เป็นธรรม สวน กัณวีร์ ไม่เคยชงพรรคขอมติโหวตนายกฯ

เป็นธรรม สวน กัณวีร์ ไม่เคยชงพรรคขอมติโหวตนายกฯ

เป็นธรรม สวน กัณวีร์ ไม่เคยชงพรรคขอมติโหวตนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.17 น.

“เป็นธรรม”สวน“กัณวีร์“ไม่เคยชงพรรคขอมติโหวตนายกฯ ไร้คำชี้แจง ถามความเหมาะสมบอกคุยตั้งพรรคใหม่แล้ว ยังเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคปธ. เตรียมดำเนินการสถานภาพ

วันที่ 5 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กพรรคเป็นธรรม(ปธ.) เผยแพร่แถลงการณ์พรรคปธ.โดยระบุว่า แถลงการณ์ชี้แจงประเด็นการให้สัมภาษณ์ของนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ อดีตเลขาธิการพรรคปธ.ตามที่มีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับบทบาทการทำงานในพรรคปธ.พรรคขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้สาธารณชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องดังนี้

1. เกี่ยวกับตำแหน่งเลขาธิการพรรค ตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นตำแหน่งบริหารที่มีหน้าที่ขับเคลื่อนมติและภารกิจทางการเมืองของพรรค รวมถึงการนำเรื่องสำคัญเข้าสู่การประชุมเพื่อกำหนดจุดยืนร่วมกันตามข้อบังคับ

ในกรณีการโหวตนายกรัฐมนตรี พรรคได้มอบหมายให้นำเรื่องเข้าสู่การประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เกิด “มติพรรค” ตามหลักการประชาธิปไตยภายในพรรค แต่กระบวนการดังกล่าว ไม่ได้ถูกเสนอเข้าที่ประชุม ทำให้พรรคไม่สามารถประกาศจุดยืนร่วมกันได้ภายในระยะเวลาที่ควรจะเป็น พรรคจึงไม่เคยมติรับรองใดๆต่อเรื่องนี้ พรรคได้ขอให้มีการชี้แจงในที่ประชุมกรรมการบริหารในการประชุมครั้งถัดมาแต่ก็ไม่ได้มีการชี้แจงแต่อย่างใด

2. เกี่ยวกับตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ ตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อของนายกัณวีร์ มาจากคะแนนเสียงรวมของประชาชนที่เลือก “พรรคเป็นธรรม” ไม่ใช่คะแนนส่วนบุคคลตามหลักการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ดังนั้น หากสมาชิกประสงค์จะย้ายพรรคในอนาคต ย่อมต้องคืนตำแหน่งให้พรรคเดิมก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนระหว่างเจตนารมณ์ของประชาชนกับเส้นทางการเมืองของบุคคล ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่เคารพกันโดยทั่วไปในระบอบประชาธิปไตย

3. เกี่ยวกับการแสดงความประสงค์ลงสมัครเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคได้แจ้ง timeline และขั้นตอนตามข้อบังคับให้สมาชิกที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารทุกคนเท่าเทียมกันให้ยื่นความประสงค์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่นายกัณวีร์ ไม่ได้ยื่นความประสงค์ภายในกำหนดเวลา ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสรรหาคณะผู้บริหารชุดใหม่ จึงเป็นเหตุให้หัวหน้าพรรคต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อจะได้ปรับพรรคเตรียมพร้อมกับการเลือกตั้ง 

ต่อมามีรายงานและการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อสาธารณะว่าท่านได้เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ย่อมทำให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความสอดคล้องกับสถานะการเป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเดิมซึ่งหากยังคงสถานภาพนี้ต่อไป พรรคคงต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อสร้างให้เกิดความชัดเจน และสร้างมาตรฐานคุณลักษณะของนักการเมืองที่พึงมี

4. หลักการที่พรรคเป็นธรรมยึดถือร่วมกัน
พรรคเป็นธรรมยืนหยัดในหลักการ
– ความโปร่งใส
– ความรับผิดชอบต่อเสียงของประชาชน
– การทำงานตามกติกาและข้อบังคับ
– การเมืองที่ยึดสถาบันมากกว่าตัวบุคคล

พรรคขอยืนยันว่าจะยังคงทำงานเพื่อประชาชนต่อไปอย่างมั่นคง และเชื่อว่าการสื่อสารบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง จะช่วยให้สาธารณชนเห็นความชัดเจนในทุกประเด็นที่เกิดขึ้น

รัฐบาลยืนยัน ทุกสนามซีเกมส์มีมาตรฐานพร้อมใช้แข่งขัน

รัฐบาลยืนยัน ทุกสนามซีเกมส์มีมาตรฐานพร้อมใช้แข่งขัน

รัฐบาลยืนยัน ทุกสนามซีเกมส์มีมาตรฐานพร้อมใช้แข่งขัน

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

รัฐบาลยืนยันทุกสนามซีเกมส์มีมาตรฐานพร้อมใช้แข่งขัน จัดโครงการ ชิม ช็อป เชียร์ นำอาหาร-ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นโชว์อาเซียน

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 68 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬายืนยันทุกสนามซีเกมส์ ครั้งที่ 33 มีมาตรฐาน พร้อมใช้ในการแข่งขันกีฬาทุกประเภท สามารถรองรับแฟนกีฬาได้เต็มศักยภาพ รวมถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

พร้อมกันนี้ รัฐบาลโดยการกีฬาแห่งประเทศ (กกท. ) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดโครงการ “ชิม ช็อป เชียร์” ในทุกสนาม โดยนำอาหาร-ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศที่ผ่านการคัดสรร ให้บริการประชาชนที่มาชมกีฬา เพื่อโชว์ให้ชาวอาเซียนได้เห็น soft power ของดีของประเทศไทย เพื่อเป็นการสนับสนุนสินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งอาหารและของใช้  

“รัฐบาลนำผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อรองรับการให้บริการแฟนกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะที่บริเวณรอบอินดอร์ สเตเดียม ภายใน กกท. หัวหมาก มีเกินกว่า 30 ร้านแล้ว นอกจากนี้ยังมีที่จังหวัดชลบุรี อีกหนึ่งเจ้าภาพ และจังหวัดอื่น ๆ ที่ร่วมจัด เช่น ปทุมธานี, ราชบุรี และ นครปฐม โดยได้คัดเอาของขึ้นชื่อจากท้องถิ่น มาเผยแพร่สู่สายตาชาวอาเซียน ถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยผู้ประกอบการในช่วงกีฬาซีเกมส์ รวมไปถึงกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 อีกทางด้วย” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว 

อนุสรณ์ จี้ อนุทิน ไม่ควรเอาเรื่องแก้ รธน. มาเป็นตัวประกัน

อนุสรณ์ จี้ อนุทิน ไม่ควรเอาเรื่องแก้ รธน. มาเป็นตัวประกัน

อนุสรณ์ จี้ อนุทิน ไม่ควรเอาเรื่องแก้ รธน. มาเป็นตัวประกัน

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.13 น.

อนุสรณ์ จี้ อนุทิน ไม่ควรเอาเรื่องแก้รธน. มาเป็นตัวประกัน อย่ายุบสภาหนีการตรวจสอบ

5 ธ.ค. 68 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาระบุได้คาดเข็มขัดนิรภัย พร้อมเผชิญอุบัติเหตุทางการเมืองทุกสถานการณ์ ว่า ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะนายอนุทิน ส่งสัญญาณพร้อมยุบสภา หนีการตรวจสอบ ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นายอนุทินต้องระวังคือ เข็มขัดสั้น คาดไม่ถึง ความเชื่อมั่นจมหาย ไปกับเหตุการณ์น้ำท่วม จนคนในรัฐบาลยอมรับเองว่าเป็นรัฐล้มเหลว แม้จะรัดเข็ดขัดแต่อาจไม่สามารถรอดพ้นจากแรงกระแทกอันรุนแรงจากพายุความผิดพลาด มือไม่ถึง ที่ถาโถมเข้าใส่อย่างไม่คาดคิด รัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่มา 2 เดือนยังสั่นคลอนถึงเพียงนี้

หากต้องบริหารราชการแผ่นดินยาวนานถึง 4 ปี ประเทศชาติจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนเพียงใด ความหวาดกลัวต่อการตรวจสอบ ของรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยิ่งทำให้ความชอบธรรมของรัฐบาลถดถอยลงไปทุกขณะ รัฐบาลเสียงข้างน้อย และตัวนายอนุทินในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะต้องแยกแยะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นภารกิจที่คนไทยจับตามอง ในการฟื้นฟูหลักประชาธิปไตยให้กลับมาอยู่ในครรลองที่ถูกต้อง ยึดโยงกับประชาชน  กับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตามกลไกของระบบรัฐสภา ไม่ควรนำ 2 เรื่องนี้มาผูกโยงเป็นตัวประกัน หรือใช้เป็นข้ออ้างเพื่อสร้างเงื่อนไขในการยุบสภาหนีการตรวจสอบ เมื่อพรรคเพื่อไทยได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว สภาก็ยังสามารถเดินหน้ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปได้ควบคู่กัน ไม่มีความจำเป็นต้องตีตนไปก่อนไข้ หรือสร้างภาพว่าฝ่ายค้านกำลัง ตัดตอน คว่ำไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข้ออ้างที่ว่า เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ต่อให้ตอบคำถามได้ดีเพียงใด ก็จะถูกคว่ำกลางสภา เพราะเสียงสนับสนุนไม่พอนั้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยชุดนี้ ยังมีพรรคฝ่ายค้ำ ที่ประกาศตน แสดงตัวอย่างชัดเจนตาม MOA พร้อมให้การค้ำ และเคยสนับสนุนนายอนุทินขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแบบยกพรรคมาแล้ว

ดังนั้นข้อกังวลเรื่องถูกคว่ำในสภา จึงเป็นเพียงการสร้างวาทกรรมทางการเมืองเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ยุบสภาหนีการตรวจสอบ เท่านั้น สำหรับประเด็นเนื้อหาที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นอภิปรายนั้น นอกจากคดี สแกมเมอร์ ทุนเทา เขากระโดง ฮั๊วสว. ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน เกิดเหตุการณ์ที่สะเทือนศรัทธาประชาชนเป็นจำนวนมาก และเพียงพอที่จะตั้งคำถามต่อความสามารถและความโปร่งใสของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณจัด Moto GP  4,000 ล้านบาท ข้อตกลง MOU แร่แรร์เอิร์ธระหว่าง สหรัฐฯ–ไทย ท่ามกลางศึกชิงทรัพยากรระดับมหาอำนาจ วิกฤตน้ำท่วมที่คนในรัฐบาลเสียงข้างน้อยเองยังยอมรับว่าเป็นบทพิสูจน์ความล้มเหลวของรัฐ ตลอดจนกรณีภาพถ่ายและภาพหลุดต่างๆ ที่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือของผู้นำรัฐบาลอย่างรุนแรง จนแม้แต่นักการเมืองในรัฐบาลยังไม่รู้จะชี้แจงประชาชนอย่างไร

“รัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายอนุทินไม่ควรยุบสภา หนีการตรวจสอบ และไม่ควรนำประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาใช้เป็นตัวประกันทางการเมือง” นายอนุสรณ์ กล่าว

อนุสรณ์ จับโป๊ะ อนุทิน ปมภาพหลุด ร่วมเฟรม เบน สมิธ ให้ภาพเล่าเรื่อง ทำไมถึงปราบสแกมเมอร์ไม่ได้

อนุสรณ์ จับโป๊ะ อนุทิน ปมภาพหลุด ร่วมเฟรม เบน สมิธ ให้ภาพเล่าเรื่อง ทำไมถึงปราบสแกมเมอร์ไม่ได้

อนุสรณ์ จับโป๊ะ อนุทิน ปมภาพหลุด ร่วมเฟรม เบน สมิธ ให้ภาพเล่าเรื่อง ทำไมถึงปราบสแกมเมอร์ไม่ได้

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.12 น.

อนุสรณ์ จับโป๊ะ อนุทิน ปมภาพหลุด ร่วมเฟรม เบน สมิธ ย้อน ให้ภาพเล่าเรื่อง ทำไมถึงปราบสแกมเมอร์ไม่ได้ 

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.68นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ภาพหลุด นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเฟรม กับนายเบน สมิธ เป็นสาเหตุที่รัฐบาลไม่กล้าปราบปรามหรือไม่ ว่า เมื่อครั้งที่นายอนุทิน ดูดสส. จากพรรคฝ่ายค้าน ไปเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทย ใช้การอธิบายว่า ให้ภาพเล่าเรื่อง แต่ พอมีภาพหลุดร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ นายอนุทิน จะไม่ยอมเล่าอะไรเลยไม่ได้ ประชาชนอยากรู้ว่าใครเป็นคนปล่อยภาพหลุด และมีเป้าประสงค์อย่างไร เพราะนายอนุทินบอกเองว่า รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยภาพหลุดนี้ การยอมรับว่ารับเคยเจอนายเบน สมิธ 5-6 ครั้งนั้น ประชาชนสงสัยว่านายอนุทิน พบนายเบน สมิธ ครั้งหลังสุดเมื่อไหร่ กินข้าวกันครั้งล่าสุดวันไหน ถ้าเพิ่งพบกันในระยะใกล้ๆนี้ ประชาชนจะได้รู้ชะตากรรมของตัวเอง เพราะปัญหาสแกมเมอร์ ดูเหมือนรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะไม่ได้ขยับอะไรเลย เกรงใจใครหรือไม่ รวมถึงปมสินบน งดปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เดือนละ 40 ล้านบาท ซึ่งประชาชนเฝ้ารอฟังผลสอบว่าจะออกมากี่โมง และใครเป็นคนเสนอสินบนงดปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดังกล่าว

“นายอนุทิน ต้อง ระมัดระวังให้มากในการตอบคำถาม กรณีภาพหลุดร่วมเฟรมกับนายเบนสมิธ เพราะหากมีภาพหลุดออกมาเพิ่มอีก แล้วย้อนแย้งกับสิ่งที่นายอนุทินพูด จะเป็นดิจิทัลฟุตพริ้นท์ที่ทิ่มแทง ทำให้นายอนุทินดิ้นไม่หลุด และเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก” นายอนุสรณ์ กล่าว 

เอกนิติ แจงปมร่วมเฟรม เบน สมิธ ย้ำไม่มีอะไรเป็นแค่อาจารย์ในหลักสูตร

เอกนิติ แจงปมร่วมเฟรม เบน สมิธ ย้ำไม่มีอะไรเป็นแค่อาจารย์ในหลักสูตร

เอกนิติ แจงปมร่วมเฟรม เบน สมิธ ย้ำไม่มีอะไรเป็นแค่อาจารย์ในหลักสูตร

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.11 น.

เมื่อเวลา 08.58 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีภาพถ่ายร่วมกับนายเบญจมิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธว่า ไม่มีอะไร วันนี้ขออนุญาตอาจจะไม่เหมาะ ย้ำว่าตนได้อธิบายไปแล้ว เนื่องจากตนเป็นอาจารย์ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อนุทิน ชี้วันนี้วันดี พระให้พรมีความสุขความเจริญ ปัดไม่มีแผนเที่ยวช่วงปีใหม่

อนุทิน ชี้วันนี้วันดี พระให้พรมีความสุขความเจริญ ปัดไม่มีแผนเที่ยวช่วงปีใหม่

อนุทิน ชี้วันนี้วันดี พระให้พรมีความสุขความเจริญ ปัดไม่มีแผนเที่ยวช่วงปีใหม่

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.54 น.

