มหกรรม‘เด็กพิการเรียนไหนดี?’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768754

มหกรรม‘เด็กพิการเรียนไหนดี?’

มหกรรม‘เด็กพิการเรียนไหนดี?’

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) มูลนิธิด้วยกันเพื่อคนพิการและสังคม บริษัท กล่องดินสอ จำกัด จัดมหกรรมแนะแนวการศึกษา “เด็กพิการเรียนไหนดี’67” โดยมี นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. ภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงานเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ณ อาคาร ไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2

โดย นางภรณี กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดงานมหกรรมฯ คือ การสร้างโอกาสทางการศึกษา หลังพบคนพิการเป็นกลุ่มที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน ทั้งพบคนพิการเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาเพียง 1% เท่านั้นงานครั้งนี้เป็นประตูด่านแรกสู่การค้นหาจุดหมายปลายทาง วางแผนการศึกษา มองหาสถาบันที่รองรับสำหรับคนพิการ รวมถึงเพิ่มพลังใจจากการรับฟังรุ่นพี่นักศึกษาผู้พิการ ที่มาบอกเล่าประสบการณ์การเข้ารั้วมหาวิทยาลัย

‘วัดพระธรรมกาย’ร่วมบุญกฐินเวียดนาม เชื่อมพุทธสัมพันธไมตรีสร้างสามัคคีสงฆ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768796

'วัดพระธรรมกาย'ร่วมบุญกฐินเวียดนาม เชื่อมพุทธสัมพันธไมตรีสร้างสามัคคีสงฆ์

‘วัดพระธรรมกาย’ร่วมบุญกฐินเวียดนาม เชื่อมพุทธสัมพันธไมตรีสร้างสามัคคีสงฆ์

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 21.30 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส, ดร. ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี และ พระพรชัย พลวธมฺโม,ดร. ประธานองค์การพุทธโลก เป็นผู้แทนหลวงพ่อธัมมชโย วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย นำคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ถวายปัจจัยร่วมทอดกฐิน ณ วัดโฝมินห์ (Pho Minh) หรือ วัดวิชชาวัฒนาวิหาร เขตก่อวัป นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

สำหรับวัดโฝมินห์เป็นวัดพุทธเถรวาท ประเทศเวียดนาม โดยมีพระธรรมาจารย์ทิก เถี่ยน เติม (กุสลจิตฺโต) (Most Ven. Dr. Thich Thien Tam) รองประธานสมัชชาสงฆ์แห่งประเทศเวียดนาม (Vietnam Buddhist Sangha), เจ้าอาวาสวัดโฝมินห์ เป็นประธานสงฆ์รับถวาย โดยท่านได้กล่าวขอบคุณและซาบซึ้งใจในหลวงพ่อธัมมชโย และคณะศิษยานุศิษย์จากวัดพระธรรมกาย ที่มาถวายปัจจัยร่วมบุญบริวารกฐินกับวัดโฝมินห์ และอำนวยอวยพรให้มีความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยในปีนี้ พระผาเหล็ก ยติสกฺโก พระภิกษุชาวไทยจากวัดพระธรรมกาย ที่จำพรรษาที่วัด เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เป็นองค์รับกฐิน

นอกจากนี้ พระธรรมาจารย์ทิก เถี่ยน เติม ได้กล่าวสัมโมทนียกถา ให้เจ้าภาพสาธุชนที่มาร่วมงานได้บุญเยอะ ๆ ปัจจัยที่ได้จะนำไปทำนุบำรุงวัดวาอาราม และนอกจากมาทำบุญทำทานแล้ว ให้ความสำคัญในการปฏิบัติธรรม โดยยกบท “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ว่า มีหลักธรรมสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ สามัคคี อริยสัจจะ ภาวนา และปัจจัย นั่นคือ 1.สามัคคี ไม่ตึง ไม่หย่อน เดินสายกลาง เกิดความสามัคคี ทำให้พุทธบุตรเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังพุทธพจน์ที่ว่า ‘สุขาสังฆัสสะ สามัคคี ความสามัคคี นำมาซึ่งความสุข’ 2.อริยสัจจะ ในการมาวัด นอกจากมาทำบุญแล้ว ถ้าไม่เข้าใจอริยสัจ เหมือนได้บุญไม่เต็มที่ เพราะตลอด 45 พรรษา ของพระพุทธเจ้า ท่านตรัสถึงความจริง เรื่องทุกข์ กับสาเหตุแห่งทุกข์ 3.ภาวนา เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าสวดมนต์ ถือศีล แต่ไม่ภาวนา บุญก็ลดไป พระพุทธเจ้า บรรลุธรรมด้วยการภาวนา ดังนั้นให้ทำ ทั้งกายภาวนา ศีลภาวนา จิตภาวนา ปัญญาภาวนา 4.ปัจจยะ เพราะมีสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี ถ้ามองทุกอย่างตามความเป็นจริง ตามหลักปฏิจจสมุปบาท ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นเหตุธรรม ถ้าเข้าใจ จะไม่ยึดมั่นถือมั่น เพราะเข้าใจว่าสิ่งนี้มี สิ่งนั้นจึงมี เพราะสิ่งนี้เกิด สิ่งนั้นจึงเกิด ดังนั้น ให้ทุกคนหมั่นศึกษาหลัก สามัคคี อริยสัจจะ ภาวนา และปัจจยะ ให้ยิ่งๆขึ้นไป”

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส กล่าวว่า บุญครั้งนี้ ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ตั้งใจมาถวายปัจจัยเป็นบริวารกฐิน ณ วัดโฝมินห์ เพื่อบูชาธรรม 79 ปี หลวงพ่อธัมมชโย และสร้างพุทธสัมพันธไมตรีระหว่างคณะสงฆ์เถรวาททั้งสองประเทศ ทั้งเวียดนามและไทย เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกันของคณะสงฆ์ สมกับคำขวัญที่หลวงพ่อธัมมชโย ให้ไว้ว่า ‘พุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว’ และเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนเป็นที่พึ่งแก่ชาวโลกตราบนานเท่านาน

– 006

สพฐ.สั่งเข้มมาตรการตรวจสภาพอาคารเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768738

สพฐ.สั่งเข้มมาตรการตรวจสภาพอาคารเรียน

สพฐ.สั่งเข้มมาตรการตรวจสภาพอาคารเรียน

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 21.14 น.

สพฐ.สั่งเข้มมาตรการตรวจสภาพอาคารเรียน ย้ำมีเหตุจากไม่ปฏิบัติตาม ถือเป็นโทษบกพร่องในหน้าที่

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ความสำคัญและห่วงใยความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการใช้อาคารสถานที่ในการจัดการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาคารเหล่านี้ย่อมมีการชำรุดทรุดโทรม ต้องได้รับการตรวจสอบ ดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีสภาพพร้อมใช้การได้ดีและปลอดภัย จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ แจ้งสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ดำเนินการตามมาตรการกำกับ ติดตาม และการตรวจสอบสภาพอาคารเรียน ดังนี้

1. แต่งตั้งบุคลากรดูแลและรับผิดชอบด้านอาคารสถานที่

2. วิเคราะห์จุดเสี่ยงสภาพพื้นที่และตรวจสอบโครงสร้างของอาคารเรียน อาคารประกอบ และสำรวจองค์ประกอบภายใน ทั้งครุภัณฑ์ ระบบไฟฟ้า สภาพห้องเรียน และห้องน้ำ ห้องส้วม

3. จัดให้มีแผนเตรียมการป้องกันอุบัติภัยในสถานศึกษา และฝึกซ้อมแผนการอพยพเคลื่อนย้ายนักเรียน และบุคลากร หรือตู้เอกสารที่สำคัญ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมสร้างเครือข่ายสถานศึกษาใกล้เคียง หรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

4. สร้างความตระหนักและให้ความรู้ในการรักษาความปลอดภัยแก่นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา

5. จัดทำป้ายข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในจุดอันตราย

6. ตรวจสอบโครงสร้างและส่วนประกอบอาคารอย่างสม่ำเสมอ

7. หากสถานศึกษากำลังมีการก่อสร้างอาคารภายในบริเวณ ควรจัดทำรั้วกั้น หรือใช้ผ้าคลุมบริเวณที่กำลังก่อสร้างไว้ด้วย พร้อมกับติดตั้งป้าย และประกาศเตือนไม่ให้นักเรียนเข้าไปในบริเวณดังกล่าว เพราะนักเรียนอาจได้รับอันตรายจากวัสดุก่อสร้าง เช่น กระจก กระเบื้อง ตะปู เป็นต้น

8. กรณีเกิดเหตุอาคารวิบัติ ไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้อาคาร ให้ทำการกั้นล้อมอาคาร ห้ามเข้าใช้อาคาร สั่งปิดอาคาร และประกาศเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า และรายงานผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข

9. กรณีการชำรุดมีผลกระทบต่อโครงสร้าง ให้จัดหาวิศวกรโยธาผู้มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ดำเนินการสำรวจความเสียหายและจัดทำแบบรูปรายการ วิธีการซ่อมแซม พร้อมทั้งจัดทำประมาณราคาเพื่อเสนอของบประมาณต่อไป

10. กรณีการชำรุดไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้าง ให้สำรวจความเสียหายและจัดทำแบบรูปหรือรายการปรับปรุงซ่อมแซมพร้อมประมาณราคาเพื่อเสนอของบประมาณต่อไป

“ขอเน้นย้ำ ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รวมถึงผู้บริหารโรงเรียนทุกคนให้ความสำคัญและเอาใจใส่เรื่องความปลอดภัยของอาคารสถานที่ ขอให้กำชับสถานศึกษาในสังกัด ปฏิบัติตามมาตรการกำกับ ติดตาม และการตรวจสอบสภาพอาคารเรียนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งในภายหลัง หากเกิดเหตุความเสียหายแก่ทางราชการขึ้นและพบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่ได้เน้นย้ำกันในวันนี้  จะถือว่าเป็นการปล่อยปละละเลย มีความบกพร่องในหน้าที่ และจะมีการพิจารณาโทษตามระเบียบฯ ต่อไป” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

‘คุรุสภา’จัดทดสอบรับตั๋วครูด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์รอบ 2 ราบรื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768819

'คุรุสภา'จัดทดสอบรับตั๋วครูด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์รอบ 2 ราบรื่น

‘คุรุสภา’จัดทดสอบรับตั๋วครูด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์รอบ 2 ราบรื่น

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.05 น.

“อมลวรรณ”พอใจการทดสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ครั้งแรกรอบที่ 2 ทั่วประเทศราบรื่น ทุกสนามสอบปฏิบัติตามมาตรการการทดสอบ และการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

วันนี้ (12 พ.ย.2566 ) ที่สนามทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู รายวิชาครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 รอบที่ 2 ศูนย์สอบภาคกลางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมด้วย ดร.สุดา สุขอ่ำ รองแลขาธิการคุรุสภา, ผศ.ดร.พลรพี ทุมมาพันธ์ รองแลขาธิการคุรุสภา และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสนามทดสอบฯและให้กำลังใจผู้เข้าสอบ

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม ว่า ตามที่คุรุสภาดำเนินการจัดการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู รายวิชาครู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 รอบที่ 1 ไปแล้วนั้น วันนี้เป็นการทดสอบ รอบที่ 2 ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ Computer Based เป็นครั้งแรก ทั่วประเทศ ใน 8 ศูนย์สอบทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และ ภาคใต้ ซึ่งจากการรายงานทราบว่าการทดสอบในทุกสนามสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีเช่นเดียวกันกับการทดสอบรอบที่ 1ที่ผ่านมา ทุกสนามสอบปฏิบัติตามมาตรการการเข้ารับการทดสอบ และมีมาตรการจัดการทดสอบฯ ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมปลอดทุจริต เพราะคุณภาพการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ต้องมีครูที่มีคุณภาพ

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวต่อไปว่า การจัดการทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์นี้ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการทดสอบในการทำข้อสอบได้โดยง่าย ผ่านโปรแกรมและระบบการทดสอบที่มีความทันสมัยเช่นเดียวกันกับข้อสอบของ ก.พ. ออนไลน์ สามารถเลือกใช้เมนูต่างๆ โดยเลือกคำตอบได้สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน ก่อให้เกิดความสะดวกในการทำข้อสอบ รวมถึงการดำเนินการตรวจข้อสอบเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ อีกทั้ง ข้อสอบก็เป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบ ดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาล สำหรับข้อสอบที่ใช้เป็นข้อสอบวัดเชิงสถานการณ์ (Situation-Based Testing) ซึ่งเป็นข้อสอบเชิงบูรณาการความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่เป็นองค์รวม ที่แสดงถึงการแสดงออกของสมรรถนะตามวิชาชีพครูตามขอบเขตสถานการณ์การทำงานของครู นอกจากนี้ ทางสนามสอบต่างๆ ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าสอบให้อย่างเหมาะสมกับผู้เข้าสอบทุกคน รวมถึงมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในสถานที่จัดการทดสอบฯ

เลขาธฺการคุรุสภากล่าวด้วยว่า การทดสอบฯ ในรอบที่ 1 และ รอบที่ 2 นี้ มีจำนวนผู้เข้ารับการทดสอบทั้งสิ้น จำนวน 8,587 คน  โดยในรอบที่ 1 ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการทดสอบ จำนวนทั้งสิ้น 4,288 คน และสำหรับรอบที่ 2 นี้  มีจำนวนผู้เข้ารับการทดสอบทั้งสิ้น จำนวน 4,299 คน จำแนกผู้มีสิทธิ์เข้าสอบตามสนามสอบ ได้แก่ สนามสอบกรุงเทพฯ จำนวน 1,017 คน จังหวัดจันทบุรี จำนวน 616 คน จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 738 คน จังหวัดลำปาง จำนวน 442 คน จังหวัดขอนแก่น จำนวน 363 คน จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 127 คน จังหวัดจังหวัดสุราษฎ์ธานี จำนวน 602 คน และจังหวัดสงขลา 394 คน ส่วนการทดสอบในรอบที่ 3 และรอบที่ 4 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 26 พฤศจิกายน 2566 ที่จะถึงนี้ ใน 8 ศูนย์สอบทั่วประเทศเช่นเดียวกันกับในครั้งนี้ และเมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบแล้ว จะประกาศผลสอบในวันที่ 15 มกราคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์ https://ksp66.thaijobjob.com/และผ่านระบบ “KSP Self-Service” ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยตรวจสอบและพิมพ์ผลการทดสอบฯ เป็นรายบุคคล ในรายวิชาที่เข้าทดสอบผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

– 006

‘เพิ่มพูน’แสดงความอาลัยต่อครอบครัว‘ครูเจี๊ยบ’ กำชับ‘สช.’เร่งเยียวยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768730

‘เพิ่มพูน’แสดงความอาลัยต่อครอบครัว‘ครูเจี๊ยบ’ กำชับ‘สช.’เร่งเยียวยา

‘เพิ่มพูน’แสดงความอาลัยต่อครอบครัว‘ครูเจี๊ยบ’ กำชับ‘สช.’เร่งเยียวยา

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.30 น.

‘เพิ่มพูน’แสดงความอาลัยต่อครอบครัว‘ครูเจี๊ยบ’ กำชับ‘สช.’เร่งเยียวยา

12 พฤศจิกายน 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์ครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างวัยรุ่น กับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย วานนี้ บริเวณถนนสุนทรโกษา เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ส่งผลให้ครูเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอแสดงความรู้สึกเสียใจต่อครอบครัวของครูผู้เสียชีวิต ซึ่งเมื่อได้รับรายงาน ก็ได้กำชับให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เร่งตรวจสอบข้อมูลและสิทธิที่ครูควรจะได้รับ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวในเบื้องต้น ส่วนของผู้กระทำความผิด ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการลงโทษตามกฎหมายต่อไป

“ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว เพราะทราบว่าครูเป็นลูกที่มีความกตัญญู ดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี และในนามกระทรวงศึกษาธิการ ก็ถือเป็นความสูญเสียครู ที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาที่มีความตั้งใจในการอบรมบ่มสอนเด็ก ๆ และเป็นที่รักของเพื่อนครู นักเรียน และโรงเรียน ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่ควรจะเกิดขึ้น” รมว.ศธ. กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ได้กำชับให้ สช. เร่งดำเนินการและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของครูโดยเร็ว ทั้งในส่วนของเงินช่วยเหลือจาก สช. เงินทุนเลี้ยงชีพ กรณีครูเสียชีวิต จากกองทุนสงเคราะห์ ศธ. พร้อมได้มอบให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนนำพวงหรีดไปร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจกับครอบครัว

‘พระหฤทัยคอนแวนต์’ เสียใจ หลังสูญเสีย ‘ครูเจี๊ยบ’ พร้อมยกระดับรักษาความปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768688

'พระหฤทัยคอนแวนต์' เสียใจ หลังสูญเสีย 'ครูเจี๊ยบ' พร้อมยกระดับรักษาความปลอดภัย

‘พระหฤทัยคอนแวนต์’ เสียใจ หลังสูญเสีย ‘ครูเจี๊ยบ’ พร้อมยกระดับรักษาความปลอดภัย

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 21.48 น.

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 จากกรณีเหตุสลด น.ส.ศิรดา หรือ ครูเจี๊ยบ อายุ 45 ปี ครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถูกลูกหลงจนเสียชีวิต จากเหตุ 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนไล่ยิงนักเรียนช่างกลอุเทนถวาย

ล่าสุด โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ออกประกาศระบุว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ไม่ไกลจากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ มีผลให้โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ สูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่รักของรักเรียนและเพื่อนร่วมงาน ทางโรงเรียนและคณะผู้บริหารมีความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างสุดซึ้ง

ทั้งนี้คณะผู้บริการโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ มิได้นิ่งนอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทางคณะผู้บริหารได้ทบทวนและยกระดับมาตรการการรักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เพื่อป้องกันและรับมือเหตุการณ์รุนแรง โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ และ สน.ทุ่งมหาเมฆ เข้ามาเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบ

และจากเหตุการณ์นี้โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ได้ดำเนินการติดต่อผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ มาให้ความรู้ เสริมสร้างทักษะการป้องกันแบะวิธีรับมือต่อสถานการณ์ความรุนแรงเช่นนี้ต่อคณะครู บุคลากรและนักเรียนทุกคน จะได้รับการอบรมดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 13 พ.ย.

ในการนี้โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์จะเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของการเข้าออกโรงเรียน ทางโรงเรียนใคร่ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองแบะท่านผู้มาติดต่อประสานงาน จึงขออภัยในความไม่สะดวก

‘ศุภมาส’ห่วงนักศึกษาอุเทนถวายถูกกลุ่มวัยรุ่นยิง สั่งปลัด อว.ตรวจสอบข้อเท็จจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768663

'ศุภมาส'ห่วงนักศึกษาอุเทนถวายถูกกลุ่มวัยรุ่นยิง สั่งปลัด อว.ตรวจสอบข้อเท็จจริง

‘ศุภมาส’ห่วงนักศึกษาอุเทนถวายถูกกลุ่มวัยรุ่นยิง สั่งปลัด อว.ตรวจสอบข้อเท็จจริง

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.21 น.

 “ศุภมาส” ห่วงนักศึกษาอุเทนถวายถูกกลุ่มวัยรุ่นยิง สั่งปลัด อว.ตรวจสอบข้อเท็จจริง หาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะโฆษกระทรวง อว.กล่าวถึงกรณีเหตุวัยรุ่นยิงกันบริเวณหน้าโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ย่านคลองเตย กทม.และมีลูกหลงกระสุนไปทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและผู้บาดเจ็บ 1 ราย ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีกลุ่มวัยรุ่นมาทำร้ายกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย แต่กระสุนพลาดไปถูกครูสาว ร.ร.พระหฤทัยคอนแวนต์ จนเสียชีวิตและมีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวายได้รับบาดเจ็บ

โดยน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวง อว.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวได้สั่งการให้นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว.ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังวิทยาเขตอุเทนถวายแล้ว เพื่อให้การช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทราบในเบื้องต้นว่านักศึกษาวิทยาเขตอุเทนถวายที่ได้รับบาดเจ็บมาทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย ส่วนประเด็นการก่อเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างสถาบันหรือไม่นั้น จะเร่งตรวจสอบให้แน่ชัด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เพราะเหตุดังกล่าวถือว่าอุกอาจมาก เพราะทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาเสียชีวิต

“รมว.กระทรวง อว.แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีความห่วงใยในสวัสดิภาพของนักศึกษา ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และประชาชนทุกคน ทั้งนี้ กระทรวง อว.จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการแก้ไขและป้องกันต่อไป” โฆษกกระทรวง อว.กล่าว

4 โรงเรียน’จตุรมิตร’แปรอักษร​ภาพ ‘รัชกาล​ที่​ 9​-สมเด็จพระ​พันปีหลวง​-ในหลวง​-พระราชินี​-กรมสมเด็จ​พระ​เทพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768650

4 โรงเรียน'จตุรมิตร'แปรอักษร​ภาพ 'รัชกาล​ที่​ 9​-สมเด็จพระ​พันปีหลวง​-ในหลวง​-พระราชินี​-กรมสมเด็จ​พระ​เทพ'

4 โรงเรียน’จตุรมิตร’แปรอักษร​ภาพ ‘รัชกาล​ที่​ 9​-สมเด็จพระ​พันปีหลวง​-ในหลวง​-พระราชินี​-กรมสมเด็จ​พระ​เทพ’

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.45 น.

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 การแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 30 ที่สนามศุภชลาศัย เริ่มแล้วสำหรับนัดเปิดสนาม ระหว่างทีมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยและสวนกุหลาบวิทยาลัย

ผลปรากฎว่า “ชมพูฟ้า” สวนกุหลาบวิทยาลัย โชว์ฟอร์มสมราคาดีกรีแชมป์ 16 สมัย เปิดสนามเอาชนะ “ชงโคสีม่วง” กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย แชมป์ 16 สมัยเท่ากัน ไปได้ 2-1 ประเดิม 3 แต้มแรก ได้สำเร็จ

โดยก่อนเริ่มเกม เหล่า จตุรมิตร​ ได้มีการแปรอักษร​ภาพ​ รัชกาล​ที่​ 9​ สมเด็จพระ​พันปีหลวง​ ในหลวง​-พระราชินี​ และกรมสมเด็จ​พระ​เทพ​ ในช่วงพิธีเปิดการแข่งขัน​อีกด้วย

ขอบคุณภาพ : Jo Ansusingh

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid02BUndLopkr1iAr6GjRKB2MBbQpgQShRk6emYmnHFARG4nweNGLXaYXHCwQCJYAtLul%26id%3D100093939393154&show_text=true&width=500

‘ลูกหนี้ กยศ.’เฮ!‘ยุติธรรม-คลัง-กยศ.’สรุป 4 แนวทางช่วยเหลือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768587

‘ลูกหนี้ กยศ.’เฮ!‘ยุติธรรม-คลัง-กยศ.’สรุป 4 แนวทางช่วยเหลือ

‘ลูกหนี้ กยศ.’เฮ!‘ยุติธรรม-คลัง-กยศ.’สรุป 4 แนวทางช่วยเหลือ

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.34 น.

‘ยุติธรรม-คลัง-กยศ.’หารือ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ฉบับที่ 2 สรุป4 แนวทางช่วย‘ลูกหนี้ กยศ.’

11 พฤศจิกายน 2566 คณะทำงานการปรับโครงสร้างหนี้สิน รวมถึงการบังคับคดีเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมและให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยนายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะทำงาน พร้อมด้วย นายเสกสรร สุขแสง ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมบังคับคดี เข้าพบนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เพื่อประชุมหารือแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้เป็นไปตามหลักการของพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

ทั้งนี้ มีนายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา , นายอภินันช์ ศุนทรนันท์ รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา , นางสาวนันทวัน วงศ์ขจรกิตติ รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ดร.ขจร ธนะแพสย์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมหารือที่กระทรวงการคลัง และได้ข้อสรุปร่วมกันดังนี้

1.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจะคำนวณภาระหนี้ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 ในคดีที่ขายทอดตลาดได้ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 และคดีที่มีการอายัดเงินไว้แต่ยังไม่ได้ทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงิน และส่งให้กรมบังคับคดีภายในเดือนธันวา คม 2566 เนื่องจากการคิดหนี้ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 จะทำให้ภาระหนี้ของลูกหนี้ลดลง โดยกรมบังคับคดีจะส่งข้อมูลคดีกลุ่มดังกล่าวให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

2.กรณีที่ลูกหนี้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ปิดบัญชีตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ หากมีกรณีลูกหนี้ชำระเกินไปกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจะคืนเงินส่วนที่ชำระเกินแก่ลูกหนี้

3.ในการพัฒนาโปรแกรมการคำนวณหนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจะหาหน่วยงานมาช่วยพัฒนาเพื่อให้โปรแกรมเสร็จโดยเร็ว

4.กรมบังคับคดีและกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาพร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกหนี้ โดยลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาสามารถยื่นหนังสือยินยอมให้การงดการบังคับคดีและลงทะเบียนเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ที่ทุกสำนัก งานทั่วประเทศของกรมบังคับคดีและที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

นายลวรณ ได้กล่าวขอบ คุณที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คณะทำงานการปรับโครงสร้างหนี้สินฯ และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินของลูกหนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกหนี้ได้เป็นอย่างมาก

‘สพฐ.’ห่วงใยเหตุอาคารเรียนทรุดตัว ย้ำโรงเรียนต้องปลอดภัยสำหรับทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768469

‘สพฐ.’ห่วงใยเหตุอาคารเรียนทรุดตัว ย้ำโรงเรียนต้องปลอดภัยสำหรับทุกคน

‘สพฐ.’ห่วงใยเหตุอาคารเรียนทรุดตัว ย้ำโรงเรียนต้องปลอดภัยสำหรับทุกคน

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.50 น.

‘สพฐ.’ห่วงใยเหตุอาคารเรียนทรุดตัว ย้ำโรงเรียนต้องปลอดภัยสำหรับทุกคน

10 พฤศจิกายน 2566 นางเกศทิพย์ ศุภวานิช โฆษกสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (โฆษก สพฐ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เกิดเหตุพื้นไม้อาคารเรียนเก่าทรุดตัวและพังถล่มลงสู่ด้านล่าง ความสูงประมาณ 2 เมตร ทำให้นักเรียนจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

นางเกศทิพย์ กล่าวว่า จากเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้น พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มีข้อห่วงใยถึงโรงเรียนและนักเรียนในเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้กำชับให้โรงเรียนทั่วประเทศสำรวจ ตรวจสอบห้องเรียน อาคาร ห้องน้ำ พัสดุ อุปกรณ์อื่น ๆ โดยรอบโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน ให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง หากมีการชำรุดเสียหายต้องเร่งซ่อมแซมให้เสร็จโดยเร็วที่สุด หรือหากสุดวิสัยยังไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขได้ ก็ต้องจัดทำแนวกั้น ป้ายเตือน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งในกรณีล่าสุดนี้ พบว่าผู้บริหารและครูได้ดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นอย่างดี มีระบบการรายงานผลที่รวดเร็ว จึงขอย้ำเตือนทุกโรงเรียนต้องเข้มในเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยไม่ประมาท

สำหรับการดำเนินการในส่วนของ สพฐ. นั้น ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้มอบหมาย นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงยังโรงเรียนดังกล่าว พบว่า เหตุเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 15.15 น. โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ  มีกิจกรรมให้นักเรียนตอบคำถามหน้าชั้นเรียน จึงมีการรวมตัวทำกิจกรรมบริเวณหน้าชั้นเรียนจำนวนมาก ทำให้เกิดเหตุการณ์พื้นห้องเรียนทรุดตัว ณ บริเวณ ชั้น 1 ของอาคารเรียน โดยเบื้องต้นมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน จึงได้นำส่งโรงพยาบาลพนัสนิคม และแพทย์ให้กลับบ้านได้แล้ว ส่วนสาเหตุของการทรุดตัวนั้น พบว่าห้องที่เกิดเหตุไม่มีอาการบ่งบอกถึงการทรุดตัว ซึ่งวิศวกรของ สพฐ. ได้เคยเข้ามาตรวจสอบ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 และโรงเรียนได้ใช้งบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

นางเกศทิพย์ กล่าวต่อว่า สพฐ. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสถานศึกษามาโดยตลอด ตามข้อสั่งการของ รมว.ศธ. โดยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 สพฐ. ได้มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งมาตรการการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ดำเนินการแจ้งสถานศึกษาในสังกัดทราบ และดำเนินการตามมาตรการการเตรียมพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โดยในมาตรการได้กำหนดให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา ในเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมให้นักเรียนปลอดภัย โดยขจัดมุมอับและจุดเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อนักเรียน เช่น การสำรวจอาคารที่ชำรุด เป็นต้น

“เลขาธิการ กพฐ. ได้เน้นย้ำว่า กรณีตามที่ปรากฏข่าว หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าสถานศึกษาหลีกเลี่ยงหรือละเลยไม่ดำเนินการตามคำสั่งและมาตรการการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ  จะถือว่าปล่อยปละละเลยและบกพร่อง จะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามลำดับต่อไป” โฆษก สพฐ. กล่าว //////-005