‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.ประชุม มอบนโยบาย-แนวทางการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568

https://www.naewna.com/local/837696

'อธิบดีกรมฝนหลวง'เป็นปธ.ประชุม มอบนโยบาย-แนวทางการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’เป็นปธ.ประชุม มอบนโยบาย-แนวทางการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.00 น.

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และ นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เป็นประธานการประชุม มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ณ หอประชุมเทศบาลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

– 006

‘นวนิตย์’ติดตามงาน ศูนย์เกษตรพิรุณราชฯ

https://www.naewna.com/local/837350

‘นวนิตย์’ติดตามงาน  ศูนย์เกษตรพิรุณราชฯ

‘นวนิตย์’ติดตามงาน ศูนย์เกษตรพิรุณราชฯ

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายนวนิตย์ พลเคน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ โครงการศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 2/2567 โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมได้ร่วมติดตามการขับเคลื่อนงานศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชฯ พร้อมทั้งมอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมบูรณาการศึกษาและทบทวนแนวทางการพัฒนาระบบศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชฯ ระยะที่ 2 ในรูปแบบ E-Service โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บริการ และเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว แก่ผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ศูนย์เครือข่าย ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายศูนย์บริการเครือข่าย 1,938 ศูนย์ ทั่วประเทศไทย แบ่งออกเป็น 1.ระดับกรม (ส่วนกลาง) 22 ศูนย์ 2.ระดับจังหวัด 533 ศูนย์ และ 3.ระดับอำเภอ 1,383 ศูนย์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการของเกษตรกรในทุกพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมงานบริการของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป อาทิ การขอรับบริการข้อมูลข่าวสาร การรับเรื่องร้องเรียนคลายทุกข์ และงานบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

โฆษกฯยันน้ำไม่ท่วมกทม. เขื่อนเจ้าพระยาปรับแผนระบาย

https://www.naewna.com/local/837348

โฆษกฯยันน้ำไม่ท่วมกทม. เขื่อนเจ้าพระยาปรับแผนระบาย

โฆษกฯยันน้ำไม่ท่วมกทม. เขื่อนเจ้าพระยาปรับแผนระบาย

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำแหล่งน้ำและแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (swoc) กรมชลประทาน ถนนสามเสน

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะแม่น้ำปิง จ.เชียงใหม่ ฝนที่ตกชุกกระจายทางตอนบนของลุ่มน้ำปิง ส่งผลให้เกิดน้ำหลากในลำน้ำสาขาของแม่น้ำปิง ก่อนจะไหลลงมาสมทบในแม่น้ำปิง ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และพื้นที่เศรษฐกิจก่อนหน้านี้

ด้านสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพลเขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 19,650 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 79% ของความจุอ่างฯ รวมกันสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 5,221 ล้าน ลบ.ม.กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำที่ไหลมาจากทางตอนบนด้วยการเก็บกักน้ำไว้ในอ่างฯ ให้ได้มากที่สุด พร้อมบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตอนกลางด้วยการหน่วงน้ำไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำและแก้มลิงธรรมชาติ ส่วนปริมาณน้ำที่เหลือจะไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา ที่สถานีวัดระดับน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ให้อยู่ในอัตราไม่เกิน 2,400 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อนให้ได้มากที่สุด ซึ่งการระบายน้ำในอัตราดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่สถานีวัดน้ำ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 1,990 ลบ.ม./วินาที หรือคิดเป็น 70% ของความจุลำน้ำซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ชั้นในของ กทม.และปริมณฑล แต่อาจจะมีผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำหรือในพื้นที่ซึ่งมีระดับตลิ่งต่ำในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ กทม.และปริมณฑล ที่อยู่ในแนวคันกั้นน้ำ กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำฝน พร้อมกับเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำด้วยการพร่องน้ำในคลองสาขาต่างๆ ตลอดจนบูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการน้ำในจุดที่เชื่อมต่อกันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด

ไทย-ไอร์แลนด์หนุนความมั่นคงอาหาร

https://www.naewna.com/local/837351

ไทย-ไอร์แลนด์หนุนความมั่นคงอาหาร

ไทย-ไอร์แลนด์หนุนความมั่นคงอาหาร

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร่วมมือ : นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือกับ นางพิปปา แฮ็คเก็ตต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและอาหารไอร์แลนด์ เสริมสร้างความร่วมมือด้านปฏิรูประบบเกษตรและอาหาร และยกระดับความมั่นคงทางอาหารเพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างมีคุณภาพ เพียงพอ และยั่งยืน

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นางพิปปา แฮ็คเก็ตต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและอาหารไอร์แลนด์ (Senator Pippa Hackett : Minister of State for Agriculture and Food of the Government of Ireland) โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการปฏิรูประบบเกษตรและอาหาร และการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร โดยฝ่ายไอร์แลนด์ ยินดีให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการในประเด็นดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนส่วนฝ่ายไทยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าได้เตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงทางอาหารทั้งระบบ ผ่านกลไกคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับด้านนโยบายอาหารของประเทศ รวมถึงขับเคลื่อนความมั่นคงอาหาร ผ่านแผนปฏิบัติการด้านการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ.2566-2570) ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการฐานทรัพยากรและปัจจัยการผลิตอาหาร เพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างมีคุณภาพเพียงพอและยั่งยืน

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ขอความสนับสนุนจากไอร์แลนด์ ผลักดันการดำเนินการเคลื่อนย้ายม้าจากประเทศไทยไปยังสหภาพยุโรป โดยในปี 2563 สหภาพยุโรปได้ระงับการนำเข้าเป็นการชั่วคราวเนื่องจากโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness, AHS) ทำให้ม้าที่มาจากไทยไม่สามารถเคลื่อนย้ายกลับไปยังสหภาพยุโรปได้ จึงส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาขี่ม้าของไทย โดยองค์กรสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ได้ให้การรับรองประเทศไทยว่าเป็นประเทศปลอดโรค AHS (AHS-free country) ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2566 และหวังว่าทางสหภาพยุโรปจะได้รับการคืนสถานะภายในปีนี้ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกเป็นอย่างมากให้กับนักกีฬาที่จะนำม้าจากสหภาพยุโรปเข้ามาแข่งในประเทศไทยในห้วงเดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ฝ่ายไอร์แลนด์ยินดีที่จะประสานเรื่องดังกล่าวกับสหภาพยุโรปต่อไป

รองปลัดฯร่วมวง ถกคกก.ขับเคลื่อน การป้องกัน-ฟื้นฟู สร้างฝายราษีไศล

https://www.naewna.com/local/837349

รองปลัดฯร่วมวง  ถกคกก.ขับเคลื่อน  การป้องกัน-ฟื้นฟู  สร้างฝายราษีไศล

รองปลัดฯร่วมวง ถกคกก.ขับเคลื่อน การป้องกัน-ฟื้นฟู สร้างฝายราษีไศล

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนตามแนวทางในการป้องกันแก้ไขและฟื้นฟูผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล ครั้งที่ 1/2567 โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการศึกษาการชดเชยการสูญเสียรายได้และการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม กรณีโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล เพื่อนำข้อมูลผลการศึกษาดำเนินงานต่อไป และรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อนราศีไศล และรับทราบรายชื่อราษฎรที่เป็นตัวแทนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล เพื่อเป็นตัวแทนในการขอความเห็นชอบให้ทำการไต่สวนสิทธิ์ และพิสูจน์สิทธิ์ว่าเคยใช้ประโยชน์ในพื้นที่ 11,986 ครัวเรือน

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอาทิ 1.(ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาข้อเท็จจริงเรื่องชดเชยการสูญเสียรายได้ และการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม กรณีโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล 2.(ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางชดเชยการสูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพและการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม กรณีโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล 3.(ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการชดเชยการสูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพและการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม กรณีโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล 4.(ร่าง) แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบรายชื่อครัวเรือนผู้ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพและการใช้ประโยชน์จากป่าบุ่งป่าทาม เป็นต้น

‘นฤมล’สานสัมพันธ์ทางการทูตโอมาน ครบ 44 ปี ส่งเสริมความร่วมมือการเกษตรและประมง

https://www.naewna.com/local/837356

'นฤมล'สานสัมพันธ์ทางการทูตโอมาน ครบ 44 ปี ส่งเสริมความร่วมมือการเกษตรและประมง

‘นฤมล’สานสัมพันธ์ทางการทูตโอมาน ครบ 44 ปี ส่งเสริมความร่วมมือการเกษตรและประมง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 19.31 น.

‘นฤมล’สานสัมพันธ์ทางการทูตโอมาน ครบ 44 ปี ส่งเสริมความร่วมมือการเกษตรและประมงระหว่าง 2 ประเทศ สู่การขยายตลาดสินค้า ตั้งเป้าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับ นายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร และสหกรณ์ระหว่างไทย-โอมาน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยและรัฐสุลต่านโอมานมีความร่วมมือด้านการเกษตร ประมง การค้า และมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีระหว่างกัน จึงได้เสนอนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”ของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง รวมถึงการทำเกษตรยั่งยืน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความอยู่ดีกินดี มีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมทั้งขยายตลาดสินค้าเกษตรที่มีอยู่เดิมและเพิ่มตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างยั่งยืนให้ทางโอมานรับทราบแนวทาง เพื่อหารือการขับเคลื่อนงานภาคการเกษตรร่วมกัน

ด้านเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้สานสัมพันธ์กับทางไทยมาเป็นระยะเวลานาน และยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือด้านการเกษตรและประมงกับไทย ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิจัย และงานวิชาการ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนร่วมกัน นอกจากนี้ ทางโอมานกำลังเร่งพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงเกษตรและประมงแห่งรัฐสุลต่านโอมานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรและประมง เพื่อเสริมสร้างและส่งเสริมความร่วมมือเชิงเทคนิค เทคโนโลยี และการอำนวยความสะดวกด้านการค้า ครอบคลุมพืช ปศุสัตว์ ประมง ชลประทาน การจัดการดินและน้ำ รวมถึงความร่วมมือด้านเกษตรในอนาคต
 
ทั้งนี้ นางนฤมล ได้ขอให้เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทยเชิญตัวแทนแห่งรัฐสุลต่านโอมานเข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ FAO ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 ณ กรุงเทพมหานคร อีกด้วย

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

https://www.naewna.com/local/837325

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 17.30 น.

‘ประมงจันทบุรี’แนะเกษตรกรร่วมจัดการปัญหา‘ปลาหมอคางดำ’ เตรียมพื้นบ่อให้แห้ง กรองน้ำก่อนเข้าบ่อ และใช้กากชากำจัดปลาในบ่อ

สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี สนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำค่อนข้างน้อย พร้อมแนะนำเกษตรกรควรให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นบ่อให้แห้งที่สุดและการกรองน้ำที่สูบเข้าบ่อช่วยลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำและเชื้อโรค และมีส่วนร่วมควบคุมปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติอีกด้วย

นายสมพร รุ่งกำเนิดวงศ์ ประมงจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน นอกจากจะมีการลงทุนสูงแล้ว ต้องอาศัยความรู้และการจัดการที่ดี การเรียนรู้และติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้การเลี้ยงกุ้งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันในตลาดได้ จากสถานการณ์ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์อยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เพราะเกษตรกรให้ความใส่ใจและมีแนวทางในการจัดการปลาหมอคางดำ ในกระบวนการเตรียมบ่อและระหว่างการเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสียหายให้มากที่สุด

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีรวมถึงเกษตรกรในภาคตะวันออกเป็นผู้นำในการทำฟาร์มแบบพัฒนา หรือ การเลี้ยงกุ้งในฟาร์มระบบปิด (Closed System) มีการควบคุมคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด  เกษตรกรมีประสบการณ์สูงในการป้องกันสัตว์แปลกปลอม หรือเชื้อโรคเข้าสู่บ่อกุ้งตลอดกระบวนการเลี้ยง เพราะเมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านี้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งเคยประสบปัญหาปลาหมอเทศจึงนำประสบการณ์จัดการป้องกันสัตว์แปลกปลอมเข้าสู่ฟาร์มกุ้งป้องกันความเสียหายที่เกิดจากปลาหมอคางดำได้ดี

นายสมพร ให้คำแนะนำว่า การเตรียมบ่อเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถป้องกันปลาหมอคางดำและเชื้อโรคเข้ามาในฟาร์มกุ้งได้  หลังจากจับกุ้งหมดแล้วก่อนจะเลี้ยงกุ้งรอบต่อไปต้องสูบน้ำออกจากบ่อให้หมด และเอาเลนหรือของเสียออกจากพื้นบ่อ หลังจากนั้นตากบ่อให้พื้นบ่อแห้งสนิท ก่อนโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อ และเกษตรกรบางรายยังปูพื้นบ่อด้วยพลาสติก PE  หากในบ่อเลี้ยงเคยพบปลาหมอคางดำ ก่อนนำน้ำออกจากบ่อเกษตรกรต้องกำจัดปลาหมอคางดำก่อนปล่อยน้ำออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยการลดระดับน้ำให้ต่ำที่สุด ในระดับประมาณ 20 เซนติเมตรโรยกากชาก่อนจับปลาหมอคางดำออกให้หมด ในขั้นตอนการนำน้ำเข้าบ่อเลี้ยง ใช้ถุงตาข่ายละเอียดกรองน้ำที่สูบเข้ามาในบ่อเพื่อป้องกันปลาหมอคางดำเล็ดรอดเข้ามาในฟาร์ม

หลังจากการปล่อยกุ้งลงบ่อแล้ว 1 เดือน เกษตรกรมีการเช็คยอทุกวัน เพื่อสุ่มตรวจสุขภาพและอัตราการเติบโตของกุ้ง ขั้นตอนนี้จะช่วยให้เกษตรกรทราบว่ามีปลาหรือสัตว์น้ำแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในบ่อเลี้ยง หากพบปลาหมอคางดำเกษตรกรรอให้กุ้งเติบโตสักระยะหนึ่งแล้วลดระดับน้ำในบ่อเลี้ยงและโรยกากชาเพื่อจับปลาหมอคางดำออกบ่อให้หมด

นายสมพร กล่าวต่ออีกว่า การป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีได้ผลผลิตที่แน่นอน ยังมีส่วนร่วมควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในชุมชนโดยรอบอีกด้วย

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

https://www.naewna.com/local/837241

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ'เจ้าพระยาตอนล่าง'

เช็ค 3 วันล่วงหน้า!!! คาดการณ์ระดับน้ำ’เจ้าพระยาตอนล่าง’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.12 น.

คาดการณ์ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 3 วันล่วงหน้า (24-26 ต.ค. 67) ข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2567

น้ำทะเลหนุนสูง พื้นที่เสี่ยงจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ขอให้เฝ้าระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ’รมว.กษ.’ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

https://www.naewna.com/local/837239

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ'รมว.กษ.'ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ’รมว.กษ.’ของทูตโอมานประจำประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.08 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการเข้าเยี่ยมคารวะ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของนายอิสซา อับดุลเลาะฮ์ ญาบิร อัลอาลาวี (H.E. Mr. Issa Abdullah Jaber Al Alawi) เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย โดยมีผู้แทนระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการเยี่ยมคารวะหารือ ทั้งนี้ เพื่อแนะนำตัว และหารือในแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระดับทวิภาคีด้านการเกษตรและสหกรณ์ระหว่างประเทศไทย-โอมาน ณ ห้องประชุม 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘เจ้าพระยา’น้ำเพิ่มอีกระลอก หลังฝนตกหนัก‘นครสวรรค์-กำแพงเพชร’

https://www.naewna.com/local/837229

‘เจ้าพระยา’น้ำเพิ่มอีกระลอก หลังฝนตกหนัก‘นครสวรรค์-กำแพงเพชร’

‘เจ้าพระยา’น้ำเพิ่มอีกระลอก หลังฝนตกหนัก‘นครสวรรค์-กำแพงเพชร’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.45 น.

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่า ล่าสุดฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา บริเวณ จ.นครสวรรค์ จ.กำแพงเพชร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าสะสมในลำน้ำสาขาและแม่น้ำสายหลักเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่สถานี C.2 อำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,820 ลบ.ม./วินาที และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ กรมชลประทาน รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในอัตราที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ชุมชนเนื่องจากยังคงมีฝนตกในระยะนี้ พร้อมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได ในอัตรา 1,550 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.หัวเวียง อ.เสนา , ต.ลาดชิด , ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 10 ถึง 20 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังคงมีฝนในระยะนี้ อาจส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป