สั่งยกเลิกข้อสอบรร.มัธยมวัดธาตุทอง ‘ผอ.’ตั้งกก.สืบสวนข้อเท็จจริง พบผิดจ่อฟันวินัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792683

สั่งยกเลิกข้อสอบรร.มัธยมวัดธาตุทอง 'ผอ.'ตั้งกก.สืบสวนข้อเท็จจริง พบผิดจ่อฟันวินัย

สั่งยกเลิกข้อสอบรร.มัธยมวัดธาตุทอง ‘ผอ.’ตั้งกก.สืบสวนข้อเท็จจริง พบผิดจ่อฟันวินัย

วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 19.18 น.

กลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน บุกโรงเรียนมัธยมฯวัดธาตุทอง ข้องใจข้อสอบปากเปล่ากระทบความมั่นคง ขณะที่ทางตัวแทนโรงเรียนฯ เผยสั่งยกเลิกการสอบดังกล่าวไปแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีสิ่งใดที่เข้าข่ายความผิดจะดำเนินการตามวินัยต่อไป

เมื่อวานนี้ ( 11 มี.ค.67 ) นายทรงชัย เนียมหอม ปธ.กลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน ร่วมกับสมาชิกกลุ่มได้เดินทางเข้าขอตรวจสอบโรงเรียนมัธยมศึกษาวัดธาตุทอง เหตุโลกโซเชียลมีการแชร์ข้อสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิชา สาระร่วมสมัย รหัสวิชา ส 33240 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีกำหนดสอบวันที่ 11 มี.ค. – 12 มี.ค. 2567  ซึ่งมีกำหนดสอบวันที่ 11 มี.ค. – 12 มี.ค. 2567 จากหัวข้อการจัดสอบแบบปากเปล่าทำให้เป็นที่วิจารณ์ขยายเป็นวงกว้างของสังคมเป็นวงกว้าง

ก่อนเดินทางเข้าขอตรวจสอบกรณีนี้นายทรงชัยได้ประสานงานไปยัง พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน เพื่อแจ้งเหตุให้ทราบพร้อมขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมเป็นพยานและอำนวยความสะดวกให้ทั้งฝั่งนายทรงชัย และป้องกันเหตุอันอาจกระทบกระทั้งกันทั้งสองฝ่าย เมื่อเดินทางมาถึงนายทรงชัยได้แจ้งเจ้าหน้าที่หน้าประตูทางเข้าและให้ประสานงานทุกฝ่ายตามที่ได้ทำหนังสือล่วงหน้ามาแล้ว

ถัดมานายจิรยุทธ์ ทวีพงษ์ รอง ผอ.โรงเรียนมัธยมศึกษาวัดธาตุทอง เป็นตัวแทนของโรงเรียนมัธยมศึกษาวัดธาตุทองออกมาเจรจาทำความเข้าใจ โดยเบื้องต้นทางโรงเรียนได้สั่งระงับการสอบดังกล่าวแล้ว รวมถึงสัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 กทม. ได้เข้าตรวจสอบโรงเรียนเมื่อวันอาทิตย์(ตามคำอ้าง)และทางโรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีสิ่งใดที่เข้าข่ายความผิดจะดำเนินการตามวินัยต่อไป

นายทรงชัย กล่าวว่า “ไม่มีใครบังคับใครให้รักใครได้ ไม่ใครบังคับให้ใครไม่รักใครได้ แต่ทั้งนี้หากไม่รัก ไม่ศรัทธาควรเก็บเอาไว้แต่เพียงส่วนตัว การกระทำใดที่อาจส่งผลให้กระทบต่อความมั่นคงของชาติ หรือกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนจำนวนมากเหล่านี้ควรเก็บสงวนไว้เฉพาะตน ไม่ควรแสดงออกมาสู่สาธารณะ”

หลังปรับความเข้าใจต่อกันเรียบร้อย นายทรงชัยและทีมงานได้เดินทางต่อไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 กทม. เข้าพบสำนักนิติกร เพื่อขอข้อมูลต่อเหตุดังกล่าว ได้รับการยืนยันว่า ทางสำนักงานเขตฯได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลและให้แนวทางควรปฏิบัติแก้ไข ปรับปรุง ทั้งนี้หากทางโรงเรียนไม่ดำเนินให้อยู่ในกรอบสำนักงานเขตจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปอย่างเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสุ่ม Keyword และสอบปากเปล่า ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อาจเป็นข้อสอบที่กระทบความมั่นคงของชาติ อาทิ  ม.112 ลี้ภัยทางการเมือง, สมรสเท่าเทียม, เสรีทรงผม, เสรีเครื่องแบบนักเรียน, ทลายทุนผูกขาด, AI คือ ภัยคุกคาม, นิติสงคราม, การบังคับบุคคลสูญหาย, ไม่นับถือศาสนา, ค่าแรงขั้นต่ำ, คนเท่ากัน หรือ คนไม่เท่ากัน, ประชาธิปไตยแบบไทยไทย, อำนาจนิยมในโรงเรียน เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลเพจ ประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน 

โฆษก รมช.มท. มอบรางวัล’เพชรเมืองเหนือ’เชิดชูผู้ส่งเสริม-อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792674

โฆษก รมช.มท. มอบรางวัล'เพชรเมืองเหนือ'เชิดชูผู้ส่งเสริม-อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

โฆษก รมช.มท. มอบรางวัล’เพชรเมืองเหนือ’เชิดชูผู้ส่งเสริม-อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 17.16 น.

ดร.ธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต ที่ปรึกษาและโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (เกรียง กัลป์ตินันท์) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณรางวัล “เพชรเมืองเหนือ” รางวัลเชิดชูเกียรติ “ผู้ส่งเสริมและอนุรักษ์กิจกรรมทางวัฒนธรรมไทย” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “วัฒนธรรมล้ำค่า สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น กลิ่นอารยธรรมล้านนา ทรงคุณค่าละ อ่อนเมืองเหนือ” ณ หอประชุมแกรนด์วิชั่น ชั้น 2 มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ ด้วยสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม (องค์กรเอกชนด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน) ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย ได้ดำเนินการการส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมกิจกรรมและพัฒนาศักยภาพเด็กและ เยาวชนด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อยกระดับสนับสนุนและส่งเสริมวัฒนธรรมที ที่มีศักยภาพ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้าน เทศกาล ประเพณีไทย (Festival) (ศิลปะการแสดง) ส่งเสริมให้เยาวชนได้นำศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี อันเป็นมรดกที่ ควรค่าแก่การรักษาและอนุรักษ์มาสร้างสรรค์เป็น soft power เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยว เศรษฐกิจและให้ เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ 

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน ยกย่องเชิดชูเกียรติเด็กที ที่มีความประพฤติดี ประพฤติชอบ ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา มีความรู้ความสามารถ มีความจงรักภักดีต่อชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นสังคมและประเทศชาติ

‘เฉลิมชัย’ชูเดือนรอมฎอน ส่งความสุข สันติภาพเกิดแก่ชาวไทยมุสลิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792615

'เฉลิมชัย'ชูเดือนรอมฎอน ส่งความสุข สันติภาพเกิดแก่ชาวไทยมุสลิม

‘เฉลิมชัย’ชูเดือนรอมฎอน ส่งความสุข สันติภาพเกิดแก่ชาวไทยมุสลิม

วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.28 น.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศ เนื่องในเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1445 ซึ่งเริ่มต้นในวันอังคารที่ 12 มีนาคม นี้ ว่า เดือนรอมฎอนถือเป็นเดือนอันประเสริฐ และมีความสำคัญของศาสนาอิสลาม และเป็นช่วงเวลาของพี่น้องชาวมุสลิมที่จะได้ปฏิบัติตามหลักศาสนา พร้อมด้วยจิตใจที่แน่วแน่โดยการถือศีลอด ละเว้นการกระทำที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ตนเองและสังคม ทั้งไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต้องห้ามทั้งหลาย ซึ่งการละหมาดที่เข้มข้นแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความศรัทธา ที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็งทั้งทางร่างกาย และจิตใจ และเป็นการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมสืบไป

“ผมขออวยพรให้พี่น้องมุสลิมทุกท่านประกอบศาสนกิจ ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนนี้ได้บรรลุผลสำเร็จอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และสมความปรารถนาในสิ่งที่มุ่งหวังไว้ทุกประการ เพื่อร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสันติสุขในสังคมสืบไป” นายเฉลิมชัย กล่าว

สพฐ.แจง’เลื่อนสอบครูผู้ช่วย’ คาดสอบ ว16 ปลายเม.ย.- ว14 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792577

สพฐ.แจง'เลื่อนสอบครูผู้ช่วย' คาดสอบ ว16 ปลายเม.ย.- ว14 พ.ค.นี้

สพฐ.แจง’เลื่อนสอบครูผู้ช่วย’ คาดสอบ ว16 ปลายเม.ย.- ว14 พ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 12.20 น.

สพฐ.แจงเลื่อนสอบครูผู้ช่วย คาดจะสามารถรับสมัครครูผู้ช่วย ว16 และ ว17 ได้ต้นเดือนเมษายน สอบปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม

12 มี.ค.2567 นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สพฐ. เลื่อนปฏิทินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ (ว16) และในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ว17) จากเดิมที่จะจัดสอบในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ทันเปิดภาคเรียนปีการศึกษา2567 ในเดือนพฤษภาคม และการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ว14)  ออกไปก่อน เนื่องจากรองบประมาณปี2567 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภานั้น  ขณะนี้ทางรัฐสภาปรับวันพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เร็วขึ้น ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นกระบวนการสอบครูผู้ช่วยต่าง ๆ ก็อาจจะเร็วขึ้นมาอีก1 เดือน ซึ่งสพฐ. พยายามจะเร่งดำเนินการ เพื่อบรรจุแต่งตั้งครูทดแทนอัตราว่างให้ได้โดยเร็วที่สุด  

นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อทางรัฐสภามีการปรับวันพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี2567 คาดว่า จะสามารถรับสมัครครูผู้ช่วย ว16 และ ว17 ได้ภายในต้นเดือนเมษายน สอบปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม ส่วนการสอบแข่งขันครูผู้ช่วยรอบทั่วไป ว14 ก็อาจจะจัดสอบได้ในปลายเดือนพฤษภาคม-ต้นเดือนมิถุนายน ตามกระบวนการงบประมาณ  ส่วนเรื่องการบริหารบุคลากรนั้น ขณะนี้ยังไม่มีปัญหามากนัก เนื่องจากไม่ใช่ช่วงที่ครูเกษียณอายุราชการ และที่ผ่านมาก็ได้มีการขอใช้บัญชีที่ค้างอยู่บรรจุแต่งตั้งทดแทนอัตราเกษียณฯไปแล้วส่วนหนึ่ง  ส่วนที่กันอัตราไว้สอบบรรจุคือ ว16 และว17 ประมาณ 1,800 อัตรา ซึ่งจะต้องเร่งสอบเพื่อบรรจุแต่งตั้งต่อไป 

“เมื่อกระบวนการพิจารณางบประมาณเร็วขึ้น จึงต้องมีการวางแผนบริหารงานบุคคล โดยคาดว่า จะสามารถสอบสอบครูผู้ช่วย ว16  และ ว17 ซึ่งมีอัตราวางอยู่ประมาณ 1,800 อัตราได้ภายในเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม ส่วน ว14 ก็คาดว่า จะสอบได้ปลายเดือนพฤษภาคม ส่วนจะมีอัตราว่างเท่าไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องรอตัวเลขหลังการย้าย ทั้งนี้ในส่วนของโรงเรียนที่มีครูสอนไม่เพียงพอ สพฐ.ได้จัดครูอัตราจ้างเข้าไปเสริม ซึ่งขณะนี้ไม่มีปัญหาขาดแคลนครู เพราะไม่ใช่ช่วงที่มีการเกษียณอายุราชการ แต่จะมีปัญหาบ้างในโรงเรียนที่มีครูย้ายออก ซึ่งหากสามารถจัดสอบ ว16 และ ว17 ได้ภายในเดือนเมษายน หรือต้นเดือนพฤษภาคม ก็จะสามารถบรรจุแต่งตั้งได้ทันที เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก” นายสุรินทร์ กล่าว 

โชว์ผลงานอาชีวะพัฒนาเด็กพิเศษ ‘นวัตกรรมพร้อมใช้สู่ชุมชน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792462

โชว์ผลงานอาชีวะพัฒนาเด็กพิเศษ ‘นวัตกรรมพร้อมใช้สู่ชุมชน’

โชว์ผลงานอาชีวะพัฒนาเด็กพิเศษ ‘นวัตกรรมพร้อมใช้สู่ชุมชน’

วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายนิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา (สวพ.) เป็นประธานมอบนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนางอำไพพิศ บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้รับมอบ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เบญจลักษณ์น้ำฟ้า กรรมการผู้จัดการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมแสดงความยินดี ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายนิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการ สวพ. กล่าวว่า ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นนี้ เป็นผลงานของนักศึกษาสาขาไฟฟ้ากำลัง ระดับ ปวส. โดยได้นำโครงงานจากการเรียนมาวางแผน สร้างนวัตกรรมแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ได้นำผลงานมามอบจำนวน 2 ชิ้น ได้แก่ 1.เครื่องพัฒนาการนั่ง ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ใช้ในการนั่ง กล้ามเนื้อคอ การทรงตัว และกระตุ้นการทำกิจกรรมของเด็ก 2.เครื่องกายภาพบำบัดการยืนและเดิน ช่วยฟื้นฟูการยืนและเดินของเด็กพิเศษจากระบบประสาท ใช้สั่งการกล้ามเนื้อขาและพัฒนาการเดิน การทรงตัว กระตุ้นการเคลื่อนไหว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและขา ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ส่งมอบให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษฯ นี้ ผ่านการควบคุมภายใต้การดูแลของนักกายภาพบำบัด จึงตอบโจทย์และเป็นตัวช่วยในการบำบัดและฟื้นฟูให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

ด้าน ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้ากรรมการผู้จัดการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่านับเป็นความร่วมมือที่ดีอย่างยิ่งในการช่วยพัฒนาเด็กที่มีปัญหาทางกายภาพ ให้มีพัฒนาการและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมูลนิธิฯจะช่วยส่งเสริม หาช่องทางและความร่วมมือจากบุคคลหรือหน่วยงานที่มีความพร้อม เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ให้มีคุณภาพและมีปริมาณมากขึ้นตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ทั้งในสังคมเมืองและสังคมชนบท การที่อาชีวะสร้างคนให้มีความรู้ มีทักษะเพื่อไปแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์มหาศาลกับสังคม การคิดค้นสิ่งใดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อทำแล้วโอกาสแห่งความสำเร็จก็จะเกิดขึ้น ผู้ทำสิ่งประดิษฐ์ก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ มั่นใจ พร้อมที่จะประกอบอาชีพได้ในอนาคต ที่สำคัญจะเป็นคนที่มีจิตสาธารณะอาสาช่วยเหลือผู้อื่น การเรียนสายอาชีวะถือได้ว่าตอบโจทย์การมีงานทำ และสร้างคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

ศธ.แนะเทคนิค ‘พิชิตข้อยาก’ เรียนกับครูเก่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792463

ศธ.แนะเทคนิค ‘พิชิตข้อยาก’  เรียนกับครูเก่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ศธ.แนะเทคนิค ‘พิชิตข้อยาก’ เรียนกับครูเก่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมให้ความรู้ เทคนิคพิชิตข้อยาก สร้างโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลาย เสริมความมั่นใจในการเลือกเป้าหมายอนาคตของนักเรียน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบวัดความรู้เชิงวิชาการ หรือ A-LEVEL ระหว่างวันที่ 11-14 มี.ค.2567 โดยนักเรียนจะได้เรียนกับครูเก่งๆ ผ่าน OBEC Channel ทุกช่องทาง เพื่อความเสมอภาคโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) จะจัดสอบวันที่ 16-18 มี.ค.นี้

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือการเตรียมความพร้อมการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยได้เน้นย้ำให้สามารถปรับเงินเดือนให้ทันภายในวันที่ 1 พ.ค.2567 โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานกับทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อให้ได้ข้อสรุปและขอให้แต่ละองค์กรหลัก ไปดูจำนวนคนและงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อแจ้งข้อมูลให้สำนักงบประมาณ เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนให้ทันตามกรอบเวลา ทั้งนี้ สำหรับผู้บรรจุใหม่จะได้รับเงินเดือนในอัตรา 16,500 บาท และจะต้องไปดูในส่วนผู้ได้รับผลกระทบว่าจะปรับอย่างไรเพื่อไม่ต้องการให้มาจ่ายย้อนหลัง

สำหรับการปรับเพิ่มเงินเดือนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือ การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ โดยทยอยปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุเพิ่มปีละ 10% ในปี 2567 และ 2568 และโดยในปี 2568 ผู้ที่บรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีจะได้เงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และปรับคุณวุฒิอื่นๆ ให้สอดคล้องกัน และกลุ่มที่ 2 การปรับเงินชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ พร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ

มทร.ธัญบุรี คิดค้นนวัตกรรม ‘เทคโนโลยีโฟมดูดน้ำมัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792464

มทร.ธัญบุรี คิดค้นนวัตกรรม ‘เทคโนโลยีโฟมดูดน้ำมัน’

มทร.ธัญบุรี คิดค้นนวัตกรรม ‘เทคโนโลยีโฟมดูดน้ำมัน’

วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

2 นักศึกษา “เนม-ภพธร คล้ายเข็ม นักศึกษาปริญญาโทภาควิชาวิศวกรรมวัสดุและโลหการ” และ “เด่น-พฤติพงศ์ พันธมนัสโสภา นักศึกษาปริญญาเอกคณะวิศวกรรมศาสตร์” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้คิดค้นและพัฒนาผลงานเทคโนโลยีโฟมดูดน้ำมัน (Green Oil-Absorbing Technology) โดยมี รศ.ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ จาก มทร.ธัญบุรี และ ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งล่าสุดได้รับรางวัลเหรียญทองระดับอุดมศึกษา กลุ่มพลังงงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ จากโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับชาติ – Thailand New Gen Innovators Award 2024 (I-New Gen Awards 2024) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในงานวันนักประดิษฐ์ 2567 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ที่ผ่านมา

เนม-ภพธร คล้ายเข็ม เผยว่า จุดเริ่มต้นของนวัตกรรม “เทคโนโลยีโฟมดูดน้ำมัน” มาจากการตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเลและชายหาด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างเฉียบพลันและในระยะยาวต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบนิเวศอื่นๆ ดังนั้น การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการดูดซับน้ำมันจึงมีความสำคัญ จึงได้ร่วมกันหาวัสดุรอบตัวเพื่อนำมาจัดการกับปัญหาดังกล่าว และได้รู้จักกับรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งสนใจในด้านวัสดุและเคมีชีวภาพ และเขาได้วิจัยการสกัดผลึกนาโนเซลลูโลสจากผักตบชวา จึงได้ขอคำปรึกษาและชักชวนมาร่วมกันทดลองและผลิตโฟมดูดน้ำมัน จากผักตบชวาและยางพารา

ด้าน เด่น-พฤติพงศ์ พันธมนัสโสภา กล่าวสรุปเพิ่มเติมว่า เริ่มต้นจากการนำผักตบชวาไปตากแดดหรืออบให้แห้ง จากนั้นบดให้มีขนาดเล็กลงจนเป็นเส้นใย แล้วนำไปทำความสะอาดด้วยวิธีการฟอกจนได้เป็นสีขาว ขั้นตอนต่อไปคือการบดให้ละเอียด แล้วสกัดจนออกมาเป็นผลึกนาโนเซลลูโลส จากนั้นนำไปผสมกับน้ำยางพาราบริสุทธิ์ ขึ้นรูปจนได้โฟมยาง และได้ศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับน้ำมัน ประสิทธิภาพการนำกลับมาใช้ซ้ำร่วมด้วย ที่ได้ทดสอบกับน้ำมันชนิดต่างๆ ร่วมด้วย

“จุดเด่นของผลงานนี้ เมื่อมีน้ำและน้ำมันปะปนกันอยู่ โฟมจะทำหน้าที่ดักจับเฉพาะน้ำมัน และเมื่อรีดน้ำมันออกสามารถนำโฟมไปใช้ซ้ำได้อีกมากกว่า 40-50 ครั้ง รวมถึงน้ำมันที่ดักจับได้ สามารถนำไปใช้งานต่อไป ขณะเดียวกันโฟมยางที่พัฒนาขึ้นนี้ มีน้ำหนักเบา ต้นทุนต่ำ เคลื่อนย้ายได้ง่ายทำให้สะดวกต่อการนำไปใช้งาน และยังสามารถขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆ ได้อีกด้วยเพื่อให้ง่ายและเข้าถึงต่อพื้นที่ และผลงานดังกล่าวยังถือเป็นการแก้ปัญหาใน 2-3 มิติ กล่าวคือการลดปัญหาวัชพืชของผักตบชวา และสนับสนุนการใช้ยางพาราให้มีความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น เมื่อเข้าสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์” เจ้าของผลงาน อธิบาย

ขณะที่ รศ.ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ อาจารย์ที่ปรึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรวิศวกรรมวัสดุ อธิบายเสริมว่าผลงานเทคโนโลยีโฟมดูดน้ำมันนี้ช่วยแก้ปัญหาที่หลากหลาย โดยเฉพาะประเด็นด้านพลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ เตรียมขยายสเกลและนำไปทดลองจริงต่อไป ควบคู่กับการพัฒนาคุณสมบัติที่มากยิ่งขึ้นต่อไปและเป็นนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีสภาพพร้อมใช้ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-5493400

นำร่อง 6 โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ยกระดับความรู้ด้านดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792465

นำร่อง 6 โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล  ยกระดับความรู้ด้านดิจิทัล

นำร่อง 6 โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ยกระดับความรู้ด้านดิจิทัล

วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยกระดับ โครงการ UOB My Digital Space (MDS) มอบการศึกษาที่มีคุณภาพแก่นักเรียนขาดโอกาสกว่า 4,000 คน ขยายจาก 3 โรงเรียนสู่ 6 โรงเรียนใน 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น ชลบุรี พะเยา และลำปาง โครงการ UOB MDS เป็นโครงการหลักที่สนับสนุนด้านการศึกษาของกลุ่มธนาคารยูโอบี มีแผนดำเนินโครงการในระยะยาวเพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาของเด็กที่ขาดโอกาสให้เข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อเป็นเครื่องมือให้พวกเขาสามารถประสบความสำเร็จได้ในโลกดิจิทัล และพร้อมที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของอาเซียนไปด้วยกัน โดยนอกเหนือจากการมอบห้องคอมพิวเตอร์และเครื่องมือการเรียนรู้ดิจิทัลวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ โครงการ UOB MDS ได้ขยายไปสู่ความรู้ทางการเงินและการแนะแนวอาชีพ นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของยูโอบี ในการพัฒนาส่งเสริมเด็กและเยาวชนในอาเซียนให้พร้อมสำหรับเติบโตไปในอนาคต

นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า เพราะเทคโนโลยีได้กำหนดอนาคตแห่งการเรียนรู้โครงการ UOB My Digital Space จึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ด้วยการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการศึกษา ที่จะช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่างๆ เพื่อให้เด็กพร้อมสำหรับอนาคต อาทิ การคิดเชิงวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความรู้ทางดิจิทัล พร้อมปลูกฝังความรู้ทางการเงินที่เริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของเราที่จะดูแลเคียงข้างชุมชนเพื่อพัฒนาผู้คนในอาเซียน ตอกย้ำบทบาทที่สำคัญของสถาบันการเงิน นับเป็นกลยุทธ์สำคัญการดำเนินงานของเราเพื่อให้แน่ใจว่าเยาวชนในวันนี้จะสามารถเติบโตได้ในระบบเศรษฐกิจอนาคต

การขยายขอบเขตของโครงการ MDS นับเป็นการดำเนินงานที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านการศึกษาในเวลาที่เหมาะสม ดังเช่นที่ปรากฏจากผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ปี 2565 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พร้อมชี้ให้เห็นว่าการริเริ่มการเรียนรู้แบบดิจิทัลหรือ e-learning ให้ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของทรัพยากรด้านดิจิทัล การมีเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคที่เหมาะสมและความพร้อมใช้งานของแพลตฟอร์มการเรียนรู้

น.ส.กนกวรรณ โชว์ศรี ผู้อำนวยการโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า ปีนี้ โครงการ UOB My Digital Space ได้บูรณาการองค์ประกอบการเรียนรู้สำคัญเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนอีก 2 วิชา ได้แก่ หลักสูตรการเงินออนไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมีสุขภาพทางการเงินที่ดี และเครื่องมือการแนะแนวอาชีพ เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาตั้งเป้าหมายของตนเองให้เหมาะสมกับความสามารถและคุณค่าของชีวิตได้ ด้วยเครื่องมือดิจิทัลทั้งหมดนี้ทั้งในด้านวิชาการและทักษะชีวิต นักเรียนสามารถเข้าไปเรียนรู้บนระบบออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา

นายประวิทย์ สิงห์เรือง ผู้อำนวยการ รร.บ่อพลอยรัชดาภิเษก จ.กาญจนบุรี หนึ่งในโรงเรียนใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนห้องเรียนรู้ดิจิทัล UOB My Digital Space กล่าวว่า ก่อนหน้าที่เราจะได้รับการสนับสนุนจากโครงการ UOB My Digital Space นักเรียนต้องใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกันด้วยทางโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ขอขอบคุณทางธนาคารยูโอบี ประเทศไทยที่ได้มอบห้องเรียนรู้ดิจิทัลให้กับทางโรงเรียน ซึ่งไม่เพียงแต่เด็กนักเรียนจะได้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์และวิชาเรียนดิจิทัลแล้ว นักเรียนยังได้เรียนกับครูรุ่นใหม่จาก Teach for Thailand อีกด้วย ซึ่งเราได้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกที่เกิดขึ้นจากนักเรียนของเรา ที่พวกเขาต่างสนุกกับการเรียนรู้ในชั้นเรียนและมีผลการเรียนที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันยังสนับสนุนครูของเราในการเตรียมการสอนในชั้นเรียนได้ดีมีประสิทธิภาพขึ้น

‘อบต.’ขออภัยดราม่ากีฬาสีจับเด็กแก้ผ้า ชี้เป็นบทเรียนเรื่องละเอียดอ่อน เผยผู้ปกครองไม่ติดใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792515

'อบต.'ขออภัยดราม่ากีฬาสีจับเด็กแก้ผ้า ชี้เป็นบทเรียนเรื่องละเอียดอ่อน เผยผู้ปกครองไม่ติดใจ

‘อบต.’ขออภัยดราม่ากีฬาสีจับเด็กแก้ผ้า ชี้เป็นบทเรียนเรื่องละเอียดอ่อน เผยผู้ปกครองไม่ติดใจ

วันจันทร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2567, 23.06 น.

คืบหน้าดราม่ากีฬาสีจับเด็กแก้ผ้า แท้จริงแล้วผู้ปกครองที่ออกมาร้องเหตุเกิดที่ประจวบฯ แต่ภาพที่ถูกเอามาแชร์คือเหตุการณ์ที่สุรินทร์ แต่บังเอิญเกิดเหตุการ์คล้ายกัน  เผยผู้ปกครองไม่ติดใจเพราะเป็นการเสริมทักษะให้กับเด็กได้เรียนรู้ในการช่วยเหลือตัวเองเรื่องการแต่งตัว

วันที่ ( 11 มี.ค. 67 ) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า จากกรณีที่เกิดกระแสดราม่าเรื่องที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความลงในกลุ่ม “จิตวิทยาเด็กและครอบครัว ปรึกษาเรื่องเลี้ยงลูก” แสดงถึงความไม่พอใจกับการแข่งขันกีฬาสี โดยให้เด็กแก้ผ้าล่อนจ้อนเหลือแต่กางเกงใน ก่อนจะให้แข่นขันกันกันสวมใส่เสื้อผ้า ต่อหน้าครู และผู้ปกครอง และผู้ที่เข้ามาร่วมงานนับร้อย จนเกิดเป็นกระแสดราม่าขึ้นมา

กระทั่งผู้สื่อข่าวสืบค้นข้อมูลจากภาพที่ถูกนำออกมาแชร์อยู่ในโลกออนไลน์จนทราบว่า กิจกรรมดังกล่าวนั้นถูกจัดขึ้นภายใต้ “โครงการแข่งขันกีฬาหนูน้อยประจำปี 2567 ( กีฬาสี 4+2 )” ณ โรงยิมเผ่าแผน สนามกีฬาศรีณรงค์ ต.นอกเมือง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการนำเอานักเรียนปฐมวัยจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ภายใต้สังกัดการดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลนอกเมือง มาเข้าร่วมกิจกรรม และมีการแข่งขันการใส่เสื้อผ้า เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะให้หนูๆนักเรียนได้เรียนรู้ในการช่วยเหลือตัวเองเรื่องการแต่งตัว

ล่าสุดทางด้านนายสุภณัฐ ศิริทอง  ผู้อำนวนการกลุ่มงานกฎหมายระเบียบ และร้องทุกข์ ( สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จ.สุรินทร์ ) ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วมประชุม โดยมีนายอนุชา พิสมัย ( ปลัด อบต.นอกเมือง ) , นายเฉลิมพล พวงศิริ ( ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.นอกเมือง ) , นายสุพล สดเขตต์ ( หัวหน้าบ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ ) , คณะครูจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 6 ศูนย์ภายใต้สังกัด อบต.นอกเมือง และผู้ปกครอง ก่อนจะร่วมแถลงการณ์ต่อผู้สื่อข่าว

โดยนายอนุชา พิสมัย ( ปลัด อบต.นอกเมือง ) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ทาง อบต.นอกเมืองในฐานะเป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันต้องขอกราบขออภัยไปถึงผู้ปกครองในเรื่องที่เกิดขึ้น และจะนำไปเป็นบทเรียนในการกำชับครูที่มีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ ต้องตระหนักและใส่ใจในประเด็นระเอียดอ่อนนี้ให้มากที่สุดมาก กว่าเท่าที่เป็นอยู่ ทาง อบต. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ถือว่าเป็นบทเรียนอย่างมาก

ทางด้านนายสุภณัฐ ศิริทอง  ผู้อำนวนการกลุ่มงานกฎหมายระเบียบ และร้องทุกข์ ( สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จ.สุรินทร์ ) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ปกครองเด็กที่เข้าร่วมการแข่งขันการใส่เสือผ้าทั้ง 12 คน จาก 6 ศูนย์ฯ ไม่ได้ติดใจหรือคับข้องใจอะไร และผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 12 คน ไม่ได้เป็นผู้ออกมาร้องเรียนแต่อย่างใด และในขณะแข่งขันก็ไม่ได้มีผู้ใดออกมาทักท้วงหรือท้วงติงแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างไรก็ตามต่อให้ไม่เป็นผู้ปกครองของเด็กทั้ง 12 คน ที่เป็นผู้ร้องเรียน แต่ภาพกับกิจกรรมที่ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือว่าคนที่เห็น ก็มีสิทธิ์ในการท้วงติงหรือว่ากังวลใจกับกิจกรรมที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นทางจังหวัดเอง ก็คงต้องสั่งการมาที่อำเภอ เพื่อให้ทางอำเภอออกมาตรวจสอบ และรายงานข้อเท็จจริงให้ทางจังหวัดทราบ สิ่งไหนที่เป็นข้อบกพร่อง หรือสิ่งไหนที่ยังไม่ถูกไม่ต้องละเลย และต้องดำเนินการให้ถูกต้องเพื่อแก้ไขต่อไป

“วันนี้ก็อยากสื่อสารให้ผู้ปกครองทุกคนให้รับทราบ และเชื่อมั่นในการบริหารการศึกษาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท้องถิ่น ยืนยันที่จะดูแลบุตรหลานของท่านให้ดีที่สุด สำหรับปัญหาที่มันเกิดขึ้น อาจจะเกิดจากการสื่อสารที่ไม่รอบครอบ ก็เลยเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้น ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คงต้องเป็นบทเรียนสำคัญให้ทางต้นสังกัดที่เป็นผู้จัด ได้ตระหนักถึงทุกภารกิจที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบ ทั้งตัวเด็กและความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง”

ล่าสุด เพจของรายการโหนกระแสได้ออกมาชี้แจง แล้วว่า จริงแล้วผู้ปกครองที่ ออกมาเผยแพร่ข้อความที่มีการพูดคุยกับครูและเพื่อนผู้ปกครองในกลุ่มไลน์ และออกไปโพสต์ลงในกลุ่ม “จิตวิทยาเด็กและครอบครัว ปรึกษาเรื่องเลี้ยงลูก” นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และทางผู้ปกครองรายนั้น ก็ได้พาทนายความ เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หัวหิน เพื่อรอ ผอ.และครู ในศูนย์ฯ มาเจรจาต่อหน้าเจ้าหน้าที่

แต่ภาพที่ถูกแชร์อยู่ในโลกออนไลน์นั้นเป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น อยู่ในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งบังเอิญ เป็นเหตุการณ์คล้ายกัน จนเกิดความเข้าใจผิดและผู้ปกครองที่พาเด็กเข้าร่วมกิจกรรม ก็ไม่มีใครออกมาร้องเรียนหรือท้วงติงแต่อย่างใด

วธ.บูรณาการ 33 หน่วยงาน กำหนดแนวทางจัดงานมหาสงกรานต์ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/792458

วธ.บูรณาการ 33 หน่วยงาน กำหนดแนวทางจัดงานมหาสงกรานต์ 2567

วธ.บูรณาการ 33 หน่วยงาน กำหนดแนวทางจัดงานมหาสงกรานต์ 2567

วันจันทร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2567, 18.22 น.

“เสริมศักดิ์”บูรณาการ 33 หน่วยงาน กำหนดแนวทางจัดงานมหาสงกรานต์ 2567 ภายใต้แนวคิด”มหาสงกรานต์เย็นทั่วหล้าทั่วไทย สู่ความภูมิใจระดับโลก” เน้นย้ำเผยแพร่คุณค่าสาระอัตลักษณ์สงกรานต์ไทย มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการกำหนดแนวทางการจัดงานสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 โดยมี ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมบูรณาการ ณ ศูนย์ประชุมชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting

นายเสริมศักดิ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อกำหนดแนวทางการจัดงานสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 ว่า ในโอกาสที่ “ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย” ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ณ เมืองคาซาเน สาธารณรัฐบอตสวานา นั้น ถือเป็นการกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เกิดความสนใจ เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศงานประเพณีในประเทศไทย ซึ่งเป็น Soft power (Festival) เป็นเทศกาลยอดนิยมเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะนำมาซึ่งรายได้มหาศาลที่เกิดจากนักท่องเที่ยว ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วนมีรายได้เพิ่มขึ้น การประชุมบูรณาการในครั้งนี้ จึงเป็นการกำหนดแนวทางเพื่อสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมเนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 ในภาพรวมของประเทศ ให้ดำเนินการจัดกิจกรรมสงกรานต์เป็นไปอย่างเรียบร้อยและสร้างสรรค์ เน้นเผยแพร่คุณค่าสาระ ความงามของประเพณีให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มีส่วนร่วม อย่างถูกต้องและเหมาะสม มีความสุขร่วมกันตลอดเทศกาล

รมว.วธ.เปิดเผยต่อว่า เพื่อให้กิจกรรมประเพณีสงกรานต์หมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นไปด้วยความงดงามและเหมาะสม รวมถึงป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จึงได้การประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อกำหนดแนวทางการจัดงานสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมการศาสนา กรมศิลปากร สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กรมการท่องเที่ยว กรมควบคุมโรค กรมทรัพยากรน้ำ กรมประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมสารนิเทศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสมุทรปราการ สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร มูลนิธิเมาไม่ขับ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รวม 33 หน่วยงาน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุป แนวทางในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 โดยให้สอดคล้องกับแนวคิดกับการจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ 2567” ของรัฐบาล ประกอบด้วย 10 แนวทางสำคัญ ดังนี้

1.จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ที่เป็นการสร้างการรับรู้ ต่อประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย ได้รับการประกาศจาก UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

2.จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์โดยเน้นเผยแพร่คุณค่าและสาระ ที่ถูกต้องของวัฒนธรรม ประเพณี คำนึงถึงความเหมาะสม บริบทของแต่ละท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การเปิดกว้างทางความคิดและเปิดรับความหลากหลายทางอัตลักษณ์

3.ส่งเสริมให้จังหวัดต่างๆ ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมในประเพณี สงกรานต์ เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีที่ดีงาม เหมาะสม

4.รณรงค์ให้ประชาชนสืบสานคุณค่าสาระและสิ่งที่ควรทำของประเพณีสงกรานต์ เช่น การทำความสะอาดบ้านเรือน วัด ศาสนสถานที่นับถือ สถานที่สาธารณะ ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ สรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ และใช้ทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างประหยัด รู้คุณค่า

5.รณรงค์ให้ประชาชนสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยในการเข้าร่วมกิจกรรมประเพณี สงกรานต์ เช่น แต่งกายด้วยชุดสุภาพผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น ชุดไทยย้อนยุค เสื้อลายดอก หรือเสื้อผ้าที่เป็น Soft Power ของท้องถิ่น (เช่น กางเกงลายช้าง กางเกงลายแมวโคราช เป็นต้น) เพื่อสร้างภาพลักษณ์และเพื่อสร้างการรับรู้ อัตลักษณ์ความเป็นไทยในประเพณีสงกรานต์ต่อชาวต่างชาติ

6.ขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนศิลปินพื้นบ้านในการจัดกิจกรรม การละเล่น และการแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น เพื่อเป็นการถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และให้เด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันสืบสานประเพณี โดยคำนึงถึงวัฒนธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม และร่วมกันเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม

7.รณรงค์ให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน เช่น การไม่คุกคามทางเพศ การเคารพและให้เกียรติผู้ที่ไม่ประสงค์จะเล่นสาดน้ำสงกรานต์ การไม่สร้างความเดือดร้อน ไม่สร้างความวุ่นวายในที่สาธารณะ

8.ขอความร่วมมือประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะและใช้ถนนหนทาง ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงช่วยสอดส่อง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ในกรณีพบเห็นผู้ที่ปฏิบัติตนไม่เหมาะสม

9.การดำเนินการจัดงานตามคำแนะนำในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด โรคติดเชื้อของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำโรค ขณะเดียวกัน ก็คำนึงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงประเพณีสงกรานต์และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการรักษาความปลอดภัยในด้านอื่นๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

10.ส่งเสริมกิจกรรมที่มีความสร้างสรรค์ที่สามารถพัฒนาต่อยอดจากคุณค่าสาระ ของประเพณีสงกรานต์เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของชุมชนและของประเทศ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ ในชุมชน และยังคงอัตลักษณ์ของความเป็นท้องถิ่น

นายเสริมศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า ทางยูเนสโกยังได้อนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ UNESCO และตราสัญลักษณ์ของอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ควบคู่กับตราสัญลักษณ์ของหน่วยงาน ในการจัดงานส่งเสริมและรักษาประเพณีสงกรานต์ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2567 ทั้งนี้ หน่วยงานใดประสงค์จะใช้ตราสัญลักษณ์ดังกล่าว ให้ส่งคำร้องขอใช้ตราสัญลักษณ์ UNESCO ไปยังกลุ่มมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ที่อีเมล saraban@culture.mail.go.th

นายเสริมศักดิ์ ยังได้กล่าวเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมสงกรานต์ ที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะจัดขึ้นในปีนี้ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค อาทิ งานรดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ เนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 ณ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันที่ 10 เมษายน 67 การจัดงานนิทรรศการ สงกรานต์ไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ระหว่าง 10 – 12 เมษายน 67 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานกลางแจ้ง หน้าหอศิลป์กรุงเทพมหานคร (BACC) การจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 ระหว่าง 12 – 15 เมษายน 2567 (พิธีเปิด 13 เม.ย.) ณ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร กิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม ในงานใต้ร่มพระบารมี 242 กรุงรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วย การแสดงแสงสีเสียงตำนานนางสงกรานต์ โดย แอนโทเนีย โพซิ้ว นางสงกรานต์ประจำปีพุทธศักราช 2567 และ การแสดงบทเพลง “รำวงเริงสงกรานต์” ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ โดยวงดนตรีสุนทราภรณ์ และเพลง “สงกรานต์” แต่งใหม่ ดนตรีโดยวงดนตรีเฉลิมราชย์ เป็นต้น ในวันที่ 13 เมษายน 2567 ณ เวทีการแสดง สังคีตศาลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ทั้งนี้ ในส่วนภูมิภาคกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ร่วมมือกับจังหวัดและสนับสนุนเครือข่ายวัฒนธรรม ในการจัดกิจกรรมเพื่อสืบสานคุณค่าสาระประเพณีของแต่ละท้องถิ่น เผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดภูเก็ต ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถติดตามความเคลื่อนไหวรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ดาวโหลดเพลงสงกรานต์ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ได้ทางเว็บไซต์ http://www.culture.go.th แฟนเพจกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสายด่วนวัฒนธรรม 1765

– 006