เชฟป้อมรังสรรค์ 4 เมนูสเปเชียลผสานความจัดจ้านจากซอสต๊อดเย็นตาโฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/678373

วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 10:50 น.เชฟป้อมรังสรรค์ 4 เมนูสเปเชียลผสานความจัดจ้านจากซอสต๊อดเย็นตาโฟ

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ชวนลิ้มลองของเด็ดจากฝีมือเชฟดัง Chef Pom X Made By TODD Episode1 : “จัดจ้านต้องชม” เมื่อศิลปศาสตร์อาหารจีน ผสมผสานความจัดจ้านไปกับซอสต๊อดเย็นตาโฟ!!!

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ 

เรียกความตื่นเต้นของนักชิมในสายเลือดได้เป็นอย่างดี เมื่อครั้งนี้ เชฟป้อม นำเสนอเมนูสุดจัดจ้านที่บรรจงคัดสรรค์วัตถุดิบชั้นยอด ผ่านการปรุงแบบศิลปศาสตร์อาหารจีน ผสมผสานความจัดจ้านไปกับซอสต๊อดเย็นตาโฟ สู่ 4 เมนูสเปเชียลที่อร่อยอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องครีเอทแบบสุดๆ ชูความอร่อยด้วยส่วนผสมเด็ดอย่าง ซอสเย็นตาโฟ ที่จะทำให้ทุกคนลืมภาพเย็นตาโฟแบบเดิมๆ ไปเลย กับสไตล์อาหารเหลาของเหล่าเมนูอาหารจีนขึ้นชื่อ 

แสร้งว่าเส้นหมี่เย็นโตโฟ
แสร้งว่าเส้นหมี่เย็นโตโฟ
ซี่โครงหมูหมักเต้าหู้ยี้ซอสเย็นโตโฟแอบแซ่บ
ซี่โครงหมูหมักเต้าหู้ยี้ซอสเย็นโตโฟแอบแซ่บ
เกือบจะเป็นเย็นโตโฟ
ซาลาเปาซอสเย็นโตโฟ
ซาลาเปาซอสเย็นโตโฟ

อยากรู้ว่าอาหารเหลาในแบบเชฟป้อมที่ผสานจนกลมกล่อมและจัดจ้านด้วยซอสต๊อดเย็นตาโฟ Episode นี้จะเด็ดแค่ไหน ไปกันได้ที่ร้าน Chef Pom Chinese Cuisine By TODD ถนนพระราม 3 วันนี้ – 31 มีนาคม 2565 สำรองที่นั่งได้ที่ 091-407-5687 หรือ Line @Chefpomcuisine สั่งผ่าน Online ได้ทาง Line Man , Grab Food  ตั้งแต่เวลา 11.30-20.00 น.

ซูมร้านเปิดใหม่ใน Thai Taste Hub กับ 3 ร้าน 3 สไตล์ที่พร้อมครองใจสายสตรีทฟู้ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677820

วันที่ 11 มี.ค. 2565 เวลา 14:05 น.ซูมร้านเปิดใหม่ใน Thai Taste Hub กับ 3 ร้าน 3 สไตล์ที่พร้อมครองใจสายสตรีทฟู้ด

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของนักเดินทาง ‘คิง เพาเวอร์ รางน้ำ’ พาเหรดสุดยอดร้านอร่อยมารวมไว้ใน ‘Thai Taste Hub’ พร้อมนำเสนอ 3 ร้านน้องใหม่รสชาติไม่ธรรมดา อย่าง ‘รสดีเด็ด, หน่ำเตียง และ หนม-จีน ฮับ’

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวครั้งนี้ พาไปที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ สัมผัสความอร่อยระดับตำนานในย่านใจกลางเมือง สถานที่ที่นอกจากจะถูกอกถูกใจนักเดินทางสายช้อปด้วยการคัดสรรสินค้าแบรนด์ดังราคาคุ้มค่าแล้ว ยังเนรมิต Thai Taste Hub ชั้น 3 ภายในแหล่งช้อปแห่งนี้ให้เป็นเดสติเนชั่นสำหรับนักชิม เอาใจคนรักสตรีทฟู้ดด้วยร้านรวงคาวหวานกว่า 20 ร้าน ไม่ว่าจะเป็น ห่านท่าดินแดง, Thai Street Food by Asian Corner,กุ้งเผาอยุธยา, ข้าวขาหมูจุฬา สามย่าน, นายอ้วนเย็นตาโฟ, ก๋วยจั๊บฮ่องเต้, รองเมืองเกาเหลา, ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี, เชียงการีลา, ลามูน, เอี๊ยงออเฮ่าชือ, HOT FRIED by the Emerald 1992, ออล โคโค, ขนมครกประมวล มีศิลป์, ละมัย หอยทอด เยาวราช, สยาม วิสดอม, เจ็กเม้ง ข้าวมันไก่สองสี, สว่างบะหมี่ก้ามปู และธีรชัยไก่ย่าง นอกจากนั้น ยังมีโซน Thai Taste Hub Express ที่รวบรวมร้านอร่อยอีกมากมายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาให้ได้ชิมกันอย่างจุใจ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักเดินทางอย่างแท้จริง 

ซึ่งครั้งนี้เราขอชี้เป้า 3 ร้านเปิดใหม่ใน Thai Taste Hub ที่แตกต่างหน้าตาแต่มาพร้อมความอร่อย จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน

รสดีเด็ด เมนูข้าวราดรสออริจินอล กินง่าย ราคาน่าคบ

ตอกย้ำตำนานความอร่อยคู่สยามสแควร์มานานกว่า 5 ทศวรรษ สำหรับชื่อ “รสดีเด็ด” ที่โด่งดังและเป็นที่จดจำในเรื่องของก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แต่เดี๋ยว!! เรื่องข้าวราดแกง “รสดีเด็ด” ก็ดีกรีแรงไม่แพ้ใคร เพราะเป็นร้านข้าวราดแกงอันดับต้นๆ เริ่มตั้งแต่สมัยของอาอี๊ ส่งต่อมาที่สู่เจี๊ยบรสดีเด็ด (พี่สาว) และล่าสุดคุณตาล ขอนำเสนอเมนูข้าวราดสไตล์ “รสดีเด็ด” ใน Thai Taste Hub ชูจุดเด่นเมนู อาหารจานเดียวที่เน้นกินง่าย แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ “รสดีเด็ด” ไว้อย่างครบถ้วน

จุดเด่นคือรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ แถมมาในราคาจับต้องได้ เน้นแกงรสเข้มข้น กลมกล่อม เมื่อทานคู่ข้าวสวยร้อนๆ แล้วลงตัว เมนูซิกเนเจอร์ยกให้ ข้าวหน้าไก่ เมนูที่เลือกใช้ส่วนสะโพกและอกไก่ที่ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างเวลาเคี้ยว ทางด้านน้ำราดก็เป็นสูตรลับที่สืบทอดมากว่า 60 ปี เรียกได้ว่า รสดี! เด็ด! สมชื่อเลยจริงๆ 

ตามด้วย ข้าวสตูเนื้อ เมนูที่มีทเลิฟเวอร์ต้องไม่พลาดกับความนุ่มของสตูเนื้อน่องลายที่ใช้เวลาตุ๋นนานข้ามคืน จนได้เนื้อเปื่อยนุ่มชุ่มซอสความอร่อยแทรกซึมในทุกอณู รสชาติหวานเค็มกำลังดี ที่สำคัญคือกลิ่นหอมยั่วน้ำลายมากๆ 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูข้าวราดแกงที่ได้รับความนิยม อาทิ ข้าวราดหมูทอดกระเทียม ข้าวราดผัดลูกชิ้นปลากราย ข้าวผัดเผ็ดหน่อไม้ไก่ ที่สนนราคาเริ่มต้นเพียง 79 บาทเท่านั้น

หน่ำเตียง โฮมเมดสูตรลับ ดีที่ซุป อร่อยที่เส้น เมนูกินเล่นสุดฟิน

ร้านที่สองนำเสนอเมนูเส้นของคุณมิ้ม ตำนานบะหมี่ “หน่ำเตียง” ร้านที่มาจากการรวมชื่อของคุณพ่อและคุณแม่เข้าด้วยกัน มาพร้อมสโลแกน “อร่อยจนต้องขอเบิ้ล” กับสูตรเด็ดที่เก็บมานานกว่า 50 ปี ของป๊าหน่ำ ผู้ชอบการทานบะหมี่เป็นชีวิตจิตใจ และ หม่าม้าเตียง ผู้ชอบทานของอร่อยและหลงใหลในการคัดสรรวัตถุดิบ

สำหรับร้านนี้บอกได้เลยว่าเป็นร้านสไตล์โฮมเมดที่ใส่ใจในทุกกระบวนการ เหมือนทำทานกับคนในบ้าน ทุกอย่างมาจากสูตรที่ทำกินเองในครอบครัว และได้รับเสียงชื่นชมของผู้คนที่ได้ชิม จึงอยากเผยความอร่อยเด็ดสู่สายตาประชาชน เริ่มตั้งแต่ บะหมี่ไข่สูตรที่บ้านทำเอง เน้นไข้ ไม่เน้นแป้ง เส้นบะหมี่เล็ก มีความกรึบๆ เหนียวนุ่ม ราดน้ำซอสสูตรลับรสชาติกลมกล่อม เมนูแนะนำ บะหมี่หน่ำเตียง รวมของดีทุกอย่างในจานนี้ ทั้งลูกชิ้นกุ้ง กุนเชียงตำรับเก่าแก่จากเยาวราช ปลาอินทรี เนื้อปู คอหมูย่าง ใช้ส่วนที่เป็นคอหมู 100% มักเข้าเนื้อแล้วย่างเตาถ่านหอมกลิ่นรมควัน ใครติดใจสั่ง บะหมี่คอหมูย่าง อร่อยกับคอหมูเน้นๆ ไปเลยก็ไม่ว่ากัน นอกจากนี้ ทางร้านยังมีเมนูเกี๊ยวน้ำที่กัดเข้าไปเจอเนื้อกุ้งทุกคำ 

ไม่หมดแค่นั้น อย่างที่บอกไปแล้วว่า หน่ำเตียง โฮมเมดสูตรลับ ดีที่ซุป อร่อยที่เส้น เมนูกินเล่นสุดฟิน เพราะยังมีเมนูของทอด ของกินเล่นแต่อร่อยจริงจัง ที่ได้วัตถุดิบมาจากต้นทาง ไม่ใส่แป้ง ไม่มีสารกันบูด ไม่ใส่ผงชูรส เต็มปากเต็มคำกันไปเลยกับ ฮ่อยแฮ่ เมนูลูกครึ่งที่ผสมระหว่างฮ่อยจ้อกับแฮ่กึ้นเข้าด้วยกัน ลูกชิ้นกุ้งทะเล เนื้อปลาอินทรีทอด ตบท้ายด้วยทอดมันปลาอินทรี ที่ทางร้านใช้เครื่องแกงโขลกเอง รสชาติไม่โดด มาพร้อมน้ำจิ้ม 3 แบบ คือ น้ำจิ้มทอดมันถั่วคั่วเองสดใหม่ น้ำจิ้มบ๊วยเข้ากับลูกชิ้นกุ้งทะเล และน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เข้ากันดีนวลเนื้อปลาอินทรีทอด นุ่มเด้ง ขาวๆ กลมๆ อวบๆ

หนม-จีน ฮับ ศูนย์รวมขนมจีนสี่ภาค

หนึ่งในแบรนด์ลูกของร้านข้าว เจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์ ในปี 2020 และ 2021 ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงตอบรับอันล้นหลามเกินคาดของเมนูเดลิเวรี่ “ขนมจีนสี่ภาค” ที่ยอดขายถล่มทลายในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2564 จนต้องนำกลับมาขายอีกหลายๆ ครั้ง และได้กลายเป็นหนึ่งในเมนูประจำร้านในที่สุด ทีมงานเชฟมากประสบการณ์ได้รังสรรเมนูขนมจีนที่หลากหลายด้วยน้ำต่างๆ มาพร้อมกับผักแนม และเครื่องเคียง ให้ท่านได้มาลองลิ้มชิมรส และสัมผัสถึง ความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพที่สดสะอาด ความละเอียดในทุกขั้นตอนการปรุง เพื่อให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยและรสชาติที่ดีที่สุด ที่สำคัญทุกเมนูของเราไม่มีส่วนผสมของสารปรุงรสทุกชนิด ทำให้ท่านได้อร่อยอย่างมั่นใจ  

เมนูแนะนำ ได้แก่ น้ำพริกหอมหวน ถึงเครื่องแกงสมุนไพรไทย หอมกลมกล่อมกลิ่นถั่วลิสง, น้ำเงี้ยวกระดูกหมูรสเด็ด มะเขือเทศรสสดชื่น เนื้อหมูติดมันนุ่มๆ มาพร้อมเลือดไก่ละมุนลิ้นตัดด้วยดอกงิ้วจากเมืองเหนือ,น้ำยากะทิเข้มข้น กะทิสดอย่างดีปรุงด้วยพริกแกงโขลกสด เนื้อปลาช่อนนา และลูกชิ้นปลากรายปั้นสดแสนหนึบหนับ น้ำยาป่าลูกชิ้นปลาแซ่บนัว แซ่บไปด้วยสมุนไพรไทยในน้ำพริก โขลกกับเนื้อปลาทูนึ่งแม่กลองจนเนียน และลูกชิ้นปลานุ่มๆ, แกงเขียวหวานไก่/เนื้อน่องลายโคขุน จากน้ำพริกแกงที่บรรจงตำนานนับชั่วโมง นำโขลกในครกหินใบโตปรุงพร้อมกะทิคั้นสด มะเขือเปราะและมะเขือยาว พร้อมเนื้อไก่นุ่มๆ หรือเนิ้อวัวที่เราเคียวในเครื่องสมุนไพรกว่า 3 ชั่วโมง, น้ำยาแกงปูหรอยแรง จัดจ้านแบบเบาๆ ตามแบบฉบับปักษ์ใต้บ้านเรา พริกแกงที่มีขมิ้นชัน

ตามมาตอกย้ำความอร่อยของเมนูในตำนานแบบต้นตำรับของ “รสดีเด็ด” “หน่ำเตียง” และ “หนม-จีน ฮับ” รวมทั้งเมนูสตรีทฟู้ดกว่า 200 เมนู จากร้านอาหารสตรีทฟู้ดชื่อดังที่ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ที่ ศูนย์อาหารไทย เทสต์ ฮับ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ หรือสั่งเดลิเวอรี่ผ่านแอปพลิเคชั่น Robinhood , GRAB Food และ LINE MAN ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. 

โค้งสุดท้าย! ‘Studio Ghibli’ แฟนคลับตัวจริงต้องไม่พลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677907

วันที่ 11 มี.ค. 2565 เวลา 15:43 น.โค้งสุดท้าย! ‘Studio Ghibli’ แฟนคลับตัวจริงต้องไม่พลาด

นิทรรศการครั้งใหญ่ระหว่างยูนิโคล่และสตูดิโอจิบลิ กับ #My Style, My Ghibli หลงไปในโลกของจิบลิด้วยกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชมฟรีทุกวัน ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค. 65 นี้

เซ็นทรัลเวิลด์ Lifestyle Destination ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ มอบประสบการณ์ความสุขระดับโลกอีกครั้ง ชวนทุกคนมาหลงไปในโลกมหัศจรรย์ของแอนิเมชันสุดโด่งดังจากญี่ปุ่นอย่างสตูดิโอจิบลิกับนิทรรศการ #My style, My Ghibli ซึ่งเป็นความร่วมมือของยูนิโคล่กับสตูดิโอจิบลิที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในไทย โดยประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่าบรรดาแฟนคลับที่ได้มาเยี่ยมชมการ์ตูนที่ตัวเองหลงรักกันให้หายคิดถึง รวมถึงวลีเด็ดและฉากหนังที่น่าจดจำในโลกของสตูดิโอจิบลิ ที่นำมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือผ่านปลายพู่กันของคุณโทชิโอะ ซูซูกิ นอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายพิพิธภัณฑ์จิบลิ และภาพถ่ายของคุณกานต์ญาดา พระแท่น ช่างภาพชาวไทยที่ถ่ายทอดมุมมองของพิพิธภัณฑ์จิบลิ และภาพทิวทัศน์ที่สวยงามของ ปักธงชัย พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย งานนี้ แฟนคลับตัวจริงห้ามพลาดเพราะเหลือเวลาให้เข้าชม ถึงแค่วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2565 นี้เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 22.00 น. บริเวณ Zone I ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในนิทรรศการจะมีไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาเช็คอินกับตัวละครจากอนิเมชั่นดังอย่าง My Neighbor Totoro ที่สามารถถ่ายภาพและอินไปกับเรื่องราวที่คุณชื่นชอบได้อย่างใกล้ชิด ชมประวัติอย่างเจาะลึกและเข้มข้นของ Studio Ghibli Museum ชมภาพบรรยากาศของพิพิธภัณฑ์จริง และภาพถ่ายของคุณกานต์ญาดา พระแท่น ช่างภาพชาวไทยที่ถ่ายภาพมุมมองใหม่ๆที่แตกต่างไปจากช่างภาพมือโปรกว่า 200 คน ที่เคยมีโอกาสได้ถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์จิบลิ และได้ถูกรวบรวมเป็นโฟโต้บุ๊คชื่อ The Tale of Ghibli Museum อย่างเป็นทางการเพียงเล่มเดียวของทางพิพิธภัณฑ์ มีจำหน่ายที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น รวมไปถึง My Neighbor Totoro และ Cat Bus ขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งงาน สร้างความสนุก และความประทับใจให้แก่ผู้ชมทุกเพศทุกวัย

ห้ามพลาดกับคอลเลคชันพิเศษ! ของ UT ที่มีให้เลือกถึง 12 ดีไซน์ (ผู้ใหญ่ 6 ดีไซน์ / เด็ก 6 ดีไซน์ ) และกระเป๋าผ้าอีก 1 ดีไซน์ โดยวางจำหน่ายที่ร้านยูนิโคล่และเว็บไซต์ยูนิโคล่เพียง 4 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย นิทรรศการ #My style, My ghibli หลงไปในโลกของจิบลิด้วยกัน ชมฟรีทุกวัน ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2565 นี้เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 22.00 น. บริเวณ Zone I ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม www.uniqlo.com/th และ Facebook : CentralWorld

Super Cheesy Dunk – McShaker Pizza สองขั้วความอร่อย เมนูใหม่จากแมคโดนัลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677910

วันที่ 11 มี.ค. 2565 เวลา 16:05 น.Super Cheesy Dunk - McShaker Pizza สองขั้วความอร่อย เมนูใหม่จากแมคโดนัลด์

ชิมเมนูใหม่ก่อนใคร แมคโดนัลด์ จัดเต็มชีสล้นๆ กับเมนูใหม่ล่าสุด “Super Cheesy Dunk” ดังก์ให้ Fun ชีสให้สุด พร้อมอีกขั้นของความอร่อยฟินครั้งใหม่ กับ “McShaker Pizza” อร่อยเข้มเต็มรสพิซซ่าและชีส

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

รีวิวเมนูใหม่แกะกล่อง เมื่อแมคโดนัลด์ ส่งเมนูล่าสุดท้าทายคนรักชีสด้วย Super Cheesy Dunk ดังก์ให้ Fun ชีสให้สุด จัดหนักกับเบอร์เกอร์พร้อมชีสแบบจุใจด้วยสุดยอดเมนูที่ทุกคนรอคอย ที่มีให้เลือก 2 เมนู ได้แก่ ซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์ไก่  ไก่กรอบชิ้นใหญ่ และ ซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์เนื้อ เนื้อเน้นๆ นำเข้าจากออสเตรเลีย ในราคาเพียง 89 บาท

พร้อมเพิ่มความสนุกด้วยชีสดังก์ถ้วยใหญ่บิ๊ก เมื่อซื้อซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์เนื้อ หรือซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์ไก่ 1 ชิ้น และชีสดังก์ 1 ถ้วย ในราคาเพียง 119 บาทเท่านั้น (จากปกติชีสดังก์ราคาถ้วยละ 49 บาท)

หรือจะเลือกอร่อยอิ่มสุดคุ้มแบบยกเซ็ต ประกอบด้วย ซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์เนื้อ หรือซูเปอร์ชีสซี่เบอร์เกอร์ไก่ 1 ชิ้น เฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง 1 กล่อง  เครื่องดื่มโค้ก 16 ออนซ์ 1 แก้ว รีฟิลฟรีไม่มีอั้น และชีสดังก์  1 ถ้วย ในราคาเพียงชุดละ 179 บาท (จากปกติราคาเริ่มต้น 258 บาท)

ส่วนอีกความอร่อยแบบเพลินๆ ครั้งใหม่ แมคโดนัลด์ จัดให้กับ McShaker Pizza อร่อยเข้มเต็มรสพิซซ่าและชีสกับ 4 เมนูยอดนิยม 4 เมนูใหม่ ได้แก่ แมคเชคเกอร์ฟรายส์ พิซซ่า มันฝรั่งแท้ 100% ทอดร้อน กรอบนอก นุ่มใน ราคาเพียง 79 บาท, เชคเกอร์ชีสสติ๊ก พิซซ่า จัดเต็มชีสให้สุด ราคาเพียง 79 บาท

เชคเกอร์ชิคเก้น พิซซ่า อร่อยเพลินกับเนื้อไก่เต็ม ๆ คำ ราคาเพียง 69 บาท และเชคเกอร์วิงส์ พิซซ่า ราคาเพียง 69 บาท พร้อมอัพเลเวลความฟินยิ่งขึ้น เพิ่มเงินอีกเพียง 30 บาท รับชีสซี่ดิป และโค้กรีฟิล 16 ออนซ์ เติมฟรีไม่มีอั้น

ตามไปลิ้มลองความอร่อยเข้มครั้งใหม่ของ Super Cheesy Dunk ได้แล้วตั้งแต่วันนี้-3 พฤษภาคม 2565 และฟินกับ 4 เมนูของ McShaker Pizza ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2565

ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ บริการไดร์ฟ ทรู บริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน แมคดิลิเวอรี โทร.1711 เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th หรือแอปพลิเคชันของแมคโดนัลด์ รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก https://www.facebook.com/McThai

โค้งสุดท้าย! ‘Studio Ghibli’ แฟนคลับตัวจริงต้องไม่พลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677907

วันที่ 11 มี.ค. 2565 เวลา 15:43 น.โค้งสุดท้าย! ‘Studio Ghibli’ แฟนคลับตัวจริงต้องไม่พลาด

นิทรรศการครั้งใหญ่ระหว่างยูนิโคล่และสตูดิโอจิบลิ กับ #My Style, My Ghibli หลงไปในโลกของจิบลิด้วยกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชมฟรีทุกวัน ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค. 65 นี้

เซ็นทรัลเวิลด์ Lifestyle Destination ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ มอบประสบการณ์ความสุขระดับโลกอีกครั้ง ชวนทุกคนมาหลงไปในโลกมหัศจรรย์ของแอนิเมชันสุดโด่งดังจากญี่ปุ่นอย่างสตูดิโอจิบลิกับนิทรรศการ #My style, My Ghibli ซึ่งเป็นความร่วมมือของยูนิโคล่กับสตูดิโอจิบลิที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในไทย โดยประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่าบรรดาแฟนคลับที่ได้มาเยี่ยมชมการ์ตูนที่ตัวเองหลงรักกันให้หายคิดถึง รวมถึงวลีเด็ดและฉากหนังที่น่าจดจำในโลกของสตูดิโอจิบลิ ที่นำมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือผ่านปลายพู่กันของคุณโทชิโอะ ซูซูกิ นอกจากนี้ภายในนิทรรศการยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายพิพิธภัณฑ์จิบลิ และภาพถ่ายของคุณกานต์ญาดา พระแท่น ช่างภาพชาวไทยที่ถ่ายทอดมุมมองของพิพิธภัณฑ์จิบลิ และภาพทิวทัศน์ที่สวยงามของ ปักธงชัย พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย งานนี้ แฟนคลับตัวจริงห้ามพลาดเพราะเหลือเวลาให้เข้าชม ถึงแค่วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2565 นี้เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 22.00 น. บริเวณ Zone I ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในนิทรรศการจะมีไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาเช็คอินกับตัวละครจากอนิเมชั่นดังอย่าง My Neighbor Totoro ที่สามารถถ่ายภาพและอินไปกับเรื่องราวที่คุณชื่นชอบได้อย่างใกล้ชิด ชมประวัติอย่างเจาะลึกและเข้มข้นของ Studio Ghibli Museum ชมภาพบรรยากาศของพิพิธภัณฑ์จริง และภาพถ่ายของคุณกานต์ญาดา พระแท่น ช่างภาพชาวไทยที่ถ่ายภาพมุมมองใหม่ๆที่แตกต่างไปจากช่างภาพมือโปรกว่า 200 คน ที่เคยมีโอกาสได้ถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์จิบลิ และได้ถูกรวบรวมเป็นโฟโต้บุ๊คชื่อ The Tale of Ghibli Museum อย่างเป็นทางการเพียงเล่มเดียวของทางพิพิธภัณฑ์ มีจำหน่ายที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น รวมไปถึง My Neighbor Totoro และ Cat Bus ขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งงาน สร้างความสนุก และความประทับใจให้แก่ผู้ชมทุกเพศทุกวัย

ห้ามพลาดกับคอลเลคชันพิเศษ! ของ UT ที่มีให้เลือกถึง 12 ดีไซน์ (ผู้ใหญ่ 6 ดีไซน์ / เด็ก 6 ดีไซน์ ) และกระเป๋าผ้าอีก 1 ดีไซน์ โดยวางจำหน่ายที่ร้านยูนิโคล่และเว็บไซต์ยูนิโคล่เพียง 4 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย นิทรรศการ #My style, My ghibli หลงไปในโลกของจิบลิด้วยกัน ชมฟรีทุกวัน ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2565 นี้เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 22.00 น. บริเวณ Zone I ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม www.uniqlo.com/th และ Facebook : CentralWorld

ดื่มด่ำความอภิรมย์ผสมท่วงทำนองของชาวเล สีสันวันหยุดบนเกาะสมุย @Kimpton Kitalay Samui

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677381

วันที่ 09 มี.ค. 2565 เวลา 13:15 น.ดื่มด่ำความอภิรมย์ผสมท่วงทำนองของชาวเล สีสันวันหยุดบนเกาะสมุย @Kimpton Kitalay Samui

ซัมเมอร์นี้ชวนเที่ยวเกาะสมุย สัมผัสมนต์เสน่ห์หาดเชิงมนบนที่พักหรู “Kimpton Kitalay Samui” เดสติเนชั่นแห่งใหม่ที่ถูกใจสายเที่ยวทะเล ลิ้มรสชาติความอร่อยจาก 5 ห้องอาหาร พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศการพักผ่อนสไตล์คิมป์ตัน

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ลงใต้คราวนี้โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว เยือน “สมุย” เกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ผืนดินกลางทะเลที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และมีความสวยงามจนถูกขนานนามให้เป็นสวรรค์กลางอ่าวไทย ตื่นตาตื่นใจไปกับรีสอร์ตเปิดใหม่สุดหรู Kimpton Kitalay Samui (คิมป์ตัน คีตาเล สมุย) ภายใต้ IHG Hotels & Resorts ซึ่งนับเป็นรีสอร์ตแห่งแรกภายใต้แบรนด์โรงแรมสุดหรูอย่างคิมป์ตัน ที่เปิดตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว

สำหรับชื่อคิมป์ตัน คีตาเล สมุย เลือกใช้คำไทยสองคำสองความหมายมารวมกัน จากคำแรก คีตะ ที่แปลตรงตัวหมายถึงการขับร้อง กับคำว่า เล ที่นอกจากจะสื่อถึงท้องทะเลแล้ว ยังอิงถึงการดำเนินชีวิตแบบวิถีชาวเลอันเป็นรากลึกของสมุย คีตาเล จึงเปรียบเสมือนกับบทเพลงจากท้องทะเลที่ได้รับการขับกล่อมอย่างก้องกังวาน เพื่อเฉลิมฉลองวิถีแห่งชีวิตของลูกหลานชาวเลในหมู่บ้านชาวประมงท้องถิ่นที่มากไปด้วยเรื่องราวและวัฒนธรรมอันงดงาม โดยนำเสนอผ่านดีไซน์การออกแบบอย่างลงตัวจาก P49 Deesign บริษัทออกแบบชั้นนำของประเทศไทย ที่ประยุกต์ใช้เศษไม้เรือประมงมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ชวนให้ย้อนนึกถึงอดีต ทว่า กลับมากด้วยคุณค่าและเหนือกาลเวลา ทำให้รีสอร์ต ห้องพัก และพูลวิลล่า รวมกว่า 138 ห้อง มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ดั่งผลงานศิลปะชิ้นเอก

รีสอร์ตติดทะเลสไตล์ชาวเลแห่งเดียวในเกาะสมุย

สัมผัสหาดทรายอันบริสุทธิ์บนหาดเชิงมน ในห้องพักและวิลล่าที่ออกแบบอย่างทันสมัย เน้นวัสดุและสีจากธรรมชาติที่หรูหรา เพื่อช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ในวันหยุดสุดผ่อนคลาย พร้อมต้อนรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ไม่เพียงได้รับการต้อนรับในห้องพักทุกประเภท แต่ยังสามารถพักผ่อนที่ร้านอาหาร และวิ่งเล่นได้อย่างอิสระบนเส้นทางสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะไซส์ไหน หนักเท่าไหร่ หรือพันธุ์อะไร ก็สามารถพักที่รีสอร์ตได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

5 ห้องอาหารรสชาติแบบไทยสมัยใหม่

คิมป์ตัน คีตาเล สมุย พร้อมรองรับทุกคนด้วยห้องอาหารและบาร์ที่มีความหลากหลายจากการเลือกสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติที่ต้องการได้ตลอดเวลา ดังนี้

BoHo Thai Lifestyle Café คาเฟ่สไตล์ไทยที่ผสานความเก๋และความอาร์ตไว้อย่างลงตัว พร้อมการตกแต่งในสไตล์เรโทร เสิร์ฟอาหารเมนูคุ้นเคยทั้งแบบตะวันตกและแบบไทยดั้งเดิม เปี่ยมไปด้วยรสชาติแสนจะจัดจ้านแต่กลมกล่อมบนเกาะสมุย

Fish House Restaurant & Bar ห้องอาหารริมชายหาดเหนือระดับกับบรรยากาศของธรรมชาติที่เปิดโล่งรับวิวท้องทะเลอันเงียบสงบที่เปิดให้บริการเมนูอาหารทะเลคลาสสิกมากมายรวมทั้งเมนูซีฟู้ดที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ณศาลาไม้ทรงไทย

LANAI Bar & Lounge จุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟและค็อกเทลห้องสมุดรูปแบบใหม่ที่นำเสนอประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มพร้อมเมล็ดกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดีบาร์สุดชิลที่สามารถปล่อยกายผ่อนคลายได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่ประอาทิตย์ขึ้นจนตกดินได้อย่างเต็มที่ด้วยที่ตั้งอยู่ติดกับล็อบบี้ของรีสอร์ต

SHADES Ocean Lounge & Pool Bar จิบเบียร์เย็นๆ และค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ริมสระน้ำ หรือจัดอีเวนท์สำคัญบนชายหาด

HOM Baking Company เพลิดเพลินกับเวิร์คช็อปเบเกอรี่ และเมนูสร้างสรรค์มากมาย ทั้งเบเกอรี่ ขนมหวาน ชาสูตรพิเศษ และน้ำผลไม้สกัดเย็น

โปรแกรมไลฟ์สไตล์ในรูปแบบต่างๆ

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยกิจกรรม Morning Kickstart ดื่มชากาแฟและพูดคุยที่ล็อบบี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่ดี และช่วงเย็นกับกิจกรรม Kimpton’s Social Hour จากดีเอ็นเอของคิมป์ตันที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์การเข้าพักให้น่าจดจำที่แบรนด์ตั้งใจที่จะเปิดช่องทางให้ผู้คนท้องถิ่นและแขกผู้เข้าพักได้พบปะพูดคุยกัน

Pimãanda by HARNN สวรรค์แห่งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งท้องทะเล โดย คิมป์ตัน คีตาเล สมุย

ปรนนิบัติผิวและมอบความผ่อนคลายที่ Pimãanda by HARNN ดำดิ่งสู่การฟื้นฟูและบำรุงสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมอย่างล้ำลึก ด้วยแรงบันดาลใจจากท้องทะเลและวิถีแบบชาวเกาะท้องถิ่น ที่ได้รับการผสมผสานเข้ากับความเป็นไทยอย่างลงตัว โอบล้อมด้วยความเงียบสงบ เตรียมมอบประสบการณ์แห่งความผ่อนคลายด้วยโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน พร้อมด้วยการบริการมาตรฐานระดับคิมป์ตันอันเลื่องชื่อ ให้แขกทุกท่านได้สัมผัสถึงสุนทรียะแห่งการบำบัดและปรนนิบัติสุขภาพร่างกายและจิตใจในบรรยากาศของเกาะสวรรค์เขตร้อนอย่างแท้จริง 

“ทุกองค์ประกอบของ Pimãanda by HARNN ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบรรยากาศร่มรื่นชวนผ่อนคลาย ไปจนถึงเพลย์ลิสต์ดนตรีแบบประเทศเขตร้อนนุ่มนวลฟังสบาย และการเสิร์ฟชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ผ่านคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์แสนพิเศษสำหรับแขกผู้มาเข้าพัก พร้อมทั้งสะท้อนถึงแก่นแท้ในการผสมผสานกลิ่นอายเฉพาะตัวของท้องถิ่น ผ่านโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ซิกเนเจอร์ของเราอย่าง “Paradise of Wondrous Sea” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรำมโนราห์จากจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อมอบสุนทรียะแห่งความผ่อนคลายอันน่าจดจำและเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับแขกทุกท่าน” คุณไมเคิล ยัสเซ่น ผู้จัดการทั่วไป คิมป์ตัน คีตาเล สมุย กล่าว

Junio Kid’s Club 

Kid’s Club ขนาด 500 ตารางเมตร ซึ่งสร้างขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจจากท่าเรือที่มีชีวิตชีวา ออกแบบมาให้เหมาะแก่การวิ่งเล่นและเรียนรู้จากการผจญภัย โดยไม่ใช้เทคโนโลยีเพื่อเปิดโลกจินตนาการให้กับแขกตัวน้อยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

รวมสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ที่ตั้งริมทะเล
  • สระว่ายน้ำติดทะเล
  • บาร์ริมสระ
  • 5 ห้องอาหาร + บาร์
  • สปาครบวงจร
  • ฟิตเนสเปิดตลอด 24 ชม.
  • คลาสเรียนโยคะ + ฟิตเนสทุกวัน
  • เรือคายัค
  • ชั่วโมงสังสรรค์ตอนค่ำ
  • ซักแห้ง+ซักรีด
  • ลงทะเบียนเข้าพัก + ออกจากที่พักแบบดิจิทัล
  • สระว่ายน้ำหลักขนาดโอลิมปิก
  • การยืมจักรยาน
  • สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง
  • WiFi free สำหรับ IHG Rewards members
  • บริการอาหารในห้องพักตลอด 24 ชั่วโมง
  • มินิบาร์พร้อมอาหารประจำถิ่น
  • ร่ม

ตามไปสัมผัสประสบการณ์แห่งการพักผ่อนเพื่อวันหยุดที่น่าอภิรมย์แบบนี้ได้ที่ คิมป์ตัน คีตาเล สมุย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.kimptonkitalaysamui.com หรือพบกับข้อเสนอสุดประทับใจของคิมป์ตัน คีตาเล สมุย ได้ที่นี่ และช่องทางเฟซบุ๊ก Kimpton Kitalay Samui และอินสตาแกรม kimptonkitalaysamui

รวบตึงอาหารบุฟเฟ่ต์ฝั่งธนฯ เพื่อพลพรรคนักกิน @All I Need is BUFFET

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677419

วันที่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 08:28 น.รวบตึงอาหารบุฟเฟ่ต์ฝั่งธนฯ เพื่อพลพรรคนักกิน @All I Need is BUFFET

พลพรรคนักกินมีฟิน! ไอคอนสยาม สนับสนุนชุมชนจัดงาน “All I Need is BUFFET” ชวนมาอร่อยแบบจัดเต็มกับร้านบุฟเฟ่ต์เจ้าดังย่านฝั่งธน ฯ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2565 ณ ชั้น UG

ด้วยความห่วงใยพร้อมความตั้งใจส่งเสริมสนับสนุนชุมชน ไอคอนสยาม จัดงาน “All I Need is BUFFET” เปิดพื้นที่ให้พันธมิตรร้านค้าผู้ประกอบการและร้านค้าจากชุมชนชาวฝั่งธนบุรี มาจำหน่ายอาหารคาว อาหารหวาน เบเกอรี่ ผลไม้ และเครื่องดื่ม แบบจัดเต็มในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ งานนี้พลพรรคนักกินต้องฟิน! รวบตึงอาหารบุฟเฟ่ต์ มาไว้ที่นี่ที่เดียว ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2565 ณ โซน ICON AROI (ไอคอนอร่อย) ชั้น UG ไอคอนสยาม

ภายในงาน “All I Need is BUFFET” สายบุฟเฟ่ต์ จะได้ชิมอาหารทั้งคาว หวาน แบบเต็มอิ่มจากร้านค้าย่านคลองสาน มาจัดจำหน่ายในรูปแบบของบุฟเฟ่ต์ แบบจัดเต็ม ที่มีมาให้เลือกทานกว่า 17 ร้านค้ายอดนิยม อาทิ ก๋วยเตี๋ยวไก่บุฟเฟ่ต์ จากร้านพอร์ชโภชนา @อยุธยา ขนมจีนบุฟเฟ่ต์ จากร้านขนมจีน 4 ภาค ตักได้ไม่อั้น บุฟเฟต์ผัดไทย & ยำแซ่บ ร้านผัดไทยอาฉัน (ผัดไทย & ยำแซ่บ) บุฟเฟ่ต์ไข่เจียวทรงเครื่อง ที่มีท้อปปิ้งให้เลือกหลากหลาย ราดข้าวร้อน ๆ จากร้านคุณเล็กข้าวไข่เจียวบุฟเฟ่ต์

อิ่มอร่อยจากอาหารจานหลักแล้ว ก็ยังมีขนมเบเกอรี่มาให้สายหวานได้ลิ้มรส อาทิ ร้านบัวลอยเจ๊หมวย ที่จัดสรรบัวลอยรสชาติหวานมัน ร้านขนมฝรั่งกุฎีจีน ผลไม้และเค้ก จากร้านสวนบ้านเราเอง น้ำสมุนไพร จากร้าน Bangkok Hub รวมไปถึงร้านน้ำอ้อยหลักทรัพย์ และร้านอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ขนทัพความอร่อยเต็มอิ่มในรูปแบบบุฟเฟ่ต์มาให้ทานกันอีกด้วย

มาลิ้มรสความอร่อย จัดเต็มแบบบุฟเฟ่ต์ ที่คัดสรรอาหารสุดพิเศษมาให้ลิ้มลองได้ พร้อมทั้งช่วยอุดหนุนชุมชน ที่งาน “All I Need is BUFFET” ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2565 ณ โซน ICON AROI (ไอคอนอร่อย) ชั้น UG ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้มาตรการสุขอนามัยและความปลอดภัยในทุกมิติอย่างสูงสุด เพื่อให้ทุกท่านได้รับประทานอาหารและเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ http://www.iconsiam.com

หยิน-หยาง กินสร้างสมดุลผ่านเมนูพิเศษโดยเชฟบรูซ ฮุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677395

วันที่ 06 มี.ค. 2565 เวลา 16:58 น.หยิน-หยาง กินสร้างสมดุลผ่านเมนูพิเศษโดยเชฟบรูซ ฮุย

เย่า เรสเตอรองท์ ชวนปรับสมดุลให้ร่างกายตามทฤษฎีหยิน-หยาง ปรัชญาชาวจีน ผ่านเมนูพิเศษจากวัตถุดิบล้ำค่า ‘ไข่หอยเม่นญี่ปุ่น’ ปรุงโดยเชฟชาวจีน บรูซ ฮุย ตลอดเดือน มี.ค. และ เม.ย.นี้

ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ชวนทุกคนปรับสมดุลให้ร่างกายตามทฤษฎีหยิน-หยาง ปรัชญาของชาวจีน ผ่านอาหารจีนเมนูพิเศษโดยมีวัตถุดิบล้ำค่า ‘ไข่หอยเม่น’ จากญี่ปุ่นผ่านการรังสรรค์โดยเชฟชาวจีนมาประสบการณ์ เชฟบรูซ ฮุย ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่เลือกวัตถุดิบและวิธีทำที่หลากหลาย

ซึ่งทฤษฎีหยิน-หยาง เป็นแนวคิดปรัชญาของชาวจีนที่มีมาแต่โบราณกาล จากความเชื่อที่ว่าของทุกอย่างในธรรมชาติประกอบด้วย 2 ด้านที่ขัดแย้งกันแต่พึ่งพากัน และไม่สามารถแยกจากกันได้ เช่น มีกลางวันก็ต้องมีกลางคืน มีความร้อนก็ต้องมีความเย็น แม้แต่ในหลักการแพทย์และการปรุงอาหาร เราก็สามารถใช้ทฤษฎีหยิน-หยางมาประกอบเพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกายได้

สำหรับ “หยิน” เปรียบได้กับธาตุเย็นในร่างกาย ในทางกลับกัน “หยาง” นั้นก็เป็นเสมือนธาตุร้อน การรักษาสมดุลของร่างกายอย่างง่ายๆ ก็คือ การเลือกรับประทานอาหารที่สมดุลหยินหยาง ข่มความร้อนและเย็นให้เป็นปกติ อาหาร “หยิน” อาหารเสริมธาตุเย็น นั้น มักจะเป็นอาหารที่รสชาติเค็ม เปรี้ยว และขม ลักษณะชุ่มฉ่ำ อาทิเช่นเต้าหู้ เป็ด แครอท ยังไม่เพียงเท่านั้น การปรุงโดยการต้มและนึ่งก็จัดว่าเป็น ‘หยิน’ เช่นเดียวกัน ส่วนอาหาร ‘หยาง’ เสริมธาตุร้อนมักมีรสหวานและเผ็ด มีสีสว่างอย่างเช่นสีส้มหรือสีแดง ลักษณะแห้งและมักกำเนิดจากดิน เช่นพริก มันฝรั่ง และเนื้อแกะ รวมถึงการปรุงโดยการผัด การอบก็ถือว่าเป็น ‘หยาง’

ตลอดเดือนมีนาคมและเมษายนนี้ เชฟบรูซ ฮุย นำเสนอเมนูพิเศษที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อปรับสมดุลร่างกายและปรุงจากวัตถุดิบพรีเมียมอย่างไข่หอยเม่นจากญี่ปุ่น ผนวกกับส่วนผสมที่หลากหลายเพื่อความสมดุลของธาตุร้อนเย็น เพิ่มสารอาหาร และรสชาติที่กลมกล่อม อาทิ

เต้าหู้หยินทอดราดซอสไข่หอยเม่น
ติ่มซำไข่หอยเม่นและกุ้ง
ซุปกระเพราะปลาสดและไก่ดำตุ๋นเก๋ากี้
กุ้งมังกรบอสตันราดซอสไข่หอยเม่นเสิร์ฟพร้อมไข่ปลาคาร์เวียร์
โจ๊กสีทองเสิร์ฟพร้อมกระเพราะปลาสดและไข่หอยเม่น
ปลาเก๋าแดงเสิร์ฟพร้อมซอสหยินหยาง

มาพิสูจน์ความอร่อยของเมนูหยิน หยาง เพื่อปรับสมดุลร่างกายปรุงโดยไข่หอยเม่น จัดเสิร์ฟทั้งในแบบเซตเมนูราคา 3,580++บาทต่อเซต  และแบบเมนูตามสั่ง ให้บริการในมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ ตลอดเดือนมีนาคม และเมษายนนี้ ที่ห้องอาหารจีนเย่า เรสเตอรองท์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.yaobangkok.com สำรองโดยตรงบนเว็บไซต์ http://sevn.ly/x5bHV2dd ไลน์ (LINE) @marriottsurawongse หรือโทร 02 088 5666

ชิลเอาท์กับสเต๊กเฮ้าส์และซีฟู้ดสไตล์ยุโรป บนรูฟท็อฟใจกลางลาดพร้าว @Blue Sky

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677300

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 16:06 น.ชิลเอาท์กับสเต๊กเฮ้าส์และซีฟู้ดสไตล์ยุโรป บนรูฟท็อฟใจกลางลาดพร้าว @Blue Sky

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวชวนดินเนอร์นอกบ้าน สุขสำราญกับเครื่องดื่มชั้นดี ลิ้มรสชาติอาหารชั้นยอด พร้อมเสพสุขกับวิว ชิลเอาท์ง่ายๆ ได้ทุกวันที่ Blue Sky at Centara Grand at Central Plaza Ladprao Bangkok

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ 

เช็กอิน Blue Sky รูฟท็อปบาร์ใจกลางลาดพร้าว บนชั้น 24 ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ที่มาในคอนเซ็ปต์ “สเต๊กเฮ้าส์และซีฟู้ดสไตล์ยุโรป” อาหารและเครื่องดื่มแนวใหม่ที่พร้อมให้ทุกคนสามารถมาดินเนอร์นอกบ้านกับบรรยากาศสบายๆ  ไม่ว่าจะเลือกที่นั่งในห้องแอร์เย็นสบาย ห้องส่วนตัว หรือแบบอัลเฟรสโก้ไดนิ่งที่รูฟท็อปเทอเรซ

สำหรับไฮไลท์แรกของ Blue Sky ที่ทำให้หลายคนอยากมา คงหนีไม่พ้นวิวตระการตายามพลบค่ำที่สามารถทำให้ทุกคนดื่มด่ำกับบรรยากาศแสงสุดท้ายของวัน ชื่นชมความงดงามของเมืองกรุงแบบพาโนรามิค 360 องศา ซึ่งในช่วงเวลานี้ยังมี Happy Hour cocktails (17.00-19.00 น.) นำเสนอโปรโมชั่นน่าสนใจเอาใจนักดื่ม

ส่วนในด้านของอาหารที่ Blue Sky มีการโฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งครั้งนี้มาในคอนเซ็ปต์สเต๊กเฮ้าส์และซีฟู้ตสไตล์ยุโรป พิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นเนื้อคุณภาพ ยูเอสดีเอไพร์มแบล็คแองกัส เนื้อ 35 วันดรายเอจเกรนฟีด เนื้อวากิว 400 วันชิลล์เกรนฟีดนำเข้าจากออสเตรเลีย และเนื้อไพร์มคัทเกรดพรีเมี่ยมอีกมากมาย เพิ่มท็อปปิ้งด้วยฟัวกราส์ หรือตับบดผสมคอนยัค และซอสสูตรเฉพาะของทางห้องอาหารกว่า 6 ชนิด ทั้งยังมีเกลือเมนูมากมายให้เลือกโรยตามชอบ โดยนอกจากสเต๊กแล้ว ยังมีซีฟู้ดคุณภาพเยี่ยม อาทิ

Gilled seafood tower อหารทะเลย่างรวม กุ้งล็อบสเตอร์ ขาปูยักษ์อะลาสก้า กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยนางรมสด หรือแบบอบชีสผักโขม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดและมายองเนสเลมอน

Fresh baby cos Caesar salad สลัดผักคอส เบคอนกรอบเคลือบน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ขนมปังกระเทียมและพาร์เมซานชีส
Hokkaido scallop ceviche หอยเซลล์ฮอกไกโดเซวิชเช่ คลุกน้ำสลัดเกรฟฟรุตและไข่ปลาคาเวียร์
Grilled Iamb rack สเต๊กซี่โครงแกะออสเตรเลียเสิร์ฟพร้อมเห็ดย่างอาร์ติโชคดอง มะเขือม่วง และซอสแกะโรสแมรี่
Australian wagyu beef burger เบอร์เกอร์เนื้อวากิวออสเตรเลีย เสิร์ฟพร้อมหัวหอมผัดไวน์แดง เชดด้าชีส และมันฝรั่งทอด
Mont blanc parfait เกาลัดและวานิลลามูสครีม สอดไส้ราสพ์เบอร์รี่เจลลี่
Souffle cheesecake ซูเฟล่ชีสเค้ก โยเกิร์ตทรัฟเฟิลครีมและเบอรี่สด

อีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญคือเมนูค็อกเทลสุดคลาสสิคอย่าง “มาร์ตินี่” ที่ถือว่าเป็นเมนูเครื่องดื่มตัวชูโรงของห้องอาหาร ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายเมนู และยังสามารถเลือกส่วนผสมเองได้เพื่อให้เป็นมาร์ตินี่ในแบบเฉพาะ โดยส่วนผสมหลักของมาร์ตินี่คือจินและเวอร์มุดที่มาจากหลายประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งยังมีไวน์พรีเมี่ยม และเครื่องดื่มยอดนิยม สปิริต และลิเคอร์ต่างๆ ไว้ให้บริการ โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การรักษามาตรการปฏิบัติล่าสุดของทางรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม

ตามมาสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ ได้ที่ห้องอาหาร Blue Sky at Centara Grand at Central Plaza Ladprao Bangkok  ชั้น 24 เปิดให้บริการทุกวันเวลา 17.00 – 23.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะได้ที่ไลน์ @centaraladprao โทร. 02-541-1234 อีเมล fb_office@chr.co.th หรือเฟซบุ๊ก CentaraGrandLadpraoBangkok

ออน เดอะ เทเบิ้ล ฉีกกฎการลิ้มรส Plant-Based แบบเดิมๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/677241

วันที่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 08:40 น.ออน เดอะ เทเบิ้ล ฉีกกฎการลิ้มรส Plant-Based แบบเดิมๆ

ออน เดอะ เทเบิ้ล ชวนสัมผัสประสบการณ์ ฉีกกฎการลิ้มรส Plant-Based แบบเดิมๆ กับ 4 เมนูใหม่ในสไตล์ฟิวชั่น

ออน เดอะ เทเบิ้ล ร้านอาหาร Tokyo Café สไตล์ฟิวชั่น ในเครือ ZEN Corporation Group หรือ ZEN Group คิดค้น 4 เมนูใหม่จาก Plant-Based หรือเนื้อจากพืช ที่พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการลิ้มลอง ด้วยการนำมารังสรรค์ในรูปแบบอาหารฟิวชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ เพื่อเอาใจผู้บริโภค รุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ หรือสายวีแกนที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด Zen Corporation Group เปิดเผยว่า “ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมองหาเมนูอาหารใหม่ๆ ที่จะช่วยดูแลและลดปัญหาเรื่องสุขภาพ ทางร้าน ออน เดอะ เทเบิ้ล ก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงได้มีการคัดสรรวัตถุดิบจาก Plant-Based นำมาคิดค้น 4 เมนูใหม่ ที่พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่และฉีกกฎความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับวัตถุดิบชนิดนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลองเปิดใจกับอาหารเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้ง 4 เมนูนี้ มาพร้อมกับรสชาติที่อร่อย รสสัมผัสที่ตอบโจทย์ และที่สำคัญคือดีต่อสุขภาพอีกด้วย”

โดย 2 เมนูแรกที่มีความจัดจ้านแบบไทย เลือกใช้วัตถุดิบหลักคือ “หมูกรอบจากพืช” ของแบรนด์ MEAT ZERO ในเครือ CPF ที่คงความเป็นหมูกรอบไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งด้านรสสัมผัสและรสชาติ พร้อมคุณค่าทางโภชนาการที่มีโปรตีน ไฟเบอร์ และไม่มีคอลเลสเตอรอล

เริ่มที่เมนู ข้าวเต้าหู้หมูกรอบผัดพริกเกลือ (ราคา 219 บาท) ข้าวหน้าสไตล์ฟิวชั่น ไทย-ญี่ปุ่น แบบโฮมเมด ชวนลิ้มรสสัมผัสของเนื้อเต้าหู้ที่นุ่มละมุน และหมูกรอบ Plant-Based ที่มีความคล้ายหมูกรอบจริงๆ นำมาคลุกเคล้าด้วยพริกเกลือ เสิร์ฟเคียงกับผักกวางตุ้ง ครบรสในจานเดียว

เมนู สปาเก็ตตี้กะเพราหมูกรอบ (ราคา 249 บาท) สปาเก็ตตี้รสชาติไทยๆ ที่คุ้นเคย โดดเด่นด้วยรสชาติแบบจัดจ้าน เผ็ดร้อน ผสมกับหมูกรอบ Plant-Based ที่มีความฉ่ำเบาๆ ทานแกล้มกับมะเขือยาวย่าง ที่ช่วยเสริมกันได้อย่างลงตัว

และอีก 2 เมนู ที่เลือกใช้ “เนื้อปูจากพืช” ที่ให้ความรู้สึกสดใหม่และรสสัมผัสที่เหมือนเนื้อปูแท้ๆ เมนู สลัดแตงโมเนื้อปู (ราคา 269 บาท) สลัดจานใหญ่ที่จัดเต็มด้วยวัตถุดิบอย่าง แตงโม เต้าหู้คินุ ส้มซันคิสท์ ถั่วพีแคน และเนื้อปูจากพืช เนื้อแน่นๆ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำสลัดยูซุ เติมความสดชื่นให้กับเมนูอาหารมื้อเที่ยงได้เป็นอย่างดี

และ คาเปลลินี่พิ้งค์ซอสปูและเห็ดพอร์โทเบลโล (ราคา 279 บาท) เห็ดพอร์โทเบลโล่ชิ้นโต เนื้อแน่น กับเนื้อปูจากพืชแบบจุใจคลุกเคล้ากับพิ้งซอสสูตรพิเศษของ ออน เดอะ เทเบิ้ล เรียกได้ว่าเป็นเมนูเปิดใจ สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ แถมยังได้สารอาหารครบถ้วนอีกด้วย

พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนโต๊ะอาหาร ด้วย 4 เมนูใหม่จาก Plant-Based ได้ที่ ออน เดอะ เทเบิ้ล ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายน 2565 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/OntheTableTokyoCafe หรือ Line @ZENGroupTH หรือ Call Center โทร.1376