‘พล.ท.บุญสิน’ขอบคุณ’มทร.อุเทนถวาย’ มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

'พล.ท.บุญสิน'ขอบคุณ'มทร.อุเทนถวาย' มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

‘พล.ท.บุญสิน’ขอบคุณ’มทร.อุเทนถวาย’ มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.27 น.

“พล.ท.บุญสิน”ขอบคุณ”มทร.อุเทนถวาย” มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้าง

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 สมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย ได้มีมติ มอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย (มทร.ตะวันออก วข.อุเทนถวาย) เพื่อยกย่องผู้ที่มีผลงานสร้างคุณูปการหรือมีชื่อเสียง สาขาวิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้าง แก่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติในคุณูปการ ที่ได้ทำให้กับประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เพียงบทบาท “นักรบผู้พิทักษ์ชาติ” แต่ยังเป็น “นักพัฒนา” ที่มีความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้างอีกด้วย

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และทางที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย ที่ได้ให้เกียรติมอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้าง ถือเป็นเกียรติอย่างสูงยิ่ง

– 006

พุทธศาสนิกชน ร่วมทอดผ้าป่าสร้างลาน‘พญานาค 4 ตระกูล’เชื่อมศรัทธา 2 ฝั่งโขง

พุทธศาสนิกชน ร่วมทอดผ้าป่าสร้างลาน‘พญานาค 4 ตระกูล’เชื่อมศรัทธา 2 ฝั่งโขง

พุทธศาสนิกชน ร่วมทอดผ้าป่าสร้างลาน‘พญานาค 4 ตระกูล’เชื่อมศรัทธา 2 ฝั่งโขง

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.50 น.

พุทธศาสนิกชน ร่วมทอดผ้าป่าสร้างลาน‘พญานาค 4 ตระกูล’เชื่อมศรัทธา 2 ฝั่งโขง

7 ตุลาคม 2568 นางสาวปราณี วงศ์บุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่า สร้างลานอเนกประสงค์ พญานาค 4 ตระกูล ณ พุทธอุททยานนานาชาติ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ภายในงานพุทธศาสนิกชนกล่าวคำอาราธนาศีล 5 นั่งสมาธิ กล่าวคำถวายผ้าป่า  กล่าวคำอธิษฐานจิต  ถวายไทยธรรม และรับพรพระ

ลานอเนกประสงค์พญานาค 4 ตระกูล จัดสร้างขึ้นเพื่อรองรับพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาว และชาวต่างประเทศที่มีความสนใจในพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมริมแม่น้ำโขงได้มาสวดมนต์ รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา และร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เชื่อมสัมพันธ์ชาวพุทธทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงสามารถรองรับประชาชนได้มากกว่า 5,000 คน อีกทั้งยังเป็นสถานที่รับชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดหนองคายอีกด้วย

ส่วนในวันพรุ่งนี้ (8 ต.ค.68) เวลา 06.30 น. จัดพิธีตักบาตรเทโวโรหณะ 500 รูป เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ณ ลานธรรมปทุมรัตนธรรมเจดีย์ พุทธอุทยานนานาชาติ ต. กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

งานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลและการปาฐกถาธรรม ณ ทำเนียบรัฐบาล

งานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลและการปาฐกถาธรรม ณ ทำเนียบรัฐบาล

งานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลและการปาฐกถาธรรม ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.09 น.

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2568 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส ดำริจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลและการปาฐกถาธรรม โดยนิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 10 รูป

ภายในงานพิธี มีผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการจากหน่วยงานสำคัญภายในทำเนียบรัฐบาลเข้าร่วม อาทิ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายสุรพงษ์ มาลี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำด้านยุทธศาสตร์และการวางแผน สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บริหารสูงและข้าราชการจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการราว 300 คน

ทั้งนี้ พิธีเจริญพระพุทธมนต์จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยน้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมุ่งประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณี แสดงถึงความศรัทธาในพระรัตนตรัยและย้ำถึงการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้มั่นคงในสังคมไทยด้วย

บุรีรัมย์สืบสานประเพณี ‘กวนข้าวทิพย์-ตักบาตรเทโวฯ’ เนื่องในวันออกพรรษา

บุรีรัมย์สืบสานประเพณี ‘กวนข้าวทิพย์-ตักบาตรเทโวฯ’ เนื่องในวันออกพรรษา

บุรีรัมย์สืบสานประเพณี ‘กวนข้าวทิพย์-ตักบาตรเทโวฯ’ เนื่องในวันออกพรรษา

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.05 น.

บุรีรัมย์สืบสานประเพณี ‘กวนข้าวทิพย์-ตักบาตรเทโวฯ’ เนื่องในวันออกพรรษา

วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทเขากระโดง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการสืบสานประเพณีสำคัญทางพุทธศาสนาอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายกเทศมนตรีนครบุรีรัมย์ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนจำนวนมาก

ประเพณี ‘กวนข้าวทิพย์’ เป็นประเพณีที่ชาวบุรีรัมย์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในวันออกพรรษา เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีสำคัญในพุทธประวัติ ในพิธีมีการเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีพระสงฆ์สมศักดิ์ 9 รูป เจริญชัยมงคลคาถา

ชาวบ้านในพื้นที่ได้มาร่วมกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกวนข้าวทิพย์รวม 9 กระทะ ส่วนประกอบหลักมาจาก ข้าวตอก นมสด น้ำตาลปี๊บมงคล น้ำผึ้ง และส่วนผสมมงคลอื่นๆ ที่ผ่านการปลุกเสก รวม 108 ชนิด โดยใช้วิธีการกวนหรือเคี่ยวด้วยไฟ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 วันเต็ม

โดยข้าวทิพย์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจะถูกนำไปทำบุญตักบาตรในวันออกพรรษา และแบ่งปันให้ประชาชนนำไปรับประทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เนื่องจากมีความเชื่อว่าการกวนข้าวทิพย์นี้ เป็นโอกาสที่พุทธศาสนิกชนจะได้ตั้งใจอธิษฐานจิตให้บริสุทธิ์ เผาผลาญกิเลส และความไม่ดีทั้งหลายให้หมดไป ก่อให้เกิดผลบุญอันยิ่งใหญ่

ส่วนในวันรุ่งขึ้น คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม 2568 จังหวัดบุรีรัมย์ได้เตรียมจัดงานพิธีทำบุญ ตักบาตรเทโวโรหณะ เริ่มตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป

พิธีตักบาตรเทโวฯนี้ จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยพระสงฆ์จะเดินลงจากยอดภูเขาไฟกระโดงทางบันไดนาค 297 ขั้น เพื่อรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนบริเวณลานด้านล่าง เป็นการจำลองเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ หลังทรงจำพรรษาและแสดงพระอภิธรรมโปรดพระมารดาเป็นเวลา 3 เดือน

ความสำคัญของวันนี้ ยังถูกเรียกว่า ‘วันพระเจ้าเปิดโลก’ เนื่องจากเชื่อว่าในวันนี้ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ คือ เทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างมองเห็นซึ่งกันและกันได้ทั้ง 3 โลก ///-026

อาชีวะอุบลฯรวมพลังใจ 4 สถานศึกษามอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

อาชีวะอุบลฯรวมพลังใจ 4 สถานศึกษามอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

อาชีวะอุบลฯรวมพลังใจ 4 สถานศึกษามอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.19 น.

อาชีวะอุบลฯ รวมพลังใจ 4 สถานศึกษาใน สอจ.อุบลฯ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 7 ตุลาคม 2568 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดยนางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการฯ งานโครงการพิเศษและบริการชุมชน นำตัวแทนครู บุคลากร วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จิตอาสาร่วมกันแจกจ่ายถุงยังชีพมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 300 ถุง ประกอบด้วย  นำดื่ม อาหารแห้ง และสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน ตามโครงการ FIX IT จิตอาสา ร่วมกับคณะผู้บริหาร ครู บุคลากร ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 

ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี นำโดยนายธาตรี พิบูลมณฑา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาอุบลราชธานี วิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี นำโดยนายไพรัตน์ ถิรบุตร ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี และวิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ นำโดยนางสุวนิจ สุริยพันตรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ ณ ชุมชนเกตุแก้ว อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้เพื่อให้กำลังใจส่งต่อความห่วงใยและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีที่ประสบภัยน้ำท่วมน้ำท่วมให้มีกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว

แม่ฮ่องสอนจัดใหญ่! ‘ปอยเหลินสิบเอ็ด’ รับวันออกพรรษา-ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

แม่ฮ่องสอนจัดใหญ่! ‘ปอยเหลินสิบเอ็ด’ รับวันออกพรรษา-ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

แม่ฮ่องสอนจัดใหญ่! ‘ปอยเหลินสิบเอ็ด’ รับวันออกพรรษา-ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.23 น.

แม่ฮ่องสอนจัดใหญ่! ‘ปอยเหลินสิบเอ็ด’ รับวันออกพรรษา-ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่วัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษาอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม โดย น.ส.ชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้นำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนชาวแม่ฮ่องสอน รวมถึงนักท่องเที่ยว มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรจำนวน 99 รูป จาก 11 วัดในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน

หัวใจสำคัญของพิธีคือ การที่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรได้รับบิณฑบาตจากวัดพระธาตุดอยกองมู โดยเดินลงมาตามชั้นบันไดทางขึ้นวัดสู่เชิงเขาในระยะทางกว่า 600 เมตร โดยปีนี้มีพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ ตลอดจนนักท่องเที่ยวพร้อมใจกันแต่งกายชุดพื้นเมืองหรือชุดไต ซึ่งเป็นชุดประจำถิ่นของชาวไทใหญ่ มาร่วมยืนเรียงรายตลอดความยาวสองข้างบันไดของวัดพระธาตุดอยกองมู เพื่อร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ

ภาพของผู้คนนับร้อยคนที่ยืนเรียงแถวตามขั้นบันไดที่คดเคี้ยว ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าและอากาศที่เย็นสบาย ถือเป็นภาพที่สวยงามและหาชมได้ยาก ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาโปรดยังโลกมนุษย์ในช่วงวันออกพรรษา

กิจกรรมตักบาตรเทโวฯนี้ เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีสำคัญของชาวไทใหญ่ที่เรียกว่า ‘ปอยเหลินสิบเอ็ด’ หรืองานบุญออกพรรษา และยังถูกบรรจุอยู่ในปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอนและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้วยความสวยงามและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งการจัดงานในปีนี้สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจเดินทางมาเที่ยวชมและทำบุญวันออกพรรษาที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นอย่างมาก ///-026

นครนายกจัดพิธี ‘ตักบาตรเทโวโรหณะ’ ฉบับลาวเวียง-เนื่องในวันออกพรรษา

นครนายกจัดพิธี ‘ตักบาตรเทโวโรหณะ’ ฉบับลาวเวียง-เนื่องในวันออกพรรษา

นครนายกจัดพิธี ‘ตักบาตรเทโวโรหณะ’ ฉบับลาวเวียง-เนื่องในวันออกพรรษา

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.11 น.

นครนายกจัดพิธี ‘ตักบาตรเทโวโรหณะ’ ฉบับลาวเวียง-เนื่องในวันออกพรรษา

วันที่ 7 ตุลาคม 2568 พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครนายกได้พร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีทำบุญ ‘ตักบาตรเทโวโรหณะ’ อย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ประจำปี 2568 ณ วัดคีรีวัน ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

พิธีในวันนี้จัดขึ้นในรูปแบบฉบับ ‘ลาวเวียง’ โดยมี พระอุดมกิจจานุกูล เจ้าคณะตำบลสาริกา เขต 1 เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน เป็นประธานสงฆ์ นำพระภิกษุสงฆ์และสามเณรออกรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชน หน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ที่มาร่วมทำบุญกันอย่างเนืองแน่น

พิธีตักบาตรเทโวโรหณะ มีขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางพุทธศาสนา คือการเสด็จลงจาก สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพรรษาที่ 7 นับแต่ปีที่ทรงตรัสรู้ พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อทรงแสดงพระอภิธรรมปิฏกโปรดพระนางสิริมหามายาพุทธมารดา เป็นการสนองคุณพระมารดา ครั้นถึงวันออกพรรษา พระพุทธองค์ก็เสด็จลงจากเทวโลกมายังโลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสะใกล้เมืองพาราณสี

ชาวบ้านชาวเมืองทราบข่าวจึงพากันไปทำบุญตักบาตรพระพุทธองค์ ณ ที่แห่งนั้น ซึ่งกล่าวกันว่าในวันดังกล่าวได้เกิดอัศจรรย์คือ เทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างมองเห็นซึ่งกันและกัน จึงเรียกวันนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “วันพระเจ้าเปิดโลก” คือเปิดให้เห็นกันทั้ง 3 โลกนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ชาวพุทธจึงถือเอาวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลกเป็นวันทำบุญตักบาตรพิเศษนี้สืบมา ///-026

​อว.ดันไทยเป็น Hub อุตฯ EV เดินหน้าพัฒนาทักษะใหม่ – สร้างคนคุณภาพสู่อนาคต

​อว.ดันไทยเป็น Hub อุตฯ EV เดินหน้าพัฒนาทักษะใหม่ - สร้างคนคุณภาพสู่อนาคต

​อว.ดันไทยเป็น Hub อุตฯ EV เดินหน้าพัฒนาทักษะใหม่ – สร้างคนคุณภาพสู่อนาคต

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาทักษะใหม่เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” ภายใต้โครงการพัฒนาหลักสูตร Sandbox สำหรับสร้างความเชี่ยวชาญกำลังคนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมี ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า กระทรวง อว. มีนโยบายในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญในระดับภูมิภาค รวมถึงมุ่งสู่การเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของโลกด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นเป้าหมายที่มีความท้าทายสูงและต้องอาศัยความร่วมมือในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการพัฒนาทุนมนุษย์ที่มีศักยภาพ ทั้งในมิติความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จึงมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานเพื่อยกระดับศักยภาพของกำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้า สร้างความพร้อมในการรองรับกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของการคมนาคมยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับนานาชาติ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างกำลังคนคุณภาพ ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่อนาคต

กระทรวง อว. พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการทรัพยากรและศักยภาพของหน่วยงาน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายวิจัยที่อยู่ภายใต้สังกัด เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. กล่าว

ด้าน รศ.ร.อ.ดร.กนต์ธร ชำนิประศาสน์ หัวหน้าโครงการพัฒนาหลักสูตร Sandbox กล่าวว่า งานดังกล่าวเป็นเวทีแห่งการระดมข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่จะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ

​เปิดเวทีประกวดวาดภาพและคลิปสั้น ชู ‘พลาสติกคือฮีโร่’ ชิงทุนการศึกษา

​เปิดเวทีประกวดวาดภาพและคลิปสั้น ชู ‘พลาสติกคือฮีโร่’ ชิงทุนการศึกษา

​เปิดเวทีประกวดวาดภาพและคลิปสั้น ชู ‘พลาสติกคือฮีโร่’ ชิงทุนการศึกษา

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด (KPI) จัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ครั้งสำคัญ เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 แห่งความสำเร็จ ด้วยการเปิดเวที “ประกวดวาดภาพและผลิตสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้น” ในหัวข้อ พลาสติกคือฮีโร่ ไม่ใช่ผู้ร้าย อย่างที่ใครคิด” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลงานจากนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั่วประเทศ ชิงรางวัลทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

กิจกรรมนี้มีเป้าหมายหลักในการสร้างความตระหนักรู้และเปลี่ยนทัศนคติของสาธารณชนต่อพลาสติก ในฐานะนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านสุขอนามัย ความปลอดภัยของอาหาร และการลดการสูญเสียทรัพยากร โดยเน้นย้ำถึง “การใช้พลาสติกอย่างมีความรับผิดชอบและการบริหารจัดการหลังการใช้งาน (Recycling)” ซึ่งเป็นแนวทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ทั้งนี้ การประกวดจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทการแข่งขัน ได้แก่ 1.การประกวดวาดภาพ : ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษา และ 2.การประกวดสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้น : ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษา

โดยรางวัลทุนการศึกษา (มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท) จะมอบให้แก่ผู้ชนะในแต่ละระดับการศึกษาของทั้ง 2 ประเภทการแข่งขัน ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ : ทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : ทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : ทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร , รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล : ทุนการศึกษา 3,000 พร้อมเกียรติบัตร

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาผลงานโดยให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่แปลกใหม่ การนำเสนอแนวคิด “พลาสติกคือฮีโร่” ได้อย่างน่าสนใจ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความชัดเจนในการนำเสนอคุณค่าของพลาสติกและการจัดการอย่างยั่งยืน เทคนิคและองค์ประกอบศิลป์/การผลิต และความสวยงาม ความประณีต และคุณภาพของผลงานโดยรวม

โดยพิธีมอบทุนการศึกษาและการประกาศผลการประกวดจัดขึ้น ณ บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด เมื่อวันเสาร์ ที่ 27 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ได้รับรางวัลใหญ่ ดังต่อไปนี้ ประเภทที่ 1 การประกวดวาดภาพระบายสี ในระดับประถมศึกษา ป.1 – ป.6 ได้แก่ ด.ญ.ธมนวรรณ หอสว่างวงศ์ รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , ด.ญ.กุลพัชร ดุสิตกุล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , ด.ญ.ปิ่นมนัส วงษาชัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

ประเภทที่ 2 การประกวดสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้นในระดับประถมศึกษา ป.1 – ป.6 ได้แก่ ด.ญ.กันต์ฤทัย มาลีพันธ์ รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , ด.ญ.กันต์ฤทัย อินสันต์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , ด.ญ.ไอยวริน อินทนาคา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

ประเภทที่ 1 การประกวดวาดภาพระบายสี ในระดับมัธยมศึกษา ม.1 – ม.6 ได้แก่ ด.ญ.เกศชฎาพร คุ้มบ้าน รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , ด.ญ.กันติชา ทั่งศรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , นายธันวาณวัชร์ สุวรรณศิลป์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

ประเภทที่ 2 การประกวดสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้น ในระดับมัธยมศึกษา ม.1 – ม.6 ได้แก่ นายศุภณัฐ ตั้งสถิตย์วัฒนากุล รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , ด.ช.ภูวเนศวร์ คำสอน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , นายธนทวฤช มิ่งมิตรวิบูลย์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

ประเภทที่ 1 การประกวดวาดภาพระบายสีในระดับอุดมศึกษา ปวส.-ปริญญา ได้แก่ นายปวรรัชดล ศรีบุญเรือง รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , นายอนณ มาตรแสง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , นางสาวธิติมา มณีวงษ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

ประเภทที่ 2 การประกวดสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้นในระดับอุดมศึกษา ปวส.-ปริญญา ได้แก่ นายวุฒินันท์ สมมิตร รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , นายพุทธิมา นำพล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , น.ส.วลัญช์ภัค ธารพานิช รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

พัฒนาโรงเรียน ‘ปลูกพลังการเรียนรู้’ ส่งเสริมการเรียนรู้แก่เยาวชน

พัฒนาโรงเรียน ‘ปลูกพลังการเรียนรู้’ ส่งเสริมการเรียนรู้แก่เยาวชน

พัฒนาโรงเรียน ‘ปลูกพลังการเรียนรู้’ ส่งเสริมการเรียนรู้แก่เยาวชน

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Primo Care ร่วมกับ Origin Give จัดโครงการ “พัฒนาโรงเรียน ปลูกพลังการเรียนรู้” ส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ในการใช้ชีวิต ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการดูแลสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ณ โรงเรียนคลองแสนสุข จ.สมุทรปราการ

นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานฯ บมจ.พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น (PRI) ผู้นำธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่แบบครบวงจร กล่าวว่า เพราะเราเชื่อว่าโรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเด็กๆ การได้มามีส่วนร่วมในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ก็เป็นความตั้งใจจริงจากใจของทีมงานทุกคนที่อยากส่งต่อสิ่งที่ดีให้กับสังคม โดยเฉพาะกับน้องโรงเรียนคลองแสนสุข ที่จะเติบโตเป็นอนาคตที่สำคัญของประเทศ

กิจกรรมในครั้งนี้ ทีมงานจิตอาสาได้ร่วมแรงร่วมใจกับคณะครู และนักเรียนปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน ได้แก่ จัดทำแปลงผักเพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้เชิงปฏิบัติให้น้องๆ ได้เรียนรู้การปลูกพืชและทักษะการใช้ชีวิต , ทาสีรั้ว และกำแพงโรงเรียน เติมสีสันให้บรรยากาศสดชื่นและน่าอยู่ , มอบหนังสือ และสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำยาทำความสะอาด เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในโรงเรียนให้สะดวกสบายและสนุกมากยิ่งขึ้น

Primo Care และ Origin Give จะยังคงมุ่งมั่นสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและยั่งยืนให้กับชุมชนในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่เพราะความห่วงใย…คือรากฐานของการให้ความสุขแก่กันและกันที่ยั่งยืน ดังนั้น เราจึงได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ Primo Care, Happy “Sustainability Society” Maker มาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ PEOPLE : ส่งเสริมความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน , PET: ส่งเสริมการปกป้อง ดูแล และเลี้ยงดูสัตว์ให้มีชีวิตที่ดี ผ่านการได้รับสวัสดิภาพที่เหมาะสม , PLANET: ส่งเสริม และสนับสนุนการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวคิดโลกที่ยั่งยืนของเราทุกคน” นายสุรินทร์ กล่าวและว่า

ส่วน บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ดำเนินโครงการเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “Origin Give, We give to grow sustainability together : ร่วมให้…ความยั่งยืนไปด้วยกัน ร่วมเติบโต…อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน” มาตลอด และยังคงมุ่งมั่นดำเนินการต่อไปไม่หยุดผ่าน 3 ด้าน ได้แก่ Education : สนับสนุนโอกาสทางการศึกษา และสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กนักเรียน Equality :  สนับสนุนโอกาสในการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี และส่งเสริมความเท่าเทียมที่แตกต่างและสวยงาม , Environment : สนับสนุน ส่งเสริม สร้างสรรค์ การปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกที่สวยงามอย่างยั่งยืนของเราทุกคน