เอาฤกษ์เอาชัยปีใหม่​! ‘กรมการข้าว’จัดพิธีทำบุญตักบาตร​ เนื่องในโอกาสปีใหม่​ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778797

เอาฤกษ์เอาชัยปีใหม่​! 'กรมการข้าว'จัดพิธีทำบุญตักบาตร​ เนื่องในโอกาสปีใหม่​ 2567

เอาฤกษ์เอาชัยปีใหม่​! ‘กรมการข้าว’จัดพิธีทำบุญตักบาตร​ เนื่องในโอกาสปีใหม่​ 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.06 น.

วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม 2567 เวลา 07.30 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย​ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสต้อนรับปีใหม่ 2567 แด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ ณ อาคารจักรพันธ์ กรมการข้าว

ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหารร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ประจำกรมการข้าว​​เพื่อความเป็นสิริมงคล​ พร้อมทั้งกล่าวอวยพรปีใหม่ ประจำปี​ 2567 ให้แก่บุคลากรกรมการข้าว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างความรัก สามัคคี ในการร่วมมือกันขับเคลื่อนภารกิจของกรมการข้าวในการพัฒนาข้าวและชาวนาต่อไป

– 006

กรมชลฯเก็บกัก เพิ่มน้ำในอ่างฯ รับมือ‘เอลนีโญ’ แก้ปัญหาภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778654

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่าปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 61,586 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 81% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 37,644 ล้าน ลบ.ม. (72% ของความจุอ่างฯรวมกัน)เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำทั้งสิ้น 18,381 ล้าน ลบ.ม.(74% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 11,685 ล้าน ลบ.ม.(64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ขณะนี้มีการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้ว 1,915 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 9 ของแผนฯ

ทั้งนี้ ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ตอนบนของประเทศ เร่งเก็บกักน้ำ พร้อมวางแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่และเตรียมจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรับมือสภาวะเอลนีโญ ที่อาจจะส่งผลกระทบ รวมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือประจำจุดเสี่ยง ที่สำคัญให้บูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เกษตรกรและประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติตาม 9 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2566/67 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบ เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง

‘ไชยา’ชูนวัตกรรมพัฒนาโคนมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778657

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมอุตสาหกรรมโคนมไทย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”ที่เชิงเขาตาแป้น (ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานพร้อมทั้งจะเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการต่างๆ ภายในบริเวณงานดังกล่าว

นายไชยา กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดโคนมยังสามารถเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากมีผู้ต้องการรับซื้อน้ำนมดิบจำนวนมาก จึงมีมาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงโคนมมากขึ้น รวมถึงมีมาตรการลดต้นทุนการผลิต นำนโยบายรัฐบาล “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ผลักดันแบรนด์วัวแดงให้เติบโตเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม เพื่อส่งจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน ตั้งเป้าหมายตลาดจีนเป็นสำคัญ เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างมาก

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจในงาน อาทิ การพบปะผู้เกี่ยวข้องในวงการที่พร้อมแลกเปลี่ยนทัศนคติความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ให้สามารถถ่ายทอดไปสู่เกษตรกรได้มากขึ้น โดยมีการจัดเวทีแสดงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศผ่านนิทรรศการและการเสวนาร่วมกัน เช่น ตัวอ่อนโคพันธุ์ เรคเตน ประเทศเดนมาร์ก คลินิกเครื่องรีดนม โครงการ อ.ส.ค.รักนม รักฟาร์ม ยกระดับฟาร์มโคนมเป็น Smart Farmer เป็นต้น

‘ธรรมนัส’หาทางป้องกัน ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778656

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร เพื่อพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่ต้นเหตุทั้งข้าว ข้าวโพด และอ้อย โดยถอดบทเรียน ปัญหา อุปสรรคนำมาพิจารณาประกอบการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ชี้แจงสถานการณ์การเผาในพื้นที่การเกษตร

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ วางแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2566/67 ดำเนินการเชิงรุกผ่านหลัก 3R ประกอบด้วย 1.Re-Habit : ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืชเป็นการปลูกแบบไม่เผา ภายใต้มาตรฐาน GAP PM2.5 Free 2.Replace with perennial crops : ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนชนิดและวิธีการปลูกพืชบนพื้นที่สูง จากพืชที่ยังใช้ระบบการเผา เช่น ข้าวโพด เป็นไม้ผลไม้ยืนต้น และ 3.Replace with Alternate crops : ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนชนิดและวิธีการปลูกพืชบนพื้นราบ โดยเน้นการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและเป็นประโยชน์ต่อดิน

นอกจากนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย 1.ป้องปรามการเผา เน้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยมีเป้าหมายเป็นเกษตรกร 28,855 ราย บนพื้นที่ 60,750 ไร่ โดยการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้หยุดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ส่งเสริมให้เกษตรกรจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา 2.นำร่องโครงการต้นแบบ การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้มาตรฐาน GAP PM2.5 Free โดยเป้าหมายเป็นพื้นที่ในเขต จ.เชียงใหม่และพะเยา รวม 2,664 แปลง พื้นที่ 25,162 ไร่และ 3.งานวิจัยและพัฒนา ศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจเผาวัสดุเหลือใช้ในนาข้าว

สำหรับการลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้ลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อย่างยั่งยืน จะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรให้ได้รับการรับรองมาตรฐานGAP PM2.5 Free โดยกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายจะเสนอให้เกษตรกรได้รับสิทธิพิเศษ เป็นค่าตอบแทน หรือ เข้าถึงแหล่งทุนด้วยดอกเบี้ยอัตราพิเศษซึ่งรวมถึงสถาบันเกษตรกรที่รวบรวมผลผลิตที่ไม่เผาด้วย และขอความร่วมมือภาคเอกชนรับซื้อผลผลิตที่ไม่เผาในราคาที่สูงกว่า จะสนับสนุนให้เกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกทั้งในพื้นที่สูงและที่ราบ โดยสนับสนุนเงินทุนช่วงรอเก็บเกี่ยวจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วพร้อมทั้งจัดหาตลาดรองรับผลผลิต ทั้งนี้ ได้กำหนดจัดงาน KICK OFF การรณรงค์ปลอดการเผาในพื้นที่เกษตร ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ที่ จ.เชียงใหม่

กรมประมงเพาะพันธุ์ ปล่อยปลากุเราแม่น้ำตากใบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778660

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปลากุเรา ในประเทศไทย พบ 2 สกุล 17 ชนิด ซึ่งชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ Eleutheronema tetradactylum และ Polydactylus macrochir พบการทำประมงในหลายพื้นที่ แต่พบมากที่ จ.นราธิวาส โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่ง อ.ตากใบ และแม่น้ำตากใบ ซึ่งเป็นสายพันธุ์กุเราหนวดสี่เส้น (Eleutheronema tetradactylum) โดยชาวประมง จะนำมาแปรรูปเป็นปลากุเราเค็ม จนได้รับสมญาว่าเป็น “ราชาแห่งปลาเค็ม” และได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ทั้งนี้ ด้วยความต้องการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรปลากุเราในแม่น้ำตากใบมีปริมาณสูง ทำให้ผลผลิตในแหล่งน้ำธรรมชาติลดน้อยลง ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลนราธิวาส จึงเร่งดำเนินโครงการ “เพาะปลากุเราปล่อยลงแม่น้ำตากใบ” ในปีงบประมาณ 2567 เพื่อเพิ่มปริมาณในแหล่งน้ำธรรมชาติให้อุดมสมบูรณ์เพียงพอต่อความต้องการใช้ประโยชน์ เป็นวัตถุดิบป้อนสู่กระบวนการแปรรูปปลากุเราเค็ม โดยระยะแรกจะดำเนินการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากแหล่งน้ำธรรมชาติ นำมาเลี้ยงจนได้ขนาด จากนั้นจะเพาะพันธุ์ด้วยวิธีธรรมชาติ เมื่อได้ไข่ปลาจะทำการเพาะฟักและอนุบาลจนได้ขนาด 1.5-2.0 เซนติเมตร จึงจะนำไปปล่อยลงสู่แม่น้ำตากใบ ตั้งเป้าหมายไว้ 100,000 ตัวต่อปี

นายบัญชากล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงปลากุเราและปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นกิจกรรมที่เพิ่มผลผลิตและเมื่อปล่อยให้ลูกพันธุ์ปลากุเราเติบโต เป็นพ่อแม่พันธุ์สามารถสืบพันธุ์ วางไข่ ก็จะสามารถเพิ่มปริมาณปลากุเราขึ้นมาทดแทนได้ ทำให้ชาวประมง จ.นราธิวาส สามารถจับปลากุเราจากธรรมชาติได้มากขึ้น ตลอดจนมีวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตปลากุเราเค็มต่อเนื่อง

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’นำคณะเข้าพบ’พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข-จรัลธาดา กรรณสูต’ ขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778627

'อธิบดีกรมฝนหลวงฯ'นำคณะเข้าพบ'พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข-จรัลธาดา กรรณสูต' ขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่

‘อธิบดีกรมฝนหลวงฯ’นำคณะเข้าพบ’พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข-จรัลธาดา กรรณสูต’ ขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.52 น.

วันที่ 3 มกราคม 2567 เวลา 08.00 น. นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นำคณะผู้บริหารกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าพบ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง และนายจรัลธาดา กรรณสูต รองประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เพื่อเข้ากราบคารวะขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2567 ณ บ้านพักองคมนตรี ถ.งามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร

– 006

‘กรมการข้าว’ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่​ 2567 กระทรวงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778590

'กรมการข้าว'ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่​ 2567 กระทรวงเกษตรฯ

‘กรมการข้าว’ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่​ 2567 กระทรวงเกษตรฯ

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.44 น.

วันพุธที่ 3 มกราคม 2567 เวลา 07.00 น. ร้อยเอกธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ นายประยูร​ อินสกุล​ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง​ แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 68 รูป เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2567 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ

ในการนี้นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วย​ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร​ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วมทำบุญตักบาตรฯ ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสเดียวกันนี้​ อธิบดีกรมการข้าว​ ได้นำคณะผู้บริหารกรมการข้าวเข้าร่วมสวัสดีปีใหม่​ 2567​ และรับพรปีใหม่จาก​ นายประยูร​ อินสกุล​ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ เพื่อความสิริมงคลในการทำงาน

– 006

เกษตรฯเดินหน้าปราบสินค้าเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777877

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานบริหารแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายทั้ง 3 ด้าน (ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์) ว่าได้ขับเคลื่อนยุทธการปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยผลการปฏิบัติงานปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ประกอบด้วย1.ด้านพืช ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการปราบปรามลักลอบการนำเข้ายางพารา ผิดกฎหมาย ประจำปีงบประมาณ 2567 อายัดยางพาราที่มีการเคลื่อนย้าย 29 ตัน ต้องสงสัยว่านำเข้าจากเมียนมา ผ่านชายแดน จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารเพื่อยืนยันแหล่งที่มา รวมถึงดำเนินการตามแผนปฏิบัติการปราบปรามปัจจัยการผลิต วัตถุอันตราย ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ผิดกฎหมายโดยตรวจสอบสถานที่จำหน่าย อายัดปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ยเคมีปลอม 365,00 กิโลกรัม ปุ๋ยอินทรีย์ 269.75 ตันเป็นต้น

2.ด้านประมง ได้ดำเนินการตามแผนการปฏิบัติงานตรวจป้องกันลักลอบนำเข้า–ส่งออกสินค้าประมงผิดกฎหมาย ปีงบประมาณ 2566 โดยตรวจสถานที่พักสินค้า (ห้องเย็น) 427 แห่ง ไม่พบการกระทำความผิด 411 แห่ง และการเปิดตรวจตู้คอนเทนเนอร์ ที่สถานประกอบการช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2566ไม่พบการกระทำความผิด รวมถึงบูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตรวจสอบในทะเล โดยเรือตรวจการประมง 2,609 ลำ พบการกระทำความผิด 291 คดี

3.ด้านปศุสัตว์ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการปราบปรามลักลอบการนำเข้าซากสัตว์เข้าราชอาณาจักร ทั้งหมด 506 ครั้ง เป็นซากสัตว์ของกลาง ได้แก่ ซากโค-กระบือ, ซากสุกร, ซากสัตว์ปีก ทั้งหมด 6,820,468 กิโลกรัม ซึ่งได้ทำลายซากสัตว์ของกลางทั้งสิ้น 2,131,370 กิโลกรัม อยู่ระหว่างดำเนินคดี 311,910 กิโลกรัม โดยบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบสถานที่พักสินค้า (ห้องเย็น) 74 แห่ง (33 จังหวัด)

‘ธรรมนัส’-สภาอุตฯ ร่วมจัดตั้งกรอ.กษ. พัฒนาด้านเกษตร ให้บรรลุเป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777880

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมร่วมระหว่าง กระทรวงเกษตรฯ กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำโดยนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อหารือแนวทางจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนด้านการเกษตร (กรอ.กษ.) ซึ่งนอกจากการจัดตั้ง กรอ.กษ.แล้ว ได้หารือในประเด็นการส่งเสริมอาชีพให้แรงงานเกษตรที่เดินทางกลับจากอิสราเอล โดยมีการลงนามทำ MOU ร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตร สู่การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ พัฒนาแรงงานให้พร้อมเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมฯมีความพร้อมและยินดีให้ความร่วมมือ โดยเสนอ 4 แนวทาง ยกระดับภาคการเกษตร ได้แก่ 1.ยกระดับวัตถุดิบการเกษตร ใช้มาตรฐาน GAP สร้างผู้ตรวจประเมินในระบบ Supplier Audit รับรองไม้เศรษฐกิจ TFCC 2.ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่งเสริมเทคโนโลยีการสกัด เพิ่มมูลค่ากลุ่มสุขภาพและความงาม เชื่อมโยงความต้องการด้วยโครงการ SAI (Smart Agriculture Industry) 3.การบริหารจัดการน้ำและการนำวัสดุเหลือใช้ภาคการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์ในแนวทาง Circular Economy และ 4.การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการเกษตร โดยกำหนดมาตรฐานการปลูกสวนพืชเศรษฐกิจให้สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิต ส่งเสริมการใช้ Bio control, bio fertilization กำหนดมาตรฐานการปลูกไม้พื้นเมืองดูดซับคาร์บอน

‘ไชยา’ขับเคลื่อนหม่อนไหม ดันเป็นSoftPowerระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777878

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายกรมหม่อนไหม และเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานโครงการของกรมหม่อนไหม ปีงบประมาณ 2567 ที่โรงแรมแคนทารี โฮเทล โคราช จ.นครราชสีมา พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนงานตั้งแต่การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น การต่อยอดไปสู่การเรียนการสอนวิชาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและกระบวนการทอผ้าไหมให้เป็นหลักสูตรในโรงเรียน การส่งเสริมให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายผ้าไหม รวมถึงออกแบบชุดผ้าไหมให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ แสดงงานแฟชั่นโชว์ในต่างประเทศผลักดันเป็น Soft Power

นอกจากนั้น รมช.เกษตรฯ ได้เปิดงาน “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบประชาชนและผู้ทอผ้าไหมปักธงชัย” พร้อมทั้งเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์หม่อนไหมและผ้าไหม อ.ปักธงชัย ที่ศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ อ.ปักธงชัย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองร้านค้าจำหน่ายผ้าไหมที่ได้มาตรฐาน 28 กลุ่ม รวมทั้งมีการผลิตผ้าไหมทั้งสิ้นประมาณ 194,202 เมตรต่อปี และสามารถผลิตผ้าไหมที่ผ่านการรับรองตรานกยูงพระราชทาน ปีละ 32,282 เมตร โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการผลิตผ้าไหม อ.ปักธงชัย ยกระดับมาตรฐานสู่สากลต่อไป