‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ส่งเสริมปลูกผักบุ้งขายเมล็ดพันธุ์ ทดแทนข้าวในฤดูนาปรังสร้างรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724054

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ส่งเสริมปลูกผักบุ้งขายเมล็ดพันธุ์ ทดแทนข้าวในฤดูนาปรังสร้างรายได้เกษตรกร

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.49 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริม สนับสนุน โครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย เสริมสร้างรายได้แก่เกษตรกร

เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง เกษตรกรส่วนใหญ่ประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก และผลผลิตอาจได้รับความเสียหายจากสภาพแห้งแล้งที่เกิดขึ้น กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ จังหวัดสุโขทัย มีการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนาปรัง โดยมีการปลูกพืช ประเภทพืชผัก ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชที่มีอายุไม่เกิน 120 วัน โดยเฉพาะอำเภอศรีนคร ซึ่งเป็นอำเภอที่มีการปลูกผักบุ้งมากที่สุดของจังหวัดสุโขทัย ได้ผลตอบแทนสูงกว่าการปลูกข้าวนา

DOAE ตอนที่ 1 ปลูกผักบุ้งขายเมล็ดพันธุ์ ทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง สร้างรายได้ดีให้เกษตรกรชาวสุโขทัย https://youtu.be/5V0AAW82PbU

– 006

รองปลัดฯมอบรางวัล นักกีฬา‘OPSMOACSport’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723788

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายจากนายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่นักกีฬาในการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิส กิจกรรม OPSMOAC Sport Club ครั้งที่ 1 เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 ที่ห้องประชุม 115โดยมี น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดฯ และผู้อำนวยการสำนัก/กอง ในสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมพิธี

ทั้งนี้ กิจกรรม OPSMOAC Sport Club เป็นกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ อันจะนำไปสู่ความรักและความผูกพันของบุคลากรภายในองค์กร และเสริมสร้างให้บุคลากรมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัยในเกมส์ ซึ่งตามแผนส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 การขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กร “HOPE” มุ่งเน้นส่งเสริมให้มีการสร้างทีมงาน และสร้างเครือข่ายในการทำงานให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นอันเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนงานของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ประสบผลสำเร็จ และสัมฤทธิผลต่อไป

กรมข้าวจับมือเอกชน รับซื้อคาร์บอนเครดิตชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723785

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ต้อนรับ นายนพดลประเสริฐสุโข ประธานบริษัท โกลบอลเบสท์อินเตอร์เทรด จำกัด ตัวแทนบริษัทจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือถึงแนวทางความร่วมมือในการรับซื้อคาร์บอนเครดิตในนาข้าว เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางในการยกระดับรายได้ให้ชาวนา ซึ่งบริษัทฯมีเป้าหมายในการส่งเสริมการรับซื้อคาร์บอนเครดิตจากเกษตรกร โดยจะนำร่องรับซื้อเขตนาชลประทานกว่า2 ล้านไร่

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า รับนโยบายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ และนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในการกำกับดูแลงานด้านข้าว โดยให้ความสำคัญกับการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของตลาดคาร์บอนเครดิตที่พี่น้องชาวนาจะได้รับ จึงถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ชาวนา เพื่อทำความเข้าใจถึงคำว่าคาร์บอนเครดิต และสร้างความตระหนักรู้ถึงประโยชน์ที่พี่น้องชาวนาจะได้รับ หากมีการทำคาร์บอนเครดิตขึ้น โดยขณะนี้กรมการข้าว ได้นำร่องพื้นที่สร้างรายได้จากการทำคาร์บอนเครดิต ใน จ.สุพรรณบุรี เป็นที่แรก โดยสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ได้เข้ามาส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตให้กับชาวนา อ.เดิมบางนางบวช และ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งถือเป็นอำเภอนำร่อง

ทั้งนี้ มีการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้ชาวนา โดยเป็นการนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เข้ามาใช้ในการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ (Laser Land Levelling) ที่จะช่วยให้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ นอกจากนี้ หลังการเก็บเกี่ยว ยังตั้งเป้าในการรณรงค์ให้ชาวนาลดการเผาตอซังข้าว ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนาสร้างรายได้เสริม รวมทั้งจะพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อบันทึกข้อมูลการทำนาแบบลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของชาวนา ให้สอดรับกับการส่งเสริมให้ชาวนาหันมาสนใจในการขายคาร์บอนเครดิต อีกทั้งจะมีการจัดฝึกอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงเรื่องคาร์บอนเครดิตให้กับศูนย์ข้าวชุมชนและชาวนาอาสาในเขตจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในอนาคต

เกษตรฯประชุมร่วม คกก.ส่งเสริมปราชญ์ เกษตรของแผ่นดิน แต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723784

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ครั้งที่ 1/2566ที่ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรฯ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมให้เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ. 2566

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินกระบวนการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินในสาขาต่างๆ ประกอบด้วย สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงสาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น และสาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย โดยบุคคลผู้ผ่านการสรรหาและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินในแต่ละสาขา จะได้รับพระราชทานโล่รางวัลและเงินทุนเกียรติยศจากกระทรวงเกษตรฯ

กรมชลฯจัดการน้ำให้เพียงพอฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723787

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 49,923 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 25,982 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 15,398 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุอ่างฯ รวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ 8,702 ล้าน ลบ.ม.ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดี จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 65/66 ทั้งประเทศไปแล้ว 19,530 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 71 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 7,058 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 78 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.)ด้านผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกไปแล้ว 9.96 ล้านไร่ หรือร้อยละ 96 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกไปแล้วประมาณ 6.31 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 95 ของแผนฯ

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าช่วงฤดูแล้งนี้จะมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จึงได้กำชับให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต เพื่อสนับสนุนใน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ อุปโภค-บริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม ให้เพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง พร้อมเตรียมแผนสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนให้เพียงพอให้ปฏิบัติตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด รวมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอใช้ตลอดทั้งปี

กรมวิชาการเกษตรกระชับความสัมพันธ์ไทย-เปรู เล็งเปิดตลาดมะพร้าวน้ำหอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723732

กรมวิชาการเกษตรกระชับความสัมพันธ์ไทย-เปรู เล็งเปิดตลาดมะพร้าวน้ำหอม

กรมวิชาการเกษตรกระชับความสัมพันธ์ไทย-เปรู เล็งเปิดตลาดมะพร้าวน้ำหอม

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้การต้อนรับ คุณเซซิเลีย กาลาเรตา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย โดยเข้าเยี่ยมคารวะเนื่องในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างไทย – เปรู ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ราบรื่นและฉันท์มิตร ตั้งแต่ปี 2508 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 58 ปี ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงานอธิบดีกรมวิชาการเกษตร

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า นับเป็นโอกาสดีที่จะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเปรูให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งด้านการขยายความร่วมมือทางการค้าและความร่วมมือด้านการเกษตร ซึ่งปัจจุบันสินค้าเกษตรที่ประเทศไทยอนุญาตให้นำเข้าจากเปรู ได้แก่ เมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ ผลองุ่นสด ผลอะโวกาโดสดพันธุ์แฮส และ บลูเบอรี่ ซึ่งสาธารณรัฐเปรูสามารถส่งออกผลอะโวกาโดพันธุ์แฮสมายังประเทศไทยได้ตั้งแต่ปี 2562 โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้าผลอะโวกาโดสดจากสาธารณรัฐเปรู พ.ศ.2562 ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการแมลงศัตรูพืชกักกัน นอกจากนี้ จะต้องมีการตรวจสอบระบบการส่งออกผลอาโวกาโดสดพันธุ์แฮส โดยกรมวิชาการเกษตรเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการตรวจสอบระบบ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2562 ระหว่างวันที่ 12 – 24 มิ.ย.โดยครั้งที่ 2 ได้เลื่อนออกไปเนื่องจากการระบาดของสถานการณ์โควิค (ระหว่างปี 2563 – 2565) แต่ทางกรมวิชาการเกษตรยังอนุญาตให้นำเข้าได้ ส่วนการตรวจสอบระบบครั้งที่ 2 กำหนดระหว่างวันที่ 14 – 24 เม.ย2566 ซึ่งกรมวิชาการเกษตรคาดว่าผลการตรวจสอบระบบครั้งที่ 2 จะประสบผลสำเร็จด้วยดี  นอกจากนี้สาธารณรัฐเปรูยังได้ยื่นขอเปิดตลาดผลทับทิมสดจากเปรูมายังประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้เริ่มต้นกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชสำหรับการนำเข้าผลทับทิมสดจากเปรูแล้วตามแผนการดำเนินงานในปี 2566

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อไปว่า จากการหารือในเบื้องต้นกรมวิชาการเกษตรมีแผนที่จะเปิดตลาดส่งมะพร้าวน้ำหอมไปยังสาธารณรัฐเปรู เพื่อเป็นการส่งเสริมการส่งออกสินค้าพืชของไทยอีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจากมะพร้าวถือเป็นสุดยอดสินค้าที่มีความนิยมเพิ่มขึ้น อีกทั้งมะพร้าวยังถูกจัดอยู่ในประเภทสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ หรือ Superfoods ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภครับทราบถึงคุณประโยชน์ที่ดีทางด้านสุขภาพ ซึ่งทางเปรูได้ให้ความเห็นว่ามะพร้าวน้ำหอม มะม่วง และแก้วมังกรจากประเทศไทยเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในตลาดเปรู

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง’ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723734

'อธิบดีกรมข้าว'ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง'ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี'

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยงาน! ตรวจความก้าวหน้าก่อสร้าง’ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี’

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.46 น.

“อธิบดีกรมข้าว”ลุยงานตรวจความก้าวหน้าก่อสร้างศูนย์เมล็ดสุพรรณ หวังเพิ่มโอกาสเกษตรกรเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและเร่งรัดการเบิกจ่าย โครงการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี บนพื้นที่กว่า 20 ไร่

อธิบดีกรมการข้าว​ เปิดเผยภายหลังการตรวจพื้นที่ในการสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรีว่า กรมการข้าวได้ดำเนินงานโครงการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเพิ่มเติมในจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกข้าวมากกว่า 300,000 ไร่ต่อปี (นาปีและนาปรัง) และยังไม่มีหน่วยงานที่มีภารกิจในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยาย ชั้นพันธุ์จำหน่ายอยู่ในพื้นที่  ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรี พร้อมติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ และครุภัณฑ์สำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน วงเงินกว่า 250 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการประชาชนได้ในปีงบประมาณ 2567

“หากสร้างศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุพรรณบุรีแห่งนี้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะมีกำลังการผลิตเมล็ดพันธุ์ไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน/ปี ซึ่งจะช่วยขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวภาพรวมของกรมการข้าว เกิดหน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการและบริการประชาชนในพื้นที่ ตอบสนองนโยบายของรัฐในการส่งเสริมการผลิตข้าวผ่านโครงการต่างๆ สร้างความมั่นคงทางเมล็ดพันธุ์ของประเทศ ตลอดจนให้เกษตรกรได้มีเมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพใช้เพาะปลูก อีกทั้งเพื่อเป็นการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในพื้นที่ขาดแคลนต่อไป” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

– 006

‘มนัญญา’เปิดฤดูกาลทุเรียน ชูกลไกสหกรณ์หนุนการผลิต-ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723526

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์การบริโภคผลไม้คุณภาพภาคตะวันออก โดยกระจายสู่ตลาดภายในประเทศผ่านกลไกสหกรณ์ และมอบแนวทางการจัดการผลไม้ภาคตะวันออก โดยมี นายธวัชชัย นามสมุทรรอง ผวจ.จันทบุรี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง จำกัด จ.จันทบุรี

น.ส.มนัญญากล่าวว่า มีนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้าเกษตร ระหว่างเกษตรกร ผู้ผลิตกับผู้ขาย โดยใช้กลไกสหกรณ์ในการขับเคลื่อนส่งเสริมให้สหกรณ์มีบทบาทในการจัดการผลผลิตและการจัดการตลาดให้กับผลผลิตของสมาชิกอย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตของเกษตรกร เพื่อให้สินค้าเกษตรมีตลาดรองรับที่แน่นอนในราคาที่เป็นธรรม รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคผลไม้คุณภาพภาคตะวันออก และกระจายสินค้าสู่ตลาดภายใน จึงสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิต / ธุรกิจการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งผลจากการสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 53 แห่ง ใน จ.จันทบุรี ตั้งแต่ปี 2562-2566 เป็นวงเงินกู้ยืมกว่า 272,410,000 บาท ก่อให้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจฐานรากให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมีเกษตรกรสมาชิกใน จ.จันทบุรี มากกว่า 7,628 ราย ที่ได้รับประโยชน์จากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์

ทั้งนี้ จ.จันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการผลิตผลไม้คุณภาพ โดยมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลิตผล ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ และลำไย 9 แห่ง โดยปี 2565 สหกรณ์สามารถรวบรวมและกระจายผลผลิตไปยังตลาดปลายทางต่างๆ ทั้งตลาดภายในประเทศ ตลาดต่างประเทศห้างโมเดิร์นเทรด และเครือข่ายสหกรณ์/ ผู้บริโภคภายในประเทศ เป็นปริมาณกว่า 6,895 ตัน

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ส่งเสริมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีให้กับเกษตรกรสมาชิกใน จ.จันทบุรี เพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับเกษตรกร เจ้าของสวน คนตัด และล้ง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจรับรองแหล่งผลิตพืช GAP ครบ 100% และในปี 2566 ได้เพิ่มความเข้มข้นโดยเปิดอบรมโครงการฝึกอบรมแรงงานเทคนิคการตัดและคัดแยกผลทุเรียนให้นักตัดเพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ น.ส.มนัญญา ได้มอบเงินกองทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อบริหารจัดการธุรกิจรวบรวมผลไม้ในสถาบันเกษตรกร ปี 2566 วงเงิน 11.6 ล้านบาท แก่ผู้แทนสหกรณ์ 5 แห่ง และพบปะสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร ผู้แทนภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างการรับรู้ให้เข้าใจนโยบายกระทรวงเกษตรฯ

มกอช.ร่วมผลักดัน มาตรฐานเซรามิก รับรองข้อกำหนด สมาชิกในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723524

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.เมทนี สุคนธรักษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) รับมอบหมายจาก นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช.กล่าวว่า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุม ACCSQ Prepared Foodstuff Product Working Group (PFPWG) ครั้งที่ 36 และการประชุมที่เกี่ยวข้องโดยการประชุม PFPWG ได้รับรองเอกสารวัสดุสัมผัสอาหารของอาเซียน (เซรามิก) หรือ ASEAN Guidelines on Specific Measures for Ceramic Articles Intended to Come into Contact with Foodstuffs ซึ่งเอกสารอาเซียนฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางเกี่ยวกับมาตรการเฉพาะสำหรับเซรามิกที่ใช้สัมผัสกับอาหาร และเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาการใช้เซรามิก ที่มีความปลอดภัย ครอบคลุมเซรามิกทั้ง flatware, hollowware (small, large, storage และ cups and mugs) และ cooking ware โดยประกอบด้วยข้อกำหนดที่สำคัญ เช่น ตารางแสดงค่า Specific limits on the migration ของตะกั่วและแคดเมียม วิธีการทดสอบ และเอกสารรับรอง(declaration of compliance)

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ไทยนำเสนอกรอบเวลาในการปรับแก้ไขเอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจประเมินระบบการตรวจสอบและการให้การรับรองด้านสุขลักษณะอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของประเทศสมาชิก เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานตามข้อตกลงการยอมรับร่วม MRA on PF อย่างมีประสิทธิภาพ

รองปลัดฯถกคกก.ยุทธศาสตร์ยางฯ20ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723527

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 1/2566 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยสรุปผลการประชุม ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบเรื่องการปรับเปลี่ยนผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศ เนื่องจากผู้แทนเกษตรกรฯ ท่านเดิมหมดวาระ จึงมีการสรรหาผู้แทนเกษตรกรฯ ท่านใหม่ เพื่อเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี

2.ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจพื้นที่ปลูกยางของประเทศไทยและการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 3.ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ.2566-2580 ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ ไตรมาสที่ 1 โดยมีโครงการ/กิจกรรมที่บรรลุเป้าหมายแล้ว 134 โครงการ 11 กิจกรรม และโครงการ/กิจกรรม ที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย 5 โครงการ 2 กิจกรรม ทั้งนี้ ประธานฯ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรม ให้บรรลุเป้าหมายต่อไป

4.ที่ประชุมได้พิจารณาทบทวนแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ. 2566–2580 ประจำปีงบประมาณ 2566 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการพัฒนาปัจจัยสนับสนุน โดยมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแผนงานในบางโครงการ/กิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกัน ซึ่งที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ ดำเนินการตามความเห็นของที่ประชุมต่อไป