ญี่ปุ่นปฏิเสธข่าว ทรัมป์บอกนายกฯ อย่ายั่วยุจีนเรื่องไต้หวัน

ญี่ปุ่นปฏิเสธข่าว ทรัมป์บอกนายกฯ อย่ายั่วยุจีนเรื่องไต้หวัน

28 พ.ย. 2568 01:44 น.

ญี่ปุ่นปฏิเสธข่าว ทรัมป์บอกนายกฯ อย่ายั่วยุจีนเรื่องไต้หวัน

โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาปฏิเสธรายงานของสื่อสหรัฐฯ ที่ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับนายกฯ หญิงของญี่ปุ่นว่า อย่ายั่วยุจีนเรื่องอธิปไตยไต้หวัน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. 2568 รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาปฏิเสธรายงานของหนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) ที่ระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แนะนำนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ไม่ให้ยั่วยุจีนเรื่องอำนาจอธิปไตยของไต้หวัน ซึ่งกำลังเป็นสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นคุกรุ่นอยู่ในตอนนี้

ความขัดแย้งระหว่าง 2 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียเริ่มขึ้นหลังจากที่ นางทาคาอิจิกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนว่า การที่จีนโจมตีไต้หวันอาจนับได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอดของญี่ปุ่น และอาจกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางทหารจากฝ่ายญี่ปุ่นได้

ตามการรายงานของกระทรวงการต่างประเทศจีน นาย สี จิ้นผิง ได้เร่งรัดประเด็นนี้ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายทรัมป์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าการกลับคืนสู่จีนของไต้หวันเป็นส่วนสำคัญของระเบียบโลกในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ขณะที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า หลังจากการหารือดังกล่าวไม่นานนายทรัมป์ก็โทรศัพท์หานางทาคาอิจิ และแนะนำเธอไม่ให้ยั่วยุรัฐบาลปักกิ่งในเรื่องอำนาจอธิปไตยของเกาะไต้หวัน โดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นที่ไม่เปิดเผยชื่อ และชาวอเมริกันที่อ้างว่าได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมานายมิโนรุ คิฮาระ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ก็ออกมาปฏิเสธรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล โดยเขาระบุในงานแถลงข่าวประจำวันว่า “บทความดังกล่าวมีข้อความที่ระบุว่า “ในส่วนของคำถามเรื่องอำนาจอธิปไตยของไต้หวัน (ทรัมป์) ได้แนะนำเธอไม่ให้ยั่วยุรัฐบาลจีน” แต่ในข้อเท็จจริงไม่มีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น”

ด้านนางทาคาอิจิกล่าวว่า ในการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างเธอกับนายทรัมป์ พวกเธอหารือเกี่ยวกับการสนทนาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ สี จิ้นผิง รวมถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี “ประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่าเราเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก และเขาเสนอว่าฉันสามารถโทรหาเขาได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ”

แต่ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นบอกว่า คำพูดของนายทรัมป์เป็นเรื่องที่น่ากังวล “ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งเรื่องไต้หวันมาเป็นอันตรายต่อการลดความตึงเครียด ซึ่งเขากับนายสีบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนก่อน รวมถึงคำมั่นสัญญาที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากเกษตรกรอเมริกันที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามการค้า เพิ่มมากขึ้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สลด เหยื่อไฟไหม้ตึกฮ่องกงพุ่ง 75 ศพ สูญหายอีกเกือบ 300 คน

สลด เหยื่อไฟไหม้ตึกฮ่องกงพุ่ง 75 ศพ สูญหายอีกเกือบ 300 คน

27 พ.ย. 2568 23:08 น.

สลด เหยื่อไฟไหม้ตึกฮ่องกงพุ่ง 75 ศพ สูญหายอีกเกือบ 300 คน

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุไฟไหม้ตึกอพาร์ตเมนต์ในฮ่องกง เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 75 ศพแล้ว ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังให้ความช่วยเหลือผู้ที่ยังคงติดอยู่ภายในอาคาร

สำนักงานดับเพลิงเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เปิดเผยในคืนวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. 2568 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ตึกอพาร์ตเมนต์สูงหลายแห่งในโครงการที่พักอาศัย “หว่อง ฟุก คอร์ต” (Wang Fuk Court) ในเขตไท่โป ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวันพุธ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 75 ศพ แล้ว ในขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีก 76 ราย

เหตุเพลิงไหม้ปะทุขึ้นเมื่อเวลา 14:51 น. วันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น ตึกอพาร์ตเมนต์สูง 31 ชั้นตึกหนึ่ง โดยไฟไหม้นั่งร้านไม้ไผ่ที่ห่อหุ้มอยู่นอกอาคารอย่างหนัก ก่อนที่ลมจะพัดสะเก็ดไฟไปติดที่นั่งร้านของอาคารอื่นๆ ในโครงการ จนลุกไหม้ทั้งสิ้น 7 จากทั้งหมด 8 ตึก

โครงการดังกล่าวเปิดตั้งแต่ปี 2526 โดยจากการสำรวจสำมะโนประชากรของรัฐบาลในปี 2564 อาคารแห่งนี้มีห้องชุดทั้งหมด 1,984 ห้อง และเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ 4,600 คน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าตอนเกิดเหตุมีผู้คนอยู่ในอาคารกี่คน

ในวันพฤหัสบดี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมที่มองเห็นจากภายนอกได้ทั้งหมดแล้ว และกำลังดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในอาคาร โดยเบื้องต้นช่วยออกมาได้สำเร็จแล้ว 55 คน แต่ยังมีผู้สูญหายอีกเกือบ 300 คน

ด้านนายจอห์น ลี ผู้บริหารเขตฯ ฮ่องกง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินไปแล้ว 9 แห่ง และขณะนี้มีผู้ประสบภัยเข้ามาอยู่อาศัยมากกว่า 500 คน นอกจากนั้น รัฐบาลกำลังจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งผู้ประสบภัยจะได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 41,400 บาท)

ขณะเดียวกัน กลุ่มอาสาสมัคร “ฮ่องกง การ์เดียนส์” (Hong Kong Guardians) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ 20 คนของพวกเขากำลังออกปฏิบัติการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงและผู้คนออกจากตึกที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีสัตวแพทย์และพยาบาลสัตว์อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ แต่ก่อนหน้านี้ตำรวจฮ่องกงเปิดเผยว่า จับกุมตัวผู้บริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้างซึ่งรับผิดชอบในการปรับปรุงอาคารที่เกิดเหตุแล้ว 3 คน ในฐานะผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดในคดีฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และกำลังสืบสวนว่ามีการปล่อยปละละเลยหรือการทุจริตในการปฏิบัติงานหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ศรีลังกาอ่วม น้ำท่วม-ดินถล่ม ดับแล้ว 31 ศพ อพยพอีกนับพันคน

ศรีลังกาอ่วม น้ำท่วม-ดินถล่ม ดับแล้ว 31 ศพ อพยพอีกนับพันคน

27 พ.ย. 2568 22:17 น.

ศรีลังกาอ่วม น้ำท่วม-ดินถล่ม ดับแล้ว 31 ศพ อพยพอีกนับพันคน

หลายพื้นที่ของศรีลังกากำลังเผชิญกับเหตุน้ำท่วมและดินถล่ม หลังฝนตกหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบผู้เสียชีวิตแล้ว 31 ศพ และประชาชนนับพันคนต้องอพยพ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พ.ย. 2568 ทางการของประเทศศรีลังกาออกมาเปิดเผยว่า เหตุน้ำท่วมและดินถล่มซึ่งเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 31 ศพ ทั่วประเทศ ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 14 ราย

ศูนย์จัดการภัยพิบัติ (DMC) ของศรีลังกาออกแถลงการณ์ระบุว่า การเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเขตบาดุลลา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกชาในภาคกลางของประเทศ โดยดินโคลนไหลลงมาจากภูเขาทับบ้านเรือนผู้คนในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้ประสบภัยอย่างน้อย 16 คน ถูกฝังทั้งเป็น

นอกจากนั้นยังมีผู้เสียชีวิตในลักษณะเดียวกันอีก 4 ศพ ที่เขตนูวาราเอลิยา ซึ่งอยู่ติดกัน ส่วนผู้เสียชีวิตที่เหลือได้รับการรายงานจากพื้นที่อื่น ๆ

โคลนถล่มที่เกิดขึ้นหลายจุดสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนเกือบ 400 หลัง และครอบครัวมากกว่า 1,100 ครัวเรือนต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว

DMC ระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำทั่วประเทศศรีลังกากำลังเพิ่มสูงขึ้น และเตือนให้ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำย้ายไปยังพื้นที่สูง ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันศรีลังกากำลังเผชิญฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ฝนตกรุนแรงกว่าปกติเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำทางตะวันออกของเกาะ

คาดกันว่าทั่วประเทศศรีลังกาจะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มม. และบางพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนืออาจมีปริมาณน้ำฝนมากถึง 250 มม.ในวันพฤหัสบดี

ล่าสุดรัฐบาลได้สั่งระงับการสอบของนักเรียนชั้นปีสุดท้ายทั่วประเทศเป็นเวลา 2 วัน เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยลำเลียงถุงยังชีพ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องหลังน้ำลด

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยลำเลียงถุงยังชีพ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องหลังน้ำลด

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยลำเลียงถุงยังชีพ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องหลังน้ำลด

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.27 น.

“อธิบดีกรมฝนหลวง”ลุยลำเลียงถุงยังชีพ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องหลังน้ำลด! 

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้สนับสนุนเครื่องบินแบบ CASA จำนวน 4 ลำ พร้อมนำทัพเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ ลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ประกอบด้วยข้าวเหนียวไก่ , ข้าวเหนียวหมูแดดเดียว , อาหารแมว , ข้าวสาร และถุงยังชีพ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)และการประปาส่วนภูมิภาค เครื่องบินออกเดินทางจากกองบิน 6 ดอนเมือง มุ่งหน้าสู่สนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อกระจายสิ่งของให้ถึงมือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้โดยเร็วที่สุด เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์น้ำลด

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เดินหน้าแผนฟื้นฟู-เปิดเกณฑ์เยียวยา เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดใต้

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เดินหน้าแผนฟื้นฟู-เปิดเกณฑ์เยียวยา เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดใต้

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เดินหน้าแผนฟื้นฟู-เปิดเกณฑ์เยียวยา เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดใต้

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.30 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เดินหน้าแผนฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรใต้ เปิดเกณฑ์เยียวยาความเสียหายปศุสัตว์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน-อพยพสัตว์-ส่งทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ 9 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด และเปิดหลักเกณฑ์การเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2568

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล ปัตตานี สงขลา ตรัง และนราธิวาส โดยมีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 10,961,826 ตัว ประกอบด้วย โค 335,382 ตัว กระบือ 7,354 ตัว สุกร 265,146 ตัว แพะและแกะ 181,057 ตัว และสัตว์ปีก 10,172,887 ตัว ขณะที่แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์เสียหายรวม 7,721.60 ไร่

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสัตว์ตายและสูญหาย 78,721 ตัว ใน 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี สตูล สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และสงขลา โดยในจำนวนนี้เป็นโค-กระบือ 1,439 ตัว สุกร 8 ตัว แพะ 98 ตัว แกะ 21 ตัว และสัตว์ปีก 77,155 ตัว

กรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้น ได้แก่ แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานจำนวน 444,560 กิโลกรัม อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงรวม 56,373 ตัว สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ (แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ วิตามิน) จำนวน 459 ชุด แจกจ่ายถุงยังชีพสัตว์ ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลรักษาสัตว์ในพื้นที่

ในส่วนของการเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ ได้สั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเร่งสำรวจความเสียหายทันทีที่น้ำลดเพื่อจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรผู้เสียหาย โดยหลักเกณฑ์ได้กำหนดตามประเภทสัตว์เลี้ยงและจำแนกตามช่วงอายุและจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อรายดังนี้

– โค อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราชดเชยไม่เกิน 35,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 5 ตัว/ราย)

– กระบือ อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราไม่เกิน 39,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 5 ตัว/ราย)

– สุกร อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราไม่เกิน 3,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 10 ตัว/ราย)

– แพะ/แกะ อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราไม่เกิน 3,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 10 ตัว/ราย)

– สัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด นกกระทา นกกระจอกเทศ อัตราช่วยเหลือแตกต่างกันตามช่วงอายุและประเภท โดยช่วยเหลือสูงสุด 300–1,000 ตัว/ราย

– แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ ชดเชยในอัตรา 1,980 บาท/ไร่ ไม่เกิน 30 ไร่/ราย

“ขอให้พี่น้องเกษตรกรชาวใต้มั่นใจว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เราจะอยู่เคียงข้างจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ขอให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมั่นใจว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงานเปิดตัว ‘NEXTOPIA’ เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงานเปิดตัว ‘NEXTOPIA’ เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ ร่วมงานเปิดตัว ‘NEXTOPIA’ เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.45 น.

27 พฤษจิกายน 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว “NEXTOPIA” เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ที่สยามพารากอน โดย NEXTOPIA เป็นหนึ่งใน 3 โครงการใหม่ระดับโลก (New World-Class Attractions) ที่สยามพารากอนประกาศทุ่มงบลงทุนรวม 1,250 ล้านบาท เพื่อพลิกโฉมครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 20 ปี เป็นโครงการนิทรรศการถาวรเชิงนวัตกรรม (Permanent Innovative Exhibition) ภายใต้แนวคิด “เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต” ที่เน้นการสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมความยั่งยืนในชีวิต และสร้างคุณค่าที่สามารถส่งมอบให้ผู้อื่น ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ โดยเกิดจากการผนึกกำลังแบบ Co-create กับองค์กรนวัตกรรม พันธมิตร คู่ค้ากว่า 50 องค์กร และ 30 คอมมูนิตี้ของ Friends of NEXTOPIA

อย่างไรก็ตาม แนวคิด NEXTOPIA ที่เน้นการใช้ชีวิตแบบ Eco-friendly และ Green Community ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบายของกรมฯ ในการส่งเสริมการลดการใช้สารเคมี การผลิตและการใช้ สารชีวภัณฑ์ การทำเกษตรอินทรีย์ รวมไปถึงการ​สร้างตลาดสำหรับสินค้าเกษตรยั่งยืน ที่หากมีการจัดพื้นที่จำหน่ายหรือแสดงผลิตภัณฑ์ที่เน้น Organic และ Health Food (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุง Siam Paragon Dining Phenomenal) กรมฯ สามารถใช้โอกาสนี้ เชื่อมโยงสินค้าคุณภาพของเกษตรกรเข้าสู่ตลาดพรีเมียมในศูนย์การค้า รวมทั้งพื้นที่การเรียนรู้ NEXTOPIA นี้ ยังสามารถเป็นพื้นที่ต้นแบบสำหรับการนำเสนอแนวคิด “เกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ” หรือ Urban Farming ในมิติที่ทันสมัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนเมืองและเยาวชนต่อไป

-(016)

ฉก.พญานาคราชจับเนื้อเถื่อนลอตใหญ่

ฉก.พญานาคราชจับเนื้อเถื่อนลอตใหญ่

ฉก.พญานาคราชจับเนื้อเถื่อนลอตใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.23 น.

“ฉก.พญานาคราช” จับเนื้อเถื่อนกลางกรุงลอตใหญ่ 600 กว่ากิโลกรัม มูลค่า 1 ล้านบาท

วันนี้ (27 พ.ย.) พล.ต.ต.มนตรี แป้นเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจสืบสวนปราบปรามการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร (ฉก.พญานาคราช) เปิดเผยภายหลังมอบหมายพันเอก รวิรักษ์ สัตตบุศย์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ ฉก.พญานาคราช เข้าตรวจสอบปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 11.00 น. “ฉก.พญานาคราช” นำโดย พันตำรวจเอกสราวุฒิ ปรีดากรณ์ หัวหน้าส่วนควบคุมและสืบสวน ฝ่ายปฏิบัติการ ฉก.พญานาคราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ส่วนงานเสริมความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจค้นเข้าเมือง 1 และเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน บูรณาการความร่วมมือหลังได้รับแจ้งว่ามีการค้าซากสัตว์ผิดกฎหมายในพื้นที่รัชดาซอย 17 สุทธิสาร-ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งภายหลังเข้าตรวจสอบอาคารเลขที่ 368 อาคารบางกอกรัชดา 17 ชั้นที่ 8 ห้องเลขที่ 1806 ซอยอินทามระ 47 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร พบว่าเป็นที่ตั้งบริษัท โกลบอล แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105568059721 กรรมการของบริษัทมี 3 คน ได้แก่ 1. นางสาวทิวาวัลย์ จินดาพาณิชย์ 2. นางสาวพิริยา บุญมากปาน และ 3. นายเหว่ยเข็ง เหยียน จึงได้แจ้งนิติบุคคลเพื่อขอเข้าตรวจสอบ โดยภายในห้องเลขที่ 1806 พบนาย YAN WEISHENG (ทราบชื่อภายหลัง) อายุ 49 ปี สัญชาติจีน แสดงตนเป็นเจ้าของห้อง และพบนางสาว KHOEUT SOPHANRO (ทราบชื่อภายหลัง) อายุ 33 ปี สัญชาติกัมพูชา อยู่ในห้องดังกล่าว โดยนาย YAN ได้ยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

จากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบตู้แช่แข็งฝาทึบ 2 ฝา จำนวน 2 ตู้ ภายในบรรจุซากสัตว์ต้องสงสัยไม่ทราบแหล่งที่มา จำนวน 348.6 กิโลกรัม อยู่ภายในห้องชุดเลขที่ 1806 และพบตู้แช่แข็งฝาทึบ 2 ฝา จำนวน 1 ตู้ ภายในบรรจุซากสัตว์ต้องสงสัยไม่ทราบแหล่งที่มา จำนวน 87.3 กิโลกรัม อยู่ภายในห้องชุดเลขที่ 1412 โดยเจ้าหน้าที่ขอดูเอกสารหลักฐานใบอนุญาตทำการค้าหรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว์ ใบอนุญาตนำซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่นาย YAN ไม่สามารถนำมาแสดงได้ และยอมรับว่าไม่มีเอกสารใบอนุญาตฯ ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้ มาตรา 22 เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าออกผ่าน หรือภายในเขต โดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษตามตามมาตรา 65 จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , มาตรา 24 ทำการค้าสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ระวางโทษตามมาตรา 66 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , มาตรา 31 นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักร ซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษตามมาตรา 68 จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 34 เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษตามมาตรา 71 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนาย YAN เป็นบุคคลสัญชาติจีน เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจค้นเข้าเมือง (ตม.) 1 จึงได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า นาย YANฯ ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยประเภทนักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 29 พฤศจิกายน 2568 มีอายุ 60 วัน ซึ่งการอนุญาตดังกล่าวเป็นเพียงการอนุญาตประเภทท่องเที่ยว มิใช่การอนุญาตทำงาน หรือประกอบธุรกิจภายในประเทศแต่อย่างใด และจากการเอกสารใบอนุญาตการทำงาน ไม่สามารถนำมาแสดงได้ รวมทั้งจากการตรวจสอบผ่านระบบต่างด้าว (273) ไม่พบข้อมูล

นอกจากนี้ได้ขยายผลการเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นาย YAN ได้นำซากสัตว์มาจำหน่ายที่ร้านอาหาร ชื่อ ฟุกหยวนครัวอาหาร ตั้งอยู่เลขที่ 88 ถนนอินทามระ 17 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ที่นาย YAN เป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าวด้วย โดยภายในร้านดังกล่าวพบซากสัตว์ไม่ทราบแหล่งที่มา จำนวน 186.5 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงขอดูเอกสารหลักฐาน ใบอนุญาตทำการค้าหรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว์ ใบอนุญาตนำซากสัตว์เข้าในราชอาณาจักร และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่นาย YAN ไม่สามารถนำมาแสดงได้ และยอมรับว่าไม่มีเอกสารใบอนุญาตฯ ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทำการยึดซากสัตว์ของกลาง รวมทั้งสิน จำนวน 622.4 กิโลกรัม รวมมูลค่า 1,057,590 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีต่อไป

015

อามินทร์ส่งต่อไก่แช่แข็งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

อามินทร์ส่งต่อไก่แช่แข็งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

อามินทร์ส่งต่อไก่แช่แข็งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.13 น.

น้ำใจท่วมหาดใหญ่! รมช.อามินทร์ ส่งต่อไก่สดแช่แข็ง 1 ตัน สนับสนุนเสบียงผู้ประสบภัย เสริมทัพ ‘ครัวประมงสงขลา’ ลุยช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

วันนี้ (27 พ.ย.) นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับบริจาคไก่สดแช่แข็งกว่า 1,000 กิโลกรัม ส่งต่อครัวประมงสงขลา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมลงพื้นที่ส่งเสบียงอาหารและน้ำแก่ประชาชน รวมถึงอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่น้ำท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน ได้แก่ รถสิบล้อจากกรมชลประทาน เฮลิคอปเตอร์จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เรือจากกรมประมง และกำลังแรงกายจากเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเป็นปกติ

ทั้งนี้ นายอามินทร์ ได้ลงพื้นที่แจกจ่ายเสบียงอาหารทั้งจากหน่วยงานราชการและภาคเอกชนที่ร่วมสมทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตลอดทั้งวัน

015

นเรศร่วมกิจกรรมผ่าตัดสุนัข-แมวฉีดวัคซีนป้องกันโรค

นเรศร่วมกิจกรรมผ่าตัดสุนัข-แมวฉีดวัคซีนป้องกันโรค

นเรศร่วมกิจกรรมผ่าตัดสุนัข-แมวฉีดวัคซีนป้องกันโรค

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.04 น.

“รมช.นเรศ” ลงพื้นที่เชียงใหม่ เปิดโครงการกิจกรรมผ่าตัดสุนัข – แมว และฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค พิษสุนัขบ้า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร

วันนี้ (27 พ.ย.) นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการกิจกรรม ผ่าตัดสุนัข – แมว และฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการควบคุมและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เสี่ยง โดยมีผู้บริหาร ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ เทศบาลตำบลแม่วาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

นายนเรศ กล่าวว่า โครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว ภายใต้โครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า” ตามพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงห่วงใยสุขภาพของสัตว์และประชาชนไทย ในประเทศปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืนทรงริเริ่มโครงการขึ้น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานเชิงรุก ในการควบคุมและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่สามารถแพร่จากสัตว์สู่คน อีกทั้งสามารถช่วยลดความเสี่ยง ของการกระจายโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ ได้คำนึงถึงจำนวนประชากรสุนัขและแมวในพื้นที่เสี่ยง ต่อการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าเป็นอย่างมาก ซึ่งมีวิธีการป้องกันได้ด้วยการดูแลและควบคุมสัตว์ เช่น การผ่าตัดทำหมันมีความสำคัญอย่างมากในสัตว์ สามารถลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจและเห็นความสำคัญถึงความรับผิดชอบการดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองอีกด้วย

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคณะได้ มอบไข่ไก่ จำนวน 4,500 ฟอง อาหารสุนัขและแมว 100 ชุด โดยกรมปศุสัตว์ นมยูเอชที 1,000 กล่อง โดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ตลอดจนพบปะเกษตรกรในพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ด้วย

015

ธรรมนัสสั่งเคลียร์เส้นทางส่งอาหารผู้ประสบภัยหาดใหญ่

ธรรมนัสสั่งเคลียร์เส้นทางส่งอาหารผู้ประสบภัยหาดใหญ่

ธรรมนัสสั่งเคลียร์เส้นทางส่งอาหารผู้ประสบภัยหาดใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.56 น.

“รองนายกฯ ธรรมนัส” ถกด่วนทุกหน่วย เคลียร์รถกีดขวางเส้นทางอู่ตะเภา เร่งส่งอาหารวันละ 2 หมื่นกล่อง ดูแลผู้ประสบภัยเขต 8 พร้อมเดินหน้าแผนฟื้นฟูหาดใหญ่

วันนี้ (27 พ.ย.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กรมประมง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา หน่วยทหาร และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อวางแผนบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งสถานการณ์น้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แม้น้ำจะลดลงแต่ทุกยุทโธปกรณ์ยังคงตั้งกำลังสแตนบายอยู่ในพื้นที่ พร้อมเร่งใช้เครื่องสูบน้ำระบายจากจุดน้ำท่วมขัง โดยกรมชลประทานจะจัดทีมลงพื้นที่วางแผนปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ประสานกองทัพดูแลศูนย์อพยพฝั่งตะวันออก ส่วน ปภ. ตำรวจ ภาคเอกชน และจิตอาสา จะสนับสนุนการขนย้ายและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จำเป็น ซึ่งคาดว่าตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. เป็นต้นไป ปริมาณฝนในสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงจะเบาบางลงจนเกือบไม่มี ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

“ผมสั่งการเคลียร์สะพานข้ามคลองอู่ตะเภาเป็นการเร่งด่วน เพราะบริเวณนั้นมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากขวางเส้นทาง ส่งผลให้ไม่สามารถลำเลียงอาหารและน้ำดื่มเข้าสู่ชุมชนได้ จำเป็นต้องเข้าจัดการด้วยการเคลื่อนย้ายหรือดันรถให้พ้นพื้นที่ ผมขอให้ประชาชนเข้าใจว่า ไม่ใช่การทำลายทรัพย์สิน แต่เพื่อเปิดทางช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับอาหารและยังเดือดร้อน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ปัจจุบันได้จัดเตรียมทำอาหารวันละ 18,000 – 20,000 กล่อง เพื่อนำส่งถึงไปยังประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่เขต 8 ที่ในขณะนี้น้ำเริ่มลงมากแล้ว โดยในวันนี้จะใช้รถลำเลียงอาหารเข้าไปให้กับประชาชน และผมได้พูดคุยกับเลขาธิการ กสทช. ผู้แทนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ทรู–เอไอเอส โดยยืนยันว่า พื้นที่ตั้งแต่โลตัสหาดใหญ่ในถึงสี่แยกสนามบิน สามารถจ่ายไฟฟ้าได้แล้ว ส่งผลให้สัญญาณโทรศัพท์กลับมาใช้งานปกติ ยกเว้นจุดที่น้ำยังท่วมซึ่งต้องรอประเมินความปลอดภัยก่อน

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระดมกำลังพล ดูแลศูนย์พักพิงทั้งจุดโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ และจุดอื่น ๆ ช่วยเพื่อรักษาความปลอดภัย และจัดระเบียบการเคลื่อนย้ายประชาชนกลับบ้าน เนื่องจากมีผู้อพยพกว่า 20,000 – 30,000 คน โดยศูนย์พักพิงขนาดใหญ่ที่โรงเรียนญรส มีผู้ประสบภัยถึง 7,000 คน ต้องดูแลเป็นพิเศษ และหลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงเตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่เมืองสงขลาทั้งหมด โดยรอคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีถึงภารกิจฟื้นฟู

015