ชาวไร่อ้อยเฮ! รัฐจ่ายเงินหนุนตัดอ้อยสด 120 บาท/ตัน มอบเป็นของขวัญปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773551

ชาวไร่อ้อยเฮ! รัฐจ่ายเงินหนุนตัดอ้อยสด 120 บาท/ตัน มอบเป็นของขวัญปีใหม่

ชาวไร่อ้อยเฮ! รัฐจ่ายเงินหนุนตัดอ้อยสด 120 บาท/ตัน มอบเป็นของขวัญปีใหม่

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.44 น.

ครม. อนุมัติ 8,000 ล้าน ให้ กระทรวงอุตสาหกรรม มอบเป็นของขวัญปีใหม่ ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยไทยกว่า 140,000 คน

​จากการคาดการณ์ใน ปี 2567-2568 ถึงแม้อุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่มที่มีการใช้น้ำตาลในการเป็นวัตถุดิบในการผลิตจะขยายตัวเพิ่มขึ้น  หากแต่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาล กลับต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้นทั้งด้านพลังงาน ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และค่าจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวโดยเฉพาะอ้อยสด ซึ่งส่งผลต่อรายได้สุทธิและการตัดสินใจเพาะปลูกของเกษตรกร

​ทั้งนี้ในวันที่ 4 ธันวาคม 2566  นางสาว พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เล็งเห็นปัญหาต่างๆและได้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยเริ่มจากการเสนอโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น pm 2.5 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  หลังประชุมได้ มีการอนุมัติโครงการดังกล่าว ทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยหนองบัวลำภูที่ทราบข่าวร่วมตัวกันเดินทางมาที่ รอพบคณะรัฐมนตรี กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีกำหนดการณ์มาดูงานที่โรงงานน้ำตาลเอราวัณ เมื่อ นางสาว พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม และคณะ ได้เดินทางมาถึง นาย สมพร สังข์ศิริ ตัวแทนสมาชิกสมาคมชาวไร่อ้อยหนองบัวลำภู ได้ขอบคุณเป็นภาษาอีสาน ดังนี้ “ผมขอเป็นตัวแทนเกษตรกรชาวไร่อ้อยหนองบัวลำภู และชาวไร่อ้อยไทย ที่ได้รับของขวัญปีใหม่ได้รับเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท รวมๆแล้วได้เงินเป็นหมื่นรที่สร้างรายได้เป็นเงินหลักหมื่น ต่อครอบครับ และหวังว่าจะมีของขวัญแบบนี้ให้ทุกๆปี แล้วชาวเกษตรกรชาวไร่อ้อยก็มีของขวัญปีใหม่คือสัญญาที่จะทำการเก็บเกี่ยวเฉพาะอ้อยสด เท่านั้นมอบให้ ครม. ด้วยเช่นกัน”

จากการอนุมัติโครงการดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการ ประมาณ 140,000 ราย มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 8,000 ล้านบาท อีกทั้งการที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสด นั้นมีผลดีหลายอย่าง เช่น จะทำให้อ้อยที่เก็บเกี่ยวมีปริมาณมากขึ้นเพราะไม่สูญเสียจากความร้อนของไฟที่เผาไหม้ หรือสารอาหารแร่ธาตุต่างๆในดินก็ไม่เสียหาย และที่สำคัญ ยังลดมลพิษ pm 2.5 ในอากาศ เมื่อไม่มีการเผาไหม้ก็เกิดผลดีทั้งเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
 

เกษตรฯพร้อมโชว์ผลงาน ครม.สัญจรอีสานตอนบน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773463

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2566 โดยมีนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ว่าได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมในการต้อนรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีการนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินโครงการของกระทรวงเกษตรฯ ที่สำคัญหลายโครงการ ในจังหวัดภาคอีสานตอนบน อาทิ จ.บึงกาฬ หนองบัวลำภู และจ.อุดรธานี ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะ จ.หนองบัวลำภู ได้เตรียมโครงการนำร่อง “หนองบัวลำภูโมเดล” เพื่อเป็นการพัฒนาเกษตรกรให้มีรายได้อย่างยั่งยืน

สำหรับของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมมอบให้แก่เกษตรกรและประชาชนในปี 2567 ได้เตรียม “โครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกรกระทรวงเกษตรฯ ประจำปี 2567” อาทิ การมอบโฉนดเพื่อการเกษตรทั่วประเทศ นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานสรุปข้อมูลผลการดำเนินงาน เพื่อแถลงข่าวผลงานกระทรวงเกษตรฯ ในรอบ 3 เดือน วันที่ 22 ธันวาคม 2566 ที่กรมชลประทาน สามเสน อาทิ ผลการปราบปรามการนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อนทุกชนิด ที่ส่งผลให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งเชื่อมั่นว่าหลังจากดำเนินงานตามมาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้น จะช่วยให้ GDP ภาคเกษตรขยับขึ้นตามลำดับ

กรมส่งเสริมฯเดินหน้างาน มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773461

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงแผนงานที่จะดำเนินการขับเคลื่อนในปี 2567 ว่ามีแผนงานสำคัญที่จะพัฒนาสหกรณ์และดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการการพักหนี้เกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล นำมาขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จ ซึ่งได้สำรวจหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐบาล และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จ ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ระหว่างการพักหนี้ เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถที่จะแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในปี 2566 ได้นำร่องทดลองทำไปแล้ว จากยอดหนี้ประมาณ 5,800 ล้านบาท สามารถลดหนี้ให้กับเกษตรกร ปลดหนี้ไปได้กว่า 4,700 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาขับเคลื่อนต่อไปในปี 2567 โดยที่ขมวดเข้าไปกับนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ เรื่องการจัดที่ดินทำกินให้แก่สมาชิกนิคมสหกรณ์ ในพื้นที่นิคมสหกรณ์การเช่า 13 นิคม 14 ป่า เพื่อออกเอกสารสิทธิกสน.3 และ กสน.5 ให้แก่เกษตรกรสมาชิกนิคมสหกรณ์ และการสิ้นสภาพนิคมสหกรณ์ซึ่งในเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนมีโฉนด ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่มั่นคงในการประกอบอาชีพ รวมถึงการนำไปเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอสินเชื่อจากสหกรณ์เพื่อมาใช้ประกอบอาชีพ สามารถใช้หลักทรัพย์ตัวนี้เป็นหลักประกันในการเอาสินเชื่อมาเพื่อสร้างรายได้ในที่ดินที่ได้รับจัดสรรไป เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,500,000 ไร่ มีพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องที่เป็นสมาชิกสหกรณ์อยู่เดิมแล้วประมาณ 160,000 ราย ซึ่งเรื่องนี้จะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว อีกทั้ง นโยบายการสนับสนุนการแปรรูปสินค้าเกษตรและการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ส่งเสริมให้สหกรณ์ที่ได้รับสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ และสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็น พร้อมทั้งสนับสนุนกลุ่มอาชีพ สมาชิกสหกรณ์มีการแปรรูปสินค้าเกษตร เกิดการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนระหว่างเครือข่ายสหกรณ์เป็นห่วงโซ่อย่างครบวงจร ทั้งการผลิต การรวบรวม การแปรรูป และการตลาดเพื่อกระจายสินค้าคุณภาพของสหกรณ์ มากกว่า 100 ล้านบาท/จังหวัด โดยทำต่อเนื่องตลอดทั้งปี

รวมทั้งเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในสหกรณ์ ตั้งเป้าหมายว่าจะไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นในสหกรณ์ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โปรแกรมบัญชีของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งมีการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 หน่วยงาน และเรื่องของการสนับสนุนให้สหกรณ์ทุกแห่งมีแอปพลิเคชั่นเพื่อที่จะตรวจสอบสถานะทางการเงินของสหกรณ์ และสมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์ทุกประเภทที่มีทุนการดำเนินงาน 100 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องมีแอปพลิเคชั่นให้บริการสมาชิก 90% ใช้ตรวจสอบสถานะทางบัญชีของตนเอง ตรวจสอบสถานะของสหกรณ์ รวมถึงสหกรณ์ที่ขาดทุนสะสม ต้องตั้งผู้ตรวจการสหกรณ์เข้าไปกำกับดูแล ไม่ให้เกิดการทุจริต มีการจัดตั้งสหกรณ์อย่างมีคุณภาพ การควบรวมสหกรณ์ขนาดเล็กให้เป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพมีความเข้มแข็ง ส่งเสริมสหกรณ์ที่มีอยู่ให้เติบโตไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร

รมว.เกษตรฯรับฟัง ปัญหาที่สมุทรสาคร เดินหน้ามาตรการ ให้เร่งมือช่วยเหลือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773460

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจราชการในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร รับฟังสถานการณ์ด้านประมงและหารือแนวทางแก้ปัญหา โดยมี นายผล ดำธรรม ผวจ.สมุทรสาคร นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่บ่อปลากะพง นายเฉลิมพล เกิดปั้นหมู่ 5 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ว่าเรื่องเร่งด่วนที่สามารถสั่งการทันที ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ 1.มอบหมายกรมวิชาการเกษตร เร่งรัดการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phyto Certificate) สำหรับกล้วยไม้ที่จำหน่ายในท่าอากาศยานนานาชาติในประเทศไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะสามารถซื้อกล้วยไม้ไทย และถือเข้าประเทศปลายทาง โดยมีใบรับรองสุขอนามัยแนบ

2.มอบหมายกรมประมง แก้ปัญหาราคาปลากะพงขาวตกต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าปลากะพงขาวจากต่างประเทศ จนกระทบต่อกลไกราคาในประเทศ รวมทั้งขอให้มีการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างอย่างเข้มงวดก่อนการอนุญาตนำเข้า หามาตรการปราบปรามปลาหมอสีคางดำ ที่ทำลายระบบนิเวศ 3.การแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง จากสาเหตุปุ๋ยแพง ราคาอาหารปลาสูงและค่าแรงงานสูงและ 4.กลุ่มเกษตรกรนาเกลือ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย โดยปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งใหม่ ซึ่ง รมว.เกษตรฯ จะเป็นประธานกรรมการชุดนี้ ทั้งนี้ ได้เตรียมให้จัดประชุมนัดแรก มีประเด็นการหารือที่สำคัญหลายเรื่อง เช่น การสนับสนุนการแปรรูปสู่ภาคอุตสาหกรรม การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เป็นต้น

‘ธรรมนัส’จัดที่ดินทำกินให้พื้นที่กระบี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773462

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มอบอาคารอเนกประสงค์ให้สหกรณ์การเกษตรเมืองใหม่เขาพนม จำกัด และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ 100 ราย ที่แปลง ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ ประกอบด้วย 1.แปลง ต.เขาพนม เนื้อที่ประมาณ 976 ไร่ ที่หมู่ 3 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ ส.ป.ก.อนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรเมืองใหม่เขาพนม จำกัด เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน มีเกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ได้รับการจัดที่ดิน 210 ราย 2.แปลงที่ดินหมายเลข 601 เนื้อที่ประมาณ 973 ไร่ ที่ดินตั้งอยู่หมู่ 9 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองจ.กระบี่ ส.ป.ก.อนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรกระบี่น้อยพัฒนา จำกัดเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน มีเกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ได้รับการจัดที่ดิน 99 ราย

3.แปลงที่ดินหมายเลข 602 เนื้อที่ประมาณ 683 ไร่ ที่ดินตั้งอยู่หมู่ 4 และ 6 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และหมู่ 1 ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลองจ.กระบี่ ซึ่งมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในเขตปฏิรูปที่ดิน และ 4.แปลงที่ดินหมายเลข 603 ที่ดินตั้งอยู่หมู่ 4 และ 10 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และหมู่ 1 ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 3,617 ไร่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

ทั้งนี้ แปลงที่ดินหมายเลข 602 และแปลงหมายเลข 603 คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน จ.กระบี่ (คทช.จังหวัดกระบี่) มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ผังแปลงที่ดินทั้ง 2 พื้นที่แล้ว สามารถรองรับการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร 500 ราย ซึ่ง ส.ป.ก.จะดำเนินการปูผังแบ่งแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และนำเสนอ คทช.จังหวัด พิจารณาดำเนินการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรต่อไป

‘รัดเกล้า’ชวนปชช.แสดงความยินดี เป็นครั้งแรก ไทยได้รับรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773355

‘รัดเกล้า’ชวนปชช.แสดงความยินดี เป็นครั้งแรก ไทยได้รับรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award

‘รัดเกล้า’ชวนปชช.แสดงความยินดี เป็นครั้งแรก ไทยได้รับรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 10.32 น.

