ชลประทานเดินหน้า รับมือฤดูฝนย้ำใช้12มาตรการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735873

ชลประทานเดินหน้า  รับมือฤดูฝนย้ำใช้12มาตรการ

ชลประทานเดินหน้า รับมือฤดูฝนย้ำใช้12มาตรการ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รับมือ : นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำ ลำดับความสำคัญ ทั้งเพื่อการอุปโภค-บริโภค ทำการเกษตรและรักษาระบบนิเวศ โดยใช้ 6 แนวทางปฏิบัติ ให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นไปตามเป้าประสงค์ เกษตรกรและพี่น้องประชาชน มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในทุกกิจกรรม

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,216 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรองรับปริมาณน้ำได้รวมกันประมาณ 30,463 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,494 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯรวมกัน รับน้ำได้รวมกันประมาณ 10,903 ล้าน ลบ.ม.

ขณะนี้ได้สิ้นสุดการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี2565/66 แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างรัดกุม โดยจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำ เพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก และปฏิบัติตาม 10 มาตรการฤดูแล้งปี 2565/66 นำมาสู่ 6 แนวทางปฏิบัติ ได้แก่ บริหารน้ำในอ่างฯ การจัดหาแล่งน้ำสำรอง การตรวจสอบความต้องการ การจัดสรรตามกิจกรรมหลัก การสำรองน้ำเก็บกักไว้ต้นฤดูฝน และการประเมินผลและประชาสัมพันธ์ ทำให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามเป้าประสงค์ เกษตรกรและพี่น้องประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ทั้งน้ำอุปโภค-บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม ที่สำคัญไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ทั้งยังสามารถควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักได้เป็นอย่างดีผลจากการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต รัดกุม ทำให้ปัจจุบันเรามีปริมาณน้ำสำรองในต้นฤดูฝนถึง 20,000 ล้าน ลบ.ม.จากแผนที่วางไว้ 16,000 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าแผนที่กำหนด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2566 ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับสถานการณ์ มีการปรับปฏิทินการเพาะปลูกในทุ่งบางระกำ และ 10 ทุ่งลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้พื้นที่ลุ่มต่ำเหล่านี้ได้ทำการเพาะปลูกและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง ช่วยลดความเสียหายต่อผลผลิต ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด ด้วยการกำหนดมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย กำหนดพื้นที่ กำหนดคน และจัดสรรทรัพยากร รวมทั้งประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ผู้เกี่ยวข้องและพี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญการบริหารจัดการน้ำโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชนให้ได้มากที่สุด

‘รมว.เฉลิมชัย’หนุนงานวิจัยพันธุ์ข้าว พร้อมยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735849

‘รมว.เฉลิมชัย’หนุนงานวิจัยพันธุ์ข้าว พร้อมยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรไทย

‘รมว.เฉลิมชัย’หนุนงานวิจัยพันธุ์ข้าว พร้อมยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรไทย

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.48 น.

“รมว.เฉลิมชัย”หนุนงานวิจัยพันธุ์ข้าว เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน ชูเทคโนโลยี นวัตกรรมพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไทยแข่งขันตลาดโลก พร้อมยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรไทย

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปิดการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจําปี 2566 ภายใต้แนวคิด “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ณ กรมการข้าว เกษตรกลางบางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติในงาน โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบรางวัลชนะเลิศการประกวดแข่งขันแฟนพันธุ์แท้ข้าวไทย การประกวดวาดภาพสีโปสเตอร์ภายใต้หัวข้อ “ข้าวและชาวนาไทย” และการประกวดงานศิลปะ เรียงเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้หัวข้อ “กสิกรรม นําไทยยั่งยืน” ให้กับผู้ชนะการแข่งขัน

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ซึ่งเกษตรกรจะได้รับประโยชน์และมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังได้รับองค์ความรู้จากเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ ภายในงาน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ได้ฝากให้กรมการข้าวเดินหน้าผลักดันงานวิจัยสายพันธุ์ข้าว ให้มีผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรฯ อีกทั้งเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้  ยังต้องมุ่งเน้นการเผยแพร่งานวิจัยไปยังศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ และกลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่อีกด้วย

“ขอฝากไปยังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้ยึดหลักว่าพี่น้องเกษตรกรคือคนในครอบครัว เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และต่อยอดนโยบายที่ดีอยู่แล้วให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนผลักดันขยายการส่งออกข้าวไทยไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ติดตามรับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้ง” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดแข่งขันดังกล่าว และชื่นชมต่อความสําเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งการจัดงานทําให้เกษตรกร และผู้สนใจได้รำลึกถึงความสําคัญของข้าว ในฐานะพืชที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน ตลอดจนได้รับทราบองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว การยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สนองความต้องการของตลาด พร้อมทั้งการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนําไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ต่อไป

ทั้งนี้ ตามที่กรมการข้าวได้จัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสําหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจําปี 2566 ระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2566 ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อให้ประชาชนรําลึกถึงความสําคัญของข้าว ในฐานะพืชที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว การยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สนองความต้องการของตลาด พร้อมทั้งการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมงานได้รับทราบและนําไปประยุกต์ใช้ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรชาวนา วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ นิทรรศการ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงงานด้านข้าวและชาวนา นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนา นิทรรศการและการแสดงผลงานขององค์กรชาวนาหน่วยงาน ราชการ และภาคเอกชน การจัดเวทีเสวนาข้าวและชาวนา การสาธิตและประกวดแข่งขันและการจําหน่ายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานและรับชม ผ่านทางออนไลน์ จํานวน  76,055 ราย ทําให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานอีก 2 จังหวัด ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2566 และ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2566 อีกด้วย

– 006

รองปลัดฯถกคกก.อนุสัญญาฯ ต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735628

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ครั้งที่ 1/2566 โดยมีผู้แทนจากกรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยสรุปผลการประชุม ดังนี้ 1.ที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานสถานการณ์และความเชื่อมโยงของอนุสัญญา UNCCD กับการดำเนินงานของประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญา UNCCD โดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2544 จากประเทศสมาชิกทั้งหมด 197 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในลำดับที่ 174 โดยกรมพัฒนาที่ดินทำหน้าที่รับผิดชอบ ในฐานะหน่วยงานผู้ประสานงานระดับชาติ (National Focal Agency) เพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานความร่วมมือภายในและระหว่างประเทศ ในการพัฒนาการต่อต้านความเสื่อมโทรมของที่ดิน การบรรเทาภัยแล้งและแก้ไขปัญหาความยากจน

2.ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการขับเคลื่อนการจัดทำเป้าหมายและตัวชี้วัดความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน (LDN) และรายงานการจัดทำฐานข้อมูลระดับพื้นที่ตั้งแต่ ปี 2564-2566 ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน (Land Use Change : LUC ) 2) ผลิตภาพของที่ดิน (LandProductivity : LP) และ 3) การสะสมอินทรีย์คาร์บอนในดิน (Soil Organic Carbon Stock: SOC Stock)

3. ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการประชุมรัฐภาคี COP 15 ได้แก่ 1) การร่วมกันพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย 2) การติดตามการประเมินผลการดำเนินงานในช่วงกลางของแผนยุทธศาสตร์ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ปี 2561-2573 , 3) การพัฒนาการดำเนินงานความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดินและการพัฒนาวิชาการ นโยบาย และการเผยแพร่ความรู้ 4) แผนการดำเนินงานอนุสัญญา ระยะเวลา 4 ปี (2565-2568) และ 5) การพัฒนากระบวนการสื่อสารข้อมูล คุณภาพและรูปแบบของรายงานที่จะเสนอต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย

4.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ปี 2566-2573 และกำหนดจัดการประชุม 3 ครั้ง ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2566 โดยมี รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิชรอง ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินการ และ 5.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการจัดงานกิจกรรมวันทะเลทรายและภัยแล้งโลก ปีงบประมาณ 2566 โดยมีกรอบการจัดงานในเรื่องการส่งเสริมสิทธิสตรีต่อการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน “Her Land Her Right”

เกษตรฯคุยคณะกรรมการ กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735630

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรฯ มีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.ผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดของกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชประจำปีบัญชี 2566 (ณ วันที่ 30 เมษายน 2566) 2.การเงินของกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช สาหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565

3.บันทึกข้อตกลงการประเมินผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2566, 4.การเรียกให้ทุนหมุนเวียนนำทุนหรือกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ปีบัญชี 2565 และ 5. ร่างคู่มือการบริหารความเสี่ยงกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช ประจำปี 2566

สุโขทัยเตรียมพร้อม ใช้12มาตรการรับมือ เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง มั่นใจน้ำใช้พอเพียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735624

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายโสภญัญ์ศรี สว่างวรกุล ผอ.โครงการชลประทานสุโขทัย กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะทำให้ฝนต่ำกว่าค่าปกติ ซึ่ง จ.สุโขทัย ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีฝนตกและอุณหภูมิยังร้อนกว่าปกติ คาดว่าอาจจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2566 เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จึงวางแผนบริหารจัดการน้ำตาม 5 มาตรการ ในการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนของกรมชลประทาน คู่กับการปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือ ฤดูฝนปี 2566 ของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) โดยคำนึงถึงการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคอันดับแรก และน้ำเพื่อการเกษตรเป็นลำดับถัดไป รวมถึงพื้นที่นอกเขตชลประทาน

สำหรับการจัดสรรน้ำในเขตชลประทานการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ปี 2566 ของ จ.สุโขทัย ได้วางแผนจัดสรร ดังนี้ จัดสรรเพื่อการอุปโภค-บริโภค 9.82 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เพื่อการเกษตร 331.87 ล้าน ลบ.ม.รักษาระบบนิเวศ 13.12 ล้าน ลบ.ม.และอื่นๆ 2 ล้าน ลบ.ม.รวม 356.81 ล้าน ลบ.ม.โดยเขตชลประทาน วางแผนให้เกษตรกรปลูกข้าวนาปี 406,557 ไร่ พืชไร่-พืชผัก 58,718 ไร่ และไม้ยืนต้น 4,088 ไร่ ซึ่งกรมชลประทาน จัดสรรน้ำให้เพียงพอกับความต้องการแน่นอน อย่างไรก็ดี การปลูกพืชจะให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลัก ส่วนน้ำจากแหล่งน้ำชลประทานจะจัดสรรน้ำเสริมตามความต้องการเท่านั้น สำหรับสถานการณ์น้ำต้นทุนในพื้นที่ จ.สุโขทัย มีอ่างเก็บน้ำ 6 แห่ง และแก้มลิง 2 แห่ง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกัน 91 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 37 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ฝนหลวงฯรับมือภัยแล้งจาก‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735629

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบันมีฝนตกเพียงเล็กน้อย ทำให้สถานการณ์น้ำและความชื้นในดินมีค่อนข้างต่ำ พื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่มีอยู่ประมาณ 78% หรือประมาณ 116 ล้านไร่ จากพื้นที่เกษตรกรรมและป่าไม้ทั้งหมด 230 ล้านไร่ ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกขณะเดียวกันมีเกษตรกรและประชาชนขอรับบริการฝนหลวงเข้ามาจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ (ข้อมูลการขอฝนวันที่ 1-14 พฤษภาคม 2566) 1,387 ราย จาก 64 จังหวัด 459 อำเภอ รวมถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เริ่มมีปริมาณเก็บกักลดน้อยลงตามลำดับ บางแห่งมีปริมาณน้ำต่ำกว่า 50%

ทั้งนี้ ทางกรมชลประทานขอสนับสนุนให้กรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติการเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ 70 แห่ง อีกทั้งจากการคาดการณ์สภาพอากาศปี 2566พบว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะส่งผลกระทบให้มีฝนตกน้อยกว่าปี 2565 เกิดฝนทิ้งช่วงตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป และเกิดความแห้งแล้งจากอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ จึงสั่งการให้ปรับแผนการทำงานเพื่อรับมือกับภัยแล้ง โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วย ทั่วทุกภูมิภาคใช้อากาศยานของกรมฝนหลวงฯ 23 ลำ และอากาศยานจากกองทัพอากาศ 6 ลำ รวม 29 ลำ ได้แก่ ภาคเหนือตอนบนตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.เชียงใหม่และ จ.ตาก ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.พิษณุโลก ภาคกลาง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ลพบุรี และ จ.กาญจนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ขอนแก่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานี ภาคตะวันออกตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.จันทบุรี ภาคใต้ ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

‘ชป.’จัดประชุมสัญจรรับมือฝนปี 66 ย้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต้นฤดู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735672

‘ชป.’จัดประชุมสัญจรรับมือฝนปี 66 ย้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต้นฤดู

‘ชป.’จัดประชุมสัญจรรับมือฝนปี 66 ย้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต้นฤดู

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.34 น.

‘ชป.’จัดประชุมสัญจรรับมือฝนปี 66 ย้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต้นฤดู  

6 มิ.ย.2566 ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำสัญจร เตรียมรับมือฤดูฝนปี 66 ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12  นายชัยรัตน์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12  นายยศดนัย น้อยแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุพรรณบุรี นายธรรมนูญ บำรุงเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ก่อนจะลงพื้นไปติดตามการเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนของอาคารชลประทานต่างๆ ในเขตพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีตามลำดับ   

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า  การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก และการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี 66  รวมทั้งพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน  โดยได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล และทุกโครงการชลประทานในพื้นที่ ร่วมบูรณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการวางแผนเตรียมรับมือฤดูฝน ตาม 12 มาตรการที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนด ซึ่งได้มีการเน้นย้ำให้ติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดการณ์ว่าในช่วงต้นฤดูฝนนี้จะเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง และมีปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ  เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการน้ำและวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพื้นที่ รวมไปถึงวางแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำในอนาคต   ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำให้เกษตรกรได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้น้ำฝนในการเพาะปลูกเป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย รวมทั้งรณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนและเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม  ตลอดจนตรวจสอบอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ  หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางอย่างสม่ำเสมอ และจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยได้ทันที  

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (6 มิ.ย.66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 40,265 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีกประมาณ 36,072 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,590 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีกประมาณ 13,281 ล้าน ลบ.ม. 

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์  รวมทั้งปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดอย่างเคร่งครัด  เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

‘กรมหม่อนไหม’ย้ำผลิตผ้าไหมตามมาตรฐาน ด้วยสัญลักษณ์’นกยูงไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735558

‘กรมหม่อนไหม’ย้ำผลิตผ้าไหมตามมาตรฐาน ด้วยสัญลักษณ์’นกยูงไทย’

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.20 น.

สัญลักษณ์ “นกยูงไทย” หรือตรานกยูงพระราชทาน เป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ซึ่งตรวจประเมินและรับรองคุณภาพ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต โดยกรมหม่อนไหม

กรมหม่อนไหม ตอน 4 การผลิตผ้าไหมตามมาตรฐาน ตรานกยูงพระราชทาน และ Certified Thai Silk Shop https://youtu.be/26S8DbVQIBM

‘กรมหม่อนไหม’ให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานแปลงหม่อน-เส้นไหม-ผ้าไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735516

‘กรมหม่อนไหม’ให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานแปลงหม่อน-เส้นไหม-ผ้าไหม

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.02 น.

กรมหม่อนไหมเปิดขอบข่ายการให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐาน ทั้งหม่อนอินทรีย์และหม่อน GAP โดยเฉพาะหม่อน GAP ยกระดับและพัฒนาระบบการให้บริการในรูปแบบดิจิทัล

กรมหม่อนไหม ตอน 3 การตรวจสอบรับรองมาตรฐานแปลงหม่อน เส้นไหม และผ้าไหม https://youtu.be/Yo3rwMFIE0M

เกษตรฯหนุนปลูกต้นพลังงานที่นาดอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735356

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือกำหนดแนวทางส่งเสริมการปลูกต้นพลังงานในพื้นที่นาดอน โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยที่ประชุมรับทราบและมีมติเห็นชอบเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1.รับทราบความคืบหน้าของการจัดทำแนวทางการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรด้วยการผลิตไฟฟ้า และพลังงานความร้อนจากพืชพลังงาน ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับ ได้แก่ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มรายได้มากขึ้น เกิดการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตไฟฟ้า เกิดธุรกิจต่อเนื่องของเกษตรกรในชุมชน และภาครัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาในพื้นที่ไม่เหมาะสม ด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชพลังงานสำหรับผลิตเป็นไฟฟ้า

2.รับทราบข้อมูล และความเป็นไปได้ในการปลูกต้นยูคาลิปตัส โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัสทั้งประเทศ 2.69 ล้านไร่ พบมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมา ได้แก่ ภาคตะวันออกตะวันตก เหนือ และภาคกลาง ตามลำดับ 3.รับทราบแนวทางการทำสัญญาซื้อ-ขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์มกับคู่สัญญา ซึ่งสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ต้องการข้อมูลการดูแลรักษาต้นยูคาลิปตัสตามหลักวิชาการ เพื่อใช้ร่างสัญญาที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีบริษัท ดับเบิ้ลเอ1991 จำกัด (มหาชน) ให้ความสนใจรับซื้อผลผลิตจากไม้ยูคาลิปตัสในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล และบริษัท บิ๊กซี ให้ความสนใจรับซื้อผลผลิตในการผลิตกระดาษชำระ และ 4.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบข้อมูลการสำรวจพื้นที่ความต้องการส่งเสริมการปลูกต้นพลังงานในพื้นที่ S3/N และพื้นที่อื่นๆ และให้กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำรวจความต้องการเพาะปลูกของเกษตรกร และให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการรวบรวมต่อไป