เปิดปูม อนุชา บูรพชัยศรี หลังสะพัด! ปชป.ตัดสินใจส่งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

เปิดปูม อนุชา บูรพชัยศรี หลังสะพัด! ปชป.ตัดสินใจส่งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

เปิดปูม อนุชา บูรพชัยศรี หลังสะพัด! ปชป.ตัดสินใจส่งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

เปิดปูม”อนุชา บูรพชัยศรี” หลังสะพัด! พรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจส่งลงแข่งขันในสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

“เจมส์-อนุชา บูรพชัยศรี” อดีตโฆษกรัฐบาล และอดีต สส.กทม.หลายสมัย คือความหวังของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่จะกลับมาปักหมุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ในฐานะว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังพรรคไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง สส.รอบที่ผ่านมา โดยมีข่าวสะพัดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเปิดตัวส่งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ในเวลา 14.00 น.วันที่เสาร์ที่ 16 พฤษภาคมนี้

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ “อนุชา” ไม่ใช่คนใหม่ในชายคารั้วบ้านสีฟ้า เพราะนี่คือบ้านหลังที่ให้กำเนิด “อนุชา” ในทางการเมือง

“เจมส์ อนุชา” เดินบนถนนการเมืองครั้งแรกในปี 2550 ลงสมัคร สส.เขตการเลือกตั้งที่ 2 พื้นที่ เขตบางคอแหลม เขตสาทร เขตยานนาวา เขตคลองเตย และเขตวัฒนา ร่วมทีมกับ “กรณ์ จาติกวณิช” และ “สมเกียรติ ฉันทวานิช” ได้รับการเลือกตั้งยกทีม

ต่อมาในการเลือกตั้ง 2554 “อนุชา” ก็ได้รับเลือกตั้งอีกสมัย แต่มาพลาดท่าเสียเก้าอี้ในการเลือกตั้งปี 2562

การเลือกตั้งปี 2566 “อนุชา” ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่อันดับไม่ถึง กระทั่ง “พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” ลาอออกจาก สส.เพื่อไปทำหน้าที่รัฐมนตรี “อนุชา” จึงได้เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.เป็นสมัยที่ 3

นอกจากเป็น สส. 3 สมัยแล้ว “อนุชา” เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ (ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ) โฆษกประจำสำนักนายกฯ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง สมัยที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2569 “อนุชา” ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 28 ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ส่วนประวัติส่วนตัว “อนุชา” เกิดวันที่ 23 มกราคม 2510 เรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่นเดียวกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล”

มัธยมปลายที่วิทยาลัยเซเครทฮาร์ท ประเทศออสเตรเลีย

ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยอเดเลด

ปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ สาขาการพลังงานและการเผาไหม้ มหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ

ระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและการตลาด จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 63 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย

นอกจากนี้ นายอนุชา ยังมีศักดิ์เป็นลูกเขยของ ร้อยเอกกฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา อดีตผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ทำธุรกิจส่วนตัวเช่น บริษัท เมโทรเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมชีนเนอรี่ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักรายใหญ่ของประเทศไทย

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปชป.เคาะแล้ว! ส่ง อนุชา บูรพชัยศรี ลงชิงผู้ว่าฯกทม.)

รังสิมันต์ โรม ผงาดปธ.กมธ.การกฎหมายฯ ทวี-ชูศักดิ์ นั่งที่ปรึกษา จ่อเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 22 พ.ค.นี้

รังสิมันต์ โรม ผงาดปธ.กมธ.การกฎหมายฯ ทวี-ชูศักดิ์ นั่งที่ปรึกษา จ่อเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 22 พ.ค.นี้

รังสิมันต์ โรม ผงาดปธ.กมธ.การกฎหมายฯ ทวี-ชูศักดิ์ นั่งที่ปรึกษา จ่อเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 22 พ.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.56 น.

กมธ.การกฎหมายฯ ถกนัดแรก รังสิมันต์ โรม นั่งประธาน ทวี สอดส่อง-ชูศักดิ์ ศิรินิล นั่งที่ปรึกษา เตรียมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 22 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 ที่รัฐสภาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ประชุมครั้งแรก วาระเลือกประธานกรรมาธิการ และตำแหน่งต่างๆ ในกรรมาธิการ โดยมีนายรังสิมันต์ โรม รับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ สำหรับการจัดสรรตำแหน่งรองประธานทั้ง 4 ลำดับ

1. นายปิยรัฐ จงเทพ ตำแหน่งรองประธานคนที่ 1

2. นายศุภชัย ใจสมุทร ตำแหน่งรองประธานคนที่ 2

3. นายองอาจ วงศ์ประยูร ตำแหน่งรองประธานคนที่ 3

4. นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ตำแหน่งรองประธานคนที่ 4

ขณะที่นายรอมฎอน ปันจอร์ รับหน้าที่เลขานุการฯ ด้านตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการ คือ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล และ นางสาววันทรีธิดา อติชะ 

นอกจากนี้ ในรายชื่อยังปรากฎบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและกฎหมายเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการและที่ปรึกษาอีกหลายท่าน เช่นพ.ต.อ. ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ, รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล และ นายณัฏฐชนน ศรีก่อเกื้อ ฯลฯ 

นายรังสิมันต์ โรม กล่าวหลังรับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ ว่า บทบาทของคณะกรรมาธิการถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย โดยมีเป้าหมายหลักคือการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ได้มีการพิจารณาเรื่องการกำหนดวันและเวลาสำหรับการนัดหมายประชุมในครั้งต่อๆ ไป ทุกวันพฤหัสบดี ในช่วงบ่าย เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วนตามระเบียบวาระ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เตรียมเข้าตรวจเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค.2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญอย่างเข้มข้นต่อไป

กมธ.กิจการศาลฯถกนัดแรก ดัน หมอวาโย นั่งประธานฯ พนิดา รอง ปธ.คนที่ 1

กมธ.กิจการศาลฯถกนัดแรก ดัน หมอวาโย นั่งประธานฯ พนิดา รอง ปธ.คนที่ 1

กมธ.กิจการศาลฯถกนัดแรก ดัน หมอวาโย นั่งประธานฯ พนิดา รอง ปธ.คนที่ 1

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.54 น.

“กมธ.กิจการศาลฯ”ถกนัดแรก! ดัน”หมอวาโย”นั่งประธานฯ “พนิดา”รองประธานคนที่ 1 ขณะที่น้า-หลาน อย่าง”อภิสิทธิ์-พริษฐ์”ร่วมคณะเดียวกัน

15 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก วาระเลือกประธานกรรมาธิการ และตำแหน่งต่างๆ ในกรรมาธิการ โดยมี นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดใน กมธ.ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุม และดำเนินการเลือกตั้งประธาน กมธ.ขณะที่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อตำแหน่งต่างๆ ใน กมธ.ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบดังนี้

1. นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ

2. น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่หนึ่ง

3. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สอง

4. นายวีรวุธ รักเที่ยง ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สาม

5. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สี่

6. นายสมศักดิ์ แสงอารยะกุล ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่ห้า

7. นายภัณฑิล น่วมเจิม ตำแหน่งเลขานุการกรรมาธิการ

8. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ตำแหน่งโฆษกกรรมาธิการ

9. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ กรรมาธิการและที่ปรึกษากรรมาธิการ

10.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรรมาธิการ

11.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กรรมาธิการ

จากนั้น นพ.วาโย ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประธานและดำเนินการประชุมต่อไป

– 006

ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า

ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า

ไอซ์ รักชนก นั่ง ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ ขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

“ไอซ์ รักชนก”นั่งประธาน กมธ.ติดตามงบฯ บอกขอแสดงวิสัยทัศน์-แผนงานในโอกาสหน้า ขณะที่”ชาดา”เป็นประธานที่ปรึกษา ติดภารกิจ แจ้งลาประชุม

15 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก วาระเลือกประธานกรรมาธิการ และตำแหน่งต่างๆ ในกรรมาธิการ โดยมี นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดในกรรมาธิการ ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุม และดำเนินการเลือกตั้งประธาน กมธ.

จากนั้น นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส.กทม.พรรคประชาชน ได้เสนอชื่อตำแหน่งต่างๆ ใน กมธ.ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบดังนี้

1. น.ส.รักชนก ศรีนอก ตำแหน่งประธานกรรมาธิการ

2. นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่หนึ่ง

3. นายสมบัติ ยะสินธุ์ ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สอง

4. นายพชร จันทรรวงทอง ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สาม

5. นายริสุทธิ์ ตันตินันท์ ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่สี่

6. นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่ห้า

7. นายปราชญา หงอกชัย ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่หก

8. นายสุรทิน พิจารณ์ ตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการคนที่เจ็ด

9. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ตำแหน่งกรรมาธิการและประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

10. นายเซวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

11. นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ตำแหน่งกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

12. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ตำแหน่งกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

13. นายพัฒนา สัพโส ตำแหน่งกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

14. นายวิทวัส ไตรสรณกุล ตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการ

15. นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดี์ ตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมาธิการ

จากนั้น น.ส.รักชนก ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประธาน กมธ.และกล่าวในช่วงต้นว่า “ตนจะแสดงวิสัยทัศน์และแผนงานในฐานะประธาน กมธ.ในรอบหน้า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาดา ได้แจ้งติดภารกิจ จึงไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ด้วย

– 006

ผู้นำฝ่ายค้าน เซ็ง รบ. เมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน ด้าน พันธุ์ใหม่ ซัด สักแต่พูดพลัส

ผู้นำฝ่ายค้าน เซ็ง รบ. เมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน ด้าน พันธุ์ใหม่ ซัด สักแต่พูดพลัส

ผู้นำฝ่ายค้าน เซ็ง รบ. เมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน ด้าน พันธุ์ใหม่ ซัด สักแต่พูดพลัส

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

ถกร่วมรัฐสภาเคลียร์ค้างท่อ34ฉบับ! ผู้นำฝ่ายค้าน เซ็ง รัฐบาล เมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน ข้องใจ จ้องรวบอำนาจ-เอื้อกลุ่มทุน หรือไม่ ด้าน พันธุ์ใหม่ ผสมโรงซัดแสบ สักแต่พูดพลัส เบี้ยวแก้กติกาประเทศ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า มีร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของสภาฯ และ วุฒิสภา ซึ่งครม.ร้องขอต่อสภาฯ  จำนวน 34 ฉบับ

โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายตั้งคำถามถึงเหตุผลที่รัฐบาลเลือกพิจารณายืนยันหรือไม่ยืนยันต่อร่างกฎหมายว่า โดยเฉพาะร่างกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดินที่คืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกรัฐประกาศนโยบายทวงคืนผืนป่า ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ร่างกฎหมายธรรมนูญศาลทหาร และ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตนขอตั้งคำถามว่า อำนาจพิจารณากฎหมายอยู่ที่กฎหมายหรืออยู่ที่รัฐสภา โดยรัฐบาลสามารถคิดแทนได้เองหรือว่าร่างกฎหมายที่เสนอมาอาจไม่ผ่าน จึงปัดตกดีกว่า หรือควรให้รัฐสภาได้ถกเถียงและตกลงว่าฉบับใดควรได้ไปต่อหรือไม่

“รัฐบาลใช้วิธีการปัดตกร่างกฎหมาย ด้วยเหตุผลเดียวกับการปัดตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าส่งกลับมาแล้วอาจไม่ผ่าน ผมขอตั้งคำถามว่า 34 ฉบับที่ ครม.ส่งกลับมานั้นจะได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา หรือ ฉบับต่างๆ พูดคุยหลังบ้านว่าผ่านแน่นอน ทั้งนี้ผมอยากฟังคำตอบจากรัฐบาลให้ความเห็นทางการเมืองและฐานะผู้กำหนดนโยบายมีหลักเกณฑ์ยืนยันหรือไม่ยืนยัน หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจของรัฐบาล ทั้งการปฏิรูปกองทัพ เรื่องแรงงานที่เกี่ยวกับกลุ่มทุนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาลหรือไม่ หรือกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ถูกตั้งคำถามว่าเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการ รวมถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่กติกาสูงสุดเป็นฐานอำนาจให้กับรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ สส.พรรคประชาชน ได้ลุกตั้งคำถามเช่นกันถึงเหตุผลที่รัฐบาลปัดตกกฎหมายของพรรคฝ่ายค้านหลายฉบับ ส่วนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เช่น น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กลุ่มพันธุ์ใหม่ ตั้งคำถามต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่ทำตามสัญญา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ไม่ยอมแก้ไข เพราะมีการออกแบบให้กินรวบประเทศ ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ เป็นสีเดียวกัน 

“หากจะเบี้ยวแก้รัฐธรรมนูญเหมือนเบี้ยวประชาชน ควรเปลี่ยนคำขวัญของพรรคให้เป็นพรรคสักแต่พูดพลัส” น.ส.นันทนา กล่าว

ปชป.เคาะแล้ว! ส่ง อนุชา บูรพชัยศรี ลงชิงผู้ว่าฯกทม.

ปชป.เคาะแล้ว! ส่ง อนุชา บูรพชัยศรี ลงชิงผู้ว่าฯกทม.

ปชป.เคาะแล้ว! ส่ง อนุชา บูรพชัยศรี ลงชิงผู้ว่าฯกทม.

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

15 พฤษภาคม 2569 รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจชัดเจนแล้วว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แทน นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ที่จะหมดวาระ พรรคประชาธิปัตย์ จะส่ง นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย ลงสมัคร โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเวลา 14.00 น.วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมนี้

ทั้งนี้ นายอนุชา เป็น สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย คือปี 2550 และ 2554 ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2562 ไม่ได้รับการเลือกตั้ง และในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ขยับเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ลาออกไปทำหน้าที่รัฐมนตรี

ตำแหน่งการเมืองอื่นๆ นายอนุชา เคยเป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ (นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ) รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกฯ

ทั้งนี้ ในด้านส่วนตัว นายอนุชา มีศักดิ์เป็นลูกเขยของ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา อดีตผู้ว่าฯ กทม.ด้วย

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดปูม อนุชา บูรพชัยศรี หลังสะพัด! ปชป.ตัดสินใจส่งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.)

ลาฟรอฟพบสีหศักดิ์ รุกคืบสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย บนเวที BRICS 2026

ลาฟรอฟพบสีหศักดิ์ รุกคืบสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย บนเวที BRICS 2026

ลาฟรอฟพบสีหศักดิ์ รุกคืบสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย บนเวที BRICS 2026

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.17 น.

ลาฟรอฟพบสีหศักดิ์ รุกคืบสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย บนเวที BRICS 2026

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้ เผยแพร่แถลงการณ์สรุปผลการหารือระดับทวิภาคีและแสดงความเชื่อมั่นต่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ดังนี้

“เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงนิวเดลี ได้จัดการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม BRICS โดยนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้หารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย

ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและไทย โดยให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงด้านมนุษยธรรม กฎหมายและข้อตกลงต่าง ๆ ในความสัมพันธ์ด้านทวิภาคีของทั้งสองประเทศ

นอกจากนั้น ยังได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดต่าง ๆ ในการประสานความร่วมมือภายในกลุ่ม BRICS และเวทีพหุภาคีอื่น ๆ รวมถึงประเด็นสำคัญ ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศและในระดับภูมิภาค”

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม BRICS 2569 ณ กรุงนิวเดลี ระหว่างตัวแทนจากไทยและรัสเซีย
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หารือเรื่องความร่วมมือไทย-รัสเซีย ในเวที BRICS
นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ หารือเรื่องความร่วมมือไทย-รัสเซีย ในเวที BRICS

ด่วน! ลุงโยชน์ กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด

ด่วน! ลุงโยชน์ กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด

ด่วน! ลุงโยชน์ กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.12 น.

ด่วน!”ลุงโยชน์”กลับไทยแล้ว เปิดกลไก RBC ทภ.2 ประสานใกล้ชิด ลดตึงเครียดชายแดน กัมพูชายอมส่งกลับ

15 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่า วานนี้ (14 พ.ค.) เวลา 11.00 น. พล.จ.นิด นารง รองเสนาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ภท.4) ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ฝ่ายกัมพูชา ได้ประสานมายังกองทัพภาคที่ 2 กรณีการส่งตัว “นายโยชน์” กลับประเทศไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย และมีการประสานผ่านกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา กระทั่งฝ่ายกัมพูชาอนุมัติให้ส่งตัวกลับประเทศไทยแล้ว

รายงานระบุว่า การส่งตัวครั้งนี้จะใช้กลไกความร่วมมือระดับกองทัพภาคที่ 2 และกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 เพื่อสะท้อนถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องของคณะกรรมการ RBC ทั้งสองฝ่าย

เบื้องต้นกำหนดส่งตัวในวันนี้ (15 พ.ค.) ช่วงเวลา 10.00 น.บริเวณช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยฝ่ายไทย มี พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการ RBC ฝ่ายไทย เป็นหัวหน้าคณะ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา มี พล.จ.นิด นารง ทำหน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา

ต่อมาเวลา 11.00 น.ที่ด่านช่องสะงำ ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งมอบตัว นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” ให้แก่ พล.ต.กัมปนาท เพื่อรับตัวกลับมาสู่ประเทศไทย โดยนายโยชน์ มีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการบาดเจ็บตามร่างกายแต่อย่างใด

แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ความสำเร็จในการประสานส่งตัวครั้งนี้ เกิดจากการทำงานอย่างใกล้ชิดของกองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การกำกับของแม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึงกองกำลังสุรนารี ที่มีผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เร่งขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง จนสามารถผลักดันการประสานงานผ่านกลไก RBC ให้บรรลุผลได้อย่างราบรื่น

ทั้งนี้ การส่งตัวนายโยชน์กลับประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณบวกของความร่วมมือระดับ RBC ระหว่างไทย – กัมพูชา และมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศได้ในระดับหนึ่ง

นายกฯโชว์ลูกคอละมุน ร้องเพลง ‘ขอพบในฝัน’ หยอดหวานจะไปร้องให้คนที่บ้านฟัง

นายกฯโชว์ลูกคอละมุน ร้องเพลง ‘ขอพบในฝัน’ หยอดหวานจะไปร้องให้คนที่บ้านฟัง

นายกฯโชว์ลูกคอละมุน ร้องเพลง ‘ขอพบในฝัน’ หยอดหวานจะไปร้องให้คนที่บ้านฟัง

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.05 น.

‘อนุทิน’เปิดงานประกวดร้องเพลง โชว์ลูกคอเพลง ‘ขอพบในฝัน’ ยันใครทำงานพระคลังข้างที่ เจริญรุ่งเรืองทุกคน ดู‘ปลัดมท.’จะไปไม่ไปแหล่ แต่พออยู่โครงการนี้ยังแน่นอยู่ โชว์หวานจะกลับไปร้องเพลง‘ไม่เคยรักใครเท่าเธอ’ ให้คนที่บ้านฟัง

15 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องเกียรติคุณพรรณนา 2 อาคารเกียรติคุณพรรณนา (อาคารอำนวยการ) สำนักงานพระคลังข้างที่ ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมงานแถลงข่าว โครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย โดยสำนักงานพระคลังข้างที่” ประเภทเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง และเพลงไทยร่วมสมัย ครั้งที่ 3 ปี 2569

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีคุณค่า ที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชาติเยาวชนจะได้เรียนรู้ผ่านบทเพลงเหล่านี้ซึ่งผ่านความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตนยังจำบรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ประทับใจในความสามารถความตั้งใจและพลังของเยาวชนจากทั่วประเทศ ซึ่งตอกย้ำว่าเวทีแห่งนี้สามารถสร้างโอกาสแรงบันดาลใจและคุณค่าที่ดีให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง สิ่งที่น่าชื่นชมอีกประการหนึ่งคือความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและภาครัฐภาคเอกชนวงการดนตรีและศิลปินและผู้ฝึกสอนสื่อมวลชนและหน่วยงานต่างๆที่วงการสนับสนุนโครงการนี้และมีเป้าหมายร่วมกัน และชื่นชมสำนักงานพระคลังข้างที่และทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันจัดโครงการอันทรงคุณค่าถือว่าพวกเราทุกคนได้ทำงานนี้แล้วเจริญรุ่งเรืองทุกคน ถามปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ไปไม่ไปแหล่ แต่พอมาอยู่โครงการนี้ยังแน่นอยู่

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาเยาวชนและส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตนมีความสนใจมีความชื่นชอบชื่นชมในเรื่องของเพลงอยู่แล้ว ยิ่งได้มาพบกับผู้ที่ร่วมจัดงาน ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาจารย์และครูเป็นผู้ที่สนับสนุนในเรื่องของการดนตรีและเพลงต่างๆ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้มาทำเรื่องนี้ เพื่อให้มันเป็นนโยบายหรือเป็นภารกิจแต่เราทำเพื่อความรัก ซึ่งเพลงสมัยเก่าเยุคสมัยถือว่าเป็นการสอนให้เห็นว่าประเทศของเรามีความเจริญทางด้านวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก และเราต้องสนับสนุนและสืบสานต่อไป เนื้อหาในเพลงต่างๆล้วนแล้วแต่สามารถนำไปใช้ดำรงชีวิตได้ ซึ่งการดำรงชีวิตของตน การทำงาน การใช้ชีวิตหลายๆอย่าง เมื่อสักครู่เพลงที่ร้องบนเวที ตนเพิ่งเคยได้ยินเพลงไม่เคยรักใครเท่าเธอ เดี๋ยวจะไปหัดร้องให้คนที่บ้านฟัง หวังว่าพวกเราทุกคนจะชื่นชอบและได้รับความรื่นรมย์ เมื่อเราเข้าถึงเสียงเพลงเข้าถึงดนตรี ความละเมียดละมุนละไมก็จะเกิดขึ้นสติปัญญา ก็จะเกิดความสำนึกผิดชอบชั่วดี และเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเราเอง คนใกล้ชิดเรายืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่วันที่31 ต.ค. ถ้ายังเป็นนายกฯ ไปร่วมงานแน่นอน

จากนั้นนายอนุทิน ขึ้นเวทีร่วมร้องเพลง ขอพบในฝัน ของนายชรินทร์ นันทนาคร

ปธ.หอการค้าฯ-ปธ.สภาอุตฯ ชมรัฐ จัดเวทีรับฟังภาคเอกชนเย็นนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดี

ปธ.หอการค้าฯ-ปธ.สภาอุตฯ ชมรัฐ จัดเวทีรับฟังภาคเอกชนเย็นนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดี

ปธ.หอการค้าฯ-ปธ.สภาอุตฯ ชมรัฐ จัดเวทีรับฟังภาคเอกชนเย็นนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดี

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.55 น.

“ปธ.หอการค้าฯ”ประสานเสียง”ปธ.สภาอุตฯ”ชมรัฐบาล จัดเวทีรับฟังภาคเอกชนเย็นนี้ ระบุเป็นนิมิตหมายที่ดี แนะช่วยกลุ่มเปราะบาง

15 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ในเย็นวันนี้ (15 พ.ค.) จะมีอะไรเสนอต่อรัฐบาลบ้าง ว่า ยังไม่ได้คุย จะไปพูดก่อนได้อย่างไร แต่เรามีข้อเสนออยู่แล้ว

ด้าน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในส่วนของ ส.อ.ท.มีคำตอบเดียวกับทางสภาหอการค้าฯ หากบอกตอนนี้คงไม่ตื่นเต้น คงจะเปิดเผยหลังจากได้พบกับรัฐบาลแล้ว ซึ่งก็มีหลายประเด็นที่เหมาะสมกับสภาวการณ์ตอนนี้ ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในภาวะวิกฤตอยู่แล้ว ประเด็นนี้ตอนนี้คือ การเพิ่มศักยภาพแข่งขันในประเทศว่า ต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ ขณะเดียวกัน เราต้องการผลักดันเรื่องแอนตี้คอร์รัปชั่น สร้างความโปร่งใสในระบบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ได้รับผลกระทบ มองว่า รัฐบาลควรมุ่งเป้าไปที่จุดไหน นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ต้องดูกลุ่มเปราะบางก่อน ถือว่า สำคัญมาก ต้องควิกวิน ขณะที่นายพจน์ กล่าวเสริมว่า กลุ่มเปราะบางก็กลุ่มหนึ่ง สิ่งที่เราได้รับโจทย์มาคือ วันนี้นายกฯจะรับฟังจาก CEO ทั้งหลาย รวมทั้งภาคเอกชนทั้งหลายว่า ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้เรามีข้อเสนอแนะอะไรที่จะสามารถผลักดันกันต่อไปได้

เมื่อถามว่า การพบปะกันระหว่างภาคเอกชนกับรัฐบาลถือเป็นนิมิตที่ดีสำหรับภาคเอกชนใช่หรือไม่ นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ดีมาก ขณะที่ นายพจน์ กล่าวเสริมว่า เยี่ยมเลย ซึ่งเราคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ถึงอย่างไรรัฐกับเอกชนควรจะมาพบกัน โดยเฉพาะหารือเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ความจริงรัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวกทางด้านนโยบายกับหน่วยงาน แต่คนขับเคลื่อนจริงๆ คือเอกชน เราทราบดีว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน เมื่อถามว่า รัฐบาลได้ติดต่อเอกชนมานานหรือยัง นายพจน์ กล่าวว่า ประมาณ 1 สัปดาห์กว่าแล้ว