มอบความสุขส่งท้ายปลายปี กับงาน ‘กาชาดประจำปี 2568’ 11–21 ธค.นี้ ณ สวนลุมพินี

มอบความสุขส่งท้ายปลายปี กับงาน 'กาชาดประจำปี 2568' 11–21 ธค.นี้ ณ สวนลุมพินี

มอบความสุขส่งท้ายปลายปี กับงาน ‘กาชาดประจำปี 2568’ 11–21 ธค.นี้ ณ สวนลุมพินี

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

มอบความสุขส่งท้ายปลายปี กับงานยิ่งใหญ่ “งานกาชาดประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” 11–21 ธค.นี้ ณ สวนลุมพินี

ความสุข สนุกสำราญส่งท้ายปลายปี กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ใน “งานกาชาดประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ร่วมสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ กับการ “รวมใจดารา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” โดยศิลปิน ดารา และคนในวงการบันเทิง รวมพล ขนความอร่อย ของดีมีคุณภาพมาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าอาหารกันอย่างคึกคัก อาทิ Top’s Homemade by ท็อป ดารณีนุช / แม่จวงยกนิ้ว by จุ๊บแจง วิมลพันธ์ / สมูทตี้ดีใจ by ผัดไท ดีใจ / ธงธง ทุเรียนทอด /Miw MiU by Boat Tara / น้ำผึ้ง ณัฐริกา / Nina by Monster / ติ่มซงติ่มซำ by เขต ธาราเขต &เพลง ชนารดี / Fox Cha La Lemon by พิมพ์ พิมพ์พรรณ / ข้าวเหนียวมะม่วง by ฟิวส์ กิติกร / ภารดีผลไม้แซ่บ by เปิ้ล ภารดี / เมนูกะปิจูดี้ &ปลาหมึกไฟฉาย / มะเดี่ยว วับวาว / Mari – คุณแม่เปีย / หม้อแม่จูน / Pop cap & กิ๊ก มยุริญ / Boys Vibe ชาร์ค,ก้อง,บี

ร่วมสนุกกับกิจกรรมจับฉลาก ลุ้นของรางวัลมากมาย อาทิมอเตอร์ไซค์, โทรศัพท์มือถือ, เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอุปโภค บริโภค สินค้าที่ระลึกจาก บิวกิ้น พุฒิพงศ์ (เสื้อ hoodie) และ กระเป๋าผ้า keep silent พร้อมลายเซ็น จาก ออม กรณ์นภัส นอกจากนี้ ยังมีโซน “รสชาติแห่งสยาม by ลิ้นติดโปร เมนูติดดาว” พื้นที่ที่รวมเมนูเด็ดจากทั่วประเทศ มาให้ลองชิม ลองฟินกันแบบจัดเต็ม ความอร่อย ความสนุก ฟินจุกๆ 12 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 11–21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00-22.00 น.

ติดตามข่าวสารได้ทางwww.iredcross.org

-(016)

‘โก โฮลเซลล์’ มอบชุดทำความสะอาดแก่กองอำนวยการน้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งกำลังใจถึงพื้นที่เดือดร้อน

'โก โฮลเซลล์' มอบชุดทำความสะอาดแก่กองอำนวยการน้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งกำลังใจถึงพื้นที่เดือดร้อน

‘โก โฮลเซลล์’ มอบชุดทำความสะอาดแก่กองอำนวยการน้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งกำลังใจถึงพื้นที่เดือดร้อน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.03 น.

ซีอีโอ “โก โฮลเซลล์” มอบชุดทำความสะอาดแก่กองอำนวยการน้ำท่วมหาดใหญ่ รุดพบพนักงาน ลูกค้าผู้ประกอบการประสบภัย ส่งกำลังใจถึงพื้นที่เดือดร้อน

นายริคาร์โด้ เบารอตโต้  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ประเทศไทย พร้อมด้วย นายเรจิส เดเลสก์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานฝ่ายขายและฝ่ายปฎิบัติการ, นายจิระศักดิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ นายพชร พานิชกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ มอบชุดทำความสะอาดแก่กองอำนวยการน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นางสาวปิยะพัชร์ วุ่นดำ ปลัดอาวุโส อำเภอหาดใหญ่ เป็นผู้รับมอบ ซึ่งจะนำอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดไปช่วยฟื้นฟู  นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่พบปะลูกค้าผู้ประกอบการที่ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ และพนักงานสาขาที่บ้านเรือนเสียหายหนักจากอุทกภัยใหญ่ครั้งนี้  พร้อมส่งกำลังใจด้วยชุดทำความสะอาด ถุงยังชีพ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน สร้างพลังใจให้คนในพื้นที่ก้าวต่อไปอย่างไม่เดียวดาย โดยก่อนหน้านี้ โก โฮลเซลล์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งมอบถุงยังชีพ เป็นจุดตั้งรถครัวสนามปรุงอาหารสุกแจกจ่าย  สนับสนุนรถน้ำเพื่อทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน #GOWHOLESALEไม่ทิ้งกัน #Saveหาดใหญ่

-(016)

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.40 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเข้ารับการศึกษา ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษและโรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง  และระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต่อมาทรงสำเร็จการศึกษาระดับชั้นเนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา รวมทั้ง Master of Laws (LL.M.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และ Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ทรงเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ดังนี้  พุทธศักราช 2549 ปริญญากิตติมศักดิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, พุทธศักราช 2551 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, พุทธศักราช 2552 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, พุทธศักราช 2553 ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

พุทธศักราช 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,พุทธศักราช  2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2563 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระและทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย อีกทั้ง ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก นอกจากนี้ ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สานักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงานสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนาพระเกียรติยศให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ เมื่อวันที่  28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562

พระกรณียกิจด้านต่างๆ  ประกอบด้วย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จากความทุกข์ร้อนของประชาชนคนไทยจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจนไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ในสถานการณ์อันโหดร้ายเหล่านั้นพวกเขาไม่เคยต้องโดดเดี่ยว ด้วยน้ำพระทัยอันหาที่เปรียบมิได้ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงห่วงใยราษฎรมาตลอด นับตั้งแต่การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อ พุทธศักราช 2538 ในปีนั้นถือเป็นปีที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับระดับน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพุทธที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.27 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโลอิส ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วม ทวีความรุนแรง น้ำปริมาณมากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครเป็นระยะเวลานานถึง 2 เดือน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ด้วยปริมาณน้ำที่เข้าท่วมนั้นมีมากและเป็นอุปสรรคในการลงพื้นที่บางส่วน จึงทำให้ความช่วยเหลือทำได้ไม่ทั่วถึงและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด รู้สึกขาดที่พึ่งพิง และไม่ได้รับความเท่าเทียมจากหน่วยงานราชการ

กระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2538 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯ ลงพื้นที่ออกรับน้ำใจจากประชาชนที่สถานีบริการน้ำมันย่านคลองสาน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นในช่วงบ่าย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จไปยังซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย และซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประสบภัยกับหน่วยงานราชการพระกรณียกิจในครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2544 จึงทรงก่อตั้งมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธาน  มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรง อันได้แก่ การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นครั้งใดภาพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่มักปรากฏอย่างแจ่มชัด พร้อมด้วยถุงยังชีพพระราชทาน ที่ไม่ใช่เพียงบรรจุสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจที่จะนำพาผู้ประสบภัยให้ก้าวพ้นช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์   พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะทรงแก้ไขปัญหาระหว่างคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  รับ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์  ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย  พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ด้วยทรงมีพระบรมราโชบายในการอนุรักษ์ป่าและช้าง รวมทั้งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง ตลอดจนมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการจัดการความขัดแย้งของคนกับป่าและการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงแก้ปัญหาคนกับช้างป่าด้วยการ พัฒนาแหล่งน้ำและส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน โดยมีพระดำริสร้างพื้นที่โครงการเร่งด่วน เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝน เมื่อปี พุทธศักราช 2563 ที่ บ้านคลองมะหาด หมู่ที่ 14 อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา และพื้นที่เกษตรแปลงรวมบ้านหนองกระทิง หมู่ที่ 20 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา(แก้มลิงคลองมะหาด) ช่วยเหลือทั้งคนและช้างตามวัตถุประสงค์ของ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์  โดยเฉพาะการช่วยเหลือให้ประชาชนมีอาชีพที่ยั่งยืนตามสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่

โครงการกำลังใจ ในพระดำริ ทรงก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2544 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย โดยครั้งแรกเสด็จฯ เยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยความสนพระทัยในสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง โครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องแม่ก่อนเข้าจำคุก รวมทั้งผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงได้กระจายไปทั่วโลก ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ชื่อ“Enhancing Life for Female Inmates: ELFI”

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ  จัดตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 โดยพระราชทานพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ เพื่อดำเนินกิจการตามพระดำริด้านสาธารณกุศลในการให้โอกาส การเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และการพัฒนาชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้โอกาส สนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

มูลนิธิ ณภาฯ เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือในด้านดังกล่าว ตั้งแต่การทำความเข้าใจและฝึกอบรม ในขณะที่เป็นผู้ต้องขังที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอก ให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความความต้องการของตลาด และในขณะที่พ้นโทษแล้วนั้นก็สามารถฝึกวิชาชีพต่อยอดเพิ่มเติม เพื่อให้รู้จักวิธีการใหม่ๆ ที่ข้อจำกัดของเรือนจำทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิต รวมทั้งสอนการบริหารจัดการทรัพยากร การผลิต เพื่อการรู้จักการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ ณภาฯ ปัจจุบัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา “จัน” ที่มาจากคำว่า จันทรา อันแปลว่า พระจันทร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังนั้นไม่ได้พบเห็น เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นต้องเข้านอนตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่มืด ประกอบกับกำแพงเรือนจำที่สูงทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพระจันทร์ อันเป็นแสงสว่างของท้องฟ้าในยามค่ำคืน คำว่า จันทรา จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ ณภาฯ ที่อยากจะสื่อให้เห็นว่าพวกเขาอยากมีโอกาสเห็นพระจันทร์อย่างคนทั่วไป ผลิตภัณฑ์ “จัน” จึงเป็นเสมือน “โอกาส” ที่จะมอบให้คนด้อยโอกาสเหล่านั้นได้เห็นว่าสังคมรับรู้และให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา “ธรา” โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิต่อไป

พระเกียรติคุณ ประกอบด้วย รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544   คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่างๆ

รางวัล Medal of Recognition  ทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จึงพิจารณาทูลเกล้าถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ

องค์ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador) ของ UNIFEM โดย ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM)  กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งพระราชทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และพระราชทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี  หน่วยงาน UNIFEM  จึงขอพระราชทานกราบทูลเชิญเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง

มูลนิธิ/องค์กรในพระอุปถัมภ์ ประกอบด้วย  มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา,เครือข่ายคนรักน้องหมา,กองทุนกำลังใจ และศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ)

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน ‘โครงการหลวง 2568’

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน ‘โครงการหลวง 2568’

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน ‘โครงการหลวง 2568’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 2568 ” ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พลเอก กัมปนาท  รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง นายวิรัตน์  ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)  พร้อมคณะกรรมการจัดงาน ข้าราชการ และประชาชน เฝ้าฯรับเสด็จ 

อาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา  จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวงและวางรากฐานการพัฒนาทางเลือกบนที่สูงอย่างยั่งยืน เป็นอาคารเรียนรู้ของสถาบันการเรียนรู้มูลนิธิโครงการหลวง  ในการสนองพระบรมราโชบายสืบสาน รักษา และต่อยอด งานของมูลนิธิโครงการหลวงที่ประสบผลสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการเรียนรู้  ห้องอบรมประชุมสัมมนา  ห้องนิทรรศการ ถ่ายทอดประวัติศาสตร์โครงการหลวง และห้องการเรียนการสอนหลักสูตรต่าง ๆ อีกทั้งเป็นต้นแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน 

 ในโอกาสเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 2568“ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ  อำเภอเมืองเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่  ทอดพระเนตรการแสดง  สื่อผสม  แสง  สี  เสียง  ประกอบบทเพลงประสานเสียง  ชุด “ทศมมหาราชา พระมหากรุณานำการพัฒนาสู่ความยั่งยืน” เป็นชุดการแสดงที่ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงสืบสาน  รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมชนกนาถ  ที่ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง  นำไปสู่การพัฒนาในพื้นที่สูงด้วยแนวทางโครงการหลวงโมเดล  โดยนักร้องประสานเสียงเยาวชน  ร่วมกับวงดนตรีจิตอาสา  ในรูปแบบศิลปะล้านนาร่วมสมัย  ประกอบด้วย 3 องก์  ได้แก่ องก์ที่ 1  เสียงแห่งขุนเขา  องก์ที่ 2 แสงทองแห่งพระมหากรุณา  องก์ที่ 3 ความยั่งยืนแห่งแผ่นดิน สืบสาน รักษา ต่อยอด

พร้อมกันนี้ เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “ทศมมหาราชา พระมหากรุณานำการพัฒนาสู่ความยั่งยืน” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสาน  รักษา และต่อยอด  งานโครงการหลวง และนำเสนอผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรมของมูลนิธิโครงการหลวง  ประกอบด้วย  นิทรรศการ สืบสาน “นวัตวิจัย ผลลัพธ์ที่จับต้องได้”   นิทรรศการ รักษา “พืชพระราชทาน สร้างงาน สร้างคุณค่า”  นิทรรศการ ต่อยอด “พลังบูรณาการ เพื่อความยั่งยืนของพื้นที่สูง” และนิทรรศการ สืบสาน รักษา ต่อยอด “หัตถศิลป์พื้นที่สูง…ด้วยพระเมตตาแห่งแผ่นดิน”  พร้อมทอดพระเนตรซุปเปอร์มาร์เก็ตจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์โครงการหลวง  ซึ่งในปีนี้  มีสินค้าที่โดดเด่น อาทิ  ข้าวเจ้าพันธุ์จาคูเนเน  ซึ่งเป็นข้าวเจ้าพันธุ์ท้องถิ่นของชนเผ่าลีซอ  น้ำนมข้าวโพดหวาน  ชาอู่หลงกลิ่น ข้าวเหนียวมะม่วง  เป็นชาโครงการหลวงที่มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และกุหลาบพันธุ์รอยัล 4 สมควรแก่เวลา  จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 อำเภอเมืองเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่  เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง  เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร

 งานโครงการหลวง 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2568 ในปีนี้ ภายในงานแบ่งพื้นที่การจัดงานเป็น 2 โซน  ประกอบด้วย  ลานวัฒนธรรมโครงการหลวง  เป็นลานจัดกิจกรรมการแสดงกลางแจ้ง  และภายในอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา  มีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ  นิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการ และนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ  อาทิ  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และโรงพยาบาลสวนปรุง  กรมส่งเสริมสุขภาพจิต รวมถึงจัดจำหน่ายผลิตผล และผลิตภัณฑ์แปรรูป จาก 14 กลุ่มสินค้า กว่า 1,200 รายการ

‘หัวใจโต’ เสี่ยงภาวะหัวใจวาย โรคใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง

‘หัวใจโต’ เสี่ยงภาวะหัวใจวาย โรคใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง

‘หัวใจโต’ เสี่ยงภาวะหัวใจวาย โรคใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคหัวใจ มีหลายประเภท หนึ่งในภาวะที่ควรเฝ้าระวังนั่นคือ “ภาวะหัวใจโต” ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้หัวใจวายเฉียบพลันแบบไม่ทันตั้งตัว และอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิต แพทย์หญิง กาญจนา อักษรวรนารถ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) แนะนำว่า เพื่อความไม่ประมาท เราควรมาทำความรู้จักภาวะดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก

ภาวะหัวใจโต เกิดจากอะไร?

ภาวะหัวใจโต (Cardiomegaly) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย เกิดจากภาวะที่หัวใจมีขนาดใหญ่ พองโต หรือหนากว่าปกติ เนื่องจากประสิทธิภาพกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวไม่ดี ทำให้มีเลือดคั่งค้างอุดกั้นในห้องหัวใจมาก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่ส่งผลต่อหัวใจโตอาจเกิดจากโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น

อาการบ่งชี้ที่ควรรับไปพบแพทย์ คือ อาการเจ็บหน้าอกโดยเฉพาะเวลานอนหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือใจสั่นเวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย  เหนื่อย หอบ หรือหายใจถี่

ใครบ้าง? ที่มีความเสี่ยงภาวะหัวใจโต : ผู้สูงอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิด หรือโรคอ้วน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง สมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ

การป้องกันภาวะหัวใจโต : ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงดังกล่าว ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพหัวใจได้หลายวิธี ได้แก่ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงภาวะหัวใจโต ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ช่วยให้ค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น  และสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดประสบการณ์ ‘หลงรักสัตว์ทะเล • ห่มเสน่ห์แสงดาว’ ยามค่ำคืน

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดประสบการณ์ ‘หลงรักสัตว์ทะเล • ห่มเสน่ห์แสงดาว’ ยามค่ำคืน

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดประสบการณ์ ‘หลงรักสัตว์ทะเล • ห่มเสน่ห์แสงดาว’ ยามค่ำคืน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมกับ EventTech.ai ชวนมาเปิดประสบการณ์ยามค่ำคืนครั้งใหม่ในเชียงใหม่ กับ “Chiang Mai Zoo Night Aquarium: SEA & STARS” ภายใต้แนวคิด “หลงรักสัตว์ทะเล • ห่มเสน่ห์แสงดาว” ที่ดีไซน์มาเพื่อพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกแห่งความอัศจรรย์ใต้ท้องน้ำผ่านเทคโนโลยีแสง สี เสียง และงานศิลปะ immmesive และมนตร์เสน่ห์ใต้แสงดาว

สวนสัตว์เชียงใหม่ได้แปลงโฉมพื้นที่อควาเรียมและบริเวณสวนด้านนอกให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยามค่ำคืนที่น่าหลงใหล ท่านสามารถมาผ่อนคลาย สำรวจ และเก็บภาพความทรงจำที่มิอาจลืมเลือนได้ระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 2 มกราคม 2569 เท่านั้น ประกอบด้วย 3 โซนซิกเนเจอร์โดดเด่นที่ไม่ควรพลาด ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียด

โซน Ocean Mapping: ดื่มด่ำกับการฉายภาพใต้ท้องทะเลแบบ immersive เนรมิตผนังอควาเรียมให้มีชีวิต ด้วยเทคนิค Projection Mapping ผู้ชมจะรู้สึกเสมือนล่องสู่ท้องทะเลลึก ท่ามกลางฝูงปลา ปะการัง

โซน Jelly Dome: โดมเหนือจริงที่เต็มไปด้วยฝูงแมงกะพรุนเรืองแสง เป็นประสบการณ์ภาพอันน่าทึ่งที่สมบูรณ์แบบ สวยจนวางกล้องไม่ลง จนต้องถ่ายรูปซ้ำ

โซน Garden Star Picnic: สวนสวยภายใต้แสงดาว เสียงดนตรี ที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก พื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน กับครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อน สามารถนั่งปิกนิก และมีมุมถ่ายภาพกับแสงไฟที่สวยงาม

บัตร Early Bird (จำนวนจำกัด) เปิดจำหน่ายแล้ว คนไทย: ราคา 350 บาท (จากปกติ 390 บาท) ชาวต่างชาติ: ราคา 750 บาท (จากปกติ 800 บาท) ทั้งนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี, ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการ เข้าชมฟรี  โดยกำหนดเข้าชมได้ตั้งแต่ 16:00 – 22:00 น.  ทั้งนี้ ราคาบัตร ยังไม่รวม ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าบริการแพลตฟอร์ม และค่าบริการการชำระเงิน                                                           บัตรจำหน่ายเฉพาะทาง EventTech เท่านั้น: https://bit.ly/4osT2Su

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

รู้ไหม? แค่สูบบุหรี่ เท่ากับเสี่ยงโรคซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการสูบบุหรี่ช่วยลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิโคตินในบุหรี่กลับส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกายในทางลบ นอกจากนี้ ในทางจิตเวช อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังรวมถึงสุขภาพจิตอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าและภาวะทางจิตอื่น ๆ ได้เช่นกัน

จากการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2.5-4.3 เท่า โดยอัตราการฆ่าตัวตายจะสูงขึ้นตามจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน ความสัมพันธ์นี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงผลกระทบทางเคมีในสมองที่เกิดจากนิโคติน เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดการกระตุ้นระบบการให้รางวัลสมอง ผู้สูบบุหรี่จึงรู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขในช่วงสั้น ๆ แต่เมื่อระดับนิโคตินลดลง ผู้สูบจะรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือหดหู่ ทำให้ต้องการสูบบุหรี่มากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ โดยวงจรนี้สามารถนำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว

อาการของภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูบบุหรี่ มีดังนี้  รู้สึกเศร้า หมองหม่น เบื่อหน่าย ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือทานมากผิดปกติ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รู้สึกผิด หรือไร้ค่า มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย

การเลิกสูบบุหรี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพ ไม่เพียงแต่จะลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจพบกับความยากลำบากในการพยายามเลิกสูบบุหรี่ และอาจประสบกับความเครียด วิตกกังวล ในช่วงที่ไม่ได้สูบ ซึ่งวิธีหนึ่งในการช่วยให้สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ก็คือใช้ยา ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากบุหรี่ รวมถึงลดความเครียด และวิตกกังวล ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เลิกสูบบุหรี่ได้ นอกเหนือจากการใช้ยา การบำบัดทางจิตวิทยา ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการจะเลิกสูบบุหรี่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลิกสูบบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น

เมืองไทยประกันภัย ส่งรถยก รถลาก ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งช่วยเหลือลูกค้า

เมืองไทยประกันภัย ส่งรถยก รถลาก ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งช่วยเหลือลูกค้า

เมืองไทยประกันภัย ส่งรถยก รถลาก ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งช่วยเหลือลูกค้า

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI  นำโดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แสดงความห่วงใยลูกค้า ส่งรถยก รถลาก ลงพื้นที่ อ.เมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา หลังสถานการณ์คลี่คลายจากเหตุอุทกภัย

มาดามแป้ง CEO บมจ.เมืองไทยประกันภัย สั่งระดมเจ้าหน้าที่ พร้อม รถยก รถลาก กว่า 40 คัน ลงพื้นที่ อำเภอเมืองหาดใหญ่ อย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยดำเนินการ ยก ลาก ดึงรถยนต์ ที่ได้รับความเสียหายตลอดเกือบ 24 ชั่วโมงทุกวัน หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย พร้อมเร่งนำรถลูกค้าเข้าสู่ขั้นตอน ตรวจประเมินความเสียหาย ซ่อมแซม เพราะรถของลูกค้าทุกคัน สำคัญกับเรา

“พนักงานเมืองไทยประกันภัยทุกคน รู้ดีว่าเราคือส่วนหนึ่งที่ช่วยเยียวยาเวลาเกิดภัย การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันภัยในการดูแลลูกค้าในช่วงเวลาวิกฤต เพื่อเป็นหนึ่งกำลังใจเล็กๆ ให้กับลูกค้าและผู้ประสบภัยทุกท่าน ในการสู้กับวิกฤตนี้ และเราจะผ่านพ้นไปได้อีกครั้ง” มาดามแป้ง กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังต้องการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการเคลมสินไหมน้ำท่วมทั้งประเภท “ประกันภัยทรัพย์สิน และ ประกันภัยรถยนต์“ สามารถรับบริการได้ที่หน้าสาขาหาดใหญ่ หรือ ผ่าน Mobile Claim Center ได้ที่ https://bit.ly/MTIClaimCenter-HatyaiFlood2025 เพื่ออำนวยความสะดวกและลดเวลาในการเคลมสินไหมของลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถแจ้งเคลมสินไหมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Call Center 1484 หรือ Line: @mtifriend (เวลา 08.30-20.00 น.)

Ralph Lauren เปิดตัว ‘The World of Ralph Lauren’ ครั้งแรกในไทย

Ralph Lauren เปิดตัว ‘The World of Ralph Lauren’ ครั้งแรกในไทย

Ralph Lauren เปิดตัว ‘The World of Ralph Lauren’ ครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Ralph Lauren กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวสโตร์แห่งใหม่แบบครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The World of Ralph Lauren” นำเสนอประสบการณ์แบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบในพื้นที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น Ralph Lauren, Polo Ralph Lauren รวมไปถึง Ralph’s Coffee ที่มาช่วยเพิ่มมิติการต้อนรับของแบรนด์ ให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสุดประทับใจ เรียกได้ว่าเป็น One-stop destination สำหรับทั้งสายช้อปและสายคาเฟ่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ในงานมีนักแสดงหนุ่ม คิมอูบิน พร้อมด้วยเหล่าคนดัง อาทิ แอน ทองประสม, หมาก-ปริญ สุภารัตน์, อาเล็ก-ธีชเดช เมธาวรายุทธ, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ, ฝ้าย-พีรญา มะลิซ้อน, ซี-พฤกษ์ พานิช, ฟอส-จิรัชพงศ์ ศรีแสง, บุ๊ค-กษิดิ์เดช ปลูกผล, หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ และ จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน มาร่วมนำเสนอความหรูหราคลาสสิกผ่านคอลเลกชัน พร้อมร่วมงานเปิดตัวสโตร์แห่งใหม่นี้ ณ Ralph Lauren ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

Ralph Lauren แห่งใหม่นี้ถ่ายทอด “โลกของ Ralph Lauren” อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการผสานความหรูหราแบบอเมริกันคลาสสิกเข้ากับงานออกแบบที่เล่าเรื่องราวและสะท้อนวิถีชีวิตเหนือกาลเวลา บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนก้าวเข้าสู่บ้านพักหรูหรือคลับของสุภาพบุรุษ สร้างประสบการณ์ที่ทั้งประทับใจและน่าจดจำ สไตล์การออกแบบที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ปรากฏให้เห็นผ่านหน้าร้านที่โดดเด่นด้วยปูนฉาบสีขาวอบอุ่น งานโลหะประณีต เสาคลาสสิก และโคมไฟโบราณ พร้อมเชื้อเชิญให้ทุกคนสัมผัสโลกของ Ralph Lauren ผ่านคอนเซ็ปต์การออก แบบแบบ Spanish Revival ที่เน้นความอบอุ่นควบคู่ไปกับความหรูหราสง่างามของยุคอาณานิคมสเปน

พื้นที่ภายในถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและคลาสสิก โดยใช้พื้นไม้โอ๊กกว้างและหินไลม์สโตน ผนังปูนฉาบทำมือ และเพดานคานไม้สูง เพื่อสร้างความหรูหราทว่าเป็นกันเอง รายละเอียดอย่างตู้หนังสือไม้โอ๊กแบบสั่งทำพิเศษ เฟอร์นิเจอร์ที่คัดสรรอย่างประณีต พรมซ้อนเลเยอร์ และงานศิลปะชิ้นเด่น ล้วนช่วยย้ำถึงความคลาสสิกและมรดกอันยาวนานของแบรนด์ พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งระดับพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนของ Ralph Lauren อย่างแท้จริง

สโตร์ใหม่ Ralph Lauren นำเสนอคอลเลกชัน Fall-Winter 2025 สำหรับสุภาพบุรุษที่มาในสไตล์ Heritage และ Preppy ไม่ว่าจะเป็นคอลเลกชัน Montauk ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านของ Mr. Ralph Lauren ในเมือง Montauk, New York นำเสนอผ้าแคชเมียร์และผ้าไหมผสมลินินคุณภาพสูงที่สวมใส่สบายแต่ยังคงความหรูหราเหนือกาลเวลา คอลเลกชัน Soho ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนักแข่งรถสมัยใหม่ ตั้งแต่ชุดลำ ลองจนถึงสูทแบบคลาสสิกชั้นสูง โดยใช้เส้นใยคุณภาพสูงจากอังกฤษและอิตาลี คอลเลกชัน Milano Olive & Milano Taupe ที่ผสมผสานแฟชั่นชาวอเมริกันกับงานฝีมือจากช่างชาวอิตาลี โดดเด่นด้วยสีเทาอมน้ำตาล สีทรัฟเฟิล สีน้ำตาลเข้ม และสีครีมที่สะท้อนบรรยากาศในฤดูหนาว

นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชัน Polo Ralph Lauren Menswear Fall 2025 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความคลาสสิกของงานแข่งพายเรือและวัฒนธรรม Ivy League โดยโดดเด่นด้วยเสื้อเชิ้ตหลากสีสันและลวดลาย พร้อมการวางเลเยอร์ด้วยผ้าคอตตอน แคชเมียร์ และนิตแวร์ รวมถึงสไตล์ยูทิลิตี้ที่เน้นใช้งานได้จริง เหมาะกับทุกการผจญภัยในชีวิตประจำวัน

ในฝั่งของสุภาพสตรี Ralph Lauren นำเสนอคอลเลกชัน Modern Romantics สำหรับผู้หญิงที่แต่งตัวตามสัญชาตญาณ โดยสะท้อนบุคลิกและความมั่นใจในสไตล์ของตนเอง มากกว่าการไล่ตามเทรนด์ ที่สะท้อนนิยามของการบอกเล่าตัวตนที่งดงามเหนือกาลเวลา ขณะที่คอลเลกชันของ Polo Ralph Lauren Women ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงด้วยสีที่เน้นความอบอุ่นหรูหรา เช่น สีคาเมล เทา ช็อกโกแลต และน้ำเงินเข้ม ผสานกับสีสันโดดเด่นอย่าง แดง รอยัลบลู เขียว และทอง พร้อมผ้าคุณภาพสูงอย่างทวีด เดนิม คอร์ดูรอย และขนสัตว์ ในดีไซน์สเวตเตอร์และนิตแวร์ร่วมสมัย รวมถึงเสื้อคลุมหลากหลายแบบที่ประดับด้วยลายกราฟิกใหม่ ลวดลายวาร์ซิตี้ ลายรักบี้ และลายแฟร์ไอล์ เพิ่มความโดดเด่นให้คอลเลกชันในฤดูใบไม้ร่วงนี้

คุณแหน : 4 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 4 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 4 ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระนาย สุวรรณรัฐ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ณ เมรุหลวงฯ วัดเทพศิรินทราวาส 14 ธันวาคม 2568 เวลา 17.30 น…

●● เนื่องในอภิลักขิตสมัย 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา ร่วมกับโครงการ Night at the Museum Festival 2025 เชิญชมนิทรรศการพิเศษ ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า เยี่ยมชมพระตำหนักและอาณาบริเวณวังรื่นฤดี พร้อมชมนิทรรศการ “หอมพระเดชทรงยศ” นิทรรศการ “หอมพระคุณการุญ” และนิทรรศการ “ทุกสถานเสด็จไป” ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากฝีมือคุณพนักงาน ห้องเครื่องวังรื่นฤดีและของที่ระลึกพิเศษ รายได้สมทบทุนเพื่อการก่อสร้างหอพักนักเรียนชาติพันธุ์ โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.แม่ฮ่องสอน 10-14 ธ.ค.14.00-20.00 น. ณ วังรื่นฤดี สุขุมวิท 38 ลงทะเบียนได้ที่ Line@bsf_official..

●● ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ชวนรุ่นพี่รุ่นน้องและนักเรียนไปกรี๊ดให้สุดเสียงในงานวังหลัง-วัฒนาแฟร์ วันเสาร์ 13 ธ.ค. เวลา 11.00-22.00 น. พบกับศิลปินขวัญใจ อาทิ วงนูโว, กบ ทรงสิทธิ์, ป๊อด ธนชัย, D Gerrard และ Moving & Cut พร้อมกิจกรรมสนุกสนานอีกมากมาย ที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สุขุมวิท ซื้อบัตรได้ที่ เว็บไซต์ wwafair2025.com..

●● พิธีไหว้ครูโนราห์ ครั้งที่ 15 เพื่อน้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน และวันครบรอบก่อตั้งชมรมมโนราห์ ปีที่ 19 วันอาทิตย์ 7 ธ.ค. 09.00 น. ณ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดราชาธิวาสวิหาร..

●● ครบรอบ 40 ปีที่พระประชานาถมุนี เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น จ.เชียงใหม่ เริ่มโครงการศูนย์ดูเด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาส เด็กยากจน ดูแลอุปการะมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ปี 2528 ปัจจุบันมีเด็กกว่า 800 คน ต้องการรับบริจาคสิ่งของจำเป็น ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องอุปโภค-บริโภค อาหารสดอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน และเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร ติดต่อ 053-240184 Line : 082-2288542 ชื่อบัญชี วัดดอนจั่น ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 664-301462-6..

●● ศาลจังหวัดสมุทรปราการ เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม วันที่ 1-12 ธ.ค. ในเวลาราชการ ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ https://smpc.coj.go.th..

●● ก่อนสิ้นปี 2568 ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอส DMT จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความปลอดภัยบนท้องถนน กับโครงการ “เที่ยวปีใหม่ทั่วไทย ปลอดภัยไปกับโทลล์เวย์” ปีนี้พิเศษมีข้าว Green Way พร้อมยาหม่องน้ำ ฝีมือผู้สูงอายุชุมชนพลอยไพลิน เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นชุมชนที่ DMT ให้การสนับสนุนฝึกอาชีพนำผลิตภัณฑ์มาร่วมแจมด้วย นอกเหนือจากผ้าเย็น เครื่องดื่มและลูกอม เริ่มแจก 26 ธ.ค. 07.00-09.00 และ 15.00-17.00 น. หน้าด่านดินแดง 1….