สพป.ตาก เขต 2 รวมพลังวันต่อต้านยาเสพติดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740344

สพป.ตาก เขต 2 รวมพลังวันต่อต้านยาเสพติดโลก

สพป.ตาก เขต 2 รวมพลังวันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปิลัทธ์ อุดมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 นำบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตและสถานศึกษาในสังกัด ร่วมรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี

มธ.สดุดีพระเกียรติคุณ‘สมเด็จพระสังฆราช’ ถวายหนังสือ‘อัฏฐธัมมปริทัศน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740350

มธ.สดุดีพระเกียรติคุณ‘สมเด็จพระสังฆราช’  ถวายหนังสือ‘อัฏฐธัมมปริทัศน์’

มธ.สดุดีพระเกียรติคุณ‘สมเด็จพระสังฆราช’ ถวายหนังสือ‘อัฏฐธัมมปริทัศน์’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มอบหนังสือ “อัฏฐธัมมปริทัศน์” เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา และโอกาสที่ มธ. จะทูลถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการเรียนรู้ ในโอกาสต่อไป โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นตัวแทนถวายพระพรและมอบหนังสือให้กับทางวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. เปิดเผยว่า โครงการมอบหนังสือสดุดีครั้งนี้ เกิดขึ้นจากทางสภามหาวิทยาลัยมีมติทูลถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการเรียนรู้ ซึ่งตรงกับพระชนมายุครบ 8 รอบ 96 พรรษา ของสมเด็จพระสังฆราช อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางการเทิดพระเกียรติในวาระดังกล่าวของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงหน่วยงานทางภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศ

หนังสืออัฏฐธัมมปริทัศน์ เป็นการรวม 8 บทความวิเคราะห์พระวรคติธรรมของสมเด็จพระสังฆราชในการแสดงพระโอวาท หรือจากการนิพนธ์บทความวาระต่างๆในเหตุการณ์สำคัญของประเทศ และของโลก เช่น ในโอกาสขึ้นปีใหม่ วันงดดื่มสุราแห่งชาติ วันสำคัญของเด็กและเยาวชน ฯลฯผ่านกระบวนการทางวิชาการ โดยคณาจารย์จากทั้ง มธ. และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มธ. มอบหนังสืออัฏฐธัมมปริทัศน์ ให้กับภาครัฐ และมอบให้วัดราชบพิธฯ จำนวน 300 เล่ม แจกในงานพระราชพิธี ในวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2566 วันพระชนมายุครบ 8 รอบของสมเด็จพระสังฆราช

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และ ม.มหิดล ร่วมยกระดับหลักสูตร World-class

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740348

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และ ม.มหิดล  ร่วมยกระดับหลักสูตร World-class

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และ ม.มหิดล ร่วมยกระดับหลักสูตร World-class

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางกนกไพ วงศ์สถิตย์พร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคล นายลิม ยอง เทียน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์และสำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดี รศ.ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร รองคณบดีงานวิจัย รศ.ดร. ปรารถนา ปุณณกิติเกษม รองคณบดีงานวิชาการ และ ผศ.ดร.พัลลภา ปีติสันต์ รองคณบดีงานบริการวิชาการ เพื่อร่วมมือด้านวิชาการในการแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาศักยภาพ ทั้งบุคลากรของธนาคารและนักศึกษาของวิทยาลัยการจัดการ โดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership) ความยั่งยืนในองค์กร (Sustainability) ตลอดจนการส่งนักศึกษาเข้ารับการฝึกงานเพื่อสร้างประสบการณ์ในธุรกิจธนาคาร และการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโท เป็นต้น

รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ กล่าวว่า “พันธกิจสำคัญของวิทยาลัยฯ คือ การมุ่งมั่นและยกระดับการให้บริการด้านการศึกษา ในระดับ World-class ด้วยหลักสูตรที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความเชี่ยวชาญและความต้องการของผู้เรียนในปัจจุบัน นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาด้านความยั่งยืนในประเทศไทย เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้ให้ความสนใจที่จะร่วมมือกับวิทยาลัยฯ ในการพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป”

สพฐ.ตรวจเยี่ยม 3 สนามสอบ ตรวจเข้มสแกน ป้องกันทุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740343

สพฐ.ตรวจเยี่ยม 3 สนามสอบ  ตรวจเข้มสแกน ป้องกันทุจริต

สพฐ.ตรวจเยี่ยม 3 สนามสอบ ตรวจเข้มสแกน ป้องกันทุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.อโณทัย ไทยวรรณศรี ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.ผกาภรณ์พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (สพป.พิษณุโลก เขต 2) และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษาของประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม 3 สนามสอบ ของ สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประกอบด้วย โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ เมื่อเร็วๆ นี้

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นอกจากจะดูความพร้อมของสนามสอบแล้วยังได้สังเกตการณ์สแกนผู้เข้าสอบเพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งการสอบวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการทุจริต และได้กำชับให้คณะกรรมการดำเนินการสอบ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม ทั้งนี้ มีผู้เข้าสอบทั้ง 3 สนามสอบ จำนวน 1,807 คน

6 นักวิจัย มจธ. รับทุนวิจัย จากมูลนิธิกระจกอาซาฮี ปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740352

6 นักวิจัย มจธ. รับทุนวิจัย  จากมูลนิธิกระจกอาซาฮี ปี 2566

6 นักวิจัย มจธ. รับทุนวิจัย จากมูลนิธิกระจกอาซาฮี ปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิกระจกอาซาฮี (The Asahi Glass Foundation-AF) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดพิธีมอบทุนวิจัยประจำปี 2566 (Research Grant Award Ceremony 2023) โดยมี มร.ทาคุยะ ชิมามุระ (Mr.Takuya Shimamura) ประธานมูลนิธิกระจกอาซาฮี และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท AGC Inc. และ รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. ดร.กัญญวิมว์ กีรติกร รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มจธ.ร่วมต้อนรับ ณ สำนักหอสมุด มจธ.

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า ทุนวิจัยอาซาฮี ถือเป็นทุนที่ให้ความสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ตลอดจนความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม เศรษฐกิจและสังคม อีกทั้ง
ยังเป็นแหล่งทุนสำคัญของ มจธ. ที่ได้ให้การสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานในด้านต่างๆ ต่อเนื่องยาวนานมาเป็นปีที่ 12 โดยในปีนี้ มจธ.ได้รับสนับสนุนทุนวิจัยจากมูลนิธิฯ จำนวน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และมหาวิทยาลัยสมทบทุนวิจัยอีก จำนวน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือประมาณ 3,400,000 ล้านบาท ให้กับ 6 โครงการ ใน 4 สาขา

สาขาที่ได้รับทุนวิจัย ได้แก่ สาขาวัสดุศาสตร์ (Materials Sciences) จำนวน 2 โครงการ คือ โครงการ“ยางธรรมชาติผสมเศษยางล้อฆ่าเชื้อโรคที่เตรียมด้วยกระบวนการหลอมและน้ำยางสำหรับขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ” โดย ผศ.ดร.เยี่ยมพล นัครามนตรี ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และโครงการ “ตัวเร่งปฏิกิริยาที่กู้คืนได้ด้วยแม่เหล็กสำหรับปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นของน้ำมันปาล์มเป็นไบโอดีเซล” โดย ดร.กิตติชัย ไชยสีดา ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์

สาขาชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences) จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ “การศึกษาจลนพลศาสตร์และโครงสร้างทางเคมีเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์โพลีฟีนอลออกซิเดส ที่ก่อให้เกิดความหมองคล้ำในทุเรียนไทย” โดย ดร.ลีลา รักษ์ทอง ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ และโครงการ “การพัฒนาการผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากการเพาะเลี้ยงเซลล์พืช” โดย ดร.กันทรากร มาเจริญ

ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์, สาขาสิ่งแวดล้อม (Environment) จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการ “การกำจัดสารกลุ่มเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและการลดความเป็นพิษในน้ำ ด้วยนวัตกรรมการออกซิเดชั่นขั้นสูงแบบใหม่ที่ใช้รังสีอัลตราไวโอเลต” โดย ผศ.ดร.สุรพงษ์ รัตนกุล

ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และสาขาพลังงาน (Energy) จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการ “การพัฒนาการหาทอพอโลยีที่ดีที่สุดที่มีการใช้การเรียนรู้ของเครื่องสนับสนุนเพื่อหาโครงสร้างอิเล็กโทรดที่มีรูพรุนที่ดีที่สุดสำหรับอุปกรณ์พลังงานไฟฟ้าเคมี” โดย ดร.พัชรวัฒน์ เจริญอมรกิตติ์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์

SPU จัดแข่งขันไอเดียสินค้านวัตกรรม ระดับมัธยม อาชีวะ และมหาวิทยาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740346

SPU จัดแข่งขันไอเดียสินค้านวัตกรรม  ระดับมัธยม อาชีวะ และมหาวิทยาลัย

SPU จัดแข่งขันไอเดียสินค้านวัตกรรม ระดับมัธยม อาชีวะ และมหาวิทยาลัย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดอบรมค่ายปลุกพลังสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือ SPU Sustainability Hackfest 2023 เปิดโอกาสให้นักเรียน-นักศึกษา เข้าร่วมแข่งขันเสนอไอเดียสินค้านวัตกรรม พร้อมดึงวิทยากรจากบริษัท อาทิ UNDP Thailand, Ernst & Young, Line Thailand และ New Energy Nexus Thailand มาร่วมอบรมให้ความรู้เพิ่มทักษะการปฏิบัติในการเริ่มต้นธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรม

ทั้งนี้ มีนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา และนักศึกษาระดับอุดมศึกษา เข้าร่วมกว่า 200 คน โดยการแข่งขันระดับมัธยมศึกษา ทีมตู้เย็นเคลื่อนที่พลังงานไฟฟ้าจากท่อไอเสีย โรงเรียนเทพศิรินทร์ คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Oxyhex โรงเรียนเทพศิรินทร์ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 คือ ทีม Syneven จากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และ โรงเรียนสาธิต มศว.ประสานมิตร

สำหรับระดับอุดมศึกษา นักศึกษาที่คว้ารางวัลชนะเลิศ คือ ทีมสิงโตซุ่มลุ่มพระนคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ SPU Lawtech มหาวิทยาลัยศรีปทุม และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 คือ ทีมเอ็บอี๋ จากมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ม.เกษตรฯ และกลุ่มมิตรผล ร่วมมือ พัฒนาหลักสูตรผู้ผลิตอ้อยสมัยใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740349

ม.เกษตรฯ และกลุ่มมิตรผล ร่วมมือ  พัฒนาหลักสูตรผู้ผลิตอ้อยสมัยใหม่

ม.เกษตรฯ และกลุ่มมิตรผล ร่วมมือ พัฒนาหลักสูตรผู้ผลิตอ้อยสมัยใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี และ ผศ.ดร.นรุณ วรามิตร คณบดีวิทยาลัยบูรณาการศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามความร่วมมือเพื่อยกระดับการพัฒนาและรับรองหลักสูตรชุดวิชา “ผู้ผลิตอ้อยสมัยใหม่แบบครบวงจร หรือ Mitr Phol ModernFarm” กับกลุ่มมิตรผล นำโดย นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริษัท และประธานคณะกรรมการบริหาร และนายไพฑูรย์ ประภาถะโร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารและสนับสนุน กลุ่มงานอ้อย ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อเร็วๆ นี้

ชุดวิชาดังกล่าวเป็นการจัดการเรียนการสอนประเภทประกาศนียบัตรชุดวิชา Non-Degree ที่ผู้เรียนสามารถเก็บหน่วยกิตเข้า Credit Bank ได้ถึง 14 หน่วยกิตซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยสถาบันมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม (MITR PHOL MODERNFARM ACADEMY : MFA) สถานที่เรียนรู้และฝึกอบรมการทำไร่อ้อยสมัยใหม่และการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่ถูกต้อง พร้อมนำแนวคิด Design Thinking เข้ามาพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการจัดการภาคเกษตรสมัยใหม่ให้กับบุคลากรภายในองค์กร และเกษตรกรชาวไร่อ้อยของกลุ่มมิตรผล ให้สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาการจัดการไร่อ้อยได้อย่างครบวงจร

เนื้อหาหลักสูตร ครอบคลุมทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อเสริมประสบการณ์ทำงานจริง ให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ พร้อมปรับตัวให้เท่าทันโลกการเกษตรยุคใหม่ ด้วยวิถีการทำเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่นับเป็นความท้าทายสำคัญของภาคเกษตรในยุคปัจจุบัน โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกลุ่มมิตรผลมีมุ่งหวังว่าความร่วมมือกันในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้แก่ภาคเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ต่อไป

สกสว.จับมือ’องค์กรวิทย์โลก’ ปั้นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740426

สกสว.จับมือ'องค์กรวิทย์โลก' ปั้นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่อาเซียน

สกสว.จับมือ’องค์กรวิทย์โลก’ ปั้นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่อาเซียน

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 21.46 น.

“สกสว.” จับมือ “องค์กรวิทย์โลก” ปั้นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่อาเซียนส่งเสริมการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) เชื่อมโยงนักนโยบาย-วิจัย พัฒนาชาติ

สกสว. ร่วมอบรม “AAAS-TWAS Course on Science Diplomacy ครั้งที่ 10” ณ ประเทศอิตาลี ยกระดับนักวิทยาศาสตร์ไทยสู่นักการทูตวิทย์ หวังเชื่อมโยงนักนโยบายและนักวิจัยเป็นหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับวิทยาศาสตร์ชาติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจับมือ “AAAS-TWAS” องค์กรวิทยาศาสตร์ระดับโลกเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเชิงปฏิบัติการยกระดับนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ในภูมิภาคอาเซียน ส่งเสริมการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) พัฒนาชาติ ในปี 2567

รองศาสตราจารย์ ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมคณะเข้าร่วมอบรม “AAAS-TWAS Course on Science Diplomacy ครั้งที่ 10”ระหว่างวันที่ 19 – 23 มิถุนายน 2566 ณ เมือง ตรีเยสเต ประเทศอิตาลี จัดโดย สมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อเมริกัน (The American Association for the Advancement of Science : AAAS) วอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา และสถาบันวิทยาศาสตร์โลกเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในประเทศกำลังพัฒนา (The World Academy of Sciences for the advancement of science in developing countries : TWAS) ตรีเยสเต ประเทศอิตาลี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ ผู้กำหนดนโยบาย นักการทูต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ได้ทราบถึงแนวคิดของการทูตวิทยาศาสตร์ และสามารถนำประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับนโยบายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ มาสร้างชุดทักษะและประยุกต์ใช้ในการทำงานเชิงนโยบายได้ ซึ่งการอบรมครั้งนี้มีนักนโยบายและนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมการประชุมจาก 12 ประเทศ ได้แก่ ไทย อาร์เจนตินา บังกลาเทศ บราซิล กัมพูชา เอสโตเนีย เอธิโอเปีย มอลโดวา ปานามา เซอร์เบีย แทนซาเนีย และยูเครน การอบรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานโยบายด้าน ววน. ของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านการทูตวิทยาศาสตร์ และการนำวิทยาศาสตร์มาใช้ในทางการทูต เพื่อสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงระหว่างนักนโยบายและนักวิจัย ซึ่งจะทำให้การพัฒนาวิทยาศาสตร์มีความสอดคล้องกัน และนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดแม่นยำ นอกจากนี้ สกสว. ยังได้ร่วมกับ AAAS และTWAS ที่จะเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการยกระดับนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ในภูมิภาคอาเซียนในปี 2567 ด้วย

‘กสว.-สกสว.’แนะใช้วิจัยและนวัตกรรมยกระดับ เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740366

'กสว.-สกสว.'แนะใช้วิจัยและนวัตกรรมยกระดับ เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย

‘กสว.-สกสว.’แนะใช้วิจัยและนวัตกรรมยกระดับ เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.34 น.

กสว. และ สกสว. แนะใช้วิจัยและนวัตกรรมยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ประธาน กสว. และ สกสว. ร่วมบรรยายพิเศษ พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ ก่อนการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนการนำผลการวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้เชี่ยวชาญ สกสว. บรรยายพิเศษ “พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ ผลการวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act)” ก่อนการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อแนะนำระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมฯ แผนและงบประมาณด้าน ววน. และ พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ ผลการวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act) และ การจัดงาน TRIUP Fair 2023 โดยมี นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ และคณะกรรมการ พร้อมด้วยสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยน

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร กล่าวว่า นับตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2562 เป็นต้นมาเกิดการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมครั้งสำคัญ โดยมีสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (อววน.) ทำหน้าที่ในการเสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านการ อววน. ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนอื่น รวมทั้งนโยบายของรัฐบาล ต่อคณะรัฐมนตรี และพิจารณากรอบวงเงินงบประมาณประจำปีด้าน อววน. ของประเทศ ก่อนกำหนดเป็นแนวทางการปฏิบัติและการขับเคลื่อนนโยบายและการจัดสรรงบประมาณ ให้แก่หน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้สามารถแข่งขันได้ นอกจากการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแล้ว ยังมีการผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2564 ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นหนึ่งในกฎหมายเพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ที่ช่วยปลดล็อกความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม เร่งส่งเสริมการใช้นวัตกรรมของประเทศ โดยคาดหวังให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ และช่วยกันขับเคลื่อน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและยกระดับการพัฒนาและการผลิต ให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตและประชากรมีรายได้สูงขึ้น

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี กล่าวว่า สกสว.มีภารกิจในการจัดทำแผนด้าน ววน. เพื่อเป็นเครื่องมือกำหนดเป้าหมายการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนา ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต และ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม

นอกจากการจัดทำแผนฯ สกสว.ยังมีหน้าที่ในการบริหารและจัดสรรงบประมาณด้าน ววน. รวมถึงการพัฒนากองทุนววน. ซึ่งปัจจุบันมีความร่วมมือ และ ดำเนินการแล้วทั้งหมด 3 แห่ง คือ 1.มูลนิธิกสิกรไทย 2.กองทุนพัฒนาไฟฟ้า และ 3.มูลนิธิกองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่เพิ่งลงนามร่วมกันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นภาคเอกชนรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 1 พันล้านบาทจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของ สกสว. ในการดำเนินโครงการ ‘กองทุนอินโนเวชั่นวัน’ ภายในกรอบระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ และมีฝีมือด้านเทคโนโลยีให้เติบโตได้ภายในประเทศ และสามารถก้าวไปแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัครวิทย์ กล่าวว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 ได้มีประกาศในราชกิจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยมีกฎหมายลำดับรอง รวมทั้งหมด 14 ฉบับ ที่ทุกภาคส่วนจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจ ทั้งในส่วนขอการให้ผู้รับทุนหรือนักวิจัยสามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐ การกำหนดหลักเกณฑ์ในการโอนผลงานวิจัยและนวัตกรรมของผู้เป็นเจ้าของผลงานให้แก่บุคคลอื่น และหน้าที่ของผู้รับโอนผลงาน การให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดจากทุนของรัฐในกรณีฉุกเฉินหรือภาวะวิกฤต และ การให้ผู้ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในผลงานวิจัยและนวัตกรรม สามารถขออนุญาตใช้ประโยชน์ได้โดยเสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทน เป็นต้น

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและรับรู้ถึงความสำคัญของ พ.ร.บ. ดังกล่าว สกสว.จึงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ และภาคีเครือข่ายจัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2566     (TRIUP FAIR 2023) ระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2566 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และการจัดงาน TRIUP Fair ถือเป็นกลไกหนึ่งที่จะทำให้เกิดระบบการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ โดยกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ประโยชน์สามารถเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรม และเจ้าของผลงานวิจัยได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเป็นกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อน พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 ให้บรรลุเจตนารมณ์

‘มข.’จับมือ‘เอเอ็ม หุ่นซีพีอาร์’ เปิดตัว‘CPRobot’สื่อฝึกทักษะช่วยชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740037

‘มข.’จับมือ‘เอเอ็ม หุ่นซีพีอาร์’  เปิดตัว‘CPRobot’สื่อฝึกทักษะช่วยชีวิต

‘มข.’จับมือ‘เอเอ็ม หุ่นซีพีอาร์’ เปิดตัว‘CPRobot’สื่อฝึกทักษะช่วยชีวิต

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.56 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดย ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ พร้อมด้วย วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ บริษัทเอเอ็ม หุ่นซีพีอาร์ จำกัด ลงนามการถ่ายทอดทรัพย์สินทางปัญญามหาวิทยาลัยขอนแก่น “นวัตกรรมเพื่อชีวิต หุ่น CPR ยางพาราอัจฉริยะ” CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) : หุ่น CPR อัจฉริยะสำหรับเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) : หุ่น CPR อัจฉริยะ นับเป็นผลงานอีกชิ้นของ มข. เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถช่วยเหลือผู้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นมีชีวิตรอดได้และไม่เกิดภาวะสมองตาย โดยผู้ที่จะช่วยชีวิตต้องมีความรู้เรื่องของ CPR เพื่อให้ผู้ป่วย มีชีวิตรอด ซึ่งนวัตกรรมเพื่อชีวิต หุ่น CPR ยางพาราอัจฉริยะ CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) : หุ่น CPR อัจฉริยะสำหรับเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมด้าน Health AI ที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย

ซึ่งเกิดจากความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น การนำวัสดุยางพาราทำเป็นหุ่น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถประมวลผลได้ เป็นผลงานของวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านหัวใจ คือศูนย์หัวใจสิริกิติ์ และภาคเอกชนที่จะนำอุปกรณ์นี้ไปต่อยอดในการผลิต เพื่อช่วยให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างดี รวมถึงสามารถผลักดันนวัตกรรมนี้เพื่อช่วยสังคม การต่อยอดเชิงนโยบายสุขภาพต่อไป

รศ.สิรภัทร เชี่ยวชาญวัฒนา คณบดีวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ มข. กล่าวว่า เป้าหมายของการสร้างหุ่น CPRobot คือ ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ฝึกสอน โดยสามารถวางหุ่น CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) ในที่สาธารณะสามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น โรงเรียน อบต. สถานีขนส่ง เป็นต้น ทำให้ผู้คนสามารถเรียนรู้ และฝึกทักษะของตนเองจนเกิดความมั่นใจที่จะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ อีกทั้งยังสามารถนำไปเป็นเครื่องมือฝึกสอนสำหรับผู้เรียนกลุ่มใหญ่ เช่น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศูนย์ฝึกทหาร เทศบาล เป็นต้น

ผศ.สายยัญ สายยศ หัวหน้าโครงการฯกล่าวว่า วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ ได้พัฒนาร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ของศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการให้องค์ความรู้ด้าน CPR ซึ่งหุ่น CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) ถูกคิดค้นและพัฒนาด้วยแนวความคิดที่ว่า ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีผสานกับการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ จึงเลือกใช้ยางพาราเป็นหุ่นต้นแบบ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากศูนย์การเรียนรู้จากยางพาราจังหวัดขอนแก่นสำหรับการทำโมเดลหุ่น เพื่อทดสอบรุ่นแรก

หุ่น CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) ถูกคิดค้นพัฒนาทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ และคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ ซึ่งประมวลผลใน Single-board Computer ขนาดเล็ก เพื่อความสามารถในการประมวลที่ชาญฉลาด และรองรับความต้องการในอนาคต และทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตรวจจับแรงกดที่ทางทีมพัฒนาขึ้น นอกจากนี้ ทางด้านซอฟต์แวร์ มีการคิดค้นอัลกอริทึมกระบวนการวิเคราะห์สัญญาณ (Signal Processing) และการเรียนรู้ของเครื่อง

เพื่อความสามารถในการโต้ตอบ และตอบสนองกับผู้ใช้งานได้อย่างอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) มีขีดความสามารถในการรองรับการประมวลผลที่หลากหลาย ตามความต้องการของตลาด ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตผลงานชิ้นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าหากไม่ได้รับความสนับสนุน จากคณาจารย์ จากวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ และองค์ความรู้ที่สำคัญจากบุคลากรทางการแพทย์

รศ.นพ.ภัทรพงษ์ มกรเวช ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า การช่วยฟื้นคืนชีพหรือ CPR ไม่ใช่เป็นหน้าที่เฉพาะของบุคลากรทางการแพทย์ การช่วยฟื้นคืนชีพที่รวดเร็วในขณะที่เกิดหัวใจหยุดเต้นทันทีในที่เกิดเหตุ มีความสำคัญต่อผู้ป่วยอย่างยิ่งเพราะสมองสามารถทนการขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้เพียง 4 นาที การที่จะทำให้มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ทันในช่วงเวลานี้ถือเป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวด ดังนั้นการสอนให้ประชาชนสามารถทำ CPR ได้ ถือเป็นภารกิจสำคัญ ที่จะสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยขึ้นมาได้

การสร้างนวัตกรรมหุ่น CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) : หุ่น CPR อัจฉริยะสำหรับเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ จะทำให้เกิดการเรียน การฝึกฝนในการทำ CPR ให้แพร่หลายก่อให้เกิดสังคมที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หวังว่านวตกรรมนี้จะนำไปสู่การที่ประชาชนสามารถที่จะ CPR ได้อย่างถูกต้อง เพื่อที่จะเกิดสังคมที่ปลอดภัยต่อไป ทั้งนี้ ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะแพทยศาสตร์จะต่อยอดนำไปฝึกอบรม การทำ CPR ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงเรียนรอบข้าง ในจังหวัดขอนแก่น และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายอำนาจ เกิดอนันต์ กรรมการบริษัท เอเอ็ม หุ่นซีพีอาร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท เอเอ็มหุ่นกู้ชีพซีพีอาร์ นำนวัตกรรมนี้ มาพัฒนาและต่อยอดและสื่อสารให้กับประชาชน และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้รับรู้ว่า ปัจจุบันได้มีนวัตกรรมอันล้ำเลิศของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกสู่สายตาและการรับรู้ของประชาชนว่า พวกท่านเหล่านั้น สามารถเรียนรู้วิธีปฏิบัติในการช่วยเหลือและกู้ชีพคนได้อย่างถูกต้องในการทำพีซีอาร์ เพื่อช่วยชีวิตคน

ซึ่งบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้ส่งต่อผลงานวิจัยนี้ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่ากับชีวิตของประชาชนคนไทย และต่างประเทศ ขอขอบคุณทีมผู้บริหารและทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ช่วยสนับสนุนด้วยดีตลอดมา ซึ่งหลังจากนี้คงจะได้ร่วมมือกัน เพื่อพัฒนานวัตกรรมหุ่นกู้ชีพซีพีอาร์ ให้ล้ำหน้าไปกว่าเดิม และผลักดันออกสู่ตลาด เพื่อที่ประชาชนจะได้รับรู้ว่า นวัตกรรมของคนไทย และมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้น ไม่แพ้ชาติใดในโลก