‘รัดเกล้า’ชวนประชาชนแสดงความยินดี เป็นครั้งแรกที่ไทยได้รับรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ประจำปี 2566 จาก​ FAO เนื่องในวันดินโลก ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับทรัพยากรดินและน้ำเพราะ เป็นส่วนสำคัญของเกษตรกร

5 ธันวาคม 2566 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันดินโลก เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาทรัพยากรดิน ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดงานวันดินโลกปี 2566 ระหว่างวันที่ 5 – 10 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ในโอกาสนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันดินโลก  และพระราชทานเหรียญรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ประจำปี 2566 ให้กับสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย​ ซึ่งเป็นรางวัลที่ประเทศไทยและองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)ร่วมกันจัดตั้งขึ้น

ภายใต้กรอบของแนวคิดที่ว่า “Soil, where food begins” เพื่อความมั่นคงทางอาหาร ทำอย่างไรดินถึงจะมีคุณภาพ ไม่มีสารพิษตกค้าง ผลิตอาหารที่ปลอดภัยที่สามารถแก้ปัญหาความอดอยาก

“ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่ได้รับเหรียญรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก และขอให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย”

นางรัดเกล้า ยังยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญทรัพยากรดิน และน้ำเพราะมีส่วนสำคัญต่อภาคการเกษตรและพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้นนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร จึงได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรได้ตระหนักถึงความสำคัญของดินและน้ำ ร่วมกันอนุรักษ์ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

นางรัดเกล้า ยังเชิญชวนประชาชนและเกษตรกร ร่วมงานวันดินโลก ปี 2566 ซึ่งภายในงานยังเน้นนิทรรศให้ความรู้ การพัฒนาดินและน้ำ ซึ่งจะทำให้ได้เรียนรู้ ต่อยอด และตระนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดินและน้ำต่อไป

กรมชลฯห่วงภาคใต้ สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773271

กรมชลฯห่วงภาคใต้ สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

กรมชลฯห่วงภาคใต้ สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.10 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1 – 17 สำนักเครื่องจักรกล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ (กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่าจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 5 – 9 ธ.ค.66 ลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนทางด้านภาคใต้มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตลอดช่วง ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักในบางแห่ง

ล่าสุด กรมชลประทาน ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานในเขตพื้นที่ภาคใต้ ให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน พร้อมดำเนินการตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 65/66 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ จัดสรรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ที่สำคัญต้องสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนและพื้นที่เพาะปลูก ทั้งนี้ ได้เน้นยำให้ปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 2566/67 ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) เห็นชอบอย่างเคร่งครัด ตลอดจนประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ และรณรงค์ให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 67 เป็นต้นไป ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (4 ธ.ค.66) พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 61,167 ล้าน ลบ.ม. (80% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 37,225 ล้าน ลบ.ม. (71% ของความจุอ่างฯรวมกัน) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 18,335 ล้าน ลบ.ม. (74% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) มีน้ำใช้การได้ 11,639 ล้าน ลบ.ม. (64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้วกว่า 3,538 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 17% ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 670 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 11% ของแผนฯ ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงฤดูฝนที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำสายหลักเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลดีต่อระบบนิเวศ ทำให้ปัจจุบันค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและการเพาะปลูกพืชแต่อย่างใด

– 006

3 รมต.กษ.นำคณะผู้บริหารก.เกษตรฯ ต้อนรับนายกฯ เยี่ยมชมแปลงผักเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773310

3 รมต.กษ.นำคณะผู้บริหารก.เกษตรฯ ต้อนรับนายกฯ เยี่ยมชมแปลงผักเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้าน

3 รมต.กษ.นำคณะผู้บริหารก.เกษตรฯ ต้อนรับนายกฯ เยี่ยมชมแปลงผักเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้าน

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 20.06 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงผักเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้านของ นางหนูปาน พรมโคตร เกษตรกรต้นแบบที่น้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในการทำเกษตร ก่อนจะเดินทางไปติดตามการทําเกษตรแปลงใหญ่ การแปรรูปสินค้าเกษตร และพบปะประชาชน ณ วัดสว่างชัยศรี อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลําภู

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะได้เยี่ยมชม ยลวิถีชาวบ้าน ณ วัดสว่างชัยศรี โดยได้รับฟังแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อลดการใช้สารเคมีในพื้นที่แนวทางการแก้จนภาคการเกษตร การขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ Young Smart Farmer รับฟังแนวทางการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มแปรรูป โดยกรมประมง และประธานกลุ่มแปรรูปปลาบ้านห้วยบง ตรา 1 เดียว ชมการจักสานจากคล้าของผู้สูงอายุ และรับฟังแนวทางการยกระดับและผลักดัน ผ้าชิดสลับหมี่ ลายบัวลุ่มภู ผ้าฝ้ายแกมไหมทอมือ ลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัด เป็น “Soft power” ตามนโยบายรัฐบาล โดยกรมหม่อนไหม

ทั้งนี้ ภายในงานนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบ ส.ป.ก. 4-01 ให้กับเกษตรกร จำนวน 100 ราย มอบเงินอุดหนุนตามมาตรา 49(3) แห่งพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 โครงการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก (BCG Model) มอบพันธุ์ปลา มอบปัจจัยการผลิตด้านปศุสัตว์ แม่โค ไก่พื้นเมือง สารกำจัดแลงในสัตว์ เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ เมล็ดและท่อนพันธุ์หญ้าเนเปีย หญ้าแห้งอัดก้อน ใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร และมอบเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 2,000 ตัน ด้วย

– 006

‘อนุชา’ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773033

'อนุชา'ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย

‘อนุชา’ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 22.05 น.

“อนุชา”ชื่นชมความสำเร็จ พื้นที่ Agri-Map ยกเป็นตัวอย่างเกษตรกร ปรับเปลี่ยนสู่ร่ำรวย เกษตรกรปลื้มรายได้เพิ่มขึ้น ได้มีโอกาสจับเงินล้าน มีอนาคตที่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่เกษตรเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) กิจกรรมพัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map (เกษตรผสมผสานและปศุสัตว์) พร้อมพบปะประชาชน เกษตรกร และหมอดินอาสา ณ พื้นที่แปลงเกษตรกร นายวิชาญ นามอาษา หมอดินอาสา ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพื้นที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ปลูกข้าวและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ให้เกิดการปรับเปลี่ยนการผลิต ไปสู่กิจกรรมการผลิตที่มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพในการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการข้อมูลพื้นฐานเชิงพื้นที่ด้านการเกษตร จากทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ข้อมูลทรัพยากรพื้นฐานการผลิต (ดิน น้ำ พืช) ข้อมูลเกษตร เศรษฐกิจและสังคม สามารถนำไปใช้วางแผนการผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ และบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับสภาพความเหมาะสมของปัจจัยการผลิต และการตลาดในพื้นที่ได้อย่างดี

“ประเทศไทยมีเกษตรกรเป็นกำลังหลัก ผมจึงมีนโยบาย “เงินบาทแรกของแผ่นดิน” คือ ให้ความสำคัญกับเงินจากน้ำ เงินจากดิน เงินจากหญ้า ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ ที่สามารถสร้างเม็ดเงินภาคเกษตร โดยเป้าหมายหลัก ต้องการเห็นพี่น้องเกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจน และต้องการเห็นลูกหลานเกษตรกรไทยมีอนาคตที่ดี มีรายได้ กลับมาทำอาชีพเกษตร โดยมุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการทำเกษตรแบบเดิมที่ปลูกพืชชนิดเดียว ให้มีอาชีพเสริมด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนมาทำปศุสัตว์ เช่น ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ หรือเลี้ยงโค เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะเพียงแค่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ก็สามารถมีรายได้เลี้ยงครอบครัวให้มั่นคงได้ เช่นเดียวกับพื้นที่แปลงเกษตรแห่งนี้ของนายวิชาญที่ประสบความสำเร็จ นับเป็นการดำเนินการที่ยอดเยี่ยม และถือเป็นแหล่งเรียนรู้ตัวอย่าง เพื่อนำไปขยายผลต่อยอดการดำเนินการในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งหากทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการมุ่งปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมมาทำภาคปศุสัตว์เชื่อมั่นว่าเกษตรกรไทยจะหลุดพ้นความยากจน มีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมมุ่งหวังและเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างจริงจัง” นายอนุชา เน้นย้ำ

นายอนุชา กล่าวต่อไปว่า จากการพูดคุยกับเกษตรกรเจ้าของแปลง พบว่า เกษตรกรมีความพึงพอใจเป็นอย่างมากหลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการ โดยยอมรับว่าการทำนาแบบแต่ก่อนนั้นทำมากแต่รายได้น้อย แต่เมื่อมาปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมก่อนการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าว 15 ไร่ มีรายได้ตลอดปี 14,940 บาท หลังปรับเปลี่ยนพื้นที่ รายได้เพิ่มขึ้นเป็นเงิน 148,700 บาท มีรายได้เพิ่มจากการขายมูลวัว ผลผลิตพืชบนคันดิน เป็ดไก่ ปลา เป็นต้น มีรายได้หมุนเวียนทุกวัน และเพียงพอต่อการใช้จ่ายในครัวเรือน

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดทำกิจกรรมพัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-map ภายใต้โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่เกษตรเชิงรุก (Agri-Map) ซึ่งผลดำเนินงานตั้งแต่ปี 2560 – 2566 สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว เป็นกิจกรรมการเกษตรอื่น จำนวน 649,532 ไร่ แบ่งเป็น ปลูกพืชผสมผสาน 542,217 ไร่ ประมง 20,178 ไร่ เลี้ยงสัตว์ 87,137 ไร่ ในส่วนจังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ปลูกข้าว 1,893,080 ไร่ พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว 596,884 ไร่ การดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาที่ดินเพื่อการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 – 2566 ของจังหวัดอุดรธานี ดำเนินการแล้วรวมพื้นที่ 30,218 ไร่ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 4,133 ราย

– 006

‘ธรรมนัส’ลุยแก้ปัญหาชาวสวนยาง ดันจัดตั้งสหกรณ์แปรรูปยางพารา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773055

'ธรรมนัส'ลุยแก้ปัญหาชาวสวนยาง ดันจัดตั้งสหกรณ์แปรรูปยางพารา

‘ธรรมนัส’ลุยแก้ปัญหาชาวสวนยาง ดันจัดตั้งสหกรณ์แปรรูปยางพารา

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.10 น.

“ธรรมนัส”รับฟังและแก้ไขปัญหาชาวสวนยาง ดันจัดตั้งสหกรณ์แปรรูปยางพารา เพื่อแปรรูปยางพาราที่มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่ายางพาราในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับฟังและแก้ไขปัญหาของเกษตรกรชาวสวนยาง และเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปยางพารา ณ ต.ท่าสะอาด อ.เซกา จ.บึงกาฬ ซึ่งโรงงานแปรรูปดังกล่าว เป็นโรงงานที่ไม่ได้เปิดดำเนินการ เนื่องจากสหกรณ์เก่าถูกยุบไป ปัจจุบันเตรียมจัดตั้งเป็นสหกรณ์ใหม่ คือสหกรณ์ยางพาราบ้านตาลเดี่ยว ซึ่งเตรียมเข้าดำเนินการจดทะเบียนกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ หลังวันที่ 15 ธ.ค.66 นี้ และดำเนินการเช่าอาคารจากกรมธนารักษ์ เพื่อทำโรงงานแปรรูปยาง

ทั้งนี้ ได้มอบหมายการยางแห่งประเทศไทยสนับสนุนในส่วนของเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อแปรรูปยางพาราที่มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่าความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยางพาราในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงมอบกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้ามาช่วยดูแลการดำเนินกิจการจะสหกรณ์ด้วย

“การลงพื้นที่ในวันนี้ต้องการมาบอกข่าวดีกับพี่น้องชาวบึงกาฬ ไม่เพียงแต่ในเรื่องของการเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรแล้ว ยังเตรียมดำเนินการในเรื่องการออกโฉนดต้นยางด้วย ซึ่งต้นยางหนึ่งต้น จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500 บาท ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าทรัพย์ในต้นยาง เกษตรกรสามารถนำโฉนดต้นยางไปกู้และต่อทุน ถือเป็นการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุนได้เพื่อต่อยอดการดำเนินการต่อไปได้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006