‘ท็อปส์’ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รวมพลังภาครัฐ–องค์กรท้องถิ่น ลงพื้นที่บรรเทาภัยน้ำท่วมใต้

'ท็อปส์'ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รวมพลังภาครัฐ–องค์กรท้องถิ่น ลงพื้นที่บรรเทาภัยน้ำท่วมใต้

‘ท็อปส์’ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รวมพลังภาครัฐ–องค์กรท้องถิ่น ลงพื้นที่บรรเทาภัยน้ำท่วมใต้

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.40 น.

ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือภาคใต้อย่างเต็มกำลัง หลังเกิดอุทกภัยรุนแรงในหลายจังหวัด โดยระดมพลังพนักงานชาวท็อปสเตอร์กว่า 100 คน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรท้องถิ่น ได้แก่ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, เหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา, เทศบาลนครหาดใหญ่, เทศบาลเมืองบ้านพรุ และ เทศบาลเมืองควนลัง เพื่อลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและทั่วถึง โดยได้มอบถุงยังชีพกว่า 10,000 ชุด รวมมูลค่ากว่า 5,080,000 ล้านบาท พร้อมทั้งระดมสิ่งของจำเป็นจากพันธมิตรกว่า 100 ราย ผ่านเครือข่ายซัพพลายเชนของท็อปส์ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้จริง ตรงจุด และครอบคลุมที่สุดนอกจากนี้ท็อปส์ยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายมิติ เพื่อเป็นที่พึ่งของชุมชนในช่วงเวลาวิกฤต ทั้งด้านสต็อกสินค้า ระบบกระจายสินค้า และการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชน เพื่อให้ความช่วยเหลือถูกส่งต่อถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และไม่สะดุด ทั้งในช่วงน้ำท่วมและช่วง หลังน้ำลด ซึ่งเป็นระยะเวลาฟื้นฟูที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะท็อปส์ยึดมั่นว่าพลังเล็ก ๆ จากทุกภาคส่วน เมื่อรวมกันแล้วสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ ตอกย้ำแนวคิด Small Acts Together ภายใต้กลยุทธ์ 12 Missions to Sustainable Retail ที่องค์ยึดถือมาโดยตลอดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand #TOPS # HATYAIFLOOD

มหกรรมผ้าไทย ‘Silk Festival 2025 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน’ เทิดพระเกียรติ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’

มหกรรมผ้าไทย ‘Silk Festival 2025 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน’ เทิดพระเกียรติ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’

มหกรรมผ้าไทย ‘Silk Festival 2025 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน’ เทิดพระเกียรติ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับงาน “Silk Festival 2025 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” มหกรรมผ้าไทยและงานคราฟ์ผ้าไทยในมุมมองใหม่ ซึ่งจัดโดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ภายใต้แนวคิด BRING THE VILLAGE TO THE WORLD ระหว่างวันที่ 2-7 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 5 – 6 เมืองทองธานี สะท้อนพลังของภูมิปัญญาชุมชนที่พร้อมก้าวสู่สากลอย่างยั่งยืน เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยสู่เวทีโลก จนได้รับการยกย่องจากองค์การระดับนานาชาติทั้ง UNESCO และ รางวัล WIPO Award for Creative Excellence 2025 ในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงขับเคลื่อน Soft Power ไทยผ่านแฟชั่นอย่างแท้จริง

Silk Festival 2025 งานแสดงผลงานผ้าไทยแห่งปีที่จะเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นว่าผ้าไทยนั้นสวมใส่ง่าย ทันสมัย และสอดรับกับวิถีชีวิตประจำวัน งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานความสำเร็จของโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ได้รับรางวัล Certificate in recognition of outstanding dedication to the safeguarding of living cultures, the promotion of fine arts, and the advancement of cultural and creative sectors จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกอบด้วยกิจกรรมและโครงการที่ทรงพระราชทานความช่วยเหลือศิลปินช่างฝีมือทั่วประเทศ อาทิ นาหว้าโมเดล, ดอนกอยโมเดล, บาติกโมเดล, ชาติพันธุ์โมเดล,Sustainable Life หมู่บ้านยั่งยืน 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระองค์ทรงเป็นผู้ทรงพลิกโฉมภาพลักษณ์หัตถศิลป์ไทยให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทรงได้รับการเชิดชูพระเกียรติและถวายเหรียญสดุดีโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO)  ที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม การส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ รวมทั้งการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย โดย นางโอเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ณ สำนักงานใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้เคยกล่าวไว้ว่า พระองค์คือผู้ “Bring the Village to the World” อีกด้วย 

อีกทั้ง องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ยังได้ถวายรางวัล ”ความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์ : WIPO Award for Creative Excellence 2025”  เเด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ได้ตระหนักในพระวิริยอุตสาหะและพระปรีชาสามารถด้านทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ รวมทั้ง การสร้างสรรค์ผลงานลิขสิทธิ์ การออกแบบแฟชั่น และเครื่องหมายการค้า ตลอดจน พระกรณียกิจในการส่งเสริมศักยภาพของช่างฝีมือในชุมชนท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทยและเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยรางวัล “WIPO Award for Creative Excellence” เป็นรางวัลที่มีความสำคัญระดับโลก ที่มอบให้แก่บุคคลหรือองค์กรที่มีบทบาทโดดเด่น ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอิทธิพลในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน รวมทั้ง เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปิน นักประดิษฐ์ และผู้ประกอบการทั่วโลก

ภายในงาน Silk Festival ปีนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยรวบรวมความน่าสนใจไว้หลากหลายมิติ เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้สัมผัสเสน่ห์ของงานคราฟต์ไทยอย่างใกล้ชิด อัดแน่นด้วยกิจกรรม ความรู้ พร้อมโซนช็อป – ชิมไว้อย่างคับคั่ง และรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้งผ้าผืน เครื่องแต่งกายดีไซน์ร่วมสมัย ของใช้ ของตกแต่งบ้าน และงานหัตถกรรมชั้นเลิศ ที่ผ่านการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน มาให้เลือกซื้อหากว่า 200 ร้านค้า พร้อมเพลิดเพลินกับโซนอาหารชวนชิมกว่า 50 ร้านค้า ที่พลาดไม่ได้ คือการแสดงของศิลปินนักร้องไทยชั้นนำที่จะมาสร้างสีสันความคึกคักให้กับมหกรรมครั้งนี้ อาทิ ก้านตอง ทุ่งเงิน หนิงหนิง คําพะนาง เต๋า ภูศิลป์ วารินรักษ์ เวียง นฤมล และ บิว จิตรฉรียา

นอกจากนี้ ยังมี นิทรรศการเบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พิธีพระราชทานเหรียญรางวัล ซึ่งเหรียญพระราชทานแบบใหม่ ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกสดุดีพระกรณียกิจด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม การส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ การขับเคลื่อนวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย

กิจกรรม Mini Symposium เสวนาจากสมาคมนักออกแบบไทย (FTFD) ภายใต้หัวข้อ Fashion Design Symposium: Thai Fashion & Textiles on a Global Stage โดยเหล่าผู้นำความคิดเห็นจากหลายประเทศในภูมิภาค อาทิ Pam Quinones รองบรรณาธิการและผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่น นิตยสาร Vogue ฟิลิปปินส์ Alex Fox ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ นิตยสาร L’Officiel เวียดนาม และ คุณมิลิน ยุวจรัสกุล ประธานสมาคมนักออกแบบไทย (Thai Designers Association) จะมาร่วมพูดคุยเชิงลึกเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้จ่ายรูปแบบใหม่ ทิศทางตลาดของแต่ละประเทศ ไปจนถึงวิธีเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อเสริมพลังทางความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ให้แข็งแรงขึ้นในฐานะชุมชนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกัน

อีกไฮไลต์สำคัญคือ การแสดงแบบภูมิปัญญาผ้าไทย (Sustainable Fashion) ซึ่งเป็นการแสดงแฟชั่นโชว์ที่นำผลงานจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์และพัฒนาโดยดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศกว่า 66 ชุด จาก 31 แบรนด์ชั้นนำของไทย อาทิ SIRIVANNAVARI, VICKTEERUT, CHAI GOLD LABEL และ VATITITTHI

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนผ้าไทยสู่ความยั่งยืน ในงาน “Silk Festival 2025 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” 2-7 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6 เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ผ้าไทยใส่ให้สนุก และ กรมการพัฒนาชุมชน

นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ ได้รับคัดเลือกเป็น ‘ศิลปินแห่งชาติ’ บุคคลที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ

นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ ได้รับคัดเลือกเป็น ‘ศิลปินแห่งชาติ’ บุคคลที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ

นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ ได้รับคัดเลือกเป็น ‘ศิลปินแห่งชาติ’ บุคคลที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ อดีตนักแสดงของบริษัทไทยโทรทัศน์ นักร้องเพลงลูกกรุง และพิธีกรชาวไทย ผู้ได้รับรางวัลเมขลา สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมคนแรกของเมืองไทย ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โอกาสนี้ได้จัดงานเลี้ยงฉลองย้อนหลังกับความภูมิใจในครั้งนี้ด้วยความอิ่มเอิบใจท่ามกลางน้องๆ ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,นีรนุช ปัทมสูต และญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่นเป็นกัน เอง ณ ห้องราชดำเนิน โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

โดย นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ เผยให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจในการได้รับคัดเลือกเป็น “ศิลปินแห่งชาติ” ว่า “การได้รับการเชิดชูเป็นศิล ปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงปี พ.ศ. 2567  เป็นความยินดีที่ได้รับเกียรติเช่นนี้  มีคติในการทำงานว่า  เวลาทำอะไรไม่เคยหวังสิ่งที่จะได้รับเป็นการตอบแทน แต่ถ้ามีสิ่งตอบแทนกลับมา เช่นได้รับเกียรติเป็นศิล ปินแห่งชาติ ถือเป็นความภาคภูมิใจของตนเองและครอบครัวค่ะ”

นายแนบกับนางดารา เมฆใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ของ นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ ผู้เป็นบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิต

นายแนบกับนางดารา เมฆใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ของ นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ ผู้เป็นบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิต

ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ ให้เกียรติกล่าวแสดงความยินดี

ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ ให้เกียรติกล่าวแสดงความยินดี

นันทวัน (เมฆใหญ่)  สุวรรณปิยะศิริ กับน้องๆ ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,นีรนุช ปัทมสูต มี วรายุฑ มิลินทจินดา ร่วมยินดี

นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ กับน้องๆ ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,นีรนุช ปัทมสูต มี วรายุฑ มิลินทจินดา ร่วมยินดี

หม่อมบงกชปริยา ยุคล ณ อยุธยา และ คามา เชริง ทูตทหารจากภูฏาน

หม่อมบงกชปริยา ยุคล ณ อยุธยา และ คามา เชริง ทูตทหารจากภูฏาน

จารุทัศ สนิทวงศ์ฯ,หม่อมบงกชปริยา ยุคล ณ อยุธยา และ เคานต์เจรัลด์ จากเบลเยียม

จารุทัศ สนิทวงศ์ฯ,หม่อมบงกชปริยา ยุคล ณ อยุธยา และ เคานต์เจรัลด์ จากเบลเยียม

พวงเพ็ญ อินทรวิศิษฏ์ ยินดีกับศิลปินแห่งชาติ นันทวัน (เมฆใหญ่)  สุวรรณปิยะศิริ มีน้องๆ ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ นีรนุช ปัทมสูต ช่วยต้อนรับ

พวงเพ็ญ อินทรวิศิษฏ์ ยินดีกับศิลปินแห่งชาติ นันทวัน (เมฆใหญ่) สุวรรณปิยะศิริ มีน้องๆ ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ นีรนุช ปัทมสูต ช่วยต้อนรับ

ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,รศ.ดร.วีณา เชิดบุญชาติ ,ม.ร.ว.พร้อมฉัตร – ศ.เกียรติคุณ ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์

ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,รศ.ดร.วีณา เชิดบุญชาติ ,ม.ร.ว.พร้อมฉัตร – ศ.เกียรติคุณ ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์

นักดนตรีวงกระชับมิตร มาร่วมบรรเลงตลอดงาน

นักดนตรีวงกระชับมิตร มาร่วมบรรเลงตลอดงาน

อบอุ่นเป็นกันเองท่ามกลางเครือญาติมาร่วมแสดงความยินดี

อบอุ่นเป็นกันเองท่ามกลางเครือญาติมาร่วมแสดงความยินดี

เวทีประชาคม ‘ความจริงแห่งพรมแดนไทย – กัมพูชา’MOU 43 – 44 ครั้งที่ 1

เวทีประชาคม ‘ความจริงแห่งพรมแดนไทย - กัมพูชา’MOU 43 - 44 ครั้งที่ 1

เวทีประชาคม ‘ความจริงแห่งพรมแดนไทย – กัมพูชา’MOU 43 – 44 ครั้งที่ 1

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดเวทีประชาคม‘ความจริงแห่งชายแดนไทย–กัมพูชา’ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องไทย-กัมพูชา  MOU 43-44 จะไปต่อหรือพอแค่นี้? ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยมี สุวิช สุทธิประภา MCOT และ วีรยุทธ น้อยพรหม  NBT รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีพร้อมผู้เข้าร่วมเสวนาได้แก่  ดร.สฤทธิ์พงษ์  เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา MOU 2543 และ 2544 ไทย-กัมพูชา สภาผู้แทนราษฎร อังกูร กุลวานิช รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.กัมป

นาท  วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2  ดร.ธนเชษฐ วิสัยจร หัวหน้าสาขาวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผศ.ดร.สุเชาวน์  มีหนองหว้า รองประธานคณะกรรมการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปก

เกล้าจังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งการเสวนาครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังสื่อภาครัฐ สร้างความเข้าใจ MOU 43-44 ก่อนลงประชามติ ทิศทางของประเทศจะเป็นอย่างไร? คุณ คือ ผู้ร่วมตัดสิน ติดตามรับชมการถ่ายทอดสด (Live)ได้ที่ Facebook เพจกรมประ

ชาสัมพันธ์ หรือร่วมส่งคำถามและแสดงความคิดเห็น MOU43 – 44 https://forms.gle/9bWGiU9W9Nfz2VZ8A หรือรับชมการออกอากาศได้ทุกวันเสาร์ เวลา 22.00-22.55 น.ทางช่อง NBT, MCOT, ททบ.5  รวมทั้งหมด 8 ตอน เริ่ม 29 พฤศจิกายน 2568

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานฯ เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี จัดงานวันเบาหวานโลก2568 รณรงค์สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานฯ เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี   จัดงานวันเบาหวานโลก2568 รณรงค์สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานฯ เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี จัดงานวันเบาหวานโลก2568 รณรงค์สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ด้านสุขภาพ จัดกิจกรรม “วันเบาหวานโลก ประจำปี 2568 (World Diabetes Day 2025)” ภายใต้แนวคิด “Diabetes and Well-being: Creating Healthy Workplaces for All” หรือ “สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” ณ อาคาร Siam Scape ชั้น 1 และ ชั้น 9 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “สุขภาพ” และ “ชีวิตการทำงาน” พร้อมรณรงค์ให้สถานที่ทำงานทั่วประเทศกลายเป็น “พื้นที่สุขภาวะ” ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ของคนไทยทุกคน

โรคเบาหวาน ภัยเงียบของวัยทำงาน

โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยมีผู้ที่อยู่กับโรคนี้ มากถึงกว่า  589 ล้านคน และในจำนวนนี้มากกว่า 412 ล้านคน เป็นประชากรวัยทำงาน ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งยัง ไม่ ทราบ ว่าตนเองป่วย ปัญหาความเครียดจากงาน ภาวะหมดไฟ การขาดกิจกรรมทางกาย และสภาพแวดล้อม ที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการ เพิ่มขึ้นของโรคเบาหวานในกลุ่มคนวัยทำงาน สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) จึงกำหนดแนวคิดรณรงค์ปีนี้ภายใต้แนวคิด “Diabetes and Well-being: Creating Healthy Workplaces for All” หรือ “สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน”เพื่อกระตุ้นให้ทุกองค์กรและทุกคน ในสังคมตระหนักว่าการดูแลสุขภาพในที่ทำงานไม่ใช่ทางเลือก อีกต่อไป แต่คือ “ความจำเป็นที่ต้องเริ่มทันที”

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวเปิดงานว่า “ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเปิดงานวันเบาหวานโลก ปี 2568 ภายใต้แนวคิด ‘สุขภาพดีเริ่มที่ทำงาน’ ปีนี้ยังเป็นปีครบรอบ 60 ปี ของสมาคมฯ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมความรู้ ทางวิชาการการดูแลผู้ป่วย และการป้องกันโรคเบาหวานในทุกมิติ โดยมุ่งหวังให้ทุกองค์กรและทุกคนใน สังคมไทย มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ทั้งกายและใจ”

รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันเบาหวานโลก และอุปนายกสมาคมฯ กล่าวรายงานว่า “สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนทั้งจาก ภาครัฐภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ‘สุขภาพดี’ และ ‘การทำงานที่ มี ประสิทธิภาพ’ สามารถอยู่ร่วมกันได้ ภายใต้แนวคิด Diabetes & Well-being in the Workplace ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน กิจกรรมในปีนี้ จึงออกแบบให้ทุกคนได้ทั้งเรียนรู้และลงมือ ดูแลสุขภาพจริง ผ่านนิทรรศการ การเสวนา และกิจกรรมจากภาคี เครือข่ายมากมาย”

รวมพลังเครือข่ายสุขภาพขับเคลื่อน “Healthy Workplace for All”

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหาร จากหลายหน่วยงานมาร่วมแสดงเจตนารมณ์ ได้แก่ ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. หลุยส์ คริสธานินทร์ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานต่างยืนยันพร้อมร่วมกันสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างสังคมสุขภาพดี ลดภาระโรคไม่ติด ต่อเรื้อรังและทำให้ “ที่ทำงาน” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Well-being อย่างแท้จริง

 ภายในงานมีบูธกิจกรรม จากหลากหลายภาคส่วน ที่ร่วมสร้าง เสริมสุขภาพ อาทิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขให้บริการ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จำนวน 200 โดส ฟรี! สำหรับผู้มาร่วมงาน, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ร่วมกับ เครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย และให้คำแนะนำการ ออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทำงาน, บูธองค์กรพันธมิตรภาคเอกชน แนะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการดูแลสุขภาพ เช่นอุปกรณ์ ตรวจระดับน้ำตาล ตรวจคัดกรองสุขภาพตา เครื่องมือฟิตเนสสำหรับออฟฟิศ และเมนูสุขภาพ Workplace Friendly, เวทีเสวนา “Workplace Well-being for All: From Policy to Practice” เวทีเสวนา Best Practice Showcase: Healthy Organization in Action ถ่ายทอดประสบการณ์จากองค์กรต้นแบบ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย นเรศวร และภาคเอกชนชั้นนำ เวทีเสวนา “ชีวิตกับเบาหวานในที่ทำงาน” โดย ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต็งพันธุ์ (คณะจิตวิทยา จุฬาฯ) และตัวแทนชุมชนผู้เป็นเบาหวาน Young Leaders in Diabetes (Thailand)

นอกจากนี้ ยังมรการจัดแสดงนิทรรศการ 60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ แห่งความมุ่งมั่นเพื่อสุขภาพคนไทย ถ่ายทอดเส้นทางความมุ่งมั่น ของสมาคมฯ ตลอด 6 ทศวรรษ ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ ยกระดับการดูแลผู้เป็นเบาหวาน และการผลักดันการเข้าถึงยา และ เทคโนโลยี  นิทรรศการ “OK to Well-being” มุมถ่ายภาพ–กิจกรรม “OK or Not OK” ให้ความรู้เรื่องพฤติกรรมเสี่ยงและทางเลือกสุขภาพดีในที่ทำงาน พร้อม มุมชิมเมนูสุขภาพ Workplace Friendly

ทั้งนี้ ปี 2568 ถือเป็นปีครบรอบ 60 ปีแห่งการก่อตั้งสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ องค์กรวิชาชีพที่ ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยทุกคน “เข้าใจเบาหวาน อยู่กับเบาหวาน และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ”

อบอุ่นทั้งบ้าน! ศรีริต้า ยกครอบครัวล่องเรือฉลองวันเกิด น้องเรเน่

อบอุ่นทั้งบ้าน! ศรีริต้า ยกครอบครัวล่องเรือฉลองวันเกิด น้องเรเน่

อบอุ่นทั้งบ้าน! ศรีริต้า ยกครอบครัวล่องเรือฉลองวันเกิด น้องเรเน่

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.33 น.

1 ธันวาคม 2568 เผลอไม่นานก็โตเร็วทันใจ สำหรับ น้องเรเน่ ลูกสาวคนเล็กของคู่รักคนดัง กรณ์ ณรงค์เดช และ ริต้า ศรีริต้า เจนเซ่น ที่ตอนนี้อายุครบ 1 ขวบเต็มแล้ว งานนี้คุณแม่ริต้าได้โพสต์ภาพครอบครัวสุดอบอุ่นลงอินสตาแกรม

โดยริต้าได้เขียนข้อความว่า “Happy 1st Birthday, Renee! You are officially ONE — tiny, magical, and already stealing every heart.” (สุขสันต์วันเกิดอายุ 1 ขวบ เรเน่ หนูอายุ 1 ขวบอย่างเป็นทางการแล้ว ตัวเล็ก มหัศจรรย์ และตกหัวใจทุกคนได้อยู่หมัด)

งานนี้ทำเอาแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์อวยพรน้องเรเน่กันแน่นไอจี

คืนดีกันแล้ว เนปจูนง้อเพชรจ้าสำเร็จ อวดโมเมนต์หวานเบาๆ

คืนดีกันแล้ว เนปจูนง้อเพชรจ้าสำเร็จ อวดโมเมนต์หวานเบาๆ

คืนดีกันแล้ว เนปจูนง้อเพชรจ้าสำเร็จ อวดโมเมนต์หวานเบาๆ

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

1 ธันวาคม 2568 หลังสร้างความตกใจให้แฟนคลับไม่น้อย เมื่อก่อนหน้านี้ “ดีเจเพชรจ้า” และแฟนสาว “เนปจูน” ประกาศยุติความสัมพันธ์ผ่านข้อความในกลุ่มแฟนคลับ โดยยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะกัน เพียงมีบางจุดที่ไม่ลงตัว และเพชรจ้ายังเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ไม่อยากบังคับใคร” แต่ถ้าฝ่ายหญิงมาง้อก็พร้อมเปิดใจกลับมาเหมือนเดิม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง รักถึงทางตัน! ‘เพชรจ้า-เนปจูน’ส่งข้อความแจ้งแฟนคลับเผยตัดสินใจร่วมกัน

ล่าสุด เนปจูน ได้โพสต์คลิปร้องเพลงพร้อมเผยให้เห็น ดีเจเพชรจ้า ในบางช่วง เป็นการคอนเฟิร์มเลยว่าทั้งคู่คืนดีกันแล้ว งานนี้ชาวด้อมแฟนคลับแห่เข้ามาคอมเมนต์กันล้นหลายมเลยทีเดียว

https://www.tiktok.com/embed/v2/7578099012213935367?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F931730

พี่สาวสายซัพพอร์ต! เจนนี่ซื้อบ้านคืนให้ลิลลี่ เปิดค่ายเพลงให้น้องดูแล

พี่สาวสายซัพพอร์ต! เจนนี่ซื้อบ้านคืนให้ลิลลี่ เปิดค่ายเพลงให้น้องดูแล

พี่สาวสายซัพพอร์ต! เจนนี่ซื้อบ้านคืนให้ลิลลี่ เปิดค่ายเพลงให้น้องดูแล

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.16 น.

หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือบ้านของนักร้องสาว “ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ที่หาดใหญ่ ซึ่งถูกน้ำท่วมจนทรัพย์สินได้รับความเสียหายหลายส่วน และต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกนาน

ล่าสุด “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” พี่สาว ได้ออกมาประกาศข่าวดีว่า เตรียมซื้อบ้านของลิลลี่ที่ทุ่งสงกลับมาให้น้อง เพื่อใช้เป็นฐานสำคัญของค่ายเพลง “ได้หมดถ้าสดชื่น” อีกครั้ง โดยเจนนี่โพสต์ข้อความใจความว่า

“บ้านลิลลี่ที่หาดใหญ่น้ำท่วมหนัก กว่าจะกลับมาได้คงใช้เวลา และปีต่อ ๆ ไปอาจท่วมอีก เจนนี่เลยคิดว่าจะซื้อบ้านลิลลี่ที่ทุ่งสงกลับมาให้น้องนะคะ ค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่นของเราจะได้กลับมาเหมือนเดิม ให้ลิลลี่กลับไปดูแลบริหาร เปิดบริการห้องอัด ห้องซ้อมเต้น ห้องซ้อมดนตรี เพราะเรามีพร้อมทุกอย่าง ขาดแค่คนดูแล… ศิลปินที่ผ่านทุ่งสง ไม่มีที่พัก ติดต่อมานอนฟรีได้เลยนะคะ มีรองรับ 12 ห้อง ฝากน้องด้วยค่ะ”

ด้าน แม่เกตุ คุณแม่ของสองสาว ก็ร่วมแชร์โพสต์ด้วยความภูมิใจ พร้อมเขียนแคปชันอบอุ่นว่า “ขอบคุณลูกสาวทั้ง 2 เดี๋ยวแม่จะทำกับข้าวบริการลูกค้าเองค่ะ อยากเช่าห้องซ้อม ห้องอัด ก็บอกแม่ได้ ศิลปินวงไหนไม่มีที่นอน มานอนค่ายเพลงลูกแม่ได้นะคะ แม่ยินดีต้อนรับค่ะ”

ขณะที่ ลิลลี่ ได้โพสต์คลิปเล่าความรู้สึกหลังรู้พี่สาวจะซื้อบ้านให้ซ้ำอีกครั้ง เธอยอมรับว่าประหลาดใจและซาบซึ้งมาก โดยกล่าวว่า “พี่เจนบอกจะซื้อบ้านที่ทุ่งสงกลับมาให้ หนูช็อกมาก ดีใจมากๆ และดีใจกว่าเดิมที่พี่เจนให้ดูแลค่าย ทั้งห้องซ้อมเต้น ห้องอัด ทุกคนใช้บริการได้เลย พี่ๆ นักดนตรีใต้ผ่านแถวทุ่งสง มาพักฟรีได้ 20–30 คน ขอบคุณพี่เจนที่ซัพพอร์ตหนูตลอด ไม่เคยทิ้งหนูเลย… ตอนบ้านน้ำท่วมหนูเครียดมาก พี่เจนคอยกอด คอยอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา”

‘แบมแบม’ คืนถิ่นสมศักดิ์ศรี! HOMETOWN Concert ยิ่งใหญ่สมการรอคอย

'แบมแบม' คืนถิ่นสมศักดิ์ศรี! HOMETOWN Concert ยิ่งใหญ่สมการรอคอย

‘แบมแบม’ คืนถิ่นสมศักดิ์ศรี! HOMETOWN Concert ยิ่งใหญ่สมการรอคอย

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

คืนถิ่นทั้งที ไม่มีคำว่าเบา! “แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” เสิร์ฟของขวัญชิ้นใหญ่ให้บ้านเกิด ‘ประเทศไทย’ พร้อมฉลองอัลบั้มเพลงไทยแรกในชีวิต [HOMETOWN] สมศักดิ์ศรีศิลปินระดับโลก ในคอนเสิร์ต “2025 BamBam HOMETOWN Concert in Bangkok” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ณ ธันเดอร์โดม สเตเดียม เมื่อวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดย iMe Thailand ทุ่มสุดตัวสมความเป็นผู้จัด Best Partner

งานนี้มาพร้อมโปรดักชันจัดหนักจัดเต็ม โชว์ความเป็นไทยให้ก้องโลก ทั้งเวทีที่ออกแบบขึ้นเพื่อคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะ กราฟิกที่สอดแทรกกลิ่นอายความเป็นไทยแบบตะโกน รวมถึงบรรยากาศหน้างานที่ถูกเนรมิตราวกับยก “งานวัด” มาไว้ในสเตเดียม เท่านั้นยังไม่พอ แบมแบม ยังพาเกสต์พิเศษศิลปินระดับแถวหน้าแห่งวงการ T-POP อย่าง “ธามไท”, “เจฟ ซาเตอร์” และ “อิ้งค์ วรันธร” ที่ร่วมฟีเจอริงในอัลบั้มเพลงไทยมาขึ้นเวทีแบบครบทีม สร้างโมเมนต์สุดประทับใจตลอดโชว์ เสียงตอบรับล้นหลามทั้ง 2 รอบการแสดง ตอกย้ำความสำเร็จครั้งสำคัญของ แบมแบม ที่ยังครองสถิติในฐานะ “ศิลปินชายเดี่ยว K-POP คนแรกที่จัดคอนเสิร์ตสเตเดียมในประเทศไทยได้สองรอบ” ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และสง่างาม

วินาทีที่ทุกคนรอย คุ้มค่าตั้งแต่เริ่ม! เปิดเวทีอย่างยิ่งใหญ่สุดอลังจากคณะนางรำรายการ ชิงช้าสวรรค์ นักเรียนจากโรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ และโรงเรียนโยธินบูรณะ ที่มาถ่ายทอดความงดงามแบบไทยแท้ ประกอบกับท่วงทำนองเพลง ‘นางฟ้าจำแลง’ ที่กังวานก้องไปทั่วสเตเดียม ก่อนที่แบมแบมจะปรากฎตัวมาในคอสตูมที่ represent ความเป็นไทย ต่อด้วยเพลง ‘Angel In Disguise (Prod. Pharrell Williams)’ และ ‘พี่ไม่หล่อลวง’ เวอร์ชันพิเศษสำหรับคอนเสิร์ตนี้เท่านั้น ความแพรวพราวของแบมแบมเริ่มทันทีที่เอ่ยทักทายแฟนๆ ชาวไทยให้หายคิดถึง หลังจากนั้นไม่รอช้าคอนตินิวความมันส์แบบ Non-Stop ที่บัตรยืนต้องขยับ บัตรนั่งแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ กับเซ็ตลิสต์เพลงฮิต ‘Thank You Come Again’ , ‘Wheels Up’ , ‘Ball Like That’ , ‘TIPPY TOE’, ‘riBBon’ , ‘WONDERING’ ต่อด้วยเพลง Sour & Sweet , Slow Mo ที่เสิร์ฟความใกล้ชิดแฟนๆ ขึ้นรถรางไปหาทั่วสนาม

เสียงกรี๊ดดังสนั่นเมื่อเกสต์คนแรก นักร้องสาวเสียงใส “อิ้งค์ วรันธร” มาเพิ่มสีสันให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดใส ร่วมโชว์กับแบมแบมในเพลง ‘ไฟเขียว’ (Greenlight) ต่อด้วยโชว์เดี่ยวเพลง ‘สายตาหลอกกันไม่ได้’ และ ‘พบรัก’ ก่อนที่แบมแบมจะกลับขึ้นเวทีมาร่วมแจมในเพลง ‘ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม’

อารมณ์น่ารักถูกเปลี่ยนโหมดทันที เมื่อ ‘Let’s Dance’ และ ‘Subliminal’ เปิดเวทีสู่ความเดือด ก่อนถึงคิว “ธามไท” ตัวพ่อสายแดนซ์ขึ้นปะทะแบมแบมใน ‘ไม่มีใครสักคืน (Dancing By Myself)’ แล้วจัดต่อด้วย ‘เปิดใจไม่เปิดตัว’, ‘TOAST TO ME’ และเพลงที่ทุกคนรอ ‘HIT ME UP’ สองหนุ่ม ‘แบมแบม–ธามไท’ ระเบิดเอนเนอร์จี้แดนซ์กระจาย แฟนๆ กรี๊ดจนเจ็บคอ แต่ยังไม่ทันหายเหนื่อย แบมแบมพาไปสนุกต่อกับเพลง PYTHON ซิงเกิลคัมแบคล่าสุดของ GOT7 ในเวอร์ชันโซโล่เป็นครั้งแรก ก่อนลดจังหวะเข้าสู่ ‘Air’ เพลงที่แฟนๆ ทั้งสเตเดียมรอฟัง

เวลาผ่านไปความสุขของทุกคนกลับยิ่งทวีคูณ เมื่อเกสต์คนสุดท้าย “เจฟ ซาเตอร์” ปรากฏตัวในเพลง ‘มากกว่าfriend (More Than Friend)’ สร้างเสียงกรี๊ดกระหึ่มทันทีที่ขึ้นอินโทร ก่อนที่แบมแบมจะส่งต่อเวทีให้เจฟได้เฉิดฉายเต็มที่ ตอกย้ำฉายา เจ้าพ่อโวคอล ด้วยโชว์สุดทรงพลังในเพลง ‘Dum Dum’ และ ‘Black Tie’ ที่สะกดคนทั้งสเตเดียมจนแทบหยุดหายใจ ปิดท้ายด้วยเพลง ‘ซ่อน(ไม่)หา Ghost’ ทั้งเจฟ และแบมแบม ระเบิดพลังเสียงด้วยอารมณ์สุดเข้มข้น ทุกโน้ต ทุกคำร้อง สะกดแฟนๆ จนลืมหายใจ กลายเป็นโมเมนต์ประทับใจที่ตราตรึงในใจ และยากจะลืมของแฟนๆ ทุกคน

จนมาถึงช่วงสุดท้าย แบมแบม ตั้งใจเลือกเพลง ‘Under the Sky’ มาร้องส่งท้ายคอนเสิร์ตครั้งสำคัญในชีวิต เพราะเป็นเพลงที่แต่งให้ GOT7 และแฟนๆ ของเขาทุกคน พร้อมกล่าวความรู้สึกจากใจว่า “ขอบคุณทุกคนที่อยู่กันมานานมากๆ ขอบคุณที่ทำให้ผมมีวันนี้ ทุกคนทำให้ผู้ชายคนนี้คอมพลีต แล้วทำให้แค่เด็กคนเล็กๆ คนนึงที่เคยอยู่ประเทศไทย กลายเป็นคนๆ นึงบนโลกนี้ ขอบคุณทุกคนมากๆ นะครับ ที่ทำให้ผม และชีวิตผมมีความหมายมากๆ เลยนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ ขอบคุณครับ ตลอดระยะเวลาที่ทำอัลบั้ม [HOMETOWN] ผมมีความสุขมาก หลังจากนี้ผมอาจจะไม่ได้ร้องเพลงไทยบ่อยมาก แต่ว่าอย่างหนึ่งที่อยากจะบอก ผมจะกลับมาหาทุกคนบ่อยๆ และผมจะเป็นคนไทยให้ทุกคนภูมิใจต่อไปที่ต่างประเทศนะครับ”

ในช่วงอังกอร์มาครบทุกอารมณ์ ซึ้ง! สนุก!เซอร์ไพรส์! เพลง ‘Look so fine’ ไม่ใช่แค่ออเดิร์ฟที่แบมแบมจะเสิร์ฟทิ้งท้ายเอาใจแฟนๆ ฝ่ายเดียว แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นด้อมที่มีเมนเล่นใหญ่ ก็ต้องเล่นใหญ่สู้กลับ แฟนๆ จัดโปรเจกต์เซอร์ไพรส์แปลอักษรคำว่า  “BAM TOWN” กับรูปดอกไม้ธีม HOMETOWN ในรอบวันเสาร์ และรอบวันอาทิตย์แปลอักษรชื่อ “BAMBAM” พร้อมด้วยโลโก้ของแบมแบม ทำเอาเจ้าตัวแฮปปี้สุดๆ มีพลังใส่เต็มข้อ แบบไม่ออมเอเนอร์จี้ ชวนแฟนๆ มันส์เต็มเหนี่ยว พร้อมชวน “ธามไท-เจฟ-อิ้งค์” กลับขึ้นเวทีอีกครั้งมาร่วมแจม บันทึกความทรงจำดีๆ ไปด้วยกันแบบยิงยาว เพลง ‘NANANA’, ‘Hard Carry’, ‘Lullaby’, Look, และ ‘WONDERING’ เป็นการส่งท้ายคอนเสิร์ตที่ทั้งอบอุ่น ตราตรึงใจ ย้ำให้เห็นภาพชัดว่า “นี่คือการคืนถิ่นบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดของแบมแบม!!” และปิดจบอัลบั้มไทย [HOMETOWN] เกษียณการเป็นศิลปิน T-POP ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!! 

#แบมแบม #뱀뱀 #BamBam

#HOMETOWN

#BamBam_Concert_HOMETOWN

#iMeThailand

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’เปิดศึกดวลลูกอ้อน กับเพลง ‘คนของใจ’

'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'เปิดศึกดวลลูกอ้อน กับเพลง 'คนของใจ'

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’เปิดศึกดวลลูกอ้อน กับเพลง ‘คนของใจ’

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.46 น.

ฮิตหนักมาก “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” เปิดเวทีชิงตำแหน่งหนุ่มน้อยขี้อ้อน ดวลสุดมันในเพลง “คนของใจ” ของพระเอกลิเกเจ้าเสน่ห์ “เอส-ปราชญา” แม่ยกทั้งหลายเตรียมคล้องมาลัย วันพุธที่ 3 ธันวาคมนี้

สัปดาห์นี้เตรียมอมยิ้มตลอดทั้งรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม เอาใจเหล่าแม่ยกพ่อยก ชวนแดนซ์ไปกับเพลงลูกทุ่งจังหวะโจ๊ะ ๆ การันตีความสนุกโดย 2 พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ ที่มาพร้อมเหล่ากรรมการอารมณ์ดี ฝน-ธนสุนทร, ไอซ์-ศรัณยู และกานต์-ทศน ที่งานนี้ไม่ได้ทำหน้าที่กรรมการเพียงอย่างเดียว
แต่ยังพ่วงตำแหน่งพี่เลี้ยงป้อนเทคนิคสอนวิธีการร้อง การทำโชว์ เรียกว่าติวเข้มก่อนส่งน้อง ๆ ดวลกันบนเวที รับประกันว่าสัปดาห์นี้สนุกครบรส ทำถึงจึ้งทุกคนแน่นอน แต่ก่อนจะไปสนุกและลุ้นกับการแข่งขันมีการแสดงชุด “สราญใจไหสวรรค์”ของน้อง ๆ สถาบันเยาวนาฏศิลป์ มาเรียกน้ำย่อยกันด้วย

ประทับใจกับการโชว์สุดพิเศษกันไปแล้ว ถึงเวลาเปิดเวทีดวลกันของ 3 หนุ่มน้อยวัยมัธยม น้องแบงค์, น้องเก้า และน้องปลาวาฬ ที่พกพาความสดใสมาสู้กันแบบไม่มีใครยอมใคร โดยสัปดาห์นี้น้อง ๆ ต้องมาปล่อยลูกอ้อนกันในเพลง คนของใจ ของลิเกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ เอส-ปราชญา งานนี้เหล่าผู้เข้าแข่งขันต้องงัดทุกกลเม็ด ไม่ว่าจะเป็น น้ำเสียงหวาน ๆ ลูกอ้อนสุดน่ารัก หรือแม้แต่ลีลาการแดนซ์ทะเล้น ๆ มาเรียกคะแนนจากกรรมการและรวมถึงแม่ยกพ่อยกทั้งหลาย ต้องมาพิสูจน์กันว่าศึกครั้งนี้ ใครจะคว้าแชมป์และถ้วยรางวัลไปครอง วันพุธนี้รู้กันติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 3 ธันวาคมนี้เวลา 13.30 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment   และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com