‘Christmas Is Universal 2025’ ในบรรยากาศเทศกาลสุดอบอุ่น

‘Christmas Is Universal 2025’ ในบรรยากาศเทศกาลสุดอบอุ่น

‘Christmas Is Universal 2025’ ในบรรยากาศเทศกาลสุดอบอุ่น

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Christmas Is Universal 2025 กับการรวบรวมเอาเพลงคริสต์มาสทั้งแบบอัปเดตใหม่ล่าสุดและเพลงเก่าสุดคลาสสิก ที่แค่อินโทรขึ้นก็รู้เนื้อเพลงทันที มารวมเอาไว้ให้ฟังกันยาว ๆ เปิดเพลย์ลิสต์นี้ปุ๊บ คริสต์มาสมาปั๊บแน่นอน

santa doesn’t know you like I do – Sabrina Carpenter

บอกรักเธอคนนั้นผ่านเพลงคริสต์มาสน่ารัก ๆ จากสาว Sabrina Carpenter ที่นอกจากทำนองและดนตรีของเพลงจะหวานฉ่ำสุด ๆ แล้ว เนื้อเพลงยังแฝงแมสเสจบอกรักที่ไม่มีคำว่ารักเอาไว้กลาย ๆ ด้วย เพราะถึงแม้จะเป็นถึงซานตาคลอส แต่ก็ไม่ได้รู้ใจเธอไปมากกว่าฉันหรอก ฉันนี่แหละที่คอยสร้างเสียงหัวเราะ คอยเช็ดน้ำตาให้เธอ อยู่กับเธอทุกเวลาทั้งยามดียามไข้ และคริสต์มาสนี้ฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอต่อไปอีกเหมือนเดิม เริ่ดเลยล่ะ

Santa Tell Me – Ariana Grande

สำหรับสาว ๆ ที่กลัวการมีความรัก อารมณ์คล้ายกับเพลง “Last Christmas” ในเวอร์ชั่น Gen Z ต้องเพลงนี้เลย นอกจากเสียงสวย ๆ ของสาว Ariana Grande ที่ฟังกี่ครั้งก็ยังฟินได้ทุกครั้งแล้ว เนื้อเพลงที่คุยกับซานตาคลอสว่า “บอกฉันหน่อยว่าเขาคนนั้นจะยังอยู่เคียงข้างฉันในคริสต์มาสปีหน้า ไม่งั้นก็อย่าทำให้ฉันตกหลุมรักเขาเลย”

Mistletoe – Justin Bieber

เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เพลงคริสต์มาสน่ารัก ๆ บ้าง ใต้ช่อมิสเซิลโทสุดโรแมนติกของบรรดาคู่รักต่าง ๆ ไม่มีทางที่จะไม่นึกถึงเพลงนี้ของ Justin Bieber ที่ถึงแม้เพลงนี้จะปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2011 แต่ก็ยังเป็นเพลงคริสต์มาสที่ฟังได้ไม่เบื่อ สดใสน่ารัก เพิ่มไวป์ดี ๆ ให้ในทุกที่ทุกเวลาที่เปิดเพลงนี้ได้ในทันที เพราะเนื้อเพลงน่ารัก ๆ แบบ “ผู้คนเฉลิมฉลองคริสต์มาสกันมากมาย แต่ฉันอยากอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโทกับเธอแค่คนเดียว” มีหรือที่จะไม่หลงรักเพลงนี้ได้

The Christmas Song – Olivia Dean

เพลงคริสต์มาสจากสาวสวย Olivia Dean ถ่ายทอดดนตรีนีโอโซล พร้อมน้ำเสียงนุ่มลึก ในบรรยากาศสุดอบอุ่นช่วงท้ายปี ฟังแล้วอยากจะลุกขึ้นมาเต้นรำแบบสโลว์ซบกับคนรักข้างเตาผิง พร้อมไวน์แดงในแก้วเล็ก ๆ เพลงเพราะ ๆ ไวป์ดี ๆ จากศิลปินคุณภาพ ทุกอย่างมันลงตัวไปหมดจริง ๆ ด้วยท่อนที่ร้องว่า “And so I’m offering this simple phrase / To kids from one to ninety-two / Although it’s been said many times, many ways / Merry Christmas to you” เป็นคำอวยพรที่เรียบง่ายแต่กินใจที่สุด

cozy you (christmas) (feat. Hohnen Ford) – aron!

เพลงคริสต์มาสจาก aron! ศิลปินแนว Cozy Pop ที่กำลังมาแรงในปีนี้ แค่ได้ฟังก็ได้กลิ่นกาแฟผสมอบเชย คุกกี้เนย อยากลุกไปหยิบสเวตเตอร์มาสวม แล้วนั่งเล่นด้วยกันกับคนที่คุณรักบนโซฟานุ่ม ๆ ด้วยกันทั้งคืน เพราะเนื้อเพลงก็สุดแสนจะน่ารักบอกว่า “ต่อให้ซานตาคลอสกับแจ็ค ฟรอสต์มาเคาะประตูร้องเพลง ‘Deck the Halls’ ถึงหน้าบ้าน ก็จะบอกให้กลับไป เพราะฉันอยากนั่งกอดกันตัวกลมอยู่กับเธอแบบสบาย ๆ แบบนี้ไปด้วยกันทั้งคืน” ไงล่ะ น่ารักกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

จูน กษมาโพสต์ภาพสุดสะเทือนใจ นั่งเฝ้าร่างไร้วิญญาณคุณลุง เหยื่อน้ำท่วมหาดใหญ่

จูน กษมาโพสต์ภาพสุดสะเทือนใจ นั่งเฝ้าร่างไร้วิญญาณคุณลุง เหยื่อน้ำท่วมหาดใหญ่

จูน กษมาโพสต์ภาพสุดสะเทือนใจ นั่งเฝ้าร่างไร้วิญญาณคุณลุง เหยื่อน้ำท่วมหาดใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.31 น.

27 พฤศจิกายน 2568 จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ ซึ่งหลายภาคส่วนลงพื้นที่ช่วนเหลือผู้ประสบภัย หนึ่งในนั้นคือครอบครัวของ เปิ้ล นาคร และ จูน กษมา โดยล่าสุด ‘จูน กษมา’ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @june_kasama ซึ่งเป็นภาพขณะที่เจ้าตัวนั่งทานข้าวกล่อง โดยมีร่างไร้วิญญาณจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่อยู่ไม่ไกล พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “เฝ้าคุณลุงให้ รอจนกว่าจะมีคนมารับคุณลุง #น้ำท่วมหาดใหญ่” ซึ่งหลังจากที่ ‘จูน กษมา’ โพสต์ภาพนี้ออกไปนั้นทำเอาหลายต่อหลายคนที่เห็นภาพนี้ถึงกับสะเทือนใจ พร้อมส่งกำลังใจให้แม่จูนกับทีมอาสา รวมทั้งแสดงความสียใจกับครอบครัวที่สูญเสีย

เคน ภูภูมิแทบทรุด เผยภาพร้านขนมหลังน้ำลดที่หาดใหญ่ สภาพไม่เหลืออะไรเลย

เคน ภูภูมิแทบทรุด เผยภาพร้านขนมหลังน้ำลดที่หาดใหญ่ สภาพไม่เหลืออะไรเลย

เคน ภูภูมิแทบทรุด เผยภาพร้านขนมหลังน้ำลดที่หาดใหญ่ สภาพไม่เหลืออะไรเลย

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.43 น.

27 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ โดยเฉพาะ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงวิกฤตและต้องการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้พบว่าวันนี้หลายพื้นที่น้ำเริ่มลดแล้ว 

โดยก่อนหน้านี้พระเอกดังที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ‘เคน’ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ได้ออกมาโพสต์ภาพร้านขนมหวาน ‘เคนภูปัง’ สาขาหาดใหญ่ น้ำท่วมร้านแบบไม่ทันตั้งตัว พร้อมทั้งเจ้าตัวยังบอกอีกว่า “น้ำมาไวมาก” (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘เคน ภูภูมิ’ตื่นมาแทบช็อก! น้ำท่วมร้านขนมปังที่หาดใหญ่ เผยน้ำมาไวมากขึ้นเร็วมาก)

ล่าสุด ‘เคน ภูภูมิ’ ได้ออกมาเผยให้เห็นสภาพในร้านขณะที่ตอนนี้น้ำเริ่มลดลงแล้ว พร้อมเขียนแคปชั่นที่ทำเอาเจ้าตัวเองก็ต้องใส่อีโมจิรูปหลั่งน้ำตาเช่นกัน “สภาพหลังน้ำลดที่ เคนภูปัง สาขาหาดใหญ่ หมดทั้งร้านครับรอบนี้ไม่เหลืออะไรเลย #เคนภูปัง @kenphupang”

บุ๋ม ปนัดดา เผยเรื่องที่หลายคนไม่รู้ ห้ามใส่สิ่งนี้ลงไปในถุงยังชีพเด็ดขาด

บุ๋ม ปนัดดา เผยเรื่องที่หลายคนไม่รู้ ห้ามใส่สิ่งนี้ลงไปในถุงยังชีพเด็ดขาด

บุ๋ม ปนัดดา เผยเรื่องที่หลายคนไม่รู้ ห้ามใส่สิ่งนี้ลงไปในถุงยังชีพเด็ดขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.22 น.

27 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคใต้ โดยเฉพาะ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคงวิกฤตและต้องการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนอย่างเร่งด่วน แต่กระแสการสนับสนุนจากคนในวงการบันเทิงยังคงหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่ไม่ขาดสาย

โดยเฉพาะ ‘บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ นักแสดงและประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ที่เดินทางไปช่วยพี่น้องชาวหาดใหญ่ซึ่งได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมหนักติดต่อกัน 6 วันแล้ว โดยล่าสุดนั้น ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้ออกมาเผยกับติ๊กต็อกช่อง dr.jel.brand ถึงของสำคัญที่ควรใส่ไว้ในถุงยังชีพ ซึ่ง ‘บุ๋ม ปนัดดา’ กล่าวว่า “อย่าใส่นมจืด อุ๊ยใส่นมจืดเข้าไป เดี๋ยวพอหิวจะได้กินได้เลย อย่าใส่!  เพราะอะไร ถุงยังชีพต้องทับกันหลายถุง ไหนจะแบกใส่รถกระบะไปมันร้อน แล้วพอนมระเบิดปุ๊บ ทุกอย่างคือพังหมด เหม็น นมถ้าอยากให้ก็ซื้อเป็นลังไป แม่แยกให้เอง แยกต่างหากถ้าอยากให้ เพราะบางบ้านเขากินนมไม่ได้ เขาท้องเสียลูก

ข้าวเยอะๆ ครับผม ให้เยอะๆ ไปเลย 5 กก. อยากได้ปลากระป๋องที่เปิดเองได้ ถุงดำไว้ขับถ่าย เทียนไข มาม่ายังพอได้ ผ้าอนามัย ผ้าอ้อม ยาสามัญประจำบ้าน พวกยาแก้ไขอะไรแบบนี้ค่ะ แต่ช่วยดูวันหมดอายุให้แม่ด้วยนะ “

https://www.tiktok.com/embed/v2/7577041041304407303?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F931011

คึกคักอลังการ! ขบวนผีตาโขนแห่เปิดงาน GALA ‘ตาโขน’

คึกคักอลังการ! ขบวนผีตาโขนแห่เปิดงาน GALA ‘ตาโขน’

คึกคักอลังการ! ขบวนผีตาโขนแห่เปิดงาน GALA ‘ตาโขน’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.02 น.

สร้างปรากฏการณ์ความขลังพรมแดง! ภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์ “ตาโขน The Cursed Mask” เมื่อ STAR HUNTER ENTERTAINMENT จับมือกับแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ระดับแนวหน้า iQIYI (อ้ายฉีอี้) พร้อมได้รับการสนับสนุน จาก กระทรวงวัฒนธรรม และ CONTENT THAILAND จัดงานรอบ GALA PREMIERE อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางสื่อมวลชนและแฟนภาพยนตร์ ที่เข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น ได้สร้างความประทับใจให้แก่วงการภาพยนตร์ไทยอย่างงดงาม เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และพลังแห่งความเชื่อ กับไฮไลต์เปิดงานสุดตระการตา “ขบวนแห่ผีตาโขนจากอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย” ที่เดินทางมาร่วมสร้างสีสันเฉพาะถิ่น ถ่ายทอด ความศรัทธาและอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยอย่างทรงคุณค่า เรียกเสียงฮือฮาและสายตาที่จับจ้องทั่วทั้งฮอลล์ เป็นการต้อนรับผู้ชมเข้าสู่โลก ของตำนานต้องห้ามอย่างสมบูรณ์แบบ คับคั่งด้วยกองทัพดารานักแสดงจากหลากหลายค่ายบันเทิงมาร่วมเดินพรมแดง อาทิ Star Hunter Entertainment, iQIYI, Mojo Muse Management, Moonlight Glow, Bibbidii Entertainment, NINJA PERFECTION, E-intent, HeartPop Studio, House of Halo, Mister Khonkaen 2025, BoyFriend Project, ออฟฟิศชายแท้ +, ทีมนักแสดง “LOVE LIKE A BIKE ปั่นไปให้ถึงรัก” พร้อมด้วย 3 หนุ่ม SBFIVE เต้-ตี๋-คิมม่อน, โม อมีนา พินิจ, โยชิ รินรดา ธุระพันธ์, ร็อค ขวัญลดา รุ่งโรจน์อำภา, บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์, ปุยนุ่น วรางค์ศิริ ธนจรัสวรภัทร์, แอนนา เสืองามเอี่ยม, อิน บูโดกัน, คิวคิว คณิศา, มิลล่า มาริษา ชุติภาวรกานต์, น้องหลินท่าขอนยางและพี่เบนซ์, เจมส์ หนังหน้าโรง, แบงค์ อนุสิทธิ แสงนิ่มนวล, โบนัส ณัฐวัฒน์ เอี่ยมชื่น, มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์, แบงค์กี้ มณฑป เหมตาล, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ และ เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร เป็นต้น

พร้อมตัวแทนจากภาครัฐหลายหน่วยงาน ร่วมด้วย กระทรวงวัฒนธรรม, สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย, คุณจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานเลย, คุณพิสิทธิ์ ทับทอง ประธานเครือข่ายศิลป์สร้างสรรค์เมืองด่านซ้าย และ คุณวิชัย กุลธวัชชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด มหาชน ให้เกียรติมาร่วมงาน ณ Paragon Cineplex, 5th Fl. Siam Paragon

หลังพิธีเปิดสุดอลังการ พิธีกร ทราย เจริญปุระ ได้เชิญผู้บริหารจากทั้งสองค่ายขึ้นเวทีเพื่อร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์ครั้งสำคัญนี้ โดยทั้งสามได้ร่วมพูดคุยถึงวิสัยทัศน์ ความตั้งใจ และการพัฒนาภาพยนตร์ไทยให้ก้าวสู่ตลาดระดับนานาชาติพร้อมเผยความพิเศษของโปรเจกต์ “ตาโขน The Cursed Mask” ที่ทั้งท้าทายและภูมิใจนำเสนอ

โอ๋ ยชญ กรณ์หิรัญ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

“ตาโขน ไม่ใช่แค่หนัง แต่คือเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยที่เราต้องการให้โลกรู้จัก ทุกเฟรมคือความตั้งใจที่อยากให้ คนไทยภูมิใจไปด้วยกัน”

เฟิร์ส ชนันตร์ ลาภอนันต์รุ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

“โปรเจกต์นี้คือการยกระดับคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก เราเชื่อว่าพลังของวัฒนธรรมและการเล่าเรื่องที่แข็งแรง จะทำให้ ‘ตาโขน’ เป็นอีกก้าวสำคัญของภาพยนตร์ไทยยุคใหม่”

ป๊อปปี้ ผ่านศึก ธงรบ กรรมการผู้จัดการร่วม iQIYI ประเทศไทย (Co-Managing Director, iQIYI Thailand)

“นี่คือภาพยนตร์ที่นักแสดงและทุกตัวละครทำงานได้อย่างมีชั้นเชิง ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างจากภาพยนตร์ไทยที่ผ่านมา”

บรรยากาศบนเวทีเดินหน้าต่ออย่างเข้มข้น นำโดยทีมสร้างและทีมนักแสดงของภาพยนตร์ ทุกคนร่วมเล่าประสบการณ์การทำงาน บทบาทสุดท้าทาย รวมถึงการถ่ายทอดตำนานผีตาโขนในมุมที่เข้มข้น ลึกลับ และมีพลังทางอารมณ์แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในภาพยนตร์ไทยมาก่อน

มิ ภูวดล เนาว์โสภา ผู้กำกับภาพยนตร์

“ตาโขน หยิบยกประเพณี ตาโขน มาเล่า กับมิติมุมมองความเชื่อเรื่องวัฒนธรรม ผู้คน ที่ไม่ได้เล่าแค่เรื่อง ‘ผี’ กับคำว่า ตาโขน ที่ตีความถึงการเฝ้ามองดูการแสดงของคนกลุ่มหนึ่ง ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นจากนี้ ผมอยากให้ผู้ชมได้เห็นว่า… ความเชื่อของคนไทยมีพลังมากแค่ไหน ตาโขนในหนังเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่ความหลอน… แต่มีหัวใจของผู้คนซ่อนอยู่”

ด้านทีมนักแสดงนำทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ พร้อมใจกันเชิญชวนผู้ชมมาร่วมพิสูจน์ตำนานที่ถูกเล่าขาน

มอสหลง ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ “บทนี้คือความท้าทายที่สุดในชีวิตการแสดง ผมอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสอารมณ์ที่เราใส่ไว้ในทุกซีน”

เดียร์น่า ฟลีโป “เรื่องนี้มีทั้งความลึกลับ ความเชื่อ และความงดงามของวัฒนธรรม มันคือหนังไทยที่ควรค่าแก่การชมในโรงภาพยนตร์จริง ๆ”

ต้องเต ธิติ ศรีนวล “ตาโขนเป็นหนังที่จะเปลี่ยนความคิดของคุณ อยากให้ทุกคนมาเปิดประสบการณ์ไปพร้อมกันครับ”

เจแปน พลอยปภัส ฝนแก้วศิวพร “ทุกฉากตั้งใจและละเอียดมาก อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาดูตาโขนกันเยอะ ๆ นะคะ”

พรีเมียร์ ปฤณภพ พาหวล “หนังไทยที่มีภาพสวย เนื้อเรื่องน่าติดตาม ตาโขน คือคำตอบครับ”

เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง “นี่คือหนังที่มีหัวใจ เป็นความเชื่อที่เราต้องเคารพ และนำเสนออย่างมีคุณค่า”

แม่นกน้อย (นกน้อย อุไรพร) “เป็นหนังที่ภูมิใจแทนคนอีสาน และอยากให้คนไทยมาดูให้ฮู้พลังของตำนานบ้านเฮา”

งานรอบ GALA PREMIERE “ตาโขน The Cursed Mask” ในครั้งนี้เรียกได้ว่าครบทั้งความขลัง ความบันเทิง และความภาคภูมิใจ กับ Soft Power ในศิลปะและวัฒนธรรมไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาดชม

เตรียม พิสูจน์ศรัทธา และความจริงที่ต้องเห็นกับตาใน

“ตาโขน The Cursed Mask” 20 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

โปรดเกล้าฯ ให้ ‘ผู้พิพากษาสมทบ’ ศาลเยาวชนฯ จ.สกลนคร พ้นจากตำแหน่ง เหตุกระทำการไม่เหมาะสม

โปรดเกล้าฯ ให้ 'ผู้พิพากษาสมทบ' ศาลเยาวชนฯ จ.สกลนคร พ้นจากตำแหน่ง เหตุกระทำการไม่เหมาะสม

โปรดเกล้าฯ ให้ ‘ผู้พิพากษาสมทบ’ ศาลเยาวชนฯ จ.สกลนคร พ้นจากตำแหน่ง เหตุกระทำการไม่เหมาะสม

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.14 น.

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวพ้นจาก ตำแหน่ง

ด้วยสำนักงานศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งให้ นางสาวไทย พงศธรจริง ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสกลนคร พ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๘ เนื่องจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๘ พิจารณาแล้วมีมติเห็นว่า

กระทำการไม่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ และประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่การพิจารณาคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ตามมาตรา ๒๕ (๔) แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา ๒๗ (๕) และมาตรา ๒๗/๑ (๓) แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าว พ้นจากตำแหน่ง ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสกลนคร ตั้งแต่วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๘

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

25 สถานการณ์ หนูรับบาป ‘เอ็ดดี้’ ชี้ อนุทิน ถูกย่างกลายเป็นแพะ

25 สถานการณ์ หนูรับบาป ‘เอ็ดดี้’ ชี้ อนุทิน ถูกย่างกลายเป็นแพะ

25 สถานการณ์ หนูรับบาป ‘เอ็ดดี้’ ชี้ อนุทิน ถูกย่างกลายเป็นแพะ

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.26 น.

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ ได้เผยแพร่บทความเรื่อง “25 สถานการณ์ “หนูรับบาป” ที่นายกฯ หาดใหญ่ย่าง“หนู” ให้กลายเป็น “แพะ”

1. วิกฤตครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ภัยธรรมชาติ’ กลายเป็น ‘ภัยพิบัติ’ ได้ ก็ด้วยฝีมือการบริหารจัดการของมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อ ‘ข้อมูล’ ถูกบิดเบือน และ ‘โครงสร้างการสั่งการ’ ไม่เป็นเอกภาพ”

2. น้ำท่วมหาดใหญ่ในครั้งนี้ สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวภัยพิบัติน้ำท่วมหาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ความล้มเหลวในการบริหารจัดการและการสื่อสารภาวะวิกฤตของผู้นำท้องถิ่น”

3. “ความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์และการสื่อสาร” ของเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่ทำให้ประชาชน “ตายใจ” จนไม่ยอมอพยพ

4. นายกเทศมนตรีและทีมงานส่งสารว่า “เอาอยู่” และ “ระดับน้ำลดลง” ให้เชื่อใจเทศบาล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าสถานการณ์ปลอดภัย

5. ประชาชนในพื้นที่เชื่อถือ “ข่าวสารท้องถิ่น” และ “ระบบธง” ของเทศบาล มากกว่าคำเตือนจากกรมอุตุฯ หรือส่วนกลาง

6. การเปลี่ยนสถานะการเตือนภัยจาก “ธงเขียว” (ปกติ) ไปเป็น “ธงแดง” (วิกฤต) เกิดขึ้นกะทันหันในเวลากลางคืน ทำให้ประชาชนเตรียมตัวไม่ทัน

7. องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นรายงานข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริงไปยังรัฐบาลกลาง (นายกฯ อนุทิน) ทำให้การสั่งการช่วยเหลือจากส่วนกลางล่าช้า หรือผิดพลาดตามไปด้วย

8. วุฒิภาวะของผู้นำท้องถิ่นที่เน้นสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น แต่ขาดความรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาด (ไม่ยอมรับความจริง)

9. ในขณะที่ความผิดพลาดหลักอยู่ที่ “ท้องถิ่น” (เทศบาล) แต่จำเลยสังคมกลับกลายเป็น “รัฐบาลกลาง” นายกฯ อนุทิน กลายเป็นแพะรับบาปที่ถูกด่าว่าทำงานล่าช้า ทั้งที่ได้รับรายงานผิด

10. Crisis Management ต้นทุนราคาแพงของ “False Assurance” (การรับรองความปลอดภัยที่เป็นเท็จ)

11. ดาบสองคมของ “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ประเด็นนี้น่าสนใจมากโดยปกติ “ความเชื่อมั่น” ถือเป็นทุนทางสังคมที่ดี แต่ในกรณีนี้กลับกลายเป็น “จุดตาย”

12. คนหาดใหญ่มีพฤติกรรมเชื่อถือ “ข้อมูลท้องถิ่น” มากกว่า “ข้อมูลส่วนกลาง” (กรมอุตุฯ/รัฐบาล) เพราะประสบการณ์ในอดีตสอนว่าคนในพื้นที่จะรู้ดีที่สุด

13. เมื่อเทศบาลใช้เครดิตความน่าเชื่อถือนี้มายืนยันข้อมูลที่ผิดพลาด ประชาชนจึง “ปิดรับ” สัญญาณเตือนภัยอื่นๆ (เช่น สัญญาณเตือนภัยจากส่วนกลางที่ดังขึ้น แต่คนเลือกที่จะไม่เชื่อ เพราะเทศบาลบอกว่าธงเขียว)

14. ผลลัพธ์ของความเชื่อใจกลายเป็น “กรงขัง” ที่ทำให้ประชาชนรออยู่กับที่จนหนีไม่ทัน บทเรียนนี้ชี้ให้เห็นว่า ในภาวะวิกฤต ประชาชนควรมี “แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย“ และไม่ควรฝากชีวิตไว้กับหน่วยงานเดียว

15. รอยรั่วของการกระจายอำนาจประเทศไทยพยายามผลักดันการกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นดูแลตนเอง แต่เคสนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่รุนแรง

16. เทศบาล ต้องการรักษาภาพลักษณ์ทางการเมือง จึงเลือกรายงานข้อมูลด้านดี ไปยังรัฐบาล (นายกฯ อนุทิน)

17. ผลคือ ส่วนกลางประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้การจัดสรรทรัพยากรขนาดใหญ่ (เรือผลักดันน้ำ, เฮลิคอปเตอร์, กำลังทหาร) มาไม่ทันเวลา

18. เทศบาลนครหาดใหญ่มีความสามารถในการจัดการ “น้ำท่วมเมื่อปกติ” แต่ไม่มีศักยภาพพอที่จะรับมือ “อุทกภัยระดับภัยพิบัติ” ที่เกิดจาก Rain Bomb + ปัจจัยภูมิศาสตร์แอ่งกระทะ

19. เมื่อเกิดภัยระดับนี้ ท้องถิ่นมักจะ “กอดอำนาจ/ความรับผิดชอบ” ไว้นานเกินไป (เพราะกลัวเสียหน้าหรือถูกแทรกแซง) กว่าจะยอมรับความจริงและขอความช่วยเหลือ ก็สายเกินแก้

20. การบริหารแบบแยกส่วน ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง “ท้องถิ่น” กับ “ส่วนกลาง” ขาดหาย ทำให้รัฐบาลกลางกลายเป็นแพะรับบาป ทั้งที่ต้นตอข้อมูลมาจากรัฐบาลท้องถิ่น

21. อย่างไรก็ตาม คุณอนุทินมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสูงสุด แม้ว่าต้นเหตุของข้อมูลที่ผิดพลาดจะมาจากท้องถิ่นก็ตาม”

22. หากท้องถิ่นไร้ประสิทธิภาพหรือปกปิดข้อมูล ส่วนกลางมีหน้าที่ต้อง “Cross-check” (ตรวจสอบทานข้อมูล) ไม่ใช่รอรับรายงานเพียงทางเดียว การที่ส่วนกลางเชื่อข้อมูลท้องถิ่น 100% โดยไม่ประเมินจากข้อมูลอื่นประกอบ (เช่น กรมอุตุฯ, ภาพถ่ายดาวเทียม, ข้อมูล Social Media ภาคประชาชน) ถือเป็นความบกพร่องในการประเมินสถานการณ์ ของส่วนกลางด้วย

23. หน้าที่ของผู้บริหารสูงสุดคือการบูรณาการข้อมูล หากข้อมูลจาก “กรมอุตุฯ” (ส่วนกลาง) ขัดแย้งกับ “เทศบาล” ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดต้องเข้ามาวินิจฉัยและสั่งการทันที ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนสับสน การปล่อยให้เกิดช่องว่างนี้คือความรับผิดชอบของผู้นำระดับชาติ

24. ในทางการเมืองและการบริหาร ผู้นำสูงสุดต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์สุดท้าย แม้ลูกน้อง (หรือท้องถิ่น) จะทำงานพลาด แต่ผู้นำปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ว่า “ไม่รู้เพราะลูกน้องรายงานผิด”

25. นายกฯ อนุทินถูกด่าเพราะ “ท้องถิ่นรายงานผิด” แต่สังคมไทยมักเล่นการเมืองด้วยความรู้สึก มากกว่าหลักฐาน

จึงไม่แปลกที่ นายกฯ หาดใหญ่สามารถย่าง “หนู” ให้กลายเป็น “แพะ“ ได้ อย่างไรก็ตาม คุณอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีส่วนรับผิดชอบในความผิดในฐานะผู้บริหารสูงสุด ตามที่ได้กล่าวแล้ว  ดูน้อยลง

‘อนุทิน’ถึงมทบ.42 ประชุมหน่วยงานพื้นที่ เร่งนิติเวชพิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ด้าน’นายกฯแป้น’โผล่รับ

'อนุทิน'ถึงมทบ.42 ประชุมหน่วยงานพื้นที่ เร่งนิติเวชพิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ด้าน'นายกฯแป้น'โผล่รับ

‘อนุทิน’ถึงมทบ.42 ประชุมหน่วยงานพื้นที่ เร่งนิติเวชพิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ด้าน’นายกฯแป้น’โผล่รับ

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.57 น.

‘อนุทิน’ถึงมทบ.42 ‘นายกฯแป้น’โผล่รับ ขณะที่ชาวบ้านวอนช่วยประชาชน​ อวยพรนั่ง’นายกฯ’อีกรอบ ประชุมหน่วยงานพื้นที่ เร่งนิติเวชพิสูจน์อัตลักษณ์ศพผู้เคราะห์ร้ายเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ หวังคืนร่างให้ญาติโดยเร็ว-ระดมทุกหน่วยงาน’เฮ้าท์คลีนนิ่ง’พร้อมเปิดโรงแรมให้ ปชช.พักเป็นสัดส่วน ก่อนกลับเคหสถาน-สั่งเคลียร์สิ่งกีดขวางจราจร ห้ามออกใบสั่ง ประสานเจ้าของมาเคลื่อนย้าย-ขอจัดชุดลาดตระเวนดูแลทรัพย์สิน ปชช.

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม, นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และนายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ เดินทางมาถึงสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา

จากนั้น ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ต่อมายังมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 , พล.ต.ต. ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และนายณรงค์พร ณ พัทลุง (นายกฯแป้น) นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ มารอรับ และรายงานสถานการณ์ ทันทีที่พบกันนายณรงค์พรได้เข้ามาไหว้นายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะโอบไหล่นายณรงค์พร 

ทั้งนี้​ นายกรัฐมนตรี​ ได้เดินทักทายพี่น้องประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิง โดยมีประชาชนหลายคนเดินมาหานายกรัฐมนตรี และบอกให้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย นายกรัฐมนตรีจึงตอบกลับว่า “นี่ก็มาดูความช่วยเหลือต่างๆ” ก่อนที่ชาวบ้านจะอวยพรให้นายอนุทิน ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก 

จากนั้นเวลา 13.35 น. 68 ที่ค่ายเสนาณรงค์ นายกฯ ร่วมประชุมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา พร้อมกล่าวว่า ตนขอบคุณพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ได้ลงมาบัญชาการสถานการณ์ภายใต้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งตนและผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้มีการสื่อสารกันตลอดเวลาหลายๆ เที่ยว รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็ลงมาอยู่ในที่นี้อยู่แล้ว ตนได้เห็นการดำเนินการตามแผนการที่เราได้ตั้งนโยบายไว้ ได้เห็นว่ามีหลายประเด็นที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และในขณะที่ตนกลับไปเมื่อวานนี้ก็ได้หาการสนับสนุน เพื่อมาทำการฟื้นฟูในเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะครอบคลุมในจังหวัดสงขลา ดังนั้นก็ได้มีมาตรการมาหลายอย่าง ตนขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้เริ่มดำเนินการจัดการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งก็เห็นว่าได้จัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 7 แห่ง รอบจังหวัดสงขลา ตลอดถึงการเร่งดำเนินการระดมเจ้าหน้าที่นิติเวช เพื่อมาทำการดูแลผู้ที่เคราะห์ร้าย และตนได้มอบเป็นนโยบายโดยทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป้าหมายคือการเร่งคืนให้กับญาติ เพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้โดยเร็วที่สุด

สำหรับเรื่องของการจัดตั้งศูนย์อพยพ จากการที่ตนได้ลงพื้นที่มาก็ต้องขอบคุณแม่ทัพที่ได้ให้ตนได้ลงดูถึงแก่นว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้าง และได้เห็นความเป็นไป ซึ่งต้องขอชื่นชมจริงๆ ว่าภายในระยะเวลา 2-3 วัน เราสามารถจัดตั้งศูนย์ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่คาดการณ์ว่าจะดูแลที่ มอ.เพียง 500 คน แต่ก็สามารถเพิ่มทวีคูณขึ้นไปถึง 8000 คน ก็ถือเป็นผลงานและประสิทธิภาพอันยิ่งใหญ่ และตนจะกลับไปเพื่อเร่งให้ทางหน่วยงานหปารือเรื่องผู้ประสบภัยต่างๆ โดยในส่วนของรายย่อยจะให้ทำการเสนอการสนับสนุนผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในเรื่องของงบฉุกเฉินเรามีอยู่แล้วหากไม่พอก็จะใช้งบกลางของสำนักงานนายกรัฐมนตรีมาดำเนินการให้เต็มที่ ส่วนผู้ประสบภัยที่มอ. ตนได้หารือกับนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แล้ว และหารือกับทางผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแล้วว่าการที่ต้องดูแลคนอื่น 8000 คนนั้นที่จะขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณ ก็สามารถเสนอให้หน่วยงานนั้นเป็นผู้รับงบประมาณได้โดยตรง ตนเชื่อว่าจะได้แบ่งเบาภาระได้

ในส่วนของการช่วยเหลือดูแลประชาชน ตนยังได้รับรายงานว่ายังมีบางจุด บริเวณเขต 8 ยังมีระดับน้ำที่ท่วมอยู่ ตนขอความกรุณาให้เร่งนำความช่วยเหลือทั้งหลายเข้ามาดำเนินการอย่างเต็มที่ พื้นที่ตรงไหนที่ยังมีน้ำอยู่ก็ต้องถือเป็นความสำคัญลำดับแรก แต่อย่างไรก็ตามจากรายงานและจากการตรวจสอบด้วยตัวเองก็ได้รับทราบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วันนี้เราก็จะพูดในหมวดของการฟื้นฟู เพราะเชื่อว่าระดับน้ำลดลงไปตามลำดับและจากพยากรณ์อากาศพบว่าปริมาณน้ำฝนไม่มีมากเท่ากับช่วงสัปดาห์ที่แล้ว และอยากให้เราเริ่มในกระบวนการถัดไป ในเรื่องของการฟื้นฟู ซึ่งก็ต้องเริ่มตั้งแต่คืนประชาชนกลับสู่เคหสถานโดยเร็วที่สุด ตนเชื่อว่าในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นช่วงที่ทุกข์ทรมานของประชาชน ที่ต้องออกจากบ้านเรือน เคหสถาน ตลอดจนประชาชนที่ติดอยู่ในเคหสถานด้วย

ดังนั้นตอนนี้เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือดูแลประชาชนด้านสุขภาพ ผู้ที่ติดอยู่ในเคหสถานนำเข้าสู่กระบวนการรักษาให้เร็วที่สุดและประชาชนที่อยู่ศูนย์อพยพก็ให้คืนเขากลับบ้าน แต่หากจะให้กลับไปตอนนี้นั้นก็อาจจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากบ้านเรือนเสียหาย ตนจึงได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อจัดตั้งทีมเข้าไปช่วยเฮ้าส์คลีนนิ่งให้บ้านเรือนของประชาชนกลับคืนสู่สภาพที่อยู่ได้ก่อน แต่ยังไม่ถึงขั้นซ่อมจนเรียบร้อย โดยจะใช้วิธีการดำเนินการระดมทีมเข้าไป ซึ่งเราได้มีการระดมทีมจากกองทัพ อาสาสมัคร ตลอดจนเต่า Outsource ต่างๆ เข้าไปดำเนินการ ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์หรือ 10 วัน โดยในช่วงที่รอนี้ได้มีการใช้โมเดลในสมัยการแพร่ระบาดของโควิด

ซึ่งกรณีนี้ด้วยสภาพของประชาชนที่ไปอยู่ตามศูนย์ประสบภัยก็อยู่ได้ แต่หากจะให้อยู่เป็นระยะเวลานานก็ไม่ได้ ด้วยสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่หรือความเป็นส่วนตัวทั้งหลาย หากเราสามารถที่จะช่วยเหลือเขาได้ตนจึงตัดสินใจที่จะดำเนินการให้การดูแลกับประชาชน ก่อนที่จะให้เขากลับบ้าน โดยให้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการสำรวจให้คนเหล่านั้นได้ไปพักโรงแรมต่างๆ ทั่วจังหวัดสงขลา ในช่วงที่รอกลับบ้าน โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะกำหนดมาได้เลยว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีใครอยากอยู่ตรงนั้นนาน ทุกคนอยากกลับไปอยู่บ้าน ถือเป็นการช่วยเหลือกันหลายฝ่ายทำให้ประชาชนได้อยู่กันเป็นสัดส่วนและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ลดภาระของพวกเราในการจัดเตรียมอาหาร ในการดูแลด้านอื่นๆ ซึ่งก็คงจะเหลือเพียงคนเจ็บ คนป่วยที่สามารถยังอยู่ในโรงพยาบาลสนามหรือโรงพยาบาลของมอ. หาดใหญ่สงขลาได้

โดยตนได้จัดสรรงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไว้แล้ว ได้กำชับให้ทางผู้ว่าราชการจัดสรรรวมอาหารสามมื้อที่มีคุณภาพไว้ด้วย ถือว่าเราหาแขกไปให้ผู้ประกอบการโรงแรม เพื่อให้เขาได้มีเงินทุนหมุนเวียนจากค่าที่พักที่เราจะดำเนินการให้ ถือเป็นการช่วยเหลือกันให้กับประชาชนทั้งหลายในช่วงที่รอก่อนจะกลับบ้าน

ดังนั้น ในเรื่องของการฟื้นฟูเมือง การเก็บ การล้างทำความสะอาด การแบ่งส่วนรับผิดชอบ ว่าใครรับผิดชอบตรงไหน ตนจะให้เวลา 7 วัน ในการดำเนินการในเรื่องนี้ หากติดขัดหรือติดปัญหาตรงไหนก็ขอให้ติดเป็นพื้นที่ มองว่าคงไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคงมีพื้นที่ที่เราสามารถดำเนินการได้เรียบร้อย โดยเรื่องของเมืองเราจะต้องมีการบริหารจัดการจากกรมโยธาธิการและหน่วยทหาร กรมทางหลวง เทศบาล องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเร่งจัดแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอย ซากปรักหักพัง ซากต้นไม้ และชิ้นส่วนต่างๆ ที่มากับน้ำ ก็คงต้องเร่งดำเนินการเก็บกวาดให้หมดไป และตนก็อยากทราบว่าขยะเหล่านี้จะนำไปทิ้งไว้ที่ไหน จะมีการทำลายให้สิ้นซากไปหรือไม่ โดยนี่จะเป็นนโยบายและข้อสั่งการที่เราจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อคืนสภาพเมืองให้กับอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาให้เร็วที่สุด

สำหรับเรื่องของบุคลากรต่างๆ ที่จะมาดำเนินการในด้านนี้ ในเบื้องต้นตนได้ขอให้ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยไทยและอธิบดีกรมการปกครอง นำ อส.จากทั่วประเทศเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้เบื้องต้นรวม 2000 คน และจะต้องมีการเติมเข้ามาเพิ่มอีก เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

นายอนุทิน กล่าวต่อถึงกรณีผู้เสียชีวิต ว่า ในส่วนของเรื่องผู้เสียชีวิต ก็ต้องเร่งดำเนินการกับบุคคลเหล่านั้น คืนให้ญาติโดยเร็วที่สุด โดยเร่งดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์ให้รวดเร็ว แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งในสมัยที่เกิดเหตุที่จังหวัดหนองบัวลำภู เราสามารถที่จะชันสูตรได้ภายในช่วงข้ามคืน โดยขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งทราบว่าได้มีการระดมหน่วยแพทย์นิติเวชเข้ามา ต้องขอเร่งดำเนินการให้รวดเร็ว และต้องเคารพต่อผู้โชคร้ายเหล่านั้นไม่ให้อยู่เพื่อรอพิสูจน์อะไรที่ไม่จำเป็น หรือใช้เวลานาน เพราะไม่อยากเก็บไว้ในที่ที่ไม่สมควร จึงฝากไว้ให้คิดถึงประเด็นนี้เป็นหลัก โดยผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นได้จัดสรรงบประมาณแล้วว่าจะทำการจ่ายค่าชดเชยรายละ 2 ล้านบาท เพราะฉะนั้นการที่จะเร่งคืนร่างของทุกคนกลับไปให้ญาติ ก็จะทำให้กระบวนการดำเนินการการจ่ายค่าปลงศพได้อย่างรวดเร็ว โดยงบประมาณตนได้จัดสรรไว้เรียบร้อยแล้ว  และเร่งสำรวจขอเลขบัญชีรวมถึงรายละเอียดต่างๆ เพื่อเราจะได้เร่งดำเนินการในส่วนที่เราทำได้ภายใต้การควบคุมอย่างเต็มที่

สำหรับการเคลียร์ทรัพย์สินต่างๆ ที่ประชาชนเอามาหลบภัยที่กีดขวางการจราจร ซึ่งน้ำลดลงแล้วประชาชนสามารถนำสิ่งเหล่านี้คืนไปได้ ก็ให้เร่งดำเนินการ เรามีทะเบียนรถต่างๆ หากคนไหนยังไม่มาเคลื่อนย้ายก็ต้องสืบหาเพื่อเร่งให้เขามาเคลื่อนย้ายโดยเร็ว หรือหากมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปในที่ที่ปลอดภัยก็ให้ประสานแจ้งเจ้าของรถว่าจะสามารถไปรับรถได้ที่ไหน โดยในส่วนนี้จะออกใบสั่งไม่ได้ และถือว่าเป็นสิ่งที่เราดำเนินการ แต่หากจะไม่เคลื่อนย้ายก็ไม่ได้ เพราะถือว่ากีดขวางการจราจร ซึ่งขณะนี้เราจะไม่รอการบริจาค แต่หากมีผู้บริจาคมาก็ยินดี ทุกอย่างต้องเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูกลับสู่สภาพเมืองโดยเร็ว 

ส่วนกรณีการกลับเข้าไปในบ้าน ทุกคนจะทยอยกลับบ้าน การซ่อมแซมดูแลบ้านนั้นก็จะเกิดปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย การลักทรัพย์ ตนจึงขอฝากให้ทางผู้การสงขลา จัดชุดลาดตระเวนคอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน อาจร่วมมือกับทางอำเภอจัดชุดร่วมกับกองกำลังผสมระหว่างตำรวจกับ อส. ให้ช่วยดูแลบ้านเรือน เป็นการลาดตระเวนตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกาล ก็ขอให้ดำเนินการรัดกุม ซึ่งส่วนนี้ก็เกี่ยวข้องกับขวัญกำลังใจ หากมีโจรเข้ามาลักทรัพย์หรือขโมยสิ่งของก็เหมือนเป็นการซ้ำเติม แม้ว่าเราจะมีการดูแลชดเชย แต่เราก็ต้องรักษาสภาวะจิตใจของประชาชนอย่างเต็มที่

เปิดสาระร่างแก้ รธน. กำหนดเวลา ร่าง 360 วัน ขีดเส้นห้ามยุ่ง หมวด1 – หมวด2

เปิดสาระร่างแก้ รธน. กำหนดเวลา ร่าง 360 วัน ขีดเส้นห้ามยุ่ง หมวด1 - หมวด2

เปิดสาระร่างแก้ รธน. กำหนดเวลา ร่าง 360 วัน ขีดเส้นห้ามยุ่ง หมวด1 – หมวด2

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.53 น.

เปิดสาระร่างแก้รธน.! ให้มี ‘2กลไก’ ปูทางจัดทำฉบับใหม่ มาจากการเลือกของ ‘รัฐสภา’ ขีดกฎห้ามคนถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง-ระงับสิทธิ์มีส่วนร่วม กำหนดเวลาทำร่างใหม่ 360 วัน -ให้รัฐสภาโหวตเห็นชอบหรือไม่ ขีดเส้นห้ามยุ่ง’หมวด1 – หมวด2’ 

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา ที่มีนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกมธ. ซึ่งได้พิจารณาเนื้อหาแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ และขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งรายงานกมธ. ไปยังนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เพื่อให้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. เพื่อพิจารณาในวาระสอง

ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาที่กมธ.พิจารณา และเสนอต่อที่ประชุมนั้น มีการปรับเปลี่ยนจากร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐสภารับหลักการ เกือบทุกมาตรา โดยประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ คือ องค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  กำหนดให้มี คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ที่มาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา เพื่อทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 360 วัน และปรับ สภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นกมธ.รับฟังความคิดเห็นและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ทำหน้าที่ อาทิ รับฟังและรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงในการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอต่อกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ  เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประชาชนรับทราบ  รวมถึงแจ้งให้ สส. สว. คณะรัฐมนตรี(ครม.) และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้แสดงความคิดเห็น 

ขณะที่หลักเกณฑ์การรับสมัคร ลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะสมัครเป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นนั้น ใช้หลักเกณฑ์ คุมสมบัติ และลักษณะต้องห้ามเดียวกัน ทั้งนี้มีประเด็นที่ กมธ. เขียนเพิ่มเติม ได้แก่ ห้ามบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ อยู่ระหว่างถูกรระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น  ลงสมัคร

สำหรับในส่วนของคุณสมบัติกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ นั้น กมธ. ได้กำหนดคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี การศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า นอกจากนั้นยังกำหนดให้มีคุณสมบัติเฉพาะส่วนของนักวิชาการ ราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ทั้งนี้พบว่ากมธ.ได้เติมคุณสมบัติเฉพาะขึ้นใหม่ อาทิ  เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ หรือผู้วิจัยที่มีรายชื่อในโครงการวิจัยของหน่วยงานในระบบวิจัย และนวัตกรรม และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เคยับราชการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เคยรับราชการเป็นหน้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ไม่น้อยกว่า 5 ปี ส่วนของนักการเมือง  ได้เพิ่มข้อความให้ครอบคลุมถึงนายกเมืองพัทยา ด้วย 
นอกจากนั้นได้เพิ่มคุณสมบัติที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรองรับการประกอบวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 5 ปี  และบุคคลที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี สามารถสมัครเข้ารับการเลือกเป็นกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่คุณสมบัติของกมธ.รับฟังความคิดเห็น กมธ.เสียงข้างมาก ให้ใช้คุณสมบัติ 2 ประการ คือ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งกมธ. ได้ลดเกณฑ์อายุที่สมัครลงจากเดิมที่กำหนด ไม่ต่ำกว่า 20 ปี 
ทั้งนี้กมธ. ได้กำหนดบทบัญญัติเพื่อขจัดการมีส่วนได้เสีย  คือ ห้าม กมธ.ร่างรับธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใน 2 ปีนับจากวันที่พ้นตำแหน่งไว้ด้วย

สำหรับการรับสมัคร บุคคลเพื่อเข้ารับคัดเลือก เป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น ใช้กลไกเดียวกัน คือ ให้สมัครผ่าน กกต. ด้วยหลักฐานที่กำหนดพร้อมกับวิสัยทัศน์ และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สนับสนุนไม่น้อยกว่า 100 คน ทั้งนี้ยังกำหนดให้ประชาชนมีส่วนตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครและผู้สนับสนุนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนการเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกนั้น กำหนดเวลาให้รัฐสภาทำให้เสร็จภายใน 60 วัน โดยใช้สูตร 20 หยิบ 1 คือให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่มๆ ละ  20 คนตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภากำหนด เพื่อเสนอ กมธ.ร่างรัฐธรรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น ได้กมธ.ละ 1 คน  จนครบจำนวน จากนั้นให้ประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษา

สำหรับขั้นตอนหลังจากที่ได้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นแล้ว กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันครั้งแรก ภายใน 15 วัน  เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยกำหนดให้รับฟังความเห็นประชาชนอย่างทั่วถึง รอบด้าน และเป็นระบบ พร้อมกำหนดให้ประชุมร่วมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

ขณะที่ระยะเวลาทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 360 วัน และเมื่อทำแล้วเสร็จต้องส่งให้ประธานรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ โดยไม่ลงมติ ภายใน 30 วัน จากนั้นให้รัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญพร้อมคามเห็นและข้อเสนอแนะคืนให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้แก้ไขเพิ่มเติม ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทั้งนี้ยังให้โอกาสขยายเวลาพิจารณาได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 30 วัน จากนั้นส่งกลับให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งวิธีการออกเสียงให้ใช้การขานชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย แต่หากที่รัฐสภาไม่เห็นชอบ ให้ร่างรัฐธรรรมนูญนั้นตกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.เสียงข้างมาก ยังเห็นชอบต่อการกำหนดกรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ให้มีเนื้อหาสำคัญครอบคลุมใน 10 ประเด็น  อาทิ รับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกมิได้ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชน การวางหลักให้ประชาชนยึดโยงกับสถาบันการเมือง ประชาชนตรวจสอบถ่วงดุล และมีความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ วางกลไกตรวจสอบอำนาจรัฐ ขจัดทุจริต ประพฤติมิชอบ จำกัดขอบเขตการใช้อำนาจรัฐและดุลยพินิจขององค์กรรัฐ สร้างเสริมความเข้มแข็งหลักนิติธรรม การบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายรัฐที่ยืดหยุ่น กระจายอำนาจรัฐให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ วางหลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเนื้อหาที่กมธ.เพิ่มเติมขึ้น คือ ข้อกำหนดให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้นำบทบัญญัติในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาบัญญัติไว้โดยไม่ให้แก้ไขด้วย

จับตาสถานการณ์สนามเลือกตั้งสงขลา อาจพลิกเกม หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ถล่ม

จับตาสถานการณ์สนามเลือกตั้งสงขลา อาจพลิกเกม หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ถล่ม

จับตาสถานการณ์สนามเลือกตั้งสงขลา อาจพลิกเกม หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ถล่ม

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.46 น.

เลือกตั้งทั่วไป 2566 สงขลา 9 เขต เลือกตั้งกระจายไป 4 พรรค

เจ้าถิ่นสีฟ้าประชาธิปัตย์ ตรึงพื้นที่ไว้ได้ 6เขต ตั้งแต่เขต 1 ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ ทายาท ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ บ้านใหญ่เขารูปช้าง ,เขต 3 ‘โกถึก สมยศ พลายด้วง’ ,เขต 5 ‘นายกชาย เดชอิศม์ ขาวทอง’ ,เขต6 ‘สส.น้ำหอม สุภาพร กำเนิดผล’ ภรรยานายกชาย ,เขต8 ‘พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่’ และเขต9 ‘สส.สิงโต ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง’ ทายาทนายกชาย

ที่เหลือ 3 เขต แบ่งกันไปพรรคละ 1 เขต ประกอบด้วย เขต 2 ‘ศาสตรา ศรีปาน’ รทสช. , เขต 4 ‘สส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว’ พปชร. ก่อนย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม และ เขต 7 ‘ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ’ หนึ่งเดียวของพรรคภูมิใจไทย

โหมโรงก่อนเลือกตั้ง 2569 ค่ายสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย ออกแรงดูดหนักหน่วง หวังกวาด สส.ภาคใต้ 30 ที่นั่ง ว่ากันเฉพาะสงขลา ตั้งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ‘ครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ’ ถึงขั้นบินมาเจรจาด้วยตัวเอง ดอดเข้าบ้านใหญ่เขารูปช้างเจรจา ‘นิพนธ์’ ย้ายค่ายสำเร็จ จองพื้นที่เขต 1 เขต 3 ทั้ง ‘สรรเพชญ’ ทั้ง ‘โกถึก’ สวมเสื้อภูมิใจไทยลงเขตเดิม

นอกจากนี้ เขต 2 ‘ศาสตรา ศรีปาน’ ก็ชัดแล้วจะว่าจะไปย้ายไปภูมิใจไทยแน่นอน โดยทางประชาธิปัตย์ จะส่ง ‘จูรี นุ่มแก้ว’ ลงชิงอีกครั้งหลังจากเที่ยวที่แล้ว ‘จูรี’ สวมเสื้อพรรคชาติพัฒนากล้า ได้มาเป็นอันดับสาม ด้วยคะแนนน่ารักน่าลุ้น

ที่รุกหนักไม่แพ้กัน คือกล้าธรรม ‘สส.กฤต’ เขต4 เที่ยวที่แล้วเอาชนะ  ‘ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว’ ค่ายปชป. ไปเพียง 1 พันกว่าคะแนน เที่ยวนี้โดนพายุกระหน่ำซัด ข้อกล่าวหาหนักพัวพันธุรกิจสีเทา  แต่ยังลงพื้นที่ต่อเนื่อง ยังไม่มีข่าวว่ากล้าธรรม จะเปลี่ยนตัวส่งคนอื่นลงแข่งแต่อย่างใด ขณะที่ประชาธิปัตย์ชัดเจนว่า จะเปลี่ยนตัวส่ง  ‘น้องภู สิทธิพัฒน์ เสนเนียม’ ลูกชาย ‘วินัย เสนเนียม’ อดีต สส.สงขลา ผู้ล่วงลับ และเป็นหลานของ’ถาวร เสนเนียม’ อดีต สส.สงขลา ลงชนกับ สส.กฤต เพราะ ‘ชัยวุฒิ’ มีปัญหาถูก ปปช.ชี้มูลความผิดคดีเสียบบัตร

นอกจากนี้เป็นที่จับตากันอยู่ว่า ‘บ้านใหญ่ขาวทอง’ หลังจาก ‘นายกชาย’ หลุดจากอำนาจบริหารพรรคประชาธิปัตย์แล้ว จะย้ายไปอยู่พรรคไหน โดยกระแสข่าวล่าสุดบอกว่า อาจจะไปอยู่พรรคโอกาสใหม่ หรือพรรคกล้าธรรม โดยสูตรใหม่คือ ‘นายกชาย’ จะลงปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อให้ ‘สจ.เสือ วงศ์วชิระ ขาวทอง’ บุตรชาย ลงเขต 5 และให้ ‘สส.น้ำหอม’ ลงเขต 6 เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตามในส่วนของ ‘สส.สิงโต’ บุตรชาย ‘นายกชาย’ ยังคงยืนยันลงสมัครเขต 9 สังกัดเดิม ปชป.อย่างแน่นอน

ขณะที่เขต 7 คะแนนเสียงของ ‘ณัฏฐ์ชนนท์’ ยังแน่นเพราะผลงานภท. ที่เข้าไปบริการกระทรวงคมนาคม ตัดถนนหนทางในพื้นที่ถูกใจชาวบ้าน เที่ยวนี้คงชนะได้ไม่ยาก

ส่วนเขต 8 ‘สุรินทร์ ปาลาเร่’ ก็คงไปด้วยกันกับนายกชาย เพราะก่อนนี้มีข่าวว่า ‘สุรินทร์’ ประสงค์จะย้ายไปภูมิใจไทย แต่ทางค่ายน้ำเงินชิงเปิดตัว ‘แบลี ฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ’ นักธุรกิจหนุ่มในพื้นที่ไปแล้ว

ก่อนสถานการณ์ มหาอุทกภัยถล่มหาดใหญ่ คาดว่ากันว่า ภูมิใจไทย มีสิทธิ์ลุ้นอย่างน้อย 3-4 เก้าอี้ จาก 9 เขต บวกกับพันธมิตรกล้าธรรม มีลุ้นอยู่ 3-4 เขต หากได้ ‘นายกชาย’ มานำทัพ ส่วนปชป.อาจเหลือเขตเดียวถ้า ‘สิงโต’ ไม่ย้ายตามไปจริงๆ แต่หลังจากรัฐบาลค่ายสีน้ำเงินเพลี่ยงพล้ำถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าไร้ฝีมือบริหารสถานการณ์วิกฤต กรณีอุทกภัยหาดใหญ่ เป็นได้ว่า สถานการณ์อาจเปลี่ยนไปอีกรอบ

โดยเฉพาะต้องจับตาประชาธิปัตย์ ซึ่งถนัดหาจุดเปลี่ยนพลิกเกม เที่ยวนี้ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ลงพื้นที่ลุยน้ำ ปักหลักพักค้างอยู่ในหาดใหญ่ หวังกู้คืนคะแนนเก่าหาคะแนนใหม่เพิ่ม ยิ่งประมาทไม่ได้ !