La Meow เอาชนะใจลูกค้าด้วยรสจัดจ้าน ตั้งแต่คำแรกที่ลอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680484

วันที่ 13 เม.ย. 2565 เวลา 13:15 น.La Meow เอาชนะใจลูกค้าด้วยรสจัดจ้าน ตั้งแต่คำแรกที่ลอง

จีนแท้ทุกเมนู La Meow (ล่าเมียว) หมาล่าต้นตำหรับมณฑลหูหนาน อาหารจีนแบบที่คนจีนล่ำลือกันว่าเผ็ดที่สุดในโลก!!

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

La Meow ร้านอาหารจีนหูหนาน-เสฉวน แบรนด์แรกในไทย เปิดสาขาล่าสุดที่ชั้น 7 โซน Beacon ใน CentralwOrld รังสรรค์ทุกเมนูโดยเชฟ Feng Jun เชฟชื่อดังผู้ได้รับรางวัลการปรุงอาหารจีนยอดเยี่ยม 4 รางวัล จากการแข่งขันทางทีวีที่มณฑลหูหนาน ปี 2012 รางวัลชนะเลิศการทำอาหารของรายการทีวีหูหนานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน รางวัลเจ้าแห่งต้นตำรับอาหารจีนหูหนาน รางวัลราชามังกรพ่นไฟ เชฟมณฑลหูหนาน รางวัลเชฟพื้นบ้านจากมลฑลหูหนาน และเป็นผู้ร่วมแข่งขันประชันกับเชฟป้อมใน Iron Chief Thailand ปี 2560

ร้านนี้มาจากจุดเริมต้นของชายไทยผู้หลงรักกับสาวหูหนานและหลงใหลในอาหารจีนแบบเผ็ด คุณรัตตรุจน์ ทองประดิษฐ์ เจ้าของร้าน หนุ่มวิศวกร Co-founder ที่สนใจในการเปิดร้านอาหารจีน จึงได้ร่วมกับ Chef Feng ผู้ที่เคยไปเขย่าบัลลังก์ Iron Chef Thailand 

สไตล์การตกแต่งร้านล่าเมียว สื่อสารด้วยสไตล์จีนกึ่งแฟชั่น ซึ่งมีแมวตัวใหญ่ตั้งอยู่หน้าร้านเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยสไตล์บ้านแมว เป้าหมายของแบรนด์ คือเป็นผู้นำตลาดอาหารจีนแบบเผ็ด รสจัดจ้าน ตามสโลแกนของร้าน “เอาชนะใจลูกค้า ด้วยรสจัดจ้าน ตั้งแต่คำแรกที่ลอง”

เมนูความอร่อยที่หลากหลายร้อนแรงของล่าเมียว  เป็นอาหารหูหนาน ซึ่งเป็น 1 ใน 8 กลุ่มใหญ่ของการจำแนกอาหารจีน มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีวิธีการปรุงที่ประณีตบรรจง เลือกใช้วัตถุดิบที่หลากหลาย มีรสชาติเผ็ดเปรี้ยวเป็นรสชาติหลัก และมีสีสันที่จัดจ้าน รสชาติหลักของอาหารหูหนานที่เป็นที่ทราบกันดีคือรสเผ็ด เนื่องจากภูมิอากาศและภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บนเส้นละติจูด ที่ได้รับฉายาว่า แถบพริกของโลก ทำให้สามารถปลูกพริกหลากหลายสายพันธุ์ได้ดี ชาวหูหนานทุกเพศทุกวัยล้วนชื่นชอบการทานเผ็ดในความเชื่อของชาวหูหนาน “พริก” คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของอาหาร ถือเป็นการให้เกียรติและการต้อนรับแขกอย่างอบอุ่นโดยจะเชิญแขกให้ทานพริกก่อนเนื้อสัตว์

ทางด้านเมนูของล่าเหมียว สามารถเพิ่มระดับความเผ็ด ลดสเต็ปความเค็ม ตามสไตล์ที่แต่ละคนชื่นชอบ โดยทางร้านแบ่งประเภทเมนูอาหาร เป็น 3 ประเภท ได้แก่ Quick lunch เมนูจานเดี่ยวแบบ Bow สำหรับมื้อเที่ยง อาทิ เนื้อผัดพริกดอง หมูผัดพริกหยวกจีน ไก่ทอดพริกเสฉวน เต้าหู้หม่าโผว ตามด้วย เผ็ดสไตล์ใหม่ อาทิ เนื้อผัดพริกดอง เต้าหู้ขั้วพริกหูหนาน ดอกกะหล่ำผัดพริกแห้ง ไก่ทอดพริกเซฉวน และห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงกับเมนูหมาล่า อาทิ หมาล่าเซียงกัว (ผัดหม่าล่าแห้งกระทะเหล็ก) หมาล่าทั่ง และเมนูหมาล่าอื่นๆ อีกอีกมาก ที่เลือกตัก ชั่งน้ำหนัก และปรุง ในแบบที่อยากกินได้เลย

ตามมาลิ้มรสความเผ็ดชาได้ที่ร้าน La Meaw ชั้น 7 โซน Beacon ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 -22.00 น. สอบถามโทร. 084-654-7991, 099-391-9642 ติดตามรายละเอียดได้ในเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/Lameowbkk

ชาร์จพลังช่วงวันหยุดยาวกับ 5 แหล่งท่องเที่ยว-ช้อปของฝากสุดฟินชุมชนหมู่บ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680606

วันที่ 13 เม.ย. 2565 เวลา 12:33 น.ชาร์จพลังช่วงวันหยุดยาวกับ 5 แหล่งท่องเที่ยว-ช้อปของฝากสุดฟินชุมชนหมู่บ้าน

ดีพร้อมไกด์ ชวนชาร์จพลังช่วงวันหยุดยาวกับ 5 แหล่งท่องเที่ยว-ช้อปของฝากสุดฟินชุมชนหมู่บ้าน DIPROM CIV ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์นี้

หลังจากที่หลายคนห่างหายจากการเดินทางท่องเที่ยวในเทศกาลวันหยุดยาวช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าสงกรานต์ปี 2565 นี้ จะเป็นปีที่แนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยภาพรวมของคนไทยที่เข้าถึงการฉีดวัคซีนมากขึ้น ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและมาตรการผ่อนคลายการควบคุมการเดินทางในประเทศจากภาครัฐ ทำให้ไม่เพียงเหล่านักท่องเที่ยวจะมีความมั่นใจ แต่ยังกระตุ้นความต้องการในการอยากออกเดินทางที่อัดอั้นมาแสนยาวนานอีกครั้ง ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนต่าง ๆ ก็มีการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้เช่นเดียวกัน

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้นำคนสำคัญของดีพร้อม ที่มุ่งมั่นส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพ ได้รวบรวม 5 สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจภายใต้โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดีพร้อม (DIPROM  Creative Industry Village) หรือ หมู่บ้าน DIPROM CIV ที่แต่ละชุมชนได้รับการพัฒนาให้มีความพร้อม ทั้งกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาชุมชนให้มีศักยภาพพร้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยใช้จุดเด่นของแต่ละชุมชนเป็นจุดขาย นักท่องเที่ยวจึงมั่นใจได้ว่าจะได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน ไปพร้อมกับได้ช่วยเหลือและส่งกำลังใจให้แก่ชุมชนผ่านการบริโภคสินค้าและบริการจากท้องถิ่น เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน คนมะพร้าวบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม

เริ่มต้นกันที่แหล่งท่องเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อย่างชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ความโดดเด่นของบ้านริมคลองโฮมสเตย์ คือ บรรยากาศบ้านสวนโฮมสเตย์ ริมคลองที่แยกย่อยจากแม่น้ำแม่กลองอันเงียบสงบ มีต้นมะพร้าวเรียงราย ชาวบ้านที่นี่จึงมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับมะพร้าวมาอย่างยาวนานกว่า 300 ปี และเชี่ยวชาญการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ อาทิ น้ำตาลมะพร้าว มะพร้าวไซรัป นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวบ้านริมคลองผ่านกิจกรรมล่องเรือแบบสบาย ๆ ชมวิถีชาวบ้าน พร้อมมีกิจกรรมตามหาน้ำหวานช่อดอกมะพร้าว ที่จะชวนให้ได้ชิมน้ำหวานจากปลายช่อดอกมะพร้าวสด ๆ ที่หยดลงมาจากต้น พร้อมเรียนรู้การทำอาหารคาวหวาน การสานหมวกทำน้ำตาลมะพร้าว เสมือนได้พักผ่อนอยู่ที่บ้านญาติผู้ใหญ่ และได้ร่วมทำกิจกรรมเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งรูปแบบค้างคืน หรือแบบ One day trip สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อผู้ประสานงานชุมชน โทร. 08 9170 2904

ชิมมะดัน มะยงชิดรสดี เที่ยวชมสถาปัตยกรรมญวน และวิถีชีวิตริมน้ำที่ชุมชนท่าทรายจังหวัดนครนายก

ต่อกันที่อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกทั้งเป็นทางผ่านสู่จังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออก ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมนั่นก็คือ ชุมชนบ้านท่าทราย ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นครนายก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นคือ บ้านก๋งยี่ 100 ปี เป็นบ้านโบราณที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครนายก

เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมสถาปัตยกรรมที่สวยงามสไตล์สยามวิคตอเรียน และของเก่าหาชมยากที่ถูกสะสมไว้ภายในบ้าน นอกจากนี้ในชุมชนยังมีวัดและสถาปัตยกรรมแบบญวนที่งดงามรอให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม ขณะเดียวกัน ชุมชนบ้านท่าทรายยังเป็นแหล่งปลูกมะดันและมะยงชิดขนาดใหญ่ รสหวาน เนื้อกรอบเป็นเอกลักษณ์จนได้รับการันตีให้เป็นสินค้า GI จังหวัดนครนายก ซึ่งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง จึงมีผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่นมากมายรอให้นักท่องเที่ยวมาช้อปเป็นของฝาก อาทิ น้ำมะดันสด มะดันลอยแก้ว เจลลี่มะยงชิด สบู่มะดัน โลชั่นมะดัน หมี่กรอบมะยงชิด ฯลฯ

ผู้ที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนที่บ้านท่าทรายเป็นของฝากช่วงสงกรานต์นี้ หรือสนใจเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในชุมชนบ้านท่าทราย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อผู้ประสานงานชุมชน โทร. 08 8257 1431 ผู้ที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนที่บ้านท่าทรายเป็นของฝากช่วงสงกรานต์นี้ หรือสนใจเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในชุมชนบ้านท่าทราย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อผู้ประสานงานชุมชน โทร. 08 8257 1431

ท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยา ช้อปของฝากงานจักสานจากผักตบชวา ที่ชุมชนบ้านอ้อย จังหวัดชัยนาท

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนริมน้ำเจ้าพระยาที่มีความโดดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ในชุมชนไม่แพ้กันก็คือชุมชนบ้านอ้อย ต.สรรพยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ชุมชนนี้มีการรวมกลุ่มกันนำผักตบชวามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จักสานอันสวยงาม ทั้งกระเป๋าสุภาพสตรี กระจาด ตะกร้าใส่ของใช้ นอกจานี้ ชุมชนยังมีสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยาที่มีความร่มรื่นสวยงาม มีร้านกาแฟเป็นจุดเช็คอินริมชายหาดน้ำจืดแห่งใหญ่ในจังหวัด ซึ่งมีสวนดอกไม้สวยงามและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของกลุ่ม ตลอดจนมีแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนใกล้เคียงอื่น ๆ ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น โรงพักเก่าสรรพยา ตลาดถนนคนเดิน หรือจะเยี่ยมชมภูมิปัญญาชาวบ้านวิถีคนทำตาล การทำข้าวเกรียบลอยน้ำ ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม เป็นต้น

สนใจผลิตภัณฑ์จักสานจากผักตบชวา หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของชุมชนบ้านอ้อย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้ประสานงานชุมชน โทร. 08 9536 3839

สัมผัสวิถีชุมชนริมฝั่งโขง ล่องเรือไหว้พระ แวะพักโฮมสเตย์ชุมชน ที่บ้านเดื่อ จังหวัดหนองคาย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนริมฝั่งโขงต้องมาที่บ้านเดื่อ อำเภอเมือง จ.หนองคาย ชุมชนนี้ตั้งอยู่ริมน้ำโขง มีต้นไม้น้อยใหญ่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งส่วนมากเป็นต้นมะเดื่อ จึงเป็นที่มาของชื่อชุมชนบ้านเดื่อ โดยชุมชนแห่งนี้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสนั่นก็คือ กิจกรรมล่องเรือไหว้พระ สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติริมโขง รวมถึงที่พักโฮมสเตย์ชุมชน พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยพืชผักปลอดสารพิษที่ปลูกโดยคนในชุมชน รวมทั้งอาหารพื้นถิ่นจากฝีมือเชฟชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิม นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อเป็นของฝาก เช่น ปลานิลแดดเดียว ปลาร้าบอง หนังปลาทอดกรอบ ปลาหยอง กุนเชียงปลา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของบ้านเดื่อสนใจสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ชุมชน และท่องเที่ยวโฮมสเตย์ชุมชนบ้านเดื่อ ติดต่อผู้ประสานงานชุมชน โทร. 09 8795 5965

ซึมซับวัฒนธรรมไทลื้อ ชมภูมิปัญญาแกะสลักตุ๊กตาไม้ ที่ชุมชนบ้านลวงเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

ชุมชนบ้านลวงเหนือ ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอีกแห่งทางภาคเหนือ ที่มีเอกลักษณ์ของชุมชนโดดเด่นเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องแต่งกาย ประเพณี และวัฒนธรรมที่ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์และสืบทอดมาถึงทุกวันนี้ บ้านลวงเหนือมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เดิมเป็นถิ่นอาศัยของชาวไทลื้อ และในปัจจุบันยังคงมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายไทลื้อ จึงทำให้มีการสืบทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญา ของคนในชุมชนที่รอให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัส ทั้งการแกะสลักตุ๊กตาไม้ การทำกระดาษสา การทำข้าวควบข้าวแคบ (อาหารพื้นบ้านชาวไทลื้อ) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอย่างวัดศรีมุมเมืองซึ่งตั้งอยู่ศูนย์กลางของชุมชนและยังมีทุ่งนาฟ้ากว้าง โฮมสเตย์ และศูนย์เรียนรู้ชุมชน รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาเยี่ยมชม รวมทั้งหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในเมืองมาพักผ่อนค้างคืนที่ชุมชนแห่งนี้

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสวัฒนธรรมไทลื้อ และภูมิปัญญาชาวบ้านที่ชุมชนบ้านลวงเหนือ สามารถติดต่อ ผู้ประสานงานชุมชน โทร. 06 1810 9993

ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดีพร้อม มั่นใจว่าแหล่งท่องเที่ยวชุมชน “หมู่บ้าน DIPROM CIV” จะได้รับอานิสงส์จากกระแสการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักในช่วงสงกรานต์นี้ ประกอบกับการที่ชุมชนต่าง ๆ ได้ผ่านการเตรียมความพร้อมในระดับชุมชนตามนโยบาย “DIPROM CARE: ดีพร้อม แคร์” ซึ่งจะช่วยให้แต่ละชุมชนมีศักยภาพต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยนโยบายดีพร้อมแคร์มุ่งยกระดับขีดความสามารถการเป็นแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละชุมชน ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ปัญหาชุมชน ที่จะลงลึกถึงความต้องการเฉพาะในแต่ละพื้นที่ พร้อมการส่งเสริมที่ตรงจุด ด้วยทีมบุคลากรคุณภาพที่เชี่ยวชาญองค์ความรู้ในด้านการบริหารแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นฉันทามติของชุมชนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ อีกทั้งได้ปรับรูปแบบเพื่อรองรับวิถีชีวิตปัจจุบันที่สามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้อย่างเป็นปกติ (Now Normal)

ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ดีพร้อมดำเนินการส่งเสริมและสานต่อโครงการหมู่บ้าน DIPROM CIV ที่ประสบความสำเร็จจากการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สร้างรายได้มั่นคงให้กับ 250 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ อีกทั้งเพื่อเป็นการสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งและศักยภาพที่แข็งแกร่ง พร้อมรองรับกระแสการออกเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยที่จะกลับมาคึกคักในเร็ววันนี้

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2430 6865-66 ต่อ 4 และติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/dipromindustry หรือ www.diprom.go.th

แกะรอยมนต์เสน่ห์แห่ง “อโยธยา”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680455

วันที่ 12 เม.ย. 2565 เวลา 09:15 น.แกะรอยมนต์เสน่ห์แห่ง “อโยธยา”

เอาฤกษ์เอาชัยปีใหม่ไทย ชวนแกะรอยมนต์เสน่ห์แห่ง “อโยธยา” เมืองเก่าที่ซ้อนอยู่ภายใต้เงากรุงศรีอยุธยา

ปีใหม่ไทยใครที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ในช่วงวันหยุด จังหวัด “พระนครศรีอยุธยา” ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ หลายคนยังคุ้นเคยกับประวัติศาสตร์สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มักจะเห็นผ่านตาในละครหรือภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ชาติไทยที่สะท้อนความรุ่งเรืองของกรุงเก่า แต่แท้จริงแล้วก่อน กรุงศรีอยุธยาจะถูกสถาปนาเป็นราชธานีที่มีประวัติยาวนานกว่า 417 ปีนั้น ได้มีเมืองที่ชื่อว่า “อโยธยา” เกิดขึ้นก่อน วันนี้ จะพาไปแกะรอยอารยธรรม มนต์เสน่ห์ของเมือง “อโยธยา” ที่ซ้อนอยู่ภายใต้เงากรุงศรีอยุธยา ผ่าน 6 โบราณสถาน ได้แก่ วัดพนัญเชิงวรวิหาร, วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดกุฎีดาว, วัดอโยธยา, วัดมเหยงคณ์, วัดหันตรา แวะลิ้มรสอาหารฝีมือชาวกรุงเก่าที่ร้านคลองบ้านม้า ร้านอาหารเล็กๆ อยู่ติดริมคลองบ้านม้า

โดยทริปนี้ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับหน้าที่ไกด์เล่าเรื่องประวัติศาสตร์พอสังเขปของ อโยธยาศรีรามเทพนคร หรือเรียกสั้นๆ ว่า “อโยธยา” บ้านเมืองระดับนครรัฐที่มีอายุเก่าแก่ก่อนกรุงศรีอยุธยา ว่าเป็นเมืองสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม สืบต่อจากเมืองละโว้ (ลพบุรี) โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเมืองอยุธยา คนละฟากแม่น้ำป่าสัก

ในทางสภาพภูมิศาสตร์ เมืองอโยธยาศรีรามเทพนคร ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นทางแยกของลำน้ำ หรือเรียกว่า ทางแพรก ประกอบด้วยคลองหันตราและคลองโพ มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดราว 1,600 x 2,800 เมตร ลักษณะคล้ายกับเมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองสุพรรณบุรี เมืองอโยธยาจึงตั้งอยู่ในเขตลุ่มแม่น้ำป่าสัก มีลักษณะเป็นทุ่งกว้างระหว่างลำน้ำหันตรากับลำคลองโพ เป็นพื้นที่รับน้ำที่ไหลลงมาจากแม่น้ำป่าสักและลำน้ำอื่นๆ จากเทือกเขาทางเพชรบูรณ์และที่ราบสูงทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศเหนือ ใช้ลำน้ำหันตราที่ไหลผ่านเป็นคูเมือง ทิศใต้ ใช้คลองปากข้าวสารที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาข้างวัดพนัญเชิงเป็นคูเมือง ทิศตะวันออก ใช้คลองวัดกุฎีดาว ซึ่งรับน้ำจากลำน้ำหันตราเป็นคูเมือง ทิศตะวันตก มีการขุดคูขื่อหน้าเชื่อมลำน้ำหันตรากับลำน้ำลพบุรี ตั้งแต่ตำบลหัวรอลงมาสบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลบางกะจะ (บริเวณหน้าป้อมเพชร) จึงเป็นคูเมืองของด้านนี้ ทางทิศใต้ ของตัวเมืองยังมีสระน้ำหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยแนวคันดินและวัดพระนอน ซึ่งอยู่ติดกันเท่านั้น และมีท้องทุ่งสำคัญคือ ทุ่งหันตราและทุ่งพระอุทัย

จากทำเลที่ตั้งทำให้สันนิษฐานว่า อโยธยา เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรือง น่าจะมีการติดต่อค้าขายกับเพื่อนบ้านทั้งทางเหนือและทางใต้ รวมทั้งทำการค้ากับต่างชาติด้วย โดยเฉพาะอินเดีย เปอร์เซีย และจีน จึงก่อให้เกิดรูปแบบศิลปกรรมที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งนักประวัติศาสตร์ศิลป์บางท่านเรียกว่า ศิลปะอู่ทองหรือศิลปะอโยธยา ซึ่งเป็นศิลปะที่สืบเนื่องมาจากศิลปะสมัยทวารวดีตอนปลาย

การล่มสลายของอโยธยา

การล่มสลายของเมืองอโยธยา มิได้มาจากการแพ้สงครามดั่งเช่นอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา แต่เกิดจากโรคระบาดทำให้ผู้คนจำต้องทิ้งเมือง ดั่งที่ปรากฎหลักฐานใน พระราชพงศาวดารเหนือ ว่า หลังรัชกาลพระยาแกรก 3 ชั่วกษัตริย์ เจ้าอู่ทองได้ครองราชย์ต่อมาอีก 7 ปี เกิดโรคห่า ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก และ “…พระยาอู่ทองตรัสแก่เสนาบดีว่า พระตำหนักเวียงเหล็ก ให้หาที่ไชยภูมิจะสร้างเมืองใหญ่ จึงให้อำมาตย์ข้ามไปฝั่ง ที่ฝั่งเกาะตรงวังข้ามเกณฑ์ไพร่ถางแผ้ว” จากข้อความดังกล่าวนี้สันนิษฐานได้ว่า เมื่อเกิดโรคระบาดแล้ว พระเจ้าอู่ทองจึงย้ายพระราชฐานมาอยู่ที่ตำบลเวียงเหล็ก และโปรดให้สร้างเมืองใหม่ที่ฝั่งตรงข้ามกับ          พระตำหนัก คือบริเวณริมหนองโสนในเกาะเมืองอยุธยาในปัจจุบัน

นอกจากนี้ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระราชหัตถเลขา ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ร้ายแรงว่า “ทรงพระกรุณาตรัสว่า เจ้าแก้ว เจ้าไทย ออกอหิวาตกโรคตาย ให้ขุดขึ้นเผาเสีย และที่ปลงศพนั้น ให้สถาปนาพระเจดีย์และวิหาร เป็นพระอาราม และให้นามชื่อ วัดป่าแก้ว”  แสดงให้เห็นว่า เมื่ออโยธยาเกิดโรคระบาดกระทั่งแม้แต่พระราชโอรสทั้งสองพระองค์ของพระเจ้าอู่ทอง หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยา ยังสิ้นพระชนม์จากโรคระบาด เมื่อจัดงานพระศพเสร็จทรงโปรดเกล้าฯ ให้บริเวณที่ปลงศพสถาปนาเป็นพระอารามและโปรดพระราชทานชื่อว่า วัดป่าแก้ว หรือต่อมารู้จักในชื่อ วัดใหญ่ชัยมงคล

ลัดเลาะเส้นทางอยุธยาฝั่งตะวันออก ค้นหาเสน่ห์ เมือง “อโยธยา” ผ่าน 6 โบราณสถาน

วัดพนัญเชิงวรวิหาร

เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า ‘บางกะจะ’ ซึ่งเป็นแม่น้ำ 2 สาย แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก ไหลมาบรรจบกันจึงทำให้บริเวณนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการกำเนิดขึ้นของกรุงศรีอยุธยา ด้านในประดิษฐาน “พระพุทธไตรรัตนนายก” หรือหลวงพ่อโต หรือเจ้าพ่อซำปอกง พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยศิลปะอู่ทองตอนปลาย ลงรักปิดทองที่มีขนาดหน้าตักกว้าง 14.20 เมตร สูง 19.20 เมตร เป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาที่ขนาดใหญ่สุดในประเทศไทย ซึ่งในพระราชพงศาวดารฯ กล่าวว่า สร้างขึ้นก่อนการสถาปนา กรุงศรีอยุธยา 26 ปี แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง ทั้งนี้ตามคำให้การชาวกรุงเก่ายังบันทึกไว้ว่า  เมื่อคราวจะเสียกรุงใน พ.ศ. 2310 หลวงพ่อโตมีน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก

นอกจากนี้ภายในยังมี ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก อนุสรณ์แห่งความรัก ซึ่งเป็นตำนานของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง กษัตริย์เมืองอโยธยา และพระนางสร้อยดอกหมาก ธิดาเจ้ากรุงจีนที่กลั้นพระทัยจนสิ้นพระชนม์ด้วยความน้อยใจ พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงโปรดให้พระราชทานเพลิงพระศพที่บริเวณแหลมบางกะจะ แล้วสถาปนาบริเวณที่ถวายพระเพลิงเป็นวัดชื่อ พระเจ้าพระนางเชิง หรือวัดพนัญเชิงในปัจจุบัน

วัดใหญ่ชัยมงคล

เดิมชื่อ ‘วัดป่าแก้ว’ เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่เมืองอโยธยายังเจริญรุ่งเรือง โดยในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดศพของเจ้าแก้ว เจ้าไทย ซึ่งสิ้นพระชนม์ด้วยโรคอหิวาตกโรคขึ้นเผาเสีย และที่ปลงศพนั้นให้สถาปนาพระเจดีย์และวิหารเป็นพระอาราม และโปรดพระราชทานชื่อว่า ‘วัดป่าแก้ว’ และยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจาก อุโบสถของวัดเคยเป็นที่ซึ่งพระเฑียรราชาและคณะผู้ก่อการบางส่วน คิดกำจัดขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์มาประชุมเสี่ยงเทียนอธิษฐาน

วัดกุฎีดาว

ประวัติการก่อสร้างวัดกุฎีดาวไม่ชัดเจน ปรากฏในหนังสือ พงศาวดารเหนือ ว่า พระยาธรรมิกราช ซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงสร้าง เมื่อจุลศักราช 671 ปีเถาะ เอกศก และพระอัครมเหสี ของพระองค์ทรงสร้างวัดมเหยงคณ์ขึ้นคู่กัน นอกจากนี้มีข้อสันนิษฐานว่า วัดกุฎีดาว อาจจะสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับวัดมเหยงคณ์ เป็นวัดขนาดใหญ่ที่สำคัญวัดหนึ่งของ “อโยธยา” เมืองเก่าที่เกิดก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา เนื่องจากพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าท้ายสระทรงปฏิสังขรณ์วัดมเหยงคณ์ อีกไม่กี่ปีต่อมาสมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรสถานมงคลก็ได้ปฏิสังขรณ์วัดกุฎีดาวซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามขึ้นบ้าง เป็นการดำเนินตามแบบอย่างของสมเด็จพระเชษฐาธิราช

วัดมเหยงคณ์

วัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ตะวันตกของคลองหันตรา สายน้ำสำคัญของอโยธาซึ่งไหลมาจากแม่น้ำป่าสัก โดยชื่อ มเหยงคณ์ อาจมาจากรากภาษาบาลี คำว่า มหิยังค์ แปลว่าภูเขาหรือเนินดิน  ส่วนรูปแบบสถาปัตยกรรม เจดีย์ประทานทรงระฆังศิลปะแบบอยุธยา ซึ่งที่ฐานประดับประติมากรรมช้างล้อม น่าจะมีต้นแบบมาจาก มหิยังคณเจดีย์ แห่งลังกาทวีป

วัดอโยธยา หรือ วัดเดิม ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของเขตการอนุรักษ์เมืองเก่าอโยธยา ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2486 ปัจจุบันยังคงสภาพเป็นโบราณสถาน และในส่วนที่ได้รับบูรณะขึ้นใหม่ ตามตำนานพงศาวดารเหนือ กล่าวว่า วัดนี้เคยเป็นพระราชวังสมัยอโยธยา ต่อมาได้สร้างพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นทางตอนใต้ของเมือง จึงถวายพื้นที่นี้ให้สร้างเป็นวัดและมีพระเจดีย์ขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายองค์เจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

วัดหันตรา

วัดเก่าแก่สมัยอโยธยา ตั้งอยู่ริมคลองหันตรา หรือ แม่น้ำป่าสักสายเก่า แต่เดิมที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า ทุ่งหันตรา หรือ ทุ่งอุทัย ซึ่งเป็นที่นาของพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา และเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับการทำนา ซึ่งเป็นนาฏกรรมแห่งรัฐ เพื่อขอความเจริญในพืชพันธุ์ และข้าวปลาอาหารของราชอาณาจักรและยังเป็นสถานที่พระราชสมภพของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถอีกด้วย ทั้งนี้ โบสถ์ของวัดเป็นแบบมหาอุตม์ กล่าวคือ ไม่มีประตูด้านหลังและไม่เจาะช่องหน้าต่าง เชื่อกันว่าใช้เป็นที่ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลังที่ศักดิ์สิทธิ์

7+7 เมนูใหม่น่าลิ้มลองของ ‘เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์’ 1 ใน 25 ร้านกาแฟของโลกที่ต้องไปเห็นก่อนตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680465

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 17:15 น.7+7 เมนูใหม่น่าลิ้มลองของ 'เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์' 1 ใน 25 ร้านกาแฟของโลกที่ต้องไปเห็นก่อนตาย

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ชวนสัมผัสรสชาติเมนูใหม่ของ Specialty Coffee ที่ “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” อิ่มเอมกับ 7 Pasta พร้อมดื่มด่ำกับ 7 เครื่องดื่มสุดพิเศษ ในร้านที่ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก (The World’s Best Coffee Shops)

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

จากจุดกำเนิดที่เริ่มต้นด้วยความหลงใหลในกาแฟสเปเชียลตี้ที่สตูดิโอแห่งหนึ่งในย่านคอสเวย์ เบย์ ฮ่องกง เมื่อปี 2553 โดยเจนนิเฟอร์ หลิว (Jennifer W.F. Liu) นักธุรกิจและสถาปนิกหญิงชื่อดังของฮ่องกง ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารหญิงที่ทรงอิทธิพลในปี 2562 โดย Forbes Asia สู่ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ที่ดึงดูดคอกาแฟทั้งในฮ่องกงและจากทั่วโลกมากมาย

พิสูจน์จากรางวัลการันตีและเป็นที่กล่าวถึงจากสื่อต่างประเทศ เช่น การจัดอันดับของ BuzzFeed ปี 2557 ที่ยกให้ร้านแฟลกชิปของ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ในฮ่องกง เป็น 1 ใน 25 ร้านกาแฟของโลกที่จะต้องไปเห็นก่อนที่คุณลาจากโลกนี้ (25 Coffee Shops Around The World You Have to See Before You Die) และถูกจัดให้เป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก (The World’s Best Coffee Shops) โดย The Telegraph ในปี 2559 นอกจากนี้ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ยังได้รับการจัดให้เป็นอันดับหนึ่งด้านกาแฟพิเศษ (specialty coffee) โดยองค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ประจำปี 2560 (Frost and Sullivan Report 2017) อีกด้วย

การมาถึงของ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ในประเทศไทยนั้นเป็นความร่วมมือระหว่าง เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ กับบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ภายใต้การบริหารงานของคุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ซึ่งรุดแผนธุรกิจด้านร้านอาหาร โดยนับเป็นร้านกาแฟแบรนด์ต่างชาติในรูปแบบแฟรนไชส์แบรนด์แรกที่อิมแพ็คเข้าบริหารและมีแผนขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต

สำหรับร้าน เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ แห่งแรกในไทยตั้งอยู่ ณ โครงการเวลา หลังสวน ตามด้วยสาขา 2 ที่เกษรวิลเลจ สาขา 3 ณ ศูนย์การเซ็นทรัลเวิลด์ สาขา 4 ที่โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ และส่งท้ายปลายปี 2564 กับสาขาที่ 5 ที่เมกาบางนา ซึ่งครั้งนี้เราพามาที่สาขาเกษรวิลเลจ จุดเด่นของนี้อยู่ที่การตกแต่งที่ทันสมัย แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นร้านกาแฟสเปชี่ยลตี้คุณภาพระดับโลก เพียบพร้อมมุมนั่งพักผ่อนหลายมุม และทำให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์ดีๆ พร้อมพบปะพูดคุยกับบาริสต้าที่พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ และแนะนำเมนูใหม่ๆ ที่น่าสนใจให้คุณทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีกาแฟคุณภาพ อาหารนานาชาติจากวัตถุดิบคุณภาพ รังสรรค์จากฝีมือเชฟชั้นนำ พร้อมให้บริการคุณมากมาย เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ร้านกาแฟชั้นนำระดับโลกที่พร้อมเป็น Daymaker เพื่อเติมเต็มความสุขในทุกวันของคุณด้วยเครื่องดื่มและอาหารหลากหลายเมนู

7 เมนูเครื่องดื่มใหม่

3 Tropical signature #3styles เริ่มจำหน่าย วันนี้ – 15 พ.ค 2565

ช่วงนี้อุณหภูมิร้อนขึ้นทุกวัน…TCA เชิญชวนกัน มาดื่มด่ำความสดชื่นซาบซ่านสราญอารมณ์ กับ 3 เมนูรสชาติใหม่ ที่ผสมผสานผลไม้เมืองร้อนเข้าคู่กับรสชาติของกาแฟคุณภาพสูง ปรับสุนทรีย์แห่งซัมเมอร์นี้ ไปกับความอร่อยล้ำฉ่ำอุราไปด้วยกัน

Passion Sunrise ราคา 220 บาท

กระตุ้นความสดใสยามเช้าด้วยเครื่องดื่มกาแฟที่ผสมผสานรสชาติของเปรี้ยวซ่าของผลไม้

Mojito Sunshine ราคา 200 บาท

เครื่องดื่มแนว #LATIN หอมเย็นด้วยใบมินต์ เปรี้ยวสดชื่นด้วยมะนาว เติมรสหวานจากมะม่วงสด และโซดา

Hoppomelo Sunset ราคา 220 บาท

เครื่องดื่มแนวใหม่ ผสานรสขมเบาๆ จาก Hop ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มเบียร์ ผสมกับ น้ำส้มโอสีทองและ TCA Thailand House Blend เล็กน้อย

2 pour over coffee

เปิดประสบการณ์กาแฟ Pour Over มาครบทุกสัมผัส กลิ่นหอมกรุ่น และรสชาติที่กลมกล่อมจากกาแฟคั่ว นำเข้าจากฮ่องกง มีให้เลือกสรรมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Ethiopia, Kenya, Brazil, หรือ Columbia นำมาชงด้วยวิธีแบบ Pourover บนน้ำแข็ง เสริฟเย็นๆ ให้คุณได้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าไปตลอดทั้งวัน

Kenya Swara Washed ราคา 240 บาท

กาแฟดริปเย็น ชงร้อนและใส่น้ำแข็งทันที มีรสชาติที่ดื่มง่าย ออกกลิ่นลูกพลัม บลูเบอรี่ และมะเขือเทศ

Ethiopia Yirgacheffe Kochere Washed ราคา 240 บาท

มาจากเมือง Yirgacheffe กาแฟดริปร้อน เอธิโอเปีย คาแรคเตอร์คล้ายดอกไม้ ออกกลิ่นส้ม จัสมิน ไม่เกิดจากการปรุงแต่ง

2 Coffee signature coffee

Yuzu Longblack ราคา 220 บาท

Thailand House blend espresso shot, Yuzu Puree, Soda water, Garnished with a candied orange peel, caramelized lemon slice, and rosemary. (TCA Classic Long black) นํามาผสมผสานเข้ากับส้มยูซุ จากประเทศญี่ปุ่น หอมเย็น หอมสดชื่นกับกาแฟคุณภาพ ไทยแลนด์เฮ้าส์เบลนด์ ช็อตสุดเข้ม พร้อมส้มยูซุคั้นสด และมะนาวและเปลือกส้มที่นำไปเผาจนหอม เคลือบน้ำตาลแบบคาลามาไลซ์ ตกแต่งด้วยโรสแมรี่ TCA Classic Long black นํามาผสมผสานเข้ากับส้มยูซุ จาก ประเทศญี่ปุ่น หอมเย็น เปรี้ยวหวาน แต่ยังมีรสชาติของกาแฟชัดเจน

Steam Coffee ราคา 140 บาท

เมนูเครื่องดื่มตัวใหม่ Ice Steamed espresso where sugars in coffee are emulsified to create a frothy texture ชื่อแปลว่าไอน้ำ เป็นกริยาหนึ่งในการทำกาแฟ สตรีมนม ใช้ไอน้ำในเครื่อง เอากาแฟเอสเพรสโซ่ตีอากาศเข้าไป ไม่ต้องใช้เครื่องไนโตรเจน เกิดมีTexture เท็กซ์เจอร์นุ่มๆของไนโตร มีความฟูนุ่ม เวลาทานกาแฟลองแบล็คจะมีความนุ่มหอมเบาๆ

7 Pasta เมนูใหม่น่าลิ้มลอง

Conchiglioni Pasta with Meat and Tomato Sauce ราคา 290 บาท

พาสต้ารูปทรงเปลือกหอยที่อัดแน่นไปด้วยซอสเนื้อ มะเขือเทศ คลุกเคล้าด้วยกลิ่นหอมจากใบโหรพาและพาร์มิซานชีส รังสรรค์เป็นเมนูมื้อสุดพิเศษสำหรับคน love เนื้อ

Spaghetti Carbonara with Pancetta ราคา 280 บาท

สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า เป็นอีกเมนูที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว เส้นสปาเก็ตตี้ คลุกเคล้าด้วยครีมซอส พาร์มิซานชีส รสชาติเข้มข้น และแพนเชตต้ากลิ่นหอมฟุ้ง และท็อปด้วยไข่แดงเยิ้มๆ

Spaghetti Ala Bolognese ราคา 290 บาท

อีกหนึ่งเมนูสำหรับคน love เนื้อ ห้ามพลาด !! เส้นสปาเก็ตตี้ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยซอสเนื้อสุดเข้มข้น และกลิ่นหอมของพาร์มิซานชีส

Homemade fettuccini with mushrooms and fresh spinach ราคา 280 บาท

เส้น Homemade สดใหม่ เหนียวนุ่ม ใส่วัตถุดิบชั้นยอด อีกทั้งยังหอมกลิ่นออริกาโน ตัวเส้นเคล้ามากับพาร์มิซานชีส เสิร์ฟร้อน ๆ พอรับประทานจะได้รสชาติครีมซอสสไตล์อิตาเลียน

Pappardelle Pasta with Fresh Truffle and Parmesan Cheese ราคา 300 บาท

พาสต้าเส้นใหญ่เหนียวนุ่ม คลุกเคล้าด้วยครีมซอส โรยหน้าด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสดๆ และพาร์มิซานชีส เป็นความอร่อยที่ลงตัวเหนือระดับ

Spaghetti with Seared Salmon, Chili, Cherry Tomatoes and Fresh Basil ราคา 290 บาท

เส้นสปาเกตตี้เหนียวนุ่ม เผ็ดร้อนของพริกแห้ง ท็อปด้วยเนื้อปลาแซลมอนที่ผ่านกรรมวิธีหมักในแบบฉบับของ The Coffee Academics และนำมาย่าง ตัดรสด้วยมะเขือเทศราชินี ปาปิก้า

Capellini Aglio Olio Bacon ราคา 280 บาท

พาสต้าคาเปลลินีกับเบคอนกรุบกรอบ ผัดคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอกพริก ตัดรสชาติความเผ็ดด้วยมะเขือเทศราชินี กระเทียม และกลิ่นของโหระพาสดที่ทำให้คุณหลงใหล

ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ สาขาเกษรวิลเลจ ชั้น G ตึกเกษรทาวเวอร์ 999 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. 10330

จำนวนที่นั่ง: สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุด 50 ท่าน

เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 8.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์: 02-253-6399

เว็บไซต์: http://www.the-coffeeacademicsth.com

เฟซบุ๊ก: The Coffee Academics Thailand

อินสตาแกรม: The Coffee AcademicsTH

Line: @TCA_thailand

ฉลองเทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพ CentralWorld Songkran Festival 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680446

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 13:30 น.ฉลองเทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพ CentralWorld Songkran Festival 2022

สงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ รื่นเริงสุขใจไม่เน้นเปียก “CentralWorld Songkran Festival 2022” เจ๋งเหมือนเดิมกับ 9 ไฮไลต์กิจกรรม ตอกย้ำแลนด์มาร์คฉลองเทศกาลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ วันนี้ – 17 เม.ย. 65

ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คฉลองเทศกาลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  จัดงาน “CentralWorld Songkran Festival 2022” มหาสงกรานต์ไทยเบิกบานสุข งานฉลองสงกรานต์ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยปีนี้มาในรูปแบบปลอดภัย สงกรานต์นี้ไม่เน้นเปียก ขานรับนโยบายภาครัฐ แต่ยังคงกิจกรรมการฉลองเน้นประเพณีวัฒนธรรมไทย ที่ผสมผสานกับความร่วมสมัย ของเซ็นทรัลเวิลด์ในฐานะการเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่หลากหลายของคนยุคใหม่ โดยมีไฮไลต์กิจกรรมที่พลาดไม่ได้มากมาย อาทิ

· สุขใจ ไหว้พระ เสริมมงคล สักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับประทานจาก “สมเด็จพระสังฆราช” พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณและเทวดาประจำวันเกิด พร้อมสรงน้ำเพื่อความร่มเย็นรับปีใหม่ไทย ที่โซน Dazzle ชั้น 1 วันนี้ -17 เม.ย. 65

· เที่ยวเพลินเดินตลาดย้อนยุคกรุงเก่าในงานทรรศนารัตนโกสินทร์ รวมสุดยอดเมนูต้นตำรับคาวหวานย้อนวันวานอร่อยล้ำ ไม่ว่าจะเป็น ขนมไทยโบราณส่งต่อตำนานความอร่อยกว่า 40 ปี อาทิ ขนมสอดไส้ทวีพร ข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารี ป้าบุ๋มบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม, อาหารหลากหลายวัฒนธรรม อาทิ ข้าวแช่รามัญ เฝอลาว ข้าวยำปักษ์ใต้คุณยาย 3 ออ ครัววุฒิกอ ขนมเบื้องกรองพร กะปิโหว่โบราณ, ขนมไทยมงคลชื่ออันไพเราะเป็นมงคล น่าซื้อเป็นของฝากของขวัญปีใหม่ไทย เลือกซื้อเครื่องประดับสไตล์ไทยประยุกต์, เครื่องทอง เบญจรงค์ และของตกแต่งบ้านสไตล์ไทยประยุกต์ สวยงาม ทันสมัย ชมการแสดงอันน่าประทับใจจากน้อง ๆ สมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา ที่เตรียมการร้อง รำ เต้น และเดินแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ในคอนเซปต์ “อัตลักษณ์ผ้าไทย” ที่โซน Eden ชั้น 1 วันนี้ -17 เม.ย. 65

· งาน centralwOrld x DoiTung Presented Blooming Summer Market 2022 อิ่มท้องด้วยอาหารเลื่องชื่อจากครัวตำหนัก ทีมเชฟจากดอยตุงสร้างสรรค์เมนูคาวหวานสุดพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ได้แก่ ไอศกรีมสายรุ้ง 7 สี 7 รสชาติ , ชาบูสไตล์อาข่า และพร้อมด้วยเมนูคัดสรร อาทิ ไอศกรีมวนิลา, ข้าวปุ๊ก , สปาเกตตี้รากชู ไก่ทอดมะแขว่น , ข้าวเหลืองเนื้อไก่ เป็นต้น ชมการจำลองบรรยากาศซุ้มไม้ไผ่กลางสวนดอกไม้บนยอดดอยสู่กลางเมืองกรุง พร้อมประติมากรรมไฮไลต์สูงกว่า 3.5 เมตร น้องโตสายรุ้งตัวแรกในประเทศ สัญลักษณ์แห่งความโชคดีตามความเชื่อชาวไทใหญ่ ที่โซนเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 13-26 เม.ย. 65

· สนุกแบบไทย รื่นเริงรับปีใหม่ ชมการแสดงไทยหาชมยาก อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรมสี่ภาค รวมถึงการแสดง Live concert จากศิลปิน Patrickananda (แพทริค อนันดา) และ ROOFTOP ณ ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย. 65

· “Hug Craft – Northern Edition” โซนเปิดใหม่ใน Hug Thai พื้นที่รวบรวมสินค้า Art & Craft จากผู้ประกอบการภาคเหนือ เน้นวัสดุท้องถิ่นจากธรรมชาติ ผ่านการ Craft และ Recycle ให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ Lifestyle สมัยใหม่ รองรับความต้องการและความชื่นชอบสินค้าแบบ Eco รักษ์โลก และยังเป็นการช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ฝีมือคนไทย โดยมีสินค้ามีให้เลือกช้อปปิ้งมากมาย อาทิ ชุดเอกลักษณ์ชนเผ่า กระเป๋าผ้าทอมือ จานชามเซรามิกปั้นในรูปแบบศิลปะร่วมสมัย Soy Wax Candle เครื่องประดับ โคมไฟจักสาน เป็นต้น พร้อมเลือกช้อปและชิมอาหาร Street Food ร้านดัง และสนับสนุนสินค้าส่งตรงจากเกษตรกรไทยที่ ตลาดจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต

· เพลิดเพลินไปกับ Zone I ที่รวบรวมความเป็นญี่ปุ่นให้คุณหายคิดถึง อิ่มอร่อยไปกับอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง อาทิ Tajimaya Shabu, Santouka Ramen, Tonkatsu Wako, Unagi Toku, Hannari Cafe de Kyoto และอีกมากมายที่ชั้น 6 พร้อมสัมผัส Art exhibition จากศิลปิน Sundae kids ในคอนเซปท์ “ LOVE LETTER TO BANGKOK

· เช็คอินและฟินไปกับ “House of illumination: Snoopy space odyssey” เอาใจเหล่าคนรักสนูปปี้ นำความน่ารักของคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนมาผสมผสานกับเทคนิคมัลติมีเดีย อินเตอร์แอคทีฟสุดล้ำ! เต็มรูปแบบ พร้อมพาทุกคนย้อนวัยกลับไปสนุกสดใสกับการ์ตูนยอดฮิต ที่จะสร้างมหาปรากฏการณ์แห่งความประทับใจในรูปแบบ immersive art ครั้งแรกของประเทศไทยที่ชั้น 8 เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์

· งานของดี 50 เขต ร่วมช้อปของดีภายใต้ Bangkok Brand จากสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ที่เลือกสรรคัดสินค้าละอาหารชั้นดีจาก 50 เขตของกรุงเทพมหานคร มาไว้ที่ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 13 -17 เม.ย. 65

· wOrld of fortune งานดีๆ สำหรับคนสายมู ตรวจดวง เสริมชะตารับปีใหม่ไทย จากคณาจารณ์โหราศาสตร์และการพยากรณ์แห่งประเทศไทย จากหลายกสาขา พร้อมเสวนาพิเศษกับ อ.อัญชลี ชื่นเชาว์ไว อุปนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ในหัวข้อ “จะเกิดอะไรขึ้นกับ 12 ราศีในศาสตร์สิบลัคน์” เมื่อมีดาวใหญ่ย้านถึง 4 ดวงคือ ดาวราหู ดาวพฤหัส ดาวมฤตยู และดาวเสาร์ โซนอีเดน ชั้น 3 ระหว่างวันที่ 10 – 17 เม.ย.65

พลาดไม่ได้ กับกิจกรรมพิเศษมากมายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้ทุกคนได้ร่วมฉลองปีใหม่ไทย สนุกกันได้ทั้งครอบครัวกับกิจกรรมวิถีใหม่ไทยนิยม ครบจบที่เดียวในแคมเปญ CentralWorld Songkran Festival 2022 มหาสงกรานต์ไทยเบิกบานสุข เริ่มแล้ววันนี้ -17 เม.ย. 65 ไม่อยากพลาดความสนุก และอีเว้นท์ดีๆ ติดตามได้ที่ Facebook fan page: CentralWorld

ตำมั่ว ฉลองวันเกิดครบรอบ 33 ปี จัดโปรพิเศษ เมนูพิเศษเพียง 33 บาท!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680469

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 15:15 น.ตำมั่ว ฉลองวันเกิดครบรอบ 33 ปี จัดโปรพิเศษ เมนูพิเศษเพียง 33 บาท!!

ชวนคิดฮอดบ้านเกิดด้วยรสชาติส้มตำต้นตำรับฉบับนครพนม ที่ร้าน “ตำมั่ว” กับโปรยั่วใจในราคา 33 บาท! ฉลองวันเกิด 33 ปี พร้อมแนะนำเมนูใหม่ “ไก่ทอดโบราณสูตรแม่น้อย” สูตรหมักเครื่องเทศในตำนานที่ทอดให้ลูกทานตั้งแต่เด็กๆ

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ร้านอาหาร “ตำมั่ว” ชวนมาร่วมคิดฮอดบ้านเกิดด้วยรสชาติส้มตำต้นตำรับฉบับนครพนมแท้ ที่มาพร้อมโปรโมชั่นฉลองวันเกิด 33 ปี กับเมนู ตำมั่ว ลดเหลือเพียง 33 บาท (จากราคาปกติ 80 บาท) เมนูซิกเนเจอร์ที่มีรสจัดจ้านแซ่บซี๊ด ใส่เครื่องแน่นๆ ทั้งมะละกอจากดำเนิน มะนาวแป้นลูกใหญ่ มะเขือช่อ 3 สี พริกกะเหรี่ยงสุดแซ่บ เพลิดเพลินขั้นสุดกับกากหมูกรอบๆ และอัพความนัวแบบคักๆ ด้วยน้ำปลาร้าสูตรเฉพาะของร้าน

โปรโมชั่น 33 บาท! ฉลองวันเกิด 33 ปี จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ใบเสร็จ เฉพาะรับประทานที่ร้านเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565 ที่ร้านตำมั่ว และร้านลาวญวน ทุกสาขา ทั่วประเทศ

กินคู่กับเมนูใหม่ ไก่ทอดโบราณสูตรแม่น้อย (85 บาท) ไก่ทอดโบราณจากสูตรหมักเครื่องเทศในตำนานที่ทอดให้ลูกทานตั้งแต่เด็ก คลุกเคล้ากระเทียมสด พริกไทย และเครื่องปรุงรส หมักจนเข้าเนื้อก่อนทอดในน้ำมันร้อนๆ ได้ไก่ทอดสุดกรุบกรอบ เสิร์ฟร้อนๆ กัดคำไหนก็ฟินกับความกรอบนอกนุ่มในแบบต้องร้องสั่งเพิ่มอีกจาน

ตามไปฟินไก่ทอดโบราณสูตรแม่น้อย ได้แล้ววันนี้ – 30 ก.ย. 65 ที่ร้านตำมั่วทุกสาขา ทั่วประเทศ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook : ตำมั่ว เว็บไซต์ : http://www.tummouroriginal.com/ หรือโทร. 02 019 5000

3 เชฟดังแท็กทีมเฉพาะกิจ จัดเมนู 12 คอร์สสุดพิเศษ ปลุกกระแส Samui Gastronomy Tourism

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680447

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 13:40 น.3 เชฟดังแท็กทีมเฉพาะกิจ จัดเมนู 12 คอร์สสุดพิเศษ ปลุกกระแส Samui Gastronomy Tourism

ฉลองการเปิดตัวร้าน Napa Wine Cellar ไวน์บาร์แห่งใหม่ บนหาดเฉวงน้อย เกาะสมุย 3 เชฟดังแท็กทีมเฉพาะกิจ จัดเมนู 12 คอร์สสุดพิเศษ ปลุกกระแส Samui Gastronomy Tourism

เรียกว่าเป็นคอร์สอาหารสุดพิเศษสนั่นเกาะสมุยเลยทีเดียว เมื่อ “เชฟอ้อ-สันติ วงษ์สวัสดิ์” เชฟและเจ้าของร้าน “เพ็ญศิริ” เกาะสมุย จับมือ สองเชฟดัง อย่าง “เชฟเยา-เยาวดี ชูคง” แห่งร้านมาเด สโลว์ฟิช คิทเช่น และ “เชฟเคน-วัชรวีร์ วิเสทโภชนาทิพย์” เจ้าของฉายาช่างแกงอาหารไทยมือหนึ่งแห่งสยาม เนรมิตค่ำคืนสุดพิเศษ เพื่อฉลองการเปิดตัวร้าน “Napa Wine Cellar” ไวน์บาร์แห่งใหม่ บนหาดเฉวงน้อย เกาะสมุย

โดยร้าน Napa Wine Cellar เป็นผลงานของเชฟอ้อ ที่ตั้งใจเนรมิตไวน์บาร์แห่งนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่สำหรับคนรักไวน์ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาสมุย ได้เปิดประสบการณ์ เที่ยว กิน ดื่ม แบบครบรส ให้สมกับคอนเซปต์ Samui Gastronomy Tourism

สำหรับบรรยากาศงานเปิดร้านอย่างเป็นทางการ เมื่อเย็นวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นไปอย่างคึกคัก มีแขกผู้มีเกียรติจากทั้งวงการอาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และเชฟชื่อดัง นำทีมโดย “เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ” เจ้าของร้าน Blackitch Artisan Kitchen ที่เชียงใหม่มาร่วมงาน ซึ่งจัดในบรรยากาศ Chef Table โดย 3 เชฟมือดี ได้ร่วมกัน Collaboration เมนูสุดพิเศษ ที่จัดเต็มมาถึง 12 คอร์ส พร้อมจับคู่มากับไวน์รสเลิศที่นำเข้าโดย OVS

เชฟอ้อ กล่าวว่า คอนเซ็ปต์ของอาหารจานหลัก คือ Samui Lost Recipe ซึ่งเป็นจุดเด่นของร้านเพ็ญศิริ ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยที่อยู่คู่สมุยมากว่า 10 ปี โดยเมนูเด่นๆ ที่นำมาเสิร์ฟในงาน ได้แก่ ยำราดเล ผัดเผ็ดหัวทือไก่บ้าน แกงเนื้อชะมวง ยำมะม่วงเบา ฯลฯ ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน อย่าง ไอศกรีมข้าวหมาก โดยทุกเมนูจะจับคู่กับไวน์ที่คัดสรรมาอย่างดี

ด้าน กฤติเดช สระบัว ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ OVS ซึ่งเป็นผู้นำเข้าไวน์จากทั่วทุกมุมโลก กล่าวว่า ไวน์ที่ OVS นำมาจับคู่กับอาหารเพื่อเสิร์ฟในงานเปิดตัว “Napa Wine Cellar” มีทั้งไวน์จากชิลี ฝรั่งเศส สเปน และอีกหลายชาติ ซึ่งจับคู่กับเมนูอาหารไทยได้อย่างลงตัว แม้จะเป็นเมนูอาหารใต้ที่มีการใช้เครื่องแกงและเครื่องเทศแขก

“เวลาจะจับคู่ไวน์กับอาหาร ก่อนอื่นเราต้องรู้ส่วนผสมของเมนูอาหารแต่ละจาน เพื่อจะได้จับคู่รัสชาติได้ถูก อย่างในงานเปิดตัว Napa Wine Cellar เราตั้งต้นจากเมนูอาหารก่อน แล้วค่อยมาเลือกขวดไวน์ ที่มีรสชาติเข้ากันมากที่สุด”

สำหรับที่มาของการเปิดตัวร้าน “Napa Wine Cellar” นั้น เชฟอ้อ เผยว่า นอกจากจะเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าเสน่ห์ของสมุยไม่ได้มีเพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่ยังเป็น Gastronomy Tourism คือ มีอาหารอร่อยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส การเปิดร้านนี้ จึงยิ่งเติมเต็มประสบการณ์กิน ดื่ม เที่ยวของนักท่องเที่ยว ที่สำคัญการเปิดตัวในเวลานี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า สมุยปลอดภัยและพร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว

“จุดเด่นของ Napa Wine Cellar คือ การคัดสรรไวน์ชั้นดี จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นไวน์จากยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกา รวมไปถึงไวน์จากสเปน ชิลี โดยเราจะมีไวน์กูรูประจำ เพื่อให้คำแนะนำกับลูกค้า และในอนาคต ทุกวันศุกร์จะมีการจัด Chef Table โดยเชิญเชฟชื่อดังจากทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ พร้อมจับคู่กับไวน์ชั้นดีอีกด้วย”

ในส่วนบรรยากาศการตกแต่งร้านของ “Napa Wine Cellar” เชฟอ้อ ตั้งใจเลือกใช้โทนสี Oak Green ที่สะท้อนถึงความรู้สึกเรียบหรู เย็นตา และด้วยโทนสีเขียวอมเทา ยังให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางสายหมอกของยามเช้าและยามเย็นท่ามกลางไร่องุ่นอีกด้วย

“ผมเชื่อว่า ด้วยเสน่ห์ของสมุย เมื่อบวกกับการนำเอาความน่าสนใจของวัตถุดิบอย่างอาหารทะเลที่หาได้จากทะเลอ่าวไทย อย่าง ปลาอินทรีย์ กุ้งหางแดง มาใช้ มีวิธีการปรุงที่ไม่เหมือนใคร จะช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับอาหารไทย และเมื่อมีการนำไวน์ที่เป็นที่รู้จักมาจับคู่ เพื่อชูรสชาติ จะสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าค้นหา ซึ่งน่าจะเป็นถูกใจทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่าวชาติ เพราะฉะนั้น จึงค่อนข้างมั่นใจว่าร้านไวน์นี้จะได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี” เชฟอ้อทิ้งท้าย

สนใจลองตามไปชิมฝีมือของเชฟดังแห่งเกาะสมุย สามารถไปได้ที่ร้าน “Napa Wine Cellar” เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้แห่งใหม่ที่เป็นศูนย์รวมของร้านอาหารชื่อดังของเหล่าเซเลบริตี้จากหลากสัญชาติ ปักหมุดอยู่ใกล้หาดเฉวงน้อย ถ.ส่วนอุทิศ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย โดยสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ทาง เฟสบุ๊ค www.Facebook.com/PhensiriKohSamui และอินสตาแกรม : Chefaor_phensiri หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 081-753-6767

สงกรานต์วิถีใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680444

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 13:15 น.สงกรานต์วิถีใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

สุดอลังการ! สงกรานต์วิถีใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม ผนึกกำลังพันธมิตร เปิดงาน “The ICONIC Songkran Festival 2022” มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ ๒๕๖๕ สืบสานมรดกไทย รื่นเริงเถลิงศกใหม่

แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม ร่วมสืบสานประเพณีและมรดกไทยอันงดงาม เนรมิตความอลังการจัดงานสงกรานต์วิถีใหม่ โดยผนึกกำลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร, หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดงาน “The ICONIC Songkran Festival 2022” มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ ๒๕๖๕ ภายใต้แนวคิด สืบสานมรดกไทย รื่นเริงเถลิงศกใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร่วมกันทำพิธีเปิดงานด้วยการสรงน้ำพระพุทธรูปผ่านรางพญานาค (ฮางฮด) ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของการสรงน้ำพระในประเพณีสงกรานต์อันเก่าแก่ของภาคอีสาน ณ บริเวณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณี งานสงกรานต์อันล้ำค่าของไทย และเชื่อมต่อวัฒนธรรมอันดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยวิถีใหม่ พร้อมตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแลนด์มาร์กจุดหมายปลายทางสำคัญของชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยจัดงานภายใต้มาตรการ Covid-Free Setting เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ยกระดับความสะอาดตามมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA Plus

พบกับไฮไลท์สุดงดงามตระการตากับการแสดงชุด “สงกรานต์มงคล เถลิงศกใหม่” ขบวนแห่นางสงกรานต์เฉิดฉายเอกลักษณ์ความเป็นไทยต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ไทย ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีนางเอกคนดัง ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ แปลงโฉมเป็น ‘นางกิริณีเทวี’ แต่งตัวเต็มยศใหญ่ด้วยเครื่องภูษาภรณ์ และเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ครบสำรับตามอย่างโบราณ ทรงผ้าจีบหน้าด้วยผ้ายกทองเยียรบับ ทรงกรองศอตาดทองปักตรึงทองประดับ อัญมณี ทรงพาหุรัด ทับทรวง ปั้นเหน่ง สายสังวาล เครื่องทองกร ครบชุดด้วยทองลงยาประดับพลอยมรกต สุดวิจิตรงดงามและ หาชมได้ยาก มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท ออกแบบสร้างสรรค์โดย อ.วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน

พร้อมกันนี้ร่วมสืบสานประเพณีอันล้ำค่าแต่งกายชุดไทยเที่ยวงานสงกรานต์แบบวิถีใหม่ โดยในปีนี้ไอคอนสยาม ได้จัดเตรียมกิจกรรมมากมายเพื่อมอบประสบการณ์และความประทับใจให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวตลอดเทศกาลสงกรานต์นี้ กราบสักการะองค์พระพุทธเมตตาจากประเทศอินเดีย เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย ตื่นตาตื่นใจไปกับการท่องดินแดนพุทธภูมิ แหล่งกำเนิดพุทธศาสนาแบบสุดล้ำไปกับ Virtual Tour และสำหรับวันที่ 13-15 ซึ่งเป็นวันมหาสงกรานต์ พบกับไฮไลท์กิจกรรมของวัน อาทิ

13 เมษายน 2565 ลานมหาสงกรานต์ สำราญใจ ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์และเนื่องใน วันผู้สูงอายุพบกับกิจกรรม DIY “ดอกลำดวน” ดอกไม้สัญลักษณ์ของผู้สูงอายุชาวไทย เพื่อให้บุตรหลานได้นำไปมอบให้ผู้สูงอายุในครอบครัว โดยเริ่มกิจกรรม เวลา 11.00-19.00 น. รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Workshop 100 ท่านเท่านั้น

14 เมษายน 2565 ไอคอนสยาม ร่วมส่งเสริมความรักในครอบครัวด้วยกิจกรรมสุดชิคเพียงวันเดียว โดยชวนทุกคนมาย้อนวันวานถ่ายรูปตู้สติกเกอร์ แบบครอบครัวสุขสันต์ เป็นที่ระลึกฟรี เริ่มกิจกรรม เวลา 11.00 -20.00 น. จำนวน 300 รูป (หรือจนกว่าของจะหมด)

15 เมษายน 2565 “วันเถลิงศก” ที่ตามความเชื่อถือว่าเป็นวันเริ่มจุลศักราชใหม่ เนื่องในวันมหาสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทยตามแบบสมัยโบราณนั่นเอง ไอคอนสยาม ชวนทำบุญต้อนรับปีใหม่ไทย พร้อมรับน้ำมนต์ 100 ปี จากหลวงพ่อโดพรหมรังษี วัดระฆัง เพื่อความเป็นสิริมงคล (จำนวนจำกัด)

นอกจากกิจกรรมไฮไลต์ในวันมหาสงกรานต์แล้ว ไอคอนสยามยังเนรมิตพื้นที่ภายในไอคอนสยามให้เป็นบรรยากาศสไตล์งานวัดแบบไทยๆ ประกอบด้วย

1. ลานมงคล เถลิงศกใหม่ (ลานทำบุญ) ณ รัษฏา ฮอลล์ ชั้น 1 กราบสักการะและถวายดอกบัวเป็นพุทธบูชากับ องค์พระพุทธเมตตา (จำลอง) ขนาดหน้าตัก 12 นิ้ว ทำพิธีพุทธาภิเษกหน้าองค์พระพุทธเมตตา พระประธานที่ประดิษฐานในพระมหาเจดีย์พุทธคยาเมืองคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย เพิ่มพลังบุญด้วยการ “ทำบุญเหรียญใส่บาตร” เป็นบุญสั่งสมทรัพย์ให้ไม่ขาดมือ พร้อมท่องโลกดิจิทัลแบบ Virtual Tour ไปกับนิทรรศการ “ท่องแดนพุทธภูมิ จักรวาลมนฤมิต” ชมภาพ 4 สังเวชนียสถาน พุทธสถานสำคัญอันเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

2. ลานมหาสงกรานต์ สำราญใจ (ลานบันเทิงแบบไทย) เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M เวทีแห่งความรื่นเริงบันเทิงใจแบบงานวัดไทย ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์กับการแสดงรำวงย้อนยุค พร้อมด้วยการแสดง 4 ภาค สนุกไปกับซุ้มเกมงานวัด ความบันเทิงแบบไทย และอิ่มอร่อยไปกับขนมหลากหลายชนิด พร้อมเพลิดเพลินกิจกรรมเวิร์กชอป การทำเครื่องหอม อาทิ การทำบุหงาแห้งและสด แป้งพวงกุหลาบ น้ำปรุง และน้ำอบ

3. “สุขสยาม สายน้ำ ยาม ฟ้าใส” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G เชิญชวนพุทธศาสนิกชนมาร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปประจำ 4 ภาค พร้อมสัมผัสอาหารคลายร้อน สดชื่นช่วงสงกรานต์ อาทิ ข้าวแช่ตำรับชาวมอญ, ม้าฮ่อ, แตงโมปลาแห้ง, ข้าวเหนียวมะม่วง, ลอดช่องสิงคโปร์, น้ำสมุนไพร, เฉาก๊วยนมสด, ยำส้มโอ, พลาดไม่ได้! ในวันเสาร์ที่ 9 เม.ย. 2565 เวลา 14.00 น.เชิญร่วมพิธีสะหลีล้านนา สืบชะตาหลวง โดยศูนย์สืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล และในวันที่ 12-15 เม.ย. 2565 เวลา 14.00 น. ชมขบวนแห่พระพุทธรูป ประจำภาค ทั้ง 4 ภาค รอบเมืองสุขสยาม

4. ลานสายนที ศรีสงกรานต์ (ลานวัฒนธรรม เทศกาลสงกรานต์) ณ ริเวอร์ พาร์ค ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมสืบสานการละเล่นว่าวอันเป็นมรดกและประเพณีไทย ภายใต้กิจกรรม “ICONSIAM Summer Kite Playground 2022” เนรมิต ริเวอร์ พาร์ค ให้เป็นลานเล่นว่าวขนาดใหญ่ จัดเต็มกิจกรรมการแสดงว่าวทุกสัปดาห์ พร้อมชวนชมนิทรรศการเล่าขานตำนานว่าวไทย 4 ภาค ตื่นตาตื่นใจกับขบวนพาเหรดว่าวแฟนซียักษ์ ว่าวนานาชาติ ว่าวหมึกยักษ์ติดไฟ LED ยาวที่สุดในไทย ร่วมลุ้นและเชียร์การแข่งขันบินว่าวศึกเจ้าเวหาจุฬา-ปักเป้า และสนุกกับลานอนุรักษ์สืบสาน ประดิษฐ์ว่าวด้วยตนเอง พร้อมเรียนรู้เทคนิคการบินว่าวจากผู้เชี่ยวชาญแชมป์การเล่นว่าว ระหว่างวันที่ 7 – 24 เมษายน ศกนี้

นอกจากนี้ยังได้จัดแคมเปญ “The ICONIC Songkran Festival 2022” มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ ๒๕๖๕ โปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 17 เมษายน 2565 ช็อปครบ 15,000 บาท หรือสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp ช็อปเพียง 12,000 บาท ขึ้นไป รับทันที SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าภายในไอคอนสยามในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ครบ 3,000 บาท สามารถแลกรับ “ใบโพธิ์มงคล” จากต้นศรีมหาโพธิ์ ประเทศอินเดีย (จำนวนจำกัด) ณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1

ทั้งนี้ ไอคอนสยาม เป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคนที่จะมาร่วมงานจึงเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยขั้นสูงสุด ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามแนวทางจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยจากโรคระบาดตามมาตรฐาน SHA PLUS และมาตรการเว้นระยะห่างส่วนบุคคล DMHTTA โดยจัดจุดตรวจวัดอุณหภูมิ จุดบริการแอลกอฮอล์ มีพนักงานทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ พนักงานได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และพนักงานต้องทำแบบคัดกรองโรคทุกสัปดาห์ตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงการเข้ารับการตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และแสดงผลเป็นลบ (Negative) เท่านั้น พร้อมเน้นย้ำให้ทุกท่านสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไอคอนสยามเข้มข้นตามแนวปฏิบัติ COVID Free Setting เป็นไปตามมาตรการตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดอย่างเคร่งครัด

ไอคอนสยาม ขอเชิญชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแต่งกายชุดไทยมาร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีไทยในงาน “The ICONIC Songkran Festival 2022” มหัศจรรย์เจ้าพระยามหาสงกรานต์ ๒๕๖๕ ระหว่างวันที่ 8-17 เม.ย. ศกนี้ ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ http://www.iconsiam.com

Azabu Sabo พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโตญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680440

วันที่ 11 เม.ย. 2565 เวลา 12:50 น.Azabu Sabo พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโตญี่ปุ่น

ไอศกรีมฮอกไกโดเจลาโตญี่ปุ่น “Azabu Sabo” (อาซาบุ ซาโบะ) เสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโตญี่ปุ่น อร่อยเข้มข้น เนียน แน่น หนึบ ในรูปดับเบิลโคนตั้งยอด เจ้าเดียวในประเทศไทย

สิ้นสุดการรอคอย! สำหรับสาวกญี่ปุ่นที่อยากสัมผัสกลิ่นอายดอกซากุระ วันนี้ไม่ต้องบินไปไกล “Azabu Sabo” (อาซาบุ ซาโบะ) แบรนด์ไอศกรีมเจลาโตนมฮอกไกโด ยกประสบการณ์ญี่ปุ่นมาให้ชิมความอร่อยเข้มข้น พร้อมเปิดสาขาใหม่ล่าสุด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 Japan zone (โซน Isetan เดิม) นำทัพโดย คุณณิณี -อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ กรรมการบริษัท เจ เอ โอ อามายะ (ไทยแลนด์) จำกัด ยกประสบการณ์ความอร่อยแบบฉบับญี่ปุ่นมาไว้ที่ไทยให้คนไทยหายคิดถึง โดยเน้นสร้างแบรนด์ระดับโลกภายใต้คอนเซ็ปต์ “Experience the peak of Japanese Gelato” เสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขา เจลาโตญี่ปุ่น เพื่อให้ Japan Gelato Lover ได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับไอศกรีมเจลาโตโฮมเมด ผลิตจากนมฮอกไกโดเข้มข้น แสนอร่อย และคงเอกลักษณ์ความเป็นที่หนึ่งเฉพาะ Azabu Sabo เท่านั้นกับ ดับเบิ้ลโคนสี่เหลี่ยมที่มีไอศกรีมตั้งยอดแบบ เข้มข้น เหนียว แน่น หนึบ

คุณณิณี – อนุษฐา เชาว์วิศิษฐ กล่าวว่า “รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์หาคนเปรียบได้ยาก ที่อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง คือ ไอศกรีมกรีนที สูตรซิกเนเจอร์ (กรีนที สูตร2) ตั้งยอดคู่กับ ไอศกรีมรสนมฮอกไกโด เนื้อไอศกรีมเจลาโตที่มีเนื้อสัมผัส เนียน แน่น หนึบ จนสามารถตั้งยอดได้ เสิร์ฟพร้อมโคนที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ตัวโคน ไม่ใช้น้ำตาล แต่เป็นหญ้าหวานทดแทนความหวานเพื่อคนรักสุขภาพ ซึ่งโคนของ Azabu Sabo จะมีความพิเศษสามารถรองรับการละลายที่จะทำให้คุณไม่สะดุดความอร่อยระหว่างทานไอศกรีม ไม่ละลายเหนียวเลอะมือ เพิ่มความอร่อยฟินได้ยาวนาน เสิร์ฟในรูปแบบดับเบิ้ลโคนทรงสี่เหลี่ยม ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีหนึ่งเดียวในประเทศไทย ส่วนรสชาติไอศกรีมเจลาโต มีให้เลือกหลากหลายถึง 50 รสชาติ ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาให้ลิ้มลอง โดยทุกรสชาติผ่านการคิดค้น มุ่งมั่นพัฒนาโดยใช้นมฮอกไกโดแท้จากญี่ปุ่น ซึ่งทุกรสชาติคงคอนเซ็ปต์ Less Chemical คือ ไม่แต่งสี ไม่เติมกลิ่น โดยสีและกลิ่นของไอศกรีมจะมาจากวัตถุดิบธรรมชาติเป็นหลัก ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพยุคนี้”

เพื่อเป็นการฉลองสาขาใหม่ล่าสุด Azabu Sabo ได้รังสรรค์ครีเอทรสชาติไอศกรีมน้องใหม่เป็น Special Seasonal Flavor ตรงกับช่วง เทศกาลฮานามิ (Hanami) หรือ เทศกาลชมดอกซากุระ ในฤดูใบไม้ผลิของประเทศญี่ปุ่น นั่นคือ รสซากุระ (Sakura) ที่จะเสิร์ฟความสดชื่น หอม หวาน ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์กลิ่นอายและรสซากุระ ที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น! ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 นอกจากนั้น มีรสชาติใหม่เฉพาะสาขานี้เท่านั้น คือ Sea salt Greentea (ซีซอลท์ กรีนที) และ ไอศกรีมโมนากะ (Monaka) ขนมที่ทำจากแป้งโมจิ ที่บรรจงนำมาทำให้เป็นแผ่นบาง ย่างจนกรอบคล้ายเวเฟอร์ ประกบกับไอศกรีม 3 รสชาติ ที่เป็นซิกเนเจอร์เฉพาะ Azabu Sabo ได้แก่ กรีนที, ซีซอลท์ กรีนที และ นมฮอกไกโด อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง และไม่พลาดความอร่อยที่ลงตัวเช่นกัน

ถ้าพูดถึงความเป็นญี่ปุ่น ก็ต้องยกนิ้วให้ถึงความปราณีต ละเมียดละมุนละมัย ที่ Azabu Sabo ภูมิใจพิถีพิถันใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน พนักงานทุกคนจะสามารถตักไอศกรีมให้ตั้งยอดขึ้นโคนได้เป็นซิกเนเจอร์ ของแบรนด์ โดยต้องผ่านการอบรมมากกว่า 1,000 ชั่วโมง หลักสูตรจากเซนเซญี่ปุ่นโดยตรง พนักงานทุกคนต้องเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะการนวดเนื้อไอศกรีมให้แน่น เนื้อนุ่มเนียน และวิธีการใช้อุปกรณ์ไม้พายพิเศษที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเท่านั้น เพื่อบรรจงปั้นเนื้อไอศกรีมให้ตั้งยอดสวยงาม เปรียบเสมือนการถ่ายทอดงานศิลปะชิ้นเอก เป็น ‘ศิลปินตั้งยอด’ ที่เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดยูนิฟอร์มของพนักงานที่มีกลิ่นอายคอนเซ็ปต์การออกแบบดีไซน์ให้ดูมีความเป็นศิลปิน และกลิ่นความเป็น Artisan จากการตีความว่าไอศกรีม Azabu Sabo เป็นเหมือนงานศิลปะพร้อมบรรจงสร้างผลงานชิ้นเอกให้ทุกไอศกรีมโคน ก่อนส่งต่อให้ลูกค้ามีความสุขร่วมกันอีกด้วย

นอกจาก ไอศกรีมเจลาโตแล้ว อีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นในช่วงโควิด-19ที่ผ่านมาคือ เมนูยอดฮิตตลอดกาล ‘Hokkaido Snow Drink’ ที่ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนก็ชื่นชอบ! ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง บิงซู สเลอบี้ และไอศกรีม เอาใจด้วยราคาโปรโมชั่นคลายร้อนตลอดซัมเมอร์นี้ เพียงแก้วละ 100 บาท เท่านั้น มอบความฟินส่งประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโตญี่ปุ่นถึงหน้าบ้าน

ลูกค้าสามารถสั่งซื้อตามช่องทาง Delivery ได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางคอลเซ็นเตอร์ Azabu Sabo โทร. 06-1628-9826, Grab Food, LINE MAN, Robinhood หรือสอบถามรายละเอียดได้ทาง LINE OA: @azabusaboth และ Facebook: AzabuSabo Thailand อีกด้วย Azabu Sabo (อาซาบุ ซาโบะ) ไอศกรีมเจลาต้ฮอกไกโด พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความพีคจากยอดภูเขาเจลาโต้ญี่ปุ่น ทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่

สาขาห้าง Siam Takashimaya (Iconsiam) ชั้น 1

สาขา Central Ladprao ชั้น G

สาขาใหม่ล่าสุด Central World ชั้น 3 Janpan zone

Travel The World with Nespresso x Le Du ท่องมหานครแห่งกาแฟผ่านไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/680149

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 11:58 น.Travel The World with Nespresso x Le Du ท่องมหานครแห่งกาแฟผ่านไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

Nespresso จับมือ Le Du ร้านมิชลินระดับเอเชีย มอบประสบการณ์พาท่องมหานครแห่งกาแฟ ผ่านไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียม เนสเพรสโซ (Nespresso) มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ดีที่สุดอยู่เสมอ ล่าสุดได้ร่วมกับ ร้านอาหารฤดู (Le Du) เจ้าของรางวัลมิชลิน 1 ดาว และได้รับการจัดอันดับให้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย ลำดับที่ 4 จากการจัดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants ปีล่าสุด จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟอีเว้นท์ Travel The World with Nespresso x Le Du  เปิดมิติใหม่แห่งการนำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของแต่ละเมืองมาผสานกับศาสตร์แห่งการทำอาหารไทยโมเดิร์น ให้คอกาแฟได้รื่นรมย์กับศิลปะการปรุงอาหารระดับ Fine Dining พร้อมออกสำรวจเดินทางไปยังมหานครกาแฟที่จะติดตรึงในความทรงจำสุดพิเศษ ณ ร้านอาหาร Le Du 

ในการนำเสนอประสบการณ์เมนูอาหารผสานกาแฟสุดพิเศษในครั้งนี้ได้ เชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เชฟมิชลินเจ้าของร้านอาหาร Le Du มาร่วมเนรมิตคอร์สดินเนอร์สุดพิเศษ Nespresso x Le Du inspired by Chef Ton ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกาแฟเอสเพรสโซ 3 รสชาติใหม่ล่าสุดจาก 3 เมืองเจ้าของวัฒนธรรมแสนโดดเด่นอย่างปารีส, ริโอ เดอ จาเนโร และอิสตันบูล ในกลุ่ม World Explorations แต่งแต้มสีสันแห่งรสชาติอาหารไทยอันเป็นแนวทางของเชฟ โดยภายในคอร์ส เชฟได้มอบความเอ็กซ์คลูซิฟให้ 2 เมนู ด้วยการจับคู่อาหารและกาแฟ อีกทั้งยังผสมผสานรสชาติกาแฟอันโดดเด่นเพื่อดึงรสชาติเฉพาะตัวของวัตถุดิบในแต่ละจานให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น

เริ่มต้นการเดินทางจากดินแดนที่มีอัตลักษณ์ทางอาหารที่โดดเด่นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง เซ็ต AMUSE – BOUCHE อาหารทานเล่นของไทยรสชาติเบา เพื่อเริ่มต้นมื้ออาหาร แล้วจึงไล่ระดับรสชาติในอาหารจานต่อๆ ไป ด้วย 4 เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน Le Du ที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่มาอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะสร้างความ เซอร์ไพรส์ด้วยการพาลัดฟ้าท่อง 3 มหานครกาแฟกับ 2 เมนูสุดเอ็กซ์คลูซิฟ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกาแฟ เอสเพรสโซในกลุ่ม World Explorations

ยกระดับความสเปเชียลของการเดินทางด้วยการแลนดิ้งสู่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีที่มีรากฐานวัฒนธรรมของการดื่มกาแฟที่เก่าแก่ ด้วยเมนู AGED DUCK / KALE / GREEN CURRY อาหารจานหลักที่เชฟตั้งใจรังสรรค์โดยใช้กาแฟเอสเพรสโซรสชาติ World Explorations Istanbul Espresso โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมกรุ่นจากกระบวนการคั่วสุดพิถีพิถัน มาเป็นส่วนผสมในการรมควันเนื้อเป็ดแสนนุ่ม จับคู่กับซอส Puree หน่อไม้ฝรั่งย่างเนื้อเนียน เพิ่มกิมมิกความเป็นไทยดั้งเดิมด้วยรสสัมผัสจากซอสแกงเขียวหวาน เผยอาหารจานโปรดแบบ East meets West ที่เชฟเล่าว่าเมื่อความเข้มข้นของกาแฟจากเนสเพรสโซมาผสมผสานกับรสชาติความเผ็ดของอาหารไทยแท้ จะช่วยชูส่วนประกอบแต่ละชนิดในจานให้โดดเด่น แต่ไม่แย่งซีนจนกลบรสชาติของกันและกันจนเกินไป เรียกว่าเป็นการเพิ่มความสมดุลให้รสชาติที่สมบูรณ์แบบ

ปิดท้ายด้วยการปรับโหมดลิ้นตะลอนทัวร์ไปต่อยังปารีส เมืองคาเฟ่สุดชิค ควบคู่ไปกับดินแดนแห่งสีสันอย่าง ริโอ เดอ จาเนโร ด้วยเมนูอาหารหวานรสชาติสุดแปลกใหม่ มาพร้อมกลิ่นที่หอมอบอวลเมื่อยกออกเสิร์ฟ นำเสนอในชื่อ MARINE PLUM / YOUNG GINER เป็นไอศกรีมผลไม้ไทยแต่งแต้มรสชาติด้วย Puree ที่มาพร้อมความหอมจากกาแฟเอสเพรสโซรสชาติ World Explorations Paris Espresso และเฉาก๊วย  ตกแต่งด้วยรากบัว เพิ่มอรรถรสเมื่อลิ้มลองคู่กับกาแฟ World Explorations Rio De Janeiro Espresso ที่สุดแสนเข้มข้น ช่วยเบรกความหวานด้วยกาแฟพร้อมปิดท้ายการเดินทางสุดแสนน่าจดจำการันตีความเอ็กซ์คลูซีฟที่มีแค่คอร์ส Nespresso x Le Du inspired by Chef Ton เท่านั้น

ทั้งนี้ เนสเพรสโซยังเตรียมกิจกรรมสุดพิเศษให้กับคอฟฟี่เลิฟเวอร์ได้ลุ้นรับสิทธิ์สัมผัสประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซิฟระดับมิชลินที่ร้านอาหาร Le Du จำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง เมื่อซื้อแคปซูลกาแฟในกลุ่ม World Explorations แพ็ค 10 และเล่มเกมตอบคำถาม ตั้งแต่วันที่ 6 – 30 เมษายน 2565 นี้ สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้บนเฟสบุ๊กของเนสเพรสโซ

นอกจากนี้ ลูกค้าของ Le Du และแฟน ๆ เนสเพรสโซ ยังสามารถลิ้มลองเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน รวมถึง 2 เมนูสุดพิเศษ Nespresso x Le Du inspired by Chef Ton ที่เชฟต้นตั้งใจรังสรรค์โดยใช้กาแฟ World Explorations 3 รสชาติใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2565 ในราคา 3,590++ บาท / คน เท่านั้น สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 092-919-9969

เตรียมแพ็คกระเป๋าเที่ยวทิพย์ผ่านวัฒนธรรมกาแฟสามเมืองได้ง่ายๆ กับแคปซูลกาแฟเอสเพรสโซ World Explorations 3 รสชาติใหม่ ในราคาแคปซูลละ 24 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน เป็นต้นไป ที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ https://www.nespresso.com/th/ และเนสเพรสโซ แอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android TM   

#NespressoWorldExplorations

#NespressoxLeDu

#NespressoTH