‘นายกฯ’ ชี้วันนี้วันดี พระให้พรมีความสุขความเจริญ ปัด ไม่มีแผนเที่ยวช่วงปีใหม่ บอก ตรวจจราจร-ความสะดวกคนเดินทางกลับบ้าน

เมื่อเวลา 08.05 น. วันที่ 5 ธ.ค. 68 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.68 ว่าพระได้ให้พรอะไรหรือไม่ว่า ให้มีความสุขความเจริญ วันนี้วันดี ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเดินทางไปไหว้ศาลหลักเมืองต่อ 

เมื่อถามว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่มีแผนจะไปเที่ยวไหนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปเที่ยวได้อย่างไร 3 ปีหลังที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ได้ไปไหน ตรวจการจราจร ตรวจความสะดวกของคนที่จะเดินทางกลับบ้าน นั่นก็เหมือนเที่ยวแล้ว ได้ไปนั่นไปนี่

พีระพันธุ์ ทุบโต๊ะ ค่าไฟต้องเหลือหน่วยละ 3.71 บาท ดึงเงิน ชอร์ตฟอลจาก ปตท ชดเชยประชาชน

พีระพันธุ์ ทุบโต๊ะ ค่าไฟต้องเหลือหน่วยละ 3.71 บาท ดึงเงิน ชอร์ตฟอลจาก ปตท ชดเชยประชาชน

พีระพันธุ์ ทุบโต๊ะ ค่าไฟต้องเหลือหน่วยละ 3.71 บาท ดึงเงิน ชอร์ตฟอลจาก ปตท ชดเชยประชาชน

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.50 น.

“พีระพันธุ์” ทุบโต๊ะ! ค่าไฟต้องเหลือหน่วยละ 3.71 บาท  ดึงเงิน “ชอร์ตฟอล” 1.2 หมื่นล้านจาก ปตท. ชดเชยประชาชน พร้อมลุยการเมืองปั้นคนรุ่นใหม่สู้ศึกเลือกตั้ง

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านรายการ “คนชนข่าว” ทางสถานีข่าว TNN ถึงสถานการณ์ราคาพลังงานและทิศทางการเมืองของพรรค โดยระบุถึงมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่เห็นชอบให้ปรับลดค่าไฟฟ้าในงวดแรกของปี 2569 (มกราคม – เมษายน) ลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย จากเดิม 3.94 บาทต่อหน่วย โดยให้เหตุผลว่าราคาพลังงานปรับตัวลดลงนั้น นายพีระพันธุ์มองว่าตัวเลขดังกล่าวลดน้อยเกินไป และในความเป็นจริงสามารถปรับลดลงได้ต่ำกว่านั้นหากมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการนำเงินส่วนต่างราคาก๊าซ หรือ “เงิน Shortfall” มาคำนวณคืนให้ประชาชน

นายพีระพันธุ์ อธิบายถึงที่มาของค่าไฟฟ้าว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาก๊าซเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น เช่น เรื่อง “เงิน Shortfall” ซึ่งเป็นเงินที่ ปตท. ในฐานะผู้จัดการก๊าซของประเทศต้องเรียกเก็บจากผู้รับสัมปทานขุดเจาะก๊าซในอ่าวไทย กรณีที่ผู้รับสัมปทานจัดส่งก๊าซได้ไม่ครบตามสัญญา และเป็นความรับผิดชอบที่ ปตท.ต้องจัดหาชดเชยให้ครบตามราคาสัญญา แต่ปรากฏว่ามีการขายก๊าซที่ ปตท.จัดหามาชดเชยในราคาสูงกว่าราคาที่กำหนดในสัญญา ทำให้การคำนวณค่าไฟของประชาชนสูงเกินความถูกต้อง และทำให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพงเกินเหตุ   ดังนั้น เงินก้อนนี้จะต้องส่งคืนเพื่อนำมาชดเชยภาระค่าไฟให้ประชาชน  ซึ่งเงินจำนวนนี้เมื่อคำนวณแล้วจะช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 17 สตางค์  เพราะฉะนั้น ถ้าเอาตัวเลข 17 สตางค์นี้ไปหักลบกับอัตราค่าไฟงวดปัจจุบัน (กันยายน-ธันวาคม 2568) ที่หน่วยละ 3.94 บาท และหักค่าก๊าซที่ถูกลงอีก 6 สตางค์ ก็จะเหลือค่าไฟที่หน่วยละ 3.71 บาท  ไม่ใช่หน่วยละ 3.88 บาทตามที่ กกพ. ประกาศ ตนจึงพูดมาตลอดว่า ปี 2569 ค่าไฟจะลงมาที่ 3.70 กว่าๆ เพราะตนเห็นตัวเลข 17 สตางค์นี้อยู่แล้ว   และได้ผลักดันจนเป็นมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ให้ กกพ. ออกคำสั่งเรียกเงินก้อนดังกล่าวคืนจาก ปตท. แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการปฏิบัติที่ผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการทวงคืนเพื่อประโยชน์ของประชาชน

พีระพันธุ์

“ก่อนที่ผมจะพ้นตำแหน่งมีเงินอีกก้อนหนึ่งเรียกว่าเงิน Shortfall คือเงินที่ ปตท. ซึ่งเป็น Pool Manager ในการดูแลเรื่องก๊าซของประเทศ จะต้องจัดหาก๊าซให้เพียงพอกับความต้องการ แต่ปรากฏว่าเขาจัดส่งก๊าซให้ในราคาสูงกว่าราคาที่กำหนดไว้ในสัญญา ทำให้การคำนวณค่าไฟประชาชนสูงเกินความถูกต้องที่ควรจะเป็น นี่คือส่วนที่ผมไปตรวจพบเมื่อปี 2567 ผมได้ให้ตรวจย้อนกลับไปจนพบอีกประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องส่งคืนเพื่อชดเชยให้ประชาชนที่จ่ายค่าไฟแพงเกินเหตุ โดยเงินก้อนนี้จะช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 17 สตางค์”

นอกจากประเด็นราคาค่าไฟแล้ว นายพีระพันธุ์ ยังเปิดเผยถึงความผิดปกติของการคำนวณบิลค่าไฟภาคครัวเรือน โดยระบุว่าที่ผ่านมามีการนำราคาค่าไฟที่ประกาศ เช่น 3.94 หรือ 4.18 บาท ไปใช้เป็นราคาเฉลี่ย รวมกับภาคอุตสาหกรรม ทำให้ราคาที่เรียกเก็บจริงจากประชาชนพุ่งสูงไปถึง 4 บาทกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ตนจึงได้เสนอให้ กพช. มีมติกำกับว่า ตั้งแต่งวดเดือนกันยายน 2568 เป็นต้นไป ราคาที่ประกาศออกมาจะต้องเป็นราคาเพดานสำหรับเรียกเก็บจากภาคที่อยู่อาศัยโดยตรง ห้ามนำไปเฉลี่ยจนแพงเกินจริงอีก

ในส่วนของกฎหมายและการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานนั้น นายพีระพันธุ์เปิดเผยว่ากฎหมายควบคุมการประกอบกิจการน้ำมันและการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนที่ตนตั้งใจผลักดันยังคงติดค้างอยู่ โดยเฉพาะการปลดล็อกขั้นตอนการขออนุญาตติดโซลาร์เซลล์ที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งแม้จะมีการแก้กฎกระทรวงไปบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่เบ็ดเสร็จ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้อย่างอิสระ

“เรื่องกฎหมายกำกับการค้าน้ำมันเป็นเรื่องเทคนิคเยอะมาก ผมวางแผนว่ากฎหมายจะเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคมปี 2568 และจะประกาศใช้ปี 2569 แต่พอเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ผมไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ก็มีประกาศแล้วว่าไม่ทำ เช่น เรื่องน้ำมันสำรอง  ส่วนกระบวนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ปัจจุบันต้องผ่านการขออนุญาตอย่างน้อย 4-5 หน่วยงาน ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องความมั่นคงที่จะต้องคุมไปทุกเรื่อง ควรจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและมีความมั่นคงมากกว่ารอจากภาครัฐ จึงต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกตรงนี้”

พีระพันธุ์

ทางด้านทิศทางการเมืองของพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องสมาชิกพรรคย้ายออก นายพีระพันธุ์ ยืนยันว่า เลือดไหลเข้ามากกว่าไหลออก โดยพรรคยังคงเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างเข้มข้น และเตรียมส่งผู้สมัคร สส. ลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีเป้าหมายรักษาฐานเสียงเดิมอย่างน้อย 36 ที่นั่ง และคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ พรรคจะเน้นเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเข้ามาทำงานแก้ปัญหาให้ประเทศมากกว่าการพึ่งพาระบบบ้านใหญ่แบบเดิม โดยตนยังคงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และยืนยันว่าจะใช้นโยบายด้านพลังงานและการลดภาระค่าครองชีพเป็นธงนำในการหาเสียงต่อไป

“ปี 2567 ผมทำเรื่องน้ำมันไม่มีปัญหา แต่พอมาทำเรื่องไฟฟ้าปี 2568  ก็มีคนพูดกับผมแบบตลกเปรียบเปรยว่า ทุกสตางค์ที่ผมลดค่าไฟ ก็คือจำนวน สส. ที่เดินออกไป แต่ผมไม่สนใจ ผมมาทำงาน พรรครวมไทยสร้างชาติยังเดินหน้าต่อ ผมอยู่แน่นอน สำหรับผู้สมัคร สส. เขต ผมอยากได้คนรุ่นใหม่ ผมเบื่อคนแบบเก่าๆ อยากได้คนที่มุ่งมั่นตั้งใจเข้ามาช่วยกันทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเป้าหมายจำนวนเก้าอี้ สส. ต้องไว้อย่างน้อยเท่าเดิมคือ 36 ที่นั่ง อย่างในกรุงเทพมหานครคราวที่แล้วพรรคผมมาเป็นที่ 2 (12เขต) เราหวังในทุกพื้นที่ นโยบายหลักไม่ใช่แค่เรื่องค่าไฟ แต่เป็นเรื่องพลังงานทั้งหมด ซึ่งมีทั้งน้ำมันและก๊าซ” นายพีระพันธุ์กล่าว

ศุภจี นำทัพ พาณิชย์ เจรจา ARASCO ปิดดีล มันสำปะหลังอัดเม็ดจากไทย

ศุภจี นำทัพ พาณิชย์ เจรจา ARASCO ปิดดีล มันสำปะหลังอัดเม็ดจากไทย

ศุภจี นำทัพ พาณิชย์ เจรจา ARASCO ปิดดีล มันสำปะหลังอัดเม็ดจากไทย

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.13 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำทีมกระทรวงพาณิชย์หารือ ARASCO ผู้นำด้าน Food Security ซาอุฯ ออเดอร์มันสำปะหลังอัดเม็ดจากไทยเพิ่ม 30,000 ตันทันที และตั้งเป้าในปีหน้าสั่งเพิ่มอีก 100,000 ตัน พร้อมเปิดโอกาสขยายความร่วมมือทางการค้าของสองประเทศ ด้วยสินค้าเกษตรและอาหารไทยแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์แปรรูป และสินค้าอาหารฮาลาล ซึ่งซาอุดีอาระเบียมีความต้องการสูง อีกทั้งยังมีการหารือถึงแนวทางต่อยอดด้านปศุสัตว์ นวัตกรรมเกษตร และโอกาสส่งออกของไทยในตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งมีซาอุดีอาระเบียถือเป็นคู่ค้าสำคัญและเป็นตลาดศักยภาพสำหรับสินค้าเกษตร-อาหารไทยที่ยังเติบโตได้อีกมาก

กระทรวงพาณิชย์

นายกฯ ย้ำ รบ.จริงจังปราบสแกมเมอร์ ยึดเงินหมื่นล้าน เปิดชื่อเครือข่าย มีใครกล้าทําหรือไม่

นายกฯ ย้ำ รบ.จริงจังปราบสแกมเมอร์ ยึดเงินหมื่นล้าน เปิดชื่อเครือข่าย มีใครกล้าทําหรือไม่

นายกฯ ย้ำ รบ.จริงจังปราบสแกมเมอร์ ยึดเงินหมื่นล้าน เปิดชื่อเครือข่าย มีใครกล้าทําหรือไม่

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.01 น.

นายกฯ ย้ำ รบ.จริงจังปราบสแกมเมอร์ ยึดเงินหมื่นล้าน – เปิดชื่อเครือข่าย มีใครกล้าทําหรือไม่ 

เมื่อเวลา 08.05 น.ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ถาโถมเข้ามา ความเครียดหรือไม่ ว่า เรื่องสแกมเมอร์ถาโถมตรงไหน มีใครเคยอายัดเงินและทรัพย์สินหมื่นล้าน มีใครกล้าประกาศรายชื่อ คนที่อยู่เมืองไทยมาตั้งนาน ไม่มีใครกล้าประกาศชื่อ ดูเครือข่าย ดูอะไรต่างๆ ทุกคนก็เงียบกันหมด มีรัฐบาลไหนที่ทําได้เช่นนี้ ตอนบ่ายประกาศรายชื่อสแกมเมอร์ ยัดทรัพย์ยึดทรัพย์ บ้านที่ดิน เรือยอร์ช ใบหุ้น เงินสด หนึ่งหมื่นสองพันล้านบาท สามร้อยแปดสิบหกล้านเหรียญสหรัฐ พออายัดเสร็จบอกทําไมไม่ดําเนินคดี คนถามก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง

และการอายัดก็ดําเนินคดีต่อทันที ตอนบ่ายวันที่ 3 ธ.ค.ก็ไปจับเครื่องขุดบิตคอยน์ มูลค่า3-4 พันล้านบาท แต่ที่ได้มากกว่านี้ พวกนี้นอกจากทําชั่วและทําความเสียหายให้บ้านเมือง ก่ออาชญากรรม ยังลักไฟฟ้าใช้อีก ซึ่งเสียหายประมาณสองพันล้านบาท ไม่มีรัฐบาลไหนไปดูแล เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ตนเชิญผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บอกให้ไปดําเนินการว่าจะมีขาใหญ่รายอื่นอีกหรือไม่ ที่ลักไฟใช้ ขนาดจีนเทาจีนสับปะรังเค พวกนี้ เป็นต่างชาติยังแอบใช้ ซึ่งขาใหญ่ในประเทศไทยมีหรือเปล่า เราก็ต้องไปดู ก็เกิด การขยายผลมากมาย นี่แหละสองเดือนเอง ที่ทํางานกันหมดทุกคน

นายกฯ รับกังวลน้ำท่วมหาดใหญ่ ยันยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ยังฟื้นฟู-เยียวยาต่อ

นายกฯ รับกังวลน้ำท่วมหาดใหญ่ ยันยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ยังฟื้นฟู-เยียวยาต่อ

นายกฯ รับกังวลน้ำท่วมหาดใหญ่ ยันยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ยังฟื้นฟู-เยียวยาต่อ

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.48 น.

”อนุทิน“ ยอมรับยังกังวลน้ำท่วมหาดใหญ่ ยัน ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วยังฟื้นฟู-เยียวยาต่อ หยอด อำนาจอยู่ที่ รมว.มท.แล้ว ”นายกฯ คงไม่ขัดอะไร“ เผยขั้นตอนนำผู้ประสบภัยกลับบ้าน ทำไปแล้วกว่า 90% จ่อขนกองทัพนักวิชาการลงพื้นที่ถอดบทเรียนพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 08.05 น. ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันพรุ่งนี้ (6ธ.ค.68) ว่า ขณะนี้กังวลเรื่องภาคใต้ แต่รู้แล้วว่ามีการลงไปช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก เรื่องเงินช่วยเหลือการฟื้นฟูเมือง การนำประชาชนกลับบ้าน ดำเนินไปได้กว่า 90 % แล้ว 

ส่วนการลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (6ธ.ค.68) จะนำคณะนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถอดบทเรียน พร้อมระบุว่าการได้ลงพื้นที่จริงจะมีแนวคิดเกิดขึ้น และมีการสนับสนุนเข้ามาอย่างรวดเร็วขึ้น เหมือนการลงพื้นที่ครั้งที่ผ่านมา ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ได้มีการเร่งรัดช่วยเหลือเต็มไปตามเป้า 

ส่วนการยกเลิกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การฟื้นฟูและการเยียวยายังคงเป็นเหมือนเดิม เนื่องจากยังมีการประกาศจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้ขออนุเคราะห์นายกรัฐมนตรี และคิดว่านายกรัฐมนตรีคงจะไม่ขัดเขา