รองปลัดฯขับเคลื่อน นโยบายรมว.เกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764899

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมเตรียมการ ขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ตามที่ได้ลงพื้นที่ติดตามงานและพบปะประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2566 ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดนราธิวาส ผ่านระบบ Zoom Meeting

ทั้งนี้ มีเรื่องที่สำคัญในการประชุมดังนี้ 1.การสนับสนุนการขยายห้องเย็นบูกิตอ.เจาะไอร้อง โดยให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กู้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร วงเงิน 16 ล้านบาทอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท ประกอบด้วย ค่าซื้อที่ดินเอกชน โครงสร้างอาคารพร้อมห้องเย็น ห้องทำงาน และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ 2.การสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักรแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบ้านโคกมะม่วง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 3.ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการโคบาลชายแดนใต้ และ 4.โครงการเพิ่มผลิตภาพฟาร์มแพะเนื้อ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรพอเพียงประชารัฐ ต.สุวารี

กรมสมเด็จพระเทพฯ ร่วมงานวันอาหารโลก รับฟังปาฐกถาพิเศษ การจัดการน้ำภูมิภาคฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764896

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันอาหารโลก 2566 (World Food Day 2023) ภายใต้แนวคิด “Water is Life, Water is Food. Leave on one behind” หรือน้ำคือชีวิต น้ำคืออาหาร ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้ประชากรโลกตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯนายจง จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่และผู้แทนเอฟเอโอประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และคณะ เฝ้าฯรับเสด็จที่สำนักงานองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ)

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะทูตพิเศษด้านการขจัดความอดอยากหิวโหย ประจำปี 2565-2567 ทรงรับฟังปาฐกถาพิเศษด้านการจัดการน้ำในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการ เรื่อง “การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย” พื้นที่มรดกทางการเกษตรโลกแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO)ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยกับเอฟเอโอ “Capacity Buildingand Assessment of PotentialNationally and Globally Important Agricultural Heritage System(NIAHS and GIAHS) in Thailandในปี พ.ศ.2560

‘ไชยา’มอบหมายกรมฝนหลวงฯ เติมน้ำในเขื่อนรองรับภาวะ‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764897

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังแถลงนโยบายและแนวทางการดำเนินงานปฏิบัติการฝนหลวง โดยมี น.ส.ชุติพร เสชังรอง ผวจ.นครสวรรค์ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ผู้แทนกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง สนามบินนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ว่าได้มอบนโยบาย “ปฏิบัติการเติมน้ำในเขื่อนแบบเต็มอิ่ม รองรับสภาวะเอลนีโญ” โดยสั่งการให้กรมฝนหลวงฯ ประสานงานกับกรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์การเพาะปลูกและดำเนินการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง รวมถึงปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเต็มอิ่มในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูฝนนี้ เพื่อให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับรองรับความต้องการน้ำ และป้องกันสถานการณ์ภัยแล้งจากสถานการณ์เอลนีโญ ที่จะส่งผลกระทบไปจนถึงกลางปี 2567 ตามแนวทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรอยู่ดีมีสุข มีรายได้มั่นคง ภาคการเกษตรแข็งแกร่ง เน้นการทำงานบูรณาการงานอย่างเข้มแข็ง รับมือภัยธรรมชาติด้วยการวางแผนอย่างชัดเจน เพื่อรับมือตั้งแต่การป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู เมื่อประสบเหตุภัยแล้งและภัยพิบัติทุกชนิด และการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงซึ่งกำชับให้ระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยด้วย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบแก่พื้นที่การเกษตรและประชาชน ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำเรื่องประสิทธิภาพความพร้อมของอากาศยาน อุปกรณ์ และเครื่องมือในการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับกรมฝนหลวงฯ ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฝนหลวงแบบเต็มอิ่มในพื้นที่ภาคกลางบริเวณลุ่มรับน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อเติมน้ำต้นทุนและช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร โดยแบ่งเป็น 4 ภารกิจจากการระดมกำลังจาก3 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ ภารกิจที่ 1 การก่อเมฆโดยหน่วยฯ นครราชสีมา ใช้เครื่องบิน CN 1 ลำภารกิจที่ 2 เลี้ยงให้อ้วนโดยหน่วยฯ ลพบุรีใช้เครื่องบิน CASA 2 ลำ ร่วมกับหน่วยฯ กาญจนบุรีใช้เครื่องบิน CARAVAN 2 ลำ ก่อนเติมสารฝนหลวง ที่หน่วยฯ ลพบุรี เพื่อทำภารกิจที่ 3 เลี้ยงเมฆซ้ำในพื้นที่เป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในก้อนเมฆให้มากที่สุด และภารกิจที่ 4 โดยหน่วยฯ นครราชสีมา ใช้เครื่องบิน Super King Air 1 ลำ บินปฏิบัติการโจมตีเมฆเย็น เพื่อเพิ่มปริมาณฝนให้ตกมากขึ้น เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจการระดมกำลังปฏิบัติการฝนหลวงอย่างเต็มอิ่ม

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้ให้กำลังใจผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ชุดบินปฏิบัติการฝนหลวง ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมถึงสนับสนุนให้หน่วยงานได้มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย พร้อมปฏิบัติงาน และมีงบประมาณพร้อมในการปฏิบัติภารกิจฝนหลวง เพื่อผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จ

‘ปศุสัตว์’ไม่ทน! ฟ้องกลับ‘อัจฉริยะ’หมิ่นประมาททุจริต‘หมูเถื่อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764817

‘ปศุสัตว์’ไม่ทน! ฟ้องกลับ‘อัจฉริยะ’หมิ่นประมาททุจริต‘หมูเถื่อน’

‘ปศุสัตว์’ไม่ทน! ฟ้องกลับ‘อัจฉริยะ’หมิ่นประมาททุจริต‘หมูเถื่อน’

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.19 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”พร้อม”นายด่านจังหวัดชลบุรี” ยื่นฟ้องคดีอาญา”อัจฉริยะ” ข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลอาญา กรณีโดนกล่าวหาทุจริตเรื่องหมูเถื่อนที่ท่าเรือแหลมฉบัง ยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนด้วยความถูกต้องโปรงใส มีพยานและหลักฐานชัดเจน

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2566 นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ได้เดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดา กรุงเทพฯ วันนี้ เพื่อยื่นฟ้องคดีความอาญาข้อหาหมิ่นประมาทต่อ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กรณีใส่ความและกล่าวหาตนและข้าราชการกรมฯ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ ปกปิดข้อเท็จจริง ไม่รายงานต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งการให้ข้อความเท็จดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดต่อบุคคล ทำให้ได้ความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณของตนและผู้ใต้บังคับบัญชา

“ผู้ถูกฟ้องร้อง มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลายช่องทาง โดยให้ข้อมูลแหล่งข่าวอันเป็นเท็จต่อสังคมหลายครั้งหลายหน และกล่าวว่าพวกผมทั้งสองคนกระทำการโดยทุจริต ประพฤติมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ ทำให้ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง เสื่อมเสียชื่อเสียง ขอยืนยันว่าตนและผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเสมอมา” นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวย้ำ

ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์สมชวน และนายสัตวแพทย์จิรภัทร ฟ้องร้องทั้งคดีหมิ่นประมาณและคดีอาญาต่อนายอัจฉริยะ เรียกร้องค่าเสียหายรวม 8 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ นายอัจฉริยะ ยื่นหนังสือและหลักฐานต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร้องทุกข์กล่าวโทษที่อธิบดีกรมปศุสัตว์และพวกร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ในกรณีมีกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลมีการปลอมเอกสารราชการของกรมปศุสัตว์สวมสิทธิ์การส่งออกตีนไก่ไปจีน สร้างความเสียหายอย่างมากแต่นายสมชวนกับพวกกับเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ

‘ไชยา’หนุนอาชีพกลุ่มทอผ้าเมืองคอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764685

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของกลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแคและกลุ่มทอผ้าบ้านเนินมวง ต.ขอนหาด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยติดตามการส่งเสริมอาชีพด้านหม่อนไหม ซึ่งมีเกษตรกรผู้ทอผ้าในพื้นที่ ต.ขอนหาด อ.ชะอวด 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค กลุ่มทอผ้าบ้านเนินมวง กลุ่มทอผ้าบ้านขอนหาด ศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค และกลุ่มกนกศิลป์ ที่มีการทอผ้ายกเมืองนครด้วยกี่ Jacquard ทอมือ ปัจจุบันเกษตรกรหมู่บ้านตรอกแค สามารถสร้างรายได้จากการทอผ้า 4,000,000 บาท / ปีและกลุ่มทอผ้ามีความต้องการผลักดันกลุ่มให้ใช้ไหมจากพื้นถิ่นในการผลิตผ้าไหมจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 100 ให้เป็นการทำผ้าไหมครบวงจรจนได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยเริ่มจากการปลูกหม่อนจัดทำโรงเรือนเลี้ยงไหมพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้สาธารณะกลุ่มทอผ้าของชุมชน

นายไชยา กล่าวว่า จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯทรงเยี่ยมศูนย์ศิลปาชีพ จ.นครศรีธรรมราช จึงส่งเสริมให้ฟื้นฟูการทอผ้าและเกษตรกรผู้ทอผ้าต้องการต่อยอดให้เกิดการผลิตครบวงจร โดยมอบหมายให้กรมหม่อนไหม ผลักดันลายผ้าไทยไปสู่นานาชาติภายใต้นโยบาย “ตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” ของรัฐบาล เริ่มจากการผลักดันให้ไหมไทยเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนการผลิตของสินค้าแบรนด์เนม และต่อยอดไปสู่การให้นางแบบเดินชุดผ้าไทยบนเวทีระดับโลก พร้อมทั้งส่งเสริมนักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีนวัตกรรมการผลิตลายผ้าสร้างสรรค์ลายผ้า หรือออกแบบเสื้อผ้าจากผ้าไทยที่มีลายอันเป็นเอกลักษณ์ ให้สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย มีความทันสมัย ใส่สบาย ส่วนรังไหมสดที่มีการสั่งซื้อจากทั่วประเทศ 5,000 ตันต่อปี แต่สามารถผลิตได้เพียง 1,000 ตันต่อปี กระทรวงเกษตรฯมีศูนย์วิจัยเกี่ยวกับผ้าไหมและรังไหมจึงส่งเสริมการใช้งานวิจัยมาปรับใช้กับสินค้าเกษตร

‘อนุชา’ลงพื้นที่พิษณุโลก แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764686

‘อนุชา’ลงพื้นที่พิษณุโลก  แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ

‘อนุชา’ลงพื้นที่พิษณุโลก แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลงพื้นที่ : นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ ใน อ.บางระกำ และ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รวมทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำประปาในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก พร้อมรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไข โดยมอบหมายกรมชลประทาน ดำเนินการอย่างบูรณาการ

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ อ.บางระกำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รวมทั้งการแก้ไขปัญหาน้ำประปาในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ว่าได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาและการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบจึงแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ รับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขระบบผลิตและระบบจ่ายน้ำประปาในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก โดยมอบหมายกรมชลประทาน ประสานหน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการ

จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำที่บึงตะเครง อ.บางระกำ รับฟังข้อเสนอแนะ รวมทั้งความต้องการของเกษตรกรในการเพิ่มศักยภาพการหน่วงน้ำในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล โดยจะเร่งรัดแผนการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ อาทิ ซ่อมแซมสิ่งสาธารณูปโภค ปรับปรุงอาคารชลประทาน ปรับปรุงยกระดับถนน ฯลฯ และส่งเสริมการประกอบอาชีพประมง หรืออื่นๆเพื่อให้ประชาชนมีรายได้เสริมในช่วงการหน่วงน้ำซึ่งจะเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำได้ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ในพื้นที่ 265,000 ไร่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่โครงการสามารถใช้ชีวิตอยู่กับน้ำในช่วงการหน่วงน้ำได้อย่างมั่นคง และปลอดภัย

สำหรับโครงการบางระกำโมเดล เป็นโครงการที่กรมชลประทานได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่แม่น้ำยมฝั่งขวาของ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยการพัฒนาแก้มลิงบึงตะเครง-บึงขี้แร้ง-บึงระมาณ สามารถเก็บกักน้ำได้รวม 30.74 ล้าน ลบ.ม.ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2558 จากความต้องการของประชาชนในการปรับตัวนำมาปรับปฏิทินการเพาะปลูกและแผนการบริหารจัดการน้ำนำมาสู่นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ

ขณะเดียวกัน ได้รับฟังปัญหาการระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทั้งลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำยม โดยได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณหลายโครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำน่าน จ.พิษณุโลก 2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งสาน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์หลายประการ อาทิ 1.สามารถเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่ออุปโภค-บริโภค และการเกษตรป้องกันภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน 2.มีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ 3.การใช้ชีวิตของประชาชนที่อยู่ใกล้แม่น้ำและคันกั้นน้ำ มีความมั่นคงและปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และ 4.รักษาระบบนิเวศทางด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ และความมั่นคงของตลิ่ง เป็นต้น

‘อภัย’ประธานการประชุม คกก.กักพืชถก4เรื่องสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764683

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกักพืช ครั้งที่ 1/2566ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ห้อง 123 และผ่านระบบ Zoom Meeting มีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุมดังนี้ 1.(ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง กำหนดด่านตรวจพืช (ฉบับที่.) พ.ศ.

2.(ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง กำหนดพืช จากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้น และเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 (ฉบับที่.) พ.ศ.,3.(ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่.) พ.ศ.และ 4.(ร่าง) ระเบียบกระทรวงเกษตรฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายค่าป่วยการและค่าพาหนะเดินทาง ตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่.) พ.ศ.

รองปลัดฯร่วมถก คกก.กองทุนออมฯ พิจารณา11ประเด็น แก้ไขข้อกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764684

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2566 โดยมีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุมดังนี้ 1.(ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการฯ หรือรองเลขาธิการฯ ด้านการลงทุน พ.ศ.,2.(ร่าง) คำสั่งคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาเลขาธิการฯ หรือ

รองเลขาธิการฯ ด้านการลงทุน 3.การพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของการต่ออายุสัญญาจ้างรองเลขาธิการด้านการลงทุน 4.การเสนอชื่อผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีกองทุนประจาปี 2567

5.การทบทวนแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 -พ.ศ. 2570) และการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2567,
6.(ร่าง) เกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2567 ของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) 7.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่ในการประชุมหารือ (ร่าง) ตัวชี้วัดการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2567

8.การปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมาย ตามความเห็นและข้อสั่งการ ของ รมว.คลัง เรื่องการบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม 9.แผนการดำเนินงานบริหารเงินลงทุนประจำปี พ.ศ. 2567, 10.การทบทวนโครงสร้างองค์กรกองทุนการออมแห่งชาติ 11.การคัดเลือกกรรมการซึ่งเป็นสมาชิก ภาคตะวันตกและ 12.(ร่าง) ระเบียบกองทุนการออมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการ

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764498

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร  ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สัมมนา : นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พลิกโฉมภาคเกษตรไทย ด้วยนโยบายการวิจัย นวัตกรรม และการรวมกลุ่ม” ที่โรงแรมแมนดาริน เพื่อนำเสนอผลการวิจัย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมฯ (GDP) เพิ่มสูงขึ้น

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“พลิกโฉมภาคเกษตรไทย ด้วยนโยบายการวิจัย นวัตกรรม และการรวมกลุ่ม” ที่โรงแรมแมนดาริน ถนนพระราม 4จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) แผนงานคนไทย 4.0 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการวิจัย เรื่อง “แพลตฟอร์มนโยบายข้าว ผัก และผลไม้” ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม

นายอนุชากล่าวว่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตร ที่ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจฐานราก” หากสามารถพัฒนาภาคเกษตรให้เข้มแข็ง จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ภาคเกษตรขยายตัวสูงขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร อย่างไรก็ดี แม้ตัวเลข GDP ภาคเกษตร มีสัดส่วนเพียง 8.9% ของ GDP รวม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วน 60.2% และภาคบริการมีสัดส่วน 30.9% ตามลำดับ แต่ภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ เปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ที่สร้างรายได้ให้กับประชากรไทยจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี

นอกจากนี้ภาคเกษตรกรยังพบปัญหาต่างๆ หลายด้าน เช่น การขาดแคลนเงินทุนและการขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ปัญหาต้นทุนการผลิตมีราคาสูงการขาดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม การขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นจึงมุ่งเน้นผลักดันนโยบายรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตภาคเกษตรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

นายอนุชากล่าวเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ สามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยตรง รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ อย่างไรก็ดีจากปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบและความเสียหาย จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูก หันมาทำปศุสัตว์ เช่น โครงการโคล้านครอบครัว ที่ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพราะความมุ่งหวังคืออยากเห็นรายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น

ฝนหลวงฯปรับแผน ปฏิบัติการฯให้เหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764496

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าได้ปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2566 โดยกำหนดให้ปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วยทั่วประเทศ โดยให้เครื่องบินเดินทางกลับที่ตั้งสนามบิน จ.นครสวรรค์ อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม กรมฝนหลวงฯได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว 3 ชุด โดยมีเครื่องบินสำหรับปฏิบัติการชุดละ 2 ลำ ชุดที่ 1 เป็นเครื่องบินขนาดกลาง 2 ลำ ส่วนชุดที่ 2 และชุดที่ 3 ใช้เครื่องบินขนาดเล็กชุดละ 2 ลำ เพื่อพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงให้กับพื้นที่ซึ่งยังมีความต้องการน้ำ ช่วงที่มีสภาพอากาศเหมาะสมเป็นระยะสั้นๆ เป็นการช่วงชิงสภาพอากาศในช่วงฤดูแล้งเพื่อรับมือสถานการณ์ความแห้งแล้งหลังจากนี้ไป

นายสุพิศ กล่าวอีกว่า สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2566 มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 188 วัน รวม 4,037 เที่ยวบินมีการรายงานฝนตกจากการปฏิบัติการ 184 วัน คิดเป็นร้อยละ 89.1 มีจังหวัดที่มีรายงานฝนตก 67 จังหวัด มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 192.63 ล้านไร่ และมีน้ำไหลเข้าเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 272 แห่ง ปริมาณน้ำสะสมรวม 599.73 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการปฏิบัติการฝนหลวงในระยะต่อจากนี้กรมฝนหลวงฯ ยังคงเน้นย้ำให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและให้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วงที่สภาพอากาศมีความเหมาะสม เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งมีความต้องการน้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ การป้องกันไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน การบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10 และ PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน