เกษตรฯแจงจ่ายไร่ละพัน เร่งผลักดันโครงการช่วยชาวนา

https://www.naewna.com/local/844876

เกษตรฯแจงจ่ายไร่ละพัน เร่งผลักดันโครงการช่วยชาวนา

เกษตรฯแจงจ่ายไร่ละพัน เร่งผลักดันโครงการช่วยชาวนา

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) ชี้แจงถึงโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/2568 หรือโครงการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท ว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 กำหนดเป็นหลักการว่าการจัดทำมาตรการ/โครงการ เพื่อสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือเกษตรกร และภาคเกษตรต่อจากนี้ไปให้ทุกหน่วยงานหลีกเลี่ยงการดำเนินการในลักษณะการให้เงินอุดหนุน ช่วยเหลือ ชดเชย หรือประกันราคาสินค้าเกษตร โดยตรงแก่เกษตรกร และให้พิจารณาดำเนินมาตรการ/โครงการ ลักษณะที่เป็นการสนับสนุน การเพิ่มระดับผลิตภาพ (Productivity) ของภาคการเกษตร การพัฒนาภาคเกษตรตลอด ห่วงโซ่อุปทาน หรือเป็นการยกระดับกระบวนการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก้สินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกร สามารถสร้างรายได้ของตนเอง ได้อย่างเพียงพอได้ในระยะยาว และดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และมีความยั่งยืนต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2567/68 รวม 2 โครงการ วงเงิน 59,500.01 ล้านบาท จำแนกเป็นวงเงินสินเชื่อ 50,481.00 ล้านบาท วงเงินจ่ายขาด 9,019.01 ล้านบาท และเตรียมเสนอ ครม.ดังนี้ 1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 2567/68 เป้าหมาย 3 ล้านตัน วงเงินงบประมาณรวม 43,843.76 ล้านบาท แยกเป็นวงเงินสินเชื่อ 35,481.00 ล้านบาท วงเงินจ่ายขาด 8,362.76 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส.จ่ายสินเชื่อตามโครงการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ปลูกข้าวทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อชะลอข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยกำหนดข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการฯ และวงเงินสินเชื่อต่อตัน

2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2567/68 เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน วงเงินงบประมาณ 15,656.25 ล้านบาท แยกเป็นวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่าย หรือเพื่อการแปรรูป โดยสถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี รัฐบาลรับภาระชดเชยดอกเบี้ยให้สถาบันเกษตรกรร้อยละ 3.50 ต่อปี ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะพิจารณาดำเนินงานตามระเบียบให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรสูงสุด

กยท.ชูนวัตกรรมยาง-ลดต้นทุนผลิต

https://www.naewna.com/local/844877

กยท.ชูนวัตกรรมยาง-ลดต้นทุนผลิต

กยท.ชูนวัตกรรมยาง-ลดต้นทุนผลิต

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ได้เตรียมจัด “โครงการรวมใจภักดิ์ หลอมรักษ์ สืบสานการพัฒนาที่ยั่งยืน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ซึ่งเป็น 1 ใน 19 โครงการ ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเชิญ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิดงาน ที่ศูนย์วิจัยยางหนองคายและสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.หนองคาย โดย กยท.จะชู “สวนยางอารยเกษตร” ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงสาธิตต้นแบบแหล่งเรียนรู้ในการจัดการสวนยางจำลองการใช้พื้นที่สวนยางอย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่น้อมนำศาสตร์ของพระราชามาใช้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงด้านการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งเกษตรกรชาวสวนยาง สามารถเรียนรู้การสร้างรายได้ระหว่างรอเก็บเกี่ยวผลผลิต จากการทำเกษตรชนิดอื่นๆ ในพื้นที่ของตน นอกเหนือจากการปลูกยางพาราซึ่งเป็นพืชเชิงเดี่ยวชนิดเดียว

นายสุขทัศน์กล่าวอีกว่า ได้นำนวัตกรรมยางพาราที่จะช่วยลดต้นทุนในการผลิตและอำนวยความสะดวกการจัดการภายในสวนยางมาจัดแสดง อาทิ เครื่องสกัดน้ำมันจากชิ้นส่วนยางที่เหลือจากการแปรรูป (เศษยาง, ขี้ยาง) เป็นทางเลือกในการสร้างพลังงานทดแทน รวมถึงนำหุ่นยนต์กรีดยางเข้ามาจัดแสดงโชว์กรีดยางแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตและลดต้นทุนการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กยท.เตรียมแจกพันธุ์ยาง RRIT 3904 รวม 777 ต้น ให้ผู้นำเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่คิดค้นและพัฒนาโดยสถาบันวิจัยยาง กยท.มีความต้านทานต่อโรคทางใบและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตในปริมาณมาก

‘นฤมล’จัดงานน้อมรำลึก รัชกาลที่9พระบิดาฝนหลวง

https://www.naewna.com/local/844878

‘นฤมล’จัดงานน้อมรำลึก รัชกาลที่9พระบิดาฝนหลวง

‘นฤมล’จัดงานน้อมรำลึก รัชกาลที่9พระบิดาฝนหลวง

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายราเชน ศิลปะรายะ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรพร้อมคณะ และผู้แทนส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม.

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 ให้เทิดพระเกียรติพระองค์ ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” ทรงมีพระราชดำริที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการบังคับเมฆให้เกิดเป็นฝนจนเกิดเป็นเทคโนโลยีฝนหลวง ช่วยขจัดทุกข์ของประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งได้จารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้ประชาชน เยาวชน น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงก่อให้เกิดเทคโนโลยีฝนหลวง อันเป็นมรดกสำคัญของประเทศในการช่วยเหลือประชาชนมาตลอดระยะเวลา 69 ปี

ส่วนการจัดงานวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 กรมฝนหลวงฯ มีการจัดนิทรรศการภายใต้แนวคิด “เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา องค์ราชา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระบิดาแห่งฝนหลวง”

รองปลัดฯร่วมถก คกก.นโยบายยางฯ รับทราบทุกประเด็น ครอบคลุมการผลิต

https://www.naewna.com/local/844875

รองปลัดฯร่วมถก  คกก.นโยบายยางฯ  รับทราบทุกประเด็น  ครอบคลุมการผลิต

รองปลัดฯร่วมถก คกก.นโยบายยางฯ รับทราบทุกประเด็น ครอบคลุมการผลิต

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ 2/2567 โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับการประชุมดังกล่าว มีการรับทราบประเด็นต่างๆ อาทิ 1.สถานการณ์ยางพาราของประเทศไทยและของโลก และ 2.ผลการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ และประเด็นเสนอเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ได้แก่ (1) การขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษา เสถียรภาพราคายาง โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง และขยาย ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง (2) การขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบัน เกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง วงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท และ (3) การขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูป ยางพารา วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีข้อเสนอแนะให้ดำเนินการวางแผนยุทธศาสตร์ยางพาราของไทย ให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต เน้นการศึกษาโอกาสในการขยายตลาดยางแปรรูปของประเทศไทย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยางให้ดีขึ้น

‘ก.เกษตรฯ’เร่งช่วยเหลือด้านปศุสัตว์อย่างครอบคลุม ขอพี่น้องชาวใต้มั่นใจ

https://www.naewna.com/local/844891

'ก.เกษตรฯ'เร่งช่วยเหลือด้านปศุสัตว์อย่างครอบคลุม ขอพี่น้องชาวใต้มั่นใจ

‘ก.เกษตรฯ’เร่งช่วยเหลือด้านปศุสัตว์อย่างครอบคลุม ขอพี่น้องชาวใต้มั่นใจ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 19.04 น.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2567 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้าการช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ให้แก่พี่น้องเกษตรกรภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ว่า กรมปศุสัตว์ได้ช่วยเหลือเฉพาะหน้าในเบื้องต้นแล้ว ดังนี้ 1.แจกเสบียงพืชอาหารสัตว์ 134,240 กิโลกรัม 2.อพยพสัตว์ 207,793 ตัว 3.สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ (แร่ธาตุ/ยาปฏิชีวนะ/วิตามิน) 268 ชุด 4.รักษาสัตว์ 701 ตัว 5.ถุงยังชีพสัตว์ 158 ถุง

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย และการให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ ช่วยเหลือประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 รวมทั้งวางแผนฟื้นฟูภายหลังน้ำลด เพื่อที่เกษตรกรจะสามารถกลับมาประกอบอาชีพและมีรายได้ตามปกติโดยเร็ว

สำหรับความเสียหายด้านปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า (30 พ.ย.67) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา สตูล และ ตรัง จำนวน 71 อำเภอ 425 ตำบล 2,235 หมู่บ้าน มีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ 117,400 ราย สัตว์ในพื้นที่น้ำท่วม 5,753,340 ตัว แบ่งเป็น โค 215,925 ตัว กระบือ 8,453 ตัว สุกร 75,164 ตัว แพะ/แกะ 135,775 ตัว และสัตว์ปีก 5,318,023 ตัว ส่วนแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 6,017.50

“เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์ได้ที่ 1. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 2. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ 3. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ 4. กลุ่มโครงการพิเศษและป้องกันภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาปศุสัตว์ โทร. 0 2653 4444 ต่อ 3315” นายอนุกูล กล่าว

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’และคณะ ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดดอยสะเก็ด (มูลนิธิดิอาร์ค)

https://www.naewna.com/local/844830

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'และคณะ ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดดอยสะเก็ด (มูลนิธิดิอาร์ค)

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’และคณะ ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดดอยสะเก็ด (มูลนิธิดิอาร์ค)

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.45 น.

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ นายสัตวแพทย์ศราวุธ เขียวศรี รักษาราชการแทนปศุสัตว์เขต 5 สัตวแพทย์หญิงบุณิกา จุลละโพธิ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายธีรวิทย์ ขาวบุบผา ผู้อำนวยการกองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด ดอยสะเก็ด (มูลนิธิดิอาร์ค) อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านสุขภาพสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์ ได้รับสนองงานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการวางแผนออกแบบสถานที่พักพิงสัตว์และดำเนินโครงการก่อสร้างสถานที่พักพิงสัตว์และโรงพยาบาลสัตว์ของมูลนิธิ ดิ อาร์ค และมีหน่วยงานอื่นๆ ร่วมถวายงานฯ ซึ่งศูนย์พักพิงฯ มีสุนัขจำนวน กว่า 600 ตัว มีสัตวแพทย์จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ร่วมปฏิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อสนองงานในการช่วยเหลือสุนัข แมวจรจัดที่ถูกทอดทิ้ง และสัตว์ที่ถูกทารุณกรรม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ต่อไป

– 006

‘รมว.เกษตรฯ’ประกาศยกระดับหม่อนไหม ผลักดันเป็น Soft Power สร้างรายได้ให้เกษตรกร

https://www.naewna.com/local/844829

'รมว.เกษตรฯ'ประกาศยกระดับหม่อนไหม ผลักดันเป็น Soft Power สร้างรายได้ให้เกษตรกร

‘รมว.เกษตรฯ’ประกาศยกระดับหม่อนไหม ผลักดันเป็น Soft Power สร้างรายได้ให้เกษตรกร

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.40 น.

‘รมว.เกษตรฯ’ประกาศยกระดับหม่อนไหม ผลักดันเป็น Soft Power แปรรูป เพิ่มมูลค่า ขยายพื้นที่ปลูก สร้างรายได้ให้เกษตรกร
      
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่ากากรระทรวงการเกษตร และสหกรณ์ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” และการยกระดับสินค้าและบริการมูลค่าสูง ของกรมหม่อนไหม ณ เจ.ที.ฟาร์มซิลค์สันกำแพง ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า กรมหม่อนไหม เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดำเนินงานสนองพระราชดำริบริหารจัดการด้านหม่อนไหมแบบครบวงจร มีศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ 25 ศูนย์ โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ มีภารกิจในการอนุรักษ์ วิจัยและพัฒนา ผลิตพันธุ์หม่อนและไข่ไหมพันธุ์ดี เพื่อให้บริการ รวมทั้งส่งเสริมและดูแลเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รวมทั้งสิ้น 97 ราย พื้นที่ปลูกหม่อน 205 ไร่
     
นางนฤมล กล่าวต่อว่า เราพบว่า เกษตรกรยังเข้าสู่อาชีพหม่อนไหมค่อนข้างน้อย และต้นทุนการผลิตในปีแรกค่อนข้างสูง อีกทั้งปัจจุบันผู้ประกอบการมีความต้องการรับซื้อผลผลิตรังไหมจากเกษตรกร 5,000 ตันต่อปี แต่เกษตรกรผลิตรังไหมได้เพียง 2,000 ตันต่อปี ยังเป็นการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด กรมหม่อนไหมจึงได้ดำเนินการตามแนวนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อแก้ปัญหาและสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกร ได้เข้าสู่อาชีพหม่อนไหมเพิ่มมากขึ้น ผ่านการขับเคลื่อนบูรณาการร่วมกัน ระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ความร่วมมืองานวิจัยพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ไหม เพื่อให้ได้ไหมพันธุ์ใหม่ที่มีความเหมาะสม การนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาใช้ในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า การถ่ายทอดองค์ความรู้และวางแผนการผลิตร่วมกัน ระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตและผู้รับซื้อเพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตและคุณภาพตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
       
ทั้งนี้ จากการดำเนินงานของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ที่ผ่านมาทำให้เกษตรกรสามารถผลิตรังไหมได้จำนวน 1.2 ตันต่อปี สร้างรายได้ 225,264 บาทต่อปี ปริมาณการผลิตใบหม่อนจำหน่ายจำนวน 10 ตันต่อปี รายได้ 102,576 บาทต่อปี และยังคงเดินหน้าขยายผลไปสู่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเพิ่มขึ้น
    
“การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นภารกิจที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ จึงได้มอบหมายให้กรมหม่อนไหม ขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ที่เน้นแนวคิดในการบริหารจัดการผลผลิตที่มีเป้าหมายให้เกษตรกร มีรายได้แน่นอน มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้ทราบถึงความต้องการของตลาด วางแผนการผลิตร่วมกัน ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านนับว่าประสบความสำเร็จ ในการแปรรูปสินค้าผลิตภัณฑ์จากไหมที่ได้มาจากกลุ่มเกษตรกร และผลิตภัณฑ์โปรตีนจากรังไหมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีชื่อเสียง รวมถึงการนำโมเดล BCG มาใช้ในการผลิตทำให้เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง ผลิตและแปรรูปสินค้าทางการเกษตรที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้” รมว.นฤมล กล่าว
       
สำหรับบริษัท เจ.ที. ซิลค์ จำกัด ก่อตั้งในปี 2546 ดำเนินธุรกิจปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โปรตีนไหมเสริมความงาม โดยกรมหม่อนไหม ให้การสนับสนุนพันธุ์หม่อนและผลิตไข่ไหมพันธุ์ดี ให้ความรู้ด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงการรับรองมาตรฐานแปลงหม่อนและรังไหมอินทรีย์ ซึ่งแผนการดำเนินงานในอนาคต กรมฯ จะขยายพื้นที่ส่งเสริมการปลูกหม่อนในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน และพัฒนาสินค้าให้เป็นสินค้าอินทรีย์ เพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรต่อไป

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’และคณะ เยี่ยมชมงานงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/844818

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'และคณะ เยี่ยมชมงานงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’และคณะ เยี่ยมชมงานงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.25 น.

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการ มกอช. นายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ นายสัตวแพทย์ศราวุธ เขียวศรี รักษาราชการแทนปศุสัตว์เขต 5 และเจ้าหน้าที่ที่ในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 เข้าเยี่ยมชม “งานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2567” ซึ่งปีนี้กรมปศุสัตว์ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “สืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชา และนวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูงด้านปศุสัตว์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ”

โดยมีนิทรรศการด้านปศุสัตว์ อาทิเช่น ไก่ไข่ลูกผสม ไก่แม่ฮ่องสอน และไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ ตู้ฟักไข่อัตโนมัติ และเครื่องกกลูกไก่อัตโนมัติ เป็นต้นจากนอกจากนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เชียงใหม่ กองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ได้นำผลิตภัณฑ์มาแสดงและจำหน่าย อาทิเช่น สเต๊กเนื้อโคขุน นมโคพาจเจอร์ไรซ์ ไส้กรอกรมควัน ไอศกรีมนมโค น้ำผึ้งของเกษตรกรภาคเหนือ ซึ่งเป็นของเกษตรกรเครือข่ายกรมปศุสัตว์ โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์วิจัย สาธิตและฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

– 006

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ลงพื้นที่ปากช่อง เร่งรัดติดตามการเตรียมพร้อมจัดงานวันดินโลก 2567

https://www.naewna.com/local/844814

'อธิบดีทวีศักดิ์'ลงพื้นที่ปากช่อง เร่งรัดติดตามการเตรียมพร้อมจัดงานวันดินโลก 2567

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ลงพื้นที่ปากช่อง เร่งรัดติดตามการเตรียมพร้อมจัดงานวันดินโลก 2567

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.22 น.

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ลงพื้นที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ติดตามการเตรียมความพร้อมการจัดงานวันดินโลก 2567 ในด้านการจัดโครงสร้าง อาคาร สถานที่และบริเวณโดยรอบ อาทิ บริเวณจัดพิธีเปิดงาน โซนแสดงนิทรรศการ เวทีกลาง นิทรรศการมีชีวิต  โซน DIY เส้นทางเดิน-วิ่งเทรล และ จุดไฮไลท์ต่างๆ ที่มีความสวยงามสำหรับผู้มาร่วมงานได้ถ่ายภาพ ฯลฯ โดยนายวินัย ชมบุตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับและนำตรวจพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ความพร้อมกว่า 90 % โดยมี นายอธิวัฒน์ สิทธิภิญญาพัฒน์ ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน นายเชฏฐรุจ จันทร์แปลง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนผู้สนใจไปเที่ยวชมงานวันดินโลก 2567 และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เดียวครบจบเรื่องดิน ในวันที่ 6-11 ธ.ค. 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for soils : measure, monitor, manage ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” ณ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook กรมพัฒนาที่ดิน เพจ Facebook World Soil Day วันดินโลก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : Thai World Soil Day

– 006

พด. รับข้อสั่งการ รมว.นฤมล เร่งช่วยเหลือเกษตรกร หมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

https://www.naewna.com/local/844613

พด. รับข้อสั่งการ รมว.นฤมล เร่งช่วยเหลือเกษตรกร หมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

พด. รับข้อสั่งการ รมว.นฤมล เร่งช่วยเหลือเกษตรกร หมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.01 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ตามคำสั่งการของดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร หมอดินอาสาและประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคใต้  เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นมา ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่  7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และจังหวัดสตูล ส่งผลให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจำนวนมาก และต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน 

กรมพัฒนาที่ดินได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่ เร่งช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้แก่เกษตรกร หมอดินอาสาที่ได้รับผลกระทบ โดยสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 และสถานีพัฒนาจังหวัดในพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย ได้ลงพื้นที่ติดตามความเสียหายและให้กำลังใจแก่เกษตรกร หมอดินอาสาผู้ประสบอุทกภัยที่พักอาศัย ศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินและพื้นที่การเกษตรที่ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งได้มอบข้าวสาร อาหารแห้งและถุงยังชีพแล้วจำนวน 150 ชุด ทั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ   ได้นำรถ 6 ล้อสูงเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ตากใบเพื่อช่วยขนย้ายสิ่งของและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เพื่อส่งต่อรถฉุกเฉิน เนื่องจากน้ำท่วมสูง 1- 1.5 เมตร  สถานีพัฒนาที่ดินยะลาได้เปิดครัวจิตอาสาพระราชทาน ผลิตข้าวกล่อง จำนวน 120 กล่องพร้อมด้วยจัดหาน้ำดื่มสะอาดจำนวน 120 ขวด เพื่อมอบให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านปูยุด หมู่ที่ 1 ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา และสถานีพัฒนาที่ดินนราธิวาสได้จัดหาไก่สดจำนวน 80 กก. และน้ำดื่มจำนวน 250 ขวด เพื่อมอบให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่โรงทานแห่งที่ 2 บ้านตือระ ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้ ได้สั่งการให้มีการปรับแผนการดำเนินงาน  โดยเร่งผลิตสารเร่งซุปเปอร์ พด. 6 เพื่อเตรียมความพร้อมในการบำบัดน้ำเน่าเสียในพื้นที่น้ำท่วมขัง และช่วยขจัดกลิ่นเหม็น 

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย จะเร่งเข้าสำรวจพื้นที่ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลจัดการดินภายหลังน้ำลดให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ และชนิดพืช รวมทั้งการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ สารเร่งซุปเปอร์ พด. ต่าง ๆ ของกรมฯ ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับหมอดินอาสา เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ต่อไป