หมอของขวัญ โต้ข่าวลือ ชิงลาออก ก่อนโดนปลด เพราะไม่โอเค! กับคำว่า ดุลยพินิจ ของแพทยสภาจริงเหรอ?

หมอของขวัญ โต้ข่าวลือ ชิงลาออก ก่อนโดนปลด เพราะไม่โอเค! กับคำว่า ดุลยพินิจ ของแพทยสภาจริงเหรอ?

หมอของขวัญ โต้ข่าวลือ ชิงลาออก ก่อนโดนปลด เพราะไม่โอเค! กับคำว่า ดุลยพินิจ ของแพทยสภาจริงเหรอ?

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.29 น.

สร้างปรากฎการณ์เป็นแพทย์หญิงคนแรกในสยามประเทศ ที่เอาใบวอ (ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ) ไปคืนแพทยสภา จนฮือฮาไปทั่วประเทศ ล่าสุด “หมอเคท” หรือ “หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์” ก็ไม่ปล่อยให้ทุกคนสงสัยในตัวเองตามข่าวลือ ไม่ว่าจะชิงลาออกก่อนโดนปลด!! หรือไม่พอใจกับการอยู่ในกฎ จนต้องกบฎ เจ้าตัวร่ายยาวผ่านรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน31 แบบสับๆ พร้อมยืนยันโนสน โนแคร์ ตอนนี้มูฟออนแล้ว 

“ดิฉันคืออินฟลูสาวท่านหนึ่ง จบคณะแพทย์ศาสตร์มา 20 กว่าปี เคยเป็นหมอ แต่เอาใบวอ ไปคืนคนแรกในกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนนี้ไปลงคอร์ส เรียนไพ่ยิปซี เค้าจะได้เรียกว่าเราเป็นหมอ (ยิ้ม)”

ลึกๆ เสียใจไหม ขอคำตอบแบบไม่แอ๊บ กับการคืนใบอนุญาต?

“เสียใจเหรอ มันไม่ได้เรียกว่าเสียใจ ถามว่าเสียดายไหม มีอยู่ 2 เสียดาย หนึ่งเสียดายในใบประกอบวิชาชีพ อันนั้นเราเสียดาย เสียดายอีกอย่างนึงคือ ทำไมเราไม่เอาไปคืนก่อนหน้านี้ ฉันรออะไร เราอยู่ในกฎของแพทยสภามา 20 ปี แพทยสภาเหมือนบ้านของหมอทุกคน แต่เมื่อวันที่ 9 กุมภา 2568 เค้าออกกฎมาใหม่ โดยเปลี่ยน 2 ข้อ ข้อแรกคือเรื่องของการโฆษณา อันที่สองคือเรื่องของบทลงโทษ ซึ่งเรารู้สึกว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ กฎมันเกินกว่าเหตุ มันบิดเบี้ยว บทลงโทษมันใช่ไหม สมมุติยกตัวอย่าง อาทิเช่น ด่ากัน 3 ครั้ง ประหารชีวิต  และเราไม่ได้เถียง คืออยู่ในกรอบ เราสามารถปฏิบัติตามได้ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ฉันปฏิบัติตามกฎอยู่ในกรอบมาโดยตลอด อาทิเช่น ห้ามพูดคำว่าขาว ฟิลเลอร์พูดไม่ได้ ต้องพูดว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ หรือจะต้องพูดคำว่ากระจ่างใสแทน แม้ว่าที่ผ่านมามันจะมีมาซักพักนึงแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เข้มข้นเท่าปัจจุบันตอนนี้ ที่ผ่านมามันมีบทลงโทษตามเหตุที่เหมาะสม ซึ่งถ้าเราเป็นคนที่เขาไม่ใช่จับจ้อง เค้าอาจจะไม่สนใจ แต่ถ้าเค้าจับจ้อง ยังไงก็ผิด“

แล้วหมอของขวัญคือคนนั้นที่เค้าจะเอาใช่ไหม?

“โอ้โห….ถ้าจะเชือดไก่ให้ลิงดู อีไก่ตัวนั้นต้องชื่อหมอของขวัญ และบทลงโทษที่จะโดนคือประหารชีวิต สิ่งที่เรารับไม่ได้คือจุดนี้ ยกตัวอย่างความผิดครั้งแรกอาจจะมาจากดุลยพินิจเลย คุณจะดุลอะไรก็ได้ เราบอกเลยว่าตั้งแต่เราคืนใบไป เราร้องเรียนแพทยสภา 3 เคส หนึ่งในนั้นคือร้องเรียนเกี่ยวกับกรรมการในแพทยสภา ซึ่งสิ่งที่เราทำไป ทำอะไรผิด แค่โฆษณาอาหาร โฆษณาขนม มันไม่น่าจะผิด และขออธิบายเพิ่มเติม ประหารชีวิต เป็นการอุปมาอุปมัย ก็คือการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ สมมุติถ้าทำคนไข้ตาย ก็จะพักใบอนุญาต 2 ปี แต่ถ้าคุณโฆษณา คุณจะโดนเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ“

การที่เข้าออกกฏหมายอย่างนี้ เค้าต้องการยกระดับมาตรฐานของแพทย์ที่สูงขึ้น หรือเปล่า?

”พูดตามตรง กฎหมายต่างประเทศทั้งหมด อย่างอเมริกา เค้าไม่ได้ห้ามให้หมอทำการโฆษณา เค้าให้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าคุณคือเจ้าของแบรนด์ หรือคุณแค่โดนจ้างมา คนฟังจะได้วิเคราะห์ว่าเหตุผลคืออะไร หรือถ้าเป็นจีน ถ้าจะออกมาพูดเรื่องพวกนี้ คุณจะต้องมีใบรับรอง คนทั่วไปพูดไม่ได้ หรือถ้าเรื่องไฟแนนซ์ คุณก็ต้องมีใบรับรองเช่นกัน แต่อย่างที่พูดว่าจะให้คนมีความรู้ไปพูดแล้วจะดูเป็นการชักจูงนั้น ถ้าคุณไม่ให้หมอพูด นั่นคุณกำลังส่งเสริมให้คนอื่นที่ไม่ใช่หมอพูด ไปชักชวน พูดได้ดังขึ้นทางอ้อม ที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย  คุณบอกว่าหมอพูดไม่ได้เลยเพราะเดี๋ยวคนจะเชื่อ คุณกำลังกดเสียงของหมอลง และคุณกำลังเพิ่มเสียงให้กับพวกหมอปลอมในโซเชียลมากขึ้น เป็นการให้ความรู้ผิดๆดังขึ้นทางอ้อม“

หรือเค้ากลัวว่า หมอจะหากำไรจากวิชาชีพของตัวเอง?

”ถ้าโฆษณาเกินจริง งั้นก็ออกกฎมาเลยว่าถ้าผู้บริโภคซื้อไปแล้วประสบปัญหา ก็ให้หมอคนนั้นรับโทษสองเท่า ไม่ต้องลงโทษเหมือนชาวบ้าน เพราะสำหรับหมอ ถ้าสมมุติทานแล้วขาวขึ้นในสามวัน มันผิดปกติ มันมีสารปรอทไหม หมอจะรู้ เพราะว่าถ้าหมอพลาด ยินดีให้ลงโทษไปสองเท่า แล้วถ้าออกกฎมาตามที่เราพูดไปเมื่อกี้ เรารู้สึกโอเค“

หลังเรายื่นใบลาออกไปแล้ว แพทยสภาว่ายังไงบ้าง?

”อันนี้เราไม่รู้นะ วันที่เราละทิ้งหนึ่งระบบ สิ่งที่เราทำคือเราไม่เหลียวหลังกลับไปมอง มันก็มีมีคนที่มาเล่าให้ฟัง แต่เราบอกว่าหยุดนะ ฉันไม่แคร์อีกแล้ว เพราะฉันมูฟออนแล้ว“

ระหว่างทางในการลาออก เราได้ปรึกษาใครบ้าง?

”ทุกคนบอกว่าดีหมดเลย เพราะทุกคนก็เห็นว่าเรามีความสุขมากขึ้น มันไม่ต้องมีปลอกคอ ที่กดเรามาโดยตลอด มันทำให้ก่อนหน้านี้เราไม่สามารถทำได้ ทุกวันนี้เรารู้สึกว่าคุณกดหมอทุกคน และหมอแต่ละคนเค้าไม่ได้บริบทที่จะลาออกได้ทุกคน เราไม่ได้คิดก่อหวอด และเราไม่ได้สับสนให้ทุกคนคิดเหมือนเรา สำหรับเราส่วนตัว คิดเอง ทำเอง รู้บริบทของตัวเองว่าสามารถคืนใบได้ เราสามารถเป็นอินฟลู เราแฮปปี้กับการเป็นหมอมา 20 ปี เราไม่ได้ยุยงให้ใครลาออกคนเรา“

แล้วคนที่อยากลาออกเหมือนเราไหม?

”เพียบเลย เพราะบางคนอาจจะมองว่ากฎมันไม่เมคเซ้นส์ แต่เค้าไม่สามารถพูดได้ มีคนเดียวที่พูดได้เพราะเราไม่ได้อยู่ภายใต้กฎนี้แล้ว คนเดียวในสยามประเทศ และเป็นคนแรกก็คือฉันเอง“

ทำไมเราถึงกล้าพูดได้เข้มข้นขนาดนี้?

”ขนาดตอนมีใบยังพูดได้ขนาดนั้น ตอนนี้ไม่มีใบจะพูดได้ขนาดไหนเธอ“

ตอนเป็นหมอเค้าเรียกไปตักเตือนไหม

”มีเตือนมาหลังบ้าน แพทยสภาไม่สามารถออกจดหมายมาว่าแกอย่าเฉิดฉาย มันไม่มีกฎว่า อีหมอห้ามเฉิดฉาย มีผู้ใหญ่เตือนมาหลังบ้าน อย่าทำตัวเด่นแล้วจะเป็นภัย เรารู้อยู่แล้ว“

”และพูดตรงๆ ใครจะบอกว่าเงินไม่เกี่ยว หรือว่ารวยอยู่แล้ว ซึ่งมันเกี่ยวอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าลาออกแล้วกินแกลบ มันก็จบนะ อย่างที่บอกว่าบริบทคนเราไม่เหมือนกัน แต่เราทำธุรกิจมา 20 ปี ดังนั้นเราบอกว่าเราอยู่ในบริบทที่ออกได้ แล้วมันอยู่ในสิ่งที่เราคิดว่าเราอยากออกมา แค่คืนใบ ตอนนี้เราทำได้ทุกอย่าง ยกเว้น ทำอะไรเกี่ยวกับร่างกายคนอื่นไม่ได้ เจาะ ฉีด ผ่า ดูด เราไม่ทำ เพราะกระดาษใบนี้มันอนุญาตทำให้เราฉีดหน้าเธอได้ แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถห้ามเราพูดอะไรได้ ไม่ใช่ว่าเราคืนใบวันนี้ แล้วเราจะโง่ลงเลยทันที“

แล้วถ้าถามว่าถ้าอยากให้แพทยสภาควบคุมการโฆษณายังไงให้เหมาะสมกับในยุคปัจจุบัน?

”ข้อแรกมันต้องเริ่มจาก อย. เพราะว่ามาตรฐานนี้มันใช้มาตั้งแต่ปี 2525 ปัจจุบันคำต่างๆมันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เราต้องเปลี่ยนคำ  และหมอต้องโฆษณาได้ แต่ต้องไม่โฆษณาเกินจริง และทุกอย่างต้องมีงานวิจัยรองรับ และต้องแนะนำให้ชัดเจนว่าคุณเป็นใคร ว่าคุณเป็นเจ้าของแบรนด์หรือเปล่า ผู้บริโภคจะได้รู้ว่า อ๋อ…มึงเป็นเจ้าของแบรนด์จะได้ชั่งใจนิดหนึ่งว่าจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ เค้าอาจจะไม่ได้พูดในฐานะที่เขาเป็นหมอ แต่เค้าอาจจะพูดในฐานะที่เค้าเป็นผู้ผลิต ไม่ใช่ว่าเป็นหมอ แล้วทุกอย่างต้องเงียบ คนจะได้เชื่อถือมากขึ้น แต่การเงียบทั้งหมด คุณลืมไปหรือเปล่าว่า ใช่สิ่งที่คุณพูดมันถูกหมดเลย และการเงียบของคนที่มีความรู้ มันส่งเสริมให้กับคนที่ไม่มีความรู้เสียงดังมากขึ้น ตรงนี้แหละมันกระทบต่อประชาชน คุณจะจัดการมันยังไง“

หมอจะลง สส. เข้าไปปฏิรูปกฎหมายเองเลยมั้ย?

”พักโยม …. ตอนนี้สิ่งที่ฉันจะทำต่อไปคือ ฉันเป็นเจ้าของแบรนด์ ฉันเป็นพรีเซนเตอร์ ตอนนี้พรีเซนเตอร์เข้าฉ่ำเลย ฉันจะเป็นพรีเซนเตอร์ให้ดีที่สุด เพราะว่าใครจะมาอธิบายกับฉันไม่ได้ แล้ววันนี้ฉันเป็นอินฟลูฯ คนเดียวที่จบแพทยศาสตร์ ที่มีความรู้เท่ากับคนเรียนแพทย์ มีประสบการณ์ 20 ปี และพูดทุกอย่างได้โดยที่ไม่ต้องโดนยึดใบวอ“

แต่คนจะมองว่าเรากบฏ ทำไมไม่ทำตามกฎ?

”แต่การพัฒนาในโลกใบนี้ มันเกิดเพราะการกบฏ มันไม่เคยเกิดเพราะคนทำตามกฎซักอย่าง เราเถียงกันเรื่องกฎ และถ้าเรายึดกฎว่า ทำไมคนอื่นเค้าถึงทำตามกฎฉันได้ คนส่วนใหญ่เค้าก็ยังทำได้ เนี่ยแหละ ทำให้กฎไม่พัฒนา เนี่ยแหละจะทำให้สังคมไม่พัฒนา ถ้าพูดอย่างนี้ก็ไม่ต้องเปลี่ยนตั้งแต่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ เพราะทุกคนก็อยู่ภายใต้สมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้ มันก็จะไม่มีประชาธิปไตย ถ้ากดยังไม่พัฒนา ไปพร้อมกับสังคม ทุกคนก็จะตายตามกฎ โดยที่ไม่ตั้งคำถามหรือว่ากฎมันเหมาะสมหรือไม่ และที่เราออกมาเพราะว่าเราไม่เห็นด้วยกับกฎ เพราะว่าวันหนึ่งกฎของแพทยสภาก็ต้องถูกการสังคายนา อาจจะเป็นวันนี้หรือวันไหน แต่ถ้าวันนั้นอาจจะไม่มีของหมอขวัญแล้วก็ได้ แต่ฉันชื่อว่ากฎจะต้องเปลี่ยนไปตามสังคม เพราะมนุษย์เปลี่ยนไปตามทุกวัน“

ชาวเน็ตบอกว่าที่ทำตัวแบบนี้อาจจะมองเป็นฮีโร่ แต่จริงๆเราก็ทำเพื่อตัวเอง?

”ทำเพื่อตัวเองอยู่แล้วค่ะ ฉันไม่ได้มีหน้าที่ต้องทำเพื่อคนอื่น ฉันไม่ได้คิดว่าฉันจะแก้เพื่อใคร ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ฉันแค่รู้สึกว่าระบบมันไม่ใช่ ฉันพยายามอยู่ในระบบแล้ว แล้วฉันไม่ใช่แม่ชีเทเรซ่าที่ต้องเสียสละอะไรมากมาย“

แต่เค้าบอกว่าคนเป็นหมอ จะต้องมีพื้นฐานคือเป็นคนเสียสละ?

”เอางี้ถ้าใครอยากจะเสียสละ ก็ให้ไปเรียนแล้วให้มันสอบติด แล้วก็ไปเสียสละเองเลยจ้ะ อนุโมทนาด้วย (ยกมือไหว้) จบนะ ไม่ได้โลกสวย ฉันเกิดในโรงพยาบาล ฉันไม่ได้เกิดในทุ่งลาเวนเดอร์“

และ ”หมอขวัญ“ ไม่โอเคกับคำว่า ”ดุลยพินิจ“ ของแพทยสภา?

“ดุลยพินิจมันคือสมมตินะ สมมุติว่ามันมีกฎ ให้เราอยู่ร่วมกัน มันมีบราเดียวกัน แต่มันจะมีคนทำได้กับทำไม่ได้ ทำไม่ได้ก็จะมีส่วนน้อยมาก แต่ถ้ากฎบาร์มันต่ำอย่างนี้ มันจะมีคนทำไม่ได้เยอะมาก ฉะนั้นจะลงโทษใคร มันก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแล้ว ซึ่งถ้าเราไม่ถูกกับคนนั้น เราก็จะโดนคนแรก พอกฎเนี่ยทำตามแทบไม่ได้ แต่ทุกคนก็บอกว่าหมอปกติเค้าก็ทำได้ คนที่พูด ฉันพูดเลยว่า ฉันออกมาไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ ฉันฟ้องแพทยสภาไปแล้ว 3 คน ในนั้นคนตามเพจ 3.5 ล้าน อีกคนนึงคือกรรมการแพทยสภา คุณกล่าวหาหมอขวัญเพราะว่าขายอาหารเสริม แต่สิ่งที่คุณทำอยู่ก็ผิดกฎเหมือนกัน เช่นหมอไม่สามารถรีวิวอะไรที่มี อย. พริกน้ำปลายังไม่ได้เลย อันนี้พูดถึงว่าถ้าตามกฎจริงๆ และฉันร้องแพทยสภาเพราะว่าฉันไม่มีใบแล้ว แล้วเธอจะเดือดร้อนเมื่อรู้ว่ากฎมันบิดเบี้ยว ก็ต่อเมื่อมีคนร้องว่าเธอผิด“

หรือการที่เราลาออก เพราะว่ามีข่าวลือ ว่าเค้ากำลังจะเตรียมยึดใบประกอบวิชาชีพ ของหมอจำนวน 30 คน?

“ถ้าคนอย่างหมอขวัญที่ไม่เคยทำให้ใครตาย ไม่เคยทำให้คนไข้พิการ ไม่เคยทำให้คนไข้โคม่า ไม่เคยทำให้คนไข้หน้าเบี้ยว แต่ถูกยึดใบประกอบวิชาชีพ กลับไปถามว่ากฎมันบิดเบี้ยวหรือเปล่า ถ้าคนๆหนึ่งถูกประหารชีวิต โดยที่เขาไม่เคยฆ่าใครตาย กฎหมายประเทศนั้น มันผิด บิดเบี้ยวหรือเปล่า ไม่ใช่กลับมาถามว่าหมอชิงลาออกก่อน”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘แม็กกี้-ฮาน่า’ถ่ายทอดบทบาทในละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร

‘แม็กกี้-ฮาน่า’ถ่ายทอดบทบาทในละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร

‘แม็กกี้-ฮาน่า’ถ่ายทอดบทบาทในละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ชาวภูเก็ต เตียมเฮ ชมงานงานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง  และกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม  ณ ลานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ประจำปี 2569 ภายใต้ “โครงการสดุดีท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร”  ในวันที่ 13 – 16 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ตสองดาราดัง!! “ฮาน่า ลีวิส – อาภา ภาวิไล” รับบท ย่าจัน – ย่ามุก ร่วมถ่ายทอดตำนานเมืองถลาง โดยทั้งสองนักแสดงนำ ได้กล่าววถึงการได้ร่วมงานในครั้งนี้ว่า

ฮาน่า ลีวิส  ผู้ถ่ายทอดบทบาท ‘ย่าจัน’เล่าว่า “ การได้รับถ่ายทอดบทบาท “ย่าจัน” คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง ย่าจัน ไม่ใช่เพียงวีรสตรีในประวัติศาสตร์ แต่คือพลังของความกล้าหาญ ความรักบ้านเกิด และการยืนหยัดเพื่อแผ่นดินของผู้หญิงไทย เรื่องราวของย่าจัน คือแรงบันดาลใจที่บอกเล่า ความกล้าหาญไม่เคยมีขอบเขตของกาลเวลา”

ด้าน แม็กกี้ อาภา ภาวิไล ผู้ถ่ายทอดบทบาท ‘ย่ามุก’ เล่าว่า “การได้สวมบทบาทย่ามุก คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดง และเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดความกล้าหาญและความเสียสละของวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ให้คนรุ่นใหม่ได้จดจำและภาคภูมิใจ  “ย่ามุก” ไม่ใช่เพียงตัวละครในประวัติศาสตร์ แต่คือแรงบันดาลใจของความเข้มแข็ง ความรักบ้านเกิด และพลังของผู้หญิงไทย”

ไอจีแทบแตก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ สาดลุคแซ่บชุดแหวกอกลึก

ไอจีแทบแตก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ สาดลุคแซ่บชุดแหวกอกลึก

ไอจีแทบแตก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ สาดลุคแซ่บชุดแหวกอกลึก

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.06 น.

13 มีนาคม 2569 กาลเวลาทำอะไรความสวยของเธอคนนี้แทบไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับนางเอกสาวตัวแม่ “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็มักจะกลายเป็นกระแสให้แฟนๆ พูดถึงอยู่เสมอ

       ล่าสุด เจนี่ ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ หลังออกมาอัปเดตภาพถ่ายแฟชั่นเซ็ตใหม่ ที่เผยลุคสวยเฉียบในชุดดีไซน์แหวกอกลึก เพิ่มดีกรีความเซ็กซี่และความมั่นใจแบบเต็มพิกัด พร้อมโพสท่าถ่ายแบบหลากหลายมุม โชว์เสน่ห์ความสวยแบบตัวแม่ที่ยังคงเป๊ะทุกองศา

ไวรัลวงการแฟชั่นระดับโลก ‘ลีน่า-หมิว’ โกอินเตอร์ครั้งแรก ร่วมชมงาน Paris Fashion Week 2026

ไวรัลวงการแฟชั่นระดับโลก ‘ลีน่า-หมิว’ โกอินเตอร์ครั้งแรก ร่วมชมงาน Paris Fashion Week 2026

ไวรัลวงการแฟชั่นระดับโลก ‘ลีน่า-หมิว’ โกอินเตอร์ครั้งแรก ร่วมชมงาน Paris Fashion Week 2026

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.48 น.

กลายเป็นไวรัลและถูกพูดถึงทั้งสื่อไทย และสื่อต่างประเทศ หลังจากสองนักแสดงสาวดาวรุ่งจากทางช่อง 3  “ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์” และ “หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์” ได้รับเชิญจากแบรนด์ดังระดับโลก CHANEL ให้ร่วมเดินทางไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในงานปารีสแฟชั่นวีค โดยเข้าร่วมชมโชว์ ของ CHANEL คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2026 ที่รังสรรค์ขึ้นโดย Matthieu Blazy (แมทธิว เบลซีย์) ดีไซเนอร์ชาวเบลเยียม-ฝรั่งเศส ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ CHANEL

โดยทั้งสองสาวได้ไปร่วมชมแฟชั่นโชว์แบบติดขอบรันเวย์ ซึ่งทั้งคู่มาในลุคจาก CHANEL Spring/Summer 2026  ผลงานคอลเล็กชั่นเดบิวต์ของ Matthieu Blazy  โดย ลีน่า มาในชุดเดรสสีบัตเตอร์เยลโลว์ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งขอบด้วยดอกคามิลเลียที่ถูกนำมาตีความใหม่ ขณะที่ หมิว มาในชุดแจ็กเกตและกระโปรงทวิตสีขาวเข้าชุดกัน ตัดขอบเสริมความสดใสด้วยสีแดงและตกแต่งพู่สีดำ ที่สื่อถึง new energy ใหม่ๆ ของ CHANEL

นอกจากนี้ทั้งสองคนยังได้รับเกียรติจาก CHANEL ให้เป็นคู่แรกในการเดินเปิดเข้างานแฟชั่นโชว์ในปีนี้ ท่ามกลางบรรยากาศแฟนคลับต่างประเทศที่มารอให้กำลังใจกันมากมาย ล้นหน้าสถานที่จัดงาน กร็องปาแล (Grand Palais) ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปารีส โดยภายในโชว์ครั้งนี้ ยังมีศิลปินเซเลปชื่อดังจากทั่วโลกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานอีกมากมาย อาทิ เจนนี่ แบล็คพิ้งค์, หวังอี้ป๋อ, โกยุนจอง,  เจมิไนท์ ฯลฯ

ASIA7 กวาด 2 รางวัล จาก The Guitar Mag Awards 2026 ตอกย้ำคุณภาพอัลบั้ม DeepMind

ASIA7 กวาด 2 รางวัล จาก The Guitar Mag Awards 2026  ตอกย้ำคุณภาพอัลบั้ม DeepMind

ASIA7 กวาด 2 รางวัล จาก The Guitar Mag Awards 2026 ตอกย้ำคุณภาพอัลบั้ม DeepMind

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.03 น.

“…ฉันจึงวนกลับมา วนกลับมา ที่เดิมที่เธอและฉันได้เจอได้พบตั้งแต่ตอนนั้น…” นี่คือท่อนฮุกติดหูจากเพลงฮิต “Loop (ฉันจึงวนกลับมา)” ของ ASIA7 ที่ทำให้หลายคนต้องวนกลับมาฟังซ้ำอีกครั้ง เป็นหนึ่งในผลงานจากอัลบั้ม DeepMind ซึ่งยังอัดแน่นไปด้วยเพลงน่าฟังอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เผา, ลำนำสายลม, เซปโตวินาที, จอมขวัญ และ สาธุ ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของดนตรีไทยร่วมสมัย ผ่านการเรียบเรียงและงานโปรดักชันเสียงอย่างพิถีพิถัน จนทำให้อัลบั้ม DeepMind ถูกเลือกให้เป็น Best Recording Of The Year อัลบั้มที่มีการบันทึกเสียงออกมาได้อย่างลงตัวและยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี

ขณะเดียวกันด้วยเอกลักษณ์ทางดนตรีและพลังการแสดงสดที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม จนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องดูวง ASIA7 เล่นสดให้ได้สักครั้ง” ประกอบกับผลงานเพลงที่โดดเด่นและความเป็นวงดนตรีที่น่าสนใจ ทำให้ ASIA7 ได้รับรางวัล Best Choice Of The Year จากเวที The Guitar Mag Awards 2026 มาครองอีกหนึ่งสาขา ซึ่งในโอกาสนี้ยังเป็นปีที่ ASIA7 มีอายุครบ 10 ปีอีกด้วย

รางวัลทั้งสองสาขานับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงคุณภาพและความตั้งใจของ ASIA7 ในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีที่มีเอกลักษณ์ พร้อมเติมสีสันให้กับวงการเพลงไทยอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่น่าจับตามองของยุคนี้

#ASIA7 #TheGuitarMagAwards2026

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/asia7band

Instagram : Asia7band

‘ฮันนี่-ณภัค’สุดท้าทายงานใหม่พลิกบทบาทนางงามสู่ที่ปรึกษางบประมาณแผ่นดิน

'ฮันนี่-ณภัค'สุดท้าทายงานใหม่พลิกบทบาทนางงามสู่ที่ปรึกษางบประมาณแผ่นดิน

‘ฮันนี่-ณภัค’สุดท้าทายงานใหม่พลิกบทบาทนางงามสู่ที่ปรึกษางบประมาณแผ่นดิน

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

นอกจากจะรั้งตำแหน่งนางงามระดับโลกแล้ว “ฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร” Mrs. Classic Universe 2024 ยังมีความสามารถอีกหลายๆ ด้านล่าสุดสาว ‘ฮันนี่’เข้าทำหน้าที่แทนประชาชน เป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณแผ่นดิน, วุฒิสภา ADVISOR OF THE COMMITTEE OF THE SENATE  ตำแหน่งอันได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นที่ 5 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทยโดย ‘สาวฮันนี่’

เผยถึงงานที่รับผิดชอบในครั้งนี้ว่า”ฮันนี่ขอปฏิบัติงาน ทำงานเพื่อชาติและรับใช้แผ่นดินอย่างสูงสุด เพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฎิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ซึ่งฮันนี่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาค่ะ”

เธอยังหมายมั่นตั้งใจในการทำงานครั้งนี้อีกว่า”ฮันนี่ขอทำงานด้วยความตั้งใจ เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างถึงที่สุด เพราะในส่วนงานขณะนี้คือความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่สำคัญยิ่ง ในความเป็นอยู่ของทุกคนในประเทศชาติ ที่รองบประมาณลงไปเพื่อช่วยเหลือให้การเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในทุกด้านเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งค่ะ”เรียกได้ว่าเป็นอีกงานที่ท้าทายคนสวยอย่างเธอทีเดียว ให้สมกับคำว่า สวยและเก่ง ได้อย่างดีเยี่ยม 

เสริมสิริมงคลครั้งใหญ่!’จ๊ะทิงจา’จัดพิธีครอบครูประจำปี 2569 ต้อนรับซีรีส์ ‘เรื่องเล่าอาจารย์ยอด’สุดเข้มขลัง

เสริมสิริมงคลครั้งใหญ่!'จ๊ะทิงจา'จัดพิธีครอบครูประจำปี 2569 ต้อนรับซีรีส์ 'เรื่องเล่าอาจารย์ยอด'สุดเข้มขลัง

เสริมสิริมงคลครั้งใหญ่!’จ๊ะทิงจา’จัดพิธีครอบครูประจำปี 2569 ต้อนรับซีรีส์ ‘เรื่องเล่าอาจารย์ยอด’สุดเข้มขลัง

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.46 น.

ถือเป็นฤกษ์ดีแห่งปีของ บริษัท จ๊ะทิงจา จำกัด ผู้ผลิตซีรีส์สุดฮิต “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด”  นำทีมโดยผู้จัดฯคนเก่ง  คุณมณีรัตน์ ประถมทอง ที่ได้จัดพิธีครอบครูประจำปี 2569 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเรียบง่าย เพื่อความเป็นสิริมงคลและสืบสานประเพณีอันดีงามของเหล่าศิลปินนักแสดง

ไฮไลท์สำคัญในครั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ครูไพฑูรย์ เข้มแข็ง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย – โขน ละคร) ประจำปี 2564 มาเป็นประธานผู้อัญเชิญครูและประกอบพิธีครอบครู ซึ่งท่านถือเป็นปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของเมืองไทย อดีตผู้เชี่ยวชาญทางด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และอาจารย์พิเศษในสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังศรัทธา นำโดยคณะผู้บริหาร พนักงานจ๊ะทิงจา พร้อมด้วยเหล่าทัพนักแสดงจากซีรีส์ “เรื่องเล่าอาจารย์ยอด” ที่ตบเท้าเข้าร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อรับพลังความเป็นมงคลและเตรียมส่งต่อความประทับใจผ่านผลงานคุณภาพให้แฟนๆ ได้ชมกันต่อไปขอให้บารมีครูคุ้มครอง ทีมงานและนักแสดงทุกคนให้ประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานสืบไป

16 รางวัลแห่งคุณค่า งานประกาศผลรางวัล ‘ไนน์เอ็นฯอวอร์ด 2026’ ดารา-ศิลปิน เข้าร่วมงานคับคั่ง

16 รางวัลแห่งคุณค่า งานประกาศผลรางวัล ‘ไนน์เอ็นฯอวอร์ด 2026’ ดารา-ศิลปิน เข้าร่วมงานคับคั่ง

16 รางวัลแห่งคุณค่า งานประกาศผลรางวัล ‘ไนน์เอ็นฯอวอร์ด 2026’ ดารา-ศิลปิน เข้าร่วมงานคับคั่ง

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.

 “ไนน์เอ็นฯ อวอร์ด 2026 presented by Thonburi Phanich” ที่จัดขึ้นทุกปี เพื่อเป็นกำลังใจ แรงใจ ให้กับนักแสดง ศิลปินในวงการบันเทิงหลากหลายสาขาซึ่งในปีนี้ทางงานได้รับเกียรติจากศิลปิน นักแสดง อินฟลูฯ เซเลป พร้อมผู้เข้าชิงแต่ละสาขา และแขกผู้มีเกียรติในวงการบันเทิง มาร่วมเดินพรมม่วงกันเนืองแน่น

เปิดเวทีด้วย ด้วยหัวใจ Heart of Thainess” โชว์แรกจาก ทีมโขน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และ F. Hero X  “อิงฟ้า วราหะ” หลังจากนั้น “เชียร์ ทิฆัมพร” และ “ท็อป ทศพล” ขึ้นมารับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานประกาศผลรางวัลครั้งนี้

โดยรางวัลแรกเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดของคนบันเทิง ซึ่งเป็นรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับ รางวัลบันเทิงเทิดธรรม” โดย แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์รับหน้าที่มาเป็นผู้ประกาศผลรางวัล โดยรางวัลบันเทิงเทิดธรรมปี 2026 ผู้ที่ได้รับคือ ฝันดี-ฝันเด่น จรรยาธนากร

ต่อเนื่องด้วย 3 รางวัลอันทรงคุณค่า เริ่มด้วยครอบครัว บอย ปกรณ์-ภัทร์-วันใหม่ พร้อมใจกันขึ้นมาประกาศรางวัลครอบครัวแห่งปี และผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้คือ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”  ต่อด้วยรางวัลบุคคลเบื้องหลังแห่งปี ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ วรายุฑ มิลินทจินดา” ต่อด้วย ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ร่วมใจกันขึ้นมาประกาศรางวัลพิธีกรแห่งปี ซึ่ง กรกันต์ สุทธิโกเศศ เป็นผู้คว้ารางวัลนี้ไปครอง

ผลรางวัลทีมสร้างสรรค์แห่งปี ซึ่งทีมพิธีกรรายการไนน์เอ็นเตอร์เทนยกทัพขึ้นมาร่วมประกาศรางวัล ให้กับทีมสร้างสรรค์โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สัตยาพาลี  ต่อกันด้วยผลรางวัลพิเศษ Thai Global Rising Star โดย โอปอล์ สุชาตา” และ ไมค์ พิรัชต์ พร้อมใจกันขึ้นมาประกาศรางวัลนี้ ซึ่ง พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร คว้ารางวัลนี้ไป

 ตามมาด้วยผลรางวัลภาพยนตร์แห่งปี ได้แก่ พระแท้คนเก๊ ซึ่ง จา พนม และแก๊งสตันท์แมน ขึ้นมาประกาศรางวัล  ปิดท้าย เบนซ์ พรชิตา และ ธัญญ่า ขึ้นมาประกาศรางวัลให้กับซีรีส์สงครามส่งด่วน ซึ่งคว้ารางวัลซีรีส์แห่งปี

ต้าห์อู๋และ บูม สหรัฐ ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ ประกาศผลรางวัลเพลงแห่งปี ซึ่ง เพลงกุหลาบ ที่ถ่ายทอดโดย F. HERO ft. ก้านตองทุ่งเงิน x SARAN คว้ารางวัลนี้ไปครอง ต่อกันด้วยผลรางวัลศิลปินกลุ่มแห่งปี งานนี้นักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติ คิน-นอร์ท-ทีม ร่วมใจกันมาประกาศรางวัลให้กับ PERSES ที่ได้รับรางวัลนี้

ใบเตย สุธีวัน พร้อมด้วย รัชโยธิน เพ็งจันทรา ขึ้นมาประกาศรางวัลศิลปินเดี่ยวแห่งปี ซึ่ง เจฟ ซาเตอร์ ได้รับรางวัลนี้ไปครอง  ต่อด้วยรางวัลนักแสดงหญิงแห่งปี โดยสองหนุ่มหล่อมากความสามารถ ฟิล์ม ธนภัทร” และ เทศน์ ไมรอนร่วมประกาศผล ซึ่งผู้ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงแห่งปี ได้แก่ วรรณรท สนธิไชย

 ผู้ได้รับรางวัลนักแสดงชายแห่งปี ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ คว้าไปครอง โดยนักแสดงมากฝีมือ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์” มาประกาศรางวัล น้องณิริน” กับ น้องแสนดี มาโชว์ความสามารถ  จบปุ๊ป หนิง ปณิตา และ โอ๋ ภัคจิรา คุณแม่คนเก่งขึ้นมาร่วมแจมกับสองสาวร่วมประกาศรางวัลผลรางวัล Shining Star of the year ซึ่งผู้ได้รับรางวัลคือ หฤษฎ์ บัวย้อย-นภัสกร ปิงเมือง

รางวัลคู่จิ้นแห่งปี ได้แก่ สโรชาจันทร์กิมฮะ-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง ซึ่ง นิว ชยภัค, โป๊ป มนธภูมิ, เลออน เซ็ค, พีเจ มหิดลจาก Gel Boys ร่วมประกาศรางวัล

 ปิดท้ายด้วย เปิ้ล นาคร และ จูน กษมา ควงคู่กันมาประกาศผลรางวัลให้กับผู้ได้รางวัลขวัญใจมหาชน ซึ่ง ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์คว้ารางวัลนี้ไปครอง

‘มาดามอ้อม-สุกัญญา’ปล่อยสกิลแฟชั่นชุดว่ายน้ำเพียงภาพเดียวสะท้านทั้งโซเชียล

‘มาดามอ้อม-สุกัญญา'ปล่อยสกิลแฟชั่นชุดว่ายน้ำเพียงภาพเดียวสะท้านทั้งโซเชียล

‘มาดามอ้อม-สุกัญญา’ปล่อยสกิลแฟชั่นชุดว่ายน้ำเพียงภาพเดียวสะท้านทั้งโซเชียล

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

ซัมเมอร์ปี 2026 ปีนี้ เริ่มทวีคูณความร้อนแรง เมื่อตัวแม่อย่าง “มาดามอ้อม สุกัญญา” ขอพักก่อน เมืองคานส์  ไว้ค่อยไปเฉิดฉายพรมแดงรอบหน้า ร้อนนี้ขอโพสท่าให้เด็กมันดูก่อน ว่าตัวแม่เข้าทำกันอย่างไร ปล่อยสกิล แฟชั่นชุดว่ายน้ำเพียงภาพเดียว สะท้านทั้งโซเชียล กันไปเลย

 แค่โพสท่าบน กิ่งไม้ใหญ่ แม่ก็พาอึ้ง ซะแล้ว ถามว่าพิกัด อยู่หนใด ทราบความว่า แม่ไปเที่ยวเกาะหมู จังหวัดสุราษฎร์ธานี เห็นกิ่งไม้ใหญ่ มันสวยดี แม่เลยจัดไปหนึ่งโพส พาเอาฝรั่ง มงคาแถวนั้น อ้าปากค้างกันไปเลย ใครอยากโพสต์ท่าตามแม่ ไม่สงวนสิทธิ์ นะ แต่ต้องระหวัง นิดนึงเพราะของแบบนี้ มันเป็นสกิล  เฉพาะตัว

‘จา พนม’ เล่านาทีป่วย ตัวเหลืองซีด ผ่าตัด 26 จุด แต่ยังฟื้นกลับมาได้

‘จา พนม’ เล่านาทีป่วย ตัวเหลืองซีด ผ่าตัด 26 จุด แต่ยังฟื้นกลับมาได้

‘จา พนม’ เล่านาทีป่วย ตัวเหลืองซีด ผ่าตัด 26 จุด แต่ยังฟื้นกลับมาได้

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.52 น.

เกือบหลับแต่กลับมาได้ของจริงสำหรับ “โทนี่ จา” หรือ หนุ่ม “จาพนม ยีรัมย์” ที่ป่วยเป็นโรคร้าย มะเร็งท่อน้ำดีระยะที่ 3 จนต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วน ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา จาพนมได้ออกมาอัปเดตอาการป่วยว่า 

เล่าวินาทีผิดปกติของร่างกายหน่อย

หลังจากที่ผมไปกลับมาจากถ่ายหนัง กลับมาก็มีความรู้สึกเราผิดปกติและปวดท้องหน่วงๆ แล้วก็ฉี่ออกมาเป็นน้ำเป็นชาแบบเข้มสีเข้มมากเลย เขาบอกตาเหลืองเปิดเสื้อออกมาตัวเหลืองอีก เป็นสีขมิ้นเลย ต้องไปโรงพยาบาลเลย เช็คๆ ทีมแพทย์ก็บอกแจ็คพอตที่บริเวณท่อน้ำดีเป็นระยะที่ 3  แล้ว บอกระยะที่ 3 มันจะลามไปเป็นระยะที่ 4 ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วนเลย ตัดผ่าไปอีก 26 จุดในร่างกาย คือมันลามไปแล้ว 26 จุดก็ถือว่าร้ายแรงที่สุดตั้งแต่เกิดมานะ

แต่ยังกลับมาได้ ผ่าตัดกี่ชั่วโมง

ถึงกับหลับแต่ก็ยังกลับมาได้ก็โอเคครับ เพราะว่า 8 ชั่วโมงที่อยู่ในห้องผ่าตัด บุญนำพาก็ได้ความอนุเคราะห์จากครอบครัวแล้วก็จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ที่ให้ช่วยเป็นกำลังใจให้แล้วก็ช่วยซัพพอร์ตในเรื่องของทีมแพทย์ ผู้ที่มีความสามารถทางด้านเรื่องของโรคโดยตรง ผ่าตัดแล้วก็ฉายแสงคีโมทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์

สุขภาพจิตเป็นไงช่วงนั้น

ก็จิตตกนะธรรมดาแล้วงาน 2-3 เรื่องที่เราจะต้องไปเดินทางไปต่างประเทศไปถ่าย มันก็ต้องยกเลิกหมดเลยแต่ดีที่ว่าทางครอบครัวบอกว่ายังไงก็ปล่อยตรงนั้นไปก่อนเราเอาสุขภาพร่างกายของเรากลับมาก่อนดีกว่า

ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

กว่าจะฟื้นฟูแต่ไม่ได้บอกใครเลยก็ถือว่าเราบอกให้เราสู้ได้ไม่อยากเอาความทุกข์ความ เศร้าไปบอกบอกให้ใครรับทราบมันก็ต้องฟอลโลว์อัพกับหมอแต่ตอนนี้ไม่มีไม่มีเรื้อร้ายครับ แต่ต้องเช็คดูระบบของเลือด ที่สำคัญคือจิตใจ พอดีผมได้พลังจากลูกจากครอบครัวและจากเพื่อนทีมงานทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้เราก็เลยมีความรู้สึกว่าเฮ้ย ก็ถือว่าเราเราโอเค อะไรที่มันมันไม่ดีก็ผ่านไป