หน่อย บุษกร เคน ธีระเดช ปลื้มปริ่มสุดหัวใจ น้องคุน ลูกชายคนโต เรียนจบไฮสคูล แห่ชมหล่อถอดแบบพ่อ

หน่อย บุษกร เคน ธีระเดช ปลื้มปริ่มสุดหัวใจ น้องคุน ลูกชายคนโต เรียนจบไฮสคูล แห่ชมหล่อถอดแบบพ่อ

หน่อย บุษกร เคน ธีระเดช ปลื้มปริ่มสุดหัวใจ น้องคุน ลูกชายคนโต เรียนจบไฮสคูล แห่ชมหล่อถอดแบบพ่อ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.48 น.

เป็นภาพความประทับใจที่ทำเอาแฟนคลับและคนบันเทิงเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม เมื่อนักแสดงและผู้จัดละครชื่อดัง “หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์” ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (kun_jun) เผยให้เห็นโมเมนต์สุดอบอุ่นของครอบครัวในวันแห่งความสำเร็จของลูกชายคนโต

⁠ เป็นบรรยากาศภายในหอประชุมจัดงานจบการศึกษา โดยมี “เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์” คุณพ่อซุปตาร์ พร้อมด้วย “หน่อย บุษกร” คุณแม่ และ “น้องจุน” ลูกชายคนเล็ก มาร่วมหอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับ “น้องคุน-คุนนธรรม วงศ์พัวพันธ์” ลูกชายคนโตที่อยู่ในชุดครุยวิทยฐานะสำเร็จการศึกษาระดับไฮสคูล (High School) พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขของทั้งครอบครัว

โดยคุณแม่หน่อยได้ระบุแคปชันสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความสุขว่า “ปลื้มปริ่มอิ่มใจ????มหาวิทยาลัยรออยู่ @kunwpp” สื่อถึงก้าวต่อไปของลูกชายที่กำลังจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ร่วมยินดีกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้หลายคนยังโฟกัสไปที่ความหล่อออร่าของ “น้องคุน” และ “น้องจุน” ที่ยิ่งโตก็ยิ่งฉายแววความหล่อถอดแบบคุณพ่อเคน ธีรเดช มาแบบเป๊ะๆ จนทำเอาพี่ป้าน้าอาในวงการต่างพากันชื่นชมในความอบอุ่นและความสำเร็จของครอบครัว “วงศ์พัวพันธ์” กันอย่างล้นหลาม

ภาพนี้ที่รอคอยกว่า 21 ปี บอย Peacemaker และ ตูน Bodyslam หวนร่วมเวทีเดียวกันอีกครั้ง

ภาพนี้ที่รอคอยกว่า 21 ปี บอย Peacemaker และ ตูน Bodyslam หวนร่วมเวทีเดียวกันอีกครั้ง

ภาพนี้ที่รอคอยกว่า 21 ปี บอย Peacemaker และ ตูน Bodyslam หวนร่วมเวทีเดียวกันอีกครั้ง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.28 น.

กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้แฟนเพลงยิ้มตามและอบอุ่นหัวใจที่สุดในงาน 88 ปี AIA ANNIVERSARY CONCERT 88th เมื่อสองศิลปินคุณภาพ บอย Peacemaker และ ตูน Bodyslam ได้หวนกลับมายืนร่วมเวทีเดียวกันอีกครั้ง หลังจากครั้งหนึ่ง บอย Peacemaker เคยขึ้นคอนเสิร์ตของ Bodyslam มาแล้ว ทำให้การกลับมาพบกันบนเวทีครั้งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำ ความผูกพัน และบรรยากาศที่แฟนเพลงรอคอยความพิเศษของค่ำคืนนี้ยิ่งทวีความประทับใจ เมื่อ บอย และ ตูน ร่วมกันถ่ายทอดเพลงฮิตในความทรงจำอย่าง “เรื่องบนเตียง” เพลงที่หลายคนคุ้นเคยและร้องตามได้แทบทุกท่อน การได้เห็นทั้งสองคนส่งพลังเสียง แลกเปลี่ยนรอยยิ้ม และร้องเพลงนี้ไปด้วยกันบนเวทีเดียวกัน จึงกลายเป็นภาพที่ทั้งอบอุ่น ทั้งน่าประทับใจ และชวนให้แฟนเพลงรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เพลงนี้อยู่ในหัวใจของใครหลายคน ไม่ใช่แค่เพราะความไพเราะของบทเพลง แต่เพราะเป็นการกลับมาพบกันของสองศิลปินที่แฟนๆ คิดถึง

@boypeace ดีใจที่ได้ร้องเพลงด้วยกันในรอบ 21ปี ตั้งแต่ Bodyslam Believe Concert ขอบคุณพี่ตูนและพี่ๆ Bodyslam ทุกคนครับ ดีใจที่ได้เจอพี่น้องศิลปินทุกท่านด้วยครับ ที่สำคัญขอบคุณ AIA มากๆครับ ที่ให้ผมได้รับเกียรติร้องเพลงประจำบริษัท เพลง ”บ้านหลังใหญ่“ และได้ไปร่วมฉลองครบรอบ 88ปี ครั้งนี้ครับ 

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพจำสำคัญของคอนเสิร์ตครั้งนี้ ที่ไม่ได้มีเพียงความยิ่งใหญ่ของโปรดักชั่นหรือโชว์บนเวทีเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ ระหว่างศิลปินกับศิลปิน และศิลปินกับแฟนเพลง ทำให้การหวนร่วมเวทีของ บอย Peacemaker และ ตูน Bodyslam ในครั้งนี้ กลายเป็นโมเมนต์ใจฟูที่หลายคนคงเก็บไว้ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน

ชมพู่ อารยา ยอมทิ้งความเป๊ะ น้องเกล คือคนที่สอนให้ปล่อยวางที่สุด

ชมพู่ อารยา ยอมทิ้งความเป๊ะ น้องเกล คือคนที่สอนให้ปล่อยวางที่สุด

ชมพู่ อารยา ยอมทิ้งความเป๊ะ น้องเกล คือคนที่สอนให้ปล่อยวางที่สุด

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.19 น.

เพราะความสุขของลูกสำคัญกว่ากรอบในตำรา “ชมพู่ อารยา” จูงมือลูกสาว “น้องแอบิเกล” ซุปตาร์ตัวน้อย เปิดใจผ่านรายการ MY DADDY James เผยวิธีเลี้ยงลูกทั้ง 3 คนแบบไม่ยึดติด ไม่บังคับกิน ไม่เปรียบเทียบ และไม่พยายามสร้างความสมบูรณ์แบบให้ชีวิตครอบครัว พร้อมเผยว่า “น้องเกล” คือคนที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีคิด จากคนที่วางแผนทุกอย่างในชีวิต เรียนรู้การปล่อยวางและอยู่กับปัจจุบันมากขึ้นกว่าเดิม

การเลี้ยงลูกสไตล์แม่ชมเป็นแบบไหน?

ชมพู่: สไตล์ก็ไม่ได้มีก่อนที่จะมีลูกค่ะ ตอนที่ท้องก็น่าจะเป็นเหมือนพ่อแม่มือใหม่ ทุก ๆ คนที่อ่านหนังสือเยอะ แต่พอตอนที่เขาออกมาจริง ๆ แล้วเอาเขากลับมาบ้านวันแรก เหมือนเราลืมทุกอย่างที่อ่านมาหมดเลย ต้องอยู่แค่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เพราะรู้สึกว่าสำหรับเรามัน Overwhelm มาก สิ่งที่อ่านมาหรือสิ่งที่เราเตรียมพร้อมมาคือมันไม่เกิดขึ้นเลย เหมือนเหตุการณ์ข้างหน้าหนักเกินกว่าจะรับมือได้ การปรับตัวของเราคือวันต่อวันแล้วก็เรียนรู้ไป จากที่เคยคิดว่าถ้ามีลูกจะต้องเป็นอย่างนี้ ๆ นะ ฉันมีลูกแฝดจะต้องสร้างระบบอะไรบางอย่าง เพื่อที่จะให้กินเวลานี้ นอนเวลานี้ เหมือนที่เขาบอกมาว่าถ้ามีลูกแฝด เลี้ยงลูกอ่อนพร้อมกัน คือต้องให้หลับแล้วก็ตื่นพร้อมกันเพื่อที่ว่าแม่จะได้มีเวลาเหลือ ในอุดมคติต้องเป็นอย่างนั้นแต่ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นไง เพราะเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าเราจะมีกฎเกณฑ์อะไร เขาก็จะเป็นของเขาไปอย่างนั้น เขาก็เลยมาสอนเราว่าก็ไหลกันไปก็แล้วกัน ดูกันไปตามหน้างานค่ะ

มีเกณฑ์ในการเลี้ยงลูกไหม เพราะแต่ละคนมีคาแรคเตอร์ที่ต่างกัน ?

ชมพู่: ไม่ได้มีกรอบอะไรทั้งนั้น แต่ส่วนตัวเราเป็นคนที่จะอยากมีแผนกับตัวเอง ทุกอย่างอยากที่จะมีเช็คลิสต์ว่า วันนี้จะต้องเป็นอย่างนี้ทุกอย่างจะต้องมีแพลนเป็นไปตามนี้ แต่ลูกมาสอนเรา คือสำหรับชมทุกเรื่องในโลกที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเองมีตารางและกฎเกณฑ์ แต่ว่าลูกคือสิ่งเดียวเลยที่เราไหลไปกับเขา

ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อเข้ากัน ?

ชมพู่: รู้สึกว่าลูกมาสอนเรา แล้วก็ให้เรายอมรับ โดยเฉพาะเกล การมาของเกลคือเหมือนกลายเป็นว่ามาสอนเราเลยว่าบางอย่างเพื่อลูก เพื่อที่จะไปต่อด้วยกันทั้งหมด เราก็อาจจะต้องละบางอย่างที่เป็นตัวตนของเรามาก ๆ มันไม่ได้หมายความว่าเราต้องขายจิตวิญญาณอะไรขนาดนั้นนะ แต่หมายความว่าบางอย่างมันอาจจะไม่ได้เหมือนตอนที่เราตัวคนเดียวแล้ว เพราะเรามีอีกชีวิตหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้เขาคือความสำคัญของเรา เพราะฉะนั้นเขาก็จะมาสอนเรา และจริง ๆ มันเอาไปใช้กับเรื่องอื่นได้ด้วยว่ามันไม่มีหรอก ถึงแม้ว่าในภาพที่ออกมามันจะเหมือนกับว่าเรามีทุกอย่าง Perfect แต่มันไม่ได้ทุกอย่าง ก็ยังมีบางอย่างที่เคยเป็นสิ่งที่เราหวงแหน แต่ ณ ตอนนี้ก็คือเขามาก่อน เขาก็มาสอนเรา

แม่เป็น Introvert แต่เจ๊เกลเป็น Extrovert ปรับเข้าหากันยากไหม ?

ชมพู่: จริง ๆ จะบอกว่าความเป็น Introvert มันเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเป็นผู้ปกครอง แล้วพอลูกเข้าโรงเรียน มันเริ่มมีสังคมของพ่อแม่ เหมือนเราต้องกลับไปเรียนหนังสือใหม่ต้องไปเจอคนรุ่นนั้น กลับไปเข้าสังคมอีกทีหนึ่งเจอผู้ปกครองด้วยกัน บางทีกิจกรรมบางอย่างที่โรงเรียนจัดขึ้น ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งใหม่ที่เราต้องปรับตัวเหมือนกัน แต่เราก็คงจะหาตรงกลางของเราได้ ถามว่าความที่ลูกมีทิศทางเป็น Extrovert ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นอุปสรรคขนาดนั้น เราไม่ได้รู้สึก กลายเป็นว่าเวลาไปไหนมาไหน เขาเป็นคนที่ไปมีปฏิสัมพันธ์กับคนเอง หรือเข้าหาคนอื่น โดยที่เราอยู่เฉย ๆ ของเราได้เลย

ใช้คำว่า ชี้เสิร์ฟ ได้จริง ๆ เพราะน้องเกลสามารถอยู่กับทุกคนได้

ชมพู่: ใช่ค่ะ เขาแค่ไม่กลัวคน เพราะเขาอาจจะถูกเทรนด้วยการที่ถูกอุ้มไปไหนมาไหน แล้วยังไม่ได้มีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการไปเจอคน ก็เลยยังไม่ได้ถึงกับอยากจะประมวลว่า น้องเกลเป็น Extrovert ขนาดนั้น เพราะรู้สึกว่าความเป็น Introvert หรือ Extrovert จริง ๆ มันอาจจะไม่ได้มองแค่ว่า ชอบอยู่กับคนหรือไม่ชอบอยู่กับคน หรือต้องอยู่คนเดียวต้องสันโดษ มันอาจจะเป็นแค่คุณสมบัติอย่างหนึ่ง ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่ได้ปรากฏในทุก ๆ คนขนาดนั้น ความเป็น Introvert มันเป็นเรื่องของวิธีประมวลข้อมูล หรือวิธีที่สมองของ Introvert จะทำงานอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอันนี้ก็ต้องดูกันต่อไป เพียงแต่ว่าที่แน่ ๆ ทักษะการเข้าสังคมเขาสูงกว่าแม่ เพราะเราเอาเขาออกสื่อตั้งแต่เด็ก ๆ คืออย่างพี่สายฟ้าก็ไม่ได้กลัวคนแต่ก็ไม่ได้ชอบ แต่การที่พาเขามาทำงานกับแม่ เขาก็จะถามว่ามีใครบ้าง แล้วมีอะไรให้เขาทำ ตอนนี้พอเขาเริ่มโตแล้วก็จะเริ่มรู้แล้วว่า บางทีถ้าเขาอยู่บ้าน หรือไปทำอย่างอื่นที่เขาชอบอาจจะสนุกกว่า ตอนนี้อาจจะไม่ได้ถึงกับสนุกกับกิจกรรมถ้าตามแม่มาทำงานแล้ว แต่เขาก็รู้ว่าถ้ามาทำงานกับแม่ก็เจอหน้าเดิม ๆ กองเราก็หน้าตาประมาณนี้ ก็เป็นเซฟโซน เป็น Comfort Zone ของเขา ก็เลี้ยงกันมาทั้งหมดแล้วทั้งนั้น

ทำยังไงให้ น้องเกล ทำงานแต่มีความสุข ?

ชมพู่ : เราไม่ได้สอนเขา แต่จะบอกกับลูกค้าอยู่แล้วว่า คุณไม่ต้องหวังอะไรที่มันอภินิหาร ลำดับขั้นตอนหรือสิ่งที่คาดหวังให้เขาทำคือไม่ต้องมีอะไรมาก ส่วนมากถ้ามีพิธีกร มีแม่ ก็อยู่ด้วยกันไป โดยการพูดบทสนทนาต่าง ๆ เราต้องเป็นคนคุมอยู่แล้ว ส่วนเขาคือ แค่ไปยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเขา เต็มที่ก็อาจจะมีบรีฟอะไรนิดหน่อยที่สมมุติว่า มีเล่นเกม เด็กด้วยวัยนี้ก็สนุก และจะไม่ใส่ข้อมูลอะไรเขาเยอะ แค่ว่าวันนี้มางานอะไร ถ้ามีแท็กไลน์หรือมีอะไรที่อยากให้เขาพูดก็จำไปอันเดียวพอ ทำเป็นอัน ๆ ไปแล้วก็ไม่บรีฟอะไรมาก เพราะว่าไม่อยากให้เครียด ไม่อยากให้เขาต้องรู้สึกว่ามันมีอะไรเยอะแยะไปหมด ทำให้เขารู้สึกทุกครั้งว่ามันสนุกนะ เวลาเราพูดถึงการมาทำงานของเขาในแต่ละวันจะพูดให้รู้สึกว่ามันสนุก มีอะไรรออยู่ ซึ่งเราก็ต้องขอความร่วมมือกับทีมงานและทุกคนด้วยว่า เราต้องช่วยสร้างบรรยากาศรอบข้างตรงนี้ให้เด็กมีความสุข ไม่เครียด ไม่อย่างนั้นแปลว่าครั้งต่อไปเขาเจอเซ็ต เจอไฟ เจอกล้อง เขาก็จะจดจำแล้วว่ามายืนตรงนี้เขาต้องเครียดและต้องเจอความกดดัน

มีเคล็ดลับไหมที่ทำให้เขาสนุกได้ขนาดนี้ ?

ชมพู่ : ถ้าสมมุติว่าเวลาไปทำงาน อาจจะไปอีเวนต์หรือไปถ่ายโฆษณา ก็จะให้ใช้ Energy เป็นแบตก้อนแรกของเขา คือตื่นมาเราต้องจัดการเลย เข้ามาถึงกองปุ๊บทำผมแป๊บเดียว หน้าเขาไม่ได้ต้องแต่งอะไรเยอะแยะ แต่สมาธิหรือโฟกัสของเด็กมันจะได้แค่เต็มที่คือ ครึ่งวัน เพราะฉะนั้นคนที่ทำงานกับชมก็จะมีความเข้าใจเดียวกันว่า ถ้าเป็นลักษณะงานถ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง หรืออะไรก็ตาม ตั้งแต่เขาตื่นจนเต็มที่คือ เที่ยง แต่สักประมาณ 10:30 น. – 11:00 น. เขาจะเริ่มส่งสัญญาณแล้ว จะเริ่มรวนแล้วเพราะว่าพลังงานของเด็กมีเท่านี้ เงื่อนไขเขาก็จะประมาณนี้ แล้วต้องนอนให้เต็มที่ ถ้ารู้ว่าวันพรุ่งนี้จะมีงานก็นอนมาให้เต็มที่และกินให้อิ่ม งานอีเวนต์ก็เหมือนกันถ้าสมมุติว่าเป็นช่วงบ่ายหรือช่วงเย็น เฉพาะวันนั้นก็อาจจะต้องนอนกลางวันและทานให้อิ่ม เพราะเด็กจะงอแงก็ต่อเมื่อนอนไม่พอหรือกินไม่อิ่มค่ะเป็นพื้นฐาน ถามว่าทำไม  น้องเกลถึงอารมณ์ดี ก็ต้องให้เขากินอิ่มนอนหลับ มีแค่นี้แค่สองเรื่องสำหรับเด็ก

เคล็ดลับที่ทำให้ น้องเกล ทานเก่ง ?

ชมพู่ : ของน้องเกล ความที่เขาอยู่กับชม พอเห็นเราทานอะไรเขาก็จะเลียนแบบ เห็นคนอื่นทานอะไรก็อยากทานบ้าง อาจจะเป็นวัยที่กำลังค้นหาด้วย แต่ของน้องเกลคือข้ามจากอาหารเด็กไปอีกทีก็คือ ข้าวมันไก่ ราดหน้าแบบนั้นเลย เพราะอาหารเด็กมันไม่ได้อร่อย มันจืด ซึ่งเราก็ให้เธอกินข้าวเด็ก เขามี Taste buds (ตุ่มรับรส) แล้วก็เขามีอาหารที่ชอบ เพราะว่าทำไมพอเป็นราดหน้า เป็นข้าวมันไก่แล้วกิน เลือดที่มากับข้าวมันไก่ หรือเลือดที่อยู่ในต้มเลือดหมูก็กิน แต่ถ้าไม่กินก็คือไม่กินทั้งสามคนเลยค่ะ อยากกินอะไรบอกมา แต่อันนี้เข้าใจว่าบริบทแต่ละบ้านอาจจะไม่เหมือนกัน บางคนก็อาจจะมีอะไรก็ต้องกินไปแล้วแต่นโยบายของแต่ละบ้าน แต่บ้านชมคือจะกินอะไรว่ามา ถ้าหาให้ได้ก็จะหาค่ะ พอเราอยู่กับเขาไปเรื่อย ๆ ก็จะรู้ว่าแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน พี่สายฟ้าชอบไข่ ไข่เยิ้ม ๆ ไม่สุก ชอบมาก ส่วนพายุชอบเนื้อสัตว์โปรตีน เช่น สเต๊ก หมูทอด และพี่สายฟ้าก็จะชอบพวกเมนูแป้ง เมนูเส้น และเนื้อสัตว์คือต้องนุ่มถึงจะกิน เนื้อวัวก็ต้องเนื้อดี ๆ เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้เขาทานก็ให้สิ่งที่เขาชอบ อย่างบางทีเขาก็จะคุยกันก่อน บางทีก่อนนอนป้าเจี๊ยบก็จะถามว่าพวกคุณจะกินอะไร พรุ่งนี้กลับมาจากโรงเรียนอยากกินอะไร หรือตอนเช้าอยากกินอะไร คุยกันก่อนจะได้มีเวลาเตรียม ทั้งนี้ทั้งนั้นชมไม่เคยบังคับ วันดีคืนดีเขาจะนึกอยากกินขึ้นมาเอง อย่างพี่สายฟ้าตอนนี้วันดีคืนดีก็ชอบกินหัวหอม ทั้งหอมหัวใหญ่ หอมแดง ที่ผัดมาแล้วนิ่ม ๆ นิดหนึ่ง แล้วมีรสชาติหวาน ๆ หรือพวกมะเขือเทศ

ถือว่าค่อย ๆ ศึกษาตามลูกไปในแต่ละวัน ?

ชมพู่ : รู้สึกว่าถ้าสมมุติว่าเราทำได้พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกทาน เพราะอยากให้กินผัก อยากให้ไฟเบอร์ถึง โปรตีนถึง เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนไม่อยากกลุ้มใจว่าลูกไม่กินข้าว เพราะฉะนั้นอยากกินใช่ไหม พูดมาว่าอยากกินอะไรถ้าหาให้ได้ก็หา บางวันสามคนกินไม่เหมือนกันเลย แต่ชมเข้าใจนะ อาจจะมีชาวเน็ตบางคนบอกว่าไม่ไหวหรอก 3-4 คนจะมานั่งเอาใจกี่เมนูก็ไม่รู้ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าโดยเฉพาะคนไหนที่ทานยากจริง ๆ อย่างเพื่อนชมบางทีก็มาปรึกษาเหมือนกันว่าลูกทานน้อยและรู้สึกว่าผอมมาก ไม่มีพุงเลย ท้องแบนมาก ชมเลยถามว่าลองกลับไปดูหรือยังว่า รสชาติอาหารคุณเป็นยังไง เพื่อนก็บอกว่าวันก่อนเอาข้าวเหนียวหมูปิ้งให้กิน เขากินใหญ่เลย เขาก็อยากกินของอร่อยเหมือนเรา มัน As simple as that

ชีวิตครอบครัวจริงไม่ได้นั่งกินข้าวพร้อมหน้าทุกวัน ?

ชมพู่: คืออันนี้ด้วยความสัตย์จริงบ้านเราตอนก่อนที่จะมีลูก ก็คิดว่าจะต้องนั่งทานอาหารพร้อมกันเป็นเวลา ถึงเวลาก็คือนั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคน แล้วกินให้เสร็จ โดยไม่มีการรบกวนด้วยอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ภาพที่บ้านคือปูเสื่อหน้าทีวีหน้าจอแบบนี้ แล้วก็ทะเลาะกันว่าใครจะดูช่องอะไรแต่ก็กินไปด้วย ขนาดผู้ใหญ่ยังทำไม่ได้เลย อันนี้ชมไม่ได้บอกว่าให้ทำตามนะ อย่างที่บอกลูกมาแล้วบางอย่างเราก็ยอมอะลุ่มอล่วยเพื่อให้เขาทานได้ สำหรับเราก็อยู่กันอย่างนี้ เขาก็ทานได้และสนุก บางทีกลับมาจากโรงเรียนสามคนพี่น้องก็นั่งสุมกัน บางทีก็มีทีวี บางทีก็ไม่มี แต่เวลาไปร้านอาหารหรือไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน ส่วนมากถ้าจะได้กินพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบสามมื้อจริง ๆ จะเป็นเวลาอยู่เมืองนอก บอกตรง ๆ ว่าถ้าอยู่กรุงเทพฯ ยากเพราะพ่อก็ตื่นเวลาหนึ่งส่วนแม่ตื่นมาปุ๊บเราก็ต้องเอาเด็กก่อน แม่ตื่นมาหาคาเฟอีนแล้วลูกออกไปข้างนอก หลังจากนั้นเราถึงได้เตรียมตัวไปยิม จัดการธุระตัวเองต่อ เราคงไม่ได้ทานพร้อมเขา มื้อเย็นก็เหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าต้องดูเรื่องอาหารของเราด้วย จะมารอทานพร้อมเด็กตลอดเวลาคงไม่ใช่ แต่เวลาที่เขานั่งทานกันอยู่บางทีเราก็เข้าไปนั่งอยู่ด้วยได้โดยที่เราอาจจะไม่ได้ทานกับเขา แต่ละครอบครัวแต่ละบ้านก็มีบริบทที่แตกต่างกันไป ซึ่งวิธีนี้สำหรับบ้านเรามันได้ผล สิ่งที่เราให้ความสำคัญก็คือ ลูกทานได้ และได้รับสารอาหารตามวัยของเขา แต่ถ้าได้ไปอยู่เมืองนอกไปพักผ่อนบางทีเราเช่าบ้านอยู่ก็จะได้ทานข้าวด้วยกันครบสามมื้อ จะบอกว่าถึงแม้ว่าจะเลี้ยงกันแบบนี้ปูเสื่อกินหน้าทีวี แต่ถึงเวลาที่ต้องทานอาหารร่วมกันหรือไปที่ร้าน เราก็ทานได้ ไม่ใช่ว่าเขานั่งอยู่กับเราไม่ได้

มีการเลือกไหมว่าวันนี้ต้องกินอันนี้หรือต้องมีผักในทุกมื้อ ต้องได้โปรตีนเท่าไหร่ ?

ชมพู่: ไม่ได้ขนาดนั้นค่ะ เด็กเขาไม่กินให้อย่างใจเราหรอก เห็นเขาทานได้ก็มีความสุขแล้ว เราพอใจแล้ว แต่ก็จะเน้นโปรตีน เน้นไฟเบอร์ ส่วนแป้งมาทีหลัง แต่พี่สายฟ้าเขาจะชอบแป้งเป็นพิเศษตอนนี้เริ่มอวบขึ้นนิดหนึ่ง ก็อาจจะต้องเรียกว่าเฝ้าระวัง แต่ไม่ได้ถึงกับห้ามนะคะ อาจจะคอยดูนิดหนึ่งว่าวันนี้เขากินแป้งกินน้ำตาลเยอะหรือยัง ส่วนพายุนี่คือปล่อยเขาเต็มที่เลยค่ะ

แล้วเราเตือนเขาได้ไหมถ้าเกิดว่าลูกเราเริ่มอ้วน ?

ชมพู่: ก็คือพูดกันด้วยเหตุผลนะคะ มันเยอะไป ไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เราไม่แข็งแรง และที่สำคัญคือเราจะสังเกตว่าพอเขาเริ่มหนุบหนับขึ้นมาสักระดับหนึ่ง ความคล่องตัวเขาจะน้อยลง คุณก็จะวิ่งได้ช้าลงนะ ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะตอนที่เขาผอมเพรียว คือมันไม่ใช่เรื่อง Body Shaming ไม่ใช่อะไรเลยนะ แต่ว่าเวลาทำกิจกรรมแล้วมันคล่องตัวกว่า แต่เด็กบางทีเขารู้ว่าจริง แต่มันห้ามใจยาก เราก็ต้องช่วยเขา การทำ Home cook ช่วยได้เยอะค่ะ พยายามให้ 80% – 90% เป็นอาหารจากที่บ้าน แต่บางทีเขาก็ อยากกินไก่ทอดร้านนี้ อยากกินมันฝรั่งทอด ซึ่งชมก็ไม่ได้ห้ามนะ แต่ไม่ใช่ว่าเลี้ยงด้วยอาหารแบบนี้ทุกวัน อาทิตย์หนึ่งหรือสองอาทิตย์ครั้งหนึ่งก็อาจจะให้เขามีความสุขได้ เป็นการบาลานซ์ค่ะ

เราเป็นแบบอย่าง ทานอะไรลูกจะทานแบบเดียวกัน ?

ชมพู่: ก็คิดว่าจริงนะ เพราะเวลาเขาเห็นเราทำอะไร เขาก็จะค่อย ๆ ซึมซับ อย่างลูกเขาก็จะรู้ว่าที่บ้านไม่ดื่มน้ำอัดลม และจะบอกเลยว่าบ้านเราไม่มีใครกินน้ำอัดลมกันเลย แต่ว่าพวกน้ำซ่าแบบน้ำแร่อัดแก๊สมีค่ะ แต่น้ำอัดลมไม่มี เราก็จะบอกเลยว่าบ้านเราไม่มีน้ำอัดลม ไม่มีคนสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก็แทบจะไม่ได้ คือเขาแทบจะไม่เห็นภาพพ่อแม่นั่งสังสรรค์กันในบ้านเลย ไม่มีเลยค่ะ คุณน็อตมีห้องไวน์ที่บ้าน แต่ลูกไม่เคยเห็นภาพแบบนั้น เพราะเหมือนเราปลูกฝังเขามามากว่าเหล้า บุหรี่ น้ำอัดลมมันไม่ดี

วิธีการเลี้ยงลูกยังไงไม่ให้เครียดจนเกินไป ?

ชมพู่: เป็นคำถามที่ใหญ่มาก เราก็รู้นะคะ หมายถึงพวกข้อมูลอะไรที่มันอาจจะเป็นข้อเท็จจริง หรือเป็น Know-how ทุกวันนี้ก็ยังมีเพจบางเพจที่ชมชอบตาม ซึ่งเกี่ยวกับเรื่อง Parenting แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเชื่อทั้งหมด อย่างก่อนหน้านี้ช่วงที่ลูกชมเกิดใหม่ ๆ จะมีกระแสคำว่า Gentle Parenting สำหรับชมนะ Gentle Parenting มันไม่ได้ผล เพราะลองแล้วเด็กก็ยังท้าทายระบบ ยังท้าทายเราอยู่ เพราะฉะนั้นบางอย่างมันเป็นแค่แนวทาง และเป็นเครื่องมือให้เราลองเอามาปรับใช้ แต่มันไม่มีผิดไม่มีถูกหรอกค่ะ เพราะบริบทของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน มันไม่ใช่กฎประกาศิตที่ตายตัว ไม่ได้ขนาดนั้น แต่เราลองเอามาเป็นไอเดียแล้วปรับ ลองใช้ดูว่าเห็นผล หรือไม่เห็นผลแล้วดูตรงนั้น อย่าไปยึดติดเรื่องผิดถูกมาก มันไม่มีใครรู้หรอกค่ะ เพราะเด็กแต่ละคนเกิดมาก็ต่างกันแล้ว ชมยืนยันได้เลยเพราะว่าชมมีลูกแฝด พูดภาษาเดียวกัน พูดคำพูดเดียวกัน ใช้วิธีเดียวกันมันไม่เวิร์คสำหรับเด็ก 2 คน ขนาดว่าเบียดกันมาในท้องด้วยกัน  กินสารอาหารแบบเดียวกัน แต่เราใช้วิธีเดียวกันกับเขาทั้งสองคนไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นมันไม่มีกฎตายตัวอะไรทั้งสิ้น ความกดดันอีกอย่างหนึ่งของพ่อแม่ยุคนี้ก็คือ เรื่องของการเสพโซเชียลที่คอยบอกว่าอันนี้ควรทำอันนี้ไม่ควรทำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอย่างเต็มที่พวกเราก็คงจะได้ยินแค่ป้าข้างบ้านหรือคนในซอยพูดเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้มันกลายเป็นว่ามีเสียงจากโซเชียลมีเดีย ยิ่งถ้าเราเป็นคนสาธารณะด้วยแล้ว เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วให้เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเราเอง เพราะไม่มีความรักไหนยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักที่เรามีให้กับลูกเราแล้ว การตัดสินใจของเราย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาค่ะ ให้ความรักเป็นตัวนำทาง

เด็กทุกคนมีความถนัดและความแตกต่าง ?

ชมพู่: เพราะว่าแต่ละคนไม่เหมือนกันจริง ๆ  เราเลี้ยงลูกสามคน เลี้ยงเด็กแฝดอยู่ภายใต้ สภาพแวดล้อมเดียวกัน เขาก็ยังมีความโดดเด่น และความถนัดที่ไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดเปรียบเทียบว่า ลูกบ้านนี้เดินได้แล้ว ตั้งไข่แล้ว หรือคนนี้เริ่มพูดเป็นคำแล้ว สุดท้ายเขาเป็นลูกคน ยังไงเขาก็ต้องพูดภาษาคน จะช้าจะเร็วสุดท้ายเขาก็ต้องพูดค่ะ หรือแม้แต่เรื่องการเรียน พอเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว มันมีทั้งเรื่องวิชาการ การอ่านออกเขียนได้ หรือเรื่องทักษะอื่น ๆ ที่เด็กแต่ละคนจะฉายแสง หรือแสดงออกมาไม่เหมือนกันตามความถนัดของเขา แต่ชมเชื่อว่ามันต้องไปของมันได้ สำหรับชมเรื่องวิชาการเราไม่ค่อยอะไรกับลูกมาก เพราะรู้สึกว่าเราได้ทำหน้าที่ในส่วนของเราแล้ว คือการเลือกโรงเรียนที่ดีและคิดว่าน่าจะเหมาะกับเขา ส่วนนั้นเราก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนไป ส่วนอะไรที่เห็นว่าจำเป็นต้องเสริมเราก็เสริมให้ แต่ไม่ได้ไปเครียดกับมัน แต่ถ้าเขามีความฝัน เราก็พร้อมเต็มที่ค่ะ จะอยู่ตรงนี้ และพาไปตามกำลัง ศักยภาพที่พ่อแม่พอจะทำให้ได้

ผลลัพธ์ที่ได้จากการเลี้ยงลูกสไตล์นี้เป็นอย่างไร ?

ชมพู่: อย่างแรกเลยคือเราจะรู้สึกว่าเขาเป็นตัวเองจริง ๆ เวลาที่อยู่กับเราค่ะ เราจะเห็นเขาในทุกมุม ทั้งในมุมมืด สดใส และน่ารัก เพราะเขาปล่อยทั้งหมดของเขาออกมากับเรา เพราะเรายอมรับในทุกอย่างที่เขาเป็น

เราเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ เขาเลยสามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ปลอดภัยตรงนั้นได้ ?

ชมพู่: ซึ่งเราเชื่อในสิ่งนี้นะคะ แม้ว่า ณ วันนี้เราจะยังไม่รู้ แต่เชื่อว่าตรงนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเข้าสู่วัยรุ่นที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เราก็หวังว่าเขายังจะรู้สึกแบบนี้กับเราอยู่ค่ะ มันไม่มีวันไหนที่เพอร์เฟกต์หรอก ความบาลานซ์ในอุดมคติของพ่อแม่แบบนั้นมันไม่มีหรอก แต่มันเป็นแบบที่เรายอมรับ เราต้องลดทอนบางอย่าง ต้องเสียสละบางอย่าง ต้องมีพาร์ตที่เราต้องเสียสละ ต้องเฉือนบางอย่างออกไป มันไม่ได้หมดทุกอย่างหรอก แต่เราก็โอเคที่จะปรับมันไปในแต่ละวัน ทริคเราอันหนึ่งก็คือ พยายามอยู่กับปัจจุบันตอนที่อยู่กับเขาให้ได้มากที่สุด คือในโมเมนต์ที่เราอยู่ ถ้ามัวแต่คิดถึงสิ่งที่เราเสียไป เราก็จะพลาดทั้งโมเมนต์ตอนที่อยู่กับเขา และสิ่งที่เราเสียไปก็ไม่ได้คืนมาอยู่ดี แต่ถ้าสมมุติว่าเราอยู่กับปัจจุบันกับสิ่งที่อยู่ตรงนี้ มันกลายเป็นว่าสิ่งนี้ประเมินค่าไม่ได้เลย และมันจะเป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเรามัวแต่ไปนึกถึงว่า ตอนนี้จริง ๆ ฉันควรขับรถไปยิมแล้วนะ หรือถ้าวันนี้ได้นอนเพิ่มอีกสักอีกชั่วโมงการฟื้นฟูของฉันคงดีกว่านี้ กล้ามคงชัดกว่านี้แล้ว คือถ้าเราไปคิดถึงแต่สิ่งที่เราต้องแลกไป เราก็จะมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราเลยค่ะ แล้วพอเราลองอยู่กับปัจจุบันกับเขามาก ๆ มันกลายเป็นว่าพลังงานตรงนี้ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ มันประเมินค่าไม่ได้เลย และเขาก็เปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ วันด้วยค่ะ

ไฟลุกสตอรี่ ณวัฒน์ ซัดเดือด ควบคุมคนในบ้านไม่ได้ จะมาถามคนอื่นให้วุ่นวายทำไม ประกาศ Saveหนิงปัทมา

ไฟลุกสตอรี่ ณวัฒน์ ซัดเดือด ควบคุมคนในบ้านไม่ได้ จะมาถามคนอื่นให้วุ่นวายทำไม ประกาศ Saveหนิงปัทมา

ไฟลุกสตอรี่ ณวัฒน์ ซัดเดือด ควบคุมคนในบ้านไม่ได้ จะมาถามคนอื่นให้วุ่นวายทำไม ประกาศ Saveหนิงปัทมา

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.10 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่ากลางโซเชียลทันที หลังจากที่มีกระแสข่าวกรณีดาราสาวและพิธีกรดัง “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” เข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์เพื่อถามหา สามี “เป๊ก สัณณ์ชัย” กับ “หนิง ปัทมา” Miss Grand Thailand 2026ภายใต้การองค์กรและการดูแลของ บอสณวัฒน์ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” หัวเรือใหญ่แห่งมิสแกรนด์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัว (nawat.tv) โพสต์ข้อความสาดส่องความเดือด ชนิดที่อ่านแล้วมีสะดุ้งกันไปข้าง โดยในภาพแรก (⁠image.png⁠) บอสณวัฒน์ได้ระบุข้อความฟาดนิ่ม ๆ แต่เจ็บลึกว่า “ทำไมไม่ไปถามผู้ชายซึ่งเป็นคนของคุณมาไล่ถามคนอื่น ทำไม ถ้าถามและควบคุมคนในบ้านไม่ได้แล้วจะมาถามให้วุ่นวายทำไม คุณก็รู้ว่านิสัยแต่ละคนเป็นอย่างไร” นอกจากนี้ ในสตอรี่ถัด เจ้าตัวยังได้โพสต์ข้อความสั้น ๆ แต่ชัดเจนเพื่อเป็นการแสดงจุดยืนเลือกข้างและปกป้องฝั่งนักร้องสาว โดยระบุว่า“Save หนิง ปัทมา”งานนี้ทำเอาชาวเน็ตและขาเผือกต่างนั่งไม่ติด พากันคาดเดาและเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่า ทางฝั่งของ “ธัญญ่า” หรือ “เป๊ก สัณณ์ชัย” จะมีการออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้ถึงประเด็นนี้อย่างไรต่อไป!

กลิ่นดรามาโชยหึ่ง แม่ธัญญ่า โผล่กลางวง ถาม หนิง ปัทมา สั้น ๆ ทำสะเทือนทั้งโลกโซเชียล

กลิ่นดรามาโชยหึ่ง แม่ธัญญ่า โผล่กลางวง ถาม หนิง ปัทมา สั้น ๆ ทำสะเทือนทั้งโลกโซเชียล

กลิ่นดรามาโชยหึ่ง แม่ธัญญ่า โผล่กลางวง ถาม หนิง ปัทมา สั้น ๆ ทำสะเทือนทั้งโลกโซเชียล

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.44 น.

กระดิกหูรับความแซ่บกันให้ไวเลยค่ะสายเผือกทั้งหลาย เพราะนาทีนี้วงการบันเทิงและเวทีนางงามมีเรื่องให้เหล่านักสืบโซเชียลต้องไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันอีกแล้ว เรื่องเก่าเพิ่งจะซา เรื่องใหม่ระเบิดเวลาทำทำงานทันทีจ้า เมื่อจู่ ๆ มีกลิ่นดรามาโชยออกมาจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของแฟนนางงามสาวระดับท็อป จนทำเอาขาเม้าท์ต้องเบรกเอี๊ยดพากันหันขวับมามองตาโต เพราะงานนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องรักเลิกของวัยรุ่นธรรมดา ๆ แต่ดันมีชื่อของ ตัวแม่ระดับตำนาน และ สามีสุดที่รัก เข้ามาเอี่ยวในวงสนทนาด้วยน่ะสิคะคุณขา

เรื่องของเรื่องมันเริ่มต้นมาจาก โย พ่อมือกลอง ซึ่งเป็นหวานใจหรืออดีตหวานใจของ หนิง ปัทมา จิตรสวัสดิ์ เจ้าของตำแหน่งมิสแกรนด์ปทุมธานี และมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ตอนนี้ ได้ออกมาหย่อนระเบิดเวลาลูกใหญ่ด้วยการโพสต์ภาพคู่สุดละมุนตากำลังซบไหล่กันกระหนุงกระหนิงริมชายหาด แต่ที่ทำเอาแฟน ๆ สะดุดใจจนร้องห๊ะ ก็ตรงแคปชันนี่แหละค่ะที่เจ้าตัวเขียนเอาไว้ว่า “เอารูปล่าสุดเเล้วกันครับ (อาจจะเป็นรูปสุดท้ายก็ได้ครับ)”

โย

งานนี้ทำเอากลิ่นความรักล่มโชยมาแรงมาก และก็ไม่ต้องปล่อยให้แฟน ๆ ต้องเดาให้เสียเวลา เพราะหลังจากที่หนุ่มโยโพสต์ภาพนี้ไปได้ไม่นาน ฝ่ายหญิงอย่าง หนิง ปัทมา ก็รีบสับเกียร์ห้าเข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวทันควันเพื่อประกาศสถานะชัด ๆ แบบม้วนเดียวจบ ไม่ต้องมารื้อฟื้นให้คลุมเครือว่า “หลังจากนี้หนิงกับโยไม่มีความสัมพันธ์อะไรต่อกันอีกแล้วนะคะ”

แต่ช้าก่อนเรื่องราวความรักในครั้งนี้มันควรจะจบแค่นางงามเลิกกับแฟนหนุ่มปกติ แต่ระดับความแซ่บมันพุ่งทะลุปรอทก็เพราะคอมเมนต์ต่อมา เมื่อนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับตัวแม่ผู้ได้ฉายาเมียหลวงยืนหนึ่งอย่าง ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล เกิดเห็นโพสต์นี้เข้า เจ้าตัวเลยไม่รอช้า โผล่เข้ามาคอมเมนต์สอยถามกลางวงใต้ข้อความประกาศเลิกของสาวหนิง ยิงคำถามเด็ดชวนขนลุกซู่ทันทีว่า “แล้วกับพี่เป็กล่ะ??”

คำถามสั้น ๆ ของตัวแม่จับกิ๊กอย่างธัญญ่า ทำเอาโซเชียลสะเทือนไปทั้งคุ้งน้ำ จนต่อมเผือกของชาวเน็ตทั่วประเทศเต้นตึ้กตั้กทำงานหนักทันที เพราะ พี่เป๊ก ที่แม่ยิงคำถามถึงเนี่ย จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก เป๊ก สัณณ์ชัย เองตระกูล สามีสุดที่รักของแม่หรือเปล่า งานนี้ทำเอาช่องคอมเมนต์แทบแตก เพราะทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจลุ้นจนตัวโก่งว่าสาวหนิงจะตอบกลับมายังไง และคู่นี้แอบมีอะไรในกอไผ่หรือเปล่า

และหลังจากโดนแม่ยิงคำถามไปไม่นาน มีหรือที่สาวหนิงจะอยู่เฉยได้ เจ้าตัวไม่ปล่อยให้ไฟลามทุ่ง รีบพิมพ์ข้อความตอบกลับตัวแม่ธัญญ่าแบบทันควัน เพื่อสยบทุกข่าวลือและกลิ่นดราม่าทั้งปวง โดยตอบสั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความเคารพรักว่า “เป็นพี่ที่เคารพค่ะ” พร้อมกับใส่อีโมจิยกมือไหว้แบบนอบน้อมสุด ๆ 

หนิง ปัทมา

แหม…งานนี้ทำเอาบรรยากาศในช่องคอมเมนต์คึกคักเป็นพิเศษ เพราะนอกจากประเด็นของแม่ธัญญ่าแล้ว พอไปส่องใต้โพสต์ของฝ่ายชาย ก็จะเห็นบรรดาเพื่อนฝูงและชาวเน็ตแห่หลั่งไหลเข้ามาส่งกำลังใจให้หนุ่มโยกันอย่างล้นหลาม เช่น

“เปนกำลังใจให้คับ”

“คาดหวังว่าแฟนหนิงต้องหล่อ ดูดี เหมาะกับหนิง ที่สวย ไม่ใช่แบบนี้อ่ะ”

“ยังไง”

“เป็นกำลังใจให้มึงนะ”

“เป็นกำลังใจให้นะคะพี่โย”

โยฃ

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นร้อนกับเมียหลวงยืนหนึ่ง บ้างก็ว่าแม่ธัญญ่าอาจจะแค่เข้ามาแซวเล่นกันขำ ๆ ในฐานะคนกันเองที่สนิทสนมกัน หรืออาจจะมีนัยยะอะไรแอบแฝงให้คิดลึกกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ คำตอบของสาวหนิงก็ถือว่าเคลียร์ตัวเองได้ชัดเจนและสุภาพเรียบร้อยดีเยี่ยมเลยทีเดียว ส่วนเบื้องลึกเบื้องหลังหรือความจริงของเรื่องนี้จะเป็นการแกงกันเล่น ๆ หรือไม่ คงต้องปูเสื่อรอฟังจากปากของทั้งคู่อีกทีแล้วล่ะค่ะ

ธัญญ่า
หนิง ปัทมา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก  Natthapong Charoenrat, เฟซบุ๊ก หนิง ปัทมา, เฟซบุ๊ก Tanya Engtrakul, อินสตาแกรม  ning_pathamaล อินสตาแกรม pegliyah

ร่างทองคัมแบ็ก ดิว อริสรา แท็กทีม โอ๋ ภัคจีรา อวดหุ่นสับผอมสวย

ร่างทองคัมแบ็ก ดิว อริสรา แท็กทีม โอ๋ ภัคจีรา อวดหุ่นสับผอมสวย

ร่างทองคัมแบ็ก ดิว อริสรา แท็กทีม โอ๋ ภัคจีรา อวดหุ่นสับผอมสวย

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.16 น.

เรียกว่าเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนให้ความสำคัญและยกให้เป็นวาระแห่งชาติเลยก็ว่าได้ สำหรับเรื่องของรูปร่างและความสวยความงาม ยิ่งสำหรับคนในวงการบันเทิงด้วยแล้ว การดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอนั้นแทบจะเป็นงานหลัก และเมื่อใดที่มีซุปตาร์คนดังสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองจนผอมเพรียว หุ่นปังขึ้นผิดหูผิดตา ก็มักจะกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่แฟน ๆ และชาวเน็ตต่างพากันจับตามองและอยากรู้เคล็ดลับกันเป็นแถว

เช่นเดียวกับคุณแม่ลูกสองสุดแซ่บอย่าง ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ที่นอกจากช่วงนี้หัวใจดูเหมือนจะกลับมาเป็นสีชมพูฉ่ำ ๆ สดใสสมกับคนกำลังอินเลิฟ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องความรักครั้งใหม่ เรื่องของรูปร่างและออร่าความสวยของเธอก็ทวีคูณความปังขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ จนหลายคนพากันชมว่าเธอกลับมาทวงบัลลังก์ร่างทองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ดิว อริสรา

โดยล่าสุด สาวดิวอริสราได้ออกมาสะเทือนวงการด้วยการโพสต์ภาพลุคเสือสาวสุดเซ็กซี่ ทะลุพิกัดความแซ่บด้วยรูปร่างที่ผอมเพรียว ตัวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับเขียนข้อความบอกเล่าความในใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยมีช่วงเวลาที่ปล่อยตัวให้อ้วนหลังคลอด มีอาการตัวบวมจนถึงขั้นไม่อยากมองกระจก และเจ็บปวดลึก ๆ ที่เคยมีคนจำเธอไม่ได้เพราะรูปร่างที่เปลี่ยนไปมาก ซึ่งเธอก็รับรู้หมดว่าใครพูดแซวหรือตกใจในความอ้วนของเธอในวันนั้น จึงกลายเป็นแรงผลักดันให้บอกกับตัวเองว่า วันหนึ่งจะต้องกลับมาสวยสับให้ได้

และในที่สุดความตั้งใจก็เป็นจริง เพราะลุคปัจจุบันทำเอาแฟน ๆ ตะลึงกันหมด ซึ่งเธอยังเผยต่ออีกว่าตอนนี้น้ำหนักลดลงไปเท่ากับเมื่อ 5 ปีที่แล้วเรียบร้อยแล้วจ้า งานนี้ทำเอาหลายคนสงสัยและเข้ามาถามไถ่เคล็ดลับกันอย่างล้นหลามว่าเธอไปทำอะไรมา ทำไมถึงผอมลงได้รวดเร็วขนาดนี้ จนมีบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าเธอใช้ทางลัดหรือเปล่า ซึ่งทางดิว อริสรา ก็ไม่ปล่อยให้ค้างคาใจ ออกมาตอบเคลียร์ชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า “ไม่ได้ปักปากกาลดน้ำหนักนะจ๊ะ” แต่ที่รูปร่างเล็กลงจนได้เป็นพรีเซนเตอร์ป้ายแดง เป็นเพราะได้คำแนะนำและสูตรเด็ดมาจากพี่สาวคนสนิทในวงการอย่าง “โอ๋ ภัคจีรา วรรณสุทธิ์” ที่ส่งผลิตภัณฑ์ OH LA LA มาให้ลองทานนั่นเอง

ดิว อริสรา

ทางด้านของเจ้าแม่ความแซ่บรุ่นพี่อย่าง โอ๋ ภัคจีรา ก็ออกมาแท็กทีมโชว์ความปังของรูปร่างเช่นเดียวกัน พร้อมกับโพสต์ข้อความตอกกลับคำสบประมาทเรื่องอายุของผู้หญิงไว้อย่างเจ็บแสบว่า “เคยมีคนบอกว่า…ผู้หญิงพออายุเพิ่ม ความแซ่บจะลดลง โอ๋ก็เลยพิสูจน์ให้ดูว่า…อายุเพิ่มได้ แต่ความสวย ความมั่นใจไม่เคยลดค่ะ จากที่เคยถูกเรียกว่า ขาวอวบ หนุบหนับ วันนี้ขอเป็นเวอร์ชั่นที่ใส่อะไรก็สนุก มองกระจกกี่ครั้งก็ยิ้ม บางคนแข่งกับคนอื่น…ส่วนโอ๋แข่งกับตัวเองเวอร์ชั่นเมื่อวานก็พอ” 

เรียกได้ว่าเป็นการจับมือกันคัมแบ็กของสองสาวต่างรุ่น ที่ทำเอาไอจีไฟลุกพึ่บพับไปกับความผอม สวย เฟิร์ม และมั่นใจขึ้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้สาว ๆ และคุณแม่หลายคนหันกลับมาดูแลตัวเองให้สวยสับไม่มีแผ่วตามรอยพวกเธอเลยทีเดียว

ดิว อริสรา
โอ๋ ภัคจีรา
ดิว อริสรา
ดิว อริสรา
ดิว อริสรา
ดิว อริสรา
ดิว อริสรา
ดิว อริสรา
โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา
โอ๋ ภัคจีรา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากอินสตาแกรม duearisara, อินสตาแกรม ohpak

อบอุ่นหัวใจ นก สินจัย ควงคู่ นก ฉัตรชัย ทำบุญวันเกิดหลานชาย น้องเรย์ อายุครบ 12 ปี

อบอุ่นหัวใจ นก สินจัย ควงคู่ นก ฉัตรชัย ทำบุญวันเกิดหลานชาย น้องเรย์ อายุครบ 12 ปี

อบอุ่นหัวใจ นก สินจัย ควงคู่ นก ฉัตรชัย ทำบุญวันเกิดหลานชาย น้องเรย์ อายุครบ 12 ปี

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.50 น.

เรียกว่าเป็นภาพที่สร้างความอบอุ่นหัวใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก เมื่อนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมืออย่าง “นก – สินจัย เปล่งพานิช” ได้เผยโมเมนต์สุดน่ารักของครอบครัวผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว (noksinjai) ขณะยกทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของหลานชายสุดที่รัก “น้องเรย์”

โดยในภาพชุดดังกล่าว นก สินจัย พร้อมด้วยสามี “นก – ฉัตรชัย เปล่งพานิช” และลูก ๆ หลาน ๆ ได้ร่วมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเดินทางไปทำบุญ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายและอิ่มบุญกันถ้วนหน้านอกจากนี้ นก สินจัย ยังได้ระบุข้อความอวยพรวันเกิดหลานชายไว้ด้วยว่า วันเกิดครบ12 ขวบด.ช.เรย์ 19/6/67 “ซึ่งหลังจากทำบุญเสร็จสิ้น ทางครอบครัวเปล่งพานิชก็ได้พาน้องเรย์ไปฉลองวันเกิดต่ออย่างอบอุ่น พร้อมหน้าพร้อมตาด้วยการเป่าเค้กช็อกโกแลตก้อนเล็ก ๆ สุดน่ารักในร้านอาหาร งานนี้ทำเอาพี่น้องในวงการบันเทิงและแฟนคลับต่างพากันเข้ามาร่วมคอมเมนต์อวยพรวันเกิดให้ “น้องเรย์” มีความสุข เป็นเด็กดี และเติบโตอย่างแข็งแรงกันอย่างล้นหลาม

ปู ไปรยา ปล่อยทีเด็ดกระแทกตา สลัดผ้าสวมบิกินีตัวจิ๋ว นอนโพสท่าแซ่บบนรถหรูริมหาด

ปู ไปรยา ปล่อยทีเด็ดกระแทกตา สลัดผ้าสวมบิกินีตัวจิ๋ว นอนโพสท่าแซ่บบนรถหรูริมหาด

ปู ไปรยา ปล่อยทีเด็ดกระแทกตา สลัดผ้าสวมบิกินีตัวจิ๋ว นอนโพสท่าแซ่บบนรถหรูริมหาด

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.36 น.

เรียกได้ว่าทำเอาอินสตาแกรมแทบแตกและทะเลแคลิฟอร์เนียต้องลุกเป็นไฟ! เมื่อดาราสาวโกอินเตอร์ระดับซุปตาร์ “ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก” ออกมาเสิร์ฟลุคสุดฮอตฉ่าปรอทแตก ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (@prayalundberg) ในเซ็ตภาพถ่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟริมชายหาดชื่อดัง เมืองมาลิบู รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมแคปชันชวนหลงใหลว่า “Chasing sunsets – Malibu, California ‘26 pics by my bestie @mrkaykasem” ยอดกดไลก์พุ่งกระฉูดทะลุหลักหมื่นในเวลาอันรวดเร็ว

ช็อตเด็ดเกินต้าน! ฮอตกว่าแดดเมืองนอกก็ “ไปรยา” นี่แหละ ในเซ็ตภาพนี้ สาวปูสลัดผ้ามาสวมชุดบิกินีทูพีซตัวจิ๋วสีสันสดใสไล่เฉดเหลือง-ชมพู เผยให้เห็นรูปร่างสุดเป๊ะปัง อวดหน้าท้องแบนราบ ซิกแพคแน่นๆ และส่วนเว้าส่วนโค้งสุดเซ็กซี่ที่ดูแลมาอย่างดีสมเป็นไอคอนสายเฮลตี้ โดยมีฉากหลังสุดคลาสสิกเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงเพลิงและวิวทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา

ไฮไลท์สำคัญที่ทำเอาแฟนๆ ใจสั่น คือภาพที่เธอนอนโพสท่าสุดเย้ายวนอยู่บนฝากระโปรงรถหรูสีแดง โชว์ส่วนสัดสุดเพอร์เฟกต์ ท้าทายแสงแดดยามเย็นไม่ว่าจะถ่ายมุมจากด้านหลังเผยความแซ่บซี๊ด ยืนโพสท่าสู้กล้องข้างรถสปอร์ตหรู หรือแม้กระทั่งช็อตโคลสอัพใบหน้าสวยคมสไตล์ลูกครึ่งจากภายในตัวรถ บ่งบอกเลยว่าอินเนอร์และจริตความตัวแม่ของเธอนั้นกินขาด!นอกเหนือจากรถหรูแล้ว เธอยังเพิ่มความน่าค้นหาด้วยการถือบอร์ดสีแดงแมตช์กับสีรถ ยืนโพสท่าสุดสับรับลมทะเล หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง ต่างพร้อมใจกันเข้ามากดหัวใจและส่งอีโมจิรูปไฟลุกกันจนล้นกล่องคอมเมนต์ ชื่นชมในความสวย คลาสสิก และความเซ็กซี่ระดับอินเตอร์ที่ไม่เคยแผ่วของเธอเลยจริงๆ สมกับเป็น “ปู ไปรยา” ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เป็นกระแสฮือฮาได้ตลอดเวลา!

ส่องลุคสะท้านมิลาน มีน นิชคุณ กับเฟรมลูกรักพระเจ้านั่งฟรอนท์โรว์ประกบคนดังระดับโลก

ส่องลุคสะท้านมิลาน มีน นิชคุณ กับเฟรมลูกรักพระเจ้านั่งฟรอนท์โรว์ประกบคนดังระดับโลก

ส่องลุคสะท้านมิลาน มีน นิชคุณ กับเฟรมลูกรักพระเจ้านั่งฟรอนท์โรว์ประกบคนดังระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.24 น.

สร้างความประทับใจบนเวทีแฟชั่นระดับโลกอีกครั้งเมื่อ มีน–นิชคุณ ขจรบริรักษ์ ได้รับเชิญร่วมชมแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชัน Ralph Lauren Purple Label และ Polo Ralph Lauren Spring 2027 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี พร้อมร่วมเคียงข้างเหล่าคนดัง อาทิ คิม อูบิน, ลูอิส แฮมิลตัน, เฮนรี โกลดิง, ทาดาโนบุ อาซาโนะ และโชตะ มัตสึดะ ที่มาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของคอลเลกชันใหม่นี้ ภายในงาน “มีน–นิชคุณ” ปรากฏตัวในลุคจาก Polo Ralph Lauren Spring 2026 Collection สะท้อนความสง่างามและสไตล์สุภาพบุรุษร่วมสมัยตามแบบฉบับ Ralph Lauren ที่ถ่ายทอดความสง่างามแบบสุภาพบุรุษร่วมสมัยผ่าน RL67 Summer Tweed Jacket และ Summer Tweed Waistcoat ที่ตัดเย็บอย่างประณีตในประเทศอิตาลีจากผ้า Summer Tweed ซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษจากลินิน ไหม และขนแกะ โดดเด่นด้วยลวดลาย Glen Plaid คลาสสิก  พร้อมจับคู่กับ Pleated Linen Suit Trousers กางเกงผ้าลินินทรงคลาสสิกที่ช่วยเติมเต็มลุคให้ดูเนี้ยบและเหนือกาลเวลา สะท้อนเอกลักษณ์ของ Polo Ralph Lauren ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับคอลเลกชัน Spring 2027 ทาง Ralph Lauren ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิปี 2027 ผ่านคอลเลกชัน Purple Label และ Polo Ralph Lauren ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางแห่งการผจญภัย ความหรูหรา และจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกเหนือกาลเวลา หลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันในคอลเลกชันนี้

โดยคอลเลกชัน Purple Label ถ่ายทอด 3 เรื่องราวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายใต้แนวคิดความหรูหราแบบอเมริกัน เปิดตัวด้วยโทนสีนิวทรัลและสีคราม ผ่านสูทผ้าไหมผสม เสื้อเชิ้ตคอจีน และเสื้อตัวนอกที่ผสานความเรียบง่ายเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว สะท้อนภาพการพักผ่อนอย่างมีระดับบนเกาะส่วนตัว

ต่อด้วยแรงบันดาลใจจากยุคทองแห่งกีฬาริมทะเลสาบ Como ในอิตาลีช่วงทศวรรษ 1920 ที่ถ่ายทอดกลิ่นอาย Art Deco ผ่านเสื้อตัวนอกหนังสไตล์เรซซิ่ง เสื้อถัก และลายพิมพ์คลาสสิก มาพร้อมแคปซูลคอลเลกชันรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่ร่วมสร้างสรรค์กับ KUON ดีไซน์เฮาส์ชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่น

ปิดท้ายโชว์ด้วย Polo Ralph Lauren ที่นำเสนอแนวคิดสไตล์อเมริกันเพรปปี้สำหรับคนยุคใหม่ ให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ผ่านการผสมผสานเนื้อผ้าที่หลากหลาย สีสันสดใส ดีเทลที่สนุกสนาน และงานเทเลอร์อันประณีต

ภายในงานมีเหล่าคนดังร่วมชมโชว์คับคั่ง อาทิ คิม อูบิน, ลูอิส แฮมิลตัน, เฮนรี โกลดิง, ทาดาโนบุ อาซาโนะ, โชตะ มัตสึดะ และ มีน–นิชคุณ ขจรบริรักษ์ ที่ปรากฏตัวในลุคจาก Polo Ralph Lauren Spring 2026 Collection สะท้อนความสง่างามและสไตล์สุภาพบุรุษร่วมสมัยตามแบบฉบับ Ralph Lauren

@RalphLauren @PoloRalphLauren

#RalphLaurenSpring27 #PoloRalphLauren #RLPurpleLabel #RalphLauren #MilanFashionWeek #MFW

สมฐานะมาดาม ฮือฮาทั้งโซเชียล ลิซ่า อวดโฉมรถหรูคันใหม่ Ferrari Testarossa แดงแรงฤทธิ์

สมฐานะมาดาม ฮือฮาทั้งโซเชียล ลิซ่า อวดโฉมรถหรูคันใหม่ Ferrari Testarossa แดงแรงฤทธิ์

สมฐานะมาดาม ฮือฮาทั้งโซเชียล ลิซ่า อวดโฉมรถหรูคันใหม่ Ferrari Testarossa แดงแรงฤทธิ์

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.09 น.

ทำเอาแฟนคลับและคนรักรถทั่วโลกตาโตกันเป็นแถว! เมื่อซุปตาร์สาวระดับโลก “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ได้โพสต์ภาพลงบนอินสตาแกรมสตอรี่ฉลองความปังแบบฉุดไม่อยู่ ด้วยการเผยให้เห็นท้ายรถสปอร์ตสุดคลาสสิกระดับตำนานอย่าง Ferrari Testarossa สีแดงสดใส พร้อมข้อความสั้น ๆ แต่แซ่บซี้ดว่า “MY NEW BABY “

จากภาพ เผยให้เห็นดีไซน์ท้ายรถอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของรุ่น Testarossa พร้อมโลโก้ม้าลำพองสีเงินและตัวอักษรแบรนด์ Ferrari ที่สะท้อนถึงความหรูหรา คลาสสิก และทรงพลัง สมฐานะซีอีโอสาวแห่งค่าย LLOUDงานนี้ทำเอาเหล่าแฟน ๆ ต่างพากันเข้ามาแสดงความยินดีและชื่นชมในรสนิยมสุดเท่ของเธอ เพราะรถรุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในรถสปอร์ตวินเทจยุค 80s-90s ที่นักสะสมทั่วโลกต่างปรารถนา เรียกได้ว่าทั้งสวย ทั้งรวย และตาถึงสุด ๆ สำหรับ “ลูกรักคนใหม่” ของสาวลิซ่าคันนี้!