เป่าปากดัง! เห็นยัง บลอสซั่ม สาวสองผู้เข้าประกวด The Face 3 ขาวสวยอึ๋ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/698029


หลังจากการ Audition The Face Thailand Season 3 กลางเดือนที่ผ่านมา ภาพน้อง ‘บลอสซั่ม’ ชนัญชิดา รุ่งเพชรรัตน์ ระหว่างรอประกาศผลว่าสาวแท้ สาวเทียมที่สวยงามไม่แพ้ใครจะเข้ารอบไทยรัฐออนไลน์สัมภาษณ์ที่แรกสั้นๆ เรียกน้ำย่อยพาไปชมแฟชั่นแซ่บๆ ของเธอ รับประกันว่าหลงรักอย่างแน่นอน สาวประเภทสอง ที่มีดีกรีรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง มิสทิฟฟานียูนิเวิร์ส 2013 เป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกแชร์กระจายกันสะเทือนเลือนลั่นมากมาย ด้วยความน่ารักเซ็กซี่ตามแบบฉบับพิมพ์นิยมที่หนุ่มๆ ไทยชื่นชอบขาว สวย หมวย อึ๋ม

ระหว่างรอประกาศผลว่าสาวแท้ สาวเทียมที่สวยงามไม่แพ้กัน ใครจะเข้ารอบ ไทยรัฐออนไลน์เรียกน้ำย่อยพาไปชมแฟชั่นแซ่บๆ ของเธอ รับประกันว่าหลงรักอย่างแน่นอน

**ทำความรู้จัก บลอสซั่ม**

ชื่อ-นามสกุล : ชนัญชิดา รุ่งเพชรรัตน์

นิกเนม : บลอสซั่ม ที่มาเมื่อก่อนชื่อบอส แต่มันดูแมนไปหน่อยจึงเปลี่ยนมาเป็น บลอสซั่ม

ส่วนสูง :  176 เซนติเมตร

สัดส่วน : 33-23-35

น้ำหนัก : 54 กิโลกรัม

การศึกษา : เกียรตินิยมอันดับสอง คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ความฝัน : อยากเป็นนักแสดง นางแบบ ชอบศาสตร์ทุกอย่างที่ต้องใช้ acting

สเปก : รักคนที่เขารักเรา ดีกับเรา และที่สำคัญ ต้องไม่เจ้าชู้ แค่นั้นก็พอแล้ว

ที่มาภาพ /IG :ladyblossom

 

4 ความเชื่อผิดๆ ที่รองพื้นทำหน้าพัง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 21 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685686


รองพื้นเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนชีวิตและผิวหน้าของเราไปตลอดกาล ส่วนแป้งเซตรองพื้นคือคู่หูคอมโบที่ผนวกกำลังให้คุณมีใบหน้าเนียนสวยใสดูสุขภาพดี แต่อุตส่าห์มีของดีอย่างนี้ทั้งทีสาวๆ จะใช้ผิดๆ ถูกๆ ได้ยังไง! มาดูกันว่า 4 ข้อนี้มีข้อไหนที่คุณทำพลาดบ้าง
1. ไม่รู้ความแตกต่างของแป้งแต่ละแบบ

สิ่งที่คุณควรจะทราบก็คือแป้งมีทั้งหมด 4 ชนิด อย่างแรกคือ แป้งแร่ธาตุ (Mineral powder) ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าไม่ควรใช้แป้งชนิดนี้ทับรองพื้น เพราะมันมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับรองพื้นที่ปกปิดระดับปานกลางอยู่แล้ว จึงมักทำให้หน้าหนาเกินไป ยกเว้นว่าคุณต้องการปกปิดแบบสุดๆ อย่างที่สองคือ แป้งฝุ่น (loose setting powder) แบ่งออกเป็นชนิดใส (translucent) ที่จะไม่เปลี่ยนสีของรองพื้นหรือปกปิดเพิ่มเติม และแป้งฝุ่นชนิดสี (colored) ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและสว่างขึ้น ชิ้นสุดท้ายคือ แป้งอัดแข็ง (Pressed powder) จะปกปิดมากกว่าแป้งฝุ่น เพราะมีตัวยึดเกาะ แค่กดบนใบหน้าเป็นจุดๆ ก็กลบรอยให้หน้าเนียนขึ้นได้

2. ใช้แป้งหนาเกินจำเป็น

ถ้าคุณเลือกชนิดที่เหมาะกับการใช้งานแล้ว คุณต้องแน่ใจว่าแป้งแบรนด์นั้นๆ ไม่หนักหน้าจนเกินไป ไม่อยากให้หน้าดูหนาเตอะ แป้งฝุ่นชนิดใสเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

3. ไม่เกลี่ยรองพื้นก่อนลงแป้ง

การเกลี่ยรองพื้นให้เนียบกริ๊บคือหนทางสู่การลงแป้งอย่างไร้ที่ติ คุณควรใช้แปรงเบลนรองพื้นให้กลืนเข้าผิว ไม่ใช่แค่โบ๊ะทับไว้ด้านบน ส่วนไหนหนาเกินให้เอากระดาษซับออกก่อนลงแป้ง เท่านี้ก็ไร้รอยแตกแล้ว

4. รอให้รองพื้นแห้งก่อนลงแป้ง

ข้อนี้สาวๆ ผิดกันเยอะ ไม่ต้องรออะไรทั้งนั้น! หลังลงรองพื้นเรียบร้อยลงแป้งต่อเลย อย่ารอให้แห้ง คุณควรกดแป้งลงบนผิวด้วยแปรงชนิดแบนหรือพัฟ เพื่อป้องกันไม่ให้รองพื้นหลุดหรือสร้างรอยยาวตามทิศที่คุณลาก การกดแป้งยังช่วยเซตรองพื้นให้อยู่ทั้งวัน

ทริกง่ายๆ อย่างนี้ อย่าลืมเก็บไปใช้และบอกต่อๆ กันด้วย!

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

เทคนิคสวมยีนส์ซีดๆ ให้ดูเท่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Playboy Thailand 19 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685032


เชื่อว่ากางเกงยีนส์ถือเป็นเครื่องแต่งกายที่บรรดาชายหนุ่มทั่วโลกจะต้องมีติดตู้เอาไว้ และแน่นอนว่า ย่อมจะมีทั้งกางเกงใหม่และกางเกงเก่าที่เริ่มซีดตามวันเวลาและความถี่ในการใช้งานหรือซักล้าง ในวันนี้เรานำเสนอวิธีของการนำกางเกงยีนส์สีซีดเหล่านี้มาใส่ด้วยวิธี Mix&Match ที่ลงตัวขึ้น
ใส่กับเสื้อสีขาว : เป็นสไตล์ที่สุดเรียบง่ายและคลาสสิก ไม่ว่าคุณจะแต่งตัวแบบนี้ใน พ.ศ. ไหน ก็จะดูดีเสมอ รองเท้าก็เลือกใส่ได้หลากหลาย ทั้งรองเท้าผ้าใบ และรองเท้าหนัง ควรเลือกใส่รองเท้าสีเข้ม หรือถ้าต้องการใส่รองเท้าสีขาว ควรใส่แจ็กเกตหรือเบลเซอร์สีเข้มด้วย เพื่อให้มีสีตัดกัน


ใส่กับเสื้อยีนส์ : การใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อยีนส์นั้นกำลังเป็นที่นิยม ยีนส์เป็นเสื้อผ้าลำลองที่มีความเซ็กซี่ในตัว ใส่กับรองเท้าสีเข้มหรือรองเท้าผ้าใบสีขาวก็ดูดี


ใส่กับเสื้อสีเข้ม : คุณจะหมดความกังวลทันทีเมื่อคุณใส่กางเกงยีนส์สีอ่อนหรือสีซีดกับเสื้อสีเข้ม ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน สีดำ สีเทาเข้มหรือสีอื่น เพราะสีที่ตัดกันมันเข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ อาจเป็นเสื้อสีพื้นหรือเสื้อลายสก็อตก็ได้ ส่วนรองเท้าควรใส่สีเข้ากับสีเสื้อ และรองเท้าหนังสีน้ำตาลนั้นจะดูดีมาก


ใส่กับเสื้อเชิ้ตพิมพ์ลาย : ถ้าคุณเบื่อเสื้อสีพื้น เสื้อเชิ้ตลายทั้งตัวก็เหมาะกับกางเกงยีนส์สีซีดเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าใส่ไปเที่ยว พักผ่อนนอกสถานที่ ซึ่งการแต่งตัวแบบนี้ทำให้คุณดูผ่อนคลาย สบายๆ

ที่มา – Playboy Thailand
www.playboy.co.th
www.facebook.com/playboythailand

 

มีมงแล้วสวยขึ้นเป็นกอง! เก็บตกบรรยากาศรับสาวมิสทีน ไทยแลนด์ 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ส.ค. 2559 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694062


ผ่านพ้นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเหล่าสาวๆ มิสทีน ไทยแลนด์ ปีก่อนๆ นำโดย ฮาน่า ลีวิส, มะนาว-ศรศิลป์ มณีวรรณ์, พลอย-รัญดภา มันตะลัมพะ พร้อมด้วยมิสทีน ไทยแลนด์รุ่นพี่มาร่วมงานอย่างคึกคักที่กลับมาร่วมแถลงข่าวเรียกว่าสวยขึ้นทันตา สเปกสาวมิสทีน ไทยแลนด์ ปี 2016 นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Charming and Shine ความมีเสน่ห์ น่ารักสดใส ที่เปล่งประกายของสาววัยรุ่นที่ทำตามความฝัน แสดงความสามารถ ความมั่นใจ กล้าแสดงออก รวมถึงกิจกรรมที่เสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้เข้าร่วมประกวด ไทยรัฐออนไลน์ ประมวลภาพมาให้ชมกัน.

ครีม-วริศรา มิสทีน ไทยแลนด์ 2015 พร้อมรองอันดับ 1, 2

สุดท้ายปีนี้ก็มาลุ้นกันว่าใครจะคว้ารางวัลไป.

 

ช่างผมดังปล่อยพลังโชว์เทรนด์ผมและสีผม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ส.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692922


Genderless  –  ดร.สมศักดิ์ ชลาชล แนะนำเทรนด์ผมลุค Athleisure.ปรับลุคให้โฉบเฉี่ยวรับเทรนด์ผมและสีผม สุดปัง! จากเวทีโลก โดย ดร.สมศักดิ์ ชลาชล Asia Pacific Hair Hero และ Thai Regional Ambassador Schwarzkopf Professional ร่วมกับ ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล (ประเทศไทย) ได้เปิดตัว Essential Looks Autumn/ Winter 2016 หลังจากนำทีมบินตรงไปอัพเดตเทรนด์ทรงผมและสีสันใหม่ประจำฤดูกาลถึงประเทศเยอรมนี

ลุคแรกประจำฤดูกาลนี้ ช่างผมคนดังระดับอินเตอร์ บอกเลยว่า สาวผมบลอนด์จะกลับมาอินอีกครั้งแบบ Kool Blonds ซึ่งจะมาในลุคเรียบหรู ผสานความทะมัดทะแมง สำหรับสาวเอเชีย โดย เฉพาะสาวไทย ไม่ต้องถอดใจ สามารถทำผมสีบลอนด์ได้ เพียงแต่ต้องปรับสีบลอนด์ เป็นสีพิเศษที่เข้ากับผิวเอเชียของเรา จะได้ไม่ดูเป็นคนป่วย อีกลุคหนึ่งคือ Genderless ที่สร้างคาแรกเตอร์ของสาวๆที่กล้าฉีกกรอบเดิมๆ ผสมผสานทั้งมาดแมน และความเป็นหญิงที่สมาร์ท ปราดเปรียว ดูเท่ ด้วยทรงผมแบบ under cut ที่ต้องใช้เทคนิคมากมาย ผมทรงนี้ สามารถทำสีผมได้ทั้งสีเข้มและสีบลอนด์เช่นกัน ปิดท้ายกับลุค Athleisure ที่ปลุกกระแสความเป็นสปอร์ตเกิร์ลในตัวสาวๆ ให้รับกับกระแสกีฬาโอลิมปิก และสาวยุคใหม่ที่รักสุขภาพ ทรงผมและสีผมของลุคนี้จึงเน้นความคล่องตัว

ส่วนเวทีที่โชว์ความสามารถของช่างผมไทยไม่แพ้ใครในโลก “มาร์ค ธาวิน ซี. เพียวตง” เจ้าของร้านมาร์ค ธาวิน อัลติเมท แฮร์ โซลูชั่น จับมือกับผลิตภัณฑ์โลแลน ทุ่ม 10 ล้านจัดงานแฮร์แฟชั่นโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน “Xtremly Nihon A Very, Very by Lolane” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ช่างผมไทย ที่โรงแรมเบอร์คลีย์ ประตูน้ำ

งานนี้ช่างผมคนดังได้รับแรงบันดาลใจจากการเดิน ทางไปประเทศญี่ปุ่น จึงนำเอาวัฒนธรรม แฟชั่นและนวัตกรรมของญี่ปุ่นมาผสานกับเอกลักษณ์ของไทย สร้างสรรค์แฟชั่นโชว์ออกมา 3 ชุด เริ่มด้วยเซต “นิฮองกามิ และฮาราจุกุ” ที่เต็มไปด้วยสีสันทั้งเสื้อผ้าหน้าผม, เซตอินสไปร์ บาย กอม เดอ กาซอง และปิดท้ายความอลังด้วยเซต “คาบูกิ” ส่วนไฮไลต์ในงานคือ การเปิดตัวช่างผมคนดัง “มาร์ค ธาวิน” ด้วยการห้อย โหนแชนเดอเรียจากเพดานห้องบอลรูมลงมายังเวที สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่แพ้การแสดงแฮร์แฟชั่นโชว์สุดอลังสมราