รมว.เกษตรฯติดตามงาน แก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่สงขลา

https://www.naewna.com/local/845639

รมว.เกษตรฯติดตามงาน  แก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่สงขลา

รมว.เกษตรฯติดตามงาน แก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่สงขลา

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอัครา พรหมเผ่า และนายอิทธิ ศิริลัทธยากรรมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามแผนงานการแก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ที่โครงการคลองระบายน้ำคลองเปรม ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งโครงการดังกล่าวพร้อมอาคารประกอบ ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตรช่วงฤดูแล้ง และประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในช่วงฤดูน้ำหลาก ปัจจุบัน กรมชลประทาน อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาคลองระบายน้ำฯ ความยาว 2.5 กิโลเมตร ให้สามารถรองรับอัตราการระบายน้ำในอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 10 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำและส่งน้ำสนับสนุนไปยังคลองพลเอกอาทิตย์กำลังเอก ต่อไป

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล และคณะเดินทางไปยังสถานีสูบน้ำสนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา ติดตามความพร้อม การเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ (ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และ อ.สิงหนคร) พร้อมทั้งเปิดสวิตช์เครื่องสูบน้ำประจำสถานีฯ 4 เครื่องเพื่อผลักดันน้ำเค็มออกสู่ทะเล ควบคุมคุณภาพน้ำเหมาะต่อการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตร

“สำหรับการบริหารจัดการน้ำใน จ.สงขลา กรมชลประทาน ได้วางแผนแนวทางการบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เน้นย้ำทุกภาคส่วนให้ศึกษาแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนครอบคลุมทุกมิติ อาทิ การควบคุมคุณภาพน้ำเค็ม-น้ำกร่อย การส่งเสริมอาชีพการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ต่อมา รมว.เกษตรฯ และคณะ เดินทางไปยังหอประชุมรัตนโกสินทร์ (ศาลาประชาคม อ.สทิงพระ) ที่ว่าการ อ.สทิงพระ จ.สงขลา พบปะและรับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร พร้อมทั้งมอบปัจจัยการผลิต 8 รายการ อาทิ โฉนดเพื่อการเกษตร พันธุ์สัตว์น้ำ ต้นกล้า เมล็ดพันธุ์พืช ผลิตภัณฑ์จากยางพารา เป็นต้น

ด้านนายอัครา กล่าวว่า ได้มารับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องน้ำ ปริมาณสัตว์น้ำ และประเด็นอื่นๆ ด้านการเกษตรที่เกี่ยวข้อง และขอให้มั่นใจว่าจะเดินหน้าสานต่อภารกิจภาคการเกษตรต่อไป เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชน ขณะที่นายอิทธิ กล่าวเสริมว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และทุกภาคส่วนที่ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ขอให้เดินหน้าปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนตามแผนการดำเนินงาน

‘ส.ป.ก.’กางไทม์ไลน์ตรวจสอบ’ภูนับดาว’ ล่าสุดแจ้งทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน

https://www.naewna.com/local/845680

'ส.ป.ก.'กางไทม์ไลน์ตรวจสอบ'ภูนับดาว' ล่าสุดแจ้งทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน

‘ส.ป.ก.’กางไทม์ไลน์ตรวจสอบ’ภูนับดาว’ ล่าสุดแจ้งทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.57 น.

ส.ป.ก.ทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน “ภูนับดาว”ทำหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตใช้ที่ดินหลังพบใช้ดินผิดวัตถุประสงค์ ให้โอกาสโต้แย้งแสดงหลักฐานต่อ ส.ป.ก.สระบุรีภายใน 30 วัน

4 ธ.ค.67 สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงข่าวเกี่ยวกับ “ไร่ภูนับดาว” ว่า ได้มอบหมายให้ส.ป.ก.สระบุรี มีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบว่า จะมีการทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อจัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้เรียนรู้เกษตรกรรมนวัตกรรมยั่งยืนไร่ภูนับดาว โดยให้โอกาสโต้แย้งแสดงหลักฐานต่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี (ส.ป.ก. สระบุรี) ภายใน 30 วัน รวมทั้งได้ขอความร่วมมือให้หยุดประกอบกิจการ จนกว่าคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) สระบุรี จะได้พิจารณาทบทวนคำสั่งให้เป็นที่ยุติต่อไป

ส.ป.ก. ชี้แจงลำดับเวลาการตรวจสอบกรณีของ “ไร่ภูนับดาว” ว่า  เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขต  1  (ปปท. เขต1) และส.ป.ก. สระบุรี ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีได้รับเบาะแสว่ามีการออก ส.ป.ก. 4-01 ในพื้นที่ปลูกสวนป่าปางหัวช้าง-คลองไทร ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว มีเนื้อที่ประมาณ 112-3-68 ไร่ อยู่ในป่าท่าฤทธิ์ ป่าลำทองหลางและป่าลำพญากลาง (ป่าโซน F) เป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หมู่ 2 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี  ที่ ส.ป.ก.ได้มาตามมาตรา 26 (3) พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ธ2518 และประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินคลุมทั้งอำเภอตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในท้องที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2520 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวที่ส.ป.ก.สระบุรีรังวัดและจัดที่ดินให้กับเกษตรกรจำนวน 3 รายไม่เป็นพื้นที่ปลูกสวนป่าปางหัวช้างตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดิน มีการประกอบกิจการฟาร์มปศุสัตว์ โดยเลี้ยงโคนม ม้า เป็ด นกกระจอกเทศ และเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในลักษณะรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ ลานกางเต้นท์ ลานกิจกรรมและร้านอาหารในที่ดิน จำนวน 13 แปลง ในชื่อสถานที่ว่า ไร่ภูนับดาว

ทั้งนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม 2567  ส.ป.ก. สระบุรีได้แจ้งให้เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ครอบครองที่ดินทั้ง 13 แปลงมาชี้แจงข้อเท็จจริง รวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่แล้ว สรุปว่า มีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ 6 แปลง จำนวน 2 ราย

วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ส.ป.ก. สระบุรีมีหนังสือแจ้งให้เกษตรกรทั้ง 2 รายปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบเข้าทำประโยชน์ ข้อ 7 (3) และ (5) คือ ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินจนเป็นเหตุให้เสื่อมสภาพต่อการประกอบเกษตรกรรม รวมทั้งไม่ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างเกินสมควร หากเตือนแล้วยังฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามส.ป.ก.สระบุรี จะดำเนินการสั่งให้เกษตรกรสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ที่ดินตามระเบียบต่อไป

ต่อมามีการยื่นคำขอรับอนุญาตใช้ที่ดินจำนวน 3 แปลง รวมเนื้อที่ 3-0- 25 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ “โครงการศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรมนวัตกรรมยั่งยืนไร่ภูนับดาว” ที่ประชุม คปจ.สระบุรี ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 มีมติอนุญาตให้มีการใช้ที่ดินโดยการเช่าซึ่งเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ประกอบกิจการ “ไร่ภูนับดาว”

เมื่อ ส.ป.ก. ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า จึงได้มีหนังสือในเดือนตุลาคม 2567 และหนังสือด่วนที่สุด ที่ กษ 1204/6922 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 แจ้งให้ส.ป.ก.สระบุรีตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำข้อเท็จจริงเสนอ คปจ. สระบุรีพิจารณาทบทวนคำสั่งอนุญาตให้ใช้ที่ดินเนื่องจากยังมีประเด็นอาคารสิ่งปลูกสร้างในที่ดินซึ่งใช้เป็นที่ทำการของบริษัทภูนับดาวที่ยังไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้องตามกฎหมายของหน่วยงานอื่นและอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาคารสิ่งปลูกสร้างที่เสนอในที่ประชุม คปจ.สระบุรี จึงยังไม่เป็นที่ยุติว่า ส.ป.ก.หรือหน่วยงานอื่นจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร

ปัจจุบัน ส.ป.ก. สระบุรี จึงได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบว่า จะมีการทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อจัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าว ทั้งนี้ ได้ให้โอกาสโต้แย้งแสดงหลักฐานต่อ ส.ป.ก.สระบุรีภายใน 30 วัน และได้ขอความร่วมมือให้หยุดประกอบกิจการ จนกว่าคปจ. สระบุรี จะได้พิจารณาทบทวนคำสั่งให้เป็นที่ยุติต่อไป. (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘กมธ.ที่ดินฯ’ลุยตรวจ‘ไร่ภูนับดาว’ 13 ธ.ค. ยันไม่เกี่ยวประเด็นการเมือง-หวานใจ)

‘ไร่ภูนับดาว’แถลงการณ์ไม่รู้จัก’หวานใจบิ๊กการเมือง-ไม่เกี่ยวข้องเส้นเงินกว่า 1,000 ล.

https://www.naewna.com/local/845683

'ไร่ภูนับดาว'แถลงการณ์ไม่รู้จัก'หวานใจบิ๊กการเมือง-ไม่เกี่ยวข้องเส้นเงินกว่า 1,000 ล.

‘ไร่ภูนับดาว’แถลงการณ์ไม่รู้จัก’หวานใจบิ๊กการเมือง-ไม่เกี่ยวข้องเส้นเงินกว่า 1,000 ล.

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.36 น.

ไร่ภูนับดาว ออกแถลงไม่เกี่ยวข้องกับหวานใจอดีตรองนายกฯ ชื่อย่อ ‘ช.’ ลั่นฟ้องแพ่ง-อาญา ผู้ที่นำภาพและข้อมูลไม่จริงไปตัดต่อ ทำให้เสียหาย

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เพจไร่ภูนับดาว Phu Nub Dao Cafe’& Farm ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับศูนย์การเรียนรู้ เกษตรกรรม นวัตกรรมยั่งยืนไร่ภูนับดาว และหวานใจของอดีตรองนายกรัฐมนตรี และเส้นเงินกว่า 1,000 ล้านบาทเอี่ยวไร่ภูนับดาวนั้น ศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรมนวัตกรรมยั่งยืน ไร่ภูนับดาว ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

– ที่ตั้งของศูนย์การรียนรู้เกษตรกรรม นวัตกรรมยั่งยืน ไร่ภูนับดาวนั้น ตั้งอยู่บนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก 4-01 ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินล้วนเป็นเกษตกรทั้งสิ้น

– ไร่ภูนับดาว ได้ดำเนินการขออนุญาตเพื่อใช้ที่ดิน ในกิจการที่เกี่ยวเนื่องเกษตรกรรมตามกรอบของกฎหมาย โดยมีการขออนุญาตจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรมนวัตกรรมยั่งยืน ไร่ภูนับดาว และ ได้รับการอนุญาตพร้อมทำสัญญาเช่ากับสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ถูกต้องตามกฎหมาย ณ วันที่ 11 กันยายน 2567 เนื้อที่ 3 ไร่เศษ โดยผู้ได้รับสิทธิการเช่าเป็นเกษตรกร

– ไร่ภูนับดาวเป็นฟาร์มโคนม ของเกษตรกร มีแม่โคมากกว่า 400 แม่ และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ตลอดจนสวนผลไม้เพื่อแปรรูป

– ไร่ภูนับดาว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นางสาว ช. หวานใจของอดีตรองนายกรัฐมนตรี และไม่มีบุคคลใดรู้จักกับ นางสาว ช. และไม่มีเส้นทางการเงินใดเกี่ยวข้องตามที่ปรากฏเป็นข่าวใดๆ เลย

– การจัดทำพื้นที่ให้สวยงามก็เพื่อที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเชิงเกษตรมาซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมวัว และผลไม้ของทางไร่

– ไร่ภูนับดาว ได้จัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ เกษกรรม นวัตกรรมยั่งยืน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรและ ประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้อาชีพการเลี้ยงโคนม และการแปรรูปจากนมวัว เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำนมดิบ ซึ่งชาวมวกเหล็กยึดถือเป็นอาชีพการเลี้ยงโคนมจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูกหลาน เพราะการเลี้ยงโคนมเพื่อหวังน้ำนมดิบอย่างเดียวทำให้เกษตรกรมีภาระหนี้สินล้นพ้นตัว ทำให้ต้องขายฟาร์ม และเลิกการเลี้ยงโคมเป็นอาชีพในที่สุด

ศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรม นวัตกรรมยั่งยืน ไร่ภูนับดาว ยืนหยัดที่จะสืบสานต่อยอดอาชีพการเลี้ยงโดนมซึ่งกำลังจะสูญหายจากประเทศไทย ให้เป็นอาชีพที่น่าภาคภูมิใจของเกษตรกรไทยต่อไปชั่วลูกสืบหลาน

ศูนย์การเรียนรู้ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและละอาญากับผู้ที่ไม่หวังดี นำภาพหรือ ข้อมูลอันไม่เป็นความจริงไปตัดต่อ อาทิ การนำภาพของรีสอร์ตที่อื่นมากล่าวรวมกับไร่ภูนับดาว เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่า ไร่ภูนับดาว เป็นรีสอร์ต ทำให้เกิดความเสียหายกับศูนย์การเรียนรู้ เกษตรกรรมยั่งยืนไร่ภูนับดาว และก่อให้เกิดผลกระทบกับรายได้ที่จะนำมาเลี้ยงโคนม และพนักงาน ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ อาหารสัตว์ และปุ๋ย จึงเรียนมาเพื่อทราบทั่วกัน

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ต้อนรับ’รมช.อัครา’ลงพื้นที่ปากช่อง เตรียมพร้อมเปิดงานวันดินโลก 2567

https://www.naewna.com/local/845624

'อธิบดีทวีศักดิ์'ต้อนรับ'รมช.อัครา'ลงพื้นที่ปากช่อง เตรียมพร้อมเปิดงานวันดินโลก 2567

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ต้อนรับ’รมช.อัครา’ลงพื้นที่ปากช่อง เตรียมพร้อมเปิดงานวันดินโลก 2567

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.45 น.

“อธิบดีทวีศักดิ์”ต้อนรับ”รมช.อัครา”ลงพื้นที่ปากช่อง เตรียมพร้อมเปิดงานวันดินโลก 2567 (World Soil Day 2024)

วันพุธที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม และ ดร.สุมิตรา วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน คณะผู้บริหารกรมพัฒนาที่ดิน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงและสหกรณ์ ลงพื้นที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตรวจความพร้อมการจัดงานวันดินโลก 2567 และซักซ้อมพิธีการในพิธีเปิดงาน Global Celebration of the World Soil Day วันที่ 5 ธันวาคม 2567 เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนผู้สนใจไปเที่ยวชมงานวันดินโลก 2567 และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เดียวครบจบเรื่องดิน ในวันที่ 6 – 11 ธ.ค.2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for soils : measure, monitor, manage ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” ณ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook กรมพัฒนาที่ดิน เพจ Facebook World Soil Day วันดินโลก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : Thai World Soil Day

– 006

กรมปศุสัตว์ Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง แก้ปัญหาต้นทุนและขาดแคลนอาหารสัตว์

https://www.naewna.com/local/845530

กรมปศุสัตว์ Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง แก้ปัญหาต้นทุนและขาดแคลนอาหารสัตว์

กรมปศุสัตว์ Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง แก้ปัญหาต้นทุนและขาดแคลนอาหารสัตว์

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.47 น.

วันพุธที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น.กรมปศุสัตว์ นำโดย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ จัดกิจกรรม Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อ อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี โดยขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความสำคัญในการทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

นายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นโยบายเรื่องการเกษตร เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะภาคเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยประชากรไทยกว่าร้อยละ 40 ล้วนเกี่ยวข้องกับภาคเกษตร ซึ่งรัฐบาลมีความพร้อม มุ่งมั่นยกระดับภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรไทย ให้มีรายได้มากขึ้น ด้วยนโยบายและมาตรการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้การกำกับดูแลของ ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญในการทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” โดยดูแลตั้งแต่ต้นน้ำในภาคการผลิต จนไปถึงการแปรรูปส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศตลอดห่วงโซ่

แต่ในปัจจุบันยังพบว่า ปัญหาที่ทำให้เกษตรกรไม่มีความสามารถในการผลิตและการแข่งขันที่เข้มแข็งมากพอ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงสัตว์ คือ ต้นทุนด้านอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนส่วนใหญ่ของการผลิตสัตว์ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยมีความจำเป็นต้องจัดหาปัจจัยการผลิตจากภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่มีความผันแปรตลอดเวลาตามสภาวะทางตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น กิจกรรม Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสนับสนุนการผลิตพืชอาหารสัตว์คุณภาพสูงภายในพื้นที่เพาะปลูกของกรมปศุสัตว์เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรรายย่อย

ด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์มีแผนในการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยการผลิตพืชอาหารสัตว์คุณภาพสูง ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง มันสำปะหลัง หญ้าและถั่วอาหารสัตว์ เป็นต้น ภายในพื้นที่เพาะปลูกของกรมปศุสัตว์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย โดยมีเป้าหมายในการผลิตพืชอาหารสัตว์คุณภาพสูง และแปรรูปโดยวิธีการหมักเพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น โคนม โคเนื้อ แพะ แกะ และกระบือ ที่กำลังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และการขาดแคลนอาหารหยาบคุณภาพดีสำหรับระบบการผลิตสัตว์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย โดยดำเนินการในพื้นที่ของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ จำนวน 11 หน่วยงาน และดำเนินการ Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อยในครั้งนี้ เพื่อเป็นการนำร่องในการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ ข้าวโพดลูกผสมพันธุ์ใหม่สำหรับผลิตข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักและข้าวโพดหมัก การเพิ่มผลผลิตข้าวโพดอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย สายพันธุ์ข้าวโพด และการจัดการแปลงข้าวโพด การจัดเตรียมพืชอาหารสัตว์แบบครบวงจร การสาธิตการเก็บสำรองเสบียงสัตว์ด้วยเครื่องม้วนก้อนหญ้าด้วยพลาสติก และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงให้แก่เกษตรกร เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยไฮไลท์ของกิจกรรมนี้ คือ การเปิดระบบน้ำอัจฉริยะเพื่อการจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์สู่ความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ และการผลิต Corn Silage ด้วยเครื่องอัดก้อนพืชอาหารสัตว์พร้อมห่อพลาสติก

“หากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์สนใจโครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย สามารถติดต่อรับบริการได้ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ ในพื้นที่ จำนวน 11 ศูนย์ ที่มีโครงการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2501-3142 ต่อ 111-112” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

– 006

เกษตรฯจัดฉลองวันดินโลก5ธ.ค.2567

https://www.naewna.com/local/845380

เกษตรฯจัดฉลองวันดินโลก5ธ.ค.2567

เกษตรฯจัดฉลองวันดินโลก5ธ.ค.2567

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานฉลองวันดินโลก ประจำปี 2567 (The Global Celebration of World Soil Day 2024) หัวข้อ “Caring for soils: measure, monitor, manage”ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน และการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทย พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการจัดการดิน โดยผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ จนเป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถ สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (InternationalUnion of Soil Sciences – IUSS) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล และประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” (The HumanitarianSoil Scientist) และต่อมาองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ รับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันดินโลก (World Soil Day) และในปี 2567 ได้ร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ยกระดับการจัดงานให้เป็นงานระดับโลก ในชื่อ Global Celebration of the World Soil Day ภายใต้หัวข้อ “Caring for soils: measure, monitor, manage : ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” ที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

นอกจากนี้ ยังจัดประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ที่โรงแรมอนันตรา สยาม มุ่งมั่นจัดการทรัพยากรดินและน้ำ อย่างบูรณาการ ซึ่งเป็นรากฐานของการพลิกโฉมระบบการเกษตรและอาหาร

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ สร้างประตูระบายน้ำ‘น้ำม่าว’

https://www.naewna.com/local/845379

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ  สร้างประตูระบายน้ำ‘น้ำม่าว’

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ สร้างประตูระบายน้ำ‘น้ำม่าว’

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ให้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำน้ำม่าว ที่วัดพระธาตุดอยหยวก หมู่ 6 บ้านหนุน ต.ปง อ.ปง จ.พะเยา พร้อมกับพบปะเกษตรกรในพื้นที่โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำน้ำม่าว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนขอสอบเขตป่าเพื่อจะได้ขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าได้อย่างถูกต้องตามระเบียบต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ตัวแทนหน่วยงานราชการ หน่วยงานส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และเกษตรกรผู้ใช้น้ำ และลงพื้นที่หัวงานโครงการฯ เพื่อดูความพร้อมการก่อสร้างโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำน้ำม่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายบุญสิงห์ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาโครงการฝายหัวนา ครั้งที่ 1/2567 โดยที่ประชุมรับทราบองค์ประกอบและหน้าที่อำนาจของร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา จ.ศรีสะเกษ และร่างแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบเสาะราคาที่ดินและทรัพย์สินในพื้นที่โครงการฝ่ายหัวนาเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการชุดถัดไป

‘นฤมล’แจ้งข่าวดีชาวนา มีน้ำทำนาปรังทั่วปท.10ล้านไร่

https://www.naewna.com/local/845374

‘นฤมล’แจ้งข่าวดีชาวนา  มีน้ำทำนาปรังทั่วปท.10ล้านไร่

‘นฤมล’แจ้งข่าวดีชาวนา มีน้ำทำนาปรังทั่วปท.10ล้านไร่

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงถึงการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อการเพาะปลูกปี 2567/2568 พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายสุริยพลนุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่ากรมชลประทาน ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อการเพาะปลูก ปี 2567/2568 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567-30 เมษายน 2568 ภาพรวมทั้งประเทศ โดยบริหารจัดการจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก รวมทั้งสิ้น 44,250 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พบว่าปริมาณน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3,863 ล้าน ลบ.ม.และจากปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกได้อีก 1.2 ล้านไร่ รวมแผนเพาะปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศในปีนี้ 10.02 ล้านไร่ ซึ่งวางแผนจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2568 รวม 29,170 ล้าน ลบ.ม.และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝน ปี 2568 รวม 15,080 ล้าน ลบ.ม.สำหรับ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย 1.เพื่ออุปโภค-บริโภค 3,050 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 10% จากแผนฯ 2.รักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 8,765 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 30% จากแผนฯ 3.เพื่อเกษตรกรรม 16,555 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 57% จากแผนฯ และ 4.เพื่ออุตสาหกรรม 800 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 3%จากแผนฯ

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้จัดสรรน้ำไปแล้ว 991 ล้าน ลบ.ม.(คิดเป็น 4% จากแผนฯ คงเหลือที่ต้องจัดสรรอีก 28,179 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 96% จากแผนฯ) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกัก 63,908 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 39,922 ล้าน ลบ.ม.และคาดการณ์ว่า 1 พฤษภาคม 2568 จะมีปริมาณน้ำเก็บกัก 44,032 ล้าน ลบ.ม.และปริมาณน้ำใช้การ 20,489 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งเพียงพอที่จะบริหารจัดการเพื่อการเกษตร

“จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าในบางพื้นที่เกษตรกรสามารถทำนาปรังต่อเนื่องจากนาปีได้ ตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ไปแล้วกว่า 0.75 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 0.55 ล้านไร่โดยใช้ประโยชน์จากน้ำช่วงน้ำหลากในการเพาะปลูก ขณะที่ปลัดกระทรวงเกษตรฯ สั่งการให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จก่อนแผนที่วางไว้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้การปรับปฏิทินการเพาะปลูกมีประสิทธิภาพ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมล กล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เพื่อดำเนินแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 รวม 8 โครงการ กรอบวงเงิน 2,553,009,800 บาท ซึ่งรวมถึงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ที่กรมการข้าว ได้เตรียมเมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูกฤดูกาลผลิตที่จะถึง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปีนี้จะมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับใช้อุปโภค-บริโภค แต่ต้องขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรและประชาชน ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อความยั่งยืนทางทรัพยากรน้ำต่อไป

ปลัดฯให้เครื่องหมาย เชิดชูเกียรติสืบสานฯ ฉก.พญานาคราช23คน จับสินค้าเกษตรผิดก.ม.

https://www.naewna.com/local/845372

ปลัดฯให้เครื่องหมาย เชิดชูเกียรติสืบสานฯ ฉก.พญานาคราช23คน จับสินค้าเกษตรผิดก.ม.

ปลัดฯให้เครื่องหมาย เชิดชูเกียรติสืบสานฯ ฉก.พญานาคราช23คน จับสินค้าเกษตรผิดก.ม.

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติสืบสานเกษตรกรรมยั่งยืนแก่หน่วยเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายของ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หรือหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช 23 ราย เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าหน้าที่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงเกษตรฯ โดยมี พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราชเจ้าหน้าที่ในสังกัดและหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราชมีผลงานเชิงประจักษ์ในการปราบปรามการลักลอบการนำเข้า-ส่งออก รวมทั้งการจับกุมสินค้าเกษตรแบบผิดกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นภารกิจที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงเกษตรฯ เป็นอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้ นายประยูร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพัฒนาทรัพยากรบุคคลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้แทนที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบผลการจัดฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารของกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2567 และได้พิจารณาการปรับปรุงหลักสูตรนักบริหารของกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2568 ตามผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อให้การฝึกอบรมเกิดผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ตรวจราชการศูนย์ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ จังหวัดลพบุรี

https://www.naewna.com/local/845392

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ลงพื้นที่ตรวจราชการศูนย์ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ จังหวัดลพบุรี

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ตรวจราชการศูนย์ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ จังหวัดลพบุรี

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 19.27 น.

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 ธันวาคม 2567 นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดลพบุรี ณ ศูนย์ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี เพื่อเยี่ยมชมโครงการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูงไทยแบล็ค

สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพในขั้นตอนการสร้างพันธุ์ การใช้เทคโนโลยีจีโนม การใช้เทคโนโลยีการย้ายฝากตัวอ่อน การประเมินคุณภาพซากขณะมีชีวิต ซึ่งมีความก้าวหน้าจนได้โคเนื้อพันธุ์ไทยแบล็คต้นแบบ ที่มีลักษณะเนื้อนุ่ม ไขมันแทรกสูง เปอร์เซ็นต์ซากสูง มีความสมบูรณ์พันธุ์สูง เหมาะสมกับสภาพการเลี้ยงการจัดการและสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

– 006