ZEEKR 7X คว้ารางวัล ‘Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV’ จาก TAJA

ZEEKR 7X คว้ารางวัล 'Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV' จาก TAJA

ZEEKR 7X คว้ารางวัล ‘Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV’ จาก TAJA

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.49 น.

ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี รับรางวัล Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV หรือรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีพรีเมียมขนาดกลางยอดเยี่ยมด้านสมรรถนะและนวัตกรรม ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) ตอกย้ำความ  ก้าวล้ำในด้านประสิทธิภาพ และการนำเสนอนวัตกรรมระดับมาสเตอร์คลาส

รางวัล Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV นับเป็นเครื่องหมายการันตีความสำเร็จและการยอมรับของ ZEEKR 7X จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) ซึ่งจัดขึ้นภายในงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปในระดับสากลมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริโภคที่จะนำไปใช้เป็นข้อมูลต่อการตัดสินใจซื้อตั้งแต่การเลือกสมรรถนะ ความสะดวกสบาย การออกแบบ ความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือความคุ้มค่าของรถ และความคุ้มค่าของราคา

ทั้งนี้ความล้ำของยนตรกรรม ZEEKR 7X  มีความโดดเด่นและครบเครื่องทั้งความงามแบบไทม์เลส และสมรรถนะดุดันแบบเร้าใจ พร้อมเปลี่ยนอารมณ์ทุกการเดินทางให้เต็มไปด้วยความมั่นใจ และความปลอดภัยขั้นสูงโดยเฉพาะการก้าวข้ามทุกข้อจำกัดทั้งเส้นทางบนถนนและเส้นทางออฟโรดภายใต้แนวคิด “Indulge Every Journey” มากไปกว่านั้น ZEEKR 7X สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture)      ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดและได้รับการรับรองด้วยมาตรฐาน Euro NCAP 5 ดาว โดยได้คะแนน 91% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ และ 90% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารเด็ก ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง

ทุกการเติบโตของ ZEEKR คือการมุ่งมั่นค้นคว้าวิจัย และการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตยานยนต์อัจฉริยะให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ และความเป็นไปแห่งโลกอนาคต รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ภายใต้แผนงานขยายโครงข่ายสถานีชาร์จคุณภาพในพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้คือ “ความตั้งใจ” ของแบรนด์ที่ภูมิใจนำเสนอยนตรกรรมอีวีที่มีความชาญฉลาดแก่ลูกค้าชาวไทย สำหรับรางวัล Best Performing and Innovation Premium Mid-Size Electric SUV หรือรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีพรีเมียมขนาดกลางยอดเยี่ยมด้านสมรรถนะและนวัตกรรม ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และแสดงถึงความสำเร็จในการทำการตลาดเชิงรุกที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย นับเป็นความภาคภูมิใจที่จะทำให้ ZEEKR รักษามาตรฐานให้ดียิ่งขึ้น และพร้อมเดินหน้ามุ่งมั่นพัฒนายานยนต์ที่จะเข้ามายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวไปสู่สังคมยานยนต์พลังงานทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคคนไทยได้เป็นอย่างดี

-(016)

MI GROUP คว้า 2 รางวัล พร้อมกวาดรวม 10 รางวัลจากเวที MAAT Media Awards 2025

MI GROUP คว้า 2 รางวัล พร้อมกวาดรวม 10 รางวัลจากเวที MAAT Media Awards 2025

MI GROUP คว้า 2 รางวัล พร้อมกวาดรวม 10 รางวัลจากเวที MAAT Media Awards 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.24 น.

Branded Media: พลังจากการออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันผ่าน 4C

สำหรับ MI GROUP ความหมายของ ‘Branded Media’ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเลือกสื่อหรือแพลตฟอร์ม แต่คือ “การออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันครบวงจร” ผ่าน 4C ได้แก่ Contact, Context, Content และ Commerce

สิ่งเหล่านี้ถูกใช้เป็น “โครงสร้างแกนกลาง” ที่ทีมงานทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาจากข้อมูลเชิงลึกและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อทำให้แบรนด์สามารถสร้างบทสนทนา ความหมาย และผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ไปพร้อมกัน

ในปี 2025 MI GROUP มีผลงานเข้ารอบสุดท้ายมากถึง 24 ผลงาน และคว้ารางวัลรวมทั้งสิ้น 10 รางวัลใหญ่ จากเวที MAAT Media Awards 2025 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพขององค์กรในฐานะผู้นำด้าน Integrated Media & Communication ที่ขับเคลื่อนด้วย Insight และ Strategy ที่ชัดเจน

สื่อวันนี้เปลี่ยนบทบาทอย่างสิ้นเชิง” – มุมมองของ Chief Growth Officer

นางสาววรินทร์ ทินประภา ประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร (Chief Growth Officer) กล่าวว่า

“ในยุคที่สื่อไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งต่อสาร แต่กลายเป็น ‘พลัง’ ในการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับแบรนด์ ความสำเร็จของแบรนด์จึงไม่ได้วัดเพียงตัวเลขการมองเห็น แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เข้าใจบริบท และเข้าใจคุณค่าที่แบรนด์มอบให้กับสังคม ควบคู่กับการพิจารณาความสำคัญของ Business Performance ที่ต้องเกิดขึ้นจริง”

เธอกล่าวเสริมว่า

“การทำงานร่วมกันของ MI LEARNLAB ทีมกลยุทธ์ และทีม Communication Strategists คือหัวใจสำคัญของการพัฒนา Branded Media Solutions เราเชื่อมโยงข้อมูลรอบด้านเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อออกแบบการสื่อสารที่มีจุดหมายชัดเจน สอดคล้องกับชีวิตจริงในทุก touchpoint โดย Contact เพื่อเชื่อมผู้คน Content เพื่อสร้างคุณค่า Context เพื่อให้การสื่อสารมีความหมาย และ Commerce เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

10 รางวัลที่ตอกย้ำความสามารถของ MI GROUP

2 Gold • 6 Silver • 2 Bronze และ อีก 14 ผลงาน Finalist

รางวัลเหล่านี้สะท้อนพลังของ MI GROUP ในการพัฒนา Branded Media Solutions ที่ไม่ได้มองเพียงสื่อรายช่องทาง แต่คือการออกแบบระบบการสื่อสารที่กลมกลืนกันอย่างมีวิสัยทัศน์และมีประสิทธิภาพสูง

สองรางวัล Gold จาก IMC / Multiple Platforms — สาขาที่ท้าทายที่สุดของงาน

สองผลงาน Gold จากสาขา IMC / Multiple Platforms เป็นการยืนยันว่า “IMC ที่มีพลัง” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนแพลตฟอร์มที่ใช้ แต่ขึ้นอยู่กับ การออกแบบความสัมพันธ์ของทุกแพลตฟอร์มให้ทำงานสอดประสานกัน ทั้งด้านภาพลักษณ์ จังหวะคอนเทนต์ การจัดวางบทบาทของแต่ละสื่อ และประสบการณ์ที่ผู้คนสัมผัสได้จริง นี่คือเหตุผลที่สาขานี้ถือเป็นหนึ่งในสาขาที่ท้าทายที่สุดของเวที MAAT เพราะต้องพิสูจน์ว่า    แบรนด์สามารถผสานหลายสื่อ หลายพื้นที่ และหลายบริบทเข้าด้วยกันให้กลายเป็น “สมการการสื่อสารเดียวกัน” ได้อย่างไร้รอยต่อ

สำหรับ MI GROUP รางวัลนี้ไม่เพียงสะท้อนความเชี่ยวชาญด้าน Media Planning แต่ยังยืนยัน “ขั้นกว่าของงาน IMC” ที่เริ่มตั้งแต่ Insight → การวาง Strategy → การสร้าง Experience → ไปจนถึง Business Performance ที่วัดผลได้จริง

อย่างผลงาน MAMA OK: INK IS OK GENERATION – Team Indigo  หัวใจของแคมเปญนี้ คือการเข้าใจ “แฟนคัลเจอร์ (Fan Culture)” และพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับ ตัวตน–ความรู้สึก–ความผูกพันทางอารมณ์ มากกว่าการสื่อสารที่เน้นสินค้าเพียงอย่างเดียว ทีมงานได้นำพลังในแบบเฉพาะตัวของ อิ๊งค์ วรันธร — ทั้งเสียงที่โดดเด่น บุคลิกอบอุ่น และความเป็นศิลปินที่เชื่อมกับคนรุ่นใหม่ — มาตีความใหม่ เป็น “แกนกลางของประสบการณ์สื่อ” โดยใช้แนวคิด INK IS OK GEN ภายใต้แนวคิดนี้ ทุกองค์ประกอบของแคมเปญถูกออกแบบให้ “ส่งเสียงเดียวกัน” (One Emotional Language) อบอุ่น เข้าถึงง่าย มีความร่วมสมัย และสอดคล้องกับชีวิตประจำวันของผู้คน

แคมเปญถูกพัฒนาในแบบ IMC ที่ครอบคลุมพื้นที่สื่อ ตั้งแต่ BTS wraps, เสียงประกาศในขบวน, สื่อ Out-of-Home ไปจนถึงคอนเทนต์ออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์มทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงด้วยข้อมูล แต่ด้วย “ความรู้สึกที่จับต้องได้”

นี่ไม่ใช่แค่แคมเปญ แต่เป็นการทำให้แบรนด์กลายเป็น “พื้นที่ของความผูกพัน” คือ IMC ที่ขับเคลื่อนด้วย emotion + culture + daily life

โดย 10 รางวัลจากเวที MAAT MEDIA AWARDS 2025

Gold 2 รางวัล

สาขา IMC/ MULTIPLE PLATFORMS AWARDS

Sub : Using 3 or more medium

1.  Younghee (โกโกวา) โดย TEAM MAGENTA

2.  MAMA OK: INK IS OKGENARATION โดย TEAM INDIGO

Silver 6 รางวัล

สาขา IMC/ MULTIPLE PLATFORMS AWARDS

Sub: Best use of Large-scale Media

3.  สงคราม ส่งด่วน โดย TEAM MAGENTA

สาขา BEST USE OF OOH AND TRANSIT

Sub: Best use of Large-scale Media

4.  TAKABB (THE MOMENT YOU SEE IT, YOU KNOW) โดย TEAM INDIGO

Sub: Best use of Movable and Non-movable Media

5.  Younghee (โกโกวา) โดย TEAM MAGENTA

สาขา BEST USE OF BRANDED CONTENT

Sub: Use of available Content

6.  MAMA OK – SQUIDINK 2024 โดย TEAM SCARLET

สาขา BEST FULL-FUNNEL STRATEGY

7.  KTB – DGL KRUNGTHAI JAIPUMP 2024 โดย TEAM SCARLET

สาขา EFFECTIVENESS AWARDS

8.  BABYMILD -THE SOUND OF INSTINCT โดย TEAM MEDIA INSIGHT

Bronze 2 รางวัล

สาขา BEST USE OF VIDEO : DIGITAL

Sub: Screen (Non-Cinema)

9.  HOMEPRO TRADE-IN (CLOSED LOOP) CIRCULAR PRODUCT โดย TEAM MAGENTA

สาขา BEST USE OF MEDIA FOR MARKET DISRUPTION

Sub: Local Brand

10. M-150 ปลดหนี้ทุกชั่วโมง โดย TEAM MEDIA INSIGHT

MI GROUP กับบทบาท “Integrated Solutions Provider” ที่ครบวงจรและลึกขึ้นทุกปี

นางสาววรินทร์ กล่าวปิดท้ายว่า “ในยุคที่สื่อทำหน้าที่มากกว่าการส่งต่อสาร แต่เป็นพลังในการสร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เราเชื่อว่าความสำเร็จของแบรนด์ต้องเกิดจากการเข้าใจผู้คน บริบท และคุณค่าที่แบรนด์ส่งต่อ ไม่ใช่เพียงตัวชี้วัดด้านการมองเห็นเท่านั้น”

“การทำงานร่วมกันของ MI LEARNLAB ทีมกลยุทธ์ และ Communication Strategists ทำให้เราสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อออกแบบการสื่อสารที่แม่นยำ สอดคล้องกับชีวิตจริง และวัดผลได้จริง Contact ที่เชื่อมผู้คน Context ที่ให้ความหมาย Content ที่สร้างคุณค่า และ Commerce ที่สะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ คือแกนสำคัญของการทำงานในวันนี้”

รางวัลทั้งหมดในปีนี้ตอกย้ำว่าพลังของ Branded Media ไม่ใช่เพียงแนวคิดแต่คือการออกแบบการสื่อสารที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง แบรนด์กับผู้คนในเชิงลึก MI GROUP จะยังคงมุ่งมั่นในการใช้ข้อมูลและความคิดสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของทุกแบรนด์ต่อไป

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี

60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.14 น.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ด้านสุขภาพ จัดกิจกรรม วันเบาหวานโลก ประจำปี 2568 (World Diabetes Day 2025)” ภายใต้แนวคิด “Diabetes and Well-being: Creating Healthy Workplaces for All” หรือ สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” ณ อาคาร Siam Scape ชั้น 1 และ ชั้น 9 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึง ความสัมพันธ์ระหว่าง “สุขภาพ” และ “ชีวิตการทำงาน” พร้อมรณรงค์ให้สถานที่ทำงานทั่วประเทศกลายเป็น “พื้นที่สุขภาวะ” ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ของคนไทยทุกคน

โรคเบาหวานภัยเงียบของวัยทำงาน

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยมีผู้ที่อยู่กับโรคนี้ มากถึงกว่า  589 ล้านคน และในจำนวนนี้มากกว่า 412 ล้านคน เป็นประชากรวัยทำงาน ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งยัง ไม่ ทราบ ว่าตนเองป่วย ปัญหาความเครียดจากงาน ภาวะหมดไฟ การขาดกิจกรรมทางกาย และสภาพแวดล้อม ที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการ เพิ่มขึ้นของโรคเบาหวานในกลุ่มคนวัยทำงาน สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) จึงกำหนดแนวคิดรณรงค์ปีนี้ภายใต้แนวคิด “Diabetes and Well-being: Creating Healthy Workplaces for All” หรือ “สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน”เพื่อกระตุ้นให้ทุกองค์กรและทุกคน ในสังคมตระหนักว่าการดูแลสุขภาพในที่ทำงานไม่ใช่ทางเลือก อีกต่อไป แต่คือ ความจำเป็นที่ต้องเริ่มทันที

.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวเปิดงานว่า “ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเปิดงานวันเบาหวานโลก ปี 2568 ภายใต้แนวคิด ‘สุขภาพดีเริ่มที่ทำงาน ปีนี้ยังเป็นปีครบรอบ 60 ปี ของสมาคมฯ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมความรู้ ทางวิชาการการดูแลผู้ป่วย และการป้องกันโรคเบาหวานในทุกมิติ โดยมุ่งหวังให้ทุกองค์กรและทุกคนใน สังคมไทย มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ทั้งกายและใจ”

รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันเบาหวานโลก และอุปนายกสมาคมฯ กล่าวรายงานว่า “สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนทั้งจาก ภาครัฐภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ‘สุขภาพดี’ และ ‘การทำงานที่ มี ประสิทธิภาพ’ สามารถอยู่ร่วมกันได้ ภายใต้แนวคิด Diabetes & Well-being in the Workplace ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน กิจกรรมในปีนี้ จึงออกแบบให้ทุกคนได้ทั้งเรียนรู้และลงมือ ดูแลสุขภาพจริง ผ่านนิทรรศการ การเสวนา และกิจกรรมจากภาคี เครือข่ายมากมาย”

รวมพลังเครือข่ายสุขภาพขับเคลื่อน “Healthy Workplace for All”

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหาร จากหลายหน่วยงานมาร่วมแสดงเจตนารมณ์ ได้แก่

  • ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร
  • นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์
  • ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส.
  • คุณหลุยส์ คริสธานินทร์ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)
  • รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทุกหน่วยงานต่างยืนยันพร้อมร่วมกันสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างสังคมสุขภาพดี ลดภาระโรคไม่ติด ต่อเรื้อรังและทำให้ “ที่ทำงาน” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Well-being อย่างแท้จริง ภายในงานมีบูธกิจกรรม จากหลากหลายภาคส่วน ที่ร่วมสร้าง เสริมสุขภาพ อาทิ

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
    ให้บริการ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จำนวน 200 โดส ฟรี! สำหรับผู้มาร่วมงาน
  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
    ร่วมกับ เครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดกิจกรรม ทดสอบสมรรถภาพทางกาย และให้คำแนะนำการ ออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทำงาน
  • บูธองค์กรพันธมิตรภาคเอกชน แนะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการดูแลสุขภาพ เช่นอุปกรณ์ ตรวจระดับน้ำตาล ตรวจคัดกรองสุขภาพตา เครื่องมือฟิตเนสสำหรับออฟฟิศ และเมนูสุขภาพ Workplace Friendly
  • เวทีเสวนา “Workplace Well-being for All: From Policy to Practice”
  • เวทีเสวนา Best Practice Showcase: Healthy Organization in Action
    ถ่ายทอดประสบการณ์จากองค์กรต้นแบบ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย นเรศวร และภาคเอกชนชั้นนำ
  • เวทีเสวนา ชีวิตกับเบาหวานในที่ทำงาน
    โดย ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต็งพันธุ์ (คณะจิตวิทยา จุฬาฯ) และตัวแทนชุมชนผู้เป็นเบาหวาน Young Leaders in Diabetes (Thailand)
  • นิทรรศการ 60 ปี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ แห่งความมุ่งมั่นเพื่อสุขภาพคนไทย ถ่ายทอดเส้นทางความมุ่งมั่น ของสมาคมฯ ตลอด 6 ทศวรรษ ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ ยกระดับการดูแลผู้เป็นเบาหวาน และการผลักดันการเข้าถึงยา และ เทคโนโลยี
  • นิทรรศการ “OK to Well-being” มุมถ่ายภาพ–กิจกรรม “OK or Not OK” ให้ความรู้เรื่องพฤติกรรมเสี่ยงและทางเลือกสุขภาพดีในที่ทำงาน พร้อม มุมชิมเมนูสุขภาพ Workplace Friendly

โดยปี 2568 ถือเป็นปีครบรอบ 60 ปีแห่งการก่อตั้งสมาคมโรคเบาหวาน แห่งประเทศไทยฯ องค์กรวิชาชีพที่ ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยทุกคน “เข้าใจเบาหวาน อยู่กับเบาหวาน และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ”

เพราะสุขภาพดีของคนไทย คือภารกิจที่เรายึดมั่นตลอด 60 ปี และจะก้าวต่อไปด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น เพื่อ สุขภาวะที่ยั่งยืน (Well-being for All)”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส.

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส.

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์

ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร

ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร

ประกาศรางวัลทรงคุณค่ามอบให้กับอินฟลูเอนเซอร์ ! G-Yu Creative X Tellscore จัดงาน ‘JAPAN EXPO INFLUENCER AWARDS 2026’

ประกาศรางวัลทรงคุณค่ามอบให้กับอินฟลูเอนเซอร์ !  G-Yu Creative X Tellscore จัดงาน 'JAPAN EXPO INFLUENCER AWARDS 2026'

ประกาศรางวัลทรงคุณค่ามอบให้กับอินฟลูเอนเซอร์ ! G-Yu Creative X Tellscore จัดงาน ‘JAPAN EXPO INFLUENCER AWARDS 2026’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.56 น.

เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่แห่งการเชิดชูผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์! บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ ร่วมกับ Tellscore แพลตฟอร์มที่รวบรวม Influencer ระดับประเทศ ประกาศความพร้อมในการจัดงานมอบรางวัล JAPAN EXPO INFLUENCER AWARDS 2026การมอบรางวัลในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอกย้ำความสำคัญของกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยยกย่อง Influencer ที่มีใจรักและได้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับญี่ปุ่น และสร้างผลงานโดดเด่นในแต่ละด้าน ที่จะเกิดขึ้นในงาน JAPAN EXPO THAILAND 2026 ได้รับเกียรติสูงสุดจาก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Embassy of Japan in Thailand) ในการร่วมมอบรางวัล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในบทบาทของ Influencer ในฐานะสะพานเชื่อมมิตรภาพและ Soft Power ระหว่างสองประเทศอย่างแท้จริงในปีนี้ คณะกรรมการได้คัดสรรสุดยอด Influencer ในวงการญี่ปุ่นและผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งสิ้น 18 รางวัล ในสาขาต่างๆ

รายละเอียดพิธีมอบรางวัล

  • วัน/เวลา: วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  [เวลา : 14.00 – 14.45 น.]
  • สถานที่: ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (เวที KAZE STAGE – ZONE B)
  • ผู้มอบรางวัล: สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย

รายชื่อผู้ได้รับรางวัลในสาขาต่างๆ:

1. Best Legacy Influencer Award  ได้แก่  ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน   ( Wit Sittivaekin )

2. Best Green & Sustainable Influencer Award ได้แก่  คุณสิรณัฐ สก็อต ( Siranudh Scott )

3. Best Education Influencer Award ได้แก่  JapanSalaryman  คุณภัทรพล เหลือบุญชู ( Patarapon Laueboonchu ) 

4. Best Food Influencer Award  ได้แก่  Goodbye money  เงินจ๋าขอลาก่อน

5. Best Expat Influencer Award ได้แก่  ญี่ปุ่นมั้ย?  คุณเคนจิ ชิราทาอิ ( Kenji Shiratai )

6. Best Health & Sport Influencer Award  ได้แก่  คุณลักษิกา อาศิรวาทวุณิชย์  ( Laksika Asirawartwanit )

7. Best Collectibles Influencer Award ได้แก่ คุณมารี เออเจนี เลอเลย์ ( Marie Eugenie Le Lay )

8. Best Cosplay Influencer Award ได้แก่ คุณพรกมลพรรรณ เปลี่ยนศิริ ( Phonkamonphan Plian­siri ) 

9. Best Entertainment Influencer Award  ได้แก่  คุณเสรีโรจน์ ไชยพร ( Sereeroj Jayaphorn )

10. Best V-Tuber Influencer Award ได้แก่  Evalia ARP (Algorithm project)

11. Best Movie & Animation Influencer Award ได้แก่ Uncanny Boy  คุณธนกร มุ่งการ ( Tanakorn Moongkarn )

12. Best Culture & History Influencer Award ได้แก่ คุณสมชัย ว่องสกุลชัย ( Somchai Wongsakulchai ) 

13. Best Art Influencer Award  ได้แก่ Sundae Kids  คุณปราชญา มหาเปารยะ และ คุณกวิน เทียนวุฒิชัย   
     ( Pratchaya Mahapauraya / Kavin Thienvutichai )

14. Best Social Empowerment Award ได้แก่ คุณอภิวัฒน์ อภิวัฒน์เสรี – คุณสัพพัญญู ปนาทกูล อภิวัฒน์เสรี

 (Apiwat Apiwatsayree / Sappanyoo Panatkool Apiwatsayree ) 

15. Best Tourism Program Influencer Award ได้แก่ เสือร้องไห้ (Tigercry)  คุณคัตโตะ อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล ,  คุณโค้ดดี้ อรรถพล โพธิ์หาญรัตนกุล , คุณแนตตี้ จิรุตถ์ ตันติวรอังกูร และ คุณเอ็ดดี้ ญาณวุฒิ  จรรยหาญ 

16. Best Cross-Cultural Influencer Award ได้แก่ Nipponboyz   คุณฮิเดกิ นากายาม่า คุณลุค อิชิคาว่า พลาวเดน และ คุณเรียวตะ โอมิ   (Hideki Nagayama / Luke Ishikawa Plowden / Ryota Ohmi)

17. Best Lifestyle Influencer Award  ได้แก่  Kimochiii คุณเรโกะ กัญญาภัทร จึงปรีดาโชติ คุณพล่ากุ้ง วรชาติ  ธรรมวิจินต์ และ คุณแดนนี่ ดานิเอง เบล็สซิ่ง

18. Best Taste Maker Influencer Award  ได้แก่  คุณอารยา พานิชกุลพูลผล  (Araya Panitchakulpoonpon)

มาร่วมแสดงความยินดี กับเหล่า Influencer ที่ได้รับรางวัล รวมถึงการประกาศรางวัล  JAPAN EXPO AWARD 2026 รางวัลอันทรงคุณค่า ที่จะมอบให้กับศิลปินดารา ที่มีบทบาทความเชื่อมโยงมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น มอบรางวัลโดย สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Embassy of Japan in Thailand ซึ่งจะประกาศผลรางวัลในเร็วๆ นี้ แล้วมาเจอกันในงาน JAPAN EXPO THAILAND 2026 ที่เต็มไปด้วยความสนุก ความบันเทิง และกิจกรรมสุดอลังการ ระหว่างวันที่ 68 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์!

Organized by: G-Yu Creative Co., Ltd.

主催: ジーユークリエイティヴ

ติดตามความเคลื่อนไหวของงานได้ที่  

www.japanexpothailand.com  www.gyucreative.com

Facebook : https://www.facebook.com/japanexpothailand/

IG: @japanexpothailand

X : @JAPANEXPO_THAI

Line@ : @japanexpothailand

#JAPANEXPOTHAILAND2026 #JapanThaiUnitedAsOne

#japanexpoinfluenceraward #ญี่ปุ่นครบจบที่นี่ #日本のすべてここにあり

จับตาความสัมพันธ์ ไบร์ท-เนเน่ อันฟอลโลว์ไอจีกันแล้ว

จับตาความสัมพันธ์ ไบร์ท-เนเน่ อันฟอลโลว์ไอจีกันแล้ว

จับตาความสัมพันธ์ ไบร์ท-เนเน่ อันฟอลโลว์ไอจีกันแล้ว

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.17 น.

28 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นประเด็นที่ทำให้แฟนคลับจับตาอีกครั้ง สำหรับความสัมพันธ์ของคู่รักศิลปินสุดฮอต “ไบร์ท วชิรวิชญ์” และ “เนเน่ พรนับพัน” ที่ก่อนหน้านี้มักมีโมเมนต์หวานๆ ให้แฟนๆ ได้ยิ้มตาม ไม่ว่าจะเป็นภาพคู่ คลิปน่ารัก หรือโมเมนต์สุดอบอุ่นในคอนเสิร์ตของเนเน่ ที่เคยเป็นไวรัลอย่างหนัก เมื่อเธอเดินลงจากเวทีเข้าไปสวมกอดหนุ่มไบร์ทกลางงาน ทำเอาผู้ชมในฮอลล์กรี๊ดลั่นด้วยความฟิน

ล่าสุดกลับมีเหตุให้หลายคนต้องสะดุ้ง เมื่อพบว่า ทั้งไบร์ทและเนเน่ได้อันฟอลโลว์อินสตาแกรมของกันและกัน จุดกระแสคาดเดาอย่างหนักว่า หรือความรักของทั้งคู่กำลังสั่นคลอน แฟนคลับจำนวนมากต่างตกใจ พร้อมตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ทั้งคู่ยังดูหวานและสนับสนุนกันเป็นอย่างดี

เคลียร์ชัดอีกครั้ง ​ก็อต อิทธิพัทธ์ ชี้แจงสาเหตุเลิก ริชชี่ ปิดฉากรัก6ปี

เคลียร์ชัดอีกครั้ง ​ก็อต อิทธิพัทธ์ ชี้แจงสาเหตุเลิก ริชชี่ ปิดฉากรัก6ปี

เคลียร์ชัดอีกครั้ง ​ก็อต อิทธิพัทธ์ ชี้แจงสาเหตุเลิก ริชชี่ ปิดฉากรัก6ปี

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.39 น.

28 พฤศจิกายน 2568 กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลตลอดหลายวันที่ผ่านมา สำหรับกระแสข่าวเม้าท์เรื่องการยุติความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง “ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส” และ “ก็อต อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์” ที่ว่ากันว่าเลิกรากันแบบไม่ค่อยสวยนัก และยังมีข่าวลือโยงเรื่องมือที่สามจนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์วงกว้าง

ล่าสุด ก็อตได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยระบุว่า “สวัสดีครับ ผมคิดว่า ผมต้องพูดอะไรสักหน่อย ก่อนที่เรื่องราวมั่วๆ มันจะทำให้ชีวิตผมวุ่นวายไปกว่านี้นะครับ ประเด็นที่เลิกกันไม่มีเรื่องมือที่ 3 นะครับ เป็นเรื่องส่วนตัวอื่นๆ ครับ ผมไม่แน่ใจว่าไปเอาเรื่องราวพวกนี้มาจากไหนกัน แต่รบกวนหยุดเถอะครับ”

       โดยมีแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมหวังให้ทั้งคู่ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยดี 

‘อั้ม อธิชาติ’ลงพื้นที่ช่วยชาวหาดใหญ่แบบเงียบๆแฝงตัวร่วมทีมกู้ภัย

'อั้ม อธิชาติ'ลงพื้นที่ช่วยชาวหาดใหญ่แบบเงียบๆแฝงตัวร่วมทีมกู้ภัย

‘อั้ม อธิชาติ’ลงพื้นที่ช่วยชาวหาดใหญ่แบบเงียบๆแฝงตัวร่วมทีมกู้ภัย

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.58 น.

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่รุนแรงจนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ล่าสุด อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ นักแสดงชื่อดัง และปัจจุบันเป็น เจ้าของธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพแบรนด์ ‘อทิส (ATIS)’ ได้เดินทางลงพื้นที่แบบไม่เป็นข่าว พร้อมร่วมทีมกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

ข้อมูลจากอาสากู้ภัยเผยว่า อั้มเดินทางไปโดยไม่มีทีมงาน ไม่มีสื่อ และไม่แจ้งให้ใครทราบล่วงหน้า เลือกลงน้ำช่วยลำเลียงของยังชีพ พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และช่วยส่งของช่วยเหลือขึ้นรถกู้ภัยอย่างเต็มที่แม้จะอยู่ในวงการบันเทิงมานาน แต่ อั้ม อธิชาติ เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นหนึ่งในคนดังที่ทำงานจิตอาสาและมีบทบาทช่วยเหลือสังคมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งเหตุภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉิน และงานอาสาหลากหลายรูปแบบการลงพื้นที่หาดใหญ่ครั้งนี้ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนและชาวเน็ตจำนวนมาก ที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “อั้ม คือคนของประชาชนอย่างแท้จริง” นอกจากนี้ การที่อั้มหันมาทำธุรกิจด้านสุขภาพอย่างแบรนด์ ATIS ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการดูแลสุขภาพคนไทยและส่งเสริมคุณภาพชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทจิตอาสาที่เขาทำมาโดยตลอดเหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ตอกย้ำว่า “พ่อก็คือพ่อ” ของแท้ทั้งความตั้งใจ น้ำใจ และการลงมือทำเพื่อช่วยสังคมในยามวิกฤติอย่างแท้จริง

‘ตั๊ก มยุรา’เผยคนยุคนี้เข่าเสื่อมไวจริงหรือ? หยุดพฤติกรรมนี้ก่อนพังระยะยาว!

'ตั๊ก มยุรา'เผยคนยุคนี้เข่าเสื่อมไวจริงหรือ? หยุดพฤติกรรมนี้ก่อนพังระยะยาว!

‘ตั๊ก มยุรา’เผยคนยุคนี้เข่าเสื่อมไวจริงหรือ? หยุดพฤติกรรมนี้ก่อนพังระยะยาว!

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.47 น.

รายการ Tuck Talk สัปดาห์นี้พบกับเรื่องใกล้ตัวที่ควรระวัง เข่าเสื่อม ข้อพัง ไม่ใช่แค่โรคของคนแก่! แต่เกิดได้กับทุกวัย เปิดพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำเป็นประจำ ระวังเข่าเสื่อม ข้อพังระยะยาว พร้อมวิธีเช็กเข่าเสื่อมที่ทำได้ใน 10 วิ กับ “หมอพั้นช์ วรพล” ศัลยแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ และเวชศาสตร์ป้องกัน

ใครที่กำลังปวดข้อปวดเข่าแล้วสงสัยว่ากระดูกเสื่อมหรือแค่อักเสบ ปัจจุบันคนอายุน้อยเริ่มปวดเข่าปวดข้อแล้วจริงไหม ?

หมอพั้นช์ ตอนนี้ตั้งแต่เริ่มตรวจ 5–6 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของคนเราเปลี่ยนไปเยอะ ทำให้มีอาการเจ็บปวดเข่าขึ้นเยอะมาก ๆ เด็กอายุ 18–19 ก็มาหาหมอเยอะขึ้น อาการปวดเข่าส่วนใหญ่ที่เจอเกิดจากพฤติกรรม 70–80% เกิดจากการที่ใช้งานต่าง ๆ ยกตัวอย่าง ตอนนี้เด็ก ๆ ถ้าเป็นวัยรุ่นมาหาหมอทุกวันนี้ ถ้าปวดเข่าส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการออกกำลังกายการใช้งาน ชอบเล่นกันเต็มที่รุนแรง สนุกสนาน ที่ชอบออกกำลังกายดัง ๆ ตอนนี้ก็เป็นวิ่งมาราธอน

คนอายุน้อยมาจากพฤติกรรมการออกกำลังกาย ?

หมอพั้นช์ ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างงั้น

แล้วถ้าคนวัยทำงานเกิดจากอะไร ?

หมอพั้นช์ เราออกกำลังกายเริ่มน้อยลง แต่ก็เป็นพฤติกรรมในการใช้ชีวิตเหมือนกัน การยกของการย่อเข่า งอตัว การนั่งขัดสมาธิ การใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าเกิดว่าใช้ผิดท่าไม่ถูกต้องก็มีโอกาสทำให้เกิดอาการปวดเข่าได้เหมือนกัน

นิสัยหรือพฤติกรรมแบบไหนที่ทำให้ข้อเข่าพัง ?

หมอพั้นช์ นิสัยที่เจอบ่อยๆ คนไทยจะนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ ขัดสมาธิ การที่ต้องลงไปนั่งกับพื้น และมีการงอเข่าเยอะ ๆ ก็จะมีแรงเข้ามากระทำกับเข่าเราเยอะขึ้น

รองเท้ามีผลไหม ?

หมอพั้นช์ : มีผลมาก มีงานวิจัยออกมาถ้าเราเดิน น้ำหนักตัวสมมุติว่า 50 กก. ถ้าเราเดินก้าวหนึ่งสองก้าว เข่าจะรับน้ำหนัก 2-4 เท่าของน้ำหนักตัว การที่เราเดินปกติหมายความว่า 50 กก. เข่าข้างหนึ่งเวลาเดินต้องรับน้ำหนักถึง 200 กก. ถ้าเมื่อเราเดินจะมีแรงกระแทกกับพื้นสะท้อนขึ้นมาที่เท้าและเข่าตลอดเวลา ถ้ารองเท้าไม่ซัพพอร์ตไม่ดีพอ ก็จะมีโอกาสทำให้แรงสะท้านเข้าเข่าและก็มีการบาดเจ็บได้

นอกจากรองเท้าการรักษาน้ำหนักตัวก็มีผล ?

หมอพั้นช์ สำคัญมาก ๆ แทบจะเป็นไกด์ไลน์ทั่วโลกว่าถ้าป้องกันเข่าเสื่อมหรือการรักษาสิ่งที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนัก ไม่เยอะเกินไปแต่ก็ไม่น้อยเกินไป ผมชอบบอกคนไข้ว่าไม่ได้อยากให้ลดน้ำหนักแต่อยากให้รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม น้อยไปก็มีโอกาสเป็นกระดูกพรุน มากไปเข่าก็เสื่อม ต้องให้พอดี

น้ำหนักมากมีผลทำให้เข่าพังเข่าเสื่อมเร็ว มันไปเพิ่มแรงกดยังไง ?

หมอพั้นช์ สมมุติคนไทย 50 กก. ถ้ายืนขาข้างเดียวน้ำหนักจะลงเข่าข้างเดียว 50 กก. ถ้ายืนเท่ากันจะแชร์คนละครึ่ง ถ้าเมื่อไหร่เราเดินน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นจาก 50 จะกลายเป็น 2-4 เท่า ก็คือ 200 กก. การที่เดินเท่ากับเข่าข้างหนึ่งรับน้ำหนัก 200 กก. ถ้าน้ำหนักเราเพิ่มขึ้น 1 กก. เท่ากับเข่าข้างหนึ่งจะต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น 4 กก. ต่อก้าว สมมุติว่า 10,000 ก้าว เพิ่มข้างละ 4 กก. จากน้ำหนักตัวที่เราเพิ่มขึ้น 1 กก. เท่ากับน้ำหนักที่เข่าจะต้องรับต่อวันเพิ่มขึ้น 40,000 กก.

แสดงว่าการเดินเข่าเราก็จะเสื่อมลง ?

หมอพั้นช์ ไม่เชิงครับ การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีถ้าเราพร้อมและเดินในท่าทางที่ถูกต้อง ถ้ามีการเดินท่าที่ถูกต้อง มีการฝึกกล้ามเนื้อรอบเข่าให้มารองรับน้ำหนักที่จะเกิดขึ้น มีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อให้เหมาะสม จะทำให้ดีทั้งหัวใจและกล้ามเนื้อ ต้องยืดเหยียด ฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นควบคู่กันไป

การยืนการนั่งท่าไหนที่ไม่ดีกับข้อเข่า?

หมอพั้นช์ ต้องบอกว่าทุกท่ามีส่วนที่ไม่ดีกับข้อเขา แม้แต่การนั่ง ถ้าเกิดเวลานั่งหลาย ๆ คนนั่งเก้าอี้ไม่เหมาะสมพอดี เวลานั่งจริงที่เหมาะสมคือฝ่าเท้าราบกับพื้นชี้ไปข้างหน้าคู่กัน ความสูงของเก้าอี้จะต้องอยู่ในระดับที่เข่าประมาณ 90 องศาคือตั้งฉากพอดี หรือยื่นออกมาเล็กน้อยทำให้เลือดมัน flow ได้ดี เมื่อเก้าอี้เตี้ยแล้วเรางอเข่าเยอะๆ หลอดเลือดที่เหมือนท่อน้ำลงไปเลี้ยงข้างล่างจะถูกหักงอเลือดไปเลี้ยงได้น้อยลง จะมีโอกาสเกิดเหน็บชา มีโอกาสเป็นตะคิวตอนกลางคืนได้

การนั่งไขว่ห้างไม่ดี ?

หมอพั้นช์ ไม่ดีจริง ๆ ลองสังเกตถ้านั่งไขวห้างไม่เกิน 15 – 20 นาทีก็จะเริ่มชา เพราะว่าหลอดเลือดถูกกด เลือดไม่ไปเลี้ยง มันก็ชาแล้ว

การนั่งหลังจะต้องชิดเก้าอี้ไหม ?

หมอพั้นช์ ดีที่สุดหลังจะต้องชิดเก้าอี้ ก้นชิดเก้าอี้ นั่งครึ่ง ๆ ดีตรงที่เราจะสามารถขยับตัวเคลื่อนไหวได้สะดวก คล่องตัวคนจะนั่งแบบนี้ แต่ถ้าเหมาะสมกับอาการไม่ปวดหลัง ไม่ปวดช่วงล่างเอวต้องนั่งให้ชิด เหมือนเวลาขับรถจะบอกคนไข้เลยถ้าเกิดว่ามีอาการปวดหลัง ลองอย่างแรกเลยขับรถให้ไปสังเกตก่อนเวลานั่งเราชอบไหล ตัวเราไหลแล้วก้นลอย สักพักจะปวด จำไว้ตลอดว่าให้ก้นชิดเบาะตลอดเวลา

อาการแบบไหนที่คนมักจะมองข้าม ถ้าทำบ่อย ๆ ข้อเริ่มพัง ?

หมอพั้นช์ ข้อเสื่อมที่เจอบ่อยคือข้อเข่า การลุกนั่งเยอะ ๆ ไม่ใช่แค่ลุกนั่งแบบ squat ธรรมดาแต่ลงไปนั่งพื้น นั่งพื้นงอเข่า ยกน้ำหนักเยอะ ๆ แล้วมีการเดินการขึ้นบันไดลงบันได เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีงานวิจัยมา สมมุติว่าเดินน้ำหนักจะเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ถ้าขึ้นลงบันไดเท่ากับเข่าต้องรับน้ำหนักถึง 4-5 เท่า

ในกลุ่มผู้สูงวัยโดยเฉลี่ยข้อต่อกับเข่าจะเสื่อมตอนอายุเท่าไหร่ ?

หมอพั้นช์ ในงานวิจัยบอกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 55 ปี

จะมีอาการยังไง ?

หมอพั้นช์ อาการจะเริ่มตั้งแต่เริ่มเจ็บจี๊ดๆ ที่เข่า สังเกตเวลาที่จะเป็นบ่อยคือเวลาขึ้นลงบันได จะเริ่มเจ็บที่เข่า อีกอันหนึ่งคือตื่นเช้ามารู้สึกเข่ายึด ๆ ติด ๆ คนไข้จะบอกว่าเข่าจะฝืดประมาณไม่เกินครึ่งชั่วโมงตอนตื่นนอน เป็นระยะอาการที่บอกว่าน่าจะเข่าเสื่อม จะรู้สึกเหยียดงอ แล้วรู้สึกว่าแน่น ๆ ขยับไม่ลื่น

จะแยกอย่างไรว่าอาการปวดเกิดจากข้ออักเสบหรือโรคเก๊าท์ ?

หมอพั้นช์ ถ้าเกิดว่าเป็นเข่าเสื่อมที่เจอเยอะที่สุด ให้สังเกตว่าเกิดจากพฤติกรรมที่ใช้ เช่น เดินนาน ๆขึ้นบันไดแล้วเริ่มมีอาการเจ็บแต่พักแล้วดีขึ้นคือเข่าเสื่อม เกิดจากการใช้งานเมื่อไหร่ที่ใช้งานก็จะเจ็บ ถ้าเป็นเก๊าท์จะเจ็บแบบทนไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อนิ้วโป้งเท้าก่อน เวลาเจ็บจะทนไม่ได้ จะปวดบวมแดงร้อน แตะไม่ได้เลยอันนั้นคือโรคเก๊าท์

พออายุมากๆ กินแคลเซียมเสริม ช่วยชะลอความเสื่อมของกระดูกช่วยได้จริงไหม ?

หมอพั้นช์ แคลเซียมจะช่วยให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันเรื่องกระดูกพรุน แต่บางทีคนไข้ก็ชอบมาถามปวดเข่า เข่าเสื่อมกินแคลเซียมดีไหม ต้องบอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับเข่าเสื่อมโดยตรงเพราะว่าแคลเซียมเป็นส่วนประกอบของกระดูก ไม่ใช่ส่วนประกอบของข้อ

มีอาหารหรือสารอาหารชนิดไหนที่ช่วยชะลอความเสื่อมของข้อหรือลดการอักเสบไหม ?

หมอพั้นช์ ยังไม่มีอาหารอะไรที่ช่วยเรื่องป้องกันข้อเสื่อม ถ้าหมออยากจะแนะนำอยากให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ สิ่งที่สำคัญคือจะต้องดูแลสุขภาพองค์รวมให้เหมาะสม น้ำหนักไม่เยอะเกินไป ไม่น้อยเกินไป แล้วก็มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอที่ถูกต้อง อาหารที่ลดอาการอักเสบได้จะมีพวกกลุ่มไขมันดี เช่น โอเมก้า3 ปลาน้ำลึกก็สามารถช่วยได้บ้าง แต่การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ถ้าปวดข้อปวดเข่า หมอจะมีวิธีรักษายังไง ?

หมอพั้นช์ ต้องคุยก่อนว่ามีพฤติกรรมการใช้ชีวิตยังไง ที่มีโอกาสทำให้การปวดเข่าเป็นมากขึ้น มีความเสี่ยงทำให้เกิดเข่าเสื่อมหรือเปล่า ถ้าคุยกันแล้วมีอะไรที่ไม่เหมาะสมก็ต้องปรับกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรักษาส่วนใหญ่การผ่าตัดจะบอกคนไข้เป็นหนทางสุดท้าย ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นแล้วค่อยผ่าตัด เมื่อไหร่ที่มันรบกวนการใช้ชีวิต ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ค่อยมาคุยเรื่องผ่าตัดกัน เพราะว่าการรักษาจะเริ่มตั้งแต่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หลังจากนั้นถ้าไม่ดีขึ้นถึงจะเป็นการกินยา มีพารามียาลดการอักเสบที่คอยช่วยเรา ถ้าคนไหนไม่ชอบกินยา ยาทา ยาแปะก็ช่วยได้ ซึ่งพวกนี้ช่วยได้เยอะอาจจะไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก็ได้

สำหรับคนที่กำลังปวดเข่าปวดข้ออยู่ ถ้าดูคลิปนี้จบแล้ว 3 สิ่งที่คุณหมออยากจะแนะนำให้ทำคืออะไร ?

หมอพั้นช์ 1 คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อันไหนที่มีโอกาสทำร้ายเข่าต้องหยุด น้ำหนักตัวต้องคุมให้เหมาะสม 2 คือต้องฝึกกล้ามเนื้อรอบ ๆ เข่าให้มารองรับแรงกระแทกให้เหมาะสม เพราะว่าต้องใช้เข่านี้ไปตลอดชีวิต อันสุดท้าย 3 คืออย่ากลัวการมาหาหมอ ถ้าเกิดมีอาการปวดมาหาหมอก่อนอย่างน้อยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นอะไรจะได้รักษาให้ถูกต้อง อย่าปล่อยให้เรื้อรัง เพราะการบาดเจ็บเล็กน้อยจะทำให้เราเป็นเข่าเสื่อมในอนาคต

ชายปริศนามอบเงินผ่าน ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

ชายปริศนามอบเงินผ่าน 'เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น'ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

ชายปริศนามอบเงินผ่าน ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.39 น.

ช่วงค่ำวันนี้ เกิดกระแสในโลกออนไลน์หลังมีภาพชายหนุ่มผู้ไม่เปิดเผยตัวมาก่อน เดินทางเข้ามามอบเงินจำนวน 500,000 บาท ให้กับ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ซึ่งทำหน้าที่เป็น สะพานบุญอยู่ที่จุดช่วยเหลือ สายไหม 73 เพื่อรวบรวมสิ่งของและเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 2568หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างตั้งคำถามว่า “ชายผู้นี้คือใคร” เนื่องจากการมอบเงินเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่มีการประกาศล่วงหน้า

ต่อมาได้มีการยืนยันแล้วว่า บุคคลดังกล่าวคือ คุณหยก – อรรคพล หยกยิ่งยงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัทโฮปฟูล จำกัด (Hopeful Co., Ltd.)  ผู้ดำเนินธุรกิจด้านอาหารเสริมสุขภาพในประเทศไทย  คุณหยกเปิดเผยว่า ตนเห็นข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้และทราบว่ามีหลายครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหนัก จึงตัดสินใจเข้าร่วมสมทบทุนเพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือของภาคประชาชน โดยเลือกส่งผ่านเจนนี่ซึ่งกำลังประสานงานรับบริจาคอยู่ที่จุดสายไหม 73

“ตั้งใจอยากช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวใต้ตามกำลังที่ทำได้ และเห็นว่าจุดสะพานบุญของคุณเจนนี่กำลังเร่งส่งของช่วยเหลือ จึงอยากร่วมสนับสนุนให้การช่วยเหลือดำเนินไปได้เร็วขึ้น” คุณหยก กล่าว

ด้านเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น กล่าวว่า เงินบริจาคทั้งหมดจะถูกจัดสรรเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ตามความจำเป็นอย่างเร่งด่วน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมส่งพลังน้ำใจในครั้งนี้

การมอบเงินสมทบในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและประชาชนที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือกันในยามเกิดวิกฤติ สร้างความอบอุ่นใจและเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

ส่งกำลังใจ ‘เบลล่า ราณี’โอนเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ส่งกำลังใจ 'เบลล่า ราณี'โอนเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ส่งกำลังใจ ‘เบลล่า ราณี’โอนเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.12 น.

28 พฤศจิกายน 2568 เรียกว่าทั้งสวยและมีน้ำใจสุดๆ สำหรับนางเอกซุปตาร์ “เบลล่า ราณี แคมเปน” ที่ทันทีเมื่อทราบข่าววิกฤตน้ำท่วมหลายพื้นที่ในภาคใต้ ก็รีบยื่นมือช่วยเหลือ

พี่พลอย ผู้จัดการส่วนตัวของเบลล่าได้โพสต์เปิดเผยว่า “ดีใจและภูมิใจในตัวน้องเสมอ ทุกเหตุการณ์น้องไม่เคยวางเฉยเลยสักครั้ง การเสียสละของน้องเต็มไปด้วยความเต็มใจ ไม่เคยทำให้พี่รู้สึกถึงความอึดอัดแม้แต่นิดเดียว @bellacampen

       ทันที่เกิดเรื่อง น้องเบลโอนเงินมาให้พี่ทันที 500,000 บาท และบอกพลอยว่า “เบลฝากพี่พลอยจัดการจัดสรรให้หนูด้วย “ตรงไหนที่เค้าเดือดร้อนโอนช่วยให้เค้าไปเลยค่ะ” และให้เตรียมบางส่วนไว้สำหรับงานช่วยเหลือหน้างานด้วย“ น้องเบลบอกตั้งแต่วันแรกที่ข่าวออกว่าอยากช่วยให้ถึงพื้นที่หน้างานจริง ๆ นอกจากจุดหลักที่เราช่วยกันอยู่ ก็อยากเสริมจุดอื่นให้ถึงมือคนที่ต้องการที่สุด ให้พื้นที่ใช้ในสิ่งที่จำเป็นจริงๆ จึงตัดสินใจบริจาคเป็น “เงิน” เพราะตรงจุดที่สุดและให้ผู้ที่มีความชำนาญในการช่วยเหลือเป็นคนจัดสรรสิ่งของ

       ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกคน ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เราอาจเป็นเพียงกำลังเล็ก ๆ กับความต้องการในเวลานี้ แต่อยากให้พลังนี้ส่งต่อไปถึงทุกคนนะคะ เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันค่ะ”