“มากินกัญ” เทศกาลอาหารสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวสายเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673703

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 16:17 น.“มากินกัญ” เทศกาลอาหารสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวสายเขียว

“มากินกัญ” Gastronomy Amazing ยิ่งกว่าเดิม ยกระดับเทรนด์อาหารสุขภาพและการท่องเที่ยวเส้นทางกัญชา-กัญชง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยเศรษฐกิจฐานรากในโครงการ Gastronomy Amazing ยิ่งกว่าเดิม ในกิจกรรม “มากินกัญ” เทศกาลอาหารสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวสายเขียว!! เทรนด์กัญชา-กัญชง ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุขในรูปแบบ Covid Free-Setting อย่างเคร่งครัด ระหว่างวันนี้-23 มกราคม 2565 เวลา 15.00-21.00 น. ณ อุทยาน 100 ปี ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ การบริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรการทางสาธารณสุขมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายในประเทศและก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในทุกระดับ ททท.จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยเศรษฐกิจฐานรากในโครงการ Gastronomy Amazing ยิ่งกว่าเดิม โดยใช้อาหารเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์ของชุมชน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติอาหารและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค

โดยนำเสนอ Gastronomic Trend ที่กำลังเป็นกระแสธุรกิจที่กำลังมาแรงที่สุดในช่วงนี้คือ เทรนด์กัญชา-กัญชง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับอนุญาตตามข้อบัญญัติของกฎหมาย สามารถนำเสนอในรูปแบบเมนูของคนรักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ Health & Wellness และการท่องเที่ยวเส้นทางผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชง รวมถึงพืชผักสมุนไพรท้องถิ่นที่มีความเชื่อมโยงกับชุมชน สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย สอดคล้องกับแนวคิด Bio-Circular-Green Economy Model หรือ BCG Economy Model ซึ่งจะเป็นการผลักดันและยกระดับสินค้าการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้มีคุณภาพเทียบเท่าระดับมาตรฐานนานาชาติ

งาน “มากินกัญ” จัดระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2565 เวลา 15.00-21.00 น. ณ อุทยาน 100 ปี ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ จำนวน 6 โซน ได้แก่

1. โซน From Local to Royal พบกับร้านอาหารชื่อดังที่จะมารังสรรค์เมนูอาหารไทยที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้แก่ วังหิ่งห้อย, CHIM by SIAM WISDOM, ครัวการบินไทย, Chocolate Ville, บ้านยี่สาร, ร้านเสน่ห์จันทน์ ฯลฯ ในบรรยากาศสไตล์ Modern Thainess

2. โซน Ganja Omagase การสาธิตและให้ความรู้ในแต่ละเมนูอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาและวัตถุดิบที่ดีจาก 2 เชฟชื่อดัง เชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟกระทะเหล็กแห่งร้าน CHIM by SIAM WISDOM และเชฟแบล็ค-ภานุภน บุลสุวรรณ แห่งร้าน Blackitch Artisan Kitchen เชฟเทเบิ้ลจากจ.เชียงใหม่

3. โซน Cannabis Café นำเสนอเมนูอาหารจานเด็ดจากร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน ที่มีส่วนผสมของกัญชา รวมถึงคาเฟ่กัญชาสุดชิค อาทิ ร้านกาแฟกัญญาคาเฟ่, ทอดมันกัญ, ปังกัญ, สวัสดีกัญชา, ยายชา ลูกชิ้นบุรีรัมย์, กัญชาท่าบุญมี ฯลฯ

4. โซน Ganchong-Ganja Market เพลิดเพลินกับตลาดนัดผลิตภัณฑ์จากกัญชา-กัญชง เสื้อผ้า อาหารแปรูป ยา เวชสำอาง งานหัตถกรรม งานศิลปะ และอื่นๆ ภายใต้หลัก BCG Model จากร้าน K’aHemp ก๊ะใยกัญชง, Mirrakech กัญชาสด-แห้ง, มูลนิธิข้าวขวัญ, วิสาหกิจชุมชนเฮิร์บชุมพร, วิสาหกิจชุมชนไพรภูพาน ฯลฯ

5. โซน Health & Wellness พบกับเมนูอาหารสุขภาพจากกัญชาและสปากัญชาไทย จากร้านต่างๆ ได้แก่ อภัยภูเบศร์ เดย์ สปา, Green Wellness Clinic, แทนคุณ Organic Farm, Herbalista Wellness Café, เข้ากัญ Organic Product ฯลฯ

6. โซน Travel Agent เลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวเส้นทางผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชงและแพ็กเกจทัวร์ต่างๆ จากบริษัทนำเที่ยวและผู้ประกอบการในรูปแบบออนไลน์

ทั้งนี้ มีบริการพิเศษ ‘มากินกัญที่นี่ไม่ได้ ก็สั่งมากินกัญที่บ้านได้’ กับ 50 เมนูเด็ดจาก 40 ร้านอาหารดังภายในงานนี้ ผ่าน LINEMAN, foodpanda และ Robinhood ตลอด 3 วันนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงดนตรีเปิดหมวกและกิจกรรมบนเวที ได้แก่ การเสวนาเรื่อง “พื้นฐานความเข้าใจเรื่องกัญชา” โดย ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน (21 ม.ค.) และ “เรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องเดียวกัญ” โดยดร.ภก.ณัฐพศุตม์ ภัทธิราสินสิริ และเชฟแบล็ค (22, 23 ม.ค.) พร้อมการแสดงดนตรีจากศิลปินต่างๆ อาทิ Getsunova, น้อย วงพรู, Three Man Down, The Mousses, Whal & Dolph, แป้งโกะ, ตี๋ เดอะวอยซ์ เป็นต้น

“การจัดงานในครั้งนี้เป็นการยกระดับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นการนำเสนอสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทย เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยดำเนินงานภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในรูปแบบ Covid Free-Setting อย่างเคร่งครัด” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

HIPPO DOUGH คาเฟ่โดนัทเปิดใหม่ ขนมหวานสุดคิ้วจากวัตถุดิบระดับพรีเมียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673687

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 12:55 น.HIPPO DOUGH คาเฟ่โดนัทเปิดใหม่ ขนมหวานสุดคิ้วจากวัตถุดิบระดับพรีเมียม

ทนความน่ารักไม่ไหวเลยต้องไปเช็กอิน โพสต์ทูเดย์ ปักหมุดคาเฟ่โดนัทเปิดใหม่ใจกลางพร้อมพงษ์ ซูมความน่ารักของขนมหวานหน้าตาแฟนซี ที่ดีกรีความอร่อยฟินเกินต้าน

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ด้วยจุดเริ่มต้นจากแพชชั่นและความชื่นชอบที่มีต่อโดนัทของเพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่ง จึงกลายมาเป็น HIPPO DOUGH คาเฟ่โดนัทที่นอกจากจะน่าหม่ำอย่าบอกใคร ยังโดดเด่นด้วยลูกเล่นที่เพิ่มความสนุกกับการฉีดไส้หลากหลายรสชาติให้ทุกคนได้เลือกเติมความอร่อยได้อย่างไร้ขีดจำกัด แถมหน้าโดนัทยังตกแต่งแบบแฟนซีสุดคิ้วท์แบบที่ว่าใครเห็นก็อดใจไม่ไหวที่จะเก็บภาพน่ารักๆ แชร์ลงโซเชียลกันแน่นอน

สำหรับโลโก้ร้านรูปฮิปโป สื่อถึงความน่ารัก พร้อมแอบซ่อนความกวนและความซุกซนไว้ในเวลาเดียวกัน ด้วยคาแรคเตอร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความสนุกอย่างล้นเหลือ อีกทั้งยังแฝงความเฮฮาและความไม่เหมือนใครอยู่ในตัวเอง สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของโดนัทที่ทางร้านตั้งใจรังสรรค์ออกมาให้ใครก็ตามที่ซื้อไปจะต้องมีความสุข สนุกสุดๆ ไปกับโดนัทน่ารักแสนกวน

ด้านการตกแต่งร้านนี้เน้นสีสันสดใสสะดุดตา พร้อมมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร ทั้งด้านนอกและด้านใน มีโดนัทบาร์ที่พาเหรดขบวนเหล่าของหวานสุดคิ้วบ์ ทีเด็ดคือโดนัทแฟนซีที่น่าลิ้มลองที่จะทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจไปกับรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เน้นทำสดใหม่ทุกวัน และมีให้ได้เลือกกว่า 100 รสชาติ

มาถึงร้านทั้งทีทางร้านก็ไม่พลาดแนะนำทีเด็ด เริ่มด้วยโดนัทสูตรคลาสสิก (Classic donuts) ราคา 65 บาท ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบระดับพรีเมียมนำเข้าจากยุโรปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลเกลซ, ช็อคโกแลตเกลซ, ครีมเฮเซลนัทและพิสตาชิโอ พร้อมท็อปปิ้งแน่นๆ โดยมีเมนูเด็ดคือ Classic Corn Coconut และ Classic Strawberry Custard

อัพเกรดความอร่อยเป็นโดนัทสูตรดีลักซ์ (Deluxe donuts) ราคา 120 บาท ที่โดดเด่นด้วยท็อปปิ้งผลไม้เกรดพรีเมียมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากทั่วประเทศไทย เมนูแนะนำอย่าง Deluxe Peanut Strawberry และท็อปปิ้งช็อคโกแลตพรีเมียมในสไตล์ที่หลากหลาย ใครยังฟินกับท็อปปิ้งไม่จุใจ แนะนำโดนัทสูตรซิกเนเจอร์ (Signature donuts) ราคา 150 บาท ที่รวบรวมท็อปปิ้งทุกแบบมาไว้ในสูตรเดียว ผสานความอร่อยฟินแบบเต็มคำไว้อย่างลงตัว อาทิ เมนู Signature Mango Sticky Rice Donut ที่ไม่ว่าใครก็ต้องลอง

นอกจากสายโดนัทจะได้ฟินไปกับความอร่อยสุดแฟนซีนี้แล้ว สายขนมหวานก็พลาดไม่ได้ เพราะทางร้านยังมีอีกหลากหลายความอร่อยเตรียมไว้อีกเพียบ! ไม่ว่าจะเป็นชีสเค้ก บราวนี่ และมิลค์เชค ทุกเมนูทำสดใหม่ทุกวันหลากหลายสูตร มีให้เลือกตั้งแต่สูตรคลาสสิกไปจนถึงสูตรดีลักซ์ เพื่ออัพเลเวลความอร่อยแบบจัดเต็มอย่างแท้จริง อีกทั้งทางร้านยังเพิ่มเติมเมนูสุดครีเอทแบบที่ไม่ซ้ำใครมาก่อน นอกจากนี้ ยังสามารถเมดทูออเดอร์ (made to order) ให้ทางร้านออกแบบโดนัทในแบบที่คุณต้องการเพื่ออัพเกรดความอร่อยได้เรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมมีบริการเครื่องดื่มอีกหลายแบบที่เลือกได้เลยตามความชอบ

มาสัมผัสความสนุกแบบเต็มรสชาติไปกับโดนัทและขนมหวานพรีเมียมกว่า 100 รสชาติได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน HIPPO DOUGH ซอยสุขุมวิท 31 เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น. ติดตามข้อมูลได้ทางเฟซบุ๊ก Hippo Dough 

เซ็นทารา แกรนด์บีช หัวหิน ชวนดื่มด่ำอาหารยุโรปเคียงคู่ไวน์แพริ่งสุดหรู ที่ห้องอาหารเรลเวย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673675

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 09:40 น.เซ็นทารา แกรนด์บีช หัวหิน ชวนดื่มด่ำอาหารยุโรปเคียงคู่ไวน์แพริ่งสุดหรู ที่ห้องอาหารเรลเวย์

ดื่มด่ำอาหารสไตล์ยุโรปที่ดีที่สุดในหัวหิน เคียงคู่ไวน์แพริ่งสุดหรู ณ ห้องอาหารเรลเวย์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช หัวหิน ในวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 นี้

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ท และวิลลา หัวหิน นำเสนอมื้ออาหารแห่งรสชาติและรสสัมผัสที่เลื่องชื่อแบบตะวันตก พบการผสมผสานอาหารสไตล์ยุโรปที่ดีที่สุดในหัวหิน จับคู่เข้ากับเครื่องดื่มอย่างแชมเปญหรือไวน์รสเลิศ ภายใต้บรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิคของห้องอาหารเรลเวย์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสง่างามของสถานีรถไฟหัวหินย้อนไปในทศวรรษที่ 1920

ร่วมสัมผัสประสบการณ์กินดื่มที่จะยกระดับวิถีแห่งการรับประทานอาหารของคุณขึ้นไปอีกขั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ของวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 นี้ ณ ห้องอาหารเรลเวย์ ณ เซ็นทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ท และวิลลา หัวหิน ในราคาพิเศษเพียง 1,990++ ต่อท่านเท่านั้น

สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 66 (0) 3251 2021 หรืออีเมล chbr@chr.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. +66 (0) 3251 2021-38  แฟ็กซ์: +66 (0)  3251 1014 เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com

เปิดใหม่ไปกันยัง!! Living House รวมร้านอร่อยมาเอาใจฟู้ดเลิฟเว่อร์ @เซ็นทรัล ลาดพร้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673563

วันที่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 20:02 น.เปิดใหม่ไปกันยัง!! Living House รวมร้านอร่อยมาเอาใจฟู้ดเลิฟเว่อร์ @เซ็นทรัล ลาดพร้าวฟู้ดเลิฟเว่อร์ต้องถูกใจสิ่งนี้! Living House Co-Living & Eating Space ยกเมนูเด็ดจากร้านดังและร้านระดับมิชลินไกด์กว่า 20 ร้าน มาไว้บนห้าง ให้อิ่มอร่อยและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ที่ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว

เปิดแล้ววันนี้ที่ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว สำหรับศูนย์รวมความอร่อย Living House (ลิฟวิ่งเฮาส์) Co-Living & Eating Space ที่ครั้งนี้เนรมิตพื้นที่กว่า 500  ตารางเมตรบนห้างสรรพสินค้าให้กลายเป็นพื้นที่ที่พร้อมจะมอบความสุขกายสบายท้อง และให้ความอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน รายล้อมด้วยการตกแต่งสไตล์มินิมอล พร้อมรวบรวมเมนูเด็ดจากร้านอาหารชื่อดังและร้านระดับมิชลินไกด์ทั่วกรุงฯ มาไว้ในที่เดียว โดยฟู้ดเลิฟเว่อร์จะได้ฟินครบทั้งเมนูข้าวจากร้านดังยอดฮิต เมนูเส้นหลากหลายรูปแบบ และขนมหวาน เรียกได้เลยว่ารวมความสำราญไว้ให้แล้วในที่แห่งนี้ 

Rice Zone จัดเต็มกับเมนูข้าวจากร้านดังยอดฮิตจากร้านดังทั่วกรุงฯ

เริ่มต้นที่ เด็ดกะเพรา เมนูยอดฮิตติดลมบน อิ่มเอมกับผัดกะเพราสูตรต้นตำรับแบบกะเพราแท้ๆ ที่ใช้ใบกะเพราแดงมาผัดร้อนในกระทะ ผสานรสจัดจ้านด้วยพริกแห้งจินดาผัดคั่วแห้งๆ แนะนำข้าวกะเพราเนื้อ เนื้อ USA สับผัดมาแบบแห้งๆ ฟินครบรส อร่อยครบเครื่อง

ต่อกันที่ร้านหมูทอดเงินล้าน ร้านหมูทอด “เจ๊จง” อิ่มอร่อยกับ หมูทอด ที่รสชาติ กรอบนอกนุ่มใน ซึ่งทางร้านเลือกใช้เนื้อหมูคุณภาพดี นอกจากรสชาติหมูทอดที่อร่อยแล้ว น้ำจิ้มแจ่ว ก็รสชาติเด็ดไม่แพ้กัน

เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดีที่ร้านไก่ย้อย เต็มอิ่มกับข้าวมันไก่ 2 แบบ 2 สไตส์ที่ลงตัว มีให้เลือกทั้งไก่ตอนเนื้อนุ่ม หรือไก่บ้านเนื้อแน่น เสิร์ฟคู่กับน้ำซุปร้อนๆ รสกลมกล่อม ซดคล่องคอ

เป็ดย่างตงเพ้ง ร้านอาหารจีนกวางตุ้ง-แต้จิ๋ว ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมานานกว่า 35 ปี กับเมนูเด็ดเป็ดย่างที่ใครๆ ต่างก็ติดใจ นอกจากเรื่องเป็ดย่างแล้ว ที่นี่ก็ยังมีติ่มซำ-ซาลาเปา และเกี๊ยวเป็ดรสเลิศที่ทำสดวันต่อวันอีกด้วย

โซนนี้ยังมีอาหารจีนสไตล์โฮมเมด ร้านข้าวไข่ข้น คนชง คนปรุง การันตีความอร่อยด้วยรางวัลบิบ กูร์มองด์  ร้านอาหารคุ้มค่าในราคาย่อมเยา จากมิชลิน ไกด์ 3 ปีซ้อน ในปี 2020, 2021 และ 2022 ความลับของความอร่อยคือการคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ พร้อมกับการปรุงแบบจานต่อจาน และร้านข้าวขาหมูในตำนาน ขาหมูเซนต์หลุยส์ ความอร่อยอยู่ที่เนื้อหมูกับเนื้อหนังเด้ง นุ่มอร่อย ราดด้วยน้ำพะโล้รสชาติกลมกล่อมสูตรลับเฉพาะ

 

Noodle Zone มัดรวมเมนูเส้นที่เฟ้นหามาแล้วว่าเด็ด!!

ไม่ว่าจะเป็นอาหารเหนือแต้ๆ รสลำขนาดของ ร้านเฮือนแสงเดือน อาหารเหนือพื้นเมืองแท้ๆ เลิศรส ที่อร่อยเหมือนคุณแม่ทำกินกันในบ้าน ทั้งน้ำเงี้ยว ข้าวซอย น้ำพริกอ่อง ไส้ยั่ว ยั่วนำลายสุดๆ 

ผัดไทยเสวย  ร้านเด็ดห้ามพลาดการันตีด้วยรางวัลเเชมป์ผัดไทย ใครมาทานก็ติดใจด้วยความอร่อยสูตรลับของ “เจ๊สมทรง” ที่มีกรรมวิธีการทำผัดไทยไม่เหมือนใคร เริ่มตั้งเเต่ซอสผัดไทยของร้านที่ทางร้านทำเอง ปรุงด้วยวัตถุดิบเฉพาะที่คัดแต่ของดีๆ นำมาเคี่ยวนานกว่า 12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ซอสผัดไทยที่เข้มข้นสุด นำมาผัดกับเส้นผัดไทย เวลากินแทบจะไม่ต้องปรุงเพิ่ม เพราะกลมกล่อมกำลังดี

ต่อกันที่ คั่วไก่โก๋กรอบ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่ใครได้ลิ้มลองจะต้องติดใจ ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี แถมกลิ่นกระทะที่ผัดจนหอม นับเป็นอีกเมนูที่คนรักเส้นไม่ควรพลาด ยิ่งกินตอนร้อนๆ บอกเลยเริ่ด!!

สำหรับโซนนี้ยังมีอาหารจานเดียวจานด่วน มีนา by เตี๋ยวหน้าคลัง เมนูต่างๆ เป็นสูตรอาหารที่ทางร้านคิดขึ้นมาโดยเฉพาะ ใช้วัตถุดิบพรีเมียม และสดใหม่ทุกวัน ซึ่งนอกจากก๋วยเตี๋ยวเนื้อ-หมู สูตรดั้งเดิมที่หลายคนติดใจในรสชาติแล้ว ก็ยังมีเมนูชวนชิมอีกหลายจานให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด “เฮียเม้ง” จุดเด่นอยู่ที่เป็ดพะโล้มีความนุ่มอร่อยไม่เหมือนใคร เมนูขึ้นชื่อคือ ก๋วยเตี๋ยวเป็ด เกี๊ยวเป็ดลวก และลูกชิ้นเป็ดสูตรพิเศษของทางร้าน อีกเมนูที่พลาดไม่ได้คือ ข้าวหน้าเป็ดพะโล้ รับประทานคู่กับน้ำซุปหอมกลิ่นเครื่องเทศ ที่ใช้สมุนไพรพิเศษเฉพาะของทางร้านเอง ทานแล้ว เพิ่มความสดชื่น คล่องคอเป็นที่สุด และ ร้านก๋วยจั๊บ “หลี เจ๊ก ตง” หมูกรอบในตำนานต้องร้านหลีเจ็กตง หมูกรอบ สูตรฮ่องกง กรอบนอกนุ่มใน ที่ทางร้านใส่ใจทุกกรรมวิธี และเป็นสูตรเก่าแก่ถึง 40 ปี เอกลักษณ์ร้านนี้คือความหอมพริกไทยมากๆ ทานคู่กับหมูกรอบ และเครื่องในชิ้นโตเต็มคำ ไม่มีกลิ่นสาป

Snack Zone ฟินกับขนมหวานและของทานเล่นเจ้าดังที่สายหวานห้ามปล่อยผ่าน

เริ่มกันที่ ร้านปาท่องโก๋ การันตีด้วยรางวัลมิชลิน ไกด์ 2 ปีซ้อน ในปี 2018 และ 2019 “ปาท่องโก๋เสวย” เมนูเด็ดคือปาท่องโก๋ย่างหอมๆ มีให้เลือกหลากหลายเมนูทั้งคาวหวาน มาพร้อมรสชาติที่ไม่ธรรมดา ที่เรียกได้ว่าใครได้ชิมก็ต้องติดใจ

ขนมปังปิ้งไส้ไหลทะลักเยิ้มๆ เจ้าเด็ดเยาวราช ขนมปังปิ้งกรอบนอกนุ่มใน กัดไปเจอเนยฉ่ำๆ รับประกันความอร่อยทุกไส้

เอาใจคนรักสุขภาพแต่ชอบทานโรตี ร้าน “ลือชา” โรตี โรตีเนยสดฝรั่งเศสที่แรกที่เดียวในไทยทอดด้วยน้ำมันมะพร้าวกรอบนุ่ม ชุ่มฉ่ำไม่มีคลอเรสเตอรอล จัดเสิร์ฟพร้อมชา ที่เลื่องชื่อในความหอมกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ นำเข้าจากศรีลังกา ทานคู่กับมะตะบะ และแกงกะหรี่ สูตรต้นตำรับมุสลิมดั้งเดิม อร่อยสมคำล่ำลือ รับรองไม่ผิดหวัง

ตามมาสัมผัสประสบการณ์แห่งความอร่อยที่มอบความสุขไปกับมื้ออาหารสุดพิเศษได้แล้ววันนี้ ที่ Living House (ลิฟวิ่งเฮาส์) Co-Living & Eating Space ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมดีลสุดพิเศษ รับทันทีคูปองส่วนลดมูลค่า 20 บาท เมื่อซื้อการ์ดทานอาหาร 120 บาทขึ้นไป เพียงกดไลค์ Facebook: Living House At Central และกดติดตาม Instagram: livinghouse.cds 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ใบเสร็จ จำนวนจำกัด ถึงวันที่ 31 มกราคม 2565 นี้เท่านั้น และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ห้างเซ็นทรัลพร้อมให้บริการเดลิเวอรี่ และเทคโฮม อร่อยง่ายทุกวัน ไม่มีวันหยุด พร้อมมาตรการด้านสุขอนามัย เพียงโทร. 0 2541 1809 หรือสั่งผ่าน Line ที่ @livinghousecentral และสามารถติดตามโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ Facebook: Living House at Central, Instagram: @livinghouse.cds และ Line: @livinghousecentral

#LivingHouseAtCentral

#CentralLadprao

#CentralDepartmentStore

ซิงก์ เบเกอรี่ สวรรค์ของชีสเค้กเลิฟเว่อร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673281

วันที่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 08:55 น.ซิงก์ เบเกอรี่ สวรรค์ของชีสเค้กเลิฟเว่อร์เปิดลายแทงใหม่เอาใจสายหวาน “ซิงก์ เบเกอรี่” โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ยกทัพเมนูชีสเค้กสุดละมุนจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ลิ้มลองกันแล้ววันนี้

ต้องนิยามให้เป็นสวรรค์ของชีสเค้กเลิฟเว่อร์กันแล้ว สำหรับคาเฟ่ทันสมัยอย่าง ซิงก์ เบเกอรี่ ที่ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ครั้งนี้สร้างเซอร์ไพร์สใหม่เอาใจสายหวานด้วยพาเหรดชีสเค้กจากทั่วทุกมุมโลก ที่พร้อมให้ความอร่อยสุดฟินกับสัมผัสเนียนนุ่มละมุนลิ้นและรสชาติที่ลงตัว

โดยเชฟธวัช ประทุมพวง หัวหน้าพ่อครัวเบเกอรี่ ได้รังสรรค์เมนูสุดสร้างสรรค์ที่มีมาให้เลือกหลากหลายเมนู จากการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันนำมารังสรรค์ออกมาเป็นชีสเค้กสุดแสนอร่อยที่พร้อมให้เหล่าสาวกชีสเค้กมาลิ้มลองแบบสดใหม่ทุกวัน อาทิ ชีสเค้กชิคาโก้โอริโอ้, ชีสเค้กบลูเบอรี่นิวยอร์ก, ชีสเค้กยูซุ, ชีสเค้กพิตาชิโอ้ดับเบิ้ล, ชีสทาร์ตโมลเทลสตรอว์เบอรี่, ชีสแคนนอลี่กับริคอตต้า เป็นต้น แถมมาในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 140 บาท++ เท่านั้น

มาเอร็ดอร่อยกับของหวานในดวงใจแบบนี้ได้ที่ ซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น – 19.00 น. และพลาดไม่ได้เลยกับช่วง Happy Hour ช่วงคืนความสุขให้แก่ลูกค้าทุกท่านกับโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 หลากหลายเมนูเค้กและเดนิช ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.00 น.

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/zing

เฟซบุ๊ก: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld

อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

โทร: 02-100-1234 ต่อ 6485

อีเมล: diningcgcw@chr.co.th

ลิ้มรสอาหารอิตาเลียนจากแคว้นซิซิลี ที่ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ โกจิ คิทเช่น + บาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673138

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 13:20 น.ลิ้มรสอาหารอิตาเลียนจากแคว้นซิซิลี ที่ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ โกจิ คิทเช่น + บาร์ห้องอาหารโกจิ คิทเช่น + บาร์ นำเสนอเมนูอิตาเลียนสไตล์ซิซิเลียนแบบดั้งเดิม จากแคว้นชื่อดังตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศอิตาลี ให้บริการเพิ่มเติมในไลน์บุฟเฟ่ต์อินเตอร์เนชั่นแนลทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ เฉพาะวันนี้- 27 มี.ค. 2565

กินเที่ยวครั้งนี้ ชวนปักหมุดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติชั้นนำประจำโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค “โกจิ คิทเช่น + บาร์” ที่เพิ่มความพิเศษในมื้อบุฟเฟ่ต์สุดสัปดาห์ช่วงนี้ด้วยเมนูอาหารอิตาเลียนขึ้นชื่อจากแคว้นชื่อดังต่างๆ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศอิตาลี เพื่อทุกท่านได้มาเปิดประสบการณ์ลิ้มลองอาหารนานาชาติแปลกใหม่ได้ตลอดปี 2565

เริ่มต้นด้วยอาหารอิตาเลียนจากแคว้นซิซิลี โดยตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2565 เชฟมากประสบการณ์ของห้องอาหารโกจิ คิทเช่น + บาร์ ขอนำเสนอเมนูอิตาเลียนสไตล์ซิซิเลียน (Sicilian) แบบดั้งเดิม รังสรรค์สุดพิเศษด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี เพลิดเพลินไปกับเมนูไฮไลท์อาทิเช่น สลัดบูราต้าแบบดั้งเดิม เมนูข้าวทอดสไตล์อิตาเลียน ปลากระโทงแทงดาบย่างเสิร์ฟพร้อมกับสตูว์ผักและเลมอนสด สำหรับท่านที่ชอบทานพาสต้า พลาดไม่ได้กับพาสต้าโฮมเมดอย่างกัมเบโอ รอสโซ่ (ราวีโอลี่กุ้งแดงราดด้วยซอสกุ้งล็อบสเตอร์) และพาสต้ามะเขือม่วงย่าง (Casarecce alla norma) คลุกเคล้ากับซอสเปเปอรอนซิโน่รสชาติเผ็ดเล็กน้อยและชีสนมแกะ นอกเหนือจากนี้ยังมีพิซซ่าหลากหลายท็อปปิ้ง เช่น พิซซ่าหน้าซาลามี่แบบเผ็ด หรือพิซซ่าคาโปนาต้า

สำหรับของหวานแขกทุกท่านสามารถเลือกทานได้หลากหลาย เช่น ทีรามิสุ ขนมแป้งทอดแคนโนลีแบบดั้งเดิมที่ทำสดใหม่ทุกวัน และเจลาโต้ ไอศกรีมอิตาเลียนแท้ๆ เสิร์ฟพร้อมกับบิสกิต และเติมเต็มความสุขในมื้ออาหารด้วยแพ็คเกจเครื่องดื่ม พิเศษ Bellini (เบลลินี) แบบไม่อั้นรวม ในราคาเพียง 990++บาทต่อท่านเท่านั้น

โปรโมชั่นอาหารอิตาเลียนจากแคว้นซิซิลี้นี้ให้บริการเพิ่มเติมในไลน์บุฟเฟ่ต์อินเตอร์เนชั่นแนล ทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม จนถึง 27 มีนาคม 2565

  • บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำวันศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 17.30 – 22.00 น. ราคา 2,199++ ต่อท่าน
  • บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันเสาร์ เวลา 11.30 – 14.30 น. ราคา 2,199++ ต่อท่าน
  • บุฟเฟ่ต์มื้อบรันซ์วันอาทิตย์ เวลา 11.45 – 15.00 น. ราคา 2,500++ ต่อท่าน

.

พิเศษบุฟเฟ่ต์ต้อนรับปีเสือ ในวันจันทร์ที่ 31 มกราคม และ วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565

เฉลิมฉลองตรุษจีนปีเสือ ณ ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ โกจิ คิทเช่น + บาร์ พบเมนูอาหารจีนตันตำรับสุดพิเศษมากมายในไลน์บุฟเฟ่ต์ ลิ้มรสเมนูติ่มซำโฮมเมดแสนอร่อยมากมาย อาทิ ฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปาไส้หมูแดง ซุปกระเพาะปลา ซุปซีฟู้ดรสเผ็ดร้อนสไตล์เสฉวน และ ซุปไก่ดำกับหน่อไม้ สำหรับคนที่ชอบทานบาร์บีคิวก็สามารถเลือกทาน เป็ดย่าง หมูหัน และหมูชาซุ่ย นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลนึ่งระดับพรีมี่ยมเช่น ปลานึ่งซีอิ๊ว หอยเชลล์กระเทียมย่าง และกุ้งผีเสื้อนึ่งซีอิ๊วและกระเทียม

เชฟยังได้เตรียมเมนูพิเศษต้อนรับตรุษจีนอย่าง “Yu Sheng” (หยี่ซัง) สลัดปลาแซลมอนดิบ อาหารมงคลประจำเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะนำเสิร์ฟบนรถเข็นไปบริการให้แขกได้ลิ้มลองภายในห้องอาหารอีกด้วย ปิดท้ายด้วยของหวานจาก เชฟออสการ์ ปัน หัวหน้าห้องอาหารจีนพาโก้ด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ที่จะรังสรรค์พิเศษสำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะ

มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวและเพื่อนฝูงด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารเลิศรสมากมายได้ที่ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ ในวันที่ 31 มกราคม และ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 17.30 – 22.00 น. ราคา 1,698++ บาทต่อท่าน

สมาชิกแมริออท บอนวอยและคลับแมริออทรับส่วนลดตามปกติ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร. +66 (0) 2 059 5999 อีเมล์ restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com หรือจองผ่าน http://sevn.ly/x4Lg3Xk5

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมไ้ที่เว็บไซต์ www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/GojiKitchenAndBar/

พร้อมให้บริการแล้ว คิมป์ตัน คีตาเล สมุย ความหรูหราที่เข้าถึงง่ายริมชายหาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673134

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 12:50 น.พร้อมให้บริการแล้ว คิมป์ตัน คีตาเล สมุย ความหรูหราที่เข้าถึงง่ายริมชายหาดส่องดีไซน์โดดเด่นของ คิมป์ตัน คีตาเล สมุย รีสอร์ตแรกของแบรนด์คิมป์ตันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เปิดให้บริการแล้ววันนี้

เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ คิมป์ตัน คีตาเล สมุย รีสอร์ตแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ IHG Hotels & Resorts เครือโรงแรมและรีสอร์ตสุดหรูระดับโลก พร้อมมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครอย่างสมการรอคอย ด้วยแรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตของชาวสมุย ที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านการบริการแสนประทับใจสไตล์คิมป์ตัน ร้านอาหารและบาร์อันเป็นที่รักของชาวสมุย รวมถึงดีไซน์ที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ความหรูหราแต่เข้าถึงง่ายเอาไว้ในที่เดียวกันอย่างโดดเด่นและลงตัว

คีตาเล เกิดจากการเชื่อมคำไทยสองคำระหว่างคำว่า ‘คีตะ’ ที่หมายถึง บทเพลงหรือการขับร้อง และคำว่า ‘เล’ ที่นอกจากจะมีความหมายว่าทะเลแล้ว ยังรวมไปถึงวิถีชีวิตแห่งท้องทะเลอีกด้วย คีตาเลจึงเปรียบเสมือนกับบทเพลงจากท้องทะเล ที่ได้รับการขับกล่อมอย่างก้องกังวานไปทั่วทั้งพื้นที่ของรีสอร์ต เพื่อเฉลิมฉลองวิถีแห่งชีวิตของลูกหลานชาวเลในหมู่บ้านชาวประมงท้องถิ่น ที่มากไปด้วยเรื่องราวและวัฒนธรรมอันงดงามและเรียบง่าย

รีสอร์ตคิมป์ตัน คีตาเล สมุย ตั้งอยู่บริเวณหาดเชิงมน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสมุย เพียงไม่กี่นาทีจากท่าอากาศยานนานาชาติสมุย และเป็นรีสอร์ตติดชายหาดเพียงแห่งเดียวบนเกาะสมุยที่ได้รับการตกแต่งในสไตล์หมู่บ้านชาวประมง พร้อมความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวของหาดเชิงมนที่ห่างไกลจากความพลุกพล่านและวุ่นวาย

“เกาะสมุยขึ้นชื่อในด้านความงามอันน่ามหัศจรรย์และเสน่ห์ของชุมชนชาวเกาะ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราในการสรรค์สร้างประสบการณ์สำหรับแขกผู้เข้าพักในรีสอร์ตของเรา ตามแบบฉบับวิถีชีวิตชาวสมุย พร้อมทั้งการนำเสนอเอกลักษณ์และความเฉพาะตัวของคิมป์ตัน อาทิ Social Hour ช่วงเวลาพิเศษในช่วงเย็นของทุกๆ วัน โปรแกรมสำหรับสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่คุ้นเคยของคิมป์ตัน และประสบการณ์ความหรูหราที่เข้าถึงได้จากพนักงานในรีสอร์ตทุกท่าน ที่พร้อมให้บริการเหนือระดับและปฏิสัมพันธ์ที่จริงใจ ” คุณไมเคิล แจนเซ่น ผู้จัดการทั่วไปของคิมป์ตัน คีตาเล สมุย กล่าว

มนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตของหมู่บ้านชาวประมงใกล้ชิดกับท้องทะเล คือแรงบันดาลใจของรีสอร์ตแห่งนี้ ที่ความร่วมสมัยและกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิมได้รับการออกแบบอย่างลงตัว โดย P49 Deesign บริษัทออกแบบชั้นนำของประเทศไทย ได้ประยุกต์ใช้เศษไม้จากเรือประมงมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ชวนให้ย้อนนึกถึงอดีต จนกลายมาเป็นการออกแบบที่เหนือกาลเวลา เช่น งานศิลปะจากช่างฝีมือชาวไทย การตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน และระเบียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกลียวทะเล ที่ทำให้ห้องพักและพูลวิลล่าจำนวน 138 ห้องมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยลวดลายกระเบื้องไทยบนพื้นห้องน้ำ และงานศิลปะชิ้นเอกบนผนัง

ทุกห้องพักจะมาพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำสีฟ้าน้ำทะเลจากผ้าทอมือเนื้อนุ่ม ซึ่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษโดยเฉพาะจากช่างตัดเสื้อท้องถิ่น และลำโพงบลูทูธพกพากันน้ำจาก Marley No Bounds ซึ่งในทุกห้องพักยังมาพร้อมกับอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่พิเศษที่จะมอบประสบการณ์การผ่อนคลายที่เหนือระดับด้วย amenities กลิ่นซิกเนเจอร์เฉพาะของรีสอร์ตอย่างเกลือทะเลและพิมเสน (Sea salt and Patchouli) ที่มีให้บริการทั้ง bath bombs, bath salts และ milk baths นอกเหนือจากนี้แล้วแขกทุกท่านยังสามารถติดต่อ Face Mask Sommelier เพื่อขอรับคำแนะนำและจัดเตรียมกลิ่นสำหรับมาส์กโดยเฉพาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการแช่น้ำผ่อนคลาย

โปรแกรมอาหารและเครื่องดื่มชั้นเยี่ยมเป็นส่วนสำคัญของโรงแรมคิมป์ตัน ทั่วโลก โดย คิมป์ตัน คีตาเล สมุย มีร้านอาหารที่โดดเด่นและน่าดื่มด่ำด้วยกันถึง 5 แห่ง โดยเริ่มจาก LANAI Bar & Lounge นิยามใหม่ของห้องสมุดที่มาพร้อมประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยเมล็ดกาแฟที่ผ่านคัดสรรมาอย่างดี รวมถึงกาแฟไทย Single Origin ใบชาที่ถูกเก็บเกี่ยวมาด้วยมือ (Artisan Tea) และสุราท้องถิ่น อันดับต่อไปคือ Fish House Restaurant & Bar ร้านอาหารริมชายหาดที่เปิดให้บริการทั้งวัน โดยมีเมนูอาหารทะเลคลาสสิกมากมาย รวมทั้งเมนูอาหารทะเลที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ด้วยรสชาติแห่งความสดใหม่ของวัตถุดิบและความจัดจ้านดั้งเดิมจากน้ำจิ้มรสเด็ดที่พลาดไม่ได้ แขกผู้เข้าพักยังสามารถแวะผ่อนคลายจิบค็อกเทลริมสระน้ำ ทำกิจกรรมต่างๆ บนชายหาดได้ที่ SHADES Ocean Lounge and Pool Bar หรือจะเลือกรับประทานอาหารที่คาเฟ่สไตล์ไทยอย่าง Boho ที่ให้บริการตลอดทั้งวันก็ได้เช่นกัน พร้อมเพลิดเพลินไปกับเวิร์คช็อปการทำเบเกอรี่ พร้อมเมนูสร้างสรรค์มากมาย ทั้งเบเกอรี่ ขนมหวาน ชาสูตรพิเศษ และน้ำผลไม้สกัดเย็นสดใหม่ทุกวันได้ที่ HOM Baking Company

โปรแกรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของรีสอร์ต ถือเป็นดีเอ็นเอของคิมป์ตัน ที่มุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์สำหรับแขกผู้เข้าพักให้น่าจดจำเสมอ โดยเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกิจกรรม Morning Kickstart ดื่มชากาแฟ และพูดคุยกันที่ล็อบบี้เพื่อพร้อมรับวันที่ดี ไปจนถึงกิจกรรม Kimptons Social Hour ที่แบรนด์ตั้งใจจะให้เป็นพื้นที่และช่องทางให้คนในพื้นที่ท้องถิ่นและแขกผู้เข้าพักจากต่างถิ่นได้พบปะพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนมุมมองความคิด และเรื่องราวที่ได้เจอมาในแต่ละวัน ที่ขาดไปไม่ได้แน่นอนสำหรับ Kimpton Kitalay Samuis Furry Guest Programme โปรแกรมพิเศษสำหรับเพื่อนซี้สี่ขา ที่เพียบพร้อมไปด้วย amenities และขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง อาทิ Spirulina Ice Cream หรือแม้แต่ประสบการณ์ Pet Spa Day ที่รอต้อนรับอยู่

นอกจากนี้ยังมี Junio Kid’s Club ขนาด 500 ตารางเมตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของคิมป์ตัน คีตาเล สมุย ที่สร้างขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจจากท่าเรือที่มีชีวิตชีวา โดยออกแบบมาให้เหมาะแก่การวิ่งเล่นและการเรียนรู้จากการผจญภัย การออกสำรวจที่น่าตื่นเต้น โดยไม่ใช้เทคโนโลยีในการสร้างบรรยากาศใด เพื่อเปิดโลกจินตนาการให้กับแขกตัวน้อยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด รวมทั้งกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อให้แขกตัวน้อยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ อาทิ กิจกรรมทำผ้ามัดย้อม การสานใบมะพร้าว

ด้วยจิตวิญญาณแห่งการใส่ใจในสุขภาพที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของร่างกาย Pimãanda by HARNN พร้อมให้แขกทุกท่านได้ผ่อนคลายด้วยบริการซิกเนเจอร์ 14 ขั้นตอน หรือ Paradise of Wondrous Sea” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรำมโนราห์จากจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย เริ่มต้นด้วย กษิธารา หรือการอาบน้ำนม ก่อนขัดผิวด้วยสครับจากไข่มุกธรรมชาติเตรียมผิวให้พร้อมเปล่งประกาย และ Trio of Bliss หรือการนวดน้ำมันอุ่นที่ผสมผสานเทคนิคการนวดสามแบบเข้าไว้ด้วยกัน นอกเหนือจากยิมที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงแล้ว แขกผู้เข้าพักก็ยังสามารถเลือกผ่อนคลายในสระว่ายน้ำของรีสอร์ตและสระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่าได้เช่นกัน หรือจะยืดเส้นยืดสายด้วยโปรแกรมฤๅษีดัดตน สุดยอดภูมิปัญญาไทยเพิ่มสมาธิและระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย

พบข้อเสนอห้องพักราคาพิเศษ เริ่มต้นที่ 8,400++ บาทต่อคืน เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดให้บริการของรีสอร์ต โดยแขกทุกท่านจะได้รับอภินันทนาการอัพเกรดห้องพักทันที พร้อมรับเครดิตจำนวน 2,500 บาท สำหรับใช้บริการที่สปาของรีสอร์ต ร้านอาหารหรือบาร์ และรับเครื่องดื่มค็อกเทลซิกเนเจอร์สองแก้วที่บาร์ LANAI สำหรับผู้ที่จองห้องพักตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.kimptonkitalaysamui.com

IHG มีความมุ่งมั่นมาอย่างยาวนานในการดำเนินการทำความสะอาดอย่างเข้มงวดที่โรงแรมทุกแห่งทั่วโลก และ โปรโตคอลควบคู่กับแนวปฏิบัติสำหรับรับมือสถานการณ์ COVID-19 ที่เพิ่มเติมขึ้นมา โดยร่วมมือกับคลีฟแลนด์คลินิก, Ecolab และ Diversey ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของอุตสาหกรรม รวมถึงการริเริ่ม IHG Clean Promise สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.ihg.com/clean

ณ บวร ROBO X CAFE สีสันคาเฟ่แนวใหม่ยุค AI ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ New Normal

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673112

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 10:05 น.ณ บวร ROBO X CAFE สีสันคาเฟ่แนวใหม่ยุค AI ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ New Normalเช็กอินคาเฟ่แนวใหม่ #nabowonROBOXCAFE เดสติเนชั่นสุดล้ำใจกลางพระนคร พร้อมสัมผัสประสบการณ์เครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโรบอทบาริสต้า ผู้รังสรรค์กาแฟแห่งโลกอนาคต

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวเปิดจุดเช็กอินสุดคูล สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ กับ na bowon ROBO X CAFE บนถนนพระสุเมรุ ตรงข้ามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ชวนดื่มด่ำสถาปัตยกรรมกว่า 100 ปี พร้อมลิ้มรสเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโรบอทบาริสต้าที่คิดค้นโดยคนไทย ผสานจุดเด่นเมล็ดกาแฟเข้มข้น คุณภาพดี ผ่านวิถีชุมชนชาวดอยแม่จันหลวง จ.เชียงราย  

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสุขของใครหลายคน คือการได้จิบกาแฟคุณภาพดีสักแก้ว ช่วยเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ แอ็คทีฟไปตลอดทั้งวัน เหตุนี้ คุณชวลิต จิตภักดี ผู้หลงใหลเสน่ห์แห่งความหอมและรสชาติของกาแฟมามากกว่า 30 ปี จึงเกิดไอเดียเปิดตัว na bowon ROBO X CAFE โรบอทบาริสต้าที่คิดค้นและพัฒนาโดยคนไทย พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ได้เปิดประสบกาณ์ใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศร่วมสมัย ผสานโลกอนาคตและความงดงามของอาคารบ้านเรือนของไทยแบบดั้งเดิม ชุมชนข้าราชการ ขุนนางเก่าแก่ และสถานที่สำคัญทางศาสนาระดับประเทศอย่างวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

คุณชวลิต กล่าวว่า ชื่นชอบความสุนทรีย์ของการดื่มกาแฟมานานมาก เลยตั้งใจศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง เพราะอยากบอกเล่าประสบการณ์เกือบ 30 ปี ให้กับคอกาแฟที่ชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน เริ่มตั้งแต่การลงพื้นที่หาแหล่งปลูกเมล็ดพันธุ์กาแฟที่ดี และลงตัวบนดอยแม่จันหลวง จ.เชียงราย มีความพิเศษ พื้นดินลาดเอียง 60 องศา สภาพอากาศเหมาะสม แดดส่องช่วงเช้า มีร่มเงาช่วงบ่าย รวมไปถึงได้กรรมวิถีการปลูกจากวิถีชาวเขาแบบดั้งเดิม ช่วยเสริมกลิ่นฟรุตตี้ จากผลไม้ตามฤดูกาล ทำให้รสชาติกาแฟมีเอกลักษณ์ความหอมที่แตกต่าง รสชาติดี ไม่ติดเปรี้ยว อีกทั้งยังช่วยชาวบ้านในพื้นให้ได้มีรายได้สมเหตุสมผล เพราะเรารับซื้อกาแฟแบบเป็นธรรมและไม่กดราคา

ส่วนการนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี AI เข้ามาสร้างสีสันในร้านกาแฟ มองว่าในต่างประเทศมีมานานแล้ว แต่ในประเทศไทยยังเป็นสิ่งใหม่และยังพัฒนาต่อยอดได้อีกมาก เลยเกิดไอเดียรีโนเวทจากร้านกาแฟ ณ บวร เดิมที่มีจุดเด่นในเรื่องกาแฟคุณภาพ ท่ามกลางบรรยากาศไทยประยุกต์สมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมโชว์ศักยภาพของคนไทย เข้ากับอินสไปเรชั่นยุคใหม่แบบร่วมสมัย ที่ยังคงชูเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าในสมัยรัชกาลที่ 5 กว่า 100 ปี ไว้ได้อย่างลงตัวไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับเมนูแนะนำ คือเมนู na bowon signature เป็นการผสมผสานรสชาติกาแฟเข้มข้น และมาซาล่า จัย (Masala Chai) ชายอดนิยมของอินเดีย ที่อบอวนไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศอย่าง ขิง อบเชย พริกไทยดำ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ อีกมากมากมาย อาทิ อเมริกาโน่ ลาเต้ คาปูชิโน่ แมคคิอาโต โดยมีทั้งแบบร้อนและเย็น โดยสามารถเลือกระดับความหวานได้ตามใจชอบ และที่สำคัญคือ เราคือผู้สัมผัสแก้วกาแฟสุดโปรดของเราเป็นคนแรก 

ทั้งนี้หวังว่า na bowon ROBO X CAFE จะร่วมเป็นอีกหนึ่งสีสันในยุคนิวนอร์มอล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ คอกาแฟ ได้เปิดประสบการณ์กับเครื่องดื่มแก้วโปรด นอกจากนี้ยังยินดีให้คำปรึกษา พร้อมเป็นต้นแบบสำหรับผู้ที่อยากลงทุนในธุรกิจร้านกาแฟในอนาคตแบบยั่งยืนอีกด้วย

ตามไปสัมผัสเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยโรบอทบาริสต้าแบบนี้ ได้ที่ ณ บวร ROBO X CAFE ถนนพระสุเมรุ ตรงข้ามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊ก Na Bowon Robo x Cafe หรือสอบถามที่ โทร. 02 003 5361

#nabowonROBOXCAFE

#โรบอทบาริสต้า

‘ฮอตโตะบาร์บีคิว’ ความฟินครั้งใหม่ ให้สัมผัสญี่ปุ่นเหมือนบินไปกินถึงที่!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/672791

วันที่ 12 ม.ค. 2565 เวลา 09:20 น.'ฮอตโตะบาร์บีคิว' ความฟินครั้งใหม่ ให้สัมผัสญี่ปุ่นเหมือนบินไปกินถึงที่!!เริ่มแล้ววันนี้ เมนูใหม่ล่าสุดจากแมคโดนัลด์ “ฮอตโตะบาร์บีคิว” ความอร่อยฮอตกับซอสบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น กรุ่นกลิ่นย่างรมควัน รสเข้มข้น อร่อยจัดจ้าน ต้องลอง!!

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

รีวิวเมนูใหม่ครั้งนี้ เราอยู่กันที่ แมคโดนัลด์ ชวนสัมผัสเมนูใหม่ล่าสุด “ฮอตโตะบาร์บีคิว” เอร็ดอร่อยกับซอสบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น ที่หอมกลิ่นย่างควัน รสชาติเข้มข้น มีความจัดจ้านแบบถึงรสถึงชาติ ให้สัมผัสญี่ปุ่นเหมือนไปถึงที่!! ในเริ่มต้นเพียง 89 บาท มีจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม – 8 มีนาคมนี้ เท่านั้น

สำหรับความพิเศษรอบนี้ แมคโดนัลด์ ยกขบวนกันมาให้จุใจ ทั้งเบอร์เกอร์หมู เบอร์เกอร์ไก่ แมคไก่กรอบ แมควิงส์ และ ไก่ไม่มีกระดูก เรียกอารมย์เคลิบเคลิ้มเหมือนบินไปไกลถึงแดนอาทิตย์อุทัยเลยทีเดียว

เบอร์เกอร์ไก่ ฮอตโตะบาร์บีคิว อร่อยฟินกับชิ้นไก่เนื้อแน่น เต็มคำ กรอบนอก นุ่มใน ชุบด้วยซอสฮอตโตะบาร์บีคิวรสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นย่างรมควัน พร้อมขนมปังบันเนื้อนุ่มโรยงา ซอสมาโยที่เป็นเอกลักษณ์ของแมคโดนัลด์ และผักกาดแก้วสดฉ่ำจากโครงการหลวง (ชิ้นละ 89 บาท  เซ็ตเสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง และโค้ก ขนาดกลาง เพียง 149 บาท)

เบอร์เกอร์หมู ฮอตโตะบาร์บีคิว อร่อยกับชิ้นหมูเนื้อหนานุ่ม ชุบด้วยซอสฮอตโตะบาร์บีคิว (ชิ้นละ 89 บาท เซ็ตเสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง และโค้ก ขนาดกลาง เพียง 149 บาท)

แมคไก่กรอบ ฮอตโตะบาร์บีคิว กรอบนอก นุ่มใน ราดด้วยซอสฮอตโตะบาร์บีคิว รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน หอมกลิ่นย่างรมควัน  (ชิ้นละ 49 บาท  เซ็ตแมคไก่กรอบ ฮอตโตะบาร์บีคิว 2 ชิ้น เฟรนช์ฟรายส์ ขนาดกลาง และโค้ก ขนาดกลาง เพียง 149 บาท)

แมควิงส์ ฮอตโตะบาร์บีคิว กรอบนอกนุ่มใน คลุกเคล้าด้วยซอสฮอตโตะบาร์บีคิวจนได้ที่ (3 ชิ้น 69 บาท เซ็ตเสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์ ขนาดเล็ก และโค้ก ขนาดกลาง เพียง 99 บาท

ปิดท้ายกับชุดคอมโบ สแน็ค ฮอตโตะบาร์บีคิว แมควิงส์ และไก่ไม่มีกระดูก ที่คลุกเคล้าด้วยซอสฮอตโตะบาร์บีคิว อย่างละ 3 ชิ้น รวมทั้งหมด 6 ชิ้น เพียง 129 บาท  และเซ็ตเสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์ ขนาดเล็ก และโค้ก ขนาดกลาง เพียง 159 บาท

ตามไปฟินกับรสชาติใหม่แบบญี่ปุ่น กับฮอตโตะบาร์บีคิว ได้แล้ววันนี้  ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ (ยกเว้นสาขา ยกเว้นสาขาพีพีไอส์แลนด์, อิมแพ็คเมืองทองธานี และทุกสาขาในสนามบิน) บริการไดร์ฟ ทรู บริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน แมคดิลิเวอรี ใน 3 ช่องทาง คือ โทร.1711 เว็บไซต์ www.mcdonalds.co.th และแอปพลิเคชัน McDonald’s Thailand  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/McThai

#ฮอตโตะBBQ #คิดถึงญี่ปุ่น #แมคโดนัลด์

JUMBO Seafood อาหารทะเลสด รสต้นตำรับสิงคโปร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/672601

วันที่ 10 ม.ค. 2565 เวลา 15:10 น.JUMBO Seafood อาหารทะเลสด รสต้นตำรับสิงคโปร์กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ครั้งนี้ชวนสัมผัสตำนานซีฟู้ดสดรสอร่อย ต้นตำรับสิงคโปร์ ที่มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ กับร้าน JUMBO Seafood (จัมโบ้ ซีฟู้ด) สาขา Siam Paragon พร้อมชิม 2 เมนูใหม่ “ข้าวต้มกุ้งมังกรล็อบสเตอร์” และ “ปูศรีลังกาไซส์ยักษ์”

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ในฐานะนักชิมที่ลิ้มรสอาหารมานานกว่าสิบปี หากจะให้แนะนำร้านดีๆ รสชาติโดนๆ เมื่อมีคนถามถึง ร้านที่อยากบอกต่อสำหรับคนที่ต้องการลิ้มรสซีฟู้ดสด ไซส์ใหญ่ รสชาติดี ที่สำคัญขอเดินทางแค่ใกล้ๆ ใจกลางกรุงเทพฯ ถ้าอยากได้ความพิเศษเพื่อมื้อพิเศษ ขอแนะนำเป็นร้านนี้เลย JUMBO Seafood (จัมโบ้ ซีฟู้ด)

จุดเด่นของ JUMBO Seafood นอกจากไซส์ที่ใหญ่สมชื่อจัมโบ้แล้ว แน่นอนที่สุดคือเรื่องของความสดของวัตถุดิบหลักที่ได้จากการเสาะหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลก แถมมีมาให้เลือกแบบ Live Products ไม่ว่าจะเป็น ปูอลาสก้า ล็อบเสตอร์ กุ้งมังกร กุ้งทะเล หอยงวงช้าง และปลาเก๋าต่างๆ ที่คัดสรรจากแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศทั่วโลก ทั้งนอร์เวย์ อเมริกา สกอตแลนด์ แคนาดา เคนย่า ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์  เวียดนาม หรือจะเป็นทางศรีลังกา ซึ่งเรามั่นใจได้เลยว่าสดแบบเห็นๆ ในตู้ที่ควบคุมทั้งในเรื่องของอุณหภูมิและการปรับค่าความเค็มของน้ำตามที่มาของวัตถุดิบแต่ละชนิด 

จุดเด่นต่อมาคือในเรื่องของรสชาติอาหารรสชาติ ที่คงความเป็นออริจินอลดั้งเดิมของสิงคโปร์ไว้อย่างครบถ้วน โดยนำเข้าซอสทั้ง 12 สูตร อาทิ ซอส ChilliCrab ซอสพริกไทยดำ ซอสพริกไทยขาว ซอสปูผัดพริกผสมถั่ว ซอสน้ำพริกผสมกุ้งแห้ง ซอสน้ำผึ้งผสมพริกไทย ซอสไข่เค็ม  ซอสหมูมอคค่า ฯลฯ ซึ่งทุกซอสอร่อยได้แบบไม่ใส่สารกันบูด

และครั้งนี้เรามีโอกาสมาเยือน JUMBO Seafood สาขาที่ 2 ของประเทศไทยที่สยาม พารากอน ชั้น G  ฝั่ง North (ฝั่งทางออกโรงแรม Siam Kempinski) บรรยากาศการตกแต่งออกแบบได้อย่างแยบยลในสไตล์ร่วมสมัย สะท้อนมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลลึกและแสงอาทิตย์ยามเย็นที่พลิ้วไหวอยู่บนผืนน้ำตามระลอกคลื่น พร้อมแทงก์กระจกใสที่ภายในมี Live products นานาชนิดที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังรายล้อมด้วยสารพัดสรรพสัตว์ทะเล นับเป็นการการันตีความสดใหม่ของวัตถุดิบได้อย่างกลมกลืน พร้อมห้องวีไอพีที่ชั้นบนเพื่อความเป็นส่วนตัว

สำหรับช่วงนี้ทางร้าน JUMBO Seafood มี 2 เมนูพิเศษแนะนำ คือ ข้าวต้มกุ้งมังกรล็อบสเตอร์โรยด้วยข้าวตังกรอบ เลือกใช้กุ้งมังกรล็อบสเตอร์น้ำหนัก 600-800 กรัม มารังสรรค์เป็นเมนูไฮไลท์ ความพิเศษอยู่ที่น้ำซุปที่มีความกลมกล่อมและหอมกลิ่นกุ้งแบบเข้มข้น โดยนำกุ้งลายเสือไปทอดจนเหลืองกรอบและปั่นให้ละเอียด จากนั้นจึงนำไปเคี่ยวพร้อมกุ้งล็อบสเตอร์ในน้ำซุปสูตรพิเศษของทางร้าน ผสมกับผักชนิดต่างๆ เช่น ก้านบร็อกโคลี่ ขิงซอย หอมแดง และต้นหอม เคี่ยวจนได้ที่จึงโรยด้วยข้าวตังทอดกรอบ เวลาทานจะได้ความหวานของน้ำซุปจากกุ้งมังกรล็อบสเตอร์เนื้อแน่นๆ แบบเต็มคำ สำหรับราคาขึ้นอยู่กับขนาดของกุ้งมังกรล็อบสเตอร์ โดยราคาจะอยู่ราวๆ 288++ บาท ต่อ 100 กรัม

เมนูที่สอง ปูศรีลังกายักษ์ สุดยอดวัตถุดิบสดจากทะเล ปูทะเลธรรมชาติเนื้อแน่น สด และหวาน ส่งตรงมาจากศรีลังกา มาปรุงในแบบฉบับจัมโบ้ ซีฟู้ด ผัดคลุกเคล้ามาในซอสพริกสูตรเฉพาะผสมเครื่องเทศกว่า 10 ชนิด ที่ซึมเข้าเนื้อปูแน่นสดหวานได้อย่างกลมกล่อมลงตัว เสิร์ฟพร้อมหมั่นโถวทอดร้อนๆ ที่กรอบนอกนุ่มใน โดยทางร้านคัดไซส์ปูพิเศษสำหรับลูกค้าจัมโบ้ ซีฟู้ด มีให้เลือกหลากหลายขนาดตั้งแต่ 1 – 2.4 กิโลกรัม ราคาขึ้นอยู่กับขนาดของปูศรีลังกา ไซส์ 700-900 กรัม ราคา 220++ บาท ต่อ 100 กรัม, ไซส์ 950 กรัม – 1.2 กิโลกรัม ราคา 240++ บาท ต่อ 100 กรัม และไซส์ 1.2 กิโลกรัมขึ้นไป ราคา 260++ บาท ต่อ 100 กรัม 

ยังมีเมนูรสเลิศอีกมากมายให้เลือกอร่อยตามชอบ ไม่ว่าจะ หนังปลาผัดไข่เค็ม (228 บาท) ที่สุดของหนังปลาที่ทอดมาแบบกรอบฟินรสกลมกล่อมเคี้ยวเพลิน กุ้งทอดคลุกซีเรียล (468 บาท) คัดสรรกุ้งทะเลสดตัวอวบใหญ่ เนื้อหวานเด้ง คลุกเคล้าด้วยซีเรียลชั้นดีที่ให้ผลผลัพธ์เหนือชั้นกว่าแค่การชุบแป้งทอดแบบทั่วๆ ไป ทอดจนหอมกรุ่นเหลืองอร่ามจนสามารถทานได้ทั้งเปลือก ต่อที่ เกี๊ยวกุ้งทอดวาซาบิกับซอสทรัฟเฟิล ( 140  บาท)

ซี่โครงหมูอบซอสมอคค่า (468 บาท) ซี่โครงหมูหมักด้วยสูตรพิเศษเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ เคลือบซอสมอคค่าสูตรยอดนิยม โรยด้วยอัลมอนด์สไลด์เสริมเท็กซ์เจอร์ความกรุบ ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ (180 บาท) ผักป๋วยเล้งผัดซอสหอยนางรม (388 บาท) หรือจะเป็นข้าวผัดทะเล ( 548 บาท) นอกจากนี้ ยังมีเมนูติ่มซำให้เลือกอีกเพียบ อาทิ ขนมจีบจัมโบ้ ขนมจีบเป๋าฮื้อ ฮะเก๋าหอยเชลล์ ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่และพริก ซาลาเปาลาวา และ มาลัยโกะ

ตาามาลิ้มรสซีฟู้ดระดับตำนานจากสิงคโปร์กับ JUMBO Seafood สาขา Siam Paragon ได้ทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น. และเปิดให้จองคิวทาง Line Official : @Jumboseafoodth, เบอร์โทรศัพท์ สาขาสยามพารากอน : 02 162 0520, 087-785-7997 หรือสามารถสั่งบริการเดลิเวอรี่ต่างๆ ได้ที่ Grab Food, Lineman และ Robinhood พิเศษ!! ฟรีค่าส่ง สำหรับสั่งโดยตรงกับทางร้าน เมื่อสั่งครบ 3,000 บาทขึ้นไป (ภายในระยะทาง 15 กิโลเมตร)

ทั้งนี้ ร้าน จัมโบ้ ซีฟู้ด ทุกสาขาได้ตระหนัก และให้ความสำคัญถึงมาตรการความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรการของรัฐบาล โดยพนักงานในร้านทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว รวมไปถึง การตรวจวัดอุณหภูมิของพนักงานวันละ 2 ครั้ง, พนักงานให้บริการสวมหน้ากากอนามัย, การทำความสะอาด และฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสตลอดวัน และการรักษาระยะห่าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในด้านการบริการ ความสะอาด และความปลอดภัย ดูข้อมูลเพิ่มเติม และโปรโมชั่นอื่นๆ ได้ผ่านช่องทาง Instagram/ Facebook : JUMBO Seafood Bangkok