบกิโลฯ แพงด้วย กินไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้น การ OD แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ถ้ามันเป็นเม็ดเล็ก ๆ คว้ามาสัก 100 เม็ด 10 เม็ด ก็ OD ได้แล้ว ถูกไหม อันนี้มัน มันเป็นสมุนไพรกองเบอเร่อ มันเป็นไปไม่ได้

เวลากินยาจีนที่เป็นแคปซูลถึงต้องกินจำนวนเม็ดค่อนข้างเยอะ เพราะว่ามันไม่ใช่สารสกัด ?

หมอยู : มันเป็นสมุนไพรธรรมชาติ แค่ผ่านกระบวนการอบแห้ง แล้วก็ผ่านความร้อน แล้วก็ทำให้มันเป็นผงแค่นั้นเอง

ยาจีนมีทั้งแบบสมัยใหม่ แบบใส่แคปซูล ลูกกลอน ยาต้ม มีเป็นผง มันคุณสมบัติมันแตกต่างกันยังไง ?

หมอยู : ผมว่าความสะดวกในการกินกับการเก็บรักษามากกว่า ยาลูกกลอนมันเป็นยาที่ดีมาก ๆ เพราะว่ามันถูกผสานด้วยน้ำผึ้ง แล้วน้ำผึ้งมันเป็นอาหารชนิดเดียวบนโลกที่ไม่ ไม่มีวันหมดอายุ เพราะฉะนั้นถ้าคุณทำลูกกลอนได้อย่างมีคุณภาพ แล้วความชื้นไม่ได้สูง มันแทบจะไม่มีวันหมดอายุเลย

เขากวางอ่อน รังนก ชะลอวัยจริงไหม ?

หมอยู : กินเกินไปมันก็ไม่ได้ชะลอ อย่างถ้าเขากวางบางทีกินเยอะไปก็อาจจะร้อนก็ได้ หรือเขากุ๊ยที่เขาบอกว่ากินแล้วแก้ร้อนใน กินเยอะไปร่างกายคุณก็เย็นไป คุณพยายามรักษาสมดุลดีกว่า อะไรที่มันมากเกินไปน้อยเกินไป ผมว่ามันไม่ดี

อะไรคือตัว top ?

หมอยู : ในมุมมองเลย มันมีเขียนในประวัติศาสตร์มาหลาย 1,000 ปีแล้ว โสมกับกระเพาะปลา 2 อย่างนี้คือตัวท็อปเลย เขามีเขียนตำราว่า 氣為血之帥,血為氣之母 (ชี่ เหวย เสวี่ย จือ ซ่วย, เสวี่ย เหวย ชี่ จือ หมู่) แปลเป็นไทย ชี่ทำให้เลือดมันขับเคลื่อน เป็นพลังงานให้เลือดไหลเวียน โสมคือตัวต้าปู่เหวยชี่ คือบำรุงชี่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นการจะมีเลือดอย่างเดียวแล้วไม่มีชี่ ก็เหมือนคนที่แบบไม่มีเอนเนอร์จี ทีนี้พอมากระเพาะปลา กระเพาะปลามันบำรุงเลือด พอบำรุงเลือด เลือดเป็นตัวผลิตให้เกิดชี่ เอื้อกัน เขาก็เลยจับ 2 ตัวนี้มารวมกัน ก็เลยเป็นตำรับยาที่ The Best อันนี้แหละตัวท็อป แต่ว่าก็ด้วยความที่คนจีนเงินเยอะ บางทีเขาขายมา เขามาซื้อกลับ ช่วงโควิดนี่มาขอซื้อกลับ คนจีนเขารวย เขาก็ซื้อกลับไป เขาซื้อไหว เขาขายเราด้วย แล้วซื้อ resell กลับไป

แผนปัจจุบันและแพทย์จีนเป็นทางเลือก ทั้ง 2 ทางเลือก รักษาควบคู่กันไป ขัดแย้งกันไหม ?

หมอยู : คำถามนี้ผมชอบมาก เพราะว่าสมัยก่อน ทางกระทรวงสาธารณสุข พยายามผลักดันเพื่อให้มีการรักษาควบคู่กัน เพราะว่าบางอย่างปัจจุบันเขาดีกว่า บางอย่างแพทย์จีนเขาช่วยเสริมได้ หรือบางอย่างแพทย์จีนก็ดีกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับคนไข้มากที่สุดคือ 2 แบบต้องมา Merge กัน โรคนี้ใช้ยาปัจจุบันดี โรคนี้ใช้ยาจีนดี มันแบ่งเบาภาระได้ด้วย ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดมันจะตกอยู่กับคนไข้ มันไม่ได้ขัดกันหรอก ถ้าเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่อาจจะขัดกันอาจจะมีบางตัวแต่น้อยมาก ๆ อย่างเช่น คนที่กินยาละลายลิ่มเลือดแบบชนิดรุนแรงมา อย่าง Warfarin (วาร์ฟาริน) ยกตัวอย่าง เราอาจจะใช้ยาบางตัวไม่ได้ แต่มันอยู่ในเคสที่ rare มากที่เขาจะใช้ยาตัวนี้

มีคนไข้ที่แอบมาหาหมอจีนแล้วไม่บอกหมอแผนปัจจุบันไหม ?

หมอยู : มี ทุกวันนี้ก็ยังเจออยู่ แต่ผมเข้าใจท่านนะ เพราะว่าธรรมชาติมนุษย์ทุกคนเราจะกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้ คนไข้ผมยกตัวอย่างเช่น ที่มาบ่อยๆ คือเขาไปทำมีบุตรยาก กระบวนการ ไข่คนไข้คนนี้ปกติมันอยู่ประมาณนี้ เก็บไข่รอบหนึ่งได้ประมาณนี้ ทำไมอยู่ ๆ รอบนี้มัน มันดีขึ้น คุณภาพไข่ดีขึ้น ทำไมอัลตราซาวด์ไปมดลูกมันมีดูมีเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงได้มากขึ้น หรือว่าสีมันดีขึ้นจากที่สีเคยซีด ๆ เขาก็ถามคนไข้ว่าคุณไปทำอะไรมา เขาก็บอกไปกินยาจีนมา แรก ๆ เขาก็ยังคาใจ แต่พอด้วยระยะเวลาผ่านไปหลาย ๆ ปี หลาย ๆ คลินิกที่เขาทำมีบุตรยากแนะนำมาเอง อันนี้มันก็ต้องอาศัยการเรียนรู้ เพราะว่ามันต้องมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพราะว่าแพทย์แผนจีนก็เข้ามาในประเทศไทยแค่ไม่กี่ 10 ปีเท่านั้นเอง การรับรู้มันอาจจะยังต้องใช้เวลา

วิธีดูแลตัวเองหรือว่าสังเกตสมดุลของร่างกายของเรา ตามแบบหลักของศาสตร์จีน ว่ามีวิธีสังเกตตัวเองอะไรบ้างว่าเราเริ่มไม่สมดุลแล้ว ?

หมอยู : อันนี้จะสอนยาก แต่ผมเอาแบบที่สังเกตเห็นง่าย ๆ แล้วกัน พื้นฐานที่เข้าใจง่าย ๆ เลยคืออย่างเช่น วันนี้คุณมีอาการคอแห้งหิวน้ำ แล้วคุณก็ดื่มน้ำเยอะ แล้วก็ไม่หายหิวน้ำสักที อันนั้นร่างกายคุณอาจจะเริ่มร้อนเกินไป หรืออินพร่อง คุณอาจจะต้องพักผ่อนเพิ่ม นอนให้เพียงพอ หรืองดของทอด ของมัน ทุเรียน อะไรที่มีฤทธิ์ร้อนต่าง ๆ หรือวันนี้คุณตื่นมาคุณรู้สึกเอาที่ไม่ใช่เรื่องประจำเดือนนะ รู้สึกหงุดหงิดเป็นพิเศษ อารมณ์ไม่ค่อยดี คุณอาจจะนอนไม่พอหรือเปล่า

มีอะไรให้สังเกตกับเกี่ยวกับการนอนไหม มันมี Sign อะไรบอกไหม ?

หมอยู ฝันบ่อยนี่คือร่างกายคุณเสียสมดุลแล้ว

หยินพร่องเกิดมาจากอะไร ?

หมอยู : หลัก ๆ เลยแพทย์จีนก็คือเหมือนเครื่องที่ Overheat เครื่องที่ทำงาน เครื่องจักรทำงานตลอดเวลา นอนน้อย พักผ่อนใหม่ไม่พอ กินของทอด กินของมัน กินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนเยอะ มีความเครียด ไม่ใช่ว่าบางคนบอกร้อนในเพราะเป็นแผลในปากอย่างเดียวนะ บางทีคุณอาจจะเป็นแผลในปากเฉย ๆ เพราะคุณลิ้นไปกัดโดนลิ้นก็ได้ แต่ถ้าคุณเป็นแผลในปากโดยที่คุณไม่ได้กัด นั่นน่ะคุณเสียสมดุล

หยางพร่องเกิดมาจากอะไร ?

หมอยู : หยางพร่องเหรอ ก็เกิดจากร่างกายค่อนข้างที่จะไม่ได้รับพลังหยาง อย่างเช่น ถ้าทางแพทย์จีนอาจจะบอกคุณอุดอู้อยู่แต่ในห้อง ไม่ได้รับพลังงานจากหยาง คือมันก็จะมี จากพระอาทิตย์บ้างอะไรบ้าง

คนบันเทิงแห่อาลัย โปรดิวเซอร์ดัง เอ็ดดี้ จิณณวัตร เสียชีวิตกะทันหัน

คนบันเทิงแห่อาลัย โปรดิวเซอร์ดัง เอ็ดดี้ จิณณวัตร เสียชีวิตกะทันหัน

คนบันเทิงแห่อาลัย โปรดิวเซอร์ดัง เอ็ดดี้ จิณณวัตร เสียชีวิตกะทันหัน

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.00 น.

16 ธันวาคม 2568 ดารา-นักร้องคนดัง ‘นิโคล เทริโอ’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตทแกรมส่วนตัว “@nicole_officialaccount” สุดเศร้าเป็นภาพขาวดำร่วมเฟรมด้วยกันครั้งยังมีชีวิตกับโปรดิวเซอร์ดัง และ CEO NINJA PERFECTION พร้อมแคปชั่นร่วมอาลัยว่า “hope you know how much you meant to me. หลับให้สบายนะคะ , dear Eddy. @eddy_kingofninja”

ด้านนักร้อง เต๋า สมชาย เข็มกลัด ได้ออกมาโพสต์ไอจี ระบุว่า “หลับให้สบายนะครับ… เอ็ดดี้ น้องที่รัก”

ทางน้ำหวาน ซาซ่า ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ‘@itsmewaan’ เผยความในใจ ระบุว่า “ทราบข่าวเมื่อคืนยังตกใจและช็อคจนถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่ไปคุยงานที่ office พี่เอ็ดต้องเปิด wine ดูแลอย่างดีทุกครั้ง ถ้าพี่เอ็ดเห็นข้อความที่ทุกคนรักพี่ พี่ต้องดีใจแน่ ๆ ขอบคุณสำหรับทุกความน่ารักที่มีให้หวานตลอด พี่เอ็ดคอยแนะนำหวานในเรื่องงาน และล่าสุดเรายังจะมี project สนุกๆ ด้วยกัน ไม่ใช่แค่คุยเรื่องงาน แต่เวลาหวานไม่สบายหรือมีอะไรพี่เอ็ดจะ line มาหาเสมอ ขอให้พี่เอ็ดหลับให้สบาย และขอให้รู้ว่ามีคนรักพี่เยอะมากนะคะ RIP @eddy_kingofninja”

ขณะที่ อินสตาแกรมของ เอ็ดดี้ จิณณวัตร สิริวัฒน์ โปรดิวเซอร์ดัง CEO & FOUNDER of NINJA PERFECTION ได้มีคอมเมนต์จากชาวเน็ตเข้ามาร่วมแสดงความอาลัยสุดเศร้ากับการสูญเสียกันเป็นจำนวนมาก #แนวหน้าออนไลน์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ ‘เอ็ดดี้ จิณณวัตร’ ด้วยครับ 

สกสว. เปิดฉาก Thailand Talent Summit 2025

สกสว. เปิดฉาก Thailand Talent Summit 2025

สกสว. เปิดฉาก Thailand Talent Summit 2025

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) เปิดงาน “การประชุมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูง ประจำปี พ.ศ. 2568 (Thailand Talent Summit 2025: Fostering Thailand Future; Advancing Innovation and National Impact)” อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา จังหวัดชลบุรี

โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนักวิจัยจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ไม่ยอมใจอ่อน! หนุ่ม กรรชัย ส่งทนายไต่สวนฟ้องหมิ่น ปู มัณฑนา

ไม่ยอมใจอ่อน! หนุ่ม กรรชัย ส่งทนายไต่สวนฟ้องหมิ่น ปู มัณฑนา

ไม่ยอมใจอ่อน! หนุ่ม กรรชัย ส่งทนายไต่สวนฟ้องหมิ่น ปู มัณฑนา

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.27 น.

หนุ่ม กรรชัย ส่งทนายไต่สวนฟ้องหมิ่น ปู มัณฑนา แนะเจ้าตัวให้หยุดการกระทำ ด้าน ปู ยัน ไม่มีการไกล่เกลี่ยคดีฟ้อง ลิลลี่ เหงียน ทนายกุ้ง

15 ธันวาคม 2568 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์คดีที่ นายกรรชัย หรือ ภูดิท กำเนิดพลอย พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง มอบอำนาจให้นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางมัณฑนา หรือปู หิมะทองคำ อดีตนักแสดงชื่อดังเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

       นายพรศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับมอบอำนาจจากนายกรรชัย มาเบิกความแทนชั้นไต่สวนมูลฟ้อง นางมัณฑนา ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่ 3 มีทั้งหมด 10 กรรม แต่ถ้ารวมทุกคดีคือ 24 กรรม แล้วจะมีเพิ่มอีก 2 คดี รวมเป็น 5 คดี ในส่วนของคดีนี้มาจากนางมัณฑนาโพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาว่าร้ายนายกรรชัยมาโดยตลอด หากยังไม่หยุดก็จะมีการฟ้องคดีอีกเรื่อยๆ โดย วันนี้ศาลไต่สวนเป็นที่เรียบร้อยและนัดฟังคำสั่งในวันที่ 26 ธันวาคม นี้ ว่าจะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่โดยก่อนหน้านี้ศาลได้รับไว้แล้ว 1 คดีในข้อหาหมิ่นประมาทเช่นกัน

       ซึ่งทางนายกรรชัยเองก็บอกให้ดำเนินการตามขั้นตอน วันนี้ทางคู่กรณีก็ปฏิเสธ ก็ให้เป็นเรื่องของดุลพินิจทางศาล พิจารณาจากพยานหลักฐาน ส่วนเรื่องไกล่เกลี่ยหรือถอนฟ้องนั้น ตนมองว่าทางนายกรรชัยคงไม่ยอมใจอ่อน เพราะถูกว่าร้าย พาดพิงถึงภรรยาและครอบครัวนานหลายเดือน แต่หากว่าสุดท้ายเกิดการขอโทษกันอย่างจริงใจ ก็ให้ทางนายกรรชัยพิจารณาเอง ตนคงพูดแทนผู้เสียหายไม่ได้ ตนขอแนะนำคู่กรณีว่าให้หยุดการกระทำ อย่าสร้างคดีให้ตัวเองเลย และศาลท่านก็เห็นว่า เมื่อคุณถูกฟ้องคดีดังกล่าวเยอะๆ มันจะส่อถึงเรื่อง พฤติการณ์ที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย 

       ด้าน ปู มัณฑนา กล่าวว่า วันนี้ตนและทนายมาไต่สวนมูลฟ้องจำเลยทั้งสอง ด้วยข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สาเหตุมาจากการออกรายการทีวีดัง และติ๊กต็อกช่องข่าวแห่งหนึ่ง ที่มีข้อความทำให้ทางด้านฝ่ายตนเสียหาย เกี่ยวกับการทวงหนี้ ประจานว่า ปู มัณฑนา มีหนี้จำนวนมากซึ่งความจริงไม่จริง มีเจ้าหนี้ 2 คน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2567 แต่พวกตนพึ่งมาเห็นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2568 เนื่องจากหลังเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ ทางโจทก์มีภาวะเครียดจนถึงขั้นอาจคิดทำร้ายตัวเอง ดังนั้นจึงมีการงดเล่นสังคมออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์ม มีใบรับรองแพทย์จริง ทำให้ไม่เห็นการกระทำดังกล่าว ทุกคดีที่ฟ้องทางอาญาจะมีการฟ้องแพ่งด้วยเป็นการรักษาสิทธิ์และขอความยุติธรรมไม่ได้กลั่นแกล้ง ส่วนทางตนเองถูกฟ้องทั้งหมด 19 คดีเป็นอาญาทั้งหมด เครียดมาก และครั้งนี้ได้มีการยื่นฟ้องทนายความไปด้วย เพราะไม่สมควรและทำตัวเหมือนเป็นเจ้าหนี้เอง ส่วนคดีที่มีการตัดสินไป เราก็เคารพในศาลชั้นต้นแต่จะมีการสู้เรื่องอุทธรณ์ต่อไป 

ส่วนที่ ลิลลี่ เหงียน ขอความเมตตาให้ถอนฟ้องนั้น นางมัณฑนา กล่าวว่า ไม่มีการขอความเมตตา อยู่บนศาลยังด่าว่าตนอยู่เลย หาเรื่องตนหน้าบัลลังก์

       สำหรับเรื่องไกล่เกลี่ยนั้น ทนายความ ส่วนตัวของนางมัณฑนากล่าวว่า ต้องดูที่เจตนาของจำเลย ว่าอยากพูดคุยแค่ไหนดูน้ำใจของเขาก่อน เงินจำนวน 4 ล้านบาทไม่ได้เยอะเลย แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามใบรับรองแพทย์นั้นเสียหายมากจริงๆ เรามีแผนจัดการ ทุกคนที่เป็นคู่กรณีไว้หมดแล้ว อาจไม่ได้จบที่ศาลแต่เป็นที่ ตม.ก็ได้

ห้างแตก ! ส่งสุขรับปีใหม่ ‘7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล’รวมตำนานยุค 80

ห้างแตก ! ส่งสุขรับปีใหม่ '7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล'รวมตำนานยุค 80

ห้างแตก ! ส่งสุขรับปีใหม่ ‘7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล’รวมตำนานยุค 80

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.41 น.

ความสนุกล้นเวที ปุ๊-อัญชลี นำทัพ The Palace ผนึกพลัง โอ-ชัยรัตน์ และ อ้น-อัครวัฒน์ จัดเพลย์ลิสต์เพลงฮิตในความทรงจำของแฟน ๆ กว่า 40 เพลงดัง  มามอบความสุขบนเวที “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ความสุขส่งท้ายปีที่ทำเอาศูนย์การค้าแทบแตก เมื่อ ช่อง 7HD จับมือ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดฟรีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” รวมศิลปินระดับตำนานยุค 80 มามอบความสนุกแบบไม่มีกั๊ก เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ ชั้น 1 รอยัล พาร์ค พลาซา ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์คเปิดเวทีด้วย 2 พิธีกรคู่หู เจด้า-ศรัณย่า และแอมป์-พีรวัศ ก่อนส่งไม้ต่อให้ศิลปินเดี่ยวขวัญใจแฟนเพลงยุค 80  โอ-ชัยรัตน์ เทียบเทียม ที่ขนเพลงฮิตในความทรงจำมาเรียกเสียงกรี๊ดแบบไม่พัก ไม่ว่าจะเป็น สุขาอยู่หนใด, เธอที่รัก,รักหนอรัก, ยับ และ เมื่อไหร่เมื่อนั้น

จากนั้นเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม เมื่อการรวมตัวแบบครบวงของ The Palace ปรากฏบนเวที นำโดยดีว่าสายพลัง ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ พร้อมสมาชิกคุณภาพจากหลากหลายวงดัง อาทิ จิ๊ป-วสุ แสงสิงแก้ว (วงพลอย), จี๊ด-สุนทร สุจริตฉันท์ (วงรอยัลสไปรท์ส), ต้น-วงศกร รัศมิทัต (วงแมคอินทอช), สายชล ระดมกิจ (วงThe Innocent), สัน-พีรสันติ จวบสมัย (วงThe Innocent), เต้ย-รณภพ อรรคราช (วงอินคา) และ จืด-มนตรี กิตติกัลป์  (วงฟอร์เอฟเวอร์) จัดเต็มเพลย์ลิสต์เพลงฮิตกว่า 40 เพลง สะกดแฟนเพลงแน่นศูนย์การค้าตลอด 2 ชั่วโมงเต็มเริ่มต้นความประทับใจด้วยเพลงอบอุ่นอย่าง วันวานยังหวานอยู่, พบกันบนดวงดาว, ขุมทรัพย์สุดหัวใจก่อนเร่งจังหวะความมันแบบสุดเหวี่ยงกับเพลงแดนซ์ในตำนาน สุดฤทธิ์สุดเดช ที่ ปุ๊-อัญชลี โชว์พลังทั้งร้องและเต้นแบบสุดฤทธิ์สมชื่อเพลงจริง ๆ ต่อด้วยเพลงสนุก สอบตก, สวยในซอย, โอ๊ะ…โอ๊ย, ใจเธอใจฉัน

ความสนุกยังพุ่งต่อเนื่องเมื่อ อ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ นักแสดงจากช่อง 7HD ขึ้นเวทีร่วมแจม เพิ่มสีสันความโจ๊ะในเพลง งานวัด พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษกับเพลง โชว์ห่วย ผลิตโดย บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด เรียกเสียงปรบมือและรอยยิ้มจากแฟน ๆ ได้ทั้งคอนเสิร์ต ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงฮิตอีกระลอกของ The Palace แบบไม่ให้คนดูได้พักนอกจากความมันแล้ว ยังอบอวลด้วยโมเมนต์หวาน ๆ เมื่อ จ๊ะจ๋า-พริมรตา นางเอก รด. ตัวจริง ภรรยาคนสวยของ จิ๊ป-วสุ มาร่วมให้กำลังใจถึงหน้าเวที สร้างบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางเสียงเพลงและแฟนคลับยุค 80 ที่เต้นกันแบบลืมอายุเรียกว่า เป็นความสุขส่งท้ายปลายปีแบบครบเครื่อง และมาเปิดศักราชใหม่ เดือนมกราคม 2569 วันเสาร์ที่ 17 มกราคมนี้  พบ 3 ลูกทุ่งคนดัง อาภาพร นครสวรรค์, สุนารี ราชสีมา, ศิริพร อยู่ยอด ได้ใน 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล@ THE NINE CENTER TIWANON” ณ ชั้น 1 ลาน CENTER ZONE, THE NINE CENTER TIWANONสามารถชมความสนุกได้ทางช่อง 7HD กด 35 ตั้งแต่เวลา 15.30 -17.00 น. และสดทางออนไลน์ Facebook / YouTube / TikTok : Ch7HD และ Bugaboo.tv  ที่มันไม่มีเบรก 2 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ 15.30-17.30 น.ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

ร้อนแรงแซ่บทะลุจอ เบียร์ เดอะวอยด์ มิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ สะท้านทุกสายตาสังคม

ร้อนแรงแซ่บทะลุจอ เบียร์ เดอะวอยด์ มิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ สะท้านทุกสายตาสังคม

ร้อนแรงแซ่บทะลุจอ เบียร์ เดอะวอยด์ มิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ สะท้านทุกสายตาสังคม

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.40 น.

วานนี้ (14 ธันวาคม พ.ศ. 2568) ดารานักร้องสาวชื่อดังของประเทศอย่าง เบียร์ เดอะวอยซ์ หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล ได้ออกมาปล่อยเพลงใหม่ล่าสุดที่ชาวเน็ตทั้งหลายเห็นหือได้ฟังเป็นต้องสะดุ้งกันเป็นแถวกับเพลงใหม่ของเธอกันแน่ กับ เพลง “Don’t cha? (ไม่เคยเอากันหรอ?)” เนื้อหาของเพลงดุดันร้อนแรงเผ็ดร้อนถึงใจ เข้ากับจังหวะดนตรีสนุก ๆ ผสมผสานกันได้อย่าลงตัว โดยมีบางช่วงบางจังหวะของเนื้อร้อง ที่เหล่านักเลงคีย์บอร์ดหรือชาวเน็ตบนโลกโซเชียลทั้งหลายต้องพากันสะดุ้งแน่ กับท่อนฮุคที่ เบียร์ เดอะวอยซ์  โชว์พลังเสียงถามสังคมกลับไปตรง ๆ ว่า “พวกมึงไม่เคยเอากันหรือไง ?”

ซึ่ง เบียร์ เดอะวอยซ์ เล่นเองร้องเองเต็มพลังทุกจัวหวะดนตรี กับมิวสิกวิดีโอเพลง “Don’t cha? (ไม่เคยเอากันหรอ?)” โดยเนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับซุบตาร์สาวถูกรุมร้องไปด้วยนักข่าวพร้อมแสงแฟลชจากสื่อทั้งหลายกับชีวิตรักของเธอ ตัดสลับกับฉากบนเตียงถึงพริกถึงขิงสุดแซ่บกับพระเอกหนุ่ม MV กล้ามโต ซึ่งคลิปมิวสิกวิดีโอเพลงของเธอมีการขึ้นคำเตือนเรต R (Restricted) ไว้ตั้งแต่ต้นคลิป

เบียร์ เดอะวอยด์

แต่สิ่งที่ทำเอาชาวเน็ตหลายคนบนโลกออนไลน์ต่างก็ร้อง เอ๊ะ!! คือ ฉากที่มีไมค์ของนักข่าวยื่นสัมภาษณ์เธอและมีไมค์บางตัวที่มีโลโก้คล้ายโลโก้ของรายการดังรวมอยู่ด้วย เลยทำให้หลายคนสงสัยว่า เบียร์ เดอะวอยซ์  ตั้งใจจะสื่อถึงใครหรือสื่อถึงอะไรหรืเปล่า ? เพราะก่อนหน้านี้ชีวิตในวงการบันเทิงของ เบียร์ เดอะวอยซ์ เต็มไปด้วยคลื่นลมมรสุมลูกใหญ่ จนกลายเป็นกระแสดราม่าในสังคมนานอยู่หลายวัน

เบียร์ เดอะวอยด์

แฟนคลับของเธอและชาวโซเชียลจำนวนมากที่ได้รับชมมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่นี้ ต่างก็กดถูกใจและแสดงความคิดเห็นกันเสียยกใหญ่กับมิวสิกวิดีโอเพลง “Don’t cha? (ไม่เคยเอากันหรอ?)” ของ เบียร์ เดอะวอยซ์ ที่เต็มไปด้วยด้วยความแซ่บเผ็ดร้อนแรงยิ่งกว่าเมนูอาหารจานไหน ๆ จนยอดวิวบนยูทูปทะลุหลักแสนไปเป็นที่เรียบร้อนแล้ว

เบียร์ เดอะวอยด์
เบียร์ เดอะวอยด์
เบียร์ เดอะวอยด์
เบียร์ เดอะวอยด์
เบียร์ เดอะวอยด์
เบียร์ เดอะวอยด์
เบียร์ เดอะวอยด์
เบียร์ เดอะวอยด์

>>> ชมคลิปคลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณภาพจาก BIZCUITBEER สมาชิกเว็บไซต์ยูทูป

‘จินนี่’ลุยร้อยเอ็ด เปิดตัว’นราเอก คำสนาม’ว่าที่ผู้สมัคร สส.ไทยสร้างไทย

'จินนี่'ลุยร้อยเอ็ด เปิดตัว'นราเอก คำสนาม'ว่าที่ผู้สมัคร สส.ไทยสร้างไทย

‘จินนี่’ลุยร้อยเอ็ด เปิดตัว’นราเอก คำสนาม’ว่าที่ผู้สมัคร สส.ไทยสร้างไทย

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.49 น.

“จินนี่ ยศสุดา”ควง”เลขาฯไทยสร้างไทย”เปิดเวทีศรีสมเด็จ แนะนำ”นราเอก คำสนาม”เป็นผู้สมัครของพรรค ขอแรงเลือกคนพื้นที่ เข้าไปเป็นปากเสียงในสภา แก้ปัญหาให้ชาวร้อยเอ็ด

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ (จินนี่) พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงที่อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อม นายชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เพื่อเปิดตัว นายนราเอก คำสนาม ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยสร้างไทย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ใกล้ชิด และเป็นกันเอง ท่ามกลางพี่น้องประชาชนที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก

ในช่วงหนึ่งของการพบปะ นางสาวยศสุดา กล่าวแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองว่า มีหลายคนทักว่ามีหน้าตาคล้าย “แม่หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งวันนี้ไม่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม จึงขอทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพรรคในการมาพบปะและพูดคุยกับพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง

นางสาวยศสุดา กล่าวว่า โดยปกติเป็นคนไม่ถนัดการพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก แต่วันนี้ตั้งใจมาพูดด้วยตัวเอง เพราะเห็นถึงความตั้งใจจริงของทีมงานพรรคไทยสร้างไทย โดยเฉพาะนายนราเอก คำสนาม ที่ลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงใกล้การเลือกตั้ง แต่ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมนำปัญหาของพื้นที่ไปสะท้อนและร่วมศึกษากับพรรค เพื่อผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวยศสุดา ยังกล่าวถึงการทำงานของพรรคไทยสร้างไทยว่า เป็นพรรคที่ผสมผสานทั้งบุคลากรทางการเมืองที่มีประสบการณ์ อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และคณะ ควบคู่กับคนรุ่นใหม่ที่มีพลังและความตั้งใจในการทำงาน เพื่อผนึกกำลังกันขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้อง การเกษตร ราคาผลผลิต และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่

นางสาวยศสุดา ได้ฝากพรรคไทยสร้างไทย และนายนราเอก คำสนาม ไว้ในหัวใจของพี่น้องประชาชนอำเภอศรีสมเด็จ พร้อมย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทยมุ่งมั่นส่งคนดี คนทำงานจริง เข้าไปเป็นผู้แทนของประชาชนในสภา เพื่อทำงานทั้งในและนอกสภาอย่างเต็มที่ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของพรรคในการสร้างความใกล้ชิด และรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง

ด้าน นายชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ย้ำว่า พรรคมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเลือกคนในพื้นที่ เลือกลูกหลานชาวร้อยเอ็ดเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เพื่อเป็นปากเป็นเสียงและแรงผลักดันในการแก้ไขปัญหาสำคัญ ทั้งปัญหาราคาข้าว ราคาผลผลิตทางการเกษตร ปัญหาเรื่องน้ำ และราคาวัว ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอและผลักดันในสภาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 50 ครั้ง จึงขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน เพื่อส่งคนทำงานจริงเข้าไปเพิ่มอีกหนึ่งเสียงในสภา ให้การแก้ไขปัญหาของชาวบ้านเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

– 006

ประชานิยมสุดโต่ง?! ‘เพื่อไทย’ลุยออกนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง

ประชานิยมสุดโต่ง?! 'เพื่อไทย'ลุยออกนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง

ประชานิยมสุดโต่ง?! ‘เพื่อไทย’ลุยออกนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.03 น.

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในงาน “ยกเครืองประเทศไทย เพือไทยทําได้” ย้ำนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้อง โดยมีมาตรการปลดหนี้ให้คนไทย และสานต่อนโยบายหวยเกษียณภายใน 3 เดือน

นายจุลพันธ์ เริ่มต้นกล่าวว่า จากวันที่ 31 ตุลาคม 2568 คือวันที่ตนได้รับเกียรติอย่างสูงให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในวันนั้น ตนไม่ได้รับเพียงตำแหน่ง แต่ได้รับความคาดหวังว่าพรรคเพื่อไทยต้องกลับมาแข็งแรง ต้องกลับมาเป็นความหวังของประชาชนอีกครั้ง และตลอดเวลาเพียงเดือนเศษที่ผ่านมา เราไม่ได้เพียงพูดถึงการเปลี่ยนแปลง แต่เราทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงพรรคเพื่อไทย สื่อสารกับประชาชนเชิงรุกทันเหตุการณ์ มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ที่รวมคนทุกวัย ทุกภูมิภาค การทำงานในสภาเข้มข้น ตรวจสอบจริง ไม่เกรงใจอำนาจมีทีมนโยบายที่รับฟังทั้งนักวิชาการ และเสียงประชาชนตัวจริง ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้ เพราะความร่วมมือของพวกเราทุกคน เพราะพวกเราเชื่อในเป้าหมายเดียวกัน เพราะพวกเรามีหัวใจดวงเดียวกัน หัวใจดวงนั้นคือประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยไม่เคยละทิ้งประชาชน ในวันนี้ตนยืนอยู่ตรงนี้เพื่อบอกทุกท่านว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว พร้อมจากการยกเครื่องพรรคสู่ภารกิจที่ใหญ่กว่าคือยกเครื่องประเทศไทย ในฐานะทั้งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ตนเข้าสู่การเมืองเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพื้นที่ชายขอบ จ.เชียงใหม่ อำเภอที่ไปชายแดนประเทศเมียนมา ใกล้กว่าเข้าตัวเมือง จ.เชียงใหม่ ผมเป็นคนมีโอกาสมากกว่าคนส่วนใหญ่เพราะได้เรียนปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีโอกาสเรียนต่อระดับปริญญาโท ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และทำงานในภาคเอกชนบริษัทด้านเทคโนโลยีอวกาศและความมั่นคงระดับโลก ผมเคยอยู่ในประเทศที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แล้วกลับมาใช้ชีวิตกับชาวบ้านในชนบทของเชียงใหม่

“ผมเห็นความมั่งคั่งสุดขั้ว และความลำบากสุดในชีวิตจริง สองภาพนี้ทำให้ผมมีความฝันชัดเจนตั้งแต่วันนั้นคือ การใช้ความรู้ทางเศรษฐกิจ ปลดโซ่ตรวนชีวิตของคนไทย”

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ตนทำงานต่อเนื่องจากตำแหน่ง สส.เป็นกรรมาธิการด้านการเงิน การคลัง ด้านเศรษฐกิจ และด้านการเกษตรจนถึงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตลอด 2 ปี ในตำแหน่งรัฐมนตรีผมมีโอกาสทำความฝันให้เป็นจริงหลายอย่าง แน่นอนว่า มีทั้งอุปสรรค และแรงเสียดทานแต่เราไม่เคยหยุดและเราจะเดินหน้าต่อไป

“ตนเสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาเพียงเพื่อความฝันตัวเอง แต่ขอความไว้วางใจจากประชาชน เพื่อทำภารกิจยิ่งใหญ่ให้คนไทยไร้จน หลุดพ้นจากความยากจนอย่างถาวร พรรคเพื่อไทยต้องการสร้างพรุ่งนี้ที่ดีกว่า โดยสร้างหลักประกันเงินออม การปลดหนี้ และการสร้างรายได้ใหม่ เพราะนิยามของคำว่าประชาชนในสังคมประชาธิปไตยคือ ความมั่นคง อิสรภาพ และโอกาสในชีวิตสะท้อนอยู่ในแนวคิด ‘มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี’ ของพรรคเพื่อไทย” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ภาพที่เห็นคือ ประชาชนจำนวนมากที่เจอความลำบากจนชินชา ความปรารถนาของผม คือ คนไทยไร้จน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่วันนี้ พี่น้องประชาชน ยังเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่รายได้ลดลง ของกินของใช้ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง เพิ่มไม่หยุด ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่ต้นทุนปุ๋ย น้ำมัน ค่าแรงเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการรายย่อยแบกรับดอกเบี้ยสูง ยอดขายลดลง ค่าเช่าและต้นทุนพุ่งไม่หยุด ประชาชนคนไทยมีหนี้่สินล้นพ้นตัว ทั้งหนี้บัตรเครดิต หนี้การศึกษา หนี้ ธกส.และหนี้นอกระบบ เราพูดว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย คนไทยแก่ก่อนรวย ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่มีเงินออม ไม่มีรายได้หลังเกษียณ ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐ หลายครอบครัวต้องเลือกระหว่าง “จ่ายหนี้” หรือ “ดูแลคุณภาพชีวิต”

ท่านเห็นหรือไม่ว่าตนไม่ได้เอาตัวเลขทางเศรษฐกิจมาพูดกับทุกท่านเลย เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจไม่อาจสะท้อนหยาดน้ำตา ความเครียด ความสิ้นหวังและความไม่มั่นคงในชีวิตของประชาชนคนไทยได้ คำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ คือ “พรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้หรือไม่”

โจทย์ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน นโยบายเร่งด่วนนโยบายแรก คือ “หวยเกษียณ” ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่สานต่อ แต่เราจะทำให้ได้ใน 3 เดือนแรก ของการเป็นรัฐบาล คนไทยกว่า 34 ล้านคน ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลวันที่ 1 และ 16 ยังคงเป็นความหวังของคนทุกวัย แต่ทุกบาทที่ซื้อจะไม่หายไป หวยเกษียณคือการสร้างเงินออมโดยไม่ต้องไปปรับพฤติกรรมการเสี่ยงโชคของคนไทย แต่เราต้องการให้ผู้สูงอายุมีเงินก้อนยามแก่เฒ่า เสริมไปกับเบี้ยยังชีพและสวัสดิการอื่นๆ

ถ้าเลือกได้คงไม่มีพ่อแม่ปู่ย่าที่ไหนอยากเป็นภาระของลูกหลาน เมื่อหวยเกษียณสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ผู้สูงอายุ สิ่งที่ตามมาคือ ลูกหลานมีอิสรภาพทางการเงินที่มากขึ้น หวยเกษียณจึงเปลี่ยนการเสี่ยงโชคสู่หลักประกัน “เปลี่ยนความหวังระยะสั้น ให้กลายเป็นความมั่นคงระยะยาว”

อีกหนึ่งนโยบายเร่งด่วน คือ “การล้างหนี้ให้คนไทย” ปัญหาหนี้ของคนไทยไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่นี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งทั้งชีวิตประชาชนและอนาคตของเศรษฐกิจไทย ตลอด 2 ปีของรัฐบาลเพื่อไทย ภายใต้การบริหารของนายกฯ เศรษฐา และนายกฯ แพทองธาร ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ พักหนี้เกษตรกร แก้หนี้นอกระบบ เติมสภาพคล่องให้รายย่อย ไปจนถึงการค้ำประกันสินเชื่อ และการสร้างงานสร้างอาชีพ สามารถช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 6 ล้านราย และบรรเทาภาระหนี้รวมกว่า 4 แสนล้านบาท เราไม่เคยปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาหนี้สินเพียงลำพัง

พี่น้องประชาชนครับ หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เราจะสานต่อนโยบายล้างหนี้ ดังนี้

1. แก้หนี้นอกระบบ : ด้วยการให้สินเชื่อรายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ โดยไม่ต้องมีหลักประกันไปปิดหนี้นอกระบบ เพราะหนี้นอกระบบไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือความรุนแรง การข่มขู่ การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นี่คือการคืนอิสรภาพจากความหวาดกลัว

2. หนี้ NPL ทำให้รายได้กลายเป็นดอกเบี้ย : เพราะประชาชนขาดโอกาส ประเทศติดหล่ม จะดีหรือไม่ หากคนที่เป็นหนี้เสียไม่เกิน 200,000 บาท จ่ายเพียง 10% หรือ 20,000 บาท ปิดหนี้ได้ทันที นี่ไม่ใช่แค่การปลดหนี้ประชาชน แต่เป็นการปลดล็อกประเทศในทางเศรษฐกิจ

3. หนี้เกษตรกร : พี่น้องเกษตรกร ที่เผชิญกับภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ พรรคเพื่อไทย จะพักเงินต้นและดอกเบี้ย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อต่ออายุ ต่อลมหายใจให้พี่น้องเกษตรกร

4. ล้างหนี้วัยเกษียณ : เราอยากให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมั่นคง ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดการพึ่งพาลูกหลานด้านการเงิน เราจะปลดหนี้เสียของผู้สูงวัย ไม่เกิน 100,000 บาท ภายใน 3 เดือน

5. ลูกหนี้ชั้นดี ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด สำหรับกลุ่มลูกหนี้ชั้นดีที่จ่ายตรง จ่ายครบทุกงวด พวกเขาควรได้รางวัล โดยถ้าผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด สำหรับยอดหนี้ 100,000 บาท

การแก้หนี้ประชาชน ไม่ใช่การแจกเงิน ไม่ใช่ประชานิยม แต่คือการซ่อมฐานรากของระบบเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง และนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

พี่น้องประชาชนที่เคารพ ตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ไม่อาจสะท้อนความทุกข์ยาก ความเหลื่อมล้ำ ความสิ้นหวังของประชาชนได้ พรรคเพื่อไทยต้องการสร้างพรุ่งนี้ที่ดีกว่า พรรคเพื่อไทยต้องการเห็นประชาชนมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

“ผมขอย้ำอีกครั้งว่านี่คือองค์ประกอบของคำว่าประชาชนในสังคมประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะยกเครื่องประเทศไทย มีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ทำได้ นี่คือคำมั่นสัญญาของผม จุลพันธ์ อมรวิวัตน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี กล่าว