‘นิพิฏฐ์’ขอโทษแทนคนปักษ์ใต้ ปมผู้ประสบภัยยิงเรือกู้ภัยช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

'นิพิฏฐ์'ขอโทษแทนคนปักษ์ใต้ ปมผู้ประสบภัยยิงเรือกู้ภัยช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

‘นิพิฏฐ์’ขอโทษแทนคนปักษ์ใต้ ปมผู้ประสบภัยยิงเรือกู้ภัยช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.02 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผมขอโทษแทนคนปักษ์ใต้

ฟังข่าว มีผู้ประสบภัยใช้อาวุธปืนยิงเรือกู้ภัย (เจ็ตสกี) ที่มาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่หาดใหญ่ แล้วผมปวดใจ

ทราบว่าเรือกู้ภัยนั้นเดินทางมาไกล โดยมาจาก จ.เชียงใหม่

ในภาวะวิกฤติ ผมเข้าใจดีว่าทุกคนอยู่ในภาวะกดดัน

แต่การใช้อาวุธปืนยิงเรือที่เขามาช่วยนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะกระทำได้ ทั้งในด้านกฎหมายและจริยธรรม

ท่านมาช่วยชีวิตเรา ไม่มีเหตุผลใดเลย ที่เราจะเอาชีวิตท่าน

ผมคิดว่า จังหวัดสงขลาควรแถลงขอโทษเรือกู้ภัย

เมื่อผิดก็คือผิด และ ต้องยอมรับผิด

ผมในฐานะคนปักษ์ใต้ ขอถือโอกาสนี้ ขอโทษคณะเรือช่วยชีวิต(เจ๊ตสกี) จากจังหวัดเชียงใหม่

แม้คำขอโทษนี้ ไม่สามารถกล่าวในนามคนปักษ์ใต้ได้ทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่า คนปักษ์ใต้จำนวนมากเห็นด้วยกับผม ในการกล่าวคำขอโทษนี้

ขอได้รับคำขอโทษจากผมและคนปักษ์ใต้ครับ

เกมวัดใจ’พท.-ภท.’ เปิด 9 ประเด็นซักฟอก จับตา’อนุทิน’ยุบสภาหรือไม่?

เกมวัดใจ'พท.-ภท.' เปิด 9 ประเด็นซักฟอก จับตา'อนุทิน'ยุบสภาหรือไม่?

เกมวัดใจ’พท.-ภท.’ เปิด 9 ประเด็นซักฟอก จับตา’อนุทิน’ยุบสภาหรือไม่?

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.47 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “น้ำท่วมหาดใหญ่ เพิ่มเงื่อนไขซักฟอกอนุทิน” ระบุว่า…

มีการตั้งคำถาม และมีการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะยุบสภาวันไหน และจะยุบสภาหรือไม่ ซึ่งเงื่อนไขของการยุบสภาอยู่ที่การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 หรือไม่

ถ้าหากยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ นายอนุทินเคยประกาศมาก่อนว่า จะยุบสภาทันที จนล่าสุดมีกระแสข่าวว่า นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้พูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องการให้การโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ3ไปก่อน แล้วค่อยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจะพิจารณาว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่

แต่ถ้าดูความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในเพจของพรรค พูดถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีประเด็นที่เคยเสนอไว้ล่วงหน้า ประมาณ 7 ประเด็นว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น

1.เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งหมายถึงการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย โยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ล็อตแรก 45 ตำแหน่ง ล็อตที่2 อีก 18 ตำแหน่ง และล็อตที่3ล่าสุด ระดับรองผู้ว่าฯอีก 40 ตำแหน่ง

2.เรื่องการเป่าคดีพวกพ้อง คงหมายถึงคดีฮั้วส.ว. และคดีที่ดินเขากระโดง

3.เรื่องการบริหารจัดการน้ำล้มเหลวการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

4.ใช้งบประมาณ4,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการMoto GP เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า

5.ปล่อยประละเลยไม่เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาแก๊งสแกมเมอร์

6.มีการมุบมิบเซ็น MOU แร่หายากหรือแรธ์เอิร์ธกับประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา

7.เสี่ยงทำไทยเสียดินแดน กรณีปฏิญาณสันติภาพ

ส่วน 8 และ 9 ซึ่งเป็นประเด็นเพิ่มมาใหม่นั่นก็คือประเด็นที่ 8 เรื่องผู้แทนการค้าหรือ USTR ของสหรัฐอเมริกาได้ส่งหนังสือระงับการเจรจากำแพงภาษี และประเด็นที่ 9 ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความสามารถการทำหน้าที่แก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ว่า ล้มเหลวมาก

ซึ่งถ้าหากว่าดูประเด็นต่างๆ ซึ่งมีเดิมอยู่แล้ว 7 ประเด็น แล้วก็มีเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ประเด็น รวมเป็น 9 ประเด็น น่าจะเพียงพอสำหรับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน จึงอยู่ที่นายอนุทินว่า จะยุบสภานี้หรือไม่ ถ้ายุบสภาตอนนี้ ก็อาจจะส่งผลเสียต่อคะแนนนิยม เพราะยุบสภาท่ามกลางกระแสความล้มเหลว ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ แต่ถ้ากัดฟันสู้หรือทำเป็นใจดีสู้เสือ เพื่อให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ถูกโหวตตกเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแน่นอน

เกมนี้เป็นการวัดใจกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกนายกรัฐมนตรี ต้องใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาทางการเมืองให้กับรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย

‘กล้าธรรม’เปิดเหตุการณ์ ‘ธรรมนัส’ติงทหาร‘พูดดีๆกับชาวบ้าน’

‘กล้าธรรม’เปิดเหตุการณ์ ‘ธรรมนัส’ติงทหาร‘พูดดีๆกับชาวบ้าน’

‘กล้าธรรม’เปิดเหตุการณ์ ‘ธรรมนัส’ติงทหาร‘พูดดีๆกับชาวบ้าน’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.10 น.

“พรรคกล้าธรรม”เปิดเหตุการณ์ “ธรรมนัส”ติงทหาร”พูดดีๆกับชาวบ้าน” หลังประชาชนร้องถาม”ทำไมทหารต้องตะโกนใส่”

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เพจ “พรรคกล้าธรรม” โพสต์ชี้แจงถึงกระแสดราม่าในโลกโซเชียล ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ได้โชว์อำนาจด่าทหารนั้น

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ระหว่างเดินทางไปตั้งศูนย์บัญชาการที่หน้าห้างโลตัส สาขาหาดใหญ่ใน ได้พบกับรถทหารที่เข้ามาอพยพประชาชนกำลังออกจากห้างโลตัส และได้มีการโต้เถียงกับประชาชนคนหนึ่งที่ตะโกนถามไปยังรถทหารว่า “ทหารทำไมกลับแล้วละ” ทหารภายในรถจึงโต้ตอบตะโกนกลับมาว่า “มากันตั้งแต่เช้าแล้ว” โดยที่ประชาชนคนดังกล่าวก็ตอบกลับมาทาง ร.อ.ธรรมนัส ว่า “ทำไมทหารตะโกนใส่ประชาชนแบบนี้ละ” จึงทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ตำหนิทหารคนดังกล่าวว่า “เวลาพูดกับชาวบ้านให้พูดดีๆ หน่อย”

‘อิ๊งค์’โชว์ภาพ‘ทักษิณ’ ใส่ชุดนักโทษ-ตัดผมสั้นเกรียน โวพ่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง

‘อิ๊งค์’โชว์ภาพ‘ทักษิณ’  ใส่ชุดนักโทษ-ตัดผมสั้นเกรียน  โวพ่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง

‘อิ๊งค์’โชว์ภาพ‘ทักษิณ’ ใส่ชุดนักโทษ-ตัดผมสั้นเกรียน โวพ่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภาพสุดอบอุ่น! “อิ๊งค์-โอ๊ค-เอม” พร้อมหน้าเยี่ยม“ทักษิณ” ครั้งที่ 20 แบบใกล้ชิด กินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกัน“อิ๊งค์”เปิดภาพล่าสุด “ทักษิณ” ร่วมเฟรมวันเยี่ยมใกล้ชิดในคุกคลองเปรมโชว์รูป“ทักษิณ” ใส่ชุดนักโทษ-ตัดผมสั้นเกรียน กับครอบครัว ฝากความเป็นห่วงถึงทุกคนสนามเลือกตั้งชลบุรีสมัยหน้าเดือด!‘เพื่อไทย’ขยับส่งตระกูล ‘ชาญยุทธ-เนื่องจำนงค์’ลงสู้ ด้าน ปชป.พร้อมสู้‘ประมวล’คัมแบกรังเก่า สส.ปชน.’โฆษก กมธ.แก้รธน.เมินพท.ฟื้นสสร.ชี้ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ได้มาจากเลือกตั้ง100%จะเทอะทะกับองค์กรทำรธน.ใหม่ ข้อเสนอเคยถกแล้วในกมธ. ขอความจริงใจทุกฝ่ายช่วยผลักดันแก้ม.256 ตามหลักการสู่เส้นทางได้รธน.ใหม่

เมื่อเวลา 12.45น.วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร บรรยากาศการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 20 นับตั้งแต่ถูกคุมขังภายในเรือนจำ

‘3พี่น้อง’เยี่ยม’ทักษิณ’แบบใกล้ชิด

โดยในวันนี้ทางเรือนจำทุกจังหวัดจัดให้เป็นวันให้เยี่ยมแบบใกล้ชิดถึงตัวซึ่งเปิดให้เยี่ยมในช่วงของเทศกาลปีใหม่นั่งกินข้าวโต๊ะเดี๋ยวกันได้ โดยเฉพาะเรือนจำกลางคลองเปรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน–1 ธันวาคม 2568วันครบรอบ 100 ปี ทำให้ทางครอบครัวชินวัตรจะสามารถมีโอกาสเยี่ยมนายทักษิณได้แบบใกล้ชิดที่สุดนับตั้งแต่นายทักษิณถูกจองจำที่เรือนจำตามคำสั่งบังคับโทษจำคุกของศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

ขณะที่สมาชิกครอบครัวซึ่งร่วมเดินทางมาเยี่ยมในวันนี้ มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็ก , นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายคนโต , น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ เอม บุตรสาวคนกลาง พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ ปอ สามีของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือ ติ๊ก ภรรยาของนายพานทองแท้

ทั้งนี้ 3 พี่น้อง เป็นตัวแทนครอบครัวชินวัตร เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ซึ่งทุกคนเดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนยกมือไหว้สื่อมวลชน และกลุ่มคนเสื้อแดงที่รอให้กำลังใจอยู่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ โดยใช้เวลาในการเข้าเยี่ยมนาน 2 ชั่วโมง

‘อิ๊งค์’โชว์ภาพเยี่ยมพ่อคุกคลองเปรม

ต่อมาเวลา14.50น.ภายหลังการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ พบว่าน.ส.แพทองธาร กับนายพานทองแท้ ได้ถือภาพถ่ายกระดาษA4ปริ้นท์รูปสี ออกมาคนละใบ โดยเป็นภาพนายทักษิณใส่ชุดผู้ต้องขังเสื้อสีฟ้า กางเกงสีน้ำเงิน หน้าตาสดใส ตัดผมสั้นเกรียนและมีบุตรสาว “น.ส.แพทองธารน.ส.แพทองธาร” สวมกอดคุณพ่อรวมทั้งมี นายพานทองแท้,น.ส.ณัฐฐิญา และนายปิฎก ปรากฏภาพอยู่ในเฟรมเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามน.ส.แพทองธารว่าได้ร่วมรับประทานอาหารอะไรกับคุณพ่อบ้างโดยตอบสั้นๆว่ารับประทานก๋วยจั๊บและแฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น ส่วนสุขภาพแข็งแรงโอเคและได้มีการพูดคุยกับคุณพ่อเรื่องปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งคุณพ่อรู้สึกเป็นห่วงและมีการพูดคุยเรื่องนี้เยอะหน่อย

สำหรับในการเยี่ยมโอกาสพิเศษแบบนี้กรมราชทัณฑ์จึงกำหนด ปีละประมาณ 3-4 ครั้งตามแต่ช่วงเทศกาลสำคัญเช่นใกล้เทศกาลปีใหม่ ใกล้เทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละเรือนจำ ซึ่งจะประกาศช่วงเวลาการเยี่ยมแบบพิเศษแตกต่าง

‘อิ๊งค์’โพสต์รูปสุดอบอุ่น’นช.แม้ว’

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตรได้โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับนายทักษิณที่อยู่ในชุดผู้ต้องขังและตัดผมเกรียน ผ่านอินสตาแกรม @ingshin21โดยระบุข้อความว่า เกือบ2ชั่วโมงที่เหมือนได้กลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ

วันนี้ทางเรือนจำ จัดกิจกรรม เยี่ยมญาติใกล้ชิด ให้ญาติๆได้เข้ามาเจอกัน กอดกัน ทานข้าวด้วยกัน แบบไม่ต้องคุยโทรศัพท์ผ่านกระจก ได้เดินตลาดย่อมๆที่พี่ๆน้องๆในเรือนจำทำอาหาร ทำศิลปะมาขาย ได้มีโอกาสอุดหนุนหลายร้านอยู่ค่ะ

“แว๊บนึงรู้สึกเหมือนกลับไปเป็น ด.ญ.แพทองธาร เดินจับมือคุณพ่อ และพี่ๆ เดินตลาดกันแบบตอนเด็กๆ (จริงๆพ่อจะชอบตลาดสดมาก เพราะได้เลือกเอง ตามเมนูที่จะทำให้ที่บ้านทานตอนวันอาทิตย์)ถึงคนที่เป็นห่วงคุณพ่อ ท่านสบายดี รับรู้ถึงความรักความห่วงใย และฝากความเป็นห่วงถึงทุกๆ คนค่ะ”

สนามเลือกตั้งที่ชลบุรีเดือด

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี หลังบ้านใหญ่คุณปลื้ม นำโดย นายสนธนา คุณปลื้ม ผนึกกำลังกับกลุ่มบ้านใหม่ นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น ลงเลือกตั้งในสังกัดพรรคภูมิใจไทยนั้น

พท.จ่อส่ง2ตระกูลใหญ่ชิงเก้าอี้

ล่าสุดมีความเคลื่อนจากพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตส.ส.ชลบุรี เผยว่า ขณะนี้ตนเองได้ถูกวางตัวให้ลงสมัครพรรคเพื่อไทย เขต 8 ชลบุรี ส่วนลูกชาย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล จะลงสมัครรับเลือกตั้งเขต 9 ชลบุรี และได้ลงพื้นที่หาเสียงแล้วเพื่อรับศึกเลือกตั้งสมัยหน้าแล้ว

ด้าน นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนและนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ถูกวางตัวให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 3 ชลบุรี

ปชป.พร้อมสู้‘ประมวล’คัมแบกรังเก่า

ในขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสรัลชา ศรีชลวัฒนา อุปนายกช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความแห่งประเทศไทยและกรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 2 เผยว่าขณะนี้ตนได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไว้เรียบร้อยแล้ว เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 1 ชลบุรี พร้อมจะสู้กับพรรคภูมิใจไทย ที่มีกระแสข่าวว่าน.ส.สุภีพันธุ์ หอมหวล หรือ สจ.แอ้ ลูกสาว นายภาสกร หอมหวล หรือ สท.เหี่ยว หรือนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะลงสมัครรับเลือกตั้ง และสมัยที่ผ่านมาตนเองได้ลงสมัคร สส.ในพื้นที่เขต 1 ชลบุรีมาแล้วเช่นกัน

นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี กล่าวว่า การลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ตนได้ตัดสินใจกลับมาร่วมงานกันพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง เนื่องเคยร่วมงานกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยที่เป็นหัวหน้าพรรคฯเมื่อปี 2550 และตนเองได้รับเลือกตั้งส.ส.ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตาม ตนตัดสินใจจะลงสมัครรับเลือกตั้งเขต 2 อ.เมืองชลบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่เดิม ที่ประชาชนสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จนทำให้ผู้ลงสมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกตั้งยกทั้งจังหวัดชลบุรีทั้งหมด 8 คน

ปชน.เมินพท.รื้อฟื้น สสร.

ที่รัฐสภา น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน (ปชน.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่กมธ.ในส่วนของพรรคเพื่อไทยสงวนความเห็นเตรียมรื้อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เราต้องยืนยันในหลักการตามร่างของพรรคประชาชนว่า หาก สสร.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง 100% ไม่มีประโยชน์อะไรไปมากกว่าการสร้างความเทอะทะให้กับองค์กรเขียนรัฐธรรมนูญ ทำให้ผู้เขียนอยู่ห่างจากประชาชนออกไป

เมื่อถามว่าพรรค ปชน.ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าจะเห็นด้วยกับพรรค พท.หรือไม่ น.ส.พนิดา กล่าวว่า ข้อเสนอที่พรรค พท. สงวนคำแปรญัตติไว้ เป็นสิ่งที่ได้มีการพูดคุยกันไปแล้วในการประชุม กมธ. ฉะนั้น คำอธิบายต่างๆที่พรรคพท.ได้ออกมาแถลงก็เป็นประเด็นที่ได้มีการถกกัน วิเคราะห์ฉากทัศน์กันมาเรียบร้อยแล้ว

“เราเองก็ยืนตามร่างเดิมและเสียงโหวตส่วนใหญ่ในห้องกมธ.เห็นด้วยกับร่างหลักจึงคิดว่าคงต้องตอบคำถามในประเด็นนี้เพื่อยืนยันชัดเจนในที่ประชุมใหญ่อีกครั้ง แต่ไม่ได้มีแนวทางการทบทวน” น.ส.พนิดา กล่าว

ขอความจริงใจช่วยผลักดันแก้ม.256

น.ส.พนิดา กล่าวว่าทั้งนี้ สำหรับข้อจำกัดบนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น และข้อจำกัดที่ต้องผ่านการโหวตของสส.เสียงข้างมาก และสว. 1ใน3 นั้น พยายามหาวิธีการที่ทุกคนสามารถยอมรับร่วมกันได้มากที่สุดบนเป้าหมายของการนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงอยากขอความจริงใจจากทุกฝ่ายในการที่จะผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมเพื่อเปิดทางให้นำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยกัน

นายกฯสั่งเดินหน้าช่วยคนใต้ เยียวยานํ้ำท่วม พร้อมตั้งรพ.สนามหากจำเป็น

นายกฯสั่งเดินหน้าช่วยคนใต้  เยียวยานํ้ำท่วม  พร้อมตั้งรพ.สนามหากจำเป็น

นายกฯสั่งเดินหน้าช่วยคนใต้ เยียวยานํ้ำท่วม พร้อมตั้งรพ.สนามหากจำเป็น

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายกฯสั่งเดินหน้าช่วยคนใต้ เยียวยานํ้ำท่วม พร้อมตั้งรพ.สนามหากจำเป็น พักหนี้-ให้สินเชื่อดอกเบี้ย0% จ่ายชดเชย50%ค่าจ้างแรงงาน

“นายกฯ”แถลงเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้เงินต้องถึงมือทันที รับทราบน้ำลดแล้ว ชี้“ธรรมนัส”สั่งการเปรียบเสมือนนายกฯสั่ง มอบ“ปลัดมท.”ลงพื้นที่ ร่วมทำงานกับ“ผบ.ทสส.”สั่งเตรียมความพร้อมตั้ง“โรงพยาบาลสนาม”หากมีความจำเป็น ขอประชาชนยึดข้อมูล“ศป.กฉ.” เพื่อความถูกต้องลุยถกจัดงบฟื้นฟูน้ำท่วมภาคใต้ ขยายวงเงินทดรองจ่ายผู้ว่าฯ100ล้านบาท ประสาน คปภ.เคลมประกันถ่ายรูปได้เงินทันที ด้านประกันสังคมจ่ายค่าจ้างรายวัน50%นานสูงสุด6เดือน

เมื่อวันที่ 27พฤศจิกายน2568 ที่กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ว่า วันนี้ตนได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหามาตรการให้ความช่วยเหลือ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ ตลอดจนหามาตรการในการช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งในการประชุมในวันเดียวกันนี้ได้มีการประชุมกับหลายหน่วยงานมาแล้ว โดยได้เร่งเรื่องของการตั้งกรอบของการให้การช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟู เหตุที่เกิดขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียงที่ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการจัดสรรกรอบงบประมาณและเชื่อมโยงเครือข่ายทรัพยากร เชื่อมโยงเครือข่ายการสื่อสารให้เป็นไปทิศทางเดียวกัน ซึ่งการดำเนินการตอนนี้ดำเนินการภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการยกเว้นระเบียบต่างๆเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

นายกฯ กล่าวต่อว่า การมาที่กระทรวงการคลังเน้นในเรื่องของการเยียวยาและให้ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจให้กับผู้ที่ประสบความเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือนิติบุคคล ส่วนในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือในเรื่องของความปลอดภัยชีวิตการดำรงชีพของพี่น้องประชาชน ในขณะที่เกิดเหตุนั้นตนได้เดินทางลงไปในพื้นที่อยู่ตลอดเวลาและได้มีการประสานงานกับฝ่ายปกครองและฝ่ายตำรวจฝ่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคงต่างๆ ซึ่งตอนนี้อยู่ในพื้นที่ โดยมีการระดมทรัพยากรทุกอย่างลงไปในพื้นที่ ซึ่งมีผู้บัญชาการสถานการณ์คือผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) อำนวยการในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนรีบขึ้นมาจัดเรื่องงบประมาณในการให้การช่วยเหลือ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานนายกรัฐมนตรี(สลน.)และหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย. (คปภ.) ที่ต้องดูแลเพื่อเร่งจ่ายค่าประกันภัยความเสียหายต่างๆให้กับประชาชนในพื้นที่

นายกฯ กล่าวอีกว่า เน้นในเรื่องของการให้การดำเนินการเหล่านี้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมีมาตรการทางด้านการช่วยเหลือทางด้านการเงินด้วย เรื่องของการลดหย่อนภาษีการคิด งด พักชำระหนี้และการให้สินเชื่อที่ไม่มีดอกเบี้ย เพื่อซ่อมแซม ฟื้นฟูบ้านเรือน ร้านค้า และการที่จะลดค่าใช้จ่ายต่างๆในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้แน่นอนใจและได้ใช้เวลาทุกวินาทีในการเร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบภัยอยู่ในขณะนี้ตนได้ขอให้นายพิพัฒน์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ตอนนี้ทั้ง 2 ท่านประจำอยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมหลายวันแล้ว และได้มีการสั่งการดำเนินการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและดำเนินการในการทำให้ระดับน้ำให้ลดลงไปให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งสั่งการให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

“ผมได้รับทราบมาว่าสถานการณ์ในพื้นที่กำลังคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และผมได้ออกคำสั่งให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านได้รับผิดชอบในเขตจังหวัดที่เกิดน้ำท่วมในปัจจุบัน โดยร.อ.ธรรมนัสสามารถสั่งการเปรียบเสมือนเป็นข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีได้เลย ในพื้นที่จังหวัดสงขลา นายพิพัฒน์ นายโสภณ ชารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี และนายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้รับการมอบหมายให้ไปดูแลในจังหวัดแต่ละจังหวัดที่สามารถสั่งการในนามรัฐบาล หรือสั่งการในนามของนายกรัฐมนตรีได้เลย” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องระบบสาธารณสุขได้มอบหมายนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุขได้มอบหมายให้ดำเนินการให้เกิดความมั่นใจในการให้บริการคนไข้ในโรงพยาบาลในพื้นที่ รวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งโรงพยาบาล ถ้ามีความจำเป็น ซึ่งบุคลากรทางด้านสาธารณสุขเหล่านี้ ทุกท่านมีประสบการณ์ที่ได้ผ่านการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้มาแล้ว ก็ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ และขอให้รับฟังข้อมูลแถลงจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ในทุกๆวันเพื่อจะได้มีการสื่อสารที่ถูกต้องสถานการณ์นี้เหมือนตอนโควิด-19 ถ้าท่านไปรับฟังข่าวสารจากช่องทางอื่นๆก็จะมีความซ้ำซ้อน จึงขอให้ยึดถือข้อมูลที่ทางศป.กฉ.ได้ทำการแถลงทุกวันไว้เป็นข้อมูลที่จะสื่อสารอย่างเป็นทางการกับพี่น้องประชาชน โดยขอให้มีการแถลงช่วงเช้าและช่วงบ่ายเพื่อให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลสถานการณ์ให้มากที่สุด

นายกฯ กล่าวอีกว่า การดูแลพี่น้องประชาชนเราดำเนินการมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุและยังคงดำเนินการต่อไป ยังคงมีการประสานงานอยู่ตลอดเวลาโดยตนจะให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยลงไปดำเนินการบังคับบัญชาสถานการณ์ร่วมกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.)ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวให้มากที่สุด

ทางด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ทางกระทรวงการคลังได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 100 ล้านบาทเพื่อใช้ช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ขณะที่ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง รัฐบาลได้ออกแนวปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างได้ออกหนังสือเวียนแนวปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างสามารถดำเนินการได้ทันทีภายใต้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเบิกจ่ายช่วยเหลือเร่งด่วน โดยกรมบัญชีกลางได้ออกระเบียบให้หน่วยราชการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว

โดยทางนายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้บูรณาการกับภาคส่วนใดต่างๆ เพื่อเตรียมเยียวยาหลังน้ำลดทันที ขณะเดียวกัน ได้ตั้งศูนย์อำนวยการเครือข่ายวายุภักษ์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย. (คปภ.) เรื่องประกันรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมก็จะมีการเคลมที่เร็วและง่ายขึ้น ซึ่ง เลขาฯ คปภ.ได้ประสานกับสมาคมประกันและประกันชีวิต เพื่อเบิกจ่ายเงินได้ทันทีแค่ถ่ายรูปเคลมได้เลย ส่วนรายละเอียดจะมีการชี้แจงอีกครั้ง แต่หัวใจสำคัญคือนายกสั่งว่าเงินต้องลงทันที

“นายกฯ กำชับให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท ให้ถึงมือประชาชนทันที โดยไม่ให้มีความล่าช้า” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ ได้หารือกับสถาบันการของรัฐและสมาคมธนาคารไทย จะมีแพ็กเกจในการพักหนี้พักดอก สำหรับครัวเรือนที่เดือดร้อนทันที เพื่อไม่ให้เป็นภาระ นอกจากนั้น ยังมีสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อเยียวยาฟื้นฟู ซึ่งระบบทั้งหมดจะต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อให้เงินลงเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแบงค์รัฐหรือเอกชน

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่าอธิบดีกรมธนารักษ์ลงพื้นที่ไปสำรวจ โดยกระทรวงการคลังมีที่ราชพัสดุก็ได้ให้เป็นที่พักพิงช่วยเสริมสำหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับที่พักตัวเองได้ เบื้องต้นมีอยู่ประมาณ 5-6 แห่ง ที่สามารถรองรับประชาชนได้ สำหรับเครือข่ายวายุภักษ์ กรมศุลกากร สถาบันการเงินของรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่สนับสนุนการลำเลียงสิ่งของ การขนส่ง และการช่วยเหลืออื่น ๆ อย่างใกล้ชิด ทุกมาตรการมีเป้าหมายสำคัญเดียวกัน คือ “เงินและความช่วยเหลือต้องถึงมือประชาชนทันที” และเมื่อสถานการณ์น้ำลด ทุกระบบจะถูกนำมาใช้ฟื้นฟูได้ทันทีตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า หลังเกิดอุทกภัย นายกรัฐมนตรีสั่งการด่วนให้เร่งสำรวจผลกระทบ พบสถานประกอบการกว่า 10,000 แห่ง และลูกจ้างราว 200,000 คน ได้รับผลกระทบ (ข้อมูล ณ 26 พ.ย.) กระทรวงแรงงานจึงเร่งเดินหน้าโครงการ เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ โดยกองทุนประกันสังคมจะจ่ายชดเชย 50% ของค่าจ้างรายวัน นานไม่เกิน 6 เดือน สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่สามารถไปทำงานได้ ผู้ประกันตนสามารถยื่นเรื่องได้ทันทีผ่านสำนักงานประกันสังคมหรือทางเว็บไซต์ ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานได้จัดตั้ง ศูนย์ซ่อมสร้าง ลงพื้นที่ช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนและยานพาหนะหลังน้ำลด ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีสั่งเร่งเบิกจ่ายงบช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเงินเยียวยา 9,000 บาทนายกฯ เห็นชอบแล้ว พร้อมจ่ายทันที ขณะเดียวกันได้เตรียมงบฟื้นฟูระยะต่อไป โดยประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ยืนยันงบพร้อมดำเนินการ

‘สงขลา’น้ำเริ่มลด-ลุยช่วยคนติดค้าง เร่งกอบกู้‘หาดใหญ่’ ดับสังเวยน้ำท่วมแล้ว55ศพ

‘สงขลา’น้ำเริ่มลด-ลุยช่วยคนติดค้าง  เร่งกอบกู้‘หาดใหญ่’  ดับสังเวยน้ำท่วมแล้ว55ศพ

‘สงขลา’น้ำเริ่มลด-ลุยช่วยคนติดค้าง เร่งกอบกู้‘หาดใหญ่’ ดับสังเวยน้ำท่วมแล้ว55ศพ

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘สงขลา’น้ำเริ่มลด-ลุยช่วยคนติดค้าง เร่งกอบกู้‘หาดใหญ่’ ดับสังเวยน้ำท่วมแล้ว55ศพ รัฐบาลจ่ายศพละ2ล้านบาท ‘สตูล-ปัตตานี’ยังอ่วมหนัก

“ธรรมนัส”ถกแผนเคลียร์รถกีดขวางเส้นทางอู่ตะเภา เพื่อเร่งส่งอาหารวันละ 2 หมื่นกล่องให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็ว พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูหาดใหญ่ หลังน้ำลดแล้วบางพื้นที่ รวมถึงตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำในจุดน้ำท่วมขัง ผบ.ทสส.ย้ำทุกภาคส่วนช่วยเหลือผู้ติดค้างออกมาให้เร็วที่สุด ด้านมท.3เผยผู้ว่าฯสงขลาแจงน้ำเริ่มลดระดมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำช่วยเต็มที่โต้ปภ.ไม่ช้า เหตุพื้นที่กว้าง ส่วน “สตูล” ยังวิกฤตต่อเนื่องเมืองยังจม อ.ละงูน้ำสูงเท่าอก ชุมชน-ถนน 7 เส้นทางหลักถูกตัดขาด ยังเฝ้าระวังระดับน้ำ-ดินถล่ม “ปัตตานี” ยังหนัก มวลน้ำจากยะลาไหลมาสมทบ ขณะที่ รองผวจ.ปัตตานีฝ่ากระแสน้ำเชี่ยว ลอยคอนำอาหารไปส่งชาวบ้าน หลังเรือขัดข้องกลางทาง ด้านยะลาเริ่มคลี่คลาย บางพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลด

เมื่อวันที่ 27พฤศจิกายน ร้อยเอกธรรมนัสพรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมชลประทาน กรมประมง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กองทัพ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อติดตามวางแผนบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังสถานการณ์น้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง

ถกแผนรับมือหลังน้ำลด-ตั้งเครื่องระบายน้ำ

ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า แม้น้ำจะลดลงแต่ทุกยุทโธปกรณ์ยังตั้งกำลังสแตนด์บายอยู่ในพื้นที่ โดยเร่งใช้เครื่องสูบน้ำระบายจากจุดน้ำท่วมขัง ซึ่งกรมชลประทานจะจัดทีมลงพื้นที่วางแผนปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ประสานกองทัพดูแลศูนย์อพยพฝั่งตะวันออก ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตำรวจ ภาคเอกชนและจิตอาสา จะสนับสนุนการขนย้ายและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จำเป็น คาดว่าตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ปริมาณฝนในสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงจะเบาบางลงจนเกือบไม่มี ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

เคลียร์รถกีดขวางสะพานข้ามคลองอุ่ตะเภา

“ผมสั่งการเคลียร์สะพานข้ามคลองอู่ตะเภา เป็นการเร่งด่วน เพราะบริเวณนั้นมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากขวางเส้นทาง ส่งผลให้ไม่สามารถลำเลียงอาหาร-น้ำดื่มเข้าสู่ชุมชนได้ จำเป็นต้องเข้าจัดการด้วยการเคลื่อนย้ายหรือดันรถให้พ้นพื้นที่ ผมขอให้ประชาชนเข้าใจว่า ไม่ใช่การทำลายทรัพย์สิน แต่เพื่อเปิดทางช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับอาหารและยังเดือดร้อน”ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวและว่า วันนี้เราเตรียมทำอาหารวันละ 18,000-20,000 กล่อง เพื่อนำส่งให้ประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่เขต 8 ที่ขณะนี้น้ำเริ่มลงมากแล้ว วันนี้เราจะใช้รถลำเลียงอาหารเข้าไปให้ประชาชน และตนได้พูดคุยกับเลขาธิการ กสทช.ผู้แทนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ทรู-เอไอเอส ยืนยันว่า พื้นที่ตั้งแต่โลตัสหาดใหญ่จนถึงสี่แยกสนามบินจ่ายไฟฟ้าได้แล้ว ส่งผลให้สัญญาณโทรศัพท์กลับมาใช้งานปกติ ยกเว้นจุดที่น้ำยังท่วมต้องรอประเมินความปลอดภัยก่อน

และสั่งการให้ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระดมกำลังพล ดูแลศูนย์พักพิงทั้งจุดโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ และจุดอื่นๆ ช่วยเพื่อรักษาความปลอดภัย และจัดระเบียบการเคลื่อนย้ายประชาชนกลับบ้าน เนื่องจากมีผู้อพยพกว่า 20,000-30,000 คน

โดยศูนย์พักพิงขนาดใหญ่ที่โรงเรียนยรส มีผู้ประสบภัยถึง 7,000 คน ต้องดูแลเป็นพิเศษ และหลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงเตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่เมืองสงขลาทั้งหมด โดยรอคำสั่งจากนายกฯถึงภารกิจฟื้นฟู

สงขลาอ่วมแสนครัวเดือดร้อน

ที่ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พล.อ.อุกฤษฎ์บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.)ในฐานะผู้อำนวยการสถานการณ์การบูรณาการความช่วยเหลือ หลังครม.ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครอบคลุมพื้นที่จ.สงขลา มอบให้ผบ.ทสส.บัญชาการหน้างาน พร้อมพล.ท.นรธิปโพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และทุกภาคส่วนร่วมหารือติดตามสถานการณ์น้ำท่วมสงขลา เพื่อปรับแผนเข้าช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วทั่วถึงมากที่สุด

ผบ.ทสส.กล่าวต่อ่ว่าจากสถานการณ์ครั้งนี้ มีประชาชนได้รับผลกระทบรุนแรง มีรายงานพบความเสียหายครอบคลุมพื้นที่ 15 ตำบล 57 หมู่บ้าน และ 162 ชุมชน คิดเป็นจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบสูงถึง 104,917 ครัวเรือน และมีประชาชนเดือดร้อนรวม 243,778 คน ส่วนการช่วยเหลือได้เร่งรัดต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอพยพประชาชนนอกจากนี้ ยังตั้งศูนย์พักพิงเพื่อรองรับผู้ประสบภัยรวม 11 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้อพยพพักพิงอยู่รวม 14,160 คน ในส่วนการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ได้อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 3,190 คน

ตั้งรพ.สนาม-ศูนย์ฟอกไต-ศูนย์พักพิงเพิ่ม

สำหรับภารกิจบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการใช้ อากาศยานปฏิบัติการไปแล้ว 29 เที่ยวบิน แม้ว่าสภาวะโดยรวมจะยังปกติ แต่ยังมี ฝนตกหนักในบางแห่ง ดังนั้น จึงมีการเน้นย้ำให้ทุกส่วนเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ติดค้าง โดยใช้ทั้งรถ เรือ และอากาศยาน ในการเข้าถึงพื้นที่ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการลำเลียงอาหารและการเร่งผลิตเสบียงให้เพียงพอและทั่วถึง และยังวางแผนถึงการฟื้นฟูบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนขยะที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ส่วนแผนการดำเนินงานต่อไป ได้วางแผนเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพิ่มเติม เพื่อรองรับการอพยพที่อาจเพิ่มขึ้น รวมถึงการยกระดับบริการทางการแพทย์ โดยจะจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และศูนย์ฟอกไตของสภากาชาดไทยเพิ่ม ซึ่งจะเร่งดำเนินการจัดหาสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยให้รวดเร็วที่สุด

ปริมาณน้ำเริ่มลด-ระดมเครื่องสูบพร้อม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการช่วยเหลือประชาชนที่ตกค้างในพื้นที่ประสบอุทกภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนช่วยออกมาได้ 1,000 คน แต่ประชาชนบางคนขออยู่บ้าน ไม่ยอมออกจากพื้นที่ โดยปภ.จะส่งข้าวส่งน้ำ ส่วนปริมาณน้ำในพื้นที่ได้พูดคุยกับนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าฯสงขลาว่า ปริมาณน้ำในพื้นที่ลดลงเยอะแล้ว และได้พูดคุยกับหน่วยงานราชการต่างๆทราบว่าได้นำเครื่องสูบน้ำประมาณ 200-300 เครื่อง ตั้งแต่ 24-40 นิ้ว ในการติดตั้งในพื้นที่ และคาดการณ์ว่าหากสูบน้ำออกได้ก็จะสูบทันที โดยปัญหาหลักที่พบกระแสน้ำเชี่ยว เรือท้องแบนบางจุดเข้าไม่ได้

โต้ปภ.ไม่ได้ทำงานช้า-พื้นที่กว้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการทำงานของ ปภ. ค่อนข้างล่าช้า นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ไม่ได้ล่าช้า แต่อย่าลืมว่าพื้นที่กว้างใหญ่ ไม่ใช่จุดเล็กๆ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ในเขตเทศบาล เราก็เปิดศูนย์รับข้อมูลข่าวสารเข้ามา

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีน้ำท่วมหนักทั้งในพื้นที่พัทลุงและสตูล จะกระจายความช่วยเหลืออย่างไร นายศักดิ์ดา กล่าวว่า หนักทุกพื้นที่ เราต้องขนอุปกรณ์จากภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานบางส่วนเข้าไปช่วย

ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล ทุกคนลงไปอยู่ในพื้นที่ ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี อธิบดี และปลัดกระทรวงอยู่ในพื้นที่หมด ยืนยันการสั่งการไม่ซ้ำซ้อน เพราะมีศูนย์บัญชาการ และแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็น 4 โซน มีหัวหน้าทีมชัดเจน ส่วนเรื่องความโกลาหลเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ลงไปดูมากกว่า 1,000 คนที่ช่วยกัน ส่วนเหตุประชาชนยิงปืนไล่หน่วยกู้ภัยที่ลงพื้นที่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ปลัดมท.สั่งเร่งฟื้นฟูหาดใหญ่

นายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยทุกภาคส่วนได้น้อมนำพระราชกระแสห่วงใยและรับสั่งให้ระดมสรรพกำลังทุกฝ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งการหน่วยงานทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ได้ระดมสรรพกําลังช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อยู่ในพื้นที่พักพิงที่ปลอดภัย และบูรณาการเร่งฟื้นฟูให้เร็วที่สุดตอนนี้ได้รับรายงานถึงสถานการณ์ในพื้นที่ปริมาณน้ำลดลงเรื่อย ๆ และเราก็จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู โดยระดมสรรพกำลัง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน และหน่วยงานทหาร ได้ลงไประดมทุกภาคส่วนเร่งช่วยเหลือประชาชนในการทำความสะอาดบ้านเรือน ถนนหนทาง ฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด และเร่งเยียวยาตามระเบียบกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลอนุมัติ

รมว.สธ.สั่งเร่งย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์รมว.สาธารณสุข ประชุมทางไกล (Web Conference) ติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พื้นที่ภาคใต้ ก่อนเผยว่า ที่ประชุมคุยกัน 3เรื่องหลัก เรื่องที่ 1 การขนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งเป็นการขนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ จากโรงพยาบาล (รพ.) หาดใหญ่ไปรพ.ใกล้เคียง เช่น รพ.สงขลา รพ.สงขลานครินทร์หรือมอ.ซึ่งที่ผ่านมาได้ทยอยขนย้ายผู้ป่วยไปจำนวนหนึ่งแล้ว ตอนนี้เหลือประมาณ 20 ราย วันนี้ต้องขนย้ายให้ครบทุกราย อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในรพ.หาดใหญ่เริ่มลดลงแล้ว ซึ่งรถยกสูงของหน่วยทหาร (GMC) สามารถเข้าประตูด้านหลังรพ.ได้ ซึ่งสามารถลำเลียงขนส่งอาหารและเวชภัณฑ์ยาเข้าไปให้ภายในรพ.หาดใหญ่ เพราะขณะนี้ยังมีผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว สีเหลืองประมาณ500 ราย รวมถึงญาติและบุคลากรทางการแพทย์อีกหลายร้อยราย ยังอยู่ในรพ.หาดใหญ่ ทั้งนี้ ถังบรรจุออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในรพ.หาดใหญ่ คาดว่าจะเพียงพอจนถึงประมาณ 48 ชั่วโมง

สั่งตั้งรพ.สนาม7แห่งรอบหาดใหญ่

นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องที่ 2 การจัดตั้ง รพ.สนาม ขนาด 50 เตียง ในพื้นที่ใกล้เคียงรวม 7 แห่ง ซึ่งมอบหมายให้ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลต่างๆ เป็นผู้อำนวยการ รพ.สนาม เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ โดย รพ.สนาม ทั้ง 7 แห่ง ดังนี้ 1.รพ.สุราษฎร์ธานี ดูแล รพ.สนามเทศบาลคลองเรียน 2.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ดูแล รพ.สนามหาดใหญ่ 3.รพ.ตรัง ดูแล รพ.สนามศาลาเทศบาลหาดใหญ่ 4.รพ.ยะลา ดูแล รพ.สนามเทศบาลควนลัง 5.รพ.พัทลุง ดูแล รพ.สนามเทศบาลรัตภูมิ 6.รพ.นราธิวาส ดูแล รพ.สนามบริษัทหาดทิพย์ จำกัด และ 7.รพ.สงขลา ดูแล รพ.สนามสนามบินหาดใหญ่ ขณะที่ รพ.สนาม ที่ มอ. จะมีกรมการแพทย์เป็นผู้บริหารจัดการ โดยคาดว่าภายในวันนี้จะสามารถจัดตั้ง รพ.สนามได้ครบทุกแห่ง

“เรื่องที่ขอยืนยันคือ รพ.หาดใหญ่ เราจะไม่ปิด เราจะพยายามรักษาเอาไว้ในลักษณะนี้ เมื่อน้ำเริ่มลดเราก็จะส่งกำลังบำรุงไปเพิ่มเติม ส่งเวชภัณฑ์เข้าไป รพ.หาดใหญ่ ได้ เราจะพยายามกู้ รพ.หาดใหญ่ ให้กลับมามีศักยภาพในการให้บริการประชาชน เพราะเป็น รพ.ขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูง ขณะที่ รพ.สนาม ที่จัดตั้งขึ้นมา 7 แห่ง ก็จะสามารถรองรับผู้ป่วย ประชาชนที่ออกมาจากพื้นที่หลังน้ำลด เรื่องที่3 การฟื้นฟูระบบสาธารณสุข โดยกรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมการแพทย์และกรมควบคุมโรค โดยจะจัดส่งวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ไปในพื้นที่ รวมถึงเวชภัณฑ์ยาให้เพียงพอรองรับกับประชาชนที่จะเข้ามารับการบริการหลังน้ำลด’นายพัฒนา

สตูลวิกฤติต่อเนื่องเมืองยังจม

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจ.สตูล แม้ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง แต่สถานการณ์น้ำท่วมในเขตตัวเมือง ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ โดยหลายเส้นทางยังถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่อง โดยเฉพาะถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองสตูล บริเวณสะพานคลองตายายระดับน้ำยังสูงจนรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถข้ามผ่านได้ หลายคันติดค้างอยู่กลางกระแสน้ำ ขณะที่รถยนต์ขนาดใหญ่แม้มีโอกาสลุยน้ำได้ แต่ยังต้องประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ส่วนรถจักรยานยนต์จำเป็นต้องใช้ทักษะและความระมัดระวังสูงในการประคองรถฝ่าแนวน้ำเชี่ยวเพื่อเข้าไปทำธุระในพื้นที่ชั้นในของตัวเมืองภายในเขตชุมชนเมืองสตูล ตั้งแต่ย่านตลาดสด ชุมชนปานชูรำลึก ไปถึงชุมชนโคกพยอม ปริมาณน้ำลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บ้านเรือนจำนวนมากยังได้รับผลกระทบหนักจากภาวะน้ำท่วมขัง โดยในบางชุมชนที่ระดับน้ำยังสูง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงจำเป็นต้องตัดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าช็อต

ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล (ปภ.) ออกประกาศแจ้งเตือนเป็นระยะเกี่ยวกับความเสี่ยงดินโคลนถล่มในพื้นที่ลาดชันและเชิงเขา ช่วงวันที่ 26-29 พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ได้แก่ อำเภอควนกาหลง อำเภอเมืองสตูล และอำเภอมะนัง พร้อมแนะนำประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น ไฟฉาย ยา และเอกสารสำคัญ หากพบสัญญาณผิดปกติให้รีบอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวทันที

อ.ละงูน้ำสูงเท่าอก-ชุมชนถูกตัดขาด

ที่อ.ละงู ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวของ จ.สตูล ยังอยู่ในภาวะวิกฤตรุนแรง หลายจุดมีระดับน้ำสูงถึงระดับอก การสัญจรด้วยรถทุกชนิดแทบเป็นไปไม่ได้ ทำให้หลายชุมชนถูกตัดขาดจากถนนสายหลักโดยสมบูรณ์ หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ (นรภ.ทร.) เกาะหลีเป๊ะ พร้อมสถานีเรือละงู และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกำแพงระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนในซอยปากปิง นำอาหาร น้ำดื่ม และของจำเป็นลุยเข้าไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย โดยต้องใช้เรือท้องแบนฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเข้าไปยังจุดที่น้ำท่วมสูง เจ้าหน้าที่เผยว่าหลายพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำ มีระดับน้ำสูงมากจนการเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังอย่างมาก

เฝ้าระวังระดับน้ำ-ดินสไลด์เพิ่ม

ทั้งนี้ แม้จะมีการแจ้งเตือนให้ชาวบ้านในจุดเสี่ยงเร่งอพยพ แต่ประชาชนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในบ้าน 2 ชั้นยังคงปฏิเสธการย้ายออก โดยให้เหตุผลว่ายังใช้ชั้นบนพักพิงได้ และต้องการอยู่ดูแลทรัพย์สินในบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ย้ำให้ทุกครัวเรือนติดตามประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำใกล้ชิด หากระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นหรือเกิดดินสไลด์เพิ่ม ต้องพร้อมอพยพทันทีเพื่อความปลอดภัย

ฝนยังหนักน้ำป่าจมแล้ว7อำเภอ

ข้อมูลอัพเดทเมื่อวานนี้ (26 พฤศจิกายน) จ.สตูลเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มหลายพื้นที่ โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ 30 ตำบล 219 หมู่บ้าน 20 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 26,349 ครัวเรือน รวม 68,926 คน ผู้บาดเจ็บ: 18 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย คมนาคมทางหลวงรวม 17 เส้นทาง ผ่านได้ 10 เส้นทาง ผ่านไม่ได้ 7 เส้นทาง จากน้ำท่วมผิวทางแนวโน้มสถานการณ์แม้ฝนจะเริ่มลดลงในหลายพื้นที่ แต่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและชุมชนริมลำธาร อาจเกิดเหตุซ้ำซ้อนได้หากมีฝนเพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย

ปัตตานีอ่วมรับน้ำยะลาแรงสุด30ปี

เช่นเดียวกับ สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปัตตานีที่ยังวิกฤติ หลังมวลน้ำจากจังหวัดยะลา ไหลสมทบในแม่น้ำปัตตานีต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นทุกชั่วโมง โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนจำนวนมาก หนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ อำเภอโคกโพธิ์ หลายหมู่บ้านระดับน้ำสูง 1-2 เมตร บางจุดสูงถึง 3 เมตร ถนนหลายสายถูกตัดขาด การสัญจรเข้าออกต้องใช้เรือเท่านั้น โดยเฉพาะบ้านเรือนชั้นเดียวที่น้ำท่วมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทำให้ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องรีบอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมเตรียมอพยพเพิ่มเติมหากระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น

รองผวจ.ลอยคอฝ่าน้ำแจกสิ่งของ

นายไชย พรนิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีพร้อมนายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ นายอำเภอโคกโพธิ์ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ปกครอง ผู้นำท้องที่ รวมถึงกำลังจากชุดสันติสุขที่ 504 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านชะเมา หมู่ 2 ตำบลนาเกตุ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์และนำสิ่งของยังชีพเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ระหว่างทางเรือยนต์เกิดขัดข้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องลอยคอนำอาหารและน้ำดื่มเข้าไปให้ประชาชน รองผู้ว่าฯจึงตัดสินใจเดินฝ่าน้ำท่วมเข้าไปแจกสิ่งของด้วยตนเอง ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวและระดับน้ำที่สูงกว่า 1-2เมตร ส่วนศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านชะเมา ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้รองรับผู้ประสบภัย ขณะนี้ระดับน้ำสูงขึ้นถึง 3-4 เมตร แต่ยังสามารถอยู่ได้

รายงานล่าสุดระบุว่า อำเภอโคกโพธิ์ ได้รับผลกระทบรวม 12 ตำบล 83 หมู่บ้าน 11,640 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 40,195 คน เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือต่อเนื่อง ทั้งการอพยพ การส่งอาหาร และการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็กช่วงบ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยังได้เดินทางไปให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีตำรวจตุยง อำเภอหนองจิก ซึ่งถูกจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว หลังจากโรงพยาบาลสนามอำเภอหนองจิกเดิมถูกน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถเปิดบริการได้ โดยสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้จังหวัดต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประเมินความเสี่ยงเพื่อเตรียมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยงสูง

ท่วมยะลาเริ่มคลี่คลายน้ำลดบางจุด

ที่จ.ยะลาหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ล่าสุดฝนหยุดตกแล้ว ฟ้าสว่าง มีฝนตกลงมาเพียงบางเบาบางช่วง ระดับน้ำในหลายจุดเริ่มลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลท่าสาป ตำบลหน้าถ้ำ ตำบลสะเตงนอก ตำบลสะเตง รวมถึงเขตเทศบาลนครยะลา พื้นที่กระทบหนักในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการสำรวจพบว่า ชุมชนหัวสะพาน (สะเตง) ใกล้แม่น้ำปัตตานี ระดับน้ำเริ่มลดลง ชาวบ้านบางส่วนเริ่มทำความสะอาดที่พัก ขณะที่บริเวณสวนขวัญเมือง น้ำยังคงขังล้อมรอบพื้นที่ รอการเร่งระบายน้ำลงสู่คลองมูซอและเชื่อมต่อสู่แม่น้ำปัตตานี ทั้งนี้ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีลดลงประมาณ 30 เซนติเมตร ส่งสัญญาณดีต่อการคลี่คลายสถานการณ์โดยรวม อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตตำบลท่าสาป ยังมีน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด หากไม่มีฝนตกเพิ่ม แนวโน้มว่าน้ำจะลดลงภายใน 1-2วัน

ติดตั้งเครื่องสูบเร่งระบายน้ำ

ด้านการบริหารจัดการน้ำ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้ระดมทีมสำนักช่าง โดยมี นางโซฟีนา อามิน ผู้อำนวยการสำนักช่าง ลงพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณด้านหลังสถานีขนส่งเทศบาลนครยะลา (ตลาดเมืองใหม่) 3 เครื่องเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำปัตตานี บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและช่วยให้พื้นที่กลับคืนสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด ส่วนพื้นที่รอบนอกยังมีการจัดทีมเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งมอบอาหาร น้ำดื่ม และสนับสนุนการเดินทางในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังสูง

ดับเซ่นน้ำท่วม85ศพ-สงขลา55ศพ

เวลา 16.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.) แถลงผลการประชุม ศป.กฉ.ว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์มหาอุทกภัย โดยข้อมูลโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ถึงวันที่ 27 พ.ย. มีผู้เสียชีวิตแล้ว
85 ศพ เฉพาะใน จ.สงขลา โดยแบ่งเป็นเคสน้ำท่วม 55 ศพ และเคสที่ไม่ได้เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วม 30 ศพ โดยขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำหนดกรอบในการเยียวยาไว้แล้ว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ศป.กฉ.ส่วนหลัง ได้ส่งข้อมูลไปให้ ศป.กฉ.ส่วนหน้าถึงกรณีที่มีการร้องขอช่วยเหลือเร่งด่วน จำนวนทั้งสิ้น 4,010 เคส สามารถดำเนินการแล้วเสร็จนำคนกลับมาเข้าสู่ศูนย์อพยพได้ 3,492 เคส คิดเป็น 87% ของทั้งหมด ขณะเดียวกัน ได้อนุมัติเงินปลงศพสำหรับผู้เสียชีวิตในกรณีน้ำท่วมศพละ 2 ล้านบาท

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“สื่อมวลชนควรนำเสนอเฉพาะการช่วยเหลือจริงของหน่วยงานและอาสาสมัครที่ทำจริง ปัญหาความเดือดร้อนและแนวทางแก้ไขปัญหา ที่จะช่วยชีวิตชาวบ้านได้จริงอย่างเร่งด่วนเท่านั้นครับ”

นายสมชาย แสวงการ

อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ด่วน! กรมการปกครอง มีคำสั่งให้ นายอำเภอหาดใหญ่ ออกจากราชการไว้ก่อน

ด่วน! กรมการปกครอง มีคำสั่งให้ นายอำเภอหาดใหญ่ ออกจากราชการไว้ก่อน

ด่วน! กรมการปกครอง มีคำสั่งให้ นายอำเภอหาดใหญ่ ออกจากราชการไว้ก่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 22.13 น.

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กรมการปกครอง ร่อนหนังสือระบุว่า ตามที่กรมการปกครอง ได้มีคำสั่งให้ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ตำแหน่งนายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วยราชการวิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการประจำ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป นั้น 

สืบเนื่องจากขณะนี้เหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลาถือเป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่สร้างความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สิน และเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 10/2568 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ได้ยกระดับการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง(ระดับ 4) ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยที่ตำแหน่งนายอำเภอเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ ที่จะต้องอยู่ในพื้นที่เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ประชาชน แต่ปรากฏว่านายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ได้อยู่ในพื้นที่ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 และไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้อีกเลย ประกอบกับผู้บังคับบัญชาในทุกระดับก็ไม่สามารถ ติดต่อสื่อสาร และสั่งการได้เช่นกัน ทำให้ไม่สามารถประสานงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที 

นอกจากนี้นายอำเภอหาดใหญ่ยังไม่เข้าร่วมประชุมประจำวันกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑณทหารบก ที่ 42 เพื่อประสานงานและรับทราบแนวทางในการแก้ไขปัญหา ข้อสั่งการ คำสั่งของผู้บังคับบัญชาในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจะต้องเข้าร่วมประชุมเป็นประจำทุกวันทำให้เกิดความเสียหายต่อการปฏิบัติราชการ 

ดังนั้น กรมการปกครองพิจารณาแล้ว จึงได้มีคำสั่งให้นายเอก ยังอภัย ณ สงขลามาช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง และได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง รักษาการในตำแหน่งนายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แทน 

ซึ่งขณะนี้นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง ได้ลงพื้นที่ไปปฎิบัติงานอย่างใกล้ชิดและได้ประสานงานบูรณาการกับหน่วยทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

ต่อมากรมการปกครองได้ตรวจสอบแล้วพบว่า นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญา กรณีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  ได้สั่งให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อำเภอหนองจิก ที่ 10 จังหวัดปัตตานี ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้รรยนต์ของทางราชการบรรทุกวัสดุอุปกรณ์ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างบ้านพักส่วนตัวของตน
ในเขตพื้นทีอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา และสั่งการให้ไปทำการก่อสร้างบ้านพักส่วนตัวหลังดังกล่าวโดยมิชอบ 

ด้วยเหตุดังกล่าวกรมการปกครอง พิจารณาแล้วเห็นว่า ตำแหน่งนายอำเภอเป็นตำแหน่งสำคัญของกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย บุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ย่อมต้องดำรงเพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และความไว้วางใจจากประชาชนพื้นที่ การที่ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องเกียวกับความประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ประกอบกับภารกิจของกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย รวมถึงภารกิจของรัฐบาล มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่

กรมการปกครองจึงมีคำสั่งให้ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ออกจากราชการไว้ก่อน ในฐานความผิดตามมาตราแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และมีมูลความผิดทางวินัย
อย่างร้านแรง ตามมาตรา51) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551

การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด มิได้มีเจตนาเพื่อกลั่นแกล้งผู้หนึ่งผู้ใดตามที่ปรากฎข่าวสารแต่อย่างใด จึงเรียนมาเพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริงโดยทั่วกัน

เปิ้ล นาคร เข้าพบ รมว.ธรรมนัส ขอเคลียร์ประเด็น ข้อมูลคลาดเคลื่อนหลังโฟนอินรายการดัง

เปิ้ล นาคร เข้าพบ รมว.ธรรมนัส ขอเคลียร์ประเด็น ข้อมูลคลาดเคลื่อนหลังโฟนอินรายการดัง

เปิ้ล นาคร เข้าพบ รมว.ธรรมนัส ขอเคลียร์ประเด็น ข้อมูลคลาดเคลื่อนหลังโฟนอินรายการดัง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.06 น.

“เปิ้ล นาคร” เข้าพบ “รมว.ธรรมนัส” ขอเคลียร์ประเด็นข้อมูลคลาดเคลื่อน หลังโฟนอินรายการข่าว เจ้าตัวลั่น! เรียกใช้ได้ทุกเมื่อ

27 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เปิ้ล นาคร ศิลาชัย ได้เข้าพบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) หลังเกิดกระแสสังคมตั้งข้อสงสัยว่าทั้งสองมีความเห็นไม่ตรงกัน จากกรณีข้อมูลระหว่างเปิ้ล นาคร และ ร.อ.ธรรมนัส ที่นำเสนอไม่สอดคล้องกัน จนถูกมองว่าอาจเกิดความขัดแย้ง

บรรยากาศการพบปะเป็นไปอย่างผ่อนคลายและเป็นกันเอง โดยเปิ้ล นาคร กล่าวว่า ผมรู้ว่าพี่อยู่ตรงนี้และทำงานจริง ระหว่างพูดคุย เปิ้ล นาครยังสอบถามถึงขั้นตอนการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตในสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ได้อธิบายว่า ตามกฎหมายจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดำเนินขั้นตอนบันทึกหลักฐานก่อน จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายร่างได้ ทุกอย่างจึงต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด

จากนั้น ทั้งคู่ได้กอดกัน โดยเปิ้ล นาคร กล่าวว่า มีอะไรเรียกใช้ผมได้ทันทีครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในคืนวันที่ 26 พฤศจิกายน หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนและเดินทางกลับที่พัก เปิ้ล นาคร ยังได้เข้าไปสวัสดีและพูดคุยให้กำลังใจ ก่อนจะแยกย้ายกัน โดยไม่มีบรรยากาศของความขัดแย้งใด ๆ

กกต.กำชับผู้สมัคร อบต.-พรรคการเมือง ยึดกม.เคร่งครัด ปมแจกของช่วยน้ำท่วม ชี้ทำผิดมีโทษหนัก

กกต.กำชับผู้สมัคร อบต.-พรรคการเมือง ยึดกม.เคร่งครัด ปมแจกของช่วยน้ำท่วม ชี้ทำผิดมีโทษหนัก

กกต.กำชับผู้สมัคร อบต.-พรรคการเมือง ยึดกม.เคร่งครัด ปมแจกของช่วยน้ำท่วม ชี้ทำผิดมีโทษหนัก

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.42 น.

กกต.แจงละเอียดยิบแนวทางผู้สมัครอบต. พรรคการเมือง  สส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แจกของ-อนุมัติโครงการช่วยน้ำท่วม ช่วงใกล้เลือกตั้ง ต้องยึดกม.เคร่งครัด  ป้องกันเสี่ยงถูกร้องเอื้อประโยชน์ให้ได้รับเลือกตั้ง ซ้ำผิดเจอโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้ชี้แจงแนวทางการหาเสียงเลือกตั้ง และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามกฎหมายสำหรับผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งอบต. ผู้ดำรงตำแหน่ง ส.อบต. นายก อบต. ปลัด อบต. รวมถึง พรรคการเมืองและบุคคลทั่วไปที่อาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบได้ในช่วงใกล้เลือกตั้งและอาจถูกเข้าใจผิด ว่าเข้าข่ายการให้ของเพื่อจูงใจในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

โดยในส่วนของสมาชิกสภาและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่ครบวาระในวันที่ 27 พ.ย.68 นี้ และอยู่ในช่วงเตรียมการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.69 การให้ความช่วยเหลือใด ๆ ของผู้สมัครหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 65 พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คือ 1. ผู้สมัคร สมาชิกสภาและนายกอบต.ที่ครบวาระในวันนี้ สามารถเริ่มหาเสียงเลือกตั้งได้ตั้งแต่ 180 วันก่อนวันครบวาระ หรือตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2568 ถึง 18.00 น. ของวันที่ 10 ม.ค.69 โดยการคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 61 ซึ่งบัญญัติว่า ในการคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครสำหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ให้คำนวณตามค่าใช้จ่าย ที่ใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้งสำหรับในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากการครบวาระ ให้คำนวณ ค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่ 180 วันก่อนวันที่ครบวาระจนถึงวันเลือกตั้ง

อย่างไรตาม ในช่วงระหว่างวันดังกล่าว ผู้สมัครและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ต้องปฏิบัติตามมาตรา65 ของกฎหมายเดียวกัน ที่กำหนดว่าผู้สมัครและผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ต้องไม่กระทำการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนเสียงให้ตนเองหรือผู้อื่น ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ 1. ห้ามจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เช่น เงิน ของขวัญ หรือ สิ่งของต่าง ๆ

2. ห้ามให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัดหรือศาสนสถานอื่น สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบัน อื่นใด

3. ห้ามทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ เช่น คอนเสิร์ต หรือการแสดงรื่นเริงต่าง ๆ

4. ห้ามเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด

5. ห้ามหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจ ให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใด

ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งอบต.มีข้อจำกัดช่วง 90 วันสุดท้าย ก่อนครบวาระ หรือ ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.- 26พ.ย.68 การอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ จะต้องพึงระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 65 วรรคสอง ในกรณีที่อบต. นายกอบต.หรือ ปลัด อบต. อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ได้แก่ การมอบทรัพย์สินหรือสิ่งของใดๆ การให้ประโยชน์แก่ชุมชนหรือหน่วยงาน  การจัดกิจกรรมรื่นเริง การจัดเลี้ยง การดำเนินการใดที่อาจจูงใจให้เกิดความนิยมต่อผู้สมัคร

ยกเว้นเพียง 3 กรณีเท่านั้นที่สามารถทำได้ คือ 1. โครงการที่มีลักษณะเป็นการบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติสาธารณะ 2. โครงการต่อเนื่องที่ดำเนินการเป็นประจำอยู่แล้ว 3.โครงการที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี  ซึ่งองค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ หากเป็นการช่วยเหลือโดยตรงตามหน้าที่และอำนาจ และไม่เชื่อมโยงกับผู้สมัครหรือการหาเสียงเลือกตั้ง

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่สามารถดำเนินการบรรเทาทุกข์ตามหน้าที่ และอำนาจ แต่หากผู้มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งในอนาคตเข้าไปเกี่ยว ข้อง เช่น ร่วมแจก สิ่งของ หรือปรากฏตัวในการมอบสิ่งของ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 65 พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ องค์การบริหารส่วนตำบล จึงสามารถช่วยเหลือได้เฉพาะในนามหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ใช่ในนามผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง และต้องไม่มีเจตนาหรือผลเป็นการหาเสียงแฝง

ขณะที่พรรคการเมือง สมาชิกพรรคการ เมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การให้สิ่งของหรือเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยของพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการ เมืองสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกกต. ว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการให้ตามประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควร และการยื่นคัดค้านเกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ที่กำหนดว่าการให้ในแต่ละโอกาส ตามปกติประเพณี  พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ได้มูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท

การให้ในแต่ละโอกาส เมื่อมีเหตุอันสมควรแก่ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติ  พรรคการเมืองให้ได้มูลค่าไม่เกิน 3,000,000 บาท
 
ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท กรณีการให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้เกินกว่าจำนวน ที่กำหนดไว้ ให้นำราคาหรือมูลค่าของเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ดังกล่าว เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนที่กำหนด ไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร รับเลือกตั้งหรือของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป ทั้งนี้ หากไม่ดำเนินการดังกล่าวจะต้องระวางโทษ ตามมาตรา 154 และมาตรา 155 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ บทโทษตามมาตรา 155 กำหนดว่าต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี