กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมบริจาคเงิน 2 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ภายใต้โครงการ ‘กลุ่มเซ็นทรัลร่วมใจต้านภัยธรรมชาติ’

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมบริจาคเงิน 2 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ภายใต้โครงการ ‘กลุ่มเซ็นทรัลร่วมใจต้านภัยธรรมชาติ’

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมบริจาคเงิน 2 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ภายใต้โครงการ ‘กลุ่มเซ็นทรัลร่วมใจต้านภัยธรรมชาติ’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.56 น.

กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นอันดับแรก โดยเตรียมมาตรการดูแลทั้งด้านสาธารณสุข การซ่อมแซมอุปกรณ์สำ คัญของประชาชน และการฟื้นฟูบ้านเรือน เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้เร็วที่สุด อาทิ ไทวัสดุ,ศูนย์การค้าเซ็นทรัล,โก โฮลเซลล์ หาดใหญ่ และเพาเวอร์บาย เตรียมประสานความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ และหน่วยราชการ เพื่อให้บริการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าและรถมอเตอร์ไซค์หลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

“เซ็นทรัล ทำ – โครงการฟื้นฟูภัยพิบัติ” เตรียมร่วมมือกับหน่วยงานราชการและมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูบ้านเรือนของพนักงานและประชาชนที่ได้รับความเสียหาย

เซ็นทรัล ทำ พร้อมประสานความร่วมมือ ลงพื้นที่สนับสนุนด้านสุขภาพจิตและประเมินภาวะสุขภาพของพนักงาน ครอบครัว และประชาชน ทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อให้การฟื้นฟูด้านสุขภาพเป็นไปอย่างครอบคลุม

OFM และ B2S พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนหลังน้ำท่วม

โก โฮลเซลล์ สนับสนุนถุงยังชีพ 1,000 ชุด พร้อมช่วยดูแล Big Cleaning ร้านค้า คู่ค้า และชุมชนโดยรอบ

ออโต้วัน ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี

นอกจากแผนฟื้นฟูระยะต่อเนื่องแล้ว กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ยังให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนต่อเนื่องในช่วงน้ำท่วม โดยดำเนินการร่วมกับ มูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์ ภายใต้ “โครงการกลุ่มเซ็นทรัลร่วมใจต้านภัยธรรมชาติ” มอบเงินบริจาค 2 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ พร้อมผนึกกำลังภาคีเครือข่ายและประชาชนทั่วประเทศ เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา รวมถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสันและไทวัสดุเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยใน 10 จังหวัดภาคใต้ได้แก่ สุราษฎร์ ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

เมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรง กลุ่มเซ็นทรัลได้เปิดพื้นที่ศูนย์การค้าเป็นจุดรับบริจาคกลาง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนส่งต่ออาหารแห้ง น้ำดื่ม ชุดยังชีพ เวชภัณฑ์ ของใช้จำเป็นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และอุปกรณ์ทำความสะอาด โดยมีทีมพนักงานจิตอาสาร่วมคัดแยกและเตรียมสิ่งของอย่างรอบคอบ เพื่อให้การกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า  “กลุ่มเซ็นทรัลขอส่งกำลังใจจากใจจริงไปยังพี่น้องชาวใต้ที่กำลังเผชิญกับวิกฤต เราเชื่อว่าพลังแห่งความสามัคคีจะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ การมอบเงินบริจาค 2 ล้านบาท รวมถึงการเปิดศูนย์อำนวยการภัยพิบัติน้ำท่วมที่เซ็นทรัลหาดใหญ่ โรงครัวกลาง และศูนย์รับบริจาคทั่วประเทศ และยังได้เตรียมมาตรการ ฟื้นฟูหลังน้ำลด ร่วมกับภาคีและหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้านเรือน การดูแลด้านสา ธารณสุข และการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด เป็นความตั้งใจของเราที่จะเร่งส่งต่อความช่วยเหลือให้เร็วที่สุด เราหวังว่าทุกถุงยังชีพและทุกสิ่งของที่ประชาชนร่วมกันบริจาค จะเป็นกำลังใจสำคัญ และเราจะอยู่เคียงข้างทุกชุมชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย”

ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากกลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ (แบ่งเป็น 4 หมวด)

การระดมทุนและความช่วยเหลือผ่านองค์กรหลัก เซ็นทรัล ทำ เปิดโครงการระดมทุนผ่านมูลนิธิเตียงฯ เพื่อภัยพิบัติ กลุ่มเซ็นทรัลและมูลนิธิเตียงฯ จัดทำ “ถุงยังชีพกลุ่มเซ็นทรัลและมูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์” ส่งมอบให้กองทัพไทยช่วยกระจายสู่พื้นที่เสี่ยง

การสนับสนุนวัตถุดิบ อาหาร และของใช้จำเป็น เซ็นทรัล ทำ โดยชุมชนแม่ทา ส่งวัตถุดิบ เช่น มันม่วง กะหล่ำปลี เพื่อช่วย ณ ครัวกลาง ศูนย์อำนวยการภัยพิบัติน้ำท่วม

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งสินค้า และวัตถุดิบจาก GO Wholesale ช่วยศูนย์พักพิง มอ. สงขลาฯ

ท็อปส์ สนับสนุนถุงยังชีพ ผ่านสภากาชาดไทย

โก โฮลเซลล์ หาดใหญ่สนับสนุนพื้นที่เปิดโรงครัวพระราชทาน

โก โฮลเซลล์ ส่งอาหารแห้งและน้ำดื่มให้ศูนย์จิตอาสาพระราชทานเพื่อนำส่งพื้นที่ภาคใต้

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สนับสนุนถุงยังชีพ 500 ชุด

โก โฮลเซลล์ สนับสนุนถุงยังชีพ 1,000 ชุด พร้อมช่วยดูแล Big Cleaning ร้านค้า คู่ค้า และชุมชนโดยรอบ

เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ร่วมบริจาคเสื้อผ้า และชุดชั้นใน ภายใต้สินค้าใครเครือ

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ร่วมสนับสนุนถุงยังชีพ 50,000 บาท

การสนับสนุนอุปกรณ์กู้ภัยและสิ่งของยังชีพ เซ็นทรัล ทำ สนับสนุนเสื้อกีฬาและเสื้อกันหนาว 3,000 ตัว และผ้าห่ม 1,500 ผืน

พิชัย จิราธิวัฒน์ สนับสนุนน้ำดื่มมาลี 500 ลัง รวม 12,000 กล่อง

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งถุงยังชีพ 1,100 ถุง ให้ มทบ.42 กระจายช่วยเหลือที่ศูนย์ฯ หาดใหญ่

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งเรือยนต์ 2 ลำ พร้อมห่วงยางและเสื้อชูชีพ 21 ชุด ให้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่

ไทวัสดุ สนับสนุนเรือพาย 10 ลำ เรือยนต์ 1 ลำ และน้ำดื่ม 100 แพ็ค

ซูเปอร์สปอร์ต สนับสนุนรองเท้ากีฬา 3,300 คู่ จากโครงการ “รองเท้านี้เพื่อน้อง”

การเปิดพื้นที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, โก โฮลเซลล์ และไทวัสดุ หาดใหญ่ เปิดบริการจุดจอดรถฟรี

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของ

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน หาดใหญ่ เปิดเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวก่อนส่งต่อหน่วยราชการ

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ และ GO Wholesale ร่วมกับจังหวัดจัดตั้งโรงครัวกลาง

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ฉลอง และตรัง เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย

กลุ่มเซ็นทรัลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น สิ่งของจำเป็น ชุดฟื้นฟูหลังน้ำลด และการทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและตรงความต้องการจริงของแต่ละจังหวัด

ประชาชนสามารถร่วมบริจาค เพื่อระดมทุนฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ ผ่านมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ (สามารถลดหย่อนภาษีได้), https://www.tham-dee.com/projects/floodrecovery (สามารถลดหย่อนภาษีได้), การเปลี่ยนคะแนน The 1 เป็นเงินบริจาคไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมถึงกล่องรับบริจาคในจุดแลกซื้อ จุดประชาสัมพันธ์ และจุดชำระเงินในร้านค้ากลุ่มเซ็นทรัล

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือขอส่งความห่วงใยไปยังพี่น้องภาคใต้ทุกท่าน และจะเดินหน้าสนับสนุนทุกความช่วยเหลือจนกว่าชุมชนจะกลับมาฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุด

 พลเอก นพดล ปิ่นทอง และ พิชัย จิราธิวัฒน์

พลเอก นพดล ปิ่นทอง และ พิชัย จิราธิวัฒน์

Allwell หนุนคนไทยใส่ใจสุขภาพ เนื่องใน “วันเบาหวานโลก” และ “วันแผลกดทับโลก”

Allwell หนุนคนไทยใส่ใจสุขภาพ เนื่องใน “วันเบาหวานโลก” และ “วันแผลกดทับโลก”

Allwell หนุนคนไทยใส่ใจสุขภาพ เนื่องใน “วันเบาหวานโลก” และ “วันแผลกดทับโลก”

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.35 น.

บริษัท ออลล์เวล ไลฟ์ จำกัด (Allwell) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมด้านสาธารณสุข ในงาน “วันเบาหวานโลก” และ “วันแผลกดทับโลก” ที่จัดขึ้นในโรงพยาบาลหลายแห่ง ผ่านการสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพคุณภาพสูง อาทิ เครื่องวัดน้ำตาล เครื่องวัดความดัน เครื่องชั่งวิเคราะห์มวลร่างกาย ฯลฯ เพื่อตรวจคัดกรองผลสุขภาพให้ประชาชนที่มาเข้าร่วม พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ของ Allwell ลงพื้นที่ร่วมสนับสนุนการคัดกรอง เพื่อแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์สุขภาพสำหรับการดูแลตนเองที่บ้าน

กิจกรรม “วันเบาหวานโลก (World Diabetes Day)” และ “วันแผลกดทับโลก (World Pressure Injury Prevention Day)” ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่โรงพยาบาลทั่วประเทศจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อตอบรับสถานการณ์ด้านสุขภาพของคนไทย เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบมากและมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แผลกดทับเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการป้องกันและดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ดังนั้น การคัดกรองกลุ่มเสี่ยง การให้ความรู้ด้านการป้องกัน และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนจึงเป็นภารกิจสำคัญของโรงพยาบาลทั่วประเทศ

ด้วยความตระหนักในความสำคัญดังกล่าว Allwell จึงร่วมสนับสนุนกิจกรรมในหลายพื้นที่ โดยสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพที่ผ่านมาตรฐานสากล เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ ทั้งการช่วยตรวจสุขภาพ การแนะนำวิธีใช้อุปกรณ์ และการให้คำปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถนำอุปกรณ์ที่มีอยู่ไปใช้ดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ สำหรับกิจกรรมวันเบาหวานโลก Allwell ได้สนับสนุนเครื่องมือเพื่อใช้คัดกรองและประเมินภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวาน ขณะที่ในวันแผลกดทับโลก บริษัทได้จัดแสดงอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง พร้อมทีมงานคอยแนะนำการใช้งานและดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

การร่วมสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลหลายแห่งในครั้งนี้ สะท้อนถึงพันธกิจของ Allwell ในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการสนับสนุนด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลในภาคสนามจริง ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการของบุคลากรทางการแพทย์และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการดูแลสุขภาพตนเอง Allwell จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสุขภาพในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขต่อไป

เอมเมอรัลด์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เอมเมอรัลด์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

เอมเมอรัลด์ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.30 น.

ฐิติมา ถิรกิจพงศ์ รองประธานบริหาร โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ นำทีมผู้บริหารร่วมบริจาคเงิน 200,000 บาทพร้อมน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ผ่านสภากาชาดไทย โดยมี สมหมาย สุวรรณวงษ์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท. เป็นตัวแทนรับมอบ และ กิตติพงษ์ ขันติรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานบริหารจัดการองค์กร ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารปฏิบัติการ อสมท. เมื่อวันที่  27 พฤศจิกายน 2568

ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัย ถวายแด่องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในงานกาชาดประจำปี 2568

ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัย  ถวายแด่องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในงานกาชาดประจำปี 2568

ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัย ถวายแด่องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในงานกาชาดประจำปี 2568

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.20 น.

สภากาชาดไทย โดย สำนักงานจัดหารายได้ Donation HUB กำหนดจัดงานกาชาดประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย วันที่ 11–21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินี และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ http://www.iredcross.org

งานกาชาดประจำปี 2568 มุ่งเน้นจัดงานในรูปแบบที่งดงาม ทรงคุณค่า แต่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของงานกาชาดผ่านการถ่ายทอดพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี สภานายิกาสภากาชาดไทย เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสืบสานพระราชปณิธานในการดำเนินภารกิจด้านมนุษยธรรม โดยเริ่มต้นที่โซน “ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์” สภากาชาดไทย อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประดิษฐานเหนือพุ่มดอกไม้ ประดับแสงไฟ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัย และบันทึกภาพเป็นที่ระลึก ณ บริเวณศาลาภิรมย์ภักดี

โซนจัดแสดงนิทรรศการ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” จัดแสดงพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อยังทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย นับตั้งแต่ปี 2499 จนถึงปี 2568 รวมเวลา 69 ปี โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ 4 โซน เริ่มต้นด้วย โซน“แสงแห่งพระเมตตา” มีการจัดแสดงพระเก้าอี้ โต๊ะทรงงานฯ และการจัดแสดงภาพพระราชกรณียกิจเพื่อให้ประชาชน น้อมรำลึกในพระเมตตาที่ทรงขับเคลื่อนภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทยตลอด 69 ปี โซน “พระราชกรณียกิจเพื่อทุกชีวิต” ที่จัดแสดงพระราชกรณียกิจ เพื่อการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน  อาทิ เหตุการณ์บ้านเขาล้าน พระเมตตาที่มีต่อการแพทย์  การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ด้านการบริการโลหิต ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผ่านแสงสีเสียงในการถ่ายทอดเรื่องราว โซน “พระเมตตาแห่งการแบ่งปัน” นำเสนอพระราชกรณียกิจด้านการหารายได้ ทรงดำริริเริ่มงานหารายได้ใหม่ ๆ โดยเฉพาะในงานกาชาด และโซน “แรงบันดาลใจจากพระเมตตา” จัดแสดงเป็นสวนดอกไม้ พร้อมข้อความพระราชดำรัสที่ทรงพระราชทานในโอกาสต่าง ๆ ผ่านการนำเสนอด้วยเทคนิคทางดิจิทัล ภายในนิทรรศการฯ ยังมีกิจกรรมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ผู้บริจาคจะได้รับพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรูปแบบโปสการ์ดอันทรงคุณค่ายิ่ง จำนวน 12 ภาพ  จำนวน 60,000 ใบ เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ ประชาชนที่มาเที่ยวงานกาชาดจะได้ชมความงดงามของการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอด 11 วัน อาทิ การแสดงโขน เรื่อง “รามเกียรติ์” ศิลปะชั้นสูงที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงรื้อฟื้นและอนุรักษ์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม 10 วัน 10 ตอน พร้อมด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ จากกลุ่มเยาวชน ผู้สูงอายุ และอาสาสมัคร ที่หมุนเวียนสร้างความประทับใจ ณ เวทีกลาง ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. รวมถึง การแสดง Projection Mapping ประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ ถ่ายทอดเรื่องราวสุดตระการตา ด้วยแสง สี เสียง ผสานความงดงามของศิลปะดิจิทัลเข้ากับความไพเราะของบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า เวลา 19.00-21.00 น. ณ อาคารลุมพินีสถาน

เพลิดเพลินกับหลากหลายกิจกรรมการกุศลเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเสี่ยงโชค สอยดาว ตักไข่ ยิงปืนในบูธร้านกาชาดหน่วยงานต่างๆ การซื้อสลากบำรุงสภากาชาดไทย จาก 46 หน่วยงานที่มาร่วมออกสลาก สินค้าอุปโภค/บริโภคราคาย่อมเยา จากร้านค้าโครงการส่วนพระองค์ ได้แก่ ร้านสมเด็จองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย จำหน่ายผ้าพระราชทาน เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และสินค้าที่ระลึก ร้านสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมที่ทรงให้อนุรักษ์ และสืบทอดต่อกันมา อาทิ งานปัก งานทอ งานมัดย้อม งานฝ้าย และงานเทียน ร้านอุปนายิกา นำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพประชาชนในถิ่นห่างไกลในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนตามพระราชดำริ พร้อมผักดองวังสระปทุมและน้ำหอมสูตรพระราชทานมาจำหน่าย และร้านอาหารกว่า 200 ร้าน ในโซน “รสชาติแห่งสยาม by ลิ้นติดโปร เมนูติดดาว” และร้าน “รวมใจดาราน้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงานได้พบปะกับเหล่าดาราศิลปินอย่างใกล้ชิด และร่วมกันอุดหนุนสินค้าเพื่อร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ไปพร้อมกัน

สำหรับ งานกาชาดออนไลน์ที่แพลตฟอร์ม iRedcross พบกับน้องไอจังพาเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ สัมผัสความรู้สึกเต็มอิ่มเหมือนได้มาเดินเที่ยวงานกาชาดจริง ผ่านหน้าจอมือถือ อาทิ นิทรรศการออนไลน์ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” การจำหน่ายสินค้าจากร้านโครงการส่วนพระองค์ และเหล่ากาชาดจังหวัด การจำหน่ายสลากกาชาดออนไลน์ 11 หน่วยงาน การตรวจดวงชะตาพยากรณ์ออนไลน์ กิจกรรมเกมตักไข่ลุ้นโชค มินิเกมกาชาด กิจกรรมปาเป้า และไอจังตกน้ำ พร้อมร่วมทำบุญผ่านการบริจาคออนไลน์สนับสนุนภารกิจสภากาชาดไทย

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระราชภารกิจด้านมนุษยธรรม ที่ งานกาชาดประจำปี 2568 “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา   องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00-22.00 น. และงานกาชาดออนไลน์ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ไทยเบฟ’ ระดมจัดส่งน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น ช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัย อย่างต่อเนื่อง

‘ไทยเบฟ’ ระดมจัดส่งน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น ช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัย อย่างต่อเนื่อง

‘ไทยเบฟ’ ระดมจัดส่งน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น ช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัย อย่างต่อเนื่อง

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.56 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ไทยเบฟ) ร่วมส่งน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยผสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายในจังหวัดต่างๆ เพื่อเร่งระดมความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผล กระทบ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล และหน่วยงานอาสาต่างๆ ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปได้ ด้วยการจัดส่งน้ำดื่มและของ ใช้จำเป็นไปยังพื้นที่ประสบภัยในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์มาจนถึงจังหวัดนครปฐม รวมถึงอีกหลายจังหวัดในภาคใต้โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส

อดิศักดิ์ เทพอาสน์ ประธานกรรมการโครงการบรรเทาสาธารณภัยและจิตอาสา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยแนวทางการช่วยเหลือในด้านต่างๆ และแนวทางการฟื้นฟูว่ากลุ่มไทยเบฟ โดย ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้มอบหมายให้ผมนำทีมเข้าปฎิบัติการลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง 10 จังหวัดในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง โดยได้ส่งมอบน้ำดื่มและสิ่งของต่างๆ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อช่วยกระจายความช่วยเหลือไปยังบ้านเรือนของประชาชน รวมทั้งได้ผสานความร่วมมือกับกองทัพเรือ เพื่อช่วยขนส่งน้ำดื่มไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทางภาคใต้ที่กำลังประสบความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ โดยได้นำน้ำดื่มขนส่งจากกองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบไปยังพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสง ขลา และอีกหลายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตอนนี้เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เดินทางไปถึงจังหวัดสงขลา และได้นำน้ำดื่มเครื่องอุปโภคบริโภคของทั้งไทยเบฟและคณะนักศึกษา วปอ. 66 นำไปส่งต่อให้ผู้ประสบภัยผ่านทหารเรือเรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้จัดส่งไปที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา เพื่อส่งต่อไปยังค่ายเสนาณรงค์ (มทบ. 42) ซึ่งเป็นกองบัญชาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของจังหวัดสงขลา และได้ส่งมอบให้หน่วยงานอาสา และมูลนิธิต่างๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัยให้สามารถที่จะนำน้ำดื่มเข้าถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ไทยเบฟยังขนส่งน้ำดื่มผ่านไทยเบฟโลจิสติกส์ไปยังอีกหลายพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ผสานความร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ช่วยกระจายต่อไปยังพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด”

ไทยเบฟ ยังคงเดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่ยังได้รับผลกระทบ และความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง และยังเตรียมแผนด้านการฟื้นฟูในมิติต่างๆ พร้อมส่งกำลังใจเคียงข้างให้คนไทยสู้ไปด้วยกัน

นโยบาย 3 ประธานซี พีระดมทุกกลุ่มธุรกิจเยียวยาน้ำท่วมใต้ เปิดปฏิบัติการส่งอาหาร บรรเทาหิว ร่วมโรงครัว รพ.หาดใหญ่

นโยบาย 3 ประธานซี พีระดมทุกกลุ่มธุรกิจเยียวยาน้ำท่วมใต้  เปิดปฏิบัติการส่งอาหาร บรรเทาหิว ร่วมโรงครัว รพ.หาดใหญ่

นโยบาย 3 ประธานซี พีระดมทุกกลุ่มธุรกิจเยียวยาน้ำท่วมใต้ เปิดปฏิบัติการส่งอาหาร บรรเทาหิว ร่วมโรงครัว รพ.หาดใหญ่

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.45 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าระดมทุกศักยภาพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ภายใต้นโยบายของผู้บริหารสูงสุด ได้แก่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร ที่ได้มอบหมายให้ทุกกลุ่มบริษัทในเครือบูรณาการความร่วมมือแบบ “One CP” เพื่อดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วนและทั่วถึง จากนโยบายดังกล่าว เครือซีพีได้ขยายความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งภาคใต้ ทั้งการตั้งครัวกลางร่วมกับภาคีเครือข่าย การสนับสนุนวัตถุดิบอาหารแก่ครัวกลางจังหวัด การเปิด “ครัวซีพีอาสา x ซีพีเอฟ” ที่ CP LAND หาดใหญ่ รวมถึงการใช้ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ เช่น CP AXTRA–แม็คโคร–โลตัส ในการจัดเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็น พร้อมสนับสนุน ภารกิจโดรนบรรทุกของจากทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อลำเลียงของจำเป็นสู่ชุมชนที่ถูกตัดขาดจากน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที และล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ประชุมด่วนทางออนไลน์เพื่อระดมความช่วยเหลือโรงพยาบาลหาดใหญ่ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนครหาดใหญ่  ขาดแคลนน้ำ – อาหาร มีเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยรวมกว่า 3,000 คน  โดยมีนโยบาย 4 ด้านเร่งด่วน ประกอบไปด้วย 1.สนับสนุนอาหารพร้อมรับประทาน 2.สนับสนุนอาหารแช่เข็ง 3.สนับสนุนน้ำดื่ม เพื่อสนับสนุนโรงครัวโรงพยาบาลหาดใหญ่ และ 4.สนับสนุนวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารแก่โรงครัว ในเครือข่าย รพ.ตรัง และ รพ.พัทลุง 

จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ซีพี นำโดย ท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ ท่านประธานสุภกิต เจียรวนนท์  และ ท่านประธานคณะผู้บริหาร ศุภชัย เจียรวนนท์ ได้มอบนโยบายให้ซีพีและบริษัทในเครือดำเนินโครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” โดยประกาศชัดเจนให้ทุกบริษัทในเครือ “ทำทันที” และ “ทำให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด”  ซึ่งล่าสุดได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการช่วยเหลือโรงพยาบาลหาดใหญ่ ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่เครือซีพีให้ความสำคัญ เพราะโรงพยาบาลคือด่านหน้าที่ต้องดูแลชีวิตผู้ป่วยจำนวนมาก

“เครือเจริญโภคภัณฑ์ยึดมั่นใน ปรัชญาสามประโยชน์—ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร—ซึ่งเป็นหัวใจของทุกการตัดสินใจ โดยเฉพาะในยามวิกฤต เราจึงระดมศักยภาพทุกด้านเพื่อช่วยโรงพยาบาลหาดใหญ่ให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และไม่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และวัตถุดิบที่จำเป็น” จอมกิตติ กล่าว

ทั้งนี้ ซีพีได้ประชุมด่วนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และเริ่มปฏิบัติการทันทีผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. การลำเลียงฉุกเฉินทางอากาศ (Air Support Mission) ใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการขนส่งอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง น้ำดื่ม วัตถุดิบที่จำเป็นต่อการประกอบอาหาร เข้าสู่โรงพยาบาลหาดใหญ่โดยเร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบครัวโรงพยาบาล 2. การสนับสนุนผ่านโรงครัวเครือข่าย รพ.ตรัง – รพ.พัทลุง โดยซีพีจัดส่งวัตถุดิบ อาหารสด อาหารแช่แข็ง และน้ำดื่มจำนวนมาก เพื่อให้ทั้งสองโรงพยาบาลผลิตอาหารสำเร็จรูปและลำเลียงต่อมายังโรงพยาบาลหาดใหญ่ แม้ถนนถูกน้ำตัดเส้นทางก็ตาม

นอกจากการสนับสนุนโรงพยาบาลหาดใหญ่โดยตรง เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้บูรณาการพลังจากทุกกลุ่มบริษัทในเครือ เพื่อขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในหลายจังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้ง “โรงครัวซีพีอาสา x ซีพีเอฟ” ที่ CP LAND หาดใหญ่ การสนับสนุนวัตถุดิบอาหารแก่โรงครัวกลางของจังหวัดต่าง ๆ อาทิ กรมประมง กองทัพอากาศ กองทัพบก (ค่ายเสนาณรงค์) ตลอดจนสมาคมองค์กรต่างๆ อาทิ  มูลนิธิเพชรเกษม มูลนิธิองค์กรทำดี มูลนิธิเส้นด้าย มูลนิธิกระจกเงา เป็นต้น รวมถึงการจัดตั้งครัวภาคีร่วมกับ CP AXTRA – แม็คโคร – โลตัส และการสนับสนุนภารกิจกู้ภัยด้วยโดรนบรรทุกของทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อให้สิ่งของจำเป็นสามารถเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

นิทรรศการ “WanderDOG: A Journey of iJUD” โดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์

นิทรรศการ

นิทรรศการ “WanderDOG: A Journey of iJUD” โดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.33 น.

BEANS Coffee Roaster ร้านกาแฟที่เริ่มจากจากการเป็นโรงคั่วเล็กๆ กับความตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟคุณภาพและสามารถเพลิดเพลินไปกับการสร้างสรรค์กาแฟในแบบฉบับของตนเอง เปิดตัวพื้นที่ใหม่สาขา “ทรงวาด” อย่างเต็มรูปแบบครบทั้ง 4 ชั้น โดยมีความตั้งใจให้เป็น “Creative Hub & Free space” แห่งใหม่ของย่านทรงวาด ด้วยนิทรรศการ “WanderDOG: A Journey of iJUD” Exhibition โดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์  ศิลปินผู้คร่ำหวอดในแวดวงศิลปะกับผลงานซิกเนเจอร์จากเครื่องปั้นดินเผาของไทย

“From Roastery to Creative Community” BEANS Songwat พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูต้อนรับทุกคนสู่พื้นที่ใช้สอยครบทั้ง 4 ชั้น โดยมีการจัดสรรพื้นที่ดังนี้:

  • Floor 1 & Mezzanine (ชั้น และชั้นลอย): The Specialty Coffee Bar
    • โซนคาเฟ่และบาร์กาแฟหลัก ที่พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์กาแฟคุณภาพ ท่ามกลางบรรยากาศ
      ตึกเก่าที่ผสมผสานความร่วมสมัย
  • Floor 2, 3, 4 & Rooftop: The Freespace for Creators
    • Highlight: พื้นที่นี้ถูกจัดวางให้เป็น “Open Art Space” หรือพื้นที่อิสระทางศิลปะ
    • BEANS เปิดโอกาสให้ศิลปิน (Artist) ไม่ว่าจะรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่, นักเรียน, นักศึกษา
      หรือกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ ที่กำลังมองหาพื้นที่แสดงผลงาน (Exhibition), ทำ Workshop หรือจัดกิจกรรมศิลปะ สามารถติดต่อขอใช้พื้นที่ได้ เพื่อสนับสนุนให้เกิด Community ของคนรักศิลปะที่

นิทรรศการ “WanderDOG: A Journey of iJUD

การเดินทางของ “ไอ้จุด” (iJud) จากราชบุรีสู่ทรงวาด ผ่านงานประติมากรรมทั้งรูปแบบดั้งเดิมและตีความใหม่เช่น Pegadog (หมามีปีก) และ infiniJud (ห้องกระจกสะท้อนไม่รู้จบ)นิทรรศการนี้ต่อยอดมาจากการเดินทางอันยาวนานกว่า 18 ปีของ “ไอ้จุด” ประติมากรรมเซรามิคสุนัขพันทางที่เติบโตมาจากวัฒนธรรม Street Culture ของไทย โดยหยิบยกคำว่า “Wanderlust” (ภาษาเยอรมัน: ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะออกเดินทางและสำรวจโลก) มาเป็นหัวใจสำคัญ”ไอ้จุด” ในนิทรรศการนี้ จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของความอยากรู้อยากเห็น ที่พร้อมจะเดินดม สำรวจ และพาผู้ชมไปทำความรู้จักกับบริบทใหม่ๆ ในตึกเก่าแก่ย่านทรงวาด

เส้นทางการเดินทางของ ไอ้จุด” (iJUD):

  • 2550 (จุดเริ่มต้น): เริ่มต้นจากผลงานชุด Coming Closer (ขนาดเท่าลูกสุนัข) จัดแสดงที่เบอร์ลินและกรุงเทพฯ เชื่อมโยงหมาพันทางไทยสู่สายตาโลก
  • 2551 (รอยยิ้มสยาม): ไอ้จุดร่วมงานเปิด หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เดินสำรวจทั่วอาคาร เป็นสัญลักษณ์ของการเข้าถึงศิลปะร่วมสมัยที่ง่ายและเป็นมิตร
  • 2555 (การเติบโต): การพัฒนาวัสดุอะคิลิกไซรัป (Acrylic Syrup) โดย SCG Chemicals ทำให้เกิดไอ้จุดขนาดยักษ์ 3 เมตร หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
  • 2556 (เดินทางกลับบ้าน): ไอ้จุดเดินทางกลับบ้านเกิดที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ตอกย้ำแนวคิดว่าศิลปะร่วมสมัยควรแทรกซึมอยู่ในทุกชุมชน ไม่ใช่แค่เมืองหลวง และทำหน้าที่หาทุนกลับมาบูรณะพิพิธภัณฑ์บ้านเกิดของมันเสมอ

การเดินทางของไอ้จุดไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น แต่ยังคงออกเดินทางอย่างไม่หยุดยั้งจวบจนปัจจุบัน โดยได้ไปจัดแสดงในแลนด์มาร์กสำคัญและหอศิลป์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผลงานสะสมทรงคุณค่าของ กระทรวงวัฒนธรรม ตอกย้ำสถานะ ‘ทูตทางศิลปะ’ ที่เชื่อมโยงความเป็นไทยสู่สากลได้อย่างแท้จริง

Activities & Exclusive Highlights: ผู้ชมจะได้พบกับไอ้จุดในรูปแบบและการตีความใหม่ เพื่อ BEANS Songwat โดยเฉพาะ

  • Pegadog (เพกาด็อก):
    • การผสมผสาน “ไอ้จุด” เข้ากับ “Pegasus” (ม้ามีปีกในตำนาน)
    • ความหมาย: สื่อถึงอิสรภาพ พลังสร้างสรรค์ จินตนาการที่โบยบิน และยังเป็นตัวแทนความทรงจำถึงสุนัขที่เรารักซึ่งได้จากไป (เสมือนติดปีกบินไปอยู่บนฟ้า)
  • infiniJud (อินฟินิจุด):
    • ห้องกระจกสะท้อนภาพไอ้จุดและเสาลวดลายภาชนะลายคราม (เครื่องถ้วยประวัติศาสตร์) ไปมาไม่รู้จบ
    • ความหมาย: การเดินทางของความทรงจำ การตีความประวัติศาสตร์ และจินตนาการที่ไม่มีที่สิ้นสุด
  • Site-Specific Experience:
    • การจัดวางไอ้จุดกระจายตัวอยู่ตามชั้นต่างๆ (Freespace) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมเดินสำรวจสถาปัตยกรรมของ BEANS Songwat ไปพร้อมๆ กับการชมงานศิลปะ ย้อนถามผู้ชมว่า “ระหว่างที่เราเฝ้ามองเส้นทางของ WanderDog นั้น เราได้มองเห็นโลก และมองเห็นตัวเราเอง เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?”

และเพื่อสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย งานนี้จึงมาพร้อมกับกิจกรรมและสินค้าพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม “WanderDOG Stamp Hunt”กิจกรรม “Pet me” ให้ผู้ชมได้ร่วมตกแต่งไอ้จุดให้เปล่งประกายและเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้, เครื่องดื่มเมนูพิเศษที่ BEANS และ คุณวศินบุรี ร่วมกันออกแบบรสชาติ เพื่อสื่อถึงคาแรคเตอร์ของไอ้จุดและกลิ่นอายของงานเซรามิก (จำหน่ายเฉพาะที่สาขาทรงวาดเท่านั้น)คุกกี้เนยสดรูปทรงไอ้จุด” สุดน่ารัก เหมาะสำหรับทานคู่กับกาแฟหรือซื้อเป็นของฝาก (จำหน่ายเฉพาะที่สาขาทรงวาดเท่านั้น)

นอกเหนือจากนิทรรศการที่ BEANS Songwat และคุณวศินบุรี ยังได้ร่วมกันสร้างสรรค์โปรเจกต์พิเศษ“One Blend One Change” ผ่านการคัดสรรและเบลนด์เมล็ดกาแฟรสชาติใหม่ในชื่อ “DINDIN” (ดินดินซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ดิน” จุดกำเนิดของทั้งกาแฟและงานเซรามิก โดยจัดจำหน่ายที่ BEANS ทุกสาขา
ตั้งแต่วัน 4 – 25 ธันวาคม 2568 เท่านั้น และรายได้จากการจำหน่ายเมล็ดกาแฟชุดนี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับ โรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของไอ้จุด เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกลับคืนสู่สังคม

ครั้งแรกของ BEANS ในการร่วมงานกับศิลปินอย่างเต็มรูปแบบ โดย BEANS ได้ออกแบบโลโก้ใหม่ร่วมกับ Wasinburee บนแก้ว Takeaway ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น นี้ไม่ใช่แค่แก้วรูปแบบใหม่ แต่ยังเป็น ”บัตรเชิญ”ที่จะส่งต่อไปยังคอกาแฟและคนรักศิลปะทั่วกรุงเทพฯ ให้ได้เห็นและรู้จักตัวตนใหม่ของเรา เพื่อเชื้อเชิญทุกคนให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้คนรักศิลปะที่ BEANS ทรงวาดเพราะเราตั้งใจสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็น Creative Hub ที่เปิดกว้างและมอบโอกาสให้กับศิลปินทุกคน… และศิลปินคนต่อไปที่เราจะได้ร่วมงานด้วย อาจเป็นคุณ

“WanderDOG: A Journey of iJUD” Exhibition

ตั้งแต่ 4 ธันวาคม 2568  – 28 กุมภาพันธ์ 2569

สถานที่: Beans Coffee Roaster สาขาถนนทรงวาด

ตรอก ไกร จักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100

เปิดทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่ 9.30น – 17.30น.

MRT: สถานีวัดมังกร ทางออก 1

พม. รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีฯ ประจำปี 2568 หนุนยุติความรุนแรงทางดิจิทัล

พม. รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีฯ ประจำปี 2568 หนุนยุติความรุนแรงทางดิจิทัล

พม. รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีฯ ประจำปี 2568 หนุนยุติความรุนแรงทางดิจิทัล

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ยุติความรุนแรงทางดิจิทัล เพื่อสตรีและเด็กผู้หญิง” โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)  นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  คณะผู้บริหารกระทรวง พม.  ผู้แทนภาคีเครือข่าย และศิลปินดารา  เข้าร่วม ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล และประเทศไทย กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จึงจัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ยุติความรุนแรงทางดิจิทัล เพื่อสตรีและเด็กผู้หญิง”  เป็นแนวคิดสำคัญขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Women สำหรับปี 2568 เพื่อให้ทุกคนในสังคมตระหนักรู้ถึงสาเหตุ ปัจจัย และแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความรุนแรงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว นับเป็นความรุนแรงรูปแบบใหม่ที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ และเป็นความท้าทายในการควบคุมเพื่อการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กระทรวง พม. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาความรุนแรงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว  เพราะปัจจุบันคนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางดิจิทัลได้อย่างอิสระ โดยการเสพข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางสังคม ลักษณะนิสัยส่วนบุคคล การศึกษา รวมถึงวุฒิภาวะของบุคคลด้วย ดังนั้น ความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีดิจิทัล อาจทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ไม่ให้เกียรติและไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน โดยความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกรูปแบบไม่เพียงแต่สร้างความกดดันหรือความเครียดแก่ผู้ถูกกระทำเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อการสร้างรายได้และการเพิ่มขึ้นของหนี้สินของครอบครัว รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสังคมอย่างมีนัยสำคัญ

กระทรวง พม. จึงได้กำหนดนโยบาย ‘พม. ใกล้คุณ’ ซึ่งเป็นนโยบายที่นำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายหลักคือ ‘ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต’ ด้วยการให้คำปรึกษาและให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบปัญหาทางสังคมผ่านศูนย์ พม. Restart”

ทั้งนี้ กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2568  ประกอบด้วย    การติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว ให้แก่คณะรัฐมนตรีก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงเช้า เพื่อแสดงออกถึงสัญลักษณ์ของการ “ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว” ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และช่วงบ่าย มีการรับชมคลิปคำปราศรัยนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี, พิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติสำหรับบุคลากร หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว จำนวน 25 รางวัล การเสวนา เรื่อง “Family First : ครอบครัวไทยมีรัก ไร้ความรุนแรง Safe Zone for All”  โดย นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์รณชัย คงสกนธ์ รองประธานกรรมการคนที่สองในคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ   นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย และพลตำรวจตรีหญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงบูธกิจกรรมและผลงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย อาทิ โรงพยาบาลตำรวจ , องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) , สำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNFPA) , สมาคมซอนต้า ประเทศไทย (Zonta International)

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำทีมคว้าเหรียญทองศิลปะบังคับม้า ประเดิมการแข่งขันรายการ ‘FE! Asian Championships Pattaya 2025’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำทีมคว้าเหรียญทองศิลปะบังคับม้า    ประเดิมการแข่งขันรายการ ‘FE! Asian Championships Pattaya 2025’

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงนำทีมคว้าเหรียญทองศิลปะบังคับม้า ประเดิมการแข่งขันรายการ ‘FE! Asian Championships Pattaya 2025’

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทย คว้าเหรียญทอง ศิลปะบังคับม้า (Dressage) ประเภททีม ประเดิมการแข่งขังขันชื่ม้าชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 2 รายการ “FEI AsianChampionships Pattaya 2025” โดยสมาคมกีฟ้าขี่ม้าแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน สนาม ไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

สำหรับการแข่งขันในวันแรกเป็นการชิงชัยรางวัลประเภททีม Dressage ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ทรงนำทีมนักกีฬาไทยร่วมแข่งขันอีก 3 คนได้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, นางสาวฉันชนก คลาร่า รีคแคร์, นางสาวนีร พุทธิสมบัติ และนางสาวภัคจิรา ธงภักดิ์ โดยทีมไทยได้คะแนนรวม 205.85 คว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนอันดับที่ 2 ได้แก่ อินเดีย ได้คะแนนรวม 205.05 และอันดับที่ 3 คือ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มีคะแนนรวม 203.23

ทั้งนี้การแข่งขัน “FEI Asian Championships Pattaya 2025” ครั้งนี้มีนักกีฬาขี่ม้าจากประเทศต่าง ๆ กว่า 13 ประเทศทั่วเอเชีย ประกอบด้วย 5 ประเภทการแข่งขัน คือ กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (Jumping), ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) อีเว้นติ้ง (Eventing) เอ็นดูแรนซ์ (Endurance) และกีฬาขี่ม้าพาราเดรจสาจ (ParaDressage) โดยได้รวมเอานักกีฬาขี่ม้าดาวเด่นจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ วีรภัฏ ปิฏกานนท์ นักกีฬาขี่ม้าประเภทอีเว้นติ้ง จากประเทศไทย, ไทโช ชูกิทานิ นักกีฬาขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวางจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถูกจับตาให้เป็นดาวเด่นในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

สำหรับชัยชนะครั้งนี้ด้วยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และทีมนักกีฬาขี่ม้าไทย สะท้อนถึงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และมาตรฐานระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะแกนกลางของกีฬาขี่ม้าเอเชีย

ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่และติดตามการแข่งขันกีฬาขี่ม้าครั้งประวัติศาสตร์ในรายการ “FE!Asian Championships Pattaya 2025”  ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่  7 ธันวาคม 2568 ณ สนาม ไทยโปโลแอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา จ.ชลบุรี

คุณแหน: 28 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน: 28 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน: 28 พฤศจิกายน 2568

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ภาสกร ชัยรัตน์ เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ต้อนรับ อีโนะ ฟุคุยะ ผอ.สนง.ภูมิภาค องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ประจำประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางสร้างความร่วมมือยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน..

ll วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ ต้อนรับ หยาง จื้อเหวิน รองผู้ว่าการมณฑลชิงไห่ และคณะผู้แทนจากมณฑลชิงไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เยือนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระความสัมพันธ์ ขยายความร่วมมือ สร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน..

ll ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ เป็นประธานเปิดหลักสูตร LTE#6 โดยมี พล.อ.ท.นพ.นพดล วีรยางกูร, ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา, ประภาพรรณ พิชัยคำ, ณรงวิทย์ ชดช้อย, มัลลิกา ภูมิวาร, วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์,  ธีรยุทธ์ นิลพัฒน์, ดร.สมศักดิ์ กวีไตรภพ, อารยา ยมนา, ฐิตกร อุษยาพร ร่วมด้วย..

ll ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ชวนเพื่อนๆกว่า 30 คน มาเลี้ยงฉลองจบมาแล้ว 30 ปี MPPM 1 NIDA โดยมี อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ เป็นแม่งานใหญ่ งานนี้ กรกฎ ชาตะสิงห์, วิเชียร เอมประเสริฐสุข, ศิริชัย เผ่าบรรจง, พจนารถ เหลืองประเสริฐ, ดร.วีระพล ศรีวุฒิชาญ, สุรพล หวังสุนทรชัย, ภานินี สมุทรเสน, วิภาจรี ศัลยะพงษ์, ดร.พิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, เกรียงศักดิ์ ศักดิ์เรืองนาม, นันทนา มีประเสริฐ ไม่พลาด..

ll จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงินบริจาค จาก วิเชียร รุ่งปัญญา กก.ผจก.บจ.ฟอลคอน โลจิสติคส์ โซลูชั่น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของสภากาชาดไทย..

ll วันเกิดปีนี้ไปทริปไหว้พระที่หลวงพระบางและได้ตักบาตรพระตอนเช้า ณ วัดแสนสุขาราม วรวุฒิ กาญจนกูล ยังสุดปลื้มที่ได้เซอร์ไพรส์เค็กวันเกิดพร้อมคำอวยพรจากผู้ใหญ่ที่นับถือ ปลิว ตรีวิศวเวทย์, รศ ดร. วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์, รศ.ธัชชัย สุมิตร, รศ.ดร.ธนิต ธงทอง..

ll ยินดีกับ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ที่ล่าสุดได้รับรางวัลเกียรติยศ 3 รางวัล จากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ในงาน IAA Awards for Listed Companies 2025 ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ทั้งรางวัล Best CEO Award, รางวัล Outstanding CFO Award, รางวัล Outstanding IR Award..

ll ธีรชัย เงาวิริยศิริพงศ์ จัดฉลองวันเกิดให้มาดาม วันทนีย์ เงาวิริยศิริพงศ์ อย่างอบอุ่นในครอบครัว พร้อมจัดทริปไปฉลองที่ญี่ปุ่นต้นเดือนหน้าพร้อมพาน้องๆทั้งบริษัทไปด้วย..

ll รพ.กรุงเทพระยอง ก้าวสู่ปีที่ 22 ยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงรุก เปิด “RoyalLife Wellness Clinic Rayong” ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู ภายใต้ความร่วมมือกับ BDMS Wellness Clinic ผู้นำด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อดูแลปัญหาการนอนหลับและความเครียด สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน..