‘แอนชิลี’เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

'แอนชิลี'เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

‘แอนชิลี’เปิดแผลใจ โดนวิจารณ์รูปร่าง เคยกดดันตัวเองหนักเพราะมาตรฐานความสวย

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.

Kim’s Mirror เปิดหมดเปลือก มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ผู้ปลุกกระแส Real size beauty “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” เล่าชีวิตหลังเวทีนางงาม เจอแรงกดดันจนต้องบำบัด เผยประสบการณ์ถูกกดดันจากบรรทัดฐานความงามในสังคมไทย ทำให้เคยหลงทางไปกับการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี ก่อนจะค่อย ๆ ปรับสมดุลใหม่ ดูแลสุขภาพจิต พร้อมนิยาม Beauty Longevity ในแบบของตัวเองว่าไม่ใช่การตามกระแส แต่คือความสม่ำเสมอและการยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น 

เตรียมตัวไปแข่ง HYROX ยังไงบ้าง ?

แอนชิลี : เทรนหนักมาก ทุกวันแต่จะพัก 2 วัน แต่ว่าคือเทรนในด้าน performance ด้านที่เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร แล้วก็ทำทุกอย่างให้มั่นใจว่าการฝึกนั้นจะช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น เราก็จะทำมัน คิดว่าอยากท้าทายตัวเอง อยากพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นมาก ๆ ว่าเราทำเรื่องที่ยาก ๆ ได้ ครั้งแรกคือไม่ได้เทรน ทำไปเลย ครั้งแรกนะ จบมันใน 2 ชั่วโมง คือ 2 ชั่วโมงมันก็นานแต่ว่าเราทำเสร็จ แล้วมันก็รู้สึกดีมาก ๆ ที่ทำมันได้ ถ้าอย่างนั้นลองใหม่ดีกว่าว่าครั้งต่อไปจะเร็วขึ้นไหม ก็ไม่ได้เร็วขึ้นมากแต่มันเริ่มเห็นผล ก็เลยมาดูว่าจะเป็นไปต่อยังไง แล้วเทรน HYROX ก็มากรุงเทพฯ เราก็ลองดู คิดว่ามันทำให้ตัวเราดีขึ้น ความสม่ำเสมอที่ต้องทำ ความมีวินัย การเชื่อตัวเองมากขึ้น มันคือจุดเริ่มต้นในการที่อยากทำให้มันดียิ่งขึ้น

เคยเป็นนักกีฬามาก่อน ?

แอนชิลี : ใช่ค่ะ ก็คือความจริงโตมากับการเล่นวอลเลย์บอล เล่นมาตั้งแต่อายุ 12 แอนหยุดเล่นตอนกลับประเทศไทย ช่วงโควิดก็เล่นมา 10 กว่าปี ความฝันคือการเล่นวอลเลย์บอล แล้วความจริงได้รับทุนเพื่อที่จะไปเล่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ถูกพ่อส่งไปออสเตรเลียแทน พื้นฐานของแอนก็คือกีฬา ซึ่งมันก็เข้าใจได้นะว่าทำไมทุกวันนี้ถึงกำลังซ้อม HYROX ก็เพราะว่ามันทำให้แอนนึกถึงเวลานั้นที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าเราทำเรื่องที่ยาก ๆ ได้

การซ้อมกับการแข่งต่างกันยังไง ?

แอนชิลี : คิดว่าซ้อมมันต้องหนักกว่า เพื่อจะได้ไปแข่งแล้วมันรอด เราซ้อมก็คือจะซ้อมแบบเน้น performance จริง ๆ ไม่ได้เน้นแบบอยากปั้นตรงนี้อยากปั้นตรงนู้น คือการเคลื่อนไหวที่เราจะทำให้เรารู้ เหมือน hyrox หรือ box jumps ก็รู้ว่าเราจะกระโดดได้สูงขึ้น หรือว่า thrusters ที่รู้ว่ามันจะทำให้แขนเรามันไป ร่างกายมันไป คือมันโฟกัสตรงนี้มากขึ้น

มีบางอย่างที่ทำมาก่อนจะเป็นเทรนด์ก็คือวิ่ง ?

แอนชิลี : คือมันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อทุกคนจากประสบการณ์ของแอน แม้ว่าเราจะเล่นกีฬาอะไรหรือว่าเราแค่อยากดูแลสุขภาพ คือหนูทำความเข้าใจมานานมากแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญ ก็เลยเวลาเห็นมันมาเป็นกระแสมีความสุขนะ รู้สึกว่าคนหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นจริง ๆ ถึงจะเป็นกระแสก็ตามแต่อย่างน้อยคนมาทำ แล้วมันเป็น beauty trend ที่รู้สึกว่าคนอาจจะทำเพื่อมันดูดีหรืออะไรก็ตาม แต่ในที่สุดแล้วมันมีประโยชน์ต่อเขามาก ๆ เลย มีความสุขที่ได้เห็นอะไรอย่างนี้

เส้นทางของการเป็นนางงามเป็นความฝันตั้งแต่เด็ก ๆ เลยหรือเปล่า ?

แอนชิลี : ความฝันที่เป็นนางงามมาจากคุณยายตั้งแต่เด็ก ๆ เขาจะเดินเอาหนูไปในหมู่บ้านตำบลที่ฉะเชิงเทราแล้วก็บอกว่าตอนโตหลานจะเป็นนางงามนะ แล้วหนูคิดว่าเป็นลูกครึ่งด้วย คนก็จะบอกว่าไปประกวดสิ หรือว่าเป็นดาราสิ หรือเป็นนางแบบสิ มันก็เลยถูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า โอเค อาจจะไปประกวดนะ แต่ว่าหุ่นหนูไม่เคยได้ เพราะว่าโครงสร้างใหญ่ โครงสร้างฝรั่ง มันก็เลยเป็นสิ่งที่ยากกว่าสำหรับตัวหนูเอง แล้วหนูก็เข้าใจผู้หญิงหลายคนที่ได้โครงฝรั่งมา ก็เลยไปลองเล่นกีฬาดู แล้วพอไปเล่นกีฬา โครงหนูกลายเป็นได้เปรียบกว่าคนอื่นแล้วความสูงมันก็ได้เปรียบไปหมดเลย ถ้าอย่างนั้นโฟกัสไปตรงนี้คุณกลายเป็นแบบ นี่แหละคือสิ่งที่เราอยากทำ นี่คือทางของเรา มันก็เลยมาโฟกัสตรงกีฬาจนกว่าไปเรียนที่ออสเตรเลีย ไม่มีใครมาพูดถึงรูปร่างเลย ฝรั่งเขาไม่มอง เขาไม่แคร์ แล้วรู้สึกว่าหายใจได้ ไม่ต้องมาถูกวิจารณ์ แล้วก็กลับมาไทยช่วงโควิด แล้วก็โดนใหม่ คุณสวยนะแต่คุณก็อ้วนนิดหนึ่งนะ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วย แล้วกลับมาคิดถึงคุณยายด้วย ก็เลยลองประกวด Miss Universe Thailand ดู มาดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าจะไปจะไปด้วยจุดประสงค์ เพราะว่าไม่อยากให้เด็กผู้หญิงหรือไม่อยากให้ใครมองทีวีแล้วไม่เห็นตัวเองในคนนั้น พวกเขามีตัวตนให้เห็นน้อยมาก ก็เลยบอกว่าถ้าจะไปจะไปเรื่องแคมเปญนี้ เรื่อง Real Size Beauty ที่หนูสร้างมา มันมาเพราะว่าเราอยากเป็นกระบอกเสียงให้เรื่องนี้ แล้วเวทีนางงามมันคือเวทีที่สามารถเป็นกระบอกเสียงนั้นได้ บวกกับความฝันคุณยายที่อยากให้หลานสาวได้ทำก็เลยลองไปดู

ที่ไทยมีมาตรฐานที่ไม่เหมือนกัน ?

แอนชิลี : แต่หนูเข้าใจนะเพราะว่าคนไทยโดยธรรมชาติโครงจะเล็กกว่าอยู่แล้ว เราเองก็ต้องปรับต้องเข้าใจว่ามันแค่ไม่ใช่เรื่องปกติ ผู้หญิงทุกคนแค่ต้องการได้การยอมรับ

ตอนที่ตัดสินใจประกวดต้องดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมไหม ?

แอนชิลี : ดูค่ะแต่ว่าดูแลแบบผิด มันกลายเป็นว่าเรารู้ว่าเราตัวใหญ่กว่า แต่เราต้องเป็นตัวใหญ่กว่าที่คนยังสามารถยอมรับได้ ก็แปลว่ายังไงมันก็ต้องลด แล้วมันไปในทางที่ไม่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ คือออกกำลังกายแต่ออกกำลังกายเพื่อทำโทษตัวเอง เพราะว่าเรากินเยอะไป หรือว่าจะเลือกที่จะไม่กินเลย ยิ่งโตมายิ่งเข้าใจว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นนะ มันไม่ควรเป็นอย่างนั้นนะ โดยเฉพาะผู้หญิง ถ้าคุณตัวเล็กไปหรือว่าไม่ได้มีไขมันสะสมอยู่ในบางจุด มันมีผลกระทบต่อร่างกายเราจริง ๆ การเตรียมตัวมันก็ต้องออกกำลังกายแล้วทำความเข้าใจกับสิ่งนี้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็สะสมไขมันคนละจุด เวลาเรามองทีวีแล้วเราเห็นคนนี้สวยมากเลย ทำไมเขาไม่มีตรงนี้ ๆ แล้วเรามี ทำไมมันไม่ไป มันก็ต้องเรียนรู้ใหม่ และต้องเลิกความเคยชินเดิม ๆ อีกเยอะ

ชีวิตเปลี่ยนไปหลังจากที่แบบประกวดเสร็จ ?

แอนชิลี : เปลี่ยนนะ มันทำให้เข้มแข็งขึ้น บางทีก็จะดูเพี้ยน ๆ หน่อย มันทำให้เราโต เวลาเราเข้ามาในจุดสาธารณะแล้วมันต้องเจออะไรที่เราไม่เคยเจอมาก่อน มันไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากเราต้องโตขึ้น เราต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น เราต้องเก่งขึ้น เมื่อคุณไม่มีทางเลือกคุณก็ต้องทำมัน

ชอบชีวิตตัวเองในเวอร์ชันไหนมากที่สุด ?

แอนชิลี : แอนอายุ 27 ปีนี้ โตพอแล้วที่จะพอเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น พอรู้ว่าเราชอบอะไรเราไม่ชอบอะไร เราผ่านอะไรมาเยอะมากสำหรับคนในวัยนี้ มันประเมินค่าไม่ได้เลย คุณมีวุฒิภาวะเหมือนคนที่โตกว่านิดหนึ่งเลยนะ ตอนนี้คุณก็พอรู้ตัวตนคุณแล้ว แล้วก็ยิ่งเทรนด์ฟิตเนสเข้ามาสุขภาพเข้ามา แต่ทุกคนดูแลตัวเองมากขึ้น รวมถึงสุขภาพจิตด้วย ภูมิใจมากกับสิ่งที่เป็นทุกวันนี้ ตลอดเรื่องราวที่ผ่านมา

แอนมีเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าไม่กล้าที่จะปฏิเสธไหม ?

แอนชิลี : ปัญหาที่แอนมีมาตลอดคือความเห็นอกเห็นใจที่มากเกินไป จนมันทำร้ายตัวเอง สมมติมีคนเจออะไรแย่ ๆ แล้วมาบอกหนู หนูจะรู้สึกความรู้สึกนั้นเลย อันนี้กำลังฝึกอยู่เพราะว่าเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่คนที่เรารักสุขภาพจิตแย่ แล้วแอนดึงตัวเองเข้าไปในจุดนั้น แล้วมันยังหาเส้นแบ่งไม่ค่อยเก่ง

เราควรจะตามกระแสหรือว่าเราควรจะมีความเป็นตัวเอง ?

แอนชิลี : แอนเลือกความเป็นเอกลักษณ์ หนูคิดว่าเทรนด์มันก็สนุก มันก็ต้องยอมรับว่าบางทีเราก็อยากลองเล่น เราอยากลองทำ เข้าใจ แต่ในที่สุดจากทุกอย่างที่หนูได้ผ่านมารู้สึกว่าถ้าเราหาอะไรที่มันเป็นของเราและเหมาะกับเรา ยึดสิ่งนั้นไว้ เพราะความต่อเนื่องจะชนะทุกอย่าง มันไม่มีทางลัด โลกนี้หนูรู้สึกไม่มีทางลัดจริง ๆ ถ้าเราพูดถึงความยั่งยืน นั่นคือความเห็นของแอนค่ะ

ช่วงที่รู้สึกว่าผิวพังที่สุดเลยคือช่วงไหน ?

แอนชิลี : ช่วงประกวดเหมือนที่หนูเล่าให้ฟังว่านอนน้อย ไม่มีกิจวัตรประจำวันเลย แต่งหน้านางงามแบบเต็มที่ บล็อกตาคือตา ปากคือปาก จมูกคือจมูก ชัดหมดเลย เราเลือกกินไม่ได้ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าผิวมันพังเพราะว่าทุกอย่างในร่างกายเรามันไม่ได้พักผ่อน มันไม่สมดุล ผิวคือไปเลย ทุกอย่างมันมีผลกระทบต่อผิว

ดูแลตัวเองยังไงตอนนั้น ?

แอนชิลี : ดูแลสภาพจิตใจก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยมาที่ร่างกาย แล้วก็บำบัด แอนไปเข้ารับการบำบัดมา 3 รอบแล้ว มันต้องกลับมารักตัวเองเวลาทุกอย่างมันพัง แล้วเวลาผิวเราไม่ดีความมั่นใจเราหายไปหมดเลย คือทุกอย่างมันต้องกลับมาจุดที่เรารู้สึกไม่ไหวแล้ว เราต้องมารักตัวเองแล้ว การบำบัดเป็นสิ่งที่ช่วยได้จริง ๆ การห้อมล้อมไปด้วยครอบครัวที่เข้าใจกัน ช่วยได้จริง ๆ นะ แล้วมันค่อย ๆ ดีไปเรื่อย ๆ ทีละก้าวเล็ก ๆ ในทุกวัน ก็รู้สึกว่ามันช่วยเยอะ

มีเทคนิคอะไรที่อยากจะแชร์ไหม เรื่องการออกกำลังกาย การกิน แล้วก็การนอน ?

แอนชิลี : นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง คนที่ชอบกินโปรตีนเสริมแบบนี้ กินไปเถอะมันดี แต่ไม่มีดีกว่าการนอน เพราะว่าร่างกายเราต้องซ่อมแซมแล้วมันซ่อมแซมตอนเรานอน แต่โชคดีว่าเป็นคนที่ชอบกินอะไรที่มีประโยชน์อยู่แล้ว แม่ฝังไว้ตั้งแต่เด็ก แล้วถ้าเราเริ่มกินดีขึ้นมันก็จะมีผลกระทบ จะเห็นได้เลยว่ามือแอนสีเหลือง นี่คือหลักฐานเลยว่าเรากินอะไรมันก็จะออกมา (หัวเราะ)

เทคนิคการดูแลผิวมีเคล็ดลับอะไรไหม ?

แอนชิลี : ต้องหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเราจริง ๆ และแอนเป็นคนที่จะเรื่องมากนิดหนึ่ง เรื่องสิ่งที่จะต้องใช้บนผิว เพราะมันเคยผ่านไปจุดที่ผิวมันพังและไม่อยากจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว แอนจะเลือกสิ่งที่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ ดูที่ส่วนผสม และอะไรที่น่าเชื่อถือ แต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ก็ต้องมาโฟกัสนิดหนึ่งเรื่องริ้วรอย

ไม่ค่อยแต่งหน้าและส่วนใหญ่จะเห็นหน้าสด เวลาเจอแฟนคลับแล้วเขาทักอะไรไหม ?

แอนชิลี : ไม่ค่อยนะเพราะว่ามันคือสิ่งที่เราทำอยู่แล้วจนเขาชิน เวลาเรามั่นใจในผิวของเรา ว่าผิวสุขภาพดี มันได้มันชุ่มชื้นหรืออะไรก็ตาม มันก็แค่นั้น แล้วอยากให้เขาเห็นด้วยนะ อยากให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเห็นโลกของความจริงว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ต่อให้มีริ้วรอยบนใบหน้า มันก็ยังสวยมากอยู่ดีในแบบของคุณ มันไม่ผิดเลยถ้าอยากจะแก้สิ่งนี้ ทำไปเลย แต่แอนว่ามันสำคัญมากที่จะทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะถ้าคุณมีคนติดตามเยอะ เมื่อเด็ก ๆ มาดูคุณ คุณอยากให้พวกเขามาเห็นบางสิ่งมากกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอก และนั่นเป็นเหตุผลที่สำคัญมากที่แอนทำไป จะลงวีดีโอหน้าเห่ออะไรอย่างนี้ เพราะว่าแอนคิดว่ามันมีผลต่อเด็กที่ดู

Beauty Longevity มีความหมายยังไงกับแอนบ้าง ?

แอนชิลี : การดูแลตัวเอง ภายนอกแล้วกันที่ยั่งยืน ที่สม่ำเสมอและที่มันจะอยู่กับเราได้ตลอด มันไม่ได้ตามเทรนด์ คือหาอะไรที่เวิร์คกับเราจริง ๆ แล้ว แล้วก็ยึดสิ่งนั้นเอาไว้ เพราะอย่างที่แอนบอก ความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ

มีอะไรอยากจะฝากถึงน้อง ๆ หรือใครที่อยู่ในวัยนี้ไหม ?

แอนชิลี : ตัวตนของคุณและสิ่งที่คุณมอบให้ มันมากกว่าแค่หน้าตา มากกว่าแค่รูปร่าง และแอนรู้ว่ามันยากแต่เพื่อไม่ให้เราติดกับดักของ Beauty Standards สิ่งที่ทำให้คุณมีเอกลักษณ์จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดที่อยู่ในตัวคุณ เรียนรู้ที่จะเชื่อในตัวเอง เรียนรู้ที่จะเชื่อในความรู้สึกข้างใน เพราะว่าเวลาทั้งหมดมันจะคอยบอกอะไรบางอย่างกับคุณ และดูแลสุขภาพ มั่นใจในสิ่งที่คุณเป็น ไม่ว่าจะรูปร่างแบบไหน แต่สุขภาพมันคือเรื่องที่คุณต้องดูแล อย่าไปฟังเสียงวิจารณ์

สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง

สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง

สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.44 น.

9 มีนาคม 2569 สร้างความฮือฮาให้กับวงการแฟชั่นอีกครั้ง เมื่อ “ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก” นักแสดงสาวระดับอินเตอร์ ปรากฏตัวอย่างสง่างามในงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ดัง Vivienne Westwood โดยนั่งฟรอนต์โรว์ติดขอบรันเวย์ เคียงข้างเหล่าคนดังและแขกคนสำคัญของวงการแฟชั่นระดับโลก

การปรากฏตัวของปู ไปรยา ในครั้งนี้มาในลุคเดรสซีทรูสีขาวลายดอกไม้ที่เผยความหรูหราและความเซ็กซี่อย่างมีระดับ ดีไซน์สะท้อนกลิ่นอายแฟชั่นยุโรปได้อย่างลงตัว เสริมให้ลุคของเธอโดดเด่นและสะกดทุกสายตาของสื่อแฟชั่นและผู้ร่วมงาน

นอกจากนี้ นักแสดงสาวยังได้มีโอกาสถ่ายภาพร่วมกับหนึ่งในดีไซเนอร์คนสำคัญของแบรนด์ Vivienne Westwood ผู้สืบทอดจิตวิญญาณของแบรนด์แฟชั่นระดับตำนาน ทำให้โมเมนต์ดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งภาพที่ได้รับความสนใจจากแฟนแฟชั่นทั่วโลก

ขอบคุณภาพจาก : @prayalundberg

เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.04 น.

9 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรงบนโลกออนไลน์ หลังชื่อของ นนนี่ ณัฐชา ชูมักเคอร์ นักแสดงสาวช่อง 8 พุ่งติดคำค้นยอดนิยมใน Google Trends ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเริ่มค้นหาประวัติและชีวิตส่วนตัวของเธออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องราวของสามีอย่าง แอ็คมี่ วรวัฒน์ นาคแนวดี ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงเวลาเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน

สำหรับ แอ็คมี่ วรวัฒน์ เป็นนักธุรกิจและนักลงทุนชื่อดังในวงการคริปโทเคอร์เรนซีของไทย มีฉายาในวงการว่า Acme Traderist โดยเขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการฟินเทค คริปโทเคอร์เรนซี และบล็อกเชนยุคแรก ๆ ของไทย ตั้งแต่ปี 2555 อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งเหรียญดิจิทัล ACT (ACET) รวมถึงองค์กร Traderist ที่มุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านการลงทุนแก่ผู้ที่สนใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ แอ็คมี่ยังเป็นนักร้องนำของวง DoubleDeep และเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ CEO ของบริษัท Bitnance โดยในช่วงหนึ่งเขาเคยสร้างกระแสฮือฮาในวงการคริปโท หลังประกาศแจก Bitcoin ให้กับนักลงทุนและผู้ติดตามทั่วโลกจำนวนมาก จนทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงการเทรดเดอร์ทั้งในและต่างประเทศ

ด้านการศึกษา แอ็คมี่ วรวัฒน์ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาการเงิน ประจำปี 2566 จาก European International University ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษานานาชาติในกรุงปารีส โดยมอบให้ในฐานะบุคคลที่มีบทบาทสำคัญด้านการเงิน การลงทุน และการสร้างเครือข่ายธุรกิจระดับโลก

ในด้านธุรกิจ แอ็คมี่ได้ร่วมลงทุนกับ TransEuro Group มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ในหลายอุตสาหกรรมของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะในเมือง ดูไบ ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ธุรกิจบริการ และฟินเทค อีกทั้งยังดำเนินธุรกิจบริษัทตัวแทนและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจใน UAE มานานกว่า 20 ปี โดยมีมูลค่าบริษัทสูงถึงประมาณ 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 735,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ แอ็คมี่ วรวัฒน์ เคยตกเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ หลังมีการเผยภาพถ่ายคู่กับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อปี 2567 ซึ่งสร้างความฮือฮาให้ทั้งในแวดวงการเมืองและธุรกิจ

ด้านชีวิตส่วนตัว แอ็คมี่ วรวัฒน์ เข้าพิธีแต่งงานกับ นนนี่ ณัฐชา อย่างยิ่งใหญ่ในเดือนธันวาคม 2566 หลังจากก่อนหน้านั้นได้ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท เนรมิตฉากเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางทะเลทรายที่ดูไบในธีมสวนดอกกุหลาบสีขาวสุดโรแมนติก

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2567 นนนี่ได้ให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิง โดยแอ็คมี่ได้ฉลองการต้อนรับลูกด้วยการโอนเหรียญดิจิทัล ACT ให้ลูกคนละ 7,777,777 ACT ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 15 ล้านบาท

ทั้งนี้ บนอินสตาแกรมส่วนตัวของแอ็คมี่ ซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 29,000 คน โพสต์ล่าสุดถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นภาพเช็กอินที่ Dubai Polo & Equestrian Club ในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ท่ามกลางความสนใจของชาวเน็ตที่ยังคงติดตามเรื่องราวของทั้งคู่ต่อเนื่องในขณะนี้

ภาพจาก : @acmetraderist

ดราม่าสนั่นโซเซียล ความหล่อขัดใจ Mister Universe Thailand ไม่สมมง

ดราม่าสนั่นโซเซียล ความหล่อขัดใจ Mister Universe Thailand  ไม่สมมง

ดราม่าสนั่นโซเซียล ความหล่อขัดใจ Mister Universe Thailand ไม่สมมง

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

กลายเป็นกระแสดราม่าสนั่นโซเซียล เนื่องด้วยความหล่อเป็นเหตุไม่สมมง เมื่อ อเล็กซ์ ณัติรุจณ์ ผู้ชนะเลิศ  Mister Universe Thailand  2025  ซึ่งจัดโดยบริษัท คาม(ไทยแลนด์) จำกัด กับผลการตัดสินที่เกิดไม่ถูกใจชาวเน็ต โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับหน้าตา ที่ถูกเผยแพร่ออกมาหลังได้รับตำแหน่งว่าไม่ตรงปก มีการล๊อคมงกันเกิดขึ้น  บ้างก็ถูกล้อเลียนในเชิงลบ  นำรูปมาเปรียบเทียบด้อยค่าให้เสื่อมเสีย

งานนี้ ‘ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า’ ได้สอบถามไปยังผู้บริหาร’บอสคะมะ ‘CEO บริษัท คาม (ไทยแลนด์) จำกัด เกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเจ้าตัวเล่าว่า ไม่มีการล๊อคมงแต่อย่างไร ผู้ได้รับตำแหน่ง อเล็กซ์ ณัติรุจณ์ มีคุณสมบัติครบถ้วน มีการเก็บคะแนนหลังบ้าน  มีกิจกรรมชาเลนจ์ยอดขายสูงสุด ตัวเค้าก็มาเป็นอันดับ 1  และได้รางวัลพิเศษ  เค้าจึงเหมาะสมทุกประการ  สำหรับรูปที่หลุดออกมาก็เป็นเพียงแค่มุมๆ เดียวเท่านั้น เพราะองค์รวมถือว่าดีเลยทีเดียว  ตอนนี้ทางด้าน ‘อเล็กซ์’ก็มีความรู้สึกนอยบ้างกับกระแสที่เกิดขึ้น แต่เค้าก็ต้องโฟกัส หน้าที่และภารกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น นั่นคือการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดในระดับนานาชาติ ก็มีการให้กำลังใจกันเค้าก็โอเคขึ้นเยอะ

สำหรับบรรดารองต่างๆ จะได้มีโอกาส ส่งออกไปประกวด ในเวที นานาชาติ พร้อมกับ โอกาส ร่วมทางด้าน แฟชั่น ใน ปารัส นิวยอร์ก มิลาน แฟชั่นวีตต่างๆ ร่วมถึงเป็น ทูตของสมาคมทูตของสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทย ในการผลักดัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เสื้อผ้า อาหารไทย สู่นานาประเทศ และ ยังเป็นร่วมในการช่วยเหลือสังคม ชาวบ้านใน เครือข่ายวิสหกิจชุมชน ตามศาสตร์พระราชา  เราได้นำสินค้าชุมชนมาจำหน่ายทำให้ พี่ๆน้องๆ ได้มีรายได้ ตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9  และเรายังร่วมงานกับ โครงการ 9 เสาหลักพิทักษ์แผ่นดิน ในการทำงานช่วยเหลือประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่คือ Mission ของ Mister Universe Thailand ครับ

ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน

ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน

ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

ห่างหายจากหน้าจอไปพักใหญ่ สำหรับนางเอกสาว “นนนี่ ณัฐชา ชูมักเคอร์” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ นนนี่ ณัฐชา เจกะ นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย–เยอรมัน ที่เคยฝากผลงานละครกับทาง ช่อง 8 ไว้หลายเรื่อง โดยล่าสุดแฟนๆ ต่างคิดถึงและอยากเห็นเธอกลับมามีผลงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง

สำหรับ นนนี่ ณัฐชา เกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ปัจจุบันอายุ 26 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ ภาคอินเตอร์ ที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

เส้นทางในวงการบันเทิงของเธอเริ่มต้นตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี หลังเข้าประกวดเวที Young Model 2012 และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จ จากนั้นจึงเริ่มมีผลงานในวงการ ทั้งละครและภาพยนตร์ ก่อนจะมาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 8

ตลอดเส้นทางการแสดง นนนี่ ณัฐชา มีผลงานละครหลายเรื่อง อาทิ Gossip Girl Thailand, หัวใจและไกปืน, เจ้าสาวของอานนท์, แม่ของแผ่นดิน ตอน ร้อยป่าไว้ด้วยรัก, Club Friday The Series, เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ, ร่านดอกงิ้ว และ เรือนชฎานาง ขณะที่ผลงานภาพยนตร์ก็มีเรื่อง มอญซ่อนผี

ด้านชีวิตส่วนตัว ปัจจุบัน นนนี่ ณัฐชา ใช้ชีวิตคู่กับ แอ็คมี่ วรวัฒน์ นาคแนวดี นักร้องนำวง DoubleDeep เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีการเงินและการลงทุน (Fintech) อยู่ในหลายประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งองค์กร Traderist มานานกว่า 10 ปี โดยทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานกว่า 4 ปี ก่อนที่ฝ่ายชายจะทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานระหว่างทริปท่องเที่ยวที่ดูไบ และเข้าพิธีวิวาห์เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2566

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

ปัจจุบันทั้งคู่มีทายาทฝาแฝดด้วยกัน 2 คน คือ ลูกชายชื่อ “น้อง Elite” (อีลีต) และลูกสาวชื่อ “น้อง Aurora” (ออโรร่า) โดยแฟนๆ ต่างรอลุ้นว่าในอนาคตนางเอกสาวจะหวนกลับมารับงานในวงการบันเทิงอีกครั้งหรือไม่ หลังทุ่มเวลาให้กับครอบครัวในช่วงที่ผ่านมา

ขอบคุณภาพจาก : @nutchajeka

ฮาลั่นสตู‘เจ๊ปอง’ ควงคู่ ‘มอลลี่’ ปะทะ Miss Motor show ประจำปี 2026 ใน ‘มัลลิกา SHOW'(ชมคลิป)

ฮาลั่นสตู‘เจ๊ปอง’ ควงคู่  ‘มอลลี่’ ปะทะ Miss Motor show ประจำปี 2026 ใน 'มัลลิกา SHOW'(ชมคลิป)

ฮาลั่นสตู‘เจ๊ปอง’ ควงคู่ ‘มอลลี่’ ปะทะ Miss Motor show ประจำปี 2026 ใน ‘มัลลิกา SHOW'(ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.

ปิดม่านลงอย่างสวยงามและสมศักดิ์ศรี สำหรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 6 ปีของเวทีเฟ้นหาสาวงามระดับตำนาน “Miss Motor Show 2026” โดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) งานนี้ “ใบปอ-วรัญญา หอมจันทึก” โชว์ปฏิภาณไหวพริบและออร่าพุ่ง คว้ามงกุฎอันทรงเกียรติไปครอง ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อค่ำคืนวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเช้านี้วันที่  9 มีนาคม 2569  Miss Motor show ประจำปี 2026  วรัญญา หอมจันทึก (ใบปอ) นำทีมรองชนะเลิศอันอันดับ 1 สิริประภา พรหมโยธา (มะปราง)รองชนะเลิศอันอันดับ 2   ลาภัสลดา ตาบประดับ (ลดา)รองชนะเลิศอันอันดับ 3   โซเฟียร์ สทอตต์ (โซเฟียร์)รองชนะเลิศอันอันดับ 4   เจนนิเฟอร์ พาร์คิน (เจนนี่)รองชนะเลิศอันอันดับ 5 ปภาดา ทำนา (มิ้นท์)

เข้าพบ ‘ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้าออนไลน์’ และร่วมเข้าพูดคุยในรายการ  มัลลิกา SHOW  ทางช่องยูทูป ‘แนวหน้าออนไลน์’ โดยมี อัญชะลี ไพรีรัก และ  มัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข เป็นพิธีกรร่วมพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้ง เชิญชวนประชาชน และผู้สนใจร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และยกระดับคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี

 ใครพลาดสามารถรับชมความสนุกนี้ในรายการ  มัลลิกา SHOW  ย้อนหลังทางช่องยูทูป ‘แนวหน้าออนไลน์’ 

เปิดโมเมนต์คู่รัก ‘มิว-ตุลย์’ ทริปล่องเรือทะเลหวานมาก เผยตื่นเต้นอยากแต่งชุดไทย

เปิดโมเมนต์คู่รัก ‘มิว-ตุลย์’ ทริปล่องเรือทะเลหวานมาก เผยตื่นเต้นอยากแต่งชุดไทย

เปิดโมเมนต์คู่รัก ‘มิว-ตุลย์’ ทริปล่องเรือทะเลหวานมาก เผยตื่นเต้นอยากแต่งชุดไทย

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.42 น.

เรียกเสียง ฮือฮา ….. ปนอิจฉากลางวงสัมภาษณ์จากทัพนักข่าวไปแบบเขินๆ สำหรับ  ตุลย์ ภากรณ์” ที่โดนแซวว่าช่วงนี้หวานฉ่ำกันมาก จากทริปล่องเรือสำราญสุดโรแมนติกของ 2 หนุ่ม ล่าสุดไปเจอตุลย์ในงานอีเวนท์ เลยขอใส่ใจความรักของทั้งคู่กันหน่อย แว่วมาว่ามีการแต่งเพลงสื่อรักฟีลซีรีส์ พร้อมอัปเดตเรื่องงานแต่งของทั้งสองกันหน่อย

หนุ่มตุลย์เล่าว่า ..  ครับ คือไปเที่ยวกันแล้วเหมือนเขาชอบทริปนั้นมากเพราะมันสบายเหมือนไปลงเรือแล้วก็เป็นเรือสำราญแล้วก็นอนอยู่แบบอาทิตย์นึงแล้วเขาก็บอก

ทุกเช้าที่ตื่นเขาแบบเปิดผ้าม่านมาแล้วมันมีแสงตกกระทบหน้าแล้วเขาก็นอนดูหน้าเราไปเรื่อยๆ  แล้วเราก็แบบ ขนาดนั้นเลยเหรอ

 ผมจะนอนแบบน่าเกลียด แต่เขาก็บอกว่า นี่แหละ คือรสชาติแห่งชีวิตมันไม่ต้องเพอร์เฟค แต่มันแบบมีความสุขอยู่กับสิ่งตรงหน้าเราพอแล้ว

เสียงแซวจากนักข่าว ขนลูกอ่า……

เคยตกรถไฟทริปนี้ด้วยกัน หรือว่าแบบฝนตกแล้วก็ไม่มีร่มสุดท้ายก็เหมือนในซีรีส์เลย เอาเสื้อมาคุมวิ่งกันสองคนเขาก็เหมือนแบบย้อนลับไปแล้วก็แบบโอ้โห ประทับใจ มันแบบกินใจ มันแบบอยู่ดีๆ มีคนมาเขียนเนื้อเพลง แล้วตอนแรกเขายังแทบไม่ได้บอกอะไรเลย แต่ว่าเราไปอ่านเนื้อแล้วเราจำได้ว่าเฮ้ยนี่มันเราที่เขาเคยพูดนี่

พอถามเรื่องถึงงานแต่งงาน “คือไม่เคยแต่งมันรู้สึกตื่นเต้นนะครับ แต่งรอบเดียวก็อยากให้มันปังๆ หน่อย ก็ยังไม่รู้เลยว่าชุดจะยังไง ใส่ชุดไทยดีไหม ก็อยากให้คนเห็นชุดไทยประเพณีวัฒนธรรมไทย หรือว่าใส่ธีมชุดญี่ปุ่น”

โมเมนต์ซึ้งๆ ของสองหนุ่ม จากงาน “Route Love Rhythm” Special B Day Fan Meet

โมเมนต์ซึ้งๆ ของสองหนุ่ม จากงาน “Route Love Rhythm” Special B Day Fan Meet

แม่ไม่ปลื้มสะใภ้ดารา’แม่เสี่ยโบ๊ท’เปิดใจไร้ปัญหาแม่ผัว-ลูกสะใภ้!เมื่อเจอ ‘พราวฟ้า’

แม่ไม่ปลื้มสะใภ้ดารา'แม่เสี่ยโบ๊ท'เปิดใจไร้ปัญหาแม่ผัว-ลูกสะใภ้!เมื่อเจอ 'พราวฟ้า'

แม่ไม่ปลื้มสะใภ้ดารา’แม่เสี่ยโบ๊ท’เปิดใจไร้ปัญหาแม่ผัว-ลูกสะใภ้!เมื่อเจอ ‘พราวฟ้า’

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

 “พราวฟ้า การัญชิดา” และ “เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช” วันนี้เปิดตัวลูกสาวสุดน่ารัก “น้องนช่า พลอยครินทร์” วัย 8 เดือน เปิดตัวครั้งแรก พร้อมควง “คุณแม่ภาวิณี” ที่ยอมรับว่าเห่อหลานสาวหนักมาก รับขวัญด้วยทอง 25 บาท พราวฟ้าเผยมีอาการซึมเศร้าหลังคลอดถึงขั้นกระทบชีวิตคู่ เล่าเหตุการณ์จับกิ๊กเสี่ยโบ๊ทได้คาโทรศัพท์ หลังโอนเงินให้หลักหมื่น ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31

คุณย่ามาด้วยวันนี้ นช่าดูสดใสมาก?

เสี่ยโบ๊ท : เข้ากับคนง่าย เจอคนแล้วแฮปปี้ เลี้ยงง่ายมาก 

 คุณย่าตื่นเต้นมั้ย มาให้สัมภาษณ์?

แม่ภาวิณี :   นิดหน่อย 

เสี่ยโบ๊ทแอบแซวว่าคุณย่าออกออกทีวี?

เสี่ยโบ๊ท : เขาชอบพี่เป็กกี้มากครับ 

แม่ภาวิณี : ตั้งแต่สมัยยังไม่ดังเลย สมัยก่อนเป็นเอฟซีเขา 

วันนี้ออกทีวี รู้สึกยังไง?

แม่ภาวิณี : บอกไม่ถูก เฉยๆ (หัวเราะ) 

พราวฟ้า : จริงๆ คุณยายอยากมาด้วย แอบงอนว่าทำไมไม่ได้มาด้วย 

ตั้งแต่นช่าอยู่ในท้อง ทุกคนก็ตั้งตารอ อยากได้ทอง 1 บาท ในแคมเปญทายชื่อนช่า สรุปมีคนโชคดีได้ทองมั้ย?

พราวฟ้า : ไม่มีใครทายถูกเลยค่ะ 

ไม่ค่อยมีใครใช้ชื่อนี้?

พราวฟ้า : ยังไม่ได้ยินว่าใครใช้ชื่อนี้ค่ะ

นช่า พลอยครินทร์ แปลว่าอะไร?

เสี่ยโบ๊ท : จริงๆ ชื่อนี้หลวงลุงสินตั้งให้ ตอนแรกเราตั้งกันเองแต่ดูเลอะเทอะ เพตรา ไปต่างประเทศ เลอะเทอะหมด ถ้าเราไม่มีคนกลางมาเคลียร์เรื่องนี้มันจะไม่จบ เลยให้หลวงลุงตั้งให้ หลวงลุงตั้งถูกใจเลย เพราะชื่อไม่เชย ชื่อจริงก็เพราะ

เลี้ยงง่ายมากไม่งอแงเลย?

เสี่ยโบ๊ท : เลี้ยงง่ายมาก ตั้งแต่ออกมาร้องอยู่สองอย่าง คือหิวกับง่วง ที่เหลือคือไม่งอแง 

ล่าสุดพาไปสนามมวย?

พราวฟ้า :   ถ้าเป็นเด็กคนอื่นต้องร้อง งอแงมากๆ เพราะไปอยู่ตั้งแต่ทุ่มนึง จนถึง 5 ทุ่ม มันเป็นช่วงเวลาที่น้องต้องนอนแล้ว แต่วันนั้นเขาสู้ชีวิตมาก เอ็นจอยกับแสงสีเสียง คือมันดังนะคะ ก็ชอบ คือเขามองโน่นมองนี่ มองไฟ 

คุณย่าเห่อนช่ากี่คะแนน?

พราวฟ้า : 110 เลยค่ะ คุณย่าจะมีเสียงเล็กเสียงน้อยตลอด 

แม่ภาวิณี : เวลาพูดเราไม่รู้ตัวว่าเล่นกับหลานแบบไหน 

พราวฟ้า :   จะถามว่าจำย่าได้หรือยัง 

รับขวัญด้วยทอง 25 บาท?

เสี่ยโบ๊ท : ปู่กับย่า ตอนนั้นทองยังไม่เยอะขนาดนี้

แม่ภาวิณี : สัญญากับพราวฟ้า ถ้าคลอดมาจะให้ 1 ล้านบาท แต่ปู่ปรึกษากันก็ให้เป็นทองดีกว่า ก็เลยให้ทอง กลายเป็นล้านกว่าบาท 

 ตอนนี้เป็น 2 ล้านบาท คุณพ่อเห่อขนาดไหน?

เสี่ยโบ๊ท :   ชอบมาก เรารอคอย สุดท้ายพอน้องออกมาก็ลุ้นตั้งแต่เดย์วัน ตั้งแต่ท้อง เส้นทางระหว่างนั้นก็ระมัดระวัง ก่อนคลอดก็ทะเลาะกันอีก จะผ่าหรือไม่ผ่า ทุกอย่างมันเครียด

วันที่จะคลอด นช่าเกิน 9 เดือน?

พราวฟ้า : 36 วีก 5 วันค่ะ 

พราวฟ้าอยากคลอดธรรมชาติ แม่ก็อยากให้คลอดธรรมชาติ แต่เสี่ยโบ๊ทบอกว่าไม่?

เสี่ยโบ๊ท : ผมกังวล ระหว่างนั้นนอนไม่หลับ เพราะเขามีอาการเจ็บหลอก เราก็รีบขับรถพาไปรพ. แต่ยังไม่ออก เราก็คิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เราไม่ไหวแล้ว 

พราวฟ้า : เขาไม่อยากตื่นเต้น 

เสี่ยโบ๊ท : มันตื่นเต้น คิดว่าถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ เราจะทำได้ดีขนาดไหน ก็เลยปรึกษาคุณหมอว่าผ่าดีมั้ย จะได้รู้วันเวลาที่แน่นอน เราไม่ต้องกังวลมาก พราวฟ้าก็อยากจะยื้อ จะคลอดเอง อยากทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด

โมเมนต์อีกคนอยากคลอดธรรมชาติ อีกคนปรึกษาหมอแล้วว่าผ่าได้มั้ย ก็มีปัญหาถกเถียงกัน มันแรงแค่ไหน?

พราวฟ้า : แรงเลยล่ะ ความรู้สึกหนูอยากทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด แต่ในมุมพี่โบ๊ทก็เข้าใจว่านึกถึงความปลอดภัยของน้องเป็นหลัก เพราะคุณหมอบอกว่าตอนนี้น้ำคล่ำเหลือเลขตัวเดียวแล้วนะ อาจทำให้น้องสำลักขี้เทาได้ น้องพร้อมคลอดแล้ว แต่เขายังไม่ลงมาตรงอุ้งเชิงกราน เขากลับหัวแล้ว แต่ยังไม่ลงมาเหมือนคลอดได้เองตามธรรมชาติ 

เสี่ยโบ๊ท : สุดท้ายตัดสินใจว่าคงต้องผ่าแล้ว เราอยากได้ฤกษ์ดี เวลาดีด้วย ผมก็เชื่อว่านช่าไม่อยากรอ เขาอยากออกแล้ว แต่อยากออกแบบผ่ามากกว่า 

พราวฟ้าร้องไห้เลย?

พราวฟ้า : ร้องเลยค่ะ เพราะเราคาดหวังมาตลอดอุ้มท้อง 9 เดือน ว่าเราต้องคลอดธรรมชาติให้ได้ 

แทบน้อยมากไม่มีใครอยากเบ่ง มันเจ็บ แต่เขามีความเป็นแม่สูงมาก คุณย่าว่าไง?

แม่ภาวิณี : แล้วแต่เขา ย่าก็ผ่านะ ตอนมีโบ๊ทย่าอายุ 38 แก่แล้ว ตอนมีลูกสาวอายุ 42 หมอสั่งให้ทำหมันเลย ผ่าทั้งสองคน

วินาทีแรกที่เห็นหน้าลูก?

พราวฟ้า : เราก็ตื้นตัน ในที่สุดสิ่งที่เรารอคอยก็มาถึงแล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว นี่เราเป็นแม่คนจริงๆ แล้วเหรอเนี่ย ฉันทำได้แล้วเหรอเนี่ย

เสี่ยโบ๊ท : ผมร้องคนแรกเลย ผมเห็นก่อนจังหวะหมอยกออกมา ผมก็น้ำตาไหลเลย 

จับมือภรรยาตอนผ่าคลอด เราหวิวมั้ย?

เสี่ยโบ๊ท : มันมีผ้าม่านกั้น เราอยู่ฝั่งหัวเตียง ไม่ให้เห็นจังหวะออกอะไร แต่ตอนเขายกขึ้นมา เราเห็นก่อน เราก็ร้องเลย ร้องด้วยความรู้สึกกลัว เพราะที่ผ่านมาอยู่ด้วยความกลัว กลัวเสียอีก กลัวไม่ได้อีก กลัวหลุดอีก แต่พอได้ปุ๊บก็รู้สึกว่ารอดแล้ว 

ตอนคลอดออกมาแล้ว 3 เดือนแรก ยากมาก มีอาการซึมเศร้าหลังคลอดหนักมากๆ?

พราวฟ้า : หนูว่าคุณแม่แรกคลอดน่าจะเป็นกันเยอะ สำหรับหนู รู้สึกว่าการปั๊มนมมันหวิว พอเริ่มหยิบเครื่องปั๊มนม ประมาณ 2 นาทีหนูจะรู้สึกเศร้า นมหนูมีเยอะค่ะ แต่เป็นความรู้สึกอยู่ดีๆ ก็วืดเองเลยค่ะ มันเศร้า แต่เวลาเข้าเต้ามีความสุขนะคะ แต่ไม่ชอบเวลาเอาเครื่องมาปั๊ม ก็เป็นประมาณ 2-3 เดือนแรก เรา 8 รอบต่อวัน 

ถ้าเสี่ยโบ๊ทไปทำงาน ไม่ได้อยู่ด้วย ยิ่งต้องปั๊มนมด้วยอาการจะยิ่งหนัก?

พราวฟ้า : ใช่ค่ะ เหมือนอยู่คนเดียวด้วย ไม่รู้จะพูดคุยกับใคร ไม่มีใครทำแทนเราได้ รู้นะว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำ แต่เราจะจัดการกับอารมณ์เรายังไงดี เพราะว่ามันเศร้า

เสี่ยโบ๊ทบอกว่าถ้าปั๊มแล้วเศร้าขนาดนี้ ก็ไม่ต้องปั๊มแล้ว?

พราวฟ้า : มีวันนึงที่พราวบ่นว่ามันเหนื่อย ความคาดหวังผู้หญิงตอนนั้น เวลาบ่นกับสามีเราอยากให้เขาปลอบเราว่าไม่เป็นไรนะ สู้ๆ เขาอยู่ช่วยตรงนี้ แต่วันนั้นเขาน่าจะเหนื่อยเหมือนกัน เขาน่าจะโมโห บอกว่างั้นไม่ต้องปั๊มแล้ว ลูกก็ไม่ต้องกินแล้ว มันเลยเศร้าหนักกว่าเดิมเลยทีนี้ (หัวเราะ)

จากเศร้าๆ จะเป็นหนังชีวิต คุณแม่รู้เรื่องเขาทะเลาะกันมั้ย?

แม่ภาวิณี : ไม่รู้ เขาไม่เล่า 

พราวฟ้า : ต่างคนต่างงอน เขาลงไปนอนชั้นล่างประมาณ 10 นาที เหมือนนอนไม่สบาย (หัวเราะ) ก็กลับมาเหมือนเดิม

เสี่ยโบ๊ท : ปวดหลัง เราก็เครียดเนอะ รู้ว่าเขาเหนื่อย แต่เราก็เหนื่อย เราก็ต้องตื่นพร้อมเขาทุก 3 ชม.เหมือนกัน ชีวิตก็เปลี่ยนหมดเลย เมื่อก่อนตื่นเที่ยง ตื่นสิบโมง หกโมงเช้าทุกวัน มา 3 เดือนเต็มๆ เราก็ต้องปรับเวลานอน ปรับตัวยังไม่ได้ แล้วคาดหวังอยากเป็นพ่อแม่ที่ดีที่สุด 

มีตื่นกลางคืนมั้ย?

เสี่ยโบ๊ท : กลางคืนนช่านอนกับพี่เลี้ยง เพราะถ้าปั๊มนมด้วยแล้วดูแลนช่าด้วยเขาไม่ไหวแน่นอน แต่เขาทุก 3 ชม.เป๊ะ เจ็บก็ต้องปั๊ม ทุก 3 ชม. เราก็ต้องรู้สึกตัวว่าเขาตื่นอีกแล้ว 

นอกจากทะเลาะกันเป็นครั้งคราว ภรรยาอารมณ์แปรปรวน เรารับมือยังไง?

เสี่ยโบ๊ท : จริงๆ ผมเหมือนซ้อมมาเรื่อยๆ แล้ว ตั้งแต่เขาปักเข็มแล้ว เริ่มฮอร์โมน เราเหมือนได้ซ้อม เพราะฮอร์โมนสวิงมาก นั่งๆ อยู่ก็ร้องไห้ ทุกวันนี้ไม่รู้จิตใครแข็งกว่ากัน เราต้องซ้อมตัวเองด้วย ต้องเข้าจังหวะให้ถูก แต่พอยื้อระยะนานไปเราก็เริ่มเหนื่อย แบตเราก็เริ่มอ่อน พอทะเลาะกันก็ต้องจับเข่าคุยกัน 

พราวฟ้า : หนูรู้แล้วพูดไปไม่เป็นผล ก็เลยจัดการกับความรู้สึกตัวเอง มันเป็นอะไรที่เราต้องทำ แค่นั้นค่ะ

เรื่องที่คิดว่าหนักสุดที่ต้องปรับ คือเรื่องอะไร?

เสี่ยโบ๊ท : เรื่องวางแผนอนาคตของครอบครัว 

คุณย่ารู้มั้ยคู่นี้ หลังจากนี้เขาจะประหยัดเพื่อลูกเลย?

แม่ภาวิณี : ไม่เชื่อ ใช้กันสะบัดเลยทั้งคู่ ไม่เชื่อเพราะเห็นพฤติกรรมเขา มรดกก็ยกให้หลาน (หัวเราะ) 

อะไรต้องประหยัด?

เสี่ยโบ๊ท : เมื่อก่อนสองคน กินเที่ยวก็เป็นเรื่องปกติ ใช้เงินซื้อของก็เป็นเรื่องที่เราอยากทำอะไรก็ทำ แต่ตอนนี้วางแผนแล้วว่าลูกกี่ขวบเข้าโรงเรียน ถ้าลูกอยากไปเมืองนอกทำยังไง ถ้าอนาคตต่อไป จะส่งเสริมเขาต่อไปแบบไหนให้ดีที่สุด 

ถามคุณย่า?

แม่ภาวิณี : เขาได้ไปเยอะแล้วค่ะ แต่งงานก็ทอง 100 บาท 

เดี๋ยวครบปีต้องมีทองอีก สัก 30 บาท เบิ้ลไปเรื่อยๆ ดีมั้ย?

แม่ภาวิณี : เป็นพวกใครกันแน่ (หัวเราะ) ไหนบอกอยู่ข้างย่า  

การเลี้ยงคนนึง ใช้เงินเยอะมั้ย?

แม่ภาวิณี : เยอะค่ะ สมัยก่อนคลอดที่สมิติเวช ดังที่สุด ตอนนั้นแม่อยู่ซอยทองหล่อ บ้านคุณพ่อคุณแม่ ไปคลอดที่นั่น คนแรกไปที่กรุงเทพฯ แล้วแท้ง มดลูกไม่ดี พอได้โบ๊ทต้องหาหมอที่โอเคตอนโบ๊ทคลอดมาก็ต้องเข้าตู้อบ หัวใจไม่ดี ใช้เงินเยอะมาก

เรื่องที่กวนใจมากๆ รับปากแล้วว่าจะไม่เกิดขึ้นในชีวิตเลย ได้ข่าวว่ามีสาวๆ ทักมาคุยด้วย มีอีกแล้วเหรอ?

เสี่ยโบ๊ท : ไม่ได้มีใครทักมาแล้ว ตอนนี้ผมบอกกับทุกคนไว้เลยนะ ทุกข้อความที่ทักผม พราวฟ้าเห็นหมด 

คุณทำการโอนเงินให้เขา 1 หมื่นทำไม?

พราวฟ้า : หลายบาท หลายครั้ง 

เสี่ยโบ๊ท : มาคุยแซ่บฯ ทีไร ผมเครียดทุกที (หัวเราะ) ที่ผมโอน คนนี้เป็นแฟนเก่าผม ผมยอมรับกับเขาตรงๆ เราเลิกกันตั้งแต่ผมอายุ 20 เขาลำบาก พ่อเขาป่วย แม่เขาไม่สบาย เขาขอความช่วยเหลือ เราก็ช่วยทีสองพัน ห้าพัน 

พราวฟ้า : สองพัน ห้าพัน แหม

เสี่ยโบ๊ท : แล้วบังเอิญเขามาเห็น พอดีน้องสาวเขาจะแต่งงาน เขาก็เชิญผมไป ผมก็จะไป แต่ด้วยความที่เราไม่ได้บอกเมียว่าจะไปงานแต่งน้องสาวแฟนเก่า บอกว่าเป็นงานแต่งเพื่อน เขาเลยสงสัย เพื่อนไม่มี แล้วจะไปงานแต่งใคร

พราวฟ้า :   แปลกไงคะ ปกติไปงานแต่งใครจะชวนพราวไปด้วย อันนี้บอกไปงานแต่งเพื่อน ซึ่งเพื่อนเขาไม่มีอยู่แล้ว 

เสี่ยโบ๊ท : เพื่อนน้อยดีกว่า

พราวฟ้า : เพื่อนไม่มี ไม่เคยเห็นเพื่อนเขาเลย ตั้งแต่ 7 ปีที่คบกันมา จะเป็นรุ่นพี่ รุ่นอะไร เราก็ตงิดมากเลย ขอดูโทรศัพท์ ดูไปดูมา คนนี้คุยเรื่องจะไปงานแต่งงาน โปรไฟล์เป็นผู้หญิง ก็คิดว่าไม่ใช่แล้ว ก็เลยถามความเป็นมาเป็นไป ก็สุดท้ายเป็นแฟนเก่านั่นแหละค่ะ ไม่รู้เขาลบหรือซ่อนก่อนหน้านั้นหรือเปล่า แต่เขาโอนหลายครั้ง แต่ไม่ได้นับว่าเท่าไหร่ค่ะ

เสี่ยโบ๊ท : โอนเรื่อยๆ ค่ะ

คุณย่าถ้าสามีทำแบบนี้ ทำยังไง?

แม่ภาวิณี : เป็นเรื่อง ไม่ได้เลยค่ะ เราอยู่เป็นคู่ครองกันแล้ว เราต้องมีจิตใจซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน เราก็จะว่าลูกค่ะ 

ลดช่องว่างระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้ ส่วนใหญ่แม่ผัวเข้าข้างลูกชายไว้ก่อน แต่คุณย่าน่ารักมาก คุณปู่เจ้าชู้มั้ย?

แม่ภาวิณี : ไม่ค่ะ ตอนท้องโบ๊ทเขามีแว็บ แต่จับได้ ก็จ้างนักสืบ (หัวเราะ) สมัยก่อนจ้างนักสืบ 8 พัน เขารู้หมดเลย ผู้หญิงคนนี้อยู่ที่ไหน แม่ก็โทรหาผู้หญิง ชื่อบี จำแม่นมากเลย ก็บอกว่าขอพูดกับภรรยาเสี่ยเน้าหน่อย เขาก็ตกใจ แต่คนพูดเหมือนกะเทย พอพูดปุ๊บเขาบอกไม่มี เขาเป็นแฟนของบี ก็จบไป แม่ก็มาพูดกับพ่อว่าถ้าเป็นแบบนี้แม่รับไม่ได้ ตอนนั้นเพิ่งคลอดโบ๊ท รับไม่ได้ให้เลิกไปเถอะ แม่เลี้ยงลูกแม่ได้ เขาบอกเขาจะไปได้ไง ลูกเขาน่ารัก ฝ่ายสามี พวกคุณลุงเขา ก็มารับไปทานข้าว ตอนนั้นทานไม่ได้เลย มันเครียดมาก กว่าจะทำใจได้เป็นปี ตอนหลังเขาก็เลยไม่มีปัญหาอีกเลย 

พราวฟ้าไม่ได้จ้างนักสืบ แต่ใช้วิธีดูจีพีเอส จากไฟล์ มาย ไอโฟนคุณย่าตั้งเอาไว้เลยว่าไม่อยากมีลูกสะใภ้ดารา จริงมั้ย?

แม่ภาวิณี : จริงค่ะ ตอนแรกโบ๊ทรู้จักพราวฟ้าไม่ถึง 2 เดือนเลย อยู่ๆ กลับมาบ้าน บอกคนนี้หวังแต่ง แม่ของขึ้นเลย อะไร เพิ่งรู้จักเขาแป๊บเดียว ศึกษาดูใจกันก่อน แล้วเป็นดาราเราก็เป็นห่วงลูก พักนึงโบ๊ทก็เริ่มเครียด พี่สาวแม่ก็บอกว่าไม่อยากมีหลานเหรอ ลูกรักใครเราก็ต้องรักตามนั้น โบ๊ทก็เลยเริ่มพาเข้ามาที่บ้าน เด็กคนนี้เป็นคนตรงเหมือนแม่ ไม่น่าเป็นไปได้ คนเราต้องแอ๊บใช่มั้ย แต่นี่มาครั้งแรก ไม่แอ๊บเลย 

แม่เคยเจอแอ๊บๆ เหรอ?

แม่ภาวิณี : เจอค่ะ มีครั้งนึงตามมาจากออสเตรเลียตอนเขากลับมา

เสี่ยโบ๊ท :   ไม่ต้องเล่าก็ได้ครับแม่ อดีตจบไปแล้ว พูดถึงปัจจุบัน (หัวเราะ) กลับไปเดี๋ยวคุยกันยาวอีก

 คุณย่าเปิดใจให้พราวฟ้าเพราะความตรง?

แม่ภาวิณี : ความตรง นิสัยเหมือนกันเลย ธรรมดาเข้ามาต้องพูดเอาดีใส่ตัว แต่นี่ถามอะไรเขาพูดตรงหมดเลย น่าจะเป็นวันนั้นแหละที่แม่ยอมรับพราวฟ้า 

เจอครั้งแรกก็ประทับใจเลย พราวฟ้าล่ะตอนเสี่ยโบ๊ทบอกว่าจะพาไปเจอคุณแม่ ตื่นเต้นมั้ย?

พราวฟ้า : ตื่นเต้นนะคะ เขาบอกไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนไปเจอคุณพ่อคุณแม่เลย เราเป็นคนแรก 

แม่ภาวิณี : ไม่เคยพาคนไหนมาเลย แต่มีคนนเดียวที่มาที่บ้าน 

เสี่ยโบ๊ท : ขยันพูด คิวเขาแล้ว (หัวเราะ)  

แม่ภาวิณี : ตอนนั้นลูกสาวยังเล็กอยู่ ได้ยินเสียงลูกสาวลงมาก่อน เสียงผู้หญิงฟ้องเรื่องโบ๊ท วันนั้นโบ๊ทไม่อยู่ เขามาเอง สืบจนรู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน อายุมากกว่าโบ๊ทด้วย 

เวลาไปออสเตรเลียเช็กดีๆ นะ พอเจอคุณย่าครั้งแรก คณพราวฟ้าเป็นยังไง?

พราวฟ้า : จริงๆ มีความกังวลค่ะ เรายังไม่เคยเจอ เป็นครั้งแรก แต่คุณแม่น่ารัก ก็คุยกันอยู่นะคะ ตอนนั้น (หัวเราะ) พราวรู้กิตติศัพท์มาก่อนอยู่แล้วว่าคุณแม่เป็นคนหวงลูกชายมาก แล้วก่อนหน้านี้คบกันแล้ว แต่ก็เจอพี่โบ๊ทอาทิตย์ละวันสองวันเท่านั้นเพราะคุณแม่หวง โทรตามตลอดให้กลับบ้าน แต่พอเจอกันคุณแม่น่ารักค่ะ คุณพ่อก็น่ารัก

แม่ถูกรางวัลทุกงวด?

แม่ภาวิณี : คนเราจะถูกทุกงวดเป็นไปไม่ได้ แต่ถูกบ่อยเท่านั้นเอง อยู่ๆ ก็คิดมาเอง มีครั้งนึงไปไหว้หลวงปู่สุข คุณอาประทับทรง วันนั้นไปไหว้ท่านที่วัด กลับมาอีกสองวันหวยออก เรื่องจริงเลยนะ ล้างหน้าตรงหน้าผาก เห็น 7 กับ 2 เรามั่นใจมาก 72 ต้องมาแน่ แต่เราก็คิดว่า 77 ต้องมาด้วย งวดนั้นก็ออก 77 ก็รอดไป 

เสี่ยโบ๊ท : ถ้าคนไม่มีประสบการณ์จะคิดแบบนี้ไม่ได้ 

อย่าใช้คำว่ามีประสบการณ์ เซียนค่ะ ย่ามีหมอดูเด็ดมาก แม้กระทั่งของพราวฟ้าหาย โทรหาหมอดู ชี้จุดเจอเลย?

แม่ภาวิณี : แม่เป็นคนขี้ลืม วางอะไรเลอะเทอะ พอโทรไปเขาจะหาจนเจอ แม่มีลูกกรอกแมว สมัยก่อนเป็นรกเขาเอามาให้แม่ แม่ไม่เอา อยู่ๆ เขาคลอดมาใหม่ ทั้งตัวเลยสีขาว แม่บ้านคนลาวเขาสอนให้ทำความสะอาด แล้วยกมือไหว้ เอาผ้าห่อไว้ เขาบอกจะให้โชค 

มีแพลนจะมีคนต่อไปเมื่อไหร่?

เสี่ยโบ๊ท : ผมอยากมีครับ แต่ให้เขาพักนิดนึง

พราวฟ้าพร้อมเมื่อไหร่?

พราวฟ้า : อาจจะยังค่ะ (หัวเราะ)

 อยากมีกี่คน?

เสี่ยโบ๊ท : อยากได้ผู้ชายอีกคนครับ

 คุณย่าล่ะ?

แม่ภาวิณี : อยากให้มีหลายคน (หัวเราะ) ทองคำย่าพอมี 

‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา

‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา

‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.05 น.

สวยเก่งมากความสามารถนับเป็นความภูมิใจของครอบครัว ‘ทองเจือ’ และของคุณปู่  ภิญโญ ทองเจือ  เมื่อหลานสาวคนโต เซย่า -ณิชฎาทองเจือ รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ศิลปากร อินเตอร์สาขา Digital Communication Design (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยศิลปากร

โดยคุณปู่เขียนข้อความว่า ‘หลานสาวเรียบจบที่ ศิลปากรอินเตอร์ ได้รับพระราชทานปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งครับ’

สำหรับ เซย่า ทองเจือ หรือ ณิชฏา ทองเจือ เป็นลูกสาวคนโตของนักแสดงรุ่นใหญ่ พีท ทองเจือ และคุณแม่ “เจ็ง วิไลลักษณ์” มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยมีน้องสาว 1 คนคือ มิย่า ทองเจือ และน้องชาย 1 คือ โรเตอร์ ทองเจือ)  

‘ใบปอ วรัญญา’ Miss Motor show 2026 เชิญชวนร่วมงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

‘ใบปอ วรัญญา’ Miss Motor show 2026 เชิญชวนร่วมงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

‘ใบปอ วรัญญา’ Miss Motor show 2026 เชิญชวนร่วมงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.58 น.

Miss Motor show ประจำปี 2026  วรัญญา หอมจันทึก (ใบปอ) นำทีมรองชนะเลิศอันอันดับ 1 สิริประภา พรหมโยธา (มะปราง)รองชนะเลิศอันอันดับ 2   ลาภัสลดา ตาบประดับ (ลดา)รองชนะเลิศอันอันดับ 3   โซเฟียร์ สทอตต์ (โซเฟียร์)รองชนะเลิศอันอันดับ 4   เจนนิเฟอร์ พาร์คิน (เจนนี่)รองชนะเลิศอันอันดับ 5 ปภาดา ทำนา (มิ้นท์)

เข้าพบ ‘ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้าออนไลน์’ และร่วมเข้าพูดคุยในรายการ  มัลลิกา SHOW  ทางช่องยูทูป ‘แนวหน้าออนไลน์’ โดยมี อัญชะลี ไพรีรัก และ  มัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข เป็นพิธีกรร่วมพูดคุย  เชิญชวนประชาชน และผู้สนใจร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และยกระดับคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี