ไชยชนก ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยใต้ ใช้ดาวเทียม AI เพิ่มความแม่นยำ เร่งบูรณาการข้อมูล

ไชยชนก ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยใต้ ใช้ดาวเทียม AI เพิ่มความแม่นยำ เร่งบูรณาการข้อมูล

ไชยชนก ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยใต้ ใช้ดาวเทียม AI เพิ่มความแม่นยำ เร่งบูรณาการข้อมูล

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.39 น.

“ไชยชนก” ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยใต้ เดินเครื่องยกระดับระบบเตือนภัยไทยสู่ระดับโลก ใช้ดาวเทียม–AI เพิ่มความแม่นยำ เร่งบูรณาการข้อมูล พร้อมจัดงบฯ ฟื้นเครือข่ายวิทยุสื่อสาร ตามรอยในหลวง ร.9

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.68 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ และการดำเนินโครงการความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา กับ Tomorrow.io เพื่อยกระดับระบบการเตือนภัยของประเทศไทย เพราะการใช้เงินในการฟื้นฟูเยียวยาหลังเกิดภัยพิบัติมักมีจำนวนมหาศาลกว่าเงินที่ใช้ในการป้องกันเสมอ จึงถึงเวลาที่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและวางแผนจัดการภัยพิบัติในอนาคต

นายไชยชนก กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังก้าวไปสู่ New Normal ของสภาวะอากาศของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคาดการณ์ไม่ได้ ซึ่งข้อมูลจากหน่วยงานนานาชาติอย่าง NOAA ที่ระบุว่าปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมา แลพบสัญญาณการละลายน้ำแข็งในระดับประวัติการณ์ สะท้อนว่าความแปรปรวนของภูมิอากาศจะทวีความรุนแรงและคาดการณ์ได้ยากขึ้น เมื่อเข้ารับตำแหน่งในวันแรก ได้มอบนโยบายชัดเจนให้กรมอุตุนิยมวิทยา ยกระดับเครื่องมือพยากรณ์อากาศและปรับระบบการนำเสนอข้อมูลใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ประเทศไทยพร้อมรับภัยที่รุนแรงและผิดรูปแบบกว่าอดีต

ไชยชนก

นายไชยชนก กล่าวว่า หลังการศึกษาจากหลายฝ่าย ทีมงานพบว่า Tomorrow.io เป็นระบบพยากรณ์อากาศที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้ ซึ่งได้มีการประสานกับญี่ปุ่นทั้งเรื่องแผ่นดินไหวสึนามิ ภูเขาไฟใต้ทะเล และน้ำท่วม ซึ่งก็ขอโทษปรชาชนที่ดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ทันท่วงที ทำให้รัฐบาลและพวกเราทุกคนได้ตระหนักและปรับปรุงความคิดให้เป็นวาระแห่งชาติ ถือเป็นนิมตรหมายที่ดีในการรับมือกับวันข้างหน้า ซึ่งปัจจุบัน Tomorrow.io เป็นระบบการพยากรณ์อากาศ อันดับหนึ่งของโลก โดยใช้เทคโนโลยี Low-Orbit Satellite คือดาวเทียมวงโคจรต่ำ ปัจจุบันมี 11 ดวง 9 ดวง ใช้เทคโนโลยี Microwave Sounder ในการตรวจสอบสภาวะอากาศและความชื้นอย่างละเอียด สามารถทะลุเมฆได้ และจะเพิ่มความละเอียดในการมีข้อมูลพยากรณ์ทุก 3 เดือน

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มจะใช้ AI ในการประมวลผลและวิเคราะห์ ข้อมูลทั้งหมดจากดาวเทียม ข้อมูลจากกรมอุตุฯ, สทนช. และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อจำลองสถานการณ์ได้หลากหลายมิติในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมแสดงข้อมูลแบบ Confidence Level เพื่อให้รู้ระดับความมั่นใจของการเกิดเหตุเป็นเปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจและประชาชนสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เช่น โอกาสน้ำท่วม ฟ้าผ่า ลมพายุ ฯลฯ ได้ในระดับรายตำบล รายจังหวัด และในอนาคตสามารถวิเคราะห์เจาะจงเป็นพื้นที่ได้แม่นยำมากขึ้น เช่น ตลาด ให้ประกอบการตัดสินใจว่าวันนี้ควรจะออกไปหรือไม่ ฝนจะตก ฟ้าจะผ่าหรือไม่ ซึ่งระบบนี้จะไม่ทดแทนการทำงานของทุกหน่วยงานที่มีอยู่ แต่จะทำให้ทุกฝ่ายมีชุดข้อมูลร่วมที่ละเอียดขึ้นและวิเคราะห์ตรงกัน

“ช่วงนี้จะทดลองใช้ระบบร่วมกับ Tomorrow.io เป็นเวลา 3 เดือนแรกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อพิสูจน์ศักยภาพว่าเหมาะสมกับระบบไทยจริงหรือไม่ และตรวจสอบว่าข้อมูลไม่กระทบความมั่นคง ก่อนจะนำเข้า ครม.เพื่อพิจารณาสัญญาระยะยาว โดยตั้งเป้าให้โมเดลภาคใต้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ นี้ เพื่อให้ทันฤดูฝนปีหน้า” รมว.ดีอี กล่าว

นายไชยชนก ยังกล่าวถึงการถอดบทเรียนด้านการสื่อสารในสถานการณ์วิกฤตที่ไฟฟ้าดับ ทำให้การสื่อสารหลักและสำรอง อินเทอร์เน็ต ดาวเทียม ล้มเหลว สิ่งที่ยังใช้งานได้คือวิทยุสื่อสาร (วอ) ของอาสากู้ภัยและเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยพระราชทานความรู้ไว้ว่า “ในสถานการณ์วิกฤตวอจะสำคัญที่สุด” และก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว โดยกระทรวงดีอี เตรียมของบประมาณสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายวิทยุ VHF ซึ่งเป็นวีรบุรุษที่ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลในพื้นที่วิกฤต และไม่ได้พึ่งพาเสาสัญญาณหรือไฟฟ้า ก็จะสนับสนุน และส่งเสริมอย่างเต็มที่ เพราะเขาคือเครือข่ายหลักในการช่วยเหลือในสถานการณ์วิกฤต ต้องชื่นชมอย่างสูง

นายไชยชนก ยังกล่าวถึงการบูรณาการข้อมูล ว่า ต้องเร่งให้ทุกหน่วยงานมีช่องทางการเชื่อม API เข้าสู่ศูนย์กลางข้อมูลของดีอี เพื่อให้สามารถกดปุ่มเปิด-ปิดการเชื่อมโยงข้อมูลในเวลาเกิดภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที ไม่ใช่ต่างคนต่างหวงข้อมูลในสภาวะปกติ และต้องมีการอัปเดตกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่เดิมระบุว่า หากภัยไม่เกิดประกาศไม่ได้  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการ ซักซ้อมสถานการณ์จริงให้บ่อยขึ้น เพื่อลดความสับสนและวิตกกังวล ในการปฏิบัติงานเมื่อเกิดภัยพิบัติรุนแรง

อนุทิน บอก อิ๊งค์-เศรษฐา รู้ดี ทํางานยังไง เพราะโพลยกให้เป็นเบอร์ 2

อนุทิน บอก อิ๊งค์-เศรษฐา รู้ดี ทํางานยังไง เพราะโพลยกให้เป็นเบอร์ 2

อนุทิน บอก อิ๊งค์-เศรษฐา รู้ดี ทํางานยังไง เพราะโพลยกให้เป็นเบอร์ 2

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.36 น.

“อนุทิน” บอก”อิ๊งค์ – เศรษฐา”รู้ดี ทํางานยังไง เพราะโพลยกให้เป็นเบอร์ 2 บอกโชคดีไม่ได้ที่หนึ่ง ชี้ หากห่วยจริงคงไม่โดนปรับไปดูแลชีวิตประชาชน ที่สธ.เย้ย” สุริยะ- เด็กพท.” เข้าไม่ถึงข้อมูล 

เมื่อเวลา 08.05 น.ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย ระบุว่าการปรับนายอนุทินออกจากกระทรวงมหาดไทย เป็นเพราะทํางานไม่มีประสิทธิภาพไม่เกี่ยวข้องกับการ 
ให้สัญชาตินายเบนสมิธ ว่า ก็ไม่มีอะไร ที่บอกว่าแต่ก่อนตนถูกปรับออกจากกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าทํางานช้าไม่มีประสิทธิภาพ เพราะลืมอ่านโพลผลสำรวจไป ในยุครัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นอกจากนายเศรษฐาและนางสาวแพทองธาร  ตนก็เบอร์สอง พรรคของท่านเองยังไม่ได้เบอร์ 2 เลย และเบอร์ 2 ก็ทิ้งเบอร์ 3 ห่างด้วย เวลาพูดก็พูดไปเรื่อย เพราะเขาไม่รู้เรื่อง คิดอะไรไม่ออกก็โทษนู่นโทษนี่ไว้ก่อน แต่ของตนนั้นชัดเจน ถ้าห่วยจริงๆ ไม่มีประสิทธิภาพ คนที่ขอให้ออกจากมหาดไทย ที่รับผิดชอบเรื่องความมั่นคง ไปดูแลประชาชน ถ้าเอาคนห่วยๆไปดู กระกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวกับชีวิตประชาชน ไม่ยิ่งหนักกว่านี้หรือ ถ้าผมไม่ได้เรื่องคนแต่งตั้งนี่แย่เลยนะ แสดงว่าไม่ได้ห่วยหรอก ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯและรมว.คมนาคม และอีกคนไม่รู้ใคร  ท่านก็บอกว่าทํางานได้ดี ทุกคนก็ชม แล้วก็มาบอกว่าตนทํางานช้า ซึ่งมันจับโกหกได้หลายอย่าง โพลก็บอกว่าตนมาที่สอง ซึ่งดีแล้ว โชคดีแล้วที่ตนไม่มาที่หนึ่ง 

เมื่อถามว่าน.ส.แพทองธาร โพสต์แสดงความคิดเห็นหัวข้อข่าว นายอนุทิน ยอมรับว่ารู้จักกับนายเบนสมิธ โดยระบุว่า”เอ๊า” นายอนุทิน ตอบว่า ท่านรู้เรื่องดีหมด เพราะเวลาที่คุย มีตน นางสาวแพทองธาร และนพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช อดีตเลขาธิการนายกฯ ทุกอย่างก็ผ่านไปหมดแล้ว อย่าลืมว่าตนไม่ได้ถูกปลด พรรคภูมิใจไทย ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ฉะนั้นคนที่ไม่รู้เรื่องแล้วมาพูด อย่าไปฟัง เพราะเขามาไม่ถึง 

เมื่อถามว่า เต็มสิบให้คะแนนตัวเอง นายกฯ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า” เดี๋ยวจะหาว่าคุย” 

อนุทิน ขอทุกพรรค ช่วยผลักดัน แก้รธน. สำเร็จก่อนยุบสภา

อนุทิน ขอทุกพรรค ช่วยผลักดัน แก้รธน. สำเร็จก่อนยุบสภา

อนุทิน ขอทุกพรรค ช่วยผลักดัน แก้รธน. สำเร็จก่อนยุบสภา

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 09.32 น.

“อนุทิน” ขอทุกพรรค ช่วยผลักดัน แก้รธน. สำเร็จก่อนยุบสภา หลังถูกถามโดนหากซักฟอกตัดหน้า ย้ำ ภท.พร้อมเลือกตั้ง  ไม่ต้องกังวลจัดสรรพื้นที่บ้านใหญ่ ทับซ้อนลงตัว ขอพรรค อื่น เลิกสาดโคลน คิดนโยบายแข่งกันดีกว่า 

เมื่อเวลา 08.05 น.ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐสภาจะเปิดประชุมวิ สามัญในวันที่ 10-11 ธ.ค.68 คาดหวังว่า จะสําเร็จหรือไม่ ว่า ก็สําเร็จสิ ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กําหนด เดี๋ยววันที่ 10.ธ.ค. ก็จะเข้าวาระสองแล้ว และเมื่อผ่านวาระสามก็จะประกาศยุบสภา 

เมื่อถามว่าหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนการโหวตวาระ 3 จะทําอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่สําคัญ ทุกพรรคก็มีดำริที่จะแก้ไข ซึ่งผ่านวาระ1 มาแล้วฉะนั้นก็ช่วยกันผลักดันไประยะเวลานิดเดียว 

เมื่อถามว่า ขณะนี้ มีกลุ่มบ้านใหญ่หลายกลุ่มไหลเข้ามาภูมิใจไทยจะมีปัญหาเรื่องการจัดสรรพื้นที่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ได้กังวล ทุกอย่างบริหารจัดการได้หมด 

ถามว่า จะมีกลุ่มบ้านใหญ่อื่นๆ ไหลเข้ามาอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ดูไปเรื่อย ๆ 

เมื่อถามว่า เรื่องราวที่ถาโถมมายังพรรคภูมิใจไทย นายกฯมองสถานการณ์ อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า  พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง เดือนมกราคม   ยุบสภาแน่นอน ซึ่งขั้นตอนการเตรียมผู้สมัครก็พร้อมหมดแล้ว ทุกพรรคที่เอาแต่สาดโคลนใส่กัน ควรจะไปเตรียมตัว สร้างนโยบาย เตรียมพร้อมกับการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน 

นายกฯ ทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวง ร.9 (ประมวลภาพ)

นายกฯ ทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวง ร.9 (ประมวลภาพ)

นายกฯ ทำบุญตักบาตรพระ 189 รูป วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวง ร.9 (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.48 น.

นายกฯ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

5 ธ.ค.68 เวลา 07.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2568

นายกฯ จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้น ถวายเครื่องไทยธรรมและผ้าไตรแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป และนำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 189 รูป

รัฐบาล คาดช่วงวันพ่อหยุดยาว คนไทยแห่เที่ยว เงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท

รัฐบาล คาดช่วงวันพ่อหยุดยาว คนไทยแห่เที่ยว เงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท

รัฐบาล คาดช่วงวันพ่อหยุดยาว คนไทยแห่เที่ยว เงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.20 น.

รัฐบาลคาดช่วงวันพ่อหยุดยาว คนไทยแห่เที่ยว เงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท เหตุอากาศเย็นสบาย-มาตรการรัฐหนุนท่องเที่ยวคึกคัก 

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.68 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 5–7 ธ.ค. 2568 คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.52 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,320 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรม 68 % สะท้อนแรงหนุนจากวันหยุดต่อเนื่อง จากสภาพอากาศที่เย็นสบาย และมาตรการกระตุ้นการท่องเทียวของรัฐบาล อย่างเช่น “เที่ยวดี มีคืน” และ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศให้ฟื้นตัวเด่นชัด ทำให้บรรยากาศการเดินทางในช่วงนี้มีความคึกคัก

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ในเชิงพื้นที่ ภาคกลางยังเป็นปลายทางหลัก มีผู้เยี่ยมเยือนสูงสุดราว 612,700 คน-ครั้ง รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 526,800 คน-ครั้ง และภาคตะวันออก 516,500 คน-ครั้ง ขณะที่ด้านรายได้ ภาคตะวันออกขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง 2,720 ล้านบาท ตามด้วยภาคเหนือ 1,960 ล้านบาท และภาคกลาง 1,600 ล้านบาท สำหรับเมืองยอดนิยม เมืองหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี กาญจนบุรี เชียงใหม่ และนครราชสีมา ส่วนเมืองน่าเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ สุพรรณบุรี อุดรธานี เชียงราย เลย และนครศรีธรรมราช 

ส่วนการท่องเที่ยวต่างประเทศช่วงเดือน ธ.ค. ยังเป็นแรงดึงสำคัญ จากสถิติปี 2567 พบคนไทยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเฉลี่ยวันละ 48,400 คน และปี 2568 คาดว่าคนไทยจะเดินทางเพิ่มขึ้นจากเงินบาทแข็งค่า โดยปลายทางยอดนิยมอยู่ในเอเชียตะวันออก เช่น เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเลเซีย ขณะเดียวกัน เหตุอุทกภัยปลายเดือน พ.ย. ในภาคใต้ยังส่งผลต่อบางพื้นที่ โดยเฉพาะอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลังน้ำลดของโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยว ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกเป็นช่วง ๆ ส่งผลให้การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดนี้ชะลอตัวลง

อัยรินทร์ ย้ำ ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

อัยรินทร์ ย้ำ ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

อัยรินทร์ ย้ำ ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 08.09 น.

สุดยิ่งใหญ่ นับถอยหลังกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ไทยเจ้าภาพพร้อม 100%  แบมแบม” เตรียมขึ้นเวทีโชว์ รัฐบาลเชิญชวน  9 ธ.ค. นี้ จองตั๋วเข้าชมพิธีเปิดฟรี ผ่านเว็บไซต์ทางการ http://www.seagames2025.org

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 มีความพร้อมเต็ม 100% โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนเริ่มการแข่งขันฯ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 นี้ ซึ่งบรรจุการแข่งขัน 50 ชนิดกีฬา รวมทั้งสิ้น 574 เหรียญทอง และมี 3 กีฬาสาธิต รวมถึง 1 กีฬาสร้างมูลค่า ในการแข่งขันฯ ครั้งนี้ ซึ่งจะถ่ายทอดสดมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายหลัก

กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

นางสาวอัยรินทร์ ยังกล่าวต่อว่า ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 นายกันต์พิมุกต์ ภูวกุล “แบมแบม” เตรียมขึ้นโชว์ในพิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33  ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ร่วมกับศิลปินของไทยอีกหลายคน พร้อมบิ๊ก Surprise ในวันงาน มอบให้กับพี่น้องคนไทย ทั้งนี้ รัฐบาล โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เปิดให้ประชาชนจองตั๋วเข้าชมพิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ฟรี ผ่านเว็บไซต์ทางการ http://www.seagames2025.org และสามารถร่วมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวการแข่งขันฯ ได้ที่ http://www.seagames2025.org  หรือ Facebook : SEA Games Thailand 2025ล

“รัฐบาลเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ร่วมชม เชียร์ และให้กำลังใจกองทัพนักกีฬาไทย โดยการแข่งขันซีเกมส์จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 20 ธ.ค. 68 ณ กรุงเทพฯ และจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะมีพิธีเปิดในวันที่ 9 ธ.ค. 68 และพิธีปิดในวันที่ 20 ธ.ค. 68 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน”

กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33
กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33

อรรถกร โอด รับดราม่าซีเกมส์คนเดียว เผยอาจผิดธรรมชาติไปนิดนึง

อรรถกร โอด รับดราม่าซีเกมส์คนเดียว เผยอาจผิดธรรมชาติไปนิดนึง

อรรถกร โอด รับดราม่าซีเกมส์คนเดียว เผยอาจผิดธรรมชาติไปนิดนึง

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.51 น.

รมว.ท่องเที่ยว โอด รับดราม่าซีเกมส์คนเดียว รับ อาจผิดธรรมชาติไปนิดนึง เชื่อ ไม่ได้ถูกวางงานจากรบ.ก่อน แจงปมใช้โปสเตอร์ AI ด้อยค่านักออกแบบ จ่อคุยผู้รับผิดชอบ ย้ำ พิธีเปิดซีเกมส์จะทำได้ดีแน่นอน

เมื่อเวลา 06.55 น. วันที่ 5 ธ.ค.68  ที่ท้องสนามหลวง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงดราม่าความไม่พร้อมในการจัดซีเกมส์ของประเทศไทย โดยก่อนการให้สัมภาษณ์ นายอรรถกรได้ตัดพ้อว่า จริงๆ อยากจะเป็นคนอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ 2-3 วันนี้ มีคนกล่าวถึงตนเยอะเลย ทั้งนี้ ตนเข้ามาและเลือกทางที่ดีที่สุด ที่จะผลักดันให้เกิดการจัดและเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาเกิดจากการวางงานของรัฐบาลที่แล้ว นายอรรถกร กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ได้เป็นการวางงาน ตั้งแต่วันที่ตนรับตำแหน่ง หลายอย่างยังไม่ได้เกิดขึ้น จนทำให้ต้องมีการไล่ดูในแต่ละส่วน แต่ละภารกิจว่าถ้าไม่เกิดขึ้นจะต้องเดินหน้าอย่างไร ใครจะต้องรับผิดชอบ และตนเชื่อว่าทุกมิติก็ได้ทำแล้ว แต่ก็เกิดความผิดพลาดในส่วนของบุคคลที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับ 

เมื่อถามถึงกรณีโปสเตอร์ AI ที่ถูกมองว่าเป็นการด้อยค่านักออกแบบ นายอรรถกร กล่าวว่า ตนได้เห็นแล้ว กำลังดูว่าใครเป็นคนรับผิดชอบ ใครเป็นคนรับงานไป และคงให้ความเห็นประเมินว่าคนที่รับงานในลักษณะนี้ควรต้องประเมินตัวเองในการที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า พิธีเปิดจะกอบกู้ภาพลักษณ์ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ นายอรรถกร กล่าวว่า พิธีเปิดที่จะทำออกมาจะทำได้ดี ระหว่างนี้คงจะมีปัญหาเกิดขึ้น เพราะ 2-3 วัน ที่ผ่านมา ทุกอย่างโจมตีมาที่นี่คนเดียว หรือเกือบจะคนเดียวก็ว่าได้ มันอาจจะดูผิดธรรมชาติไปนิดนึง แต่ทุกคำติ ทุกข้อกังวล จะนำไปใช้ต่อการบริหารจัดการในการเป็นเจ้าภาพและการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 

เมื่อถามถึงเรื่องสถานที่การแข่งขันที่มีปัญหาทั้งไฟสนามและการเปิดเพลงชาติ นายอรรถกร กล่าวว่า จะนำไปปรับปรุงแก้ไขอย่างถูกต้อง ให้ตนตอบอย่างไรดี มันหลายประเด็น เรื่องเพลงชาติที่ไม่เปิด เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ชี้แจงไปแล้ว ในฐานะเจ้าภาพในฐานะผู้จัดก็ได้แสดงความเสียใจไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศที่เกิดความผิดพลาดขึ้น หลังจากนั้นก็มีการเรียกผู้บริหารและผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปทำความเข้าใจ และทุกสมาคมที่จัดการแข่งขันว่าเรื่องลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทยกับผู้รับผิดชอบในการจัดการแข่งขัน

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ประเทศไทยมีกฎหมายดีๆ มีกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎหมายป้องกันภัยพลเรือน กฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กฎหมายทรัพยากรน้ำ มีหมด มีหน่วยงานเต็มไปหมด แต่เวลาเกิดภัยพิบัติฉับพลันทันด่วน โครงสร้างอำนาจและการวินิจฉัยสั่งการมันไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น”

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

รองนายกรัฐมนตรี

‘อนุทิน’สั่งผู้ว่าฯ รับมือฝุ่นPM2.5 คุมเข้มห้ามเผา เห็นชัดลดฝุ่นได้

‘อนุทิน’สั่งผู้ว่าฯ  รับมือฝุ่นPM2.5  คุมเข้มห้ามเผา  เห็นชัดลดฝุ่นได้

‘อนุทิน’สั่งผู้ว่าฯ รับมือฝุ่นPM2.5 คุมเข้มห้ามเผา เห็นชัดลดฝุ่นได้

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“อนุทิน” ติวเข้มผู้ว่าฯภาคเหนือ รับมือ PM2.5 บอก WFH ภาครัฐถ้าจำเป็นก็ไม่ห้าม

เมื่อวันที่ 4ธ.ค.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสถานการณ์ฝุ่นpm2.5ที่กลับมารุนแรง ได้สั่งการอะไรพิเศษหรือไม่ว่า วันที่ 3พ.ย. มีการประชุมผู้ว่าราชการทุกจังหวัดตั้งแต่ภาคเหนือลงมาเพื่อพูดคุยเรื่องนี้ โดยตนให้เตรียมการรับสถานการณ์ในช่วงนี้ และให้เข้มงวดเรื่องของการเผาเหมือนกับปีที่แล้ว ที่สามารถลดฝุ่นpm2.5 ไปได้มากพอสมควร เพราะเราดำเนินคดีกับพวกที่ไม่เชื่อฟัง พวกที่เผาของแห้งจากพืชผลการเกษตรทั้งหลาย ปีนี้ก็ได้ นายสุชาติ ชุมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มา ก็ช่วยได้เยอะ

เมื่อถามว่า ต้องมีมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมหรือไม่ โดยนายอนุทิน ได้นำมือไปแตะที่ตาพร้อมกล่าวว่า เมื่อสักครู่ไปหาหมอตามาเขาหยอดขยายม่านตาตอนนี้มองอะไรขาวไปหมดเลย ก่อนจะตอบว่า มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮมก็ยังมีอยู่ ส่วนใหญ่อยู่กับทางภาคเอกชน ส่วนทางภาครัฐนั้นถ้ามีความจำเป็นและเป็นประโยชน์เราก็ไม่ได้ห้าม

เมื่อถามว่า สำหรับการห้ามเผาได้พูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาไปประชุมอาเซียนหรือประชุมอะไรเราก็รวมประเด็นพวกนี้อยู่ในการหารือตลอด แต่เราก็เน้นในสิ่งที่ควบคุมได้ในประเทศเราให้ได้มากที่สุด แต่ก็ลดไปได้มาก ซึ่งในปี 2568 ผู้ว่าราชการจังหวัดทางภาคเหนือ ก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ จุดความร้อนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดและในเดือนม.ค.69 ตนก็น่าจะยังอยู่ ก็ยังคงความร่วมมือตรงนี้ได้ เมื่อถามว่า จะยังเป็นรัฐบาลอำนาจเต็มอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทำงานในเรื่องบริหารราชการปกติมันก็อำนาจเต็ม เมื่อถามว่า เจอมรสมเยอะจะยุบสภาก่อนกำหนดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าตนบอกแล้วว่าไม่เกินวันที่ 31ม.ค.นี้

ด้านศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 43.7 มคก./ลบ.ม. เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ค่ามาตรฐาน 37.5มคก./ลบ.ม.) ฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 44พื้นที่

8จังหวัดใต้ได้ค่าปลงศพ2ล้าน ‘เยียวยา’เท่าเทียม รบ.ยอมขยายให้เท่าสงขลา

8จังหวัดใต้ได้ค่าปลงศพ2ล้าน  ‘เยียวยา’เท่าเทียม  รบ.ยอมขยายให้เท่าสงขลา

8จังหวัดใต้ได้ค่าปลงศพ2ล้าน ‘เยียวยา’เท่าเทียม รบ.ยอมขยายให้เท่าสงขลา

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

8จังหวัดใต้ได้ค่าปลงศพ2ล้าน ‘เยียวยา’เท่าเทียม รบ.ยอมขยายให้เท่าสงขลา มท.สั่งผู้ว่าฯสนับสนุนพิธีศพ ในพระบรมราชานุเคราะห์ ให้ดำเนินไปด้วยเรียบร้อย

“ภราดร” ถก “ศป.กฉ.” เผยรบ.จ่อชดเชยค่าปลงศพเหยื่อน้ำท่วมใต้ 2 ล้านบาทเท่ากันทั้ง 8 จังหวัด ไม่ต้องออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่ม ไล่บี้ “ผู้ว่าฯนราธิวาส” เร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม หลังพบเบิกจ่ายช้าไม่ถึง 10% ศป.กฉ.แถลงแจงเงื่อนไข 8 จว.ใต้รับเงินเยียวยาศพละ 2 ล้านบาท ยันเว็บไซต์ ปภ.ลงทะเบียนรับการเยียวยา https://flood68.disaster.go.th เข้าได้ปกติแล้วเร่งโอนเยียวยา 9,000 บาท-ฟื้นสาธารณูปโภค100% ด้าน รพ.หาดใหญ่5-8สัปดาห์ ฟื้นเต็มรูปแบบปลัดมท.สั่ง‘ผู้ว่าฯ 8 จังหวัดภาคใต้’ หนุนปฏิบัติงานพิธีการศพในพระบรมราชานุเคราะห์ตามที่ทรงพระราชทานพระมหากรุณารับศพประชาชนผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อวันที่ 4ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ครั้งที่ 8/2568 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยร่วมประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วย

ชง2ล.ค่าปลงศพเหยื่อท่วมใต้8จว.

นายภราดรกล่าวในที่ประชุมว่า ขอแจ้งข่าวสำหรับผู้เสียชีวิต ทางรัฐบาลจะดำเนินการค่าปลงศพให้เหมือนกับในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฝากแจ้งชาวบ้านด้วย

ด้านนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีสอบถามว่า ค่าปลงศพในที่นี้เหมือนกับที่เป็นข่าวรายละ 2 ล้านบาทใช่หรือไม่ นายภราดรตอบว่า ใช่ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี จึงถามย้ำอีกครั้งว่า ในส่วนของปัตตานีด้วยใช่หรือไม่ นายภราดรตอบอีกครั้งว่า “ครับ”ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีได้กล่าวขอบคุณ พร้อมระบุว่าขณะนี้มีคำถามจากชาวบ้านมาก แต่เราตอบไปว่าเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ใช้ระเบียบที่มีอยู่

ไล่บี้ผวจ.นราฯเร่งจ่ายเยียวยว9พัน

ขณะผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ระหว่างนี้นายภราดรได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท เพิ่งจะเบิกจ่ายได้ประมาณ 7,000 ครัวเรือน ยังไม่ถึง 10%ก็ได้รับคำชี้แจงจากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสว่า ช่วงบ่ายโมงครึ่งวันนี้ (4 ธันวาคม) มีการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด(ก.ช.ป.จ.)เรื่องดังกล่าว

นายภราดรกล่าวอีกว่า ท้องถิ่น อำเภอและจังหวัด ตามปกติประชุมสัปดาห์ละครั้ง ช่วงนี้ขอให้ขยับประชุมทุกวัน มีมาเท่าไหร่ก็อนุมัติเท่านั้น ถ้าตรวจเอกสารเรียบร้อย ยืนยันตัวตนได้ ก็อนุมัติไป ไล่ไปทุกวัน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวว่า ตอนนี้ให้จัดประชุมทุกวัน

นายภราดรกล่าวย้ำด้วยว่า ต้องแจ้งอำเภอด้วย ให้ประชุมระดับอำเภอทุกวันเหมือนกัน และฝากเร่งรัดท้องถิ่น เพราะตัวเลขนี้ต่ำกว่าจังหวัดอื่นยังไม่ถึง 10% หลายวันแล้ว ขอให้เร่งรัด เพราะหน่วยจ่ายพร้อมจ่ายอยู่แล้ว เงินมีแล้ว คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแล้ว เหลือรอจากข้างล่างแจ้งมา ขอให้ตั้งเป้าหมายวันนี้วันที่ 4 ธันวาคมแล้ว จะจ่ายได้ 100% วันไหน 1 สัปดาห์เสร็จหรือไม่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตอบว่า คาดว่าจะเสร็จ จะเร่งให้อำเภอและองค์กรปกครองท้องถิ่นทำประชาคม

“รัฐบาลประกาศไปแล้ว เอกสารต่างๆ หรือแม้กระทั่งประชาคม มีมติ ครม. ชัดเจนแล้วว่ายกเว้นการทำประชาคมก่อน ก็ขอให้เร่งรัดสักนิด”นายภราดรกล่าวย้ำ

8จว.ที่เหลือรับค่าปลงศพ2ล.เท่าสงขลา

ต่อมานายภราดรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการอนุมัติค่าปลงศพ 2 ล้านบาท ให้ผู้เสียชีวิตในจังหวัดนํ้าท่วมภาคใต้ นอกเหนือจากจ.สงขลาว่า ได้หารือกันว่า นอกเขต พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะได้ค่าปลงศพเท่ากับจ.สงขลาหรือไม่ ซึ่งนายกฯ เห็นว่าเมื่อเป็นภัยเดียวกันคือเป็นปัญหาอุทกภัย และเป็นความผิดปกติเช่นเดียวกัน จึงสั่งให้ตนไปประสานงานกับกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงบประมาณ ซึ่งส่วนนี้จะชดเชยเยียวยาให้ผู้เสียชีวิตเท่ากันทั้ง 8 จังหวัด โดยจังหวัดที่เหลือไม่จำเป็นต้องออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามขั้นตอนต่อไปต้องดำเนินอย่างไร นายภราดรกล่าวว่า สัปดาห์หน้ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) จะเสนอไปยังสำนักงบประมาณ และกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะใช้งบประมาณจากกองทุนสำนักนายกฯ 1 ล้านบาท และงบกลางอีก 1 ล้านบาท รวมเป็น 2 ล้านบาทถามว่าจะใช้ระเบียบอะไรที่ต่างจากพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า เดี๋ยวจะไปเขียนระเบียบเพิ่มเติม โดยหลักการแล้วไม่น่าจะมีปัญหา ทุกคนได้เท่ากันหมด ทั้งนี้ งบประมาณที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นมา เท่าที่ทราบตัวเลขผู้เสียชีวิต 7 จังหวัด นอกจากจังหวัดสงขลา น่าจะมีประมาณ 40 คน ไม่รวม 142 รายของจังหวัดสงขลาที่อนุมัติไปแล้ว

ศป.กฉ.แจงหลักฐานขอรับศพละ2ล.

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงผลประชุมศป.กฉ.ว่า รัฐบาลขอแจ้งเรื่องการเยียวยาค่าปลงศพผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท จากสถานการณ์น้ำท่วม โดยใช้งบประมาณจากงบกลาง 1 ล้านบาท และงบจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี 1 ล้านบาทนั้นได้โอนเงินไปที่จังหวัดเรียบร้อยแล้วส่วนแนวทางพิจารณาเยียวยากรณีเสียชีวิต จะเพิ่มจังหวัดที่ประสบอุทกภัยรอบนี้อีก 8 จังหวัด รวมกับสงขลาเป็น 9 จังหวัด ประกอบด้วย สงขลา ตรัง พัทลุง สตูล นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งแต่ละจังหวัดต้องตั้งคณะกรรมการมาพิจารณา มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และเป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยา

ทั้งนี้คำจำกัดความของการเสียชีวิตครั้งนี้คือ จมน้ำเสียชีวิต เสียชีวิตในที่พักอาศัยหรือโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วมขังหรือน้ำล้อมรอบ เสียชีวิตระหว่างเคลื่อนย้ายหรืออพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมที่โรงพยาบาล ศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือสถานที่ปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 22- 27 พฤศจิกายนที่จะใช้เป็นเงื่อนไขพิจารณา โดยญาติผู้เสียชีวิตต้องใช้เอกสารยืนยัน ได้แก่ ใบมรณบัตร ใบรายงานคดี คำวินิจฉัยแพทย์ในกรณีที่ไม่อาจหาข้อสรุปได้ และหากจำเป็นต้องสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติมต้องมีใบสอบปากคำเพิ่มเติม ในกรณีที่มีปัญหาการวินิจฉัยและตีความ และทายาทโดยธรรมต้องยืนยันตัวตนเพื่อขอเป็นผู้รับเงิน

เปิดลงทะเบียนรับเยียวยาออนไลน์ได้ปกติแล้ว

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ขอบคุณจุฬาราชมนตรี ที่กรุณาช่วยเหลือในบางกรณีที่ต้องดำเนินการศพภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนา โดยมอบหมายคณะกรรมการมุสลิมแต่ละอำเภอให้มีส่วนร่วมพิจารณาและจัดให้มีแพทย์มุสลิมสังเกตการณ์ศพในแต่ละกรณีขณะที่การลงทะเบียนขอรับการเยียวยาทางออนไลน์ลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย https://flood68.disaster.go.th ได้ตามปกติแล้ว คาดว่าจะมีการลงทะเบียนได้เพิ่มขึ้น และสถานการณ์จะคลี่คลายไปได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับน้ำจะลงพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อเฝ้าสังเกตการสถานการณ์กรณีที่มีการแจ้งเตือนพายุฝนที่จะเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้สัปดาห์หน้า เพื่อป้องกันภัยที่เกิดขึ้น

โอนเยียวยาเพิ่ม3.6แสนครัว-3.3พันล้าน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรกกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีในฐานะโฆษก ศป.กฉ.แถลงความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาในรอบ 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-3 ธันวาคมโอนเงินแล้ว 186,330 ครัวเรือน 1,676,979,000 ล้านบาท โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่าวันที่ 4 ธันวาคม จะโอนเงิน 368,099 ครัวเรือน 3,312,891,000 บาท ส่วนพื้นที่ที่ยังมีปัญหา เช่น จ.ยะลาพบมีข้อติดขัดที่ระบบสื่อสารล่มซึ่งจะเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ที่ประชุมศป.กฉ.สอบถามสถานการณ์จังหวัด 3 ชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลานราธิวาส ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ น้ำและไฟฟ้าจ่ายได้ 100%และเข้าสู่โหมดการทำความสะอาด สำหรับการจ่ายน้ำในอ.หาดใหญ่ พบมีปัญหาท่อแตก ท่อรั่วและพื้นที่ปลายทางมีท่อขนาดเล็ก ดำเนินการขยายอยู่ ส่วนไฟฟ้าจ่ายไฟไปได้กว่า 5,000 ครัวเรือน คงเหลือกว่า 3,000 ครัวเรือน ที่ยังไม่ได้รับไฟฟ้า ด้านกสทช.ระบุว่าสัญญาณสื่อสารและอินเตอร์เน็ตใช้ได้แล้วและจะทำให้การลงทะเบียนในที่ตั้งและแบบออนไลน์กลับมาใช้ได้แล้วจะทำโอนเงินเยียวยา 9,000บาทได้เร็วขึ้น

ย้ายรถกีดขวางจราจรได้100%

น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า ขณะนี้พื้นที่หาดใหญ่เร่งกำจัดขยะและการเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางช่องทางจราจรและทำได้เกือบ 100% ในเส้นทางสายหลัก โดยให้นำไปจอดจุดจอดรถที่จัดไว้ เช่น เทคนิคหาดใหญ่ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกำชับว่าแม้จะเข้าสู่การฟื้นฟูแล้วแต่ต้องให้ความสำคัญเรื่องการดูแลควบคุมโรคติดต่อและสุขภาพจิต โดยโรงพยาบาลหาดใหญ่ สามารถให้บริการ 169 เตียงจาก 920 เตียง และพร้อมให้บริการทั้งหมดภายในเวลา 5-8 สัปดาห์ หากประชาชนเจ็บป่วยสามารถไปโรงพยาบาลสนาม 10 แห่ง ที่จะรองรับผู้ป่วยได้ 320 เตียง เช่น สนามบินหาดใหญ่เทศบาลนครหาดใหญ่ โรงพยาบาลรัตภูมิ วัดคลองแหฯ นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำประชาชน เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่, อุจจาระร่วง, โรคฉี่หนู และไข้เลือดออก ในช่วงสถานการณ์ควบคู่กันไปด้วย

ปภ.สรุป8จ.ใต้น้ำลดต่อเนื่อง-เร่งทำความสะอาด

นายธีรพัฒน์คัชมาตย์อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ภาคใต้ปัจจุบันข้อมูล ณ วันที่ 4 ธันวาคม เวลา 06.00 น. ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กินพื้นที่ 38 อำเภอ 181 ตำบล 1,170 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 333,907 ครัวเรือน 938,151 คน ดังนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังมีสถานการณ์ใน 4 อำเภอ ได้แก่ เคียนซา พระแสง บ้านนาสาร และพุนพิน 12ตำบล 18 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 675 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด เมืองฯ เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร ทุ่งใหญ่ ปากพนัง พระพรหม และเชียรใหญ่ 38 ตำบล 254 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 57,070 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

จังหวัดตรัง ยังมีสถานการณ์ใน 2 อำเภอ ได้แก่ กันตัง และเมืองฯ 19 ตำบล 132 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,274 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จังหวัดพัทลุง ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ ควนขนุน เขาชัยสน บางแก้ว ปากพะยูน และป่าบอน 11 ตำบล 39 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,281 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจังหวัดสงขลายังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ จะนะ ระโนด กระแสสินธุ์สทิงพระ ควนเนียง  สิงหนคร บางกล่ำ เทพา และสะบ้าย้อย 82 ตำบล 648 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 260,928 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จังหวัดปัตตานี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ หนองจิก และเมืองฯ 4 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 734 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จังหวัดยะลา ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ รามัน และยะหา 5 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,436 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจังหวัดนราธิวาส ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ สุไหงปาดี รือเสาะ และสุไหงโก-ลก 10 ตำบล 66 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,509 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

ปลัดมท.สั่ง8ผวจ.หนุนงานพิธีศพ

นายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการประสานงานจากสำนักพระราชวังถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นพื้นที่ภาคใต้ทุกราย ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาที่ทรงพระกรุณาแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ประสานงานสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจข้อมูลผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ส่งข้อมูลขอพระราชทานดินฝังศพ และพระราชทานเพลิงศพ หรือการดำเนินการอื่น ๆ แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติงานพิธีการศพในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมถึงการอำนวยความสะดวก และการพระราชทานเงินช่วยเหลือแก่ทายาท เพื่อให้การดำเนินการตามที่ทรงโปรดเกล้าฯ รับผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและทั่วถึง