เรื่องเล่าที่มา แฟชั่นเสื้อผ้าฤดูหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 17 ต.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/747642

ถ้าปี 2016 คือปีแห่งความวุ่นวาย ทั้งความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นผลโหวต Brexit ของสหราชอาณาจักรเพื่อออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรือสถานการณ์การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในยุโรป ทั้งกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และในสนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม นี่ยังไม่รวมความวุ่นวายจากการก่อการร้ายต่างๆ นานา ที่เวลานี้คืบคลานไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก ไม่เว้นแม้แต่ในทวีปเอเชียที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หรือล่าสุดกับระเบิดพลีชีพในสนามบินอิสตันบูล และก่อนหน้านี้ในกรุงอังการาของประเทศตุรกี นี่คือช่วงเวลาแห่งความยากลำบากของเศรษฐกิจโลกและสังคมโลกที่ครอบคลุมไปด้วยความปั่นป่วนอย่างแท้จริง ซึ่งความปั่นป่วนและความหวาดกลัวนี้ยังส่งอิทธิพลและสะท้อนให้เห็นผ่านเรื่องราวของเสื้อผ้าสุภาพบุรุษในฤดูกาลนี้อีกด้วยหากเราตีความเครื่องแต่งกายเป็นเพียงวัตถุสิ่งของเพื่อการสวมใส่ เชิ้ต แจ็กเกต และกางเกง ย่อมไม่มีความหมายอื่นใดซับซ้อนนอกจากเป็นเครื่องนุ่งห่มเพื่อสร้างความอบอุ่นและใช้ปกปิดร่างกายอันเปลือยเปล่า แต่หากตีความเสื้อผ้าด้วยมุมมองแบบงานศิลปะและปรัชญา เสื้อผ้าเหล่านี้จะเปรียบได้กับวัตถุชิ้นสำคัญที่นักออกแบบสร้างมาเพื่อปลอมประโลมใจพวกเราให้ผ่านพ้นคืนวันอันหม่นเศร้าของประวัติศาสตร์ ณ ห้วงเวลานี้ ด้วยเหตุนี้นักออกแบบจำนวนมากจึงต่างสร้างสรรค์ฮีโร่ในอุดมคติของพวกเขา ฮีโร่ที่จะมาทำหน้าที่พาพวกเราให้หลุดพ้นจากความสิ้นหวังโดยฮีโร่คนสำคัญคนแรกที่โลกแฟชั่นหยิบยื่นให้ คือภาพลักษณ์ของนักเดินเรือในประวัติศาสตร์ ซึ่งปรากฏชัดเจนในงานออกแบบของมิวเซีย พราด้า ที่ห้องเสื้อ Prada “นี่คือการเดินทางข้ามประวัติศาสตร์ มันคือจุดเชื่อมต่อของสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบันกับสิ่งที่ปรากฏในอดีต” มิสพราด้ากล่าวหลังโชว์พราด้าจบลงท่ามกลางเวทีซึ่งตกแต่งล้อมรอบไปด้วยอาคารไม้สไตล์จัตุรัสกลางเมืองของยุคล่าอาณานิคมในยุโรป เธอกำลังเล่าถึงภาพฝันที่มีฮีโร่เป็นนักเดินเรือในความคิดของเธอ เหล่ากะลาสีและนักสำรวจคือจุดเชื่อมต่อความรู้สึกแห่งความขมขื่นในช่วงการล่าอาณานิคม การค้าทาส และการกดขี่ข่มเหงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของยุโรป

ความกลัว ความรู้สึกไม่แน่นอน และความโกรธแค้นทั้งหมดนี้สำหรับพราด้าเปรียบได้กับความรู้สึกกลัวในสิ่งที่พวกเราต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ในปัจจุบัน มันคืองานออกแบบเสื้อที่ยกโลกทั้งสองฝั่งจากอดีตและปัจจุบันให้มาบรรจบกัน เพื่อย้ำเตือนไม่ให้เราหลงลืมบทเรียนที่ประวัติศาสตร์หยิบยื่นให้ “ถ้าคุณมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์แล้วเปรียบเทียบกับโลกในทุกวันนี้ คุณย่อมเห็นเรื่องราวที่แตกต่างแต่กลับคล้ายคลึงกัน” มิสพราด้ากล่าวย้ำ

แต่ความน่าสนใจของพราด้าไม่ได้มีเพียงการเรียงร้อยเรื่องราวของอดีตเข้ากับปัจจุบัน  เสื้อผ้าเหล่านั้นยังถูกทำให้ดูเก่า ทั้งการฟอกด่างหรือการเคลือบให้ดูเก่าคร่ำคร่าราวผ่านกาลเวลาหลายสิบปี สิ่งเหล่านี้คือการตีความเสื้อผ้าในรูปแบบใหม่ว่าเสื้อผ้านั้นเปรียบได้กับสมุดบันทึกแห่งความทรงจำ เพราะมนุษย์เรามักมีความทรงจำกับเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ เช่น เสื้อผ้าชุดแรกที่เราใส่ออกเดต แจ็กเกตตัวแรกที่เราใส่สมัครงาน หรือชุดแต่งงานที่พวกเราใส่ในคืนวันสำคัญ เสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนมีเรื่องราวของความทรงจำฝังอยู่ มันคือกระบวนการตีโจทย์ว่าเสื้อผ้าเป็นมากกว่าเครื่องนุ่งห่มเพื่อสร้างความอบอุ่นและปกปิดร่างกาย มันคือการเปรียบว่าเสื้อผ้าเป็นเหมือนสมุดบันทึกประวัติของตัวเรา

ความทรงจำและการเดินทางมาพบกันของประวัติศาสตร์หลายช่วงเวลาที่ถูกถ่ายทอดเป็นภาพของบุคคลยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านเสื้อผ้าเปื่อยยุ่ยผุพังจากธอม บราวน์ (Thom Browne) โดยโชว์ถูกจัดแสดงให้เหมือนการเดินทางย้อนเวลาสู่ความทรงจำในประวัติศาสตร์ นายแบบที่เดินเรียงรายมีใบหน้าขาวซีดดั่งภูติผีที่สิงสถิตอยู่ในชุดเสื้อผ้าเก่าเก็บจากหีบสมบัติ นี่คือภาพฮีโร่ที่ถูกหลงลืมในอดีตแล้วตามมาหลอกหลอนพวกเราในวันนี้ บ้างก็เป็นนักธุรกิจ บ้างเป็นนักเดินทาง บ้างเป็นผู้พิพากษา บ้างก็เป็นนักแสดง แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนล้วนมีเหมือนๆ กันคือ เรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่ถูกฝังผ่านอาภรณ์ซีดเซียวผุพังที่พวกเขาสวมใส่ แจ็กเกตผ้าวูลและโอเวอร์โค้ตผ้าทวีดถูกฉีกแล้วทอใหม่ บ้างถูกปั่นด้วยเครื่องจักรจนเปื่อยยุ่ยเหมือนข้าวของโบราณที่เราพบเห็นในพิพิธภัณฑ์

ความทรงจำและภาพฮีโร่ของอดีตจากส่วนต่างๆ ของช่วงเวลายังแสดงให้เห็นชัดเจนผ่านงานออกแบบของราฟ ซิมอนส์ (Raf Simons) เสื้อผ้าขนาดใหญ่ยักษ์ผิดรูปทรงพร้อมรายละเอียดเปื่อยยุ่ยและรอยขาด จึงเหมือนหลักฐานการปะติดปะต่อเรื่องราวของฮีโร่หลากหลายคนในประวัติศาสตร์ ทั้งผู้กำกับดัง เดวิด ลีนช์ (David Lynch) ศิลปินภาพถ่าย ซินดี้ เชอร์แมน (Cindy Sherman) หรือแม้แต่ปิศาจร้ายเฟรดดี้ ครูเกอร์ (Freddy Krueger) และนักออกแบบเสื้อคนดัง มาร์แตง มาร์เจียลา (Martin Margiela) ซิมอนส์เรียกคอลเลคชั่นล่าสุดของเขาว่า ‘Nightmares and Dreams’ โดยเขากล่าวถึงโลกของความฝันที่มีส่วนน่าสนใจสุด ซึ่งผูกติดกับความบิดเบี้ยวและความกลัว “ผมชอบที่จะสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม” เขากล่าว “แต่มันจะน่าสนใจมากขึ้นเมื่อสิ่งเหล่านั้นเริ่มผิดรูป หม่นหมอง และแปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นสิ่งผิดปกติ” เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นล่าสุดโดยซิมอนส์จึงกลายเป็นประสบการณ์หลอนของภาพฝันร้ายที่แตกออกเป็นส่วนๆ ก่อนที่เสื้อผ้าเหล่านั้นจะถูกนำมาปะติดปะต่อกันอีกครั้ง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้รับการนำมาใช้คู่ขนานไปพร้อมๆ กับธอม บราวน์ และพราด้า เสื้อผ้าของพวกเขาทั้งหมดจึงเปรียบได้กับสมุดไดอารี่ที่บันทึกเรื่องราวของโลกแห่งความจริงกับโลกแห่งความฝันของผู้สวมใส่

แต่นักออกแบบที่แปรเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นเสื้อผ้าของวัยทีนได้สำเร็จคงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากนักออกแบบดาวรุ่งคนล่าสุดนามอเลสซานโดร มิเคเล (Alessandro Michele) จากกุชชี่ (Gucci) นี่ถือเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชายคอลเลคชั่นที่ 3 ความน่าสนใจของคอลเลคชั่นนี้คือความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงภาพฝันของเด็กเนิร์ดแนวแฟนตาซีที่มิเคเลถนัด จนกลายเป็นเสื้อผ้าเท่ๆ ที่สามารถใส่ได้จริงบนท้องถนน ตัวการ์ตูนสนูปี้กลายเป็นพระเอกของโชว์ที่ช่วยแต่งแต้มความทะเล้นให้เสื้อผ้าลายละเอียดจัดๆ “คุณรู้ไหมสนูปี้ก็เหมือนนักปรัชญา” มิเคเลเล่าถึงที่มาของตัวละครเอก ก่อนเสริมว่า “มันถึงเวลาแล้วที่คุณจะสวมเสื้อผ้าเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนให้เป็นตัวของคุณเอง” นี่จึงเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่เปิดกว้างให้คุณระเบิดแยกชิ้นส่วน แล้วนำมันกลับมาประกอบเป็นรูปร่างเสียใหม่ เพื่อค้นหาตัวตนและสไตล์ที่แท้จริงของตัวคุณเอง

ในขณะที่ประวัติศาสตร์สร้างโลกแห่งความฝันให้แบรนด์ใหญ่ๆ หลายแบรนด์ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยังก่อให้เกิดงานออกแบบเสื้อผ้าที่ยึดโยงอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง ทั้งนี้สามารถเห็นได้ชัดผ่านเสื้อผ้าจากเบอร์เบอรี่ (Burberry) และหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) สำหรับเบอร์เบอรี่นั้นคือการหยิบยืมเสื้อผ้าวินเทจจากประวัติศาสตร์ของห้องเสื้อซึ่งเป็นเทรนช์โค้ตโบราณจากเหล่านักสะสมทั่วโลกเพื่อมาจัดแสดงบนรันเวย์ ก่อนใช้เทรนช์โค้ตโบราณเหล่านั้นเป็นต้นแบบเพื่อผลิตเทรนช์โค้ตฤดูกาลล่าสุดสำหรับการจัดจำหน่าย

เทรนช์โค้ตจากหลายช่วงเวลาในประวัติศาสตร์จึงเปรียบได้กับฮีโร่คนสำคัญจากอดีตที่เดินทางข้ามผ่านกาลเวลากลับมาผงาดร่างอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2016 “บางอย่างเก่า บางอย่างใหม่ บางอย่างก็หยิบยืมมา…” คือถ้อยคำบรรยายที่เขียนไว้ในกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ทุกคนได้รับ “มันคือการประกาศจุดยืนกับความรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น” คริสโตเฟอร์ เบลีย์ (Christopher Bailey) ประธานฝ่ายสร้างสรรค์และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแบรนด์กล่าวหลังโชว์จบ

เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้จึงรับอิทธิพลของแบบเสื้อและเทรนช์โค้ตในอดีต ซึ่งล้วนสง่างามในการออกแบบและเป็นเลิศในเรื่องประโยชน์ใช้สอย หนึ่งในเทรนช์โค้ตที่น่าประทับใจคือเทรนช์โค้ตเก่าแก่ที่ออกแบบในช่วงทศวรรษ 1930s ซึ่งภายในตัวโอเวอร์โค้ตมีการใช้ผ้าห่มวูลลายตารางเบอร์เบอรี่สุดคลาสสิกทำหน้าที่เป็นซับใน มันคือส่วนผสมอันสมบูรณ์แบบของแจ็กเกตกันฝนและโอเวอร์โค้ตเก็บความอบอุ่นที่แบรนด์ดังเคยหลงลืมและทำสูญหายไป แต่บัดนี้ความสมบูรณ์แบบเหล่านั้นได้เดินทางกลับมาในที่สุด

ด้าน หลุยส์ วิตตอง ก็ไม่น้อยหน้า ในฤดูกาลล่าสุด คิม โจนส์ (Kim Jones) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของหลุยส์ วิตตอง นำเสนอภาพของฮีโร่ในอุดมคติที่เป็นสุภาพบุรุษหลุยส์ วิตตอง พวกเขาคือนักเดินทางสุดชิคจากโลกเก่า ทั้งนี้โจนส์หยิบยืมแรงบันดาลใจจากสิ่งของที่วิตตองเคยสร้างในอดีต ทั้งหีบเสื้อผ้า กล่องเก็บเครื่องดื่มสำหรับการเดินทาง ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนไม้ รวมทั้งหนังที่สามารถพับเก็บได้ เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้จึงเกิดขึ้นเคียงคู่งานนิทรรศการย้อนรอยประวัติศาสตร์ของหลุยส์ วิตตอง ในกรุงปารีสที่ชื่อ ‘Volez, Voguez, Voyagez’

“มันคือปารีสในอดีตและปัจจุบันที่มาบรรจบกัน” โจนส์กำลังชี้ให้เราเห็นโลกในอดีตของวัฒนธรรมนักเดินทางชาวปารีเซียงชั้นสูงที่เชื่อมโยงผูกพันกับแบรนด์หลุยส์ วิตตอง อีกทั้งความเชื่อมโยงนี้ยังส่งผลมาถึงเสื้อผ้าแนวร่วมสมัยแบบนักเดินทางสุดเท่ที่สวมแจ็กเกตแขนกุด กางเกงทรงสอบ พร้อมกระเป๋าทรังก์ลายโมโนแกรมสีดำ ทั้งนี้ชื่อเรียกสั้นๆ ที่โจนส์ตั้งให้โชว์ในฤดูกาลล่าสุดคือ ‘Future Heritage’ หรือแปลได้ว่า ‘มรดกทางวัฒนธรรมของโลกอนาคต’

ฮีโร่คนถัดมาที่โลกแฟชั่นนำเสนอคือเหล่านักปฏิวัติ พังก์ดูจะเป็นฮีโร่เด่นของกลุ่มที่ดาหน้าประกาศอิสรภาพในหลายรันเวย์ แต่หนึ่งในผู้ชายสไตล์พังก์ที่โดดเด่นสุดกลับปรากฏที่ห้องเสื้อเก่าแก่นามลองแวง (Lanvin) หลังจากการประกาศลาออกอย่างกะทันหันของนักออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงคนดัง อัลแบร์ เอลบาซ (Alber Elbaz) เรื่องราวดราม่ามากมายก็พรั่งพรูออกมาทำลายชื่อเสียงลองแวงที่สั่งสมมานานนมหลายปี

การจัดแสดงแบบเสื้อคอลเลคชั่นผู้ชายคอลเลคชั่นแรกที่จะเป็นงานออกแบบและควบคุมชนิดร้อยเปอร์เซ็นต์โดยนักออกแบบสายเลือดดัตช์นามลูคัส ออสเซนดริจเวอร์ (Lucas Ossendrijver) จึงกลายเป็นหนึ่งไฮไลต์สำคัญของสัปดาห์แฟชั่นในกรุงปารีส ความน่าสนใจของภาพสุภาพบุรุษคนใหม่ของลองแวงโดยออสเซนดริจเวอร์ คือการสร้างภาพใหม่เอี่ยมอ่องแบบสุภาพบุรุษสุดดิบได้สำเร็จ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ผู้ชายลองแวงกลายเป็นผู้ชายเท่ๆ ที่น่าปรารถนาในที่สุด ต่างจากผู้ชายหวานๆ ในสมัยที่ยังมีเอลบาซ ซึ่งทั้งอ่อนโยน ทั้งนุ่มละมุน และผูกพันวนเวียนอยู่กับผ้าไหมและริบบิ้นตกแต่งเสื้อผ้า

อีกหนึ่งนักออกแบบที่นำเสนอภาพลักษณ์ของความเป็นขบถแบบเดียวกันกับลองแวง คืองานออกแบบของคริส แวน อาช (Kris Van Assche) จาก ดิออร์ ออม (Dior Homme) ภายใต้เสื้อผ้าสมบูรณ์แบบที่พวกเราเห็นแวบแรก แท้จริงกลับเต็มไปด้วยความผิดเพี้ยนและความเป็นขบถซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่ดิออร์เป็น กางเกงขากว้างปรากฏรอยเย็บทั่วตัวเหมือนตัวละครเอกแซลลี่จากภาพยนตร์แอนิเมชั่น The Nightmare Before Christmas หรือลุคสูทกางเกงหนังที่ให้ภาพตัวละคร Edward Scissorhands นี่คือภาพเสื้อผ้าแนวกูตูร์ตามแบบฉบับดิออร์ แต่ถูกปรับแต่งให้ดูขบถท่ามกลางฉากและแสงสีบนเวทีที่ตกแต่งแบบลานสเก็ต

แต่ฮีโร่ที่โดดเด่นสุดของฤดูกาลนี้ คือเหล่านักสู้ นักรบ และทหารกล้าที่ปรากฏโฉมมากมายหลากหลายแห่ง ทั้งนักรบจากห้วงอวกาศของเวอร์ซาเช่ (Versace) คาวบอยปืนโตจากโดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า (Dolce & Gabbana) นายพลแห่งโลกมินิมัลจากจิล แซนเดอร์ (Jil Sander) หรือราชนาวีพังก์จากอเล็กซานเดอร์ แมคควีน (Alexander McQueen) โดยนักรบที่น่าประทับใจที่สุดนั้นปรากฏตัวอยู่ที่โชว์ดรีส แวน โนเทน (Dries Van Noten) ในกรุงปารีส

นี่คือแฟชั่นโชว์ที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของกรุงปารีสในปีนี้ พาเหรดนายแบบในภาพของทหารกล้าท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของฉากแสนตระการตาในโรงละครโอเปร่ากลางกรุงปารีสจึงอัดแน่นไปด้วยเครื่องแต่งกายแบบนายพลที่มีพระเอกหลักเป็นโอเวอร์โค้ตตัวยาวปักประดับด้วยเลื่อมและดิ้นทอง ความน่าสนใจของเสื้อผ้ายังหมายรวมถึงลายพิมพ์ที่เป็นรูปแบบของงานศิลปะแนวไซเคเดลิก ซึ่งได้กราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอเมริกันจากทศวรรษ 1960s นามว่าเวส วิลสัน (Wes Wilson) มาออกแบบ แต่สิ่งมหัศจรรย์ที่ดรีส แวน โนเทน สร้างความประทับใจให้ผู้ชมในฤดูกาลนี้คือ การย้ำเตือนให้เรารู้ว่า ‘ชีวิตก็เหมือนละคร และทุกตัวละครล้วนมีบทบาทที่ต้องแสดง’

สิ่งนี้แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านแผนผังการจัดแสดงโชว์บนเวที โดยผู้ชม สื่อมวลชน และนักวิจารณ์ จะนั่งรวมอยู่บนเวทีโรงละครโอเปร่าซึ่งสามารถเปรียบได้กับ ‘ตัวประกอบหลัก’ ของเรื่องบนรันเวย์ พวกเขามีหน้าที่สื่อสาร ตีความ และเติมเต็มเรื่องราวในการแสดงนั้นๆ ให้สมบูรณ์แบบ ในขณะที่เหล่าช่างภาพซึ่งถูกแยกให้นั่งอยู่ด้านนอกของเวทีโรงละคร จึงเปรียบได้กับ ‘ผู้ดู’ ที่มีหน้าที่เฝ้ามองและบันทึกความทรงจำแห่งการแสดงนั้นๆ ผ่านเทคนิคการถ่ายภาพนิ่งและภาพวีดิโอเคลื่อนไหว

โชว์ของดรีส แวน โนเทน จึงเหมือนบทสรุปที่บอกให้เรารู้ว่า ภายใต้ช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก พวกเราทุกคนไม่ว่าจะเป็นส่วนเล็กหรือส่วนใหญ่ในสังคม ต่างล้วนมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนโลกที่เศร้าหมองหรือเลวร้ายให้กลับมายิ่งใหญ่และสดใสได้ด้วยสองมือของเราเอง

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

สุดยอดนางแบบ Kate Moss เปิด Modeling Agency

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 13 ต.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/742306

ในที่สุด Kate Moss ก็เปิด Modeling Agency เป็นของตัวเองเสียที หลังคว่ำหวอดในวงการนางแบบและวงการแฟชั่นมานานกว่า 3 ทศวรรษ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เธอก็เริ่มส่งสัญญาณว่าจะออกมาทำเอเจนซี่เองด้วยการออกจาก Storm Management เอเจนซี่แรกและเอเจนซี่เดียวที่เธออยู่มาตั้งแต่อายุ 14Kate Moss เผยกับ Business Of Fashion ว่า Modeling Agency ของเธอจะออกแนวผู้จัดการมากกว่า โดยเธอไม่ต้องการคนหน้าตาดี แต่ต้องการคนที่อยากร้องเพลง เต้น หรือแสดง ‘ฉันอยากสร้างดาวดวงใหม่’ พูดง่ายๆ ก็คือเอเจนซี่ของเธอนั้นจะเน้นไปที่คนที่มีความสามารถเป็นหลัก
Kate Moss ถูกค้นพบครั้งแรกที่สนามบิน JFK นิวยอร์กโดย Sarah Doukas ผู้ก่อตั้งเอเจนซี่ Storm Management ซึ่งหลังจากนั้นมาเธอก็ปรากฏบนปกโว้กในจำนวนที่มากกว่านางแบบในยุคเดียวกันหลายเท่า เธอมองว่าการออกมาทำเอเจนซี่เองครั้งนี้เหมือนเป็นการย้ายออกจากบ้านตอนวัยรุ่น ถึงเวลาแล้วที่เธอจะสยายปีกบินและใช้ชีวิตด้วยตนเอง

มาตามดูกันต่อไปว่า ดาวดวงแรกที่ Kate Moss จะปั้นนั้นคือใคร จะออกมาในลุคเดียวกับเธอหรือไม่

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

ตัวเลือกใหม่เพื่อผิวเนียนกระจ่างใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ต.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/751377

ฉลองเข้าสู่ปีที่ 4 ของผลิตภัณฑ์แบรนด์ ele (อีแอลอี) ซึ่งได้เสียงตอบรับจากหนุ่มสาวที่รักการดูแลผิวพรรณเป็นอย่างดี ผู้บริหารสาวเก่ง สุธาสินี ผกากรอง จึงถือเป็นฤกษ์ดีเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ 2 ผลิตภัณฑ์ “ele Mineral White Mask Plus” และ “ele CC Cream Ready Go SPF50 PA+++” โดยปรับแพ็กเกจใหม่ ทั้งตัวขวดบรรจุที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเนื้อครีมและคำนึงถึงการใช้งานจริงเป็นหลัก และรูปลักษณ์กล่องภายนอกที่ปรับให้ดูเติบโตมีระดับมากขึ้น เพื่อต้อนรับตลาดใหม่ๆในประเทศและในระดับสากล
ทีมผู้บริหาร อีแอลอี จากประเทศเกาหลี มาร่วมยินดีกับ สุธาสินี ผกากรอง.สำหรับ ele Mineral White Mask Plus เป็นมาส์กหน้าก่อนนอน ซึ่งจะช่วยดูแลผิวในขณะหลับ ให้ผิวดูกระจ่างใสและเรียบเนียน คงความชุ่มชื้น และ ele CC Cream Ready go SPF 50 PA+++ รอง พื้นเนื้อ cc ผสมสารป้องกันแสงแดด มีเนื้อครีมที่บางเบา ช่วยปกปิดริ้วรอย ผิวดูเรียบเนียน เป็นรองพื้นที่มีเนื้อครีม และฟังก์ชันที่เหมาะกับสภาพอากาศและผิวของคนเอเชีย จึงทำให้สาวๆ ออกนอกบ้านได้อย่างมั่นใจในทุกๆวัน นอกจาก ปรับรูปโฉมใหม่แล้ว ยังเพิ่มสติกเกอร์ QR Code โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศเกาหลี เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆของ ele เป็นของจริงหรือไม่ เพียงสแกนบาร์โค้ดผ่านแอพพลิเคชั่น Hidden Tag ก็สามารถตรวจสอบได้แล้ว เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับลูกค้า…สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์อีแอลอี ได้ที่ facebook.com/ele4u และ Instagram: @ele_ceo

ยุวเรต ศรุตานนท์-พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ 

ที่แรก! เปลือยลึก นุ๊กซี่ พริตตี้ฮอตหวานใจ ปู แบล็กเฮด (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ต.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/750531

เป็นความรักที่มีคนติดตามมากที่สุดคู่หนึ่ง หลังมีข่าวว่านักร้องรุ่นเก๋าที่ยังมีงานทัวร์คอนเสิร์ตอย่างสม่ำเสมอ อย่างปู แบล็กเฮด “อานนท์ สายแสงจันทร์” กุ๊กกิ๊กนุ๊กซี่-อัญพัชญ์ วัฒนาตันติรัตน์ พริตตี้สุดฮอตที่มีคนตามไอจีมากที่สุดในบรรดาพริตตี้ คือมีผู้ติดตามทะลุหลักล้าน มากกว่าดารานักแสดงหลายคน

ความสนใจพุ่งตรงไปที่สาวเซ็กซี่มากมาย แต่เธอยังไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหน เป็นความพิเศษที่ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้เปิดคอนโดฯ ล้วงลึกหัวใจ และไปทำความรู้จักตัวตนของ ‘นุ๊กซี่’ พริตตี้สาวสุดฮอตทุกๆ เรื่อง ที่ไม่เคยรู้

โดยเฉพาะเรื่องหัวใจที่ฟังแล้วซู่ซ่าๆ จั๊กจี้หัวใจแกมอิจฉา ในความรักที่อายุห่างกันถึง 18 ปี และความหวานน้ำตาลเรียกพี่

‘วันนี้คบกัน 6 เดือนแล้วเรียกแฟนได้เต็มปากไหม ได้นะ’

‘หนูอายุห่างกับพี่ปู 18 ปี พี่ปู 46 ปี ถามว่านี่คือแฟนที่แก่ที่สุดในชีวิตไหม (หัวเราะ) ก็มาก แต่พี่ปูยังถือว่าเป็นขวัญใจของทุกคนมากๆ ไม่ว่าจะยังไงพี่ปูก็ทำให้ทุกคนกรี๊ดได้ เราชอบในความเป็นตัวเขา ชอบหลายๆ อย่าง’

‘แรกๆ ที่เราคุยกันบอกตรงๆ เราแทบไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรจริงจังหรือเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะภาพนักร้องเขาดูเจ้าชู้ แต่พอสัมผัสจริงๆ เขาเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนและรักครอบครัวมาก ความรักครอบครัวทำให้รู้สึกว่าเป็นพื้นฐานของความจริงใจ เขาใส่ใจคนรอบข้าง ใส่ใจกระทั่งครอบครัว และการทำงานอย่างวงแบล็กเฮดหรือคนที่เกี่ยวข้องกับวง’

‘เราเจอกันครั้งแรก ในรายการไทยรัฐทีวี รายการลับลวงหลอก แค่ร่วมงานกันไม่ได้ปิ๊งอะไรกัน ถามว่ามีถูกเนื้อต้องตัวไหมตามคอนเซปต์เกมรายการ ไม่มีค่ะ วันนั้นโจทย์ที่ได้เป็นเกมกินกล้วยแล้วเขาต้องกินกล้วยจากปากเรา ซึ่งทุกคนได้กินกันแทบทั้งหมด ดังนั้น ไม่ใช่นุ๊กซี่ที่ได้กินกล้วยพี่ปูคนเดียว (หัวเราะเสียงดัง) เรากินกันเกือบหมดทุกคน’ ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์เปิดใจลึกและสนุกสุดๆ ที่แรก

พร้อมกับแฟชั่นเซตเซ็กซี่สุดสะเด่าเต็มพิกัด มาอุ่นเครื่องกันก่อนที่บทสัมภาษณ์ฉบับเต็มๆ จะออกมาเร็วๆ นี้ ที่นี่ที่แรกเช่นเคย 

อัญพัชญ์ วัฒนาตันติรัตน์

นุ๊กซี่

อ่านเพิ่ม : โป๊ะแตก! “ปู แบล็คเฮด” ฉายเดี่ยวเที่ยวทะเล แต่โลเคชั่นเดียวกับ “นุ๊กซี่”

ไม่เว่อร์ ! ง่ายเพียง 5 สเต็ปลดอาการบวมคล้ำ กระชับผิวสวยเปล่งปลั่ง !

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/742211

นอนดึกตื่นเช้าใช่ว่าจะดี นอกจากคุณจะรู้สึกนอนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนเพลีย สมองไม่แล่น มันยังส่งผลให้สภาพผิวหน้าของคุณแย่ลงไปด้วย ยิ่งคุณนอนดึกทุกวันติดต่อกันเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีเอฟเฟกต์กับผิวหน้ามากเท่านั้น บางคนอาจหน้าบวมใหญ่ ใต้ตาบวมคล้ำ ผิวขาดความชุ่มชื้น แถมยังหย่อนคล้อยไม่หายขาดสักที ว่าแล้ว ลองเช็กสภาพผิวหน้าของคุณตอนนี้สิว่า…พังหรือแย่ ?! ถ้าไม่ไหวจะเคลียร์ขาดการดูแลอย่างเห็นได้ชัด ไทยรัฐออนไลน์ ขอแนะนำให้ลอง 5 ขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้ รับรองว่าผิวหน้าของคุณจะกระชับกลับมาเป๊ะเว่อร์มากกว่าเดิม !
เช็กสภาพผิวหน้าตัวเองสักนิด !1. ทำให้หน้าสะอาดหมดจด


อย่าคิดว่าการนวดหน้าจะสามารถนวดตอนไหนก็ได้ เพราะหากคุณนวดทั้งๆ ที่ใบหน้ามัน-สกปรก เต็มไปด้วยฝุ่นละออง และสารเคมีตลอดวัน นั่นอาจเป็นการเพิ่มระดับแบคทีเรียให้กับใบหน้ามากกว่า โดยเฉพาะรูขุมขนกว้างที่เป็นแหล่งอุดตันสะสมชั้นยอด ฉะนั้นก่อนการนวดหน้าทุกครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดขั้นตอนแรก คือการเตรียมผิวหน้าให้สะอาด ไร้สารเคมี และความมันใดๆ อยู่บนใบหน้าทั้งสิ้น โดยคุณอาจจะล้างหน้า ชำระสิ่งสกปรกไปพร้อมๆ การอาบน้ำ ทำให้ใบหน้าสะอาด และรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด (หลังจากเจอสิ่งหนักๆ มาทั้งวัน)

อย่างไรก็ตาม คุณต้องมั่นใจด้วยนะว่าคุณล้างมือสะอาดมากพอ ก่อนเอามือไปล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าปกติ หรือล้างด้วยคลีนเซอร์ที่คุณใช้เป็นประจำ !

ล้างหน้าให้สะอาด (ก่อนการนวด) ทุกครั้ง2. ใช้มือค่อยๆ ตบเฉียงขึ้นด้วยแรงผ่อนหนักเบา

หลังจากล้างหน้าแล้วให้คุณพักหน้าไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วค่อยนวดหน้า ซึ่งมันมีอยู่ 2 ทริคด้วยกัน ที่จะช่วยดึงผิวหน้าที่เหนื่อยล้าให้กลับคืนมาสดใส เปล่งปลั่งขึ้นอีกครั้ง …

ทริคแรก : ใช้นิ้วมือของคุณค่อยๆ ตบเฉียงขึ้น โดยเริ่มต้นจากปลายคาง มันจะช่วยป้องกันการหย่อนคล้อย และรอยย่นบนใบหน้า จากนั้นพอมาถึงบริเวณรอบดวงตา ให้คุณกดเบาๆ โดยรอบ และกดเน้นน้ำหนักบนส่วนที่เซ็นซิทีฟน้อยที่สุด อย่างหน้าผาก, แก้ม และคางแทน

ทริคที่สอง : นอกจากนิ้วมือแล้ว การใช้ ‘มอยซ์เจอไรเซอร์’ หรือ ‘น้ำมัน’ ขณะนวด ที่มีส่วนประกอบอย่าง กรดอะมิโน หรือมีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ 100 %(ปราศจากสารสังเคราะห์) ยังทำให้ใบหน้าของคุณดูชุ่มชื้น เปล่งประกายสุขภาพผิวดีมากขึ้นด้วย เพราะมันจะซึมซับลงสู่ผิวหน้าทุกอณูอย่างล้ำลึก ที่สำคัญมันจะทำให้การนวดผ่อนคลายดีกว่าปกติอย่างไม่น่าเชื่อ

นวดหน้าด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์3. ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับบริเวณใต้ตา 


ไม่ว่าคุณจะใช้แค่ปลายนิ้วมือ หรือใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ก็ตามแต่ คุณควรเน้นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนให้มากๆ ส่วนที่บอบบางที่สุด อย่างเช่น รอบๆ ดวงตาคู่สวย คุณควรใช้ปลายนิ้วแตะนวดสัมผัสเบาๆ อย่างนุ่มนวลเสมอก่อนนอน โดยให้คุณนวดหมุนวนเป็นวงกลมรอบๆ ดวงตา มันจะช่วยคืนความสดใสให้ดวงตาคุณจนคุณสังเกตได้ ขจัดความหมองคล้ำใต้ตา และรอยบวมใต้ตาให้หายเป็นปลิดทิ้ง…แต่ระวังอย่าพยายามออกแรงมากเกินไป เพราะจะทำให้ดวงตาช้ำได้ง่ายนะเออ

4. ให้เวลากับการทำทรีทเมนท์หน้าสักนิด

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการลดอาการบวมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการบวมหน้า หรือใต้ตาบวม-หมองคล้ำ และกระชับสัดส่วนใบหน้าได้รูป คุณควรต้องมีเวลาให้การนวดหน้าประมาณ 5 นาที ใน 2 ครั้งต่อวัน หรือถ้าคุณชอบมากกว่าที่จะนวดเป็นเวลานานๆ จะได้รู้สึกผ่อนคลายเต็มที่(นวดไม่บ่อย) อย่างน้อยคุณต้องให้เวลานวดทรีทเมนท์กับมัน 30 นาที ประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่คุณรอคอยอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม !

ทรีทเมนท์ผิวบ้างอย่างน้อย 5-10 นาทีต่อครั้ง5. ใช้เครื่องมือปลุก/กระตุ้นผิวหน้า
บางครั้งแค่การใช้นิ้วมือนวดเบาๆ อย่างไม่เพียงพอ เราแนะนำให้คุณมีเครื่องมือเสริม อย่าง ‘ลูกกลิ้งนวดหน้า’ เป็นตัวช่วยให้รูปหน้าของคุณเชฟ-ยกกระชับขึ้นอีกทางหนึ่ง ซึ่งมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการนวดหน้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยวิธีใช้ง่ายๆ เพียงแค่นำมันกลิ้งลงไปบนใบหน้าของคุณ ไล่จากส่วนล่างปลายคางไปยังส่วนบน และหมุนวนช้าๆ บริเวณรอบดวงตา หรือถ้าคุณจะนำไปแช่เย็นก่อนนำมากลิ้งนวดก็ไม่ว่ากัน เพราะความเย็นนี้จะช่วยลดการอักเสบต่างๆ ที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนใบหน้า และยังมอบความสดใส ชุ่มชื้นเปล่งปลั่งเสมือนมีน้ำมาหล่อเลี้ยงในทุกๆ ส่วนของผิวหน้าด้วย

ปลุกพลังสร้างสรรค์แต่งสวย เท่ ไร้ขีดจำกัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/748291

ตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำทางด้านแฟชั่น อัจฉรา อัมพุช ผู้บริหารคนขยันแห่งพารากอนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เปิดคอลเลกชั่นใหม่ประจำฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว 2016 กับแคมเปญ Paragon Fashion Capital 2016 ภายใต้ คอนเซปต์ # paragonlimitless สื่อถึงความ ไร้ขีดจำกัด ทางด้านแฟชั่น เพียงก้าวเท้าเข้ามาในพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ก็สามารถสนุกสนานกับการแต่งตัวในแบบที่เป็นคุณเลือกได้อย่างเต็มที่ พร้อมไอเดียในการแต่งตัวสนุกสุดเหวี่ยง กับ The Limitless Space-A space where you can get an inspiration for your soul. ลุคบุ๊คส์ แบบใหม่ที่ไม่ได้มีหน้าตาเป็นเล่มๆ แต่กระโดดออกมาเป็นเหมือนงานศิลปะ ทำหน้าที่จัดแสดงไอเดียการแต่งตัว การมิกซ์แอนด์แมตช์ ในแบบฉบับ Genderless Style และสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นจิตวิญญาณในแบบที่คุณอยากจะเป็น

โดยคอนเซปต์ #paragonlimitless ได้รับแรงบันดาลใจจากกระแสที่กำลังเป็น ที่จับตามองของโลกแฟชั่น ที่มีแรงบันดาลใจในการแต่งตัว ซึ่งไร้กฎเกณฑ์ ไร้พรมแดน ไร้ขีดจำกัด หรือฝ่ากฎข้อบังคับเดิมๆ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ย่อมมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง กล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น ชื่นชอบที่จะทดลองทำสิ่งใหม่ๆ รวมไปถึงการแต่งตัวด้วยเช่นกัน เน้นในสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เลือก ใช้เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า รวมถึงเครื่องประดับต่างๆที่ซึ่งไม่มีเพศ หรือข้อบังคับมาใดเป็นขีดจำกัด

ทั้งนี้ Paragon Fashion Capital 2016 #paragonlimitless รวบรวมคอลเลกชั่น ล่าสุด Autumn/Winter 2016 กับ การแต่งตัวที่สนุกสนาน ไว้ที่พารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Flynow, Greyhound original, Joseph, MSGM, Realistic situation ฯลฯ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ระหว่างนี้ถึงวันที่ 31 ต.ค.

Eveandboy’s race to retail success

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/fashion/30333856

Eveandboy’s race to retail success

fashion December 14, 2017 01:00

By KUPLUTHAI PUNGKANON
THE NATION

From one store to 11 and counting, the cosmetics seller has left behind its humble beginnings

COSMETICS BRAND Eveandboy ended 2005 with a single retail outlet in northeastern Maha Sarakham province. Now it’s got 11 branches across the country, including a sizeable one at Siam Square in Bangkok, and two more are on the way.

Let’s have a round of applause for its founders, Hiran Tanmit, the “Boy” in Eveandboy and currently its managing director, and the “Eve” – his sister, Suthawal Trachu.

That’s what they got at a recent celebratory charity event in the capital. To show its appreciation for woman power, the multi-brand store invited all women to support their sisters through the social campaign “Eveandboy Pink Power” and raise funds to support female inmates of the Correctional Hospital Foundation.

Boy recalled growing up in their parents’ Isaan grocery store.

“I could see from the account sheets at my parents’ store that there was a big profit margin in the cosmetics category. I also observed the success of the multi-brand cosmetic stores in Europe, Japan, South Korea and Hong Kong and wanted to be part of that success,” he said.

“So we adopted this as our business model, and it didn’t matter to us if we started in our hometown instead of Bangkok. In fact, I’m very proud that we did it that way.”

The first shop opened in Maha Sarakham in 2005 and the next appeared in Khon Kaen, near the university, an attractive location bustling with young people. Each of the 12 branches today stocks more than 1,000 brands, some with mass appeal, others more exclusive.

Among the keys to success at Eveandboy are the pricing strategy – the goods are lower than market price – and the fact that celebrities who don’t have shops of their own sell their sponsored beauty products there.

And there’s no denying that customers love getting free samples and free trial periods.

Boy said he’d paid attention while attending Thammasat University and travelling overseas to how open young people were always open to “new things”.

“In 2012 we opened an Eveandboy in Siam Square Soi 1. There were challenges, but I was never afraid of losing out – I just felt ready to grow.”

Marketing is very different in fiercely competitive Bangkok than it is upcountry, he said.

“In Maha Sarakham and Khon Kaen I can sell at slightly cheaper prices and arrange special deals with the suppliers. We can lower the profit margin and still earn enough to survive.

“In Bangkok I’m now partnered with many famous international brands, and I ask them for samples or small gifts to give away in promotions. Since almost 80 per cent of our customers are women ages 18 to 34, we have to come up with promotions that are different from what you find in the department stores.”

The chain also carries products not normally found in department stores, such as Pretty by Flormar from Italy and Moon Shot from South Korea.

Actors Sopidnapa “Jeab” Chumpani, Panisara “Opal” Pimpru, Ratha “Yayaying” Phong- am, Tanyaret “Tanya” Engtrakul and Pakorn “Dome” Lum all sell their skincare items and diet supplements through Eveandboy.

“The social media are truly important to Eveandboy,” says Boy. “These actors and actresses don’t have their own shops and they might have only one or two products – not enough to fill a beauty counter at a department store. They sell their goods online, especially on Instagram and Facebook, as well as on our site, Eveandboy.com and we have a lot of followers. Plus, everyone on our staff is young, so they’re all engaged in the social media.”

He knows, though, that the social networks can represent a double-edged sword. WhenRetailers have suffered severe backlash when sales or distribution were mishandled and customer complaints echoed endlessly around the Internet. Consumer opinions often go viral, both positive and negative.

Boy, though, is ready to learn as he goes. He pointed out that the family grocery store was a classroom – he did everything, from stockboy and cashier to accounting, deliveries and even designing a brochure and carry-bags.

“At one time at the Eveandboy in Khon Kaen, there was only me and the manager, but we managed to get through it. So, to me, every obstacle is a challenge and I’ve come to understand all the problems the team might encounter. I think I can handle every situation and help them fix what’s needed. Every day I still like to go to the stores and do this and that – even decorate the shelves.”

While the 12th and 13th Eve- andboy outlets are planned and there will be further physical expansion, upcountry the focus for the next three to five years will be on e-commerce.

“Our strength is that we have an established brand and stores, so we have more credibility than cosmetics distributors that are only online,” Boy said. “Customers know they can trust us to sell them genuine products online and deliver them in good condition.”

Fishy gifts for the festive season

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/fashion/30333858

Fishy gifts for the festive season

fashion December 14, 2017 01:00

By The Nation

Celebrate the holiday season in exquisite style with Panpuri’s Gift Time treats.

This year’s motif, “Festive Currents” depicts the Siamese Fighting Fish. Affectionately referred to as the “Jewel of the Orient”, the Siamese fighting fish is native to central Thailand and can be found in canals and rice paddies. However, due to pollution, habitat loss and other environmental changes, it is listed as vulnerable so Panpuri is partnering with the Fighting Fish Gallery in Bangkok to raise money for preservation efforts. Part of the proceeds from the Gift set, which contains Siamese Water Body Cream Wash and Body Lotion will go to the Gallery.

Tartan for the holidays

Comme des Garcons continues its “Re/Tartan Re/Energy” holiday campaign with the release of playful Dr Seuss T-shirts based on the Christmas classic, ‘The Grinch’. The brand has also partnered with Novesta to release an exclusive collection of items water-hosed in the label’s favourite tartan red plaid. The focal piece is Novesta’s Star Master shoe in an unforgettable check print with black leather caps, which is sure to make finding your shoes post-holiday party a breeze. The convivial capsule also includes shirts, travel-ready trunks and purses.

 

Perfume gets a ‘Major’ workover

Issey Miyake marks the passage to 2018 with the launch of a new version of the famous L’Eau d’Issey fragrance. Called “L’Eau d’Issey Majeure”, the scent opens with notes of bergamot enhanced with resh grapefruit wrapped in a crisp and salty sea wine. Towards the base of the fragrance, woody accords are softened with velvety cashmere notes.

Lucscious locks

Perfect hair is another important factor in grooming and organic, skincare brand Thann, has now introduced Nano Shiso Hair Mask to revitalise tired locks. The mask helps to strengthen dry and frizzy hair and acts as anti-oxidant while nourishing it with concentrated Ceramide 3 extract, wheat protein, jojoba oil and rice bran oil. Also new is Advance Protective Hair Serum, which protects hair from heat and chemical substances in hair styling products.

A show that sparkles

Jubilee Diamond plays host from tomorrow to Sunday to “The World of Carat 2017” at Athenee Hotel Bangkok. The event features all colours and sizes of imported carat diamonds from Belgium at special prices along with more than 10,000 pieces of premium diamond jewellery. The highlight is a masterful necklace boasting 100 D Colour quality diamonds and Triple Excellent (3EX) cut that can be modified and worn in five different styles. The expo runs from 10am to 8pm on all three days.

Strictly ballroom

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/fashion/30333857

Strictly ballroom

fashion December 14, 2017 01:00

By THE NATION

Vatanika’s new resort 2018 collection was inspired by the designer’s memories of old style dancing

A BEAUTIFUL couple whose smooth and fluid movements on the dance floor are totally captivating inspired leading Thai designer Vatanika Patamasingh in the creation of her new resort 2018 collection.

“I have been surrounded by music and dance since I was young. Having seen my grandparents happily dancing together on the dance floor as if time was standing is still one of my favourite memories,” the designer tells XP.

Showcased recently at the luxury Park Hyatt hotel in downtown Bangkok, the Vatanika Resort 2018 collection reinterprets the brand’s signature looks, combining them with fascinating silhouettes that resemble the movements of a female body through strategically juxtaposed modern fabrics and materials, such as geometric mesh and neoprene. Silk satin, French lace and silk tassels serve to accentuate womanly curves while reinforcing the mix of modern and classic.

This collection also includes ready-to-wear looks that blend elegance with femininity, such as the black silk satin playsuit with a zipper slit and the casual flared trousers with a lace lining. Another highlight is the kimono duster that takes a new twist on conventional fabrics used for men’s trousers. With the striking contrast of an alluring feminine silhouette and masculine sleekness, this piece is another epitome of perfect contradiction.

The key colours in this Resort 2018 collection include black, white, champagne, scarlet and navy blue.

Say hello to the new Miu

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/fashion/30333687

Say hello to the new Miu

fashion December 11, 2017 15:00

By The Nation

Tomorrow (December 12) is the last day for fans of Miu Miu bags to see the pop-up “Miulady” installation at Siam Paragon.

 It’s a giant stack of handbags with short films screening inside.

The much-loved Miu Miu bag introduced for spring-summer 2015 has been revamped for this autumn and winter and renamed the Miulady.

Crafted in fine madras leather and soft calfskin, the bag comes in a playfully iconoclastic palette of pop-art shades. Its flap closure is decorated with an oversized brass belt buckle – part Baroque, part Western styling – and hand-embellished with gemstones in equally vibrant hues.

The Miulady is nothing if not eclectic, embodying the independent spirit of an audacious young lady, only too happy to wear apparently jarring colour and texture juxtapositions, not to mention her jewellery on her purse.

She is wild at heart, a free spirit who revels in the luxury of not caring, joyfully mixing vintage finds with more contemporary pieces found in all four corners of the globe.

Now, as always, as much attention is paid to style as to function, to history as to modernity. The respect for traditional craftsmanship and locating of precious materials, both of which are integral to Miu Miu, are in evidence, as so too is an uplifting sense of unbridled femininity that is equally fundamental to the brand.