‘ชนินทร์’กระทุ้งรัฐ เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ชัด

‘ชนินทร์’กระทุ้งรัฐ เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ชัด

‘ชนินทร์’กระทุ้งรัฐ เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ชัด

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.32 น.

“ชนินทร์”กระทุ้งรัฐ เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ชัด อย่าลอยแพผู้เสียชีวิตจากการป่วย หวังตัดยอดต่ำ ติงบริหารล้มเหลวแล้วอย่าสื่อสารล้มเหลวด้วย

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะอดีตเลขานุการ รมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐบาลแถลงยืนยันผู้เสียชีวิต 85 ราย เป็นผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมแค่ 55 ราย โดยจะเยียวยาศพละ 2 ล้านบาท ผมอยากให้รัฐบาลแถลงหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อสร้างความสบายใจให้ครอบครัวผู้ประสบเหตุ อย่าปล่อยให้ประชาชนอยู่ในความกังวลครับ

1. การเสียชีวิตที่ระบุว่า #เสียชีวิตจากน้ำท่วม คือเหตุลักษณะใดบ้าง ?

เฉพาะการจมน้ำหรือโดนน้ำพัด หรือรวมไปถึง การเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเตียงที่อพยพไม่ทัน หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ด้วยหรือไม่ เช่น การหัวใจวาย ไตวาย หรือตรอมใจ ระหว่างติดอยู่ในที่พัก เป็นต้น

2. กรณีที่ถูกตัดยอดว่า #ไม่ได้เสียชีวิตจากน้ำท่วม เหล่านั้น จะได้รับการเยียวยา 2 ล้านบาท หรือไม่ ? หรือมีเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาอื่นๆ อย่างไร ?

อย่าให้เป็นตามข้อกังวลของชาวบ้าน ว่ารัฐบาลอาจสรุปยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมน้อยกว่าความเป็นจริง เพื่อลดแรงกระแทรกทางการเมือง จนอาจเป็นเหตุให้ครอบครัวผู้ประสบภัยบางกลุ่ม ถูกตัดสิทธิ์การช่วยเหลือเยียวยาที่พึงได้รับ

เอาข้อเท็จจริงมารายงานกับประชาชนให้ชัดเจนโดยด่วนนะครับ ปัญหาเรื่องการบริหารล้มเหลวของรัฐบาลมีมากแล้ว อย่าซ้ำเติมด้วยปัญหาการสื่อสารล้มเหลว อีกเรื่องเลยครับ

รัฐบาลเผยหลักเกณฑ์เยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 9 จังหวัดใต้

รัฐบาลเผยหลักเกณฑ์เยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 9 จังหวัดใต้

รัฐบาลเผยหลักเกณฑ์เยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 9 จังหวัดใต้

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.26 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่สถานการณ์อุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้ ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมหน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมือลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน พร้อมสั่งการให้เร่งเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ โดยให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ เร่งสำรวจความเสียหายทันทีที่น้ำลดเพื่อจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรผู้เสียหาย

สำหรับหลักเกณฑ์การเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ ได้กำหนดตามประเภทสัตว์เลี้ยงและจำแนกตามช่วงอายุและจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อรายดังนี้

1. โค อายุน้อยกว่า 6 เดือน อัตราตัวละไม่เกิน 13,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1ปี อัตราตัวละไม่เกิน 22,000 บาท อายุ 1-2 ปี อัตราตัวละไม่เกิน 29,000 บาท อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 35,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 5 ตัว

2. กระบือ อายุน้อยกว่า 6 เดือน อัตราตัวละไม่เกิน 15,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี อัตราตัวละไม่เกิน 24,000 บาท อายุ 1-2 ปี อัตราตัวละไม่เกิน 32,000 บาท อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 39,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 5 ตัว

3. สุกร อายุ 1-30 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 1,500 บาท อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 3,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 10 ตัว

4. แพะ/แกะ อายุ 1-30 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 1,500 บาท อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 3,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 10 ตัว

5. ไก่พื้นเมือง/ไก่งวง อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 80 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 300 ตัว

6. ไก่ไข่ อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 100 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว

7. ไก่เนื้อ อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 20 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 50 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว

8. เป็ดไข่ อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 100 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว

9. เป็ดเนื้อ/เป็ดเทศ อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 80 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว

10. นกกระทา อายุ 1-21 วัน อัตราตัวละไม่เกิน 10 บาท อายุ 21 วันขึ้นไป อัตราตัวละไม่เกิน 30 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 1,000 ตัว

11. นกกระจอกเทศ อัตราตัวละไม่เกิน 2,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 10 ตัว

12. ห่าน อัตราตัวละไม่เกิน 100 บาท ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 300 ตัว

13. แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ อัตรา 1,980 บาท/ไร่ ช่วยเหลือไม่เกิน รายละ 30 ไร่

“จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของกรมปศุสัตว์ พบสัตว์ตายและสูญหาย 78,721 ตัว ใน 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี สตูล สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และสงขลา โดยในจำนวนนี้เป็นโค-กระบือ 1,439 ตัว สุกร 8 ตัว แพะ 98 ตัว แกะ 21 ตัว และสัตว์ปีก 77,155 ตัว รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

‘เด็จพี่’สวนกลับ’สมชาย’ชี้สิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดเป็นของผู้ต้องขังทุกคน แนะลดอคติเลิกหามุมจับผิด

'เด็จพี่'สวนกลับ'สมชาย'ชี้สิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดเป็นของผู้ต้องขังทุกคน แนะลดอคติเลิกหามุมจับผิด

‘เด็จพี่’สวนกลับ’สมชาย’ชี้สิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดเป็นของผู้ต้องขังทุกคน แนะลดอคติเลิกหามุมจับผิด

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.20 น.

‘เด็จพี่’สวนกลับ’สมชาย’หยุดบิดเบือน ชี้สิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดเป็นสิทธิผู้ต้องขังทุกคน ไม่ใช่อภิสิทธิ์ของใคร แนะอ่านระเบียบราชทัณฑ์ให้ชัด-ลดอคติเลิกหามุมจับผิด 

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2568 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายสมชาย แสวงการ อดีตสว. โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำคลองเปรม ให้ช่วยตอบคำถาม เหตุใดจึงมีการถ่ายภาพข่าวดังกล่าว ออกมาเผยแพร่นี้ได้ เป็นการอนุญาตทั่วไปหรือไม่ หลังนายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรชาย บุตรสาว พร้อมด้วยคู่สมรส เดินทางไปเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ภายหลังการเข้าเยี่ยมได้ปรินท์ภาพสี ขนาดเอสี่ที่ลูกๆ ถ่ายภาพร่วมกับนายทักษิณหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ออกมาให้สื่อมวลชนได้ดูว่า กรมราชทัณฑ์ชี้แจงเป็นการเยี่ยมญาติใกล้ชิด ภายใต้โครงการถ่ายภาพร่วมกับครอบครัว เป็นการให้บริการของทางเรือนจำ เป็นความสมัครใจของครอบครัวและผู้ถูกคุมขัง สามารถปรินท์ภาพออกมาให้ครอบครัว ญาตินำไปเป็นที่ระลึกได้ ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวถ่ายภาพ รวมทั้งโครงการนี้ทำต่อเนื่องมาหลายปี  

“ขอให้นายสมชายตั้งสติก่อนโพสต์ ควรไปศึกษาระเบียบกรมราชทัณฑ์ต่อเรื่องนี้ให้ละเอียดทุกบรรทัด ก่อนที่จะออกมาแสดงความคิดเห็น อย่าใช้อคติส่วนตัวหามุมจับผิด อดีตนายกฯทักษิณถูกรัฐประหารปี 2549 มีการตั้งหน่วยงานปฏิปักษ์ขึ้นมาตรวจสอบ เอาผิด เป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด ท่านต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ไปอยู่เมืองนอกมา 17 ปี แต่ยังมีความรัก ห่วงใยบ้านเมือง พอกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แม้จะถูกจองจำ ยอมรับตามกระบวนการยุติธรรม” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า น.ส.แพทองธารและลูกๆ ของนายทักษิณรู้ดีอะไรทำได้ ทำไม่ได้ ตอนเข้าเยี่ยมใช้สิทธิตามปกติ ตามที่เรือนจำอนุญาต ปฏิบัติตามระเบียบทางเรือนจำทุกอย่าง ไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น แปลกหรือลูกไปเยี่ยมหาพ่อ เมื่อมีโอกาสไม่ต้องสนทนาผ่านกระจกกั้น เมื่อได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร ได้ถ่ายภาพตามที่เรือนจำอนุญาต จะแสดงออกซึ่งความรัก ความใกล้ชิด ผูกพันออกมาตามประสาลูกๆ กับพ่อ 
เท่าที่ทราบโครงการเยี่ยมญาติแบบใกล้ชิดมีมาตั้งแต่ปี 2540 และถูกยกระดับเป็นนโยบายตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน เรือนจำที่มีความพร้อมจะจัดโครงการตามเทศกาลสำคัญๆ ใกล้สงกรานต์ ใกล้ปีใหม่ เพื่อเสริมสร้างความผูกพันอันดีของผู้ถูกคุมขังกับญาติ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นายสมชายอย่าหาเรื่องจับผิด โดยไม่ศึกษาหาข้อมูลให้ละเอียด การเยี่ยมญาติใกล้ชิดเป็นสิทธิ ของผู้ต้องขังทุกคน ไม่ใช่อภิสิทธิ์ของใคร อะไรอภัยได้ควรอภัยกัน ปล่อยวาง จะตามจองล้างจองผลาญกันไปถึงเมื่อไหร่ ตัดอคติในใจออกบ้าง ถ้ามีเวลาว่างก็ควรเข้าวัดไปทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรมบ้าง จิตใจจะได้ลดอคติลงบ้าง ขนาดคนที่เคยอยู่ตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทย อดีตนายกฯ ทักษิณบางคน เมื่อเห็นอดีตนายกฯ ทักษิณกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถูกจองจำ เขายังยอมรับ ชื่นชมในความกล้าหาญที่ท่านเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คนไทยเขาถือ คนล้มอย่าข้าม อย่าไปซ้ำเติม แต่กับบางคนนอกจากไม่ปล่อยวางแล้ว ยังหาโอกาสกระทืบซ้ำเมื่อมีโอกาส เรื่องแบบนี้ไม่เกิดกับตัว คนใกล้ชิด ญาติพี่น้องคงไม่รู้หรอก หันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำเพื่อประโยชน์บ้านเมืองดีกว่า โดยเฉพาะเหตุการณ์หลังน้ำท่วมใหญ่ หาดใหญ่และภาคใต้หลายจังหวัด ยังต้องการความคิด ไอเดียดีๆ ที่ต้อง ฟื้นฟูทั้งด้านจิตใจ เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่กันอีกมาก

‘สว.อังคณา’ชี้เคส‘ภราดร’ สิ่งที่พลาดอย่างมากคือ‘ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ’

‘สว.อังคณา’ชี้เคส‘ภราดร’ สิ่งที่พลาดอย่างมากคือ‘ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ’

‘สว.อังคณา’ชี้เคส‘ภราดร’ สิ่งที่พลาดอย่างมากคือ‘ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.50 น.

อำนาจมาพร้อมความรับผิดชอบ! “สว.อังคณา”ชี้เคส”พ่อตือ”ออกโรงป้อง”ลูกแบด”ตีเงียบไม่ตอบปมวิกฤตน้ำท่วมใต้ไม่ผิด แต่สิ่งที่พลาดอย่างมากคือ”ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ” ทั้ง”แจ้งเตือนข้อเท็จจริง-ลดทอนเสียหายจากน้ำท่วม” แซะไม่ใช่แค่มาเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ-ยุบสภาตาม MOA 2 พรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีที่ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกพรรคภูมิใจไทย อดีตรองประธานสภาฯ อดีตรัฐมนตรี และอดีต สส.หลายสมัย ออกมาปกป้อง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บุตรชาย จากการที่ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนเรื่องน้ำท่วม ว่า กรณีนี้ไม่ได้เป็นการทำอะไรผิด แต่ที่ผิดพลาดอย่างมากคือ ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน การบอกข้อเท็จจริงกับประชาชนเพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ รวมถึงการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเพื่อลดทอนความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น อำนาจมาพร้อมกับความผิดชอบ

“ในฐานะที่รัฐบาลมีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศ จึงมีหน้าที่บำบัดและร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ยืนเคียงข้างรับผลกระทบร่วมกันในทุกสถานการณ์ ไม่ใช่แค่มาเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภาตาม MOA ของ 2 พรรคการเมือง สิทธิในชีวิตคือสิทธิมนุษยขน และสิทธิในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐคือสิทธิพลเมือง” นางอังคณา กล่าว (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘เสี่ยตือ’ให้กำลังใจ’ลูกแบด’ ก้มหน้า ทุ่มเท ตั้งใจ ทำงานที่รับผิดชอบในหน้าที่ให้ดีที่สุด)

ลุยหาดใหญ่รอบที่ 4 นายกฯเผยสถานการณ์ดีขึ้น-เขต 8 ยังท่วม/ไม่ตอบปม’มาเฟีย’

ลุยหาดใหญ่รอบที่ 4 นายกฯเผยสถานการณ์ดีขึ้น-เขต 8 ยังท่วม/ไม่ตอบปม'มาเฟีย'

ลุยหาดใหญ่รอบที่ 4 นายกฯเผยสถานการณ์ดีขึ้น-เขต 8 ยังท่วม/ไม่ตอบปม’มาเฟีย’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.38 น.

นายกฯลงพื้นที่หาดใหญ่รอบที่ 4 เผยสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ดีขึ้น เผยเขต 8 น้ำยังท่วม ไม่ตอบปมมาเฟีย เตรียมประชุมหน่วยงานหลังสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินออกจาก บน.6 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการฟื้นฟูเยียวยา หลังสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย โดยเมื่อนายกฯ เดินทางถึง จะเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยนายกฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่หาดใหญ่ ถึงสถานการณ์ในขณะนี้ที่พื้นที่ อ.หาดใหญ่ หลายพื้นที่ สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายแล้ว ว่า น้ำลดลงแล้ว แต่ว่ายังมีส่วนที่ยังมีน้ำท่วมอยู่คือ พื้นที่ขต 8 อ.หาดใหญ่ ซึ่งวันนี้ที่ตนเดินทางลงพื้นที่ไป ก็เตรียมเรื่องของความช่วยเหลือทั้งหมดลงไป ตรงไหนที่เราขาดตกบกพร่อง ก็จะรีบไปเติมเต็มให้เรียบร้อย ตอนนี้สถานการณ์มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะเร่งไปดูพี่น้องประชาชนตอนนี้อย่างเต็มที่ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณีมาตราการฟื้นฟู และเรื่องมาเฟียในพื้นที่เขต 8 โดยนายกฯ ไม่ได้ตอบคําถามดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ของนายกฯ ในวันเดียวกันนี้ เป็นการเดินทางลงพื้นที่เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งไม่มีการแจ้งกำหนดการที่ชัดเจนว่านายกฯ จะลงพื้นที่จุดใดบ้าง เนื่องจากต้องประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ที่หน้างานอีกครั้ง

เปิดตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ สธ.ระดมทีมแพทย์-นิติเวช ลงพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

เปิดตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ สธ.ระดมทีมแพทย์-นิติเวช ลงพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

เปิดตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ สธ.ระดมทีมแพทย์-นิติเวช ลงพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.52 น.

“รมว.สาธารณสุข”เผยตัวเลขผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่กว่า 60 ราย “สธ.”ระดมทีมแพทย์-นิติเวช ลงพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พร้อมตั้งตู้คอนเทนเนอร์เก็บร่าง ขอ ปชช.ฟังข้อมูลเพจสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตที่ชัดเจนจากสถานการณ์น้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า ขอให้ทางศูนย์กลางเป็นผู้รายงานเพื่อจะได้เป็นตัวเลขเดียวกัน ซึ่งจะมีการรายงานทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น ทั้งนี้ได้มีการตกลงกันว่าจะมีการรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตที่มีการนำร่างมาไว้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเข้าใจว่ายังมีผู้เสียชีวิตที่ยังไม่พบและนำศพมาไว้อีกจำนวนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตผู้รวบรวมคือกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายพัฒนา กล่าวว่า เราตกลงกันว่าจะเอาตัวเลขของสาธารณสุขที่อยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นตัวเลขที่จะแจ้งออกไป ส่วนของ ปภ.และหน่วยงานอื่นๆ ที่พบเจอถ้ายังไม่สามารถส่งมาให้ได้เราจะทำการจดบันทึกนับไว้ และหากมีการเคลื่อนย้ายมาก็จะชี้แจงให้ทราบ

เมื่อถามว่า หากกู้ภัยหรือจิตอาสาพบผู้เสียชีวิตจะต้องนำไปรวมไว้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อรวบรวมตัวเลขใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องกระบวนการเมื่อเราพบเจอศพจะมีการทำสัญลักษณ์เพื่อรอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป ส่วนจะต้องเอามารวมที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หรือไม่นั้น ตอนนี้ขอเวลาสักครู่ในการพิจารณา เพราะว่ายังมีผู้เสียชีวิตที่ครอบครัวอาจจะไม่ได้แจ้งก็ยังไม่ได้นำศพมา หากแจ้งไปว่าจะต้องเอามารวมที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กลัวจะเป็นการสับสน แต่ท่านสามารถโทรมาแจ้งที่ศูนย์พักพิงหรือโรงพยาบาลสนามได้ แต่ดีที่สุดคือโทรไปแจ้งที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และขอให้ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนว่าเจอศพที่ใด ลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อง่ายต่อการนับและไม่เกิดการนับซ้ำ

เมื่อถามว่า เมื่อเช้าเห็นมีทีมนิติเวชมาขึ้นเครื่องบินที่กองบิน 6 ค่อนข้างเยอะ เรามีแผนที่จะนำทีมนิติเวชลงไปในพื้นที่เท่าไหร่ นายพัฒนา กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้เรียกระดมทีมแพทย์และนิติเวชจากทั่วประเทศ หากท่านใดมีความพร้อมที่จะลงไปให้แจ้งต้นสังกัดได้เลย ส่วนกลางจะช่วยประสานในการเดินทางลงพื้นที่ให้ และในส่วนของทีมแพทย์นิติเวชเรามีแพทย์ลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ประมาณ 20 คน และทีมงานเจ้าหน้าที่ 39 คน และเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ย.มีลงไปอีก เดี๋ยวจะมีลงไปเพิ่มเติมเพราะเราเรียกระดมทั่วประเทศ ทั้งนี้ เรื่องการปฏิบัติหน้าที่นั้น นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอธิบดีอีกหลายกรมลงไปในพื้นที่แล้วตั้งแต่ 06.00 น.ช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ย.เพื่อจัดระเบียบและสั่งการ ส่วนโรงพยาบาลสนามที่เปิดไว้ 8 แห่ง กำลังส่งกองสนับสนุนลงไป และตนกับอธิบดีกรมสุขภาพจิตกำลังลงไป เพื่อดูแลประชาชนในศูนย์อพยพ โรงพยาบาลสนาม และประชาชนที่ยังอยู่บ้านเรือน เราคาดว่าจะมารับยา รับอาหาร เราจะสนับสนุนกำลังตรงนี้ให้เต็มที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ตนได้สั่งการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ประสานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ ที่ไม่ประสบภัยเพื่อจัดตั้งโรงครัว อสม.ในโรงพยาบาลสนามต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และจัดหาน้ำดื่มอาหารให้เพียงพอสำหรับประชาชนที่น้ำลดและสามารถออกจากบ้านได้

เมื่อถามว่า ทีมนิติเวชที่ลงไปจะไปอยู่ที่จุดไหนบ้าง นายพัฒนา กล่าวว่า จะอยู่ที่ไหนเดี๋ยวจะแจ้งอีกทีหนึ่ง ส่วนกรณีเรื่องข้อมูลที่อาจจะไม่เป็นความจริงต่างๆ ขอให้ติดตามเพจกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงกรมต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบข่าวว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หากทีมงานพบเจอข่าวที่ไม่เป็นความจริง จะรีบตรวจสอบและนำลงในเพจให้เร็ว ครบถ้วน ถูกต้องที่สุด

เมื่อถามว่า มีรายงานยอดผู้เสียชีวิต 104 ราย นายพัฒนา กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าตัวเลขนี้มาจากไหน ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า เป็นข้อมูลจากเพจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายพัฒนา กล่าวว่า อันนั้นเป็นตัวเลขที่อยู่ที่ตำรวจ แต่ข้อมูลที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เท่าที่ตนทราบเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ย.อยู่ที่ราว 60 กว่าราย ซึ่ง นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี ช่วยตั้งตู้คอนเทนเนอร์เพื่อเก็บรักษาผู้เสียชีวิต เบื้องต้นเราตั้งแล้ว 6 – 8 ตู้ ยังรองรับได้พอสมควร ส่วนสถานการณ์อัพเดทอย่างไรตนลงไปในพื้นพื้นที่แล้วจะอัพเดทให้ทราบ

‘ธนกร’ประสานผู้ประกอบการรถยนต์​ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม​

'ธนกร'ประสานผู้ประกอบการรถยนต์​ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม​

‘ธนกร’ประสานผู้ประกอบการรถยนต์​ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม​

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.34 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม​ กล่าวถึงการลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมคณะกับนายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่​ ว่า​ ตอนนี้หาดใหญ่น้ำลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังทำงานไม่ได้​ ต้องลงไปดูเรื่องเยียวยา​ ซึ่งในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม​ ได้เตรียมให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างไปช่วยซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม​ด้วย

‘เสี่ยตือ’ให้กำลังใจ’ลูกแบด’ ก้มหน้า ทุ่มเท ตั้งใจ ทำงานที่รับผิดชอบในหน้าที่ให้ดีที่สุด

'เสี่ยตือ'ให้กำลังใจ'ลูกแบด' ก้มหน้า ทุ่มเท ตั้งใจ ทำงานที่รับผิดชอบในหน้าที่ให้ดีที่สุด

‘เสี่ยตือ’ให้กำลังใจ’ลูกแบด’ ก้มหน้า ทุ่มเท ตั้งใจ ทำงานที่รับผิดชอบในหน้าที่ให้ดีที่สุด

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.04 น.

“เสี่ยตือ”ให้กำลังใจ”ลูกแบด” ก้มหน้า ทุ่มเท ตั้งใจ ทำงานที่รับผิดชอบในหน้าที่ให้ดีที่สุด ด้าน”ภราดร”โพสต์”เช้านี้ลุยต่อ มีเรื่องให้ทำอีกเยอะ”

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ปิดไมค์ลุกเดินหนี หลังสื่อมวลชนจี้ถาม ถึงเวลาที่รัฐบาลจะยอมรับหรือยัง ว่าประเมินสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ผิดพลาด โดยล่าสุด นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พ่อของนายภราดร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงลูกชาย ระบุว่า #จับจิต

เห็นภาพนี้ของลูกชายแล้ว เห็นใจอย่างจับจิต

เข้าใจทั้งความรู้สึกของสื่อ สังคม และของลูก

ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง

ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะตั้งคำถามเพื่อคลายความข้องใจ

ทุกคนที่เป็นแหล่งข่าวมีสิทธิที่จะเลือกตอบหรือไม่

อยู่ที่ช่วงจังหวะของเวลา

การเลือกที่จะไม่ตอบบางคำถามที่เคยตอบไปแล้ว

ไม่ใช่ความผิดแน่นอน

แต่จังหวะช่วงที่สื่อและสังคมอยากได้คำตอบอีก

เขาก็มีสิทธิที่จะไม่พึงพอใจได้

ทำใจ และอดทนกับปรากฎการณ์นี้ให้ได้นะลูก

ป๋า ให้กำลังใจ และเห็นใจนะ

ป๋า ยืนยันกับลูกว่า ลูกไม่ได้ทำผิดที่ไม่ตอบคำถาม

แต่ไม่ถูกใจ สื่อบางคนและไม่ถูกใจคนในสังคมบางคนเท่านั้น

ก้มหน้า ทุ่มเท ตั้งใจ ทำงานที่รับผิดชอบในหน้าที่ให้ดีที่สุด

พิสูจน์ตัวเองให้สังคมเห็น เหมือนที่พิสูจน์มาแล้ว

ทองแท้ไม่เคยกลัวไฟ

หัวใจที่มุ่งมั่นเพื่อสังคมก็ไม่เคยแพ้ความรู้สึกของสังคมเช่นกัน

เดี๋ยวก็เช้าแล้ว

ฟ้ามืดเมื่อมีได้ ฟ้าใหม่ก็คงมี

แสงทองเหนือธรณี จะท้าทายอย่างทรนง

ขณะที่ นายภราดร โพสต์ข้อความพร้อมภาพผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เช้านี้ครับ ลุยต่อ มีเรื่องให้ทำอีกเยอะ”

ราชกิจจาฯประกาศคำสั่งนายกฯ ตั้ง’ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย’

ราชกิจจาฯประกาศคำสั่งนายกฯ ตั้ง'ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย'

ราชกิจจาฯประกาศคำสั่งนายกฯ ตั้ง’ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.47 น.

ราชกิจจาฯ ประกาศคำสั่งนายกรัฐมนตรี ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) คุมสถานการณ์ฉุกเฉินน้ำท่วมสงขลา เปิดหน้าที่และอำนาจ

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 12/2568 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ จังหวัดสงขลา ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 นั้น เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคสาม และวรรคห้า แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย เรียกโดยย่อว่า “ศป.กฉ.” เป็นหน่วยงานพิเศษตามมาตรา 7 วรรคห้า แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

1.1 องค์ประกอบ

(1) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายภราดร ปริศนานันทกุล) ผู้อำนวยการ ศป.กฉ. (2) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กรรมการ (3) ผู้บัญชาการทหารบก กรรมการ (4) ผู้บัญชาการทหารเรือ กรรมการ (5) ผู้บัญชาการทหารอากาศ กรรมการ (6) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ (7) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ (8) ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ (9) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ (10) ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ (11) ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ (12) ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ (13) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ (14) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ (15) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการ (16) เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรรมการ (17) อธิบดีกรมการปกครอง กรรมการ (18) อธิบดีกรมชลประทาน กรรมการ (19) อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรรมการ (20) อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กรรมการ (21) อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กรรมการ (22) เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กรรมการ (23) ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรรมการ (24) โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการและโฆษกศูนย์ (25) ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (พลโท วันชนะ สวัสดี) กรรมการและโฆษกศูนย์ (26) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวรัชดา ธนาดิเรก) กรรมการและโฆษกศูนย์ (27) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรรมการและเลขานุการ (28) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร (นายชยันต์ เมืองสง) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

1.2 หน้าที่และอำนาจ

(1) เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และกฎหมายที่ได้รับโอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เพื่อให้สถานการณ์ฉุกเฉินยุติลง

(2) ติดตาม ประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อแก้ให้สถานการณ์ฉุกเฉินยุติลงโดยเร็ว

(3) บูรณาการ ประสานงาน ขับเคลื่อน และติดตามการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่

(4) ประมวลข้อมูลที่ได้จากการรับเรื่องร้องทุกข์ เพื่อคัดกรองและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยคำนึงถึงจากความเสียหายที่ผู้ประสบภัยได้รับ เป็นไปอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

(5) ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริง และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลและประชาชน

(6) จัดให้มีกำลังข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือน เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา รวมทั้งประสานส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เอกชน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขสถานการณ์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

(7) มอบหมายให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนเกี่ยวกับกำลังพล งบประมาณ วัสดุครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง เพื่อการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

(8) เรียกให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง หรือภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม ชี้แจง ให้ข้อมูลข่าวสาร จัดส่งเอกสาร หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร

(9) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ข้อ 2 ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านงบประมาณและงานด้านธุรการตามความจำเป็นและเหมาะสม

ข้อ 3 ให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า เรียกโดยย่อว่า “ศป.กฉ.สน.” โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นผู้อำนวยการ ศป.กฉ.สน.ทั้งนี้ การจัดโครงสร้าง การติดต่อสื่อสาร การรายงาน และการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของศูนย์ ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการ ศป.กฉ.สน. กำหนด

ข้อ 4 ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการดำเนินการของ ศป.กฉ.และ ศป.กฉ.สน.ตามที่ได้รับการร้องขอจากผู้อำนวยการ ศป.กฉ.และผู้อำนวยการ ศป.กฉ.สน.

ข้อ 5 การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของ ศป.กฉ.ตามข้อ 1 ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เป็นต้นไป

– 006

‘สมชัย’เรียกร้อง’อนุทิน’ลาออก รับผิดชอบ’บริหารผิดพลาด’เหตุน้ำท่วมใต้

'สมชัย'เรียกร้อง'อนุทิน'ลาออก รับผิดชอบ'บริหารผิดพลาด'เหตุน้ำท่วมใต้

‘สมชัย’เรียกร้อง’อนุทิน’ลาออก รับผิดชอบ’บริหารผิดพลาด’เหตุน้ำท่วมใต้

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.36 น.

“สมชัย”เรียกร้อง”อนุทิน”ลาออก แสดงความรับผิดชอบทางการบริหารผิดพลาดเหตุน้ำท่วมใต้ ทำแบบหวังคะแนนเสียง เพื่อเปิดทางรัฐบาลใหม่บริหาร ไม่ต้องรีบยุบสภาเลือกตั้ง เอาเงินมาช่วยผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องความรับผิดชอบการบริหารงานของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กรณีแก้ปัญหาน้ำท่วมใต้ ว่า ฝนตกหนักเป็นธรรมชาติที่ห้ามไม่ได้ น้ำท่วมสูงก็เป็นสิ่งที่เกิดตามมา แต่การบริหารจัดการช่วยเหลือผู้คนที่ติดค้างให้มีชีวิตรอดด้วยความรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องที่มนุษย์จัดการได้ ท้องถิ่นอาจบกพร่องในการประเมินสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง แต่เขาก็มีข้อจำกัดทั้งเครื่องมือและกำลังคน จึงเป็นหน้าที่ของส่วนกลางในการตัดสินใจใช้กลไกการบริหารและระดมกำลังลงมาช่วยเหลือ

แม้ระบบราชการจะเป็นอุปสรรค อุ้ยอ้าย และไม่คุ้นเคยกับการบริหารในภาวะวิกฤต แต่ฝ่ายการเมืองที่กำกับไม่สามารถผลักความรับผิดชอบออกจากตัวได้ เพราะมีอำนาจสูงสุดที่จะใช้กลไกใดๆ ใช้บุคลากรใดๆ ก็ได้ เพื่อช่วยชีวิตผู้คนเป็นอันดับแรก

ความล่าช้าในการดำเนินการ ความสับสนในการสั่งการ การทำงานเพื่อมุ่งสร้างภาพสร้างคะแนนนิยม มากกว่าการแก้ปัญหาที่ทุกนาทีมีความสำคัญต่อชีวิตของคนนับหมื่นที่ติดค้าง ขาดน้ำ ขาดอาหาร และไม่น้อยที่เป็นคนป่วย คนสูงอายุ เด็กอ่อน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่าหนึ่งร้อยคน

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ จึงไม่ใช่การชี้นิ้วหาผู้รับผิดและพูดคำเดิมซ้ำซากว่ารัฐบาลไม่ล่าช้า แต่นายกฯอนุทิน และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ควรออกมาโค้งขอโทษประชาชนที่ยังไม่สามารถใช้กลไกการบริหารในการช่วยเหลือประชาชนอย่างได้ผล การขอรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง และเปิดโอกาสให้สภาผู้แทนลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น คือ การแสดงออกถึงความรับผิดชอบ และเป็นความสง่างามสูงสุด” นายสมชัย ระบุ

นายสมชัย ยังกล่าวว่า การลาออก สภายังอยู่ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังเดินหน้าต่อเนื่อง และหากสภาผู้แทนราษฎร เห็นสมควรว่าใครควรจะเป็นนายกฯ ก็ลงมติเลือกคนนั้น หากสภาเห็นว่านายอนุทิน ยังเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ก็ลงมติกลับมาได้ หรือหากพรรคประชาชนจะร่วมมือกับใคร จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากที่ตัวเป็นแกนนำ ก็เป็นโอกาสในการแสดงความสามารถในการบริหารประเทศ แก้ทั้งปัญหาชายแดน ปัญหาสแกมเมอร์ และการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างได้ผล แบบนี้ก็ยังไม่ต้องยุบสภา ไม่ต้องรีบประชามติ เอาเงินเลือกตั้งเกือบหมื่นล้านไปช่วยภาคใต้ก่อน