พงศพล เตมีย์ ฝ่า PM 2.5 หาเสียงประชาชื่น ชี้รัฐต้องจริงจังแก้ฝุ่น วิกฤตสุขภาพไม่ใช่เรื่องการเมือง

พงศพล เตมีย์ ฝ่า PM 2.5 หาเสียงประชาชื่น ชี้รัฐต้องจริงจังแก้ฝุ่น วิกฤตสุขภาพไม่ใช่เรื่องการเมือง

พงศพล เตมีย์ ฝ่า PM 2.5 หาเสียงประชาชื่น ชี้รัฐต้องจริงจังแก้ฝุ่น วิกฤตสุขภาพไม่ใช่เรื่องการเมือง

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.15 น.

“พงศพล เตมีย์ ฝ่า PM 2.5 หาเสียงประชาชื่น ชี้รัฐต้องจริงจังแก้ฝุ่น วิกฤตสุขภาพไม่ใช่เรื่องการเมือง”

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายพงศพล เตมีย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 เบอร์ 1 พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงย่านประชาชื่น ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องหลายวัน โดยย้ำว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเป็น “วิกฤตสุขภาพของประชาชน” ที่รัฐไม่อาจเพิกเฉยหรือผลักภาระให้ท้องถิ่นเพียงลำพัง

พงศพลระบุว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะผลักดันมาตรการเชิงโครงสร้าง ทั้งการบังคับใช้กฎหมายควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างจริงจัง การจัดการจราจรในเมืองชั้นใน การสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาด และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ

“PM 2.5 ไม่เลือกข้างทางการเมือง แต่ทำร้ายคนทำงาน คนหาเช้ากินค่ำ และคนในชุมชนเมืองทุกวัน รัฐต้องยอมรับว่านี่คือปัญหาเชิงนโยบาย ไม่ใช่แค่ฤดูกาล” พงศพลกล่าว

พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน

พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน

พีระพันธุ์ ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา น้ำท่วม-ค่าครองชีพ ชูเป็น วีรบุรุษพลังงาน

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.53 น.

“พีระพันธุ์” ลุยสาทร ! ชาวบ้านสะท้อนปัญหา “น้ำท่วม-ค่าครองชีพ” ชูเป็น “วีรบุรุษพลังงาน” สานต่อ “ลดค่าไฟ-ล้างบางคอร์รัปชัน” 

วันที่ 17 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วย นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรค และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ และนายวนัส ฮ้อแสงชัย ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 2 (ราชเทวี ปทุมวัน สาทร) เบอร์ 7 พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่เขตสาทร บริเวณซอยสวนพลู และชุมชนโดยรอบ ซึ่งเป็นย่านการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูป และให้การต้อนรับนายพีระพันธุ์อย่างอบอุ่น

ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาสำคัญคือ “เรื่องน้ำท่วมขัง” ในช่วงฤดูฝนที่สร้างความลำบากในเดินทาง นอกจากนี้เรื่องที่ให้ความสนใจมากที่สุดคือราคาพลังงาน โดยระบุว่าต้องการเห็นนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาเป็นรัฐบาล สานต่อนโยบายลดราคาพลังงานให้ถูกลงกว่าปัจจุบัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น และยังระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนเป็นนัดล้างตาประเทศไทย หากนายพีระพันธุ์ไม่ได้เป็นรัฐบาล ชีวิตคนคงแย่ คนไทยทุกคนฝากความหวังไว้ที่นายพีระพันธุ์

นอกจากนี้ ประชาชนยังเน้นย้ำเรื่อง การปราบทุจริตคอร์รัปชัน โดยเชื่อว่าหากขจัดการทุจริตได้ ปัญหาอื่น ๆ ของประเทศจะคลี่คลายลงตามลำดับ ซึ่งนายพีระพันธุ์ได้รับปากว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่และจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

นายพีระพันธุ์และทีมผู้สมัคร สส.เขต ได้เดินทางต่อไปยัง วัดวิษณุ ยานนาวา เพื่อเยี่ยมชมศาสนสถานพราหมณ์-ฮินดูเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี และเข้าสักการะองค์เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางลงพื้นที่ยังเขตต่อไป

ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ

ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ

ซาบีดา อ้อนคนเมืองคอน ส่ง อวยพรศรี-ราชิต 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.36 น.

“ซาบีดา” อ้อนคนเมืองคอน ส่ง “อวยพรศรี-ราชิต” 2 ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย เข้าสภาฯ ขอพี่น้องชาวไทยมุสลิม เลือกทั้งคนและพรรค เบอร์ 37  ขายนโยบายหลักของพรรค คือความมั่นคงประเทศ ควบคู่รักษาอธิปไตย ดูแลเรื่องปากท้อง 

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดแยกวัดโหนด และที่มัสยิดแสงจันทร์ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยนางอวยพรศรี เชาวลิต ผู้สมัคร สส. เขต 8 หมายเลข 1 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง โดยเชิญชวน ประชาชน และพ่อค้าแม่ค้า ที่ตลาดแยกวัดโหนดออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ท่ามกลางบรรยากาศการอบอุ่นเป็นกันเอง พ่อค้า แม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างดี พร้อมเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาปากท้องในชีวิตประจำวัน

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้ง 9 เขต พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศชาติ 

นางสาวซาบีดา ระบุว่า นโยบายหลักของพรรคที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ ความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ชายแดน การเสริมความเข้มแข็งของแนวรั้วชายแดน และการรักษาอธิปไตยของชาติ ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงในการดำรงชีพ ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย ยังให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษา ในฐานะรากฐานอนาคตของประเทศ โดยมุ่งเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกช่วงวัย เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

นอกจากนี้นางสาวซาบีดา ยังได้ลงพื้นที่ ช่วยนายราชิต สุดพุ่ม ผู้สมัคร สส. เขต1 หมายเลข 5 นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย  หาเสียงที่โรงเรียนอัลมูวาห์ฮิดีน  และมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเลตำบลนาเคียน หาเสียง โดยเน้นย้ำให้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ และสนับสนุนผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ทั้งเขต และพรรคเบอร์ 37 เพื่อให้ไปสานต่องานที่เคยทำไว้ พร้อมยกตัวอย่างสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเคยผลักดัน เพื่อชาวไทยเชื้อสายมุสลิม คือ ใช้เวลาเกือบ 3 ปีที่เข้ามาทำงาน ลดราคา ให้ผู้ที่จะไปประกอบพิธี ฮัจญ์ ได้เกือบ 300 ล้านบาท  

‘บิ๊กป้อม’ ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง หลังวางมือการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ

‘บิ๊กป้อม’ ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง หลังวางมือการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ

‘บิ๊กป้อม’ ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง หลังวางมือการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.21 น.

“บิ๊กป้อม” ย่องเงียบ กินก๋วยเตี๋ยวร้านดัง ย้ำมาส่วนตัวไม่เกี่ยวการเมือง ประชาชนแห่ให้กำลังใจ ดีใจเห็นหน้าตาสดชื่น

วันนี้ 17 มกราคม 2569 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกลุ่มเพื่อน เดินทางไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวร้านดังย่านเทพรักษ์–วัชรพล เป็นการส่วนตัวอย่างเรียบง่าย โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม ยกมือไหว้ทักทายประชาชนที่พบเห็นตลอดทางอย่างเป็นกันเอง

ทั้งนี้ระหว่างนั่งรับประทานอาหาร มีประชาชนทยอยเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง หลายคนแสดงความดีใจที่ได้เห็นพล.อ.ประวิตร มีสุขภาพแข็งแรง สดชื่น พร้อมอวยพรให้มีพลานามัยที่ดี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น

อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางส่วนบอกว่า แม้ท่านจะวางมือจากบทบาททางการเมืองแล้ว แต่ยังรู้สึกผูกพัน และดีใจที่ได้เห็นพล.อ.ประวิตร ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางกำลังใจจากประชาชนที่เข้ามาทักทาย

ขณะเดียวกัน ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 12 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ได้เข้าไปกราบสวัสดีเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ย้ำชัดว่า การมารับประทานอาหารครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการหาเสียง พร้อมให้กำลังใจผู้สมัคร ขอให้ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และประสบความสำเร็จในการทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่

อภิสิทธิ์​ เปิดใจเหตุหวนคืนประช​าธิปัตย์​ แย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง 4 ระดับ

อภิสิทธิ์​ เปิดใจเหตุหวนคืนประช​าธิปัตย์​ แย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง 4 ระดับ

อภิสิทธิ์​ เปิดใจเหตุหวนคืนประช​าธิปัตย์​ แย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง 4 ระดับ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.03 น.

”ประช​าธิปัตย์​“จัดงานระดมทุนทอล์คโชว์​สู้เลือกตั้ง “ชัยวุฒิ” รับผลดีเกินคาด “อภิสิทธิ์​” เผย อุ่นใจไม่สูญพันธุ์โวตอนนี้เป็นตัวแปรแต่อีก20 วันอาจเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล เปิดใจเหตุหวนคืนพรรคแย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง4 ระดับ

วันที่17 มกราคม 2569 เวลา 14.30 น. พรรคประชาธิปัตย์​ จัดงาน“รวมพลคนทำเป็น” ร่วมสนับสนุนงานระดมทุน​พรรคประชาธิปัตย์ที่โรงละคร​เคแบงก์​ สยาม​พิฆเนศ​ ชั้น 7 สยามสแควร์โดยมี​ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค​นายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค​ นายกรณ์​ จาติกวณิช​ และนางการดี เลียวไพโรจน์​ และผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ตย์ ผู้บริหารพรรคจากทั่วประเทศและผู้สนับสนุนพรรคร่วมงานจำนวนมาก โดบขายเก้าอี้ทอล์คโชว์ ราคาตั้งแต่ 30,000-300,000 บาท ลดหลั่นกันไปของเก้าอี้ด้านหน้าติดเวทีที่นั่งละ 3 แสนบาท, 2 แสนบาท , 1 แสนบาท ,5 หมื่นบาทและ3 หมื่นบาท  บรรยากาศ​เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อนายอภิสิทธิ์​เดินทางมาถึงได้พบปะกับบรรดาผู้สนับสนุน​ที่มารอมอบช่อดอกไม้และ​ถ่ายรูปร่วมกันอย่างเป็นกันเอง​ พร้อมให้เขียนรับฟังความิดเห็นที่บอร์ดด้านหน้างานเพื่อพรรคจะนำมารวบรวมประเด็นหมวดหมู่ปัญหาเสียงสะท้อน​

โดยนายอภิสิทธิ์​ กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์​ ว่า ถ้าพูดกันทางการเมืองปกติเรียกกันว่า งานระดมทุน แต่ในสถานการณ์บ้านเมืองอย่างนี้ ไม่ใช่แค่การระดมทุน แต่เป็นการที่ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเมืองที่สุจริต ตนเคยบอกก่อนหน้านี้ว่า จะไม่ยุ่งทางการเมืองแล้ว แต่ก็ทนไม่ไหวต้องกลับมา  2 ปีที่ผ่านมาตนใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งจะต้องลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่ตนรักหลงใหลและผูกพันมาตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือระดับประถมศึกษา 

“ที่ผมออกไป ไม่ใช่เพราะไม่สนใจการเมือง​ หรือไม่สนใจบ้านเมือง แต่ออกไปเพราะสภาวะแวดล้อมทางการเมืองไม่เปิดทาง​ให้ผมสามารถทำงานทางการเมืองตามความเชื่อตามอุดมการณ์ของผมได้​  2 ปีนั้นผมเจอผู้คน ไม่ว่าจะที่ไหน ต้องเจอกับประโยคที่ได้ยินบ่อยมากอยู่ 2 ประโยค คือ1.เสียดายพรรคนะ ซึ่งแม้จะสั้น​ แต่เจ็บปวด​ สำหรับคนที่อยู่บ้านหลังนี้มาเป็นเวลานาน กับประโยคที่ 2 คุณปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ได้อย่างไร คุณอยู่เฉยได้อย่างไร หรือประเทศเป็นแบบนี้ได้อย่างไร คือเราต้องทนกับความเสื่อมของค่านิยมที่ปล่อยให้การโกงการทุจริตคอรัปชั่นระบาดไปทั่วบ่อนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองของเราหรือกรณีบุคคลที่มีประวัติทำผิดคดีร้ายแรง ก็สามารถที่จะลอยนวล หรือมีอำนาจในทางการเมืองได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผมอายเวลาที่มีแขกต่างประเทศ​ หรือทูตานุทูตถามผมเรื่องนี้ว่า ประเทศไทยการเมืองไทยเป็นแบบนี้หรือ แต่ก็มีเช่นเดียวกันที่มาบอกผมว่า อย่ากลับเลยการเมือง เป็นพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งท่านที่บอกว่า เลิกการเมืองดีแล้ว​ เพราะคนอย่างคุณกะล่อนไม่เป็น ไม่ควรเป็นนักการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่า

นายอภิสิทธิ์​ กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดเปลี่ยนแปลงในพรรค​เมื่อ 3 เดือนก่อนตนมีโอกาสไม่ใช่การกู้พรรค​ แต่ต้องทำให้พรรคกลับมาช่วยกอบกู้ประเทศชาติบ้านเมือง ถือเป็นโจทย์ที่ยากมาก แต่คำพูดที่ว่า เสียดายพรรค จากคนที่อยู่ต่างพรรค​ จึงตกผลึกว่า เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพรรคอื่น  พรรคนี้เป็นสถาบันทางการเมือง​ รวมคนที่มีความคิดในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนบ้านเมือง​ ที่ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ หรือผลเฉพาะหน้าการเลือกตั้งเพื่อส่งต่อพรรคนี้ให้คนรุ่นใหม่ จากรุ่นสู่รุ่นได้  การทำพรรคครั้งนี้ เราประกาศทำการเมืองสีขาว ไม่เอาทุนเทา การทุจริตในต่างประเทศจัดไว้4 ระดับคือ 1.พริตตี้ คอรัปชั่น (Petty)คือการทุจริตเล็กๆน้อยๆ ค่าเบี้ยใบ้รายทาง  แก้โดยการปฏิรูประบบราชการ   2.โปรเจ็ค คอรัปชั่น(Project)คือการทุจริต จัดซื้อจัดจ้าง  ฮั้ว มีเงินทอน แก้โดยเร่งออกกฎหมายปิดช่องให้เปิดเผยข้อมูลการประมูลทั้งระบบและใช้เทคโนโลยีช่วย  3.โพซิชั่น คอรัปชั่น (Position) การซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ถือว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักการเมืองชอบ เพราะได้เงินไปแล้วไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ผู้ใแก้ไขโดยทำให้ขบวนการโยกย้ายข้าราชการโปร่งใส ลดการย้ายข้ามหัวกระโดดค้ำถ่อ จะข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงฯ อธิบดีก็ลดลงได้ และ4. โพลิซี คอรัปชั่น(Polity) คือการทุจริตในเชิงนโยบาย ที่มาของปัญหาความขัดแย้ง ผลประโยชน์ของบุคคลที่ ต่อไปนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในนโยบายต่างๆ ในการบริหารระดับสูง ต้องเปิดเผยข้อมูลความเกี่ยวข้อง กับธุรกิจหรือเครือข่ายธุรกิจกลุ่มต่างๆ อะไร อย่างไรบ้าง  เหล่านี้สรุปสั้นๆว่า เรามีแนวทางแก้ไขใน 90 วันแรก   

“ตอนนี้อุ่นใจระดับหนึ่งแล้ว เพราะไม่มีใครว่าสูญพันธุ์แล้ว  และไม่ใช่พรรคเล็กแล้ว และมีคนเริ่มพูดว่าเราเป็นพรรคตัวแปรแล้ว  กลัวอย่างเดียวว่าเราจะเป็นพรรคแกนนำ กลัวอย่างเดียวอีก20 วัน จะเป็นแกนนำและเตรียมตัวไม่ทัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การรับบริจาคระดมทุนของครั้งนี้ ทางพรรคได้ทำเรื่องขออนุญาติต่อ กกต. แล้ว  ครั้งแรกตั้งใจว่าจะขายโต๊ะรับประทานอาหารเหมือนเมื่อก่อน แต่พอมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมา เราก็ปรับให้ไม่มีการจัดเลี้ยง ในงานทอล์คนี้ แม้แต่น้ำดื่นม เรายังไม่ให้มีเลย เพราะตั้งรัดกุมเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้ถูกกฎทุกอย่าง  แต้ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้ว่า ขายบัตรได้จำนวนเท่าไหร่ เพราะคนซื้อบางคนไม่ได้มางานเองก็มี  แต่ต้องยอมรับว่า ผลดีกว่าที่คาดไว้มาก เพราะขณะนี้ยังมีการบริจาคเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งทุกอย่างเราต้องทำรายงานต่อ กกต. 

อนุทิน สักการะศาลหลักเมือง ชุมพร ปชช. มอบเหรียญพ่อท่านคล้าย คุณยาย 95 ปี อวยพรให้โชคดี

อนุทิน สักการะศาลหลักเมือง ชุมพร ปชช. มอบเหรียญพ่อท่านคล้าย คุณยาย 95 ปี อวยพรให้โชคดี

อนุทิน สักการะศาลหลักเมือง ชุมพร ปชช. มอบเหรียญพ่อท่านคล้าย คุณยาย 95 ปี อวยพรให้โชคดี

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

‘อนุทิน’ ปิดท้ายหาเสียงชุมพร! เดินรอบตลาดกว่า 1 กม. แวะซื้อเสื้อ ‘อสม.’ใส่ ก่อนสักการะศาลหลักเมือง ปชช. มอบเหรียญ ‘พ่อท่านคล้าย’ ขอให้โชคดี ด้าน ‘คุณยาย 95 ปี’ อวยพรท่องเลข 4-37

ว17ม.ค.2569 เมื่อเวลา14.00น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะเดินทางถึงตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร อ.เมือง พบปะประชาชน​ โดยเดินรอบตลาด​มากกว่า​ 1 กิโล​เมตร​ ซึ่ง​ 2 ข้างทางมีคนมารอขอถ่ายรูป​ มีกองเชียร์ส่งเสียงสนับสนุน เลือกเบอร์ 37 ตลอดทาง​ พ่อค้าแม่ค้าบางคนเข้ามาสอบถามเรื่องของโครงการคนละครึ่ง ซึ่งนายอนุทิน​ รับปากว่า​ ถ้าได้กลับมาจะสานต่ออย่างแน่นอน​ 

ขณะเดียวกัน​ มีแฟนคลับเข้ามามอบ​ เหรียญหลวงพ่อคล้ายวาจาสิทธิ์​ ให้นายอนุทิน​ ก่อนจะอวยพรให้โชคดี​ และยังมีคุณยายวัย​ 95 ได้ท่องเลข 4-37 ซึ่งเป็นเลขของพรรคภูมิใจไทย และของ​ สส.เขต​ ก่อนจะบอกว่า​ “ขอให้นายกฯ โชคดี” ทำให้นายอนุทินถึงขั้นลงไปกราบที่ตักของคุณยาย​ และมีแม่ค้าขายเค้กส้ม ได้เรียกให้นายอนุทิน​ ลองชิมเค้กส้ม​ ซึ่งเจ้าตัวก็ลองชิมก่อนจะเรียกภรรยามาทานด้วย

ทั้งนี้ ระหว่างทางที่เดินมาศาลหลักเมือง จ.ชุมพร นายอนุทิน ได้แวะซื้อเสื้อ อสม. มาสวมใส่ ก่อนเดินทักทายประชาชนต่อ และเมื่อมาถึงศาลหลักเมืองชุมพร ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของการหาเสียงจ.ชุมพร นายอนุทินได้สักการะ พร้อมผูกผ้าสามสี ปิดทอง ซึ่งนายอนุทินได้ปิดที่ยอดเสา และปิดท้ายด้วยการเติมน้ำมันตะเกียง

ต่อจากนั้น นายอนุทิน ได้เดินทางไปหาเสียงต่อ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทวี ยันคดีฮั้ว สว. ต้องเดินหน้า ยังอยู่ในอายุความ ย้ำไม่เคยแทรกแซง กกต.แจ้งข้อหาเอง

ทวี ยันคดีฮั้ว สว. ต้องเดินหน้า ยังอยู่ในอายุความ ย้ำไม่เคยแทรกแซง กกต.แจ้งข้อหาเอง

ทวี ยันคดีฮั้ว สว. ต้องเดินหน้า ยังอยู่ในอายุความ ย้ำไม่เคยแทรกแซง กกต.แจ้งข้อหาเอง

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.35 น.

‘ทวี สอดส่อง’แจงคดีฮั้วส.ว.ไม่เคยแทรกแซง ชี้กกต.เป็นคนแจ้งข้อหา ยันต้องเดินหน้าเพราะอยู่ในอายุความ

วันที่ 17 มกราคม 2569  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตคนายกฯพรรคประชาชาติ อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องฮั้วส.ว.ว่า อย่างที่เราเคยบอกไปแล้วว่า สังคมจะไปรอด จะต้องมีหลักนิติธรรม นั่นก็คือบุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เป็นคำนิยามของนิติธรรม ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คนกระทำความผิดไม่ว่าเป็นใครก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับใช้กฎหมาย 

 พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า โดยเฉพาะไม่ได้บอกวาองค์กรไหน ศาล ถ้าผิดก็ต้องโดน นิติบัญัตติก็ต้องโดน บ้านเมืองถ้าคนอยู่ในตำแหน่งไม่ยึดหลักนิติธรรม และไม่เข้มแข็งทางร่างกายและจิตใจก็ลำบาก และหากไปดูแล้วก็จะพบว่า อำนาจส.ว.เยอะมาก เมื่อมีอำนาจเยอะ ก็ต้องเปิดให้มีการตรวจสอบ 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ส่วนเรื่องคดีฮั้วส.ว. ตั้งแต่ตอนที่ตนเป็นรมว.ยุติธรรม แล้วมีคดีนี้ขึ้น ก็เป็นเรื่องการวินิจฉัยของคณะกรรมการคดีพิเศษ ว่าพบการไหลเวียนของเงินแบบผิดปกติ เขาสงสัยว่าเม็ดเงินนี้เป็นการฟอกเงินหรือไม่ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษนะ แต่เขาสงสัยก็ดำเนินการสืบสวนสอบสวน แต่ตอนตนอยู่ก็ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ต่อมากกต.เป็นผู้แจ้งข้อหาเขา 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต่อมามีเรื่องที่ส.ว.ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีคำสั่งอะไรมาก็เคารพ แต่ระหว่างการพิจารณาคดี ตอนที่ตนไปไต่สวน เขาถามคนที่ไต่สวน ก็บอกว่าถูกกกต.แจ้งข้อกล่าวหา ทั้ง 200 กว่าคน แล้วตนจะไปแกล้งได้ยังไง กกต.เป็นองค์กรอิสระ ไม่รู้จักกับตนเลย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน สำคัญคือเราเป็นรัฐมนตรี ต้องไม่ให้ใครแทรกแซงคดี ไม่แทรกแซงข้าราชการประจำ และตัวเราก็ต้องไม่ไปแทรกแซงด้วย ให้เขาทำตามข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานให้เขาเดินอย่างมีศักดิ์ศรี และมันเป็นเรื่องที่อยู่ในอายุความ ก็ต้องเดินต่อ จะต้องไม่ให้ใครอยู่เหนือกฎหมายทุกเรื่อง

‘มาร์ค’ เป่าปาก! บอกไม่มีแล้ว คนพูด ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์

‘มาร์ค’ เป่าปาก! บอกไม่มีแล้ว คนพูด ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์

‘มาร์ค’ เป่าปาก! บอกไม่มีแล้ว คนพูด ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.

‘มาร์ค’ เป่าปากอุ่นใจ! ไม่มีแล้วคนพูด ‘ปชป.สูญพันธุ์’ โวแหลกกลัวอีก 20 วันจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรบ. จะเตรียมตัวไม่ทัน

17 มกราคม 2569 ที่โรงละครเคแบงค์ สยามพิฆเนศ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งในงานรวมพลคนทำเป็น รวมสนับสนุนงานระดมทุนประชาธิปัตย์

“3 เดือนเดินมาถึงจุดนี้ผมอุ่นใจในระดับหนึ่ง ไม่มีใครพูดเรื่องสูญพันธุ์แล้ว เริ่มมีคนบอกว่าไม่ใช่พรรคเล็กแล้ว มีคนเริ่มพูดว่าเป็นพรรคตัวแปรแล้ว กลัวอย่างเดียวอีก 20 วันจะได้เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเตรียมตัวไม่ทัน“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

อนุทิน ลุยชุมพรครั้งแรก อ้อนขอ สส. ภูมิใจไทย ยกจังหวัด

อนุทิน ลุยชุมพรครั้งแรก อ้อนขอ สส. ภูมิใจไทย ยกจังหวัด

อนุทิน ลุยชุมพรครั้งแรก อ้อนขอ สส. ภูมิใจไทย ยกจังหวัด

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

‘อนุทิน’ มั่นใจกระแสตอบรับดีเกินคาด ชมทีมงานชุมพรเข้มแข็ง อ้อนพี่น้องกา3ผู้สมัครฯเบอร์ 4 ยกจังหวัด พ่วงเบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทย ประกาศดันสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ กระตุ้นรายได้-ลดรายจ่าย ชูแก้ปัญหาน้ำ-พืชผลเกษตร ยกระดับสาธารณสุขตั้งศูนย์มะเร็ง-ศูนย์หัวใจในพื้นที่ หยอด ‘ชาวสวี’ ทำอะไรก็ขอให้เป็นเรื่องกล้วยๆ ยันกา ‘ภท.’ ได้ ‘ศุภจี’ มาช่วยดูเรื่องค้าขาย-ส่งออก รับปากดันสารพัดนโยบายแน่นอน ไม่ต้องกลัว ถ้าไม่ทำถูกกระทืบตายแน่

วันที่ 17 มกราคม 2569 เมื่อเวลา12.00น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะ เดินทางต่อมาถึงตลาดสดเขาปีบ ตำบลทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร เพื่อหาเสียงช่วยผู้สมัครสส.ชุมพรของพรรคทั้ง3 เขต และพบปะพี่น้องประชาชนบริเวณตลาดสด ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น ประชาชนต่างเข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายอนุทิน พร้อมให้กำลังใจ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 

จากนั้นนายอนุทินได้ขึ้นกล่าวปราศรัยย่อยว่า ต้องขอบคุณพี่น้องที่ให้หมวกตนมาสวมเมื่อสักครู่ด้วย ช่วยตนได้เยอะเลย เพราะอากาศร้อน วันนี้ตนมาฝากเนื้อฝากตัว และก็ฝากเบอร์ คือเบอร์ 4 ชุมพร ทั้ง 3 คนจับได้เบอร์ 4 หมดเลย ก็ขอให้พ่อแม่พี่น้องได้ให้ความมั่นใจ และให้ความไว้วางใจกับ นายสุพล จุลใส ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต3 พรรคภูมิใจไทย หรือสส.ลูกช้าง ซึ่งเบอร์ 4 เหมือนกัน แต่จะขอเบอร์ 4 อย่างเดียวไม่พอ เพราะเดี๋ยวลูกช้างเข้าไปคนเดียว ก็ฝากลูกหนูเข้าไปด้วย เบอร์ 37 เป็นเบอร์ของพรรคภูมิใจไทย 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนดีใจมากที่ได้มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพร กว่าจะจีบลูกช้าง ลูกหมี(นายชุมพล จุลใส) ได้ลูกหนู แทบต้องไปเกิดใหม่ ตนอยากร่วมงานทางการเมือง อยากทำงานผ่าน สส. ลูกช้าง  ลูกหมี และก็นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ผู้สมัครสส.ชุมพร เขต1 พรรคภูมิใจไทย และนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ผู้สมัครสส.ชุมพร เขต2 พรรคภูมิใจไทย ก็ฝากพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรให้โอกาสกับตน และพรรคใจไทยด้วย วันนี้ตนรู้สึกว่าทีมงานที่ชุมพรมีความเข้มแข็งมาก เพราะมีทั้งทีมนายก อบจ. นายกโต้งมาช่วยงาน มาเป็นกระบุงเลย ได้รับความอบอุ่นมากๆ การต้อนรับเหนือความคาดหมายจริงๆ ตนต้องถือว่าเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ ที่พ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรได้มอบให้ตน 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่พวกเราจะทำให้พวกท่าน เพราะเรารู้ปัญหา และสิ่งที่พวกท่านอยากได้คืออะไร ปัญหาปากท้อง ปัญหาการสร้างรายได้ ราคาพืชผลทางการเกษตร ผลไม้ อย่างทุเรียน ตอนน้ำแล้ง ตนได้เข้าสู่สวนทุเรียนแล้วเห็นกับตา อยู่กรุงเทพฯไม่เคยเห็น ตอนเป็นรมว.มหาดไทย เขาพามาที่ชุมพรเห็นเลยว่าน้ำแต่ละหยุดมีค่ายังไง ถ้าไม่มีน้ำทุเรียนของคนชุมพรจะเป็นยังไง แต่ถ้าเราสามารถจัดการน้ำมาให้ได้ รายได้ของคนชุมพรอย่างเช่นชาวสวนทุเรียนก็จะเพิ่มมากขึ้น รายได้อื่นๆ ยางพารา และก็ปาล์มก็จะตามขึ้นมาด้วย

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เลือก สส. พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 คนเข้ามารับรองว่าเสียงของคนชุมพรจะดังกึกต้อง พวกตนก็จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเจริญในจังหวัดชุมพร พ่อแม่พี่น้องที่ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ เราจะกระตุ้นให้พ่อแม่พี่น้องมีรายได้ที่มากขึ้น อย่างเช่นพ่อแม่พี่น้องที่ขายสินค้า ขายอาหาร ขายของกิน ไปขึ้นทะเบียนคนละครึ่งพลัส อย่าหลุด อย่าพลาดอีก แต่ตนจะขยายให้ครอบคลุมให้มากกว่าเดิม จะให้พ่อแม่พี่น้องไปขึ้นทะเบียนได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนขายของก็จะได้ขายมากขึ้น นี่คือสร้างรายได้ ลดรายจ่าย คนที่ไปซื้อของโดยใช้คนละครึ่งพลัส ก็ลดรายจ่ายลงมาครึ่งหนึ่ง ซื้อ 1 ได้ 2 นี่คือโครงการคนละครึ่งพลัส ที่มั่นใจว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของเรา ทำให้เรามีความสุข ทำให้เราจับจ่ายใช้สอย ทำให้เราค้าขายของได้มากขึ้น 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ราคาพืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน ไปขายทุเรียนลูกไม่ได้แล้ว แกะออกมาขายทีละพู ใส่แล้วขายไปเผลอๆถ้าทำทุเรียนได้ดี น้ำถึงแล้วปุ๋ยถึง มีการพัฒนาสายผลิตพันธุถึง เราสามารถขายทุเรียน แค่ถาดเดียว เท่ากับราคาทุเรียนทั้งลูกได้ นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องนำมาให้กับพ่อแม่พี่น้อง ให้มีการพัฒนาตลาด เพิ่มมูลค่าของสินค้าให้กับพ่อแม่พี่น้องให้ได้ ส่วนเรื่องการสาธารณสุขไม่ได้ห่วงอยู่แล้ว เพราะว่าเราก็จะเพิ่ม ในเรื่องของสุขภาพ โรงพยาบาลต่างๆ จะมีการตั้งศูนย์มะเร็ง เพราะตนเคยเป็นรมว.สาธารณสุขมา 4 ปีเต็ม รู้วิธี รู้ผู้คน รู้วิธีที่จะไปบอกกับคุณขอว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องมีศูนย์มะเร็งที่จังหวัดชุมพร ตอนนี้ศูนย์มะเร็งที่ใกล้ที่สุดอยู่จ.สุราษฎร์ธานี อยู่จ.นครศรีธรรมราช เมืองใหญ่ทั้งคู่ คนชุมพรไปต้องไปเข้าคิว เพราะฉะนั้นมาตั้งอยู่ที่ชุมพรจะได้มีแหล่งการรักษาพยาบาลที่ดี นอกจากศูนย์มะเร็งแล้วต้องตั้งศูนย์หัวใจด้วย โรคหัวใจ มาให้กับพ่อแม่พี่น้องชุมพรให้เข้าถึง มีสุขภาพแข็งแรง เกิดญาติพี่น้องพ่อแม่เราเจ็บป่วย เราก็จะได้ไม่ต้องหยุดงาน ไม่ต้องพาท่านทั้งหลายเหล่านั้นข้ามไปยังจังหวัดอื่นๆ เสียโอกาส เสียเงิน ค่าเดินทาง เสียเวลาทำมาหากินของพวกเรา 

“ชุมพรมี สส. ยกจังหวัด 3 คน ใครไม่ฟังไม่ได้ ลูกช้างฟาดงวง ใครไม่ฟัง ลูกหมีตะปบ ใครไม่ได้ฟัง สส.วิชัย ว่าที่สส.กิต ก็จะต้องดำเนินการทุกอย่าง ให้ความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง ชาวชุมพรมันเกิดขึ้นให้ได้ สิ่งที่พ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรต้องการก็คือ ความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทยที่จะบันดาลสิ่งเหล่านั้นให้กับพ่อแม่พี่น้องทุกคน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมมาเห็นแล้วมั่นใจ ว่าชุมพรจะต้องมีการพัฒนา ชุมพรจะต้องเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ มีคนมาท่องเที่ยวเยอะๆ เราจะทำให้การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเกิดขึ้นพ่อแม่พี่น้องก็จะได้มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่มีนักเลงคนไหนกล้าเข้าชุมพรแล้ว เข้ามาลูกหมีตะปบตายหมด เพราะฉะนั้นเราจะต้องเอาแต่สิ่งดีๆ สิ่งที่เป็นมงคล เข้ามาในจังหวัดชุมพร ทำให้มันเจริญ ที่มันเจริญอยู่แล้วเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นไปอีก มีของดีอยู่แล้ว มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคารพไปทั่วประเทศ มีกรมหลวงชุมพรฯคุ้มครอง เป็นสิริมงคล ผมมาชุมพร ต้องขอโทษที่ไม่เคยออกมาตรงนี้เลย เพราะมากี่ทีก็ไปไหว้เสด็จเตี่ย ไม่มีโอกาสมาที่นี่ วันนี้มีโอกาสมาแล้ว ก็จะขอฝากเนื้อฝากตัวให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพร รับรองว่าพวกเราจะไม่ทำให้ท่าน ให้ท่านผิดหวัง เพราะเราพูดแล้วทำ แหลงแล้วทำ ขอฝากพรรคภูมิใจไทย ผู้สมัคร สส.ทั้ง3 คน เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 อนุทิน ชาญวีรกูล มาฝากเนื้อฝากตัวกับท่าน เลือกอนุทิน คนติดดิน รับใช้คนชุมพร” นายอนุทิน กล่าว

ต่อมาในเวลา12.45น. นายอนุทิน และคณะ ได้เดินทางต่อมาลงพื้นที่หาเสียงที่บริเวณตลาดนัดดอนหว้า ต.ครน อ.สวี จ.ชุมพร มีประชาชนตั้งแถวสองข้างทางเข้ามาต้อนรับนายอนุทิน ขอถ่ายรูปเซลฟี่ และชูป้ายให้กำลังใจกันอย่างคึกคักเช่นเดิม จากนั้นนายอนุทิน ขึ้นกล่าวปราศรัยบนรถขยายเสียงตอนหนึ่งว่า ตนมาอำเภอสวีเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกมาในช่วงที่เป็น รมว.สาธารณสุข ซึ่งนั้นมีเหตุน้ำท่วม มาสวี 2 ครั้งน้ำท่วมทุกครั้ง คราวที่แล้วอุทกภัย คราวนี้มา น้ำใจท่วมหัวใจตน นอกจากนี้ตนขอบคุณแม่ค้าที่นำเค้กกล้วยหอมมามอบให้ ก็ขอให้ชาวสวีทำอะไรก็กล้วยๆ เหมือนเค้กกล้วยหอมนี้ ตนเดินมาสังเกตเห็นที่คอของพี่น้องชาวชุมพร สร้อยคอไม่ต่ำกว่า 5 บาททุกคน เชื่อว่าประชาชนคงทำมาหากินได้ แต่พรรคภูมิใจไทย โดยตนและผู้สมัคร สส. เป็นคนที่จะมาเป็นผู้แทนของจังหวัดชุมพร หลายคนคงคิดว่าได้ 3 คนนี้มาแล้ว จะได้อนุทินด้วย แต่ไม่ใช่ได้ 3 คนนี้มาแล้วยังไม่พอ ถ้าไม่กาเบอร์ 37 อนุทินมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอให้ซื้อแพ็คคู่ ซื้อ สส. แพ็คนายกฯ ไปด้วย จะได้พูดเต็มปากว่าชุมพรมี สส. ยกจังหวัด และมีนายกฯ ชื่ออนุทิน เป็นลูกน้องชาวชุมพรทุกคน และช่วยกันนำความเจริญ นำมาซึ่งโอกาสให้ชาวชุมพรได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น โดยสิ่งแรกที่จะเข้าไปแล้วทำคือ โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 

“ประชาชนไม่ต้องกลัว เพราะหากไม่ทำเดี๋ยวตนตาย ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องอดตาย แต่ผมจะตายก่อน ถูกประชาชนกระทืบแบนแน่นอน ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสแรก พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสำคัญกับตนมากที่สุด เชื่อว่าแม่ค้าขายของได้มากขึ้นแน่นอน ถือเป็นการเพิ่มรายได้ ส่วนการลดรายจ่าย คือการที่เราใช้เงินครึ่งเดียว เท่ากับเราเพิ่มรายได้ให้คนขาย และลดรายจ่ายให้ผู้ซื้อ โครงการนี้ไม่มาไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ทุกคนทราบดีว่าหากตนเข้าไป คนที่จะมาดูเรื่องการค้าขายส่งออกให้ทุกคนคือ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่จะส่ง ขายส่งออกสินค้าไปขายให้ได้ราคาดี ทั้งในและต่างประเทศ โดยเจ๊ศุภจี จะจัดการเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร พัฒนาสายพันธุ์ที่ดี หาช่องทางการตลาด ขายแบบที่เขาอยากกิน ไม่ใช่ไปกองขาย ให้เขาถวิลหาสินค้าของเรา ส่วนน้ำมันปาล์มเราก็ไปใช้วิธีให้แปรสภาพ ให้สามารถขายได้ในลักษณะสินค้าอุตสาหกรรม ไม่ใช่ขายน้ำมันดิบเฉยๆ เพื่อให้ประชาชนเพิ่มรายได้ นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยคิดมาโดยตลอด และจะหาช่องทางการตลาด ช่องทางการปรับปรุงคุณภาพสินค้า ให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่า ต้นทุนน้อย กำไรเยอะ พอกันทีสำหรับชาวชุมพรที่จะไปเร่ขายของ เราต้องทำให้คนเห็นว่า ที่ชุมพรมีสินค้ามากมายที่สามารถเป็นที่ต้องการของคนในท้องถิ่น รวมถึงในประเทศและต่างประเทศด้วย ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว จังหวัดชุมพรสวยงามมาก ตนเห็นผ่านโซเชียลก็อยากมาเที่ยว อยากมากินอาหาร แต่เรายังไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คนมาเที่ยวจังหวัดชุมพรแบบมืดฟ้ามัวดิน ให้รายได้เข้ามา คนจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ขณะเดียวกันยังมีเรื่องอื่นๆอีก พรรคภูมิใจไทยจะทำให้ประชาชนไม่ต้องทำอะไรมาก เรื่องการทำงานให้พวกตนไปทำแทน ให้ประชาชนรอวันอาทิตย์ที่ 8ก.พ.นี้ เข้าคูหากาเบอร์ 4 

จากนั้นนายอนุทิน และคณะ ได้เดินทางไปพบปะประชาชน ที่บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองชุมพร และบริเวณศาลหลักเมืองชุมพร เป็นจุดสุดท้ายของจ.ชุมพร ก่อนจะเดินทางต่อไปหาเสียงที่ถนนคนเดิน​ จังหวัด​ประจวบคีรีขันธ์​ และเดินทางกลับ​ กทม.

ราษฎรใหม่ ปะทะ พรรคส้ม เมื่อความไว้ใจถูกทรยศด้วยเกมอำนาจ

ราษฎรใหม่ ปะทะ พรรคส้ม เมื่อความไว้ใจถูกทรยศด้วยเกมอำนาจ

ราษฎรใหม่ ปะทะ พรรคส้ม เมื่อความไว้ใจถูกทรยศด้วยเกมอำนาจ

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.04 น.

วันนี้ 17 มกราคม พ.ศ. 2569 ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกับการสั่งสอนพรรคประชาชน โดยมีข้อความระบุว่า “สงครามสั่งสอน มีคนตั้งข้อสังเกตุว่า ผมโพสต์ถึงพรรคประชาชนทุกวัน บางวัน 2 โพสต์ มีนัยยะอะไรแอบแฝง? อย่าได้แปลกใจ เพราะนี่คือ “การสั่งสอนพรรคประชาชน“ มันเป็นเรื่องอะไรของผมที่ต้องไปสั่งสอน ผมเก่งอะไรนักหนา? นั่นเพราะมีบรรดาอาจารย์นักวิชาเกินแบกส้มไว้เต็มสมอง โดยไม่มีความเข้าใจใน ”โลกการเมืองจริง“

สาเหตุของผมง่ายๆ ชัดเจน เพราะพรรคประชาชนกำลังหลงระเริงกับคะแนนครั้งที่แล้ว ที่บวมขึ้นด้วยกระแส “มีลุง ไม่มีเรา” ทำให้พรรคประชาชนที่ผมเลือกมากับมือได้เปลี่ยนจุดยืน ไม่ว่าผู้ช่วยหาเสียงบรรดาศักดิ์อย่างธนาธร ที่ท่องคาถาว่า “ทุกคนในพรรคเท่าเทียม เราไม่เทา ไทยเท่าทัน” แต่เกิดอาการ ”พลิกลิ้น“ อยู่หลายรอบ และรอบสำคัญคือ เอาคะแนน 14.4 ล้านเสียง ที่ประชาชนมอบให้ไปบรรณาการเซ่นพรรคภูมิใจไทย จนทำให้เติบโตเป็นพรรคอันดับหนึ่งอย่างทุกวันนี้

ชูวิทย์

เบื้องหลังของ ”ดีลลับ“ ที่ยันว่าไม่มี เพียงแค่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น ดันเป็นธนาธรคนเดิมไปดีลกับอนุทินเอง คนเดียวกับที่ไปดีลทักษิณที่ฮ่องกงก่อนการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทยคราวที่แล้ว เมื่อพรรคส้มเป็น ”การเมืองใหม่“ ที่จะรื้อการเมืองเก่า สร้างชุดความเชื่อเสนอทิศทางใหม่ในการบริหารประเทศด้วยมืออาชีพและการปฏิรูประบบอย่างถอนรากถอนโคนออกจากวังวน “การเมืองเก่า” แต่การเปลี่ยนแปลงต้องเป็นไปด้วยวิธีการที่ประนีประนอม เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความแตกแยกครั้งแล้วครั้งเล่า

ชูวิทย์ก็เป็น ”ราษฎรใหม่“ ที่จะรื้อการเมืองที่นำเอาเรื่องล่อแหลมต่อศรัทธาของคน แบ่งแยกความคิด แบ่งชนชั้นให้คนเชื่อ สร้างความแตกแยกบาดลึกแก่สังคมและพรรคการเมืองนั้นคือ “พรรคประชาชน” ราษฎรใหม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมืองได้อย่างเสรี มีเหตุผล และต่อต้านอย่างแข็งขัน เมื่อไม่เห็นด้วยกับนโยบายต่างๆ รวมถึงการนำบ้านเมืองไปในทิศทางสุ่มเสี่ยง อย่างเช่นในครั้งก่อน เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผมต่อต้าน “กัญชาเสรี” ของพรรคภูมิใจไทย ผมต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวในฐานะราษฎร จนถูกพรรคภูมิใจไทยฟ้องนับสิบคดี ผมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผลออกมายกฟ้องทุกคดี เพราะศาลเห็นว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างชอบธรรมตามสิทธิที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ชูวิทย์

แต่พรรคประชาชนกลับนำคะแนนที่ราษฎรโหวตให้ไปยกให้พรรคภูมิใจไทยด้วยข้อเสนอสุดประหลาด ให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และตัวเองยอมไปเป็นฝ่ายค้าน (ฝ่ายค้ำ) ความหลงผิดนี้เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ จำต้องถูกลงโทษโดยราษฎรที่เคยให้คะแนน การสั่งสอนพรรคประชาชนที่บอกว่าเป็นการเมืองใหม่ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องชอบหรือเชียร์การเมืองเก่า แต่เราเบื่อ “ราษฎรเก่า“ ที่หลงมัวเมากับทุกพรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ที่อ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติ ยึดมั่นถือมั่นเพียงภาพลวงตาของนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง พรรคใดพรรคหนึ่งอย่างหัวปักหัวปำ ไร้เหตุผล ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง

พรรคทำผิดพลาดแล้วกลับมาขอโอกาสซ้ำๆ อีกด้วยนโยบายใหม่ อันจะทำให้พรรคหลงกับอำนาจที่ราษฎรมอบให้ทุกครั้งด้วยโอกาสของราษฎรเพียงแค่หนึ่งครั้งในวันเลือกตั้งเท่านั้น หลังจากนั้นพรรคการเมืองจะทำอย่างไรกับราษฎรก็ได้ ผมจึงขอใช้โอกาสนี้เปิดการ “สั่งสอน“ พรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยในครั้งที่แล้ว เราไม่ได้เป็นศัตรูทางการเมือง และไม่สนับสนุนอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพราะไม่ได้เป็นนักการเมือง หรือมีแรงปรารถนาทางการเมืองในอนาคตราษฎรทั้งหลายจะเลือกพรรคใดนับเป็นสิทธิของท่าน มีถึง 50 พรรค ในการแข่งขันหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ และผมจะไม่ชี้นำ หากพรรคประชาชนได้พิสูจน์ปรับปรุงตัวในครั้งหน้า ไม่ว่าจะได้เป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ในการนำความเชื่อมั่นกลับมาสู่ราษฎรพวกเราอาจจะกลับมาโหวตให้ท่านอีกก็ได้

ชูวิทย์

แต่ในครั้งนี้ ต้องให้ท่านได้รับการลงโทษจากการทำงานการเมืองที่ผิดพลาดของตัวพวกท่านเองก่อน เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งพวกท่านก็หันมาหาเรา เพื่อให้ลงคะแนนสนับสนุนด้วยการหาเสียงที่ฉาบฉวย หากราษฎรไม่เข้มแข็ง ไม่รู้เท่าทัน ไม่ร่วมมือกัน จะถูกนักการเมืองหลอกใช้เรื่อยไป ไม่ว่านักการเมืองเก่าใหม่สีเทาทั้งหลาย เราเป็น ”คนสุดท้ายในห่วงโซ่การเมือง“ ที่ต้องรับชะตากรรมต่อการลงคะแนนให้พรรคการเมืองเพียงครั้งเดียว ดังนั้นไม่ว่าการตัดสินใจใดๆ ของพรรคการเมือง จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นอย่างจริงใจ และระวังตัวไม่ทำตามอำเภอใจอีกต่อไป ผมในฐานะ ”ราษฎรใหม่“ จะรณรงค์สุดความสามารถเพื่อสั่งสอนบทเรียนนี้ให้แก่พรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้”

ชาวเน็ตหลายคนต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันมากมายกับโพสต์ของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กับ สงครามสั่งสอน เมื่อความไว้วางใจถูกแทนที่ด้วยเกมอำนาจ เช่น

“เหมือนกันค่ะ จากคนเคยเลือก 1 ครั้ง”

“ลุงไม่ต้องหวังดีกับส้มมากก้อได้ครับ แค่หวังดีกับประเทศชาติให้มากๆก้อพอ”

“ถ้ายังไม่ตาย สมัยหน้าลงสมัคนะลุง ลุงเก่ง ลุงฉลาดที่สุดในโลกแล้วค่ะ”

“อยู่ให้ถึงวันเลือกตั้งก๊อนนน”

“เฮียอธิบายมาจนผมเข้าใจแล้วครับเฮีย…ผมจะเลือกส้มทั้ง3ใบ เพื่อเฮียคนเดียวเลยครับ (ดูแลสุขภาพด้วยนะครับเฮีย)”

“ขอสักพรรคในใจครับ พรรคไหนดีสำหรับลุง 5555

“ลุยต่อครับ ในยุคที่มนุษย์เชื่อว่าโลกแบน พอมีคนเสนอทฤษฎีโลกกลมพร้อมหลักฐานข้อพิสูจน์ กลับถูกต่อต้านและหนักมากด้วยครับ สุดท้ายก็เปลี่ยนแปลงมาได้อย่างทุกวันนี้ เปลี่ยนโครงสร้างประเทศนี้น่ะยากหน่อย ประชากรบางส่วนยังไม่พร้อมพัฒนาเพราะกลัวการออกจาก safe zone แต่ผมก็เชื่อว่าสักวันต้องเปลี่ยนได้ ส้มมีพลังมากพอ อย่าหลุดจากอุดมการณ์นี้ก็พอ ไปกันต่อครับ”

ชูวิทย์
ชูวิทย์
ชูวิทย์
ชูวิทย์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก