โตเป็นสาวแล้ว ‘น้องเนสซี่’ควงคุณแม่ ‘แหม่ม คัทลียา’ คุณพ่อ ออกงาน Gala Night ละครเวที ‘เมืองมายา The Musical’ สวยสง่าถอดแบบแม่มาเต็มๆ

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:56 น.

Share

ทำเอาบรรยากาศรอบ Gala Night ละครเวที “เมืองมายา The Musical” ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ สว่างไสวขึ้นมาทันตา เมื่ออดีตนางเอกชื่อดัง แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ควงคู่คุณสามี พร้อมลูกสาวคนสวย “น้องเนสซี่” เดินทางมาร่วมชมละครเวทีรอบพิเศษในครั้งนี้

งานนี้บอกเลยว่า “น้องเนสซี่” ในวัยที่เริ่มโตเป็นสาวเต็มตัว กลายเป็นที่จับตามองของสื่อมวลชนและแฟนๆ อย่างมาก ด้วยลุคชุดกระโปรงสายไขว้คอสีครีมสุดเรียบหรู เข้าคู่กับทรงผมลอนคลื่นละมุนละไม สะท้อนออร่าความสวยหวาน เรียบหรู ถอดแบบความเป๊ะมาจากคุณแม่แหม่ม คัทลียา แบบเต็มๆ จนแฟนคลับต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความอบอุ่นของครอบครัว รวมถึงออร่าความสวยของน้องเนสซี่ที่นับวันยิ่งฉายแววนางเอกตามรอยคุณแม่เข้าทุกที

สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) โดย  คุณลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมฯ และประธานจัดงาน ได้ร่อนหนังสือเชิญทีมงานสื่อมวลชนคุณภาพช สำนักข่าวแนวหน้าออนไลน์ เข้ารับโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ “ฐานันดร ๔” ประจำปี ๒๕๖๙ (ปีที่ ๑๐) เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นักข่าว สื่อมวลชน และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อ โดยมีกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลในวันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๙ ณ หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์

 สำหรับผลงานและบุคลากรของทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ที่ได้รับการคัดสรรเข้าเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 รางวัลสำคัญ

 รางวัลประเภทสาขาสื่อมวลชนดีเด่น  มอบให้แก่ คุณอัญชะลี ไพรีรัก  

รางวัลประเภทสาขารายการข่าวเที่ยงดีเด่น มอบให้แก่ รายการข่าวเที่ยงแนวหน้า โดยมีพิธีกรดำเนินรายการหลักคือ ปรเมษฐ์ ภู่โต  และ อัญชะลี ไพรีรัก

 รางวัลประเภทสาขารายการข่าววาไรตี้ดีเด่น มอบให้แก่ รายการแนวหน้าข่าวค่ำ โดยมีพิธีกรดำเนินรายการ จิตกร บุษบา และ พีระพัฒน์ วัฒนาภิรมย์ 

โดยรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานสื่อมวลชนที่ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริงของ ‘ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์’

อั้ม อธิชาติ ควงคุณแม่ลุยการแข่งขัน HYROX ในวัย 68 ปี พิชิตระยะทาง 8 กิโลเมตร และ 8 สถานีฟิตเนสสุดโหดได้สำเร็จ

18 สิงหาคม 2569 เวลา 11:06 น.

อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ พระเอกหนุ่มสายฟิต สร้างปรากฏการณ์สุดประทับใจ ด้วยการควงคุณแม่68ปี ออกสนามแข่งขันฟิตเนสระดับโลกอย่าง HYROX ในประเภท Double Mixed โดยถือเป็นรอบการแข่งขันที่ลุ้นที่สุดในชีวิต เพื่อร่วมสร้างความทรงจำและสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพร่วมกัน       โดยเจ้าตัวตั้งเป้าเข้าเส้นชัยภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง (วิ่งรอบละ 12 นาที และทำสถานีละประมาณ 8 นาที)ผลงานการแข่งขัน ทำเวลาจบไปได้อย่างยอดเยี่ยมที่ 2 ชั่วโมง 32 นาที 14 วินาที พร้อมคว้าอันดับ 8 ในรุ่นอายุ 55-59 ปี ภารกิจสุดแกร่ง ร่วมฟันฝ่าการวิ่งรวมระยะทาง 8 กิโลเมตร พร้อมผ่าน 8 สถานีฝึก ได้แก่ Ski, ดึง, ดัน, Row และ Farmer Carry

งานนี้ แม้คุณแม่จะผ่านการซ้อมวิ่งมาเพียง 5-6 กิโลเมตร แต่ก็อาศัยใจสู้ แรงฮีด และเสียงเชียร์จากคนดูรอบสนามจนก้าวผ่านความเหนื่อยเข้าเส้นชัยได้สำเร็จโดยไม่ต้องใชียาดม

พระเอกหนุ่มเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตอนเด็กๆ คุณแม่เคยสอนตนเดินและวิ่ง แต่วันนี้ถึงเวลาที่ตนได้พาคุณแม่มาลุยและตากตรำวิ่ง 8 กิโลเมตรจนบรรลุเป้าหมาย ทำให้คุณแม่อุทานด้วยความภาคภูมิใจว่า “ค้นหาตัวเองเจอในวัย 68 ปี” จากเดิมที่ไม่เชื่อว่าจะทำได้ จนตอนนี้พร้อมชวนเพื่อนๆ มาร่วมออกกำลังกายและเตรียมตัวสำหรับการลงแข่งขันในรอบถัดไปแล้ว

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF เดินหน้ายกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

18 สิงหาคม 2569 เวลา 10:37 น.

สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ ได้เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026)อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญ

ของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยเทศกาลฯ มุ่งพัฒนา BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สร้าง ผลงาน บุคลากร และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือและการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต จากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดเทศกาลระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีความพร้อมและศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญบนเวทีนานาชาติ เราเชื่อว่าความสามารถของบุคลากรไทย ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสายงานภาพยนตร์ สามารถแข่งขันและทัดเทียม นานาประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีเวทีที่เปิดโอกาสให้ศักยภาพเหล่านี้ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ การสนับสนุนในครั้งนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้รับการมองเห็นในวงกว้าง

ผ่าน Bangkok International Film Festival 2026 ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำภาพยนตร์จากนานาประเทศมาพบกับผู้ชมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความสามารถของผู้สร้าง บุคลากร และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตานานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดในมิติต่าง ๆ ที่จะช่วยขยายบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เรามุ่งหวังให้ความต่อเนื่องของเทศกาลสามารถผลักดันกรุงเทพฯ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติ และเป็นจุดหมายที่ผู้สร้างและคนในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้ ก่อนต่อยอดไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการวางบทบาทของประเทศไทยให้เป็น Film Industry Hubหรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดรสะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director, Bangkok International Film Festival 2026
กล่าวว่า การกลับมาของ Bangkok International Film Festival 2026 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการกลับมาจัดเทศกาลอีกครั้ง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างบทบาทของเทศกาลให้มีความชัดเจนบนเวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกเราต้องการให้ผู้สร้างและคนในวงการรับรู้ว่า ในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนสามารถนำภาพยนตร์และโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมโยงและต่อยอดร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน เทศกาลยังเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ Bangkok International Film Festival เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเทศกาลให้ก้าวสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้

จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ BKKIFF ให้เทียบเคียงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากนานาประเทศนอกจากนี้เทศกาลฯ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความร่วมมือระหว่างเทศกาลหรือเชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ได้พบปะกับผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศเพื่อสร้างเครือข่าย ต่อยอดโอกาสในการทำงาน และเปิดเส้นทางสู่เวทีนานาชาติ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพฯเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย

อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้เทศกาลเติบโตได้อย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนที่จะกลับมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับเราได้ ความต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่การจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการค่อย ๆ สร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สิ่งที่เราอยากเห็นคือ Bangkok International Film Festival

เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากกลับมาพบปะ แลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเทศกาลฯ ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ตลอดจนเครือข่ายและบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลฯ

เป็นพื้นที่ซึ่งสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ เพราะเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติไม่ได้เติบโตจากความสำเร็จของการจัดงานเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนสามารถสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้สร้าง พันธมิตร และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก Bangkok International Film Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 9 แต่คืออีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดนัดพบสำคัญ

ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน ผลงาน ตลาด และโอกาสจากทั่วโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆในอนาคต

ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า
เทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่ผู้ชมมาดูภาพยนตร์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าเบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทำงาน และองค์ประกอบอีกมากมายที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่คนในวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ ๆ

สิ่งสำคัญของเทศกาลฯ คือการทำให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้เห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงที่เรื่องราวหรือสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ยังอยู่ที่ “คนไทย” ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ประสบการณ์และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลังในสาขาต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในปีนี้ เทศกาลฯ จึงให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรไทยควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างครบวงจรผ่านการพบปะกับผู้สร้าง การสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทยผ่านผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานจริง เทศกาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำภาพยนตร์จากทั่วโลกมาจัดฉายในประเทศไทย

แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมได้เข้าใกล้โลกของภาพยนตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมจากนานาชาติ และต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตต่อไป

แอฟ ทักษอร ปลื้มใจสุดพลัง น้องปีใหม่ แท็กทีมเพื่อน คว้าเหรียญทองแข่งหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ ที่ปักกิ่ง

18 สิงหาคม 2569 เวลา 10:31 น.

ทำเอาหัวอกคนเป็นแม่ยิ้มแก้มปริและภาคภูมิใจแบบสุดๆ สำหรับคุณแม่คนสวย แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ที่ล่าสุดลูกสาวคนเก่ง น้องปีใหม่ เตชะณรงค์ ได้สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวรวมถึงแฟนๆ ชาวไทย ด้วยการคว้าชัยบนเวทีระดับโลก

โดย น้องปีใหม่ ได้จับมือแท็กทีมกับเพื่อนๆ ในนามตัวแทนทีมไทย ร่วมลงสนามแข่งขันสิ่งประดิษฐ์และการประกวดหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ รุ่นจูเนียร์โรบอท (Junior Robot) ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเด็กๆ ได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านเทคโนโลยีออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถคว้า “รางวัลเหรียญทอง” กลับประเทศไทยได้สำเร็จ
งานนี้คุณแม่แอฟที่คอยส่งกำลังใจและเป็นกองเชียร์ชิดติดขอบสนาม ถึงกับเก็บความภาคภูมิใจไว้ไม่อยู่ แฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของน้องปีใหม่และเพื่อนๆ กันอย่างถล่มทลาย พร้อมชื่นชมในความสามารถที่ทั้งน่ารักและเก่งครบเครื่องสมเป็นลูกสาวของคุณแม่แอฟจริงๆ

#ความภูมิใจของคนเป็นแม่ #แม่แอฟ #แอฟทักษอร #น้องปีใหม่ #จูเนียร์โรบอท #ทีมไทย

พระเอกติดดินของแท้! ‘โก โกสินทร์’ เปิดภาพรับจ้างคว้านลำไย กิโลละ 8 บาท

พระเอกติดดินของแท้! 'โก โกสินทร์' เปิดภาพรับจ้างคว้านลำไย กิโลละ 8 บาท

พระเอกติดดินของแท้! ‘โก โกสินทร์’ เปิดภาพรับจ้างคว้านลำไย กิโลละ 8 บาท

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.27 น.

นอกจากฝีมือในวงการบันเทิงจะยอดเยี่ยมแล้ว ชีวิตนอกจอของ โก โกสินทร์ ราชกรม ก็น่าชื่นชมไม่แพ้กัน เพราะปัจจุบันเจ้าตัวได้หันมาเอาดีด้านการเกษตรอย่างเต็มสูบ โดยลุยทำทั้งทุ่งนาและสวนผลไม้บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการลงมือทำเองแบบครบวงจร

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา หนุ่มโกได้อัปเดตวิถีชีวิตชาวสวนผ่านtikok @gosinov เป็นคลิปวิดีโอขณะที่ตัวเองกำลังนั่งคว้านเม็ดลำไยด้วยท่าทีสุดทะมัดทะแมงและคล่องแคล่ว แถมงานนี้ไม่ได้มาอวดสกิลแค่ขำๆ เพราะเจ้าตัวประกาศลั่นว่า รับจ้างคว้านลำไยทั่วประเทศ พร้อมเปิดเผยเรตค่าแรงในพื้นที่อำเภอฝางว่าอยู่ที่ กิโลกรัมละ 8 บาท

เรียกได้ว่าเป็นพระเอกที่ลุยได้ทุกบทบาทจริงๆ ไม่ว่าจะงานหน้ากล้องหรืองานในสวนก็ทุ่มเทหมดหน้าตัก จนบรรดาแฟนคลับต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความเก่งกาจและชำนาญขั้นสุด พร้อมยกย่องให้เป็นต้นแบบของคนขยันที่ ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน” อย่างแท้จริง

รอบ Swimsuit ดวลเดือด โซเฟีย MUTเชียงใหม่ โชว์ทักษะจักรวาล ซิวตำแหน่ง Best Performance

รอบ Swimsuit ดวลเดือด โซเฟีย MUTเชียงใหม่ โชว์ทักษะจักรวาล ซิวตำแหน่ง Best Performance

รอบ Swimsuit ดวลเดือด โซเฟีย MUTเชียงใหม่ โชว์ทักษะจักรวาล ซิวตำแหน่ง Best Performance

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

เชียร์กันสนุกจริง สำหรับการประกวด Miss Universe Thailand 2026 รอบ Swimsuit Competition ที่จัดขึ้น ณ Montatip Hall จังหวัดอุดรธานี ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักทั้งภายในฮอลล์ และที่กำลังรับชมทาง Youtube : Grand TV  เมื่อเหล่าสาวงามผู้เข้าประกวด Miss Universe Thailand 2026 ทั้ง 77 จังหวัด  ปรากฏตัวในชุดว่ายน้ำ แสดงศักยภาพทั้งด้านความมั่นใจ บุคลิกภาพ และทักษะการเดิน การโพสต์ ที่ต้องสุดเท่านั้น โดย โซเฟีย ศศิวรารินทร์ อัศวหิรัญกานต์  มิสยูนิเวิร์สเชียงใหม่ ทำได้ดีในทุกรอบการแข่งขัน คว้าตำแหน่ง Best Performance ไปครอง เฉือนชนะ น้ำอิง MUTภูเก็ต และ รถเมล์ MUTอุบลราชธานี ไปแบบไม่ค้านสายตา

การแข่งขัน Best  Performance ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการเป็นนางงามบนเวทีจักรวาล เพราะนอกจากความสวยแล้ว เทคนิคการเดิน การโพสต์ ก็ต้องสะกดตตาคณะกรรมการและแฟนนางงาม เป็นเทคนิคที่ วีนา ปวีนา ซิงห์ รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 และ  Miss Universe Thailand 2025 เน้นย้ำผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2026 ทุกคน และคืนนี้ วีนา ยังรับหน้าที่พิธีกร เปิดเวทีให้การแข่งขัน Best Performance ในรอบ Swimsuit Competition ระหว่างการเก็บตัว อุดรธานี

ต้องยอมรับว่าทั้ง 77 คน ทำผลงานได้ดี ไม่มีพร่อง แต่มีเพียง 20 คนที่ได้ผ่านเข้ารอบแรก จากการตัดสินของคณะกรรมการ และ คะแนนโหวตที่ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด Miss Universe Thailand และ Chief Executive Officer – Miss Universe Eastern เปิดโอกาสให้ทุกคน ย้ำว่าฟาดได้ฟาด สับได้สับ ไม่อ่อม ไม่งอม และต้องโหวตให้หนัก  “ตัวเต็ง” อย่าเผลอ อย่าแผ่ว  ความสวยอาจจะสูสี แต่ Performance คือจุดสำคัญของการก้าวสู่จักรวาลเช่นกัน

สำหรับผลการคัดเลือก Top 20 Finalists – Best Performance คะแนนโหวตสูงสุด ได้แก่  MUT ภูเก็ต อุดรธานี นครราชสีมา ปทุมธานี ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา  สำหรับ 14 คนจากคณะกรรมการได้แก่ MUTอุบลราชธานี สกลนคร กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ สระบุรี  นครปฐม นครพนม มหาสารคาม ยะลา ลพบุรี สิงห์บุรี สงขลา ราชบุรี

เดือดสุด!! เมื่อทั้ง 20 คนเข้าสู่รอบ Knockout Battle เพื่อคัดให้เหลือเพียง 12 คนสุดท้าย ได้แก่  MUTอุดรธานี มหาสารคาม  ยะลา นครพนม อุบลราชธานี  เชียงใหม่  ชลบุรี  ลพบุรี กรุงเทพมหานคร  สกลนคร ส่วนผลโหวตสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต   และ  นครราชสีมา จับคู่ Battle โดยคู่ที่ 1 สกลนคร กับ มหาสารคาม  คู่ที่ 2 นครราชสีมา กับ กรุงเทพมหานคร  คู่ที่ 3 ชลบุรี กับ ภูเก็ต  คู่ที่ 4 เชียงใหม่ กับ นครพนม  คู่ที่ 5 ลพบุรี กับ อุบลราชธานี  และ คู่ที่ 6 อุดรธานี กับ ยะลา  บีบหัวใจสุดๆเมื่อต้องตัดให้เหลือ  6 คนสุดท้าย ได้แก่ MUTสกลนคร กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ อุบลราชธานี อุดรธานี และเซอร์ไพรซ์ อีก 1 ตำแน่ง  Boss Choice  คือ MUT มหาสารคาม   และ 3 คนสุดท้าย ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุด ได้แก่ MUT ภูเก็ต อุบลราชธานี และ เชียงใหม่ ก่อน วีนา ประกาศผลผู้คว้าตำแหน่ง Best Performance  ได้แก่ MUTเชียงใหม่  โซเฟีย ศศิวรารินทร์ อัศวหิรัญกานต์   รองอันดับ 1 ได้แก่ MUT ภูเก็ต น้ำอิง สุทธิดา เอียดปู และ MUTอุบลราชธานี รถเมล์ มนัสวีร์ นิลบัวลา  

นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะรางวัล Best in Swimsuit จะประกาศผลอย่างเป็นทาง บนเวทีการประกวด มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2026 รอบตัดสิน ( Final Competition) วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ MGI HALL ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9  งานนี้รักใครชอบใครต้องไม่พลาดการโหวต เพื่อสนับสนุนให้พวกเธอได้ผ่านเข้าสู่รอบ Top 20 กับรางวัล Thailand’s Choice Award ผ่านเว็บไซต์ Miss Universe Thailand

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ Miss Universe Thailand 2026 ได้ที่

Facebook / Instagram / TikTok:  Miss Universe Thailand
 YouTube Channel: Grand TV
แฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #MissUniverseThailand2026

ก้อง สหรัถ-ซี เดชชาติ ควงคุณแม่ ร่วมแชร์เรื่องราวสุดประทับใจในงานเทศกาลหนังนานาชาติ

ก้อง สหรัถ-ซี เดชชาติ ควงคุณแม่ ร่วมแชร์เรื่องราวสุดประทับใจในงานเทศกาลหนังนานาชาติ

ก้อง สหรัถ-ซี เดชชาติ ควงคุณแม่ ร่วมแชร์เรื่องราวสุดประทับใจในงานเทศกาลหนังนานาชาติ

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.26 น.

MAMA FILM FESTIVAL เทศกาลหนังนานาชาติ “แม่ทุกเรื่อง”  จากโครงการ CINE MAMA FILM FESTIVAL ที่จัดขึ้นเนื่องในเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ประจําปี 2569 ณ SFX CINE CENTRAL LADPRAO โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อร่วมน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่แห่งแผ่นดิน” และส่งเสริมคุณค่าความรัก ความกตัญู  ความสําคัญของสถาบันครอบครัว และมาร่วมเฉลิมฉลองและสัมผัสกับสุดยอดเรื่องราวของ ‘แม่’ จากทั่วทุกมุมโลก ถ่ายทอดความรักของแม่ในหลากหลายมิติ ผ่านมุมมองทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง แต่เชื่อมโยงหัวใจของทุกคนได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยผู้ชมจะได้พบกับสุดยอดภาพยนตร์คุณภาพทั้ง 6 เรื่อง พร้อมกิจกรรมนิทรรศการด้านวัฒนธรรมและภาพยนตร์ เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน เชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวและใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

โดยมี ก้อง – สหรัถ พร้อม คุณแม่โสมวรรณ  สังคปรีชา , ซี – เดชชาติ พร้อม คุณแม่ชัญญา แซ่ตั้ง เข้าร่วมงาน พูดคุยถึงมุมมองความรักความผูกพันในครอบครัว เรื่องราวสุดประทับใจ  บทบาทความเป็นแม่ ความภาคภูมิใจที่มีต่อลูกชายทั้ง 2 พร้อมโชว์มินิคอนเสิร์ตให้แฟนๆในงานได้ชมกันก่อนจะ ไปอบอุ่นหัวใจกันกับการชมภาพยนตร์ ทั้ง 6 เรื่อง

ในเทศกาลนี้ ผู้ชมจะได้พบกับสุดยอดภาพยนตร์คุณภาพทั้ง 6 เรื่อง ได้แก่

1. น้ำพุ— ภาพยนตร์ไทยคลาสสิกทรงคุณค่าระดับตำนาน

2. All About My Mother — ภาพยนตร์ดราม่าการันตีรางวัลระดับโลกจากประเทศสเปน

3. Sheep in the Box — ภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่น

4. Kim Ji-young : Born 1982 — ภาพยนตร์ดราม่าสะท้ อนสังคมและบทบาทความเป็นแม่จากเกาหลีใต้

5. If I Had Legs I’d Kick You — ภาพยนตร์คุณภาพจากประเทศสหรัฐอเมริกา

6. Tokyo Tower: Mom and Me and Sometimes Dad — ภาพยนตร์สุดซาบซึ้งใจจากประเทศญี่ปุ่น

MAMA FILM FESTIVAL เทศกาลหนังนานาชาติ “แม่ทุกเรื่อง”  จากโครงการ CINE MAMA FILM FESTIVAL จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 สิงหาคมนี้ ณ โรงภาพยนตร์ที่ 5 SFX Cinema Central Ladprao

สามารถติดตามรายละเอียดตารางรอบฉาย รวมถึงวิธีการการสำรองที่

นั่ง ได้ทาง Facebook / IG / X ของ Charmillion (ชาร์มิลเลียน)

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF ยกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF ยกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF ยกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.02 น.

สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ ได้เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026)
อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยเทศกาลฯ มุ่งพัฒนา BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สร้าง ผลงาน บุคลากร และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือและการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต จากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดเทศกาลระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีความพร้อมและศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญบนเวทีนานาชาติ เราเชื่อว่าความสามารถของบุคลากรไทย ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสายงานภาพยนตร์ สามารถแข่งขันและทัดเทียม นานาประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีเวทีที่เปิดโอกาสให้ศักยภาพเหล่านี้ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ การสนับสนุนในครั้งนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้รับการมองเห็นในวงกว้าง
ผ่าน Bangkok International Film Festival 2026 ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำภาพยนตร์จากนานาประเทศมาพบกับผู้ชมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความสามารถของผู้สร้าง บุคลากร และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตานานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดในมิติต่าง ๆ ที่จะช่วยขยายบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เรามุ่งหวังให้ความต่อเนื่องของเทศกาลสามารถผลักดันกรุงเทพฯ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติ และเป็นจุดหมายที่ผู้สร้างและคนในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้ ก่อนต่อยอดไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการวางบทบาทของประเทศไทยให้เป็น Film Industry Hubหรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดรสะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director, Bangkok International Film Festival 2026กล่าวว่า การกลับมาของ Bangkok International Film Festival 2026 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการกลับมาจัดเทศกาลอีกครั้ง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างบทบาทของเทศกาลให้มีความชัดเจนบนเวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกเราต้องการให้ผู้สร้างและคนในวงการรับรู้ว่า ในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนสามารถนำภาพยนตร์และโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมโยงและต่อยอดร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน เทศกาลยังเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ Bangkok International Film Festival เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเทศกาลให้ก้าวสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ BKKIFF ให้เทียบเคียงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากนานาประเทศนอกจากนี้เทศกาลฯ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความร่วมมือ
ระหว่างเทศกาลหรือเชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ได้พบปะกับผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศเพื่อสร้างเครือข่าย ต่อยอดโอกาสในการทำงาน และเปิดเส้นทางสู่เวทีนานาชาติ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพฯเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย

อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้เทศกาลเติบโตได้อย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนที่จะกลับมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับเราได้ ความต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่กาจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการค่อย ๆ สร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สิ่งที่เราอยากเห็นคือ Bangkok International Film Festivalเติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากกลับมาพบปะ แลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเทศกาลฯ ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ตลอดจนเครือข่ายและบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลฯ
เป็นพื้นที่ซึ่งสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ เพราะเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติไม่ได้เติบโตจากความสำเร็จของการจัดงานเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนสามารถสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้สร้าง พันธมิตร และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก Bangkok International Film Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 9 แต่คืออีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดนัดพบสำคัญ

ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน ผลงาน ตลาด และโอกาสจากทั่วโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆในอนาคต

ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่าเทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่ผู้ชมมาดูภาพยนตร์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าเบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทำงาน และองค์ประกอบอีกมากมายที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่คนในวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ ๆสิ่งสำคัญของเทศกาลฯ คือการทำให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้เห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงที่เรื่องราวหรือสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ยังอยู่ที่ “คนไทย” ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ประสบการณ์และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลังในสาขาต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในปีนี้ เทศกาลฯ จึงให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรไทยควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างครบวงจรผ่านการพบปะกับผู้สร้าง การสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทยผ่านผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานจริง เทศกาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำภาพยนตร์จากทั่วโลกมาจัดฉายในประเทศไทยแต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมได้เข้าใกล้โลกของภาพยนตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมจากนานาชาติ และต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตต่อไป

สนามแข่งหรือสนามรัก ณเดชน์ ถอดเสื้อโชว์กล้ามแน่น ทุบสถิติ HYROX ด้าน ญาญ่า จูบรางวัลสุดหวาน

สนามแข่งหรือสนามรัก ณเดชน์ ถอดเสื้อโชว์กล้ามแน่น ทุบสถิติ HYROX ด้าน ญาญ่า จูบรางวัลสุดหวาน

สนามแข่งหรือสนามรัก ณเดชน์ ถอดเสื้อโชว์กล้ามแน่น ทุบสถิติ HYROX ด้าน ญาญ่า จูบรางวัลสุดหวาน

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.06 น.

เรียกเสียงกรี๊ดจนศูนย์สิริกิติ์แทบแตก! เมื่อพระเอกหนุ่มสายฟิต ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ หวนคืนสนามทดสอบความอึดระดับโลก HYROX Bangkok 2026 ในประเภทชายเดี่ยว งานนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะเจ้าตัวเล่นซุ่มซ้อมมาอย่างหนัก โชว์ฟิตวิ่งสปีดดุดัน เข้าสถานี Workout แบบโหดจัดเต็มไม่มีแผ่ว จนสามารถทำลายสถิติเดิมของตัวเอง สับเข้าเส้นชัยไปด้วยเวลาสุดจึ้ง 1 ชั่วโมง 16 นาที 59 วินาที! ทำเอาแฟนคลับยกป้ายไฟซูฮกในความวินัยขั้นเทพ

แต่ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาคนทั้งสนามและชาวเน็ตตาค้างยิ่งกว่ากล้ามแน่นๆ ของหนุ่มณเดชน์ ก็คือกองเชียร์ VIP ขอบสนามอย่าง ‘ญาญ่า อุรัสยา’ ที่คอยส่งเสียงเชียร์สามีสุดพลังตลอดการแข่งขัน และเมื่อวินาทีสปีดเข้าเส้นชัยมาถึง สาวญาญ่าก็ไม่รอช้า มอบรางวัลชีสเดย์เขย่าขวัญคนโสด ด้วยการ ประทับจูบฟอดใหญ่ เติมพลังใจให้หวานใจแบบฉ่ำๆ ช็อตนี้บอกเลยว่าฆ่าได้ฆ่า ใครโสดอยู่มีตายเรียบ!นอกจากจะสร้าง Personal Best ในการแข่งขันแล้ว หนุ่มณเดชน์ยังสร้าง Personal Best ด้านความหวาน แบบทุบสถิติรักหวานฉ่ำกันกลางสนามแข่งไปอีก งานนี้เหรียญรางวัลจะสำคัญแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า “รางวัลข้างสนาม” นุ่มฟู และหวานกลบกลิ่นเหงื่อไปหมดแล้วจ้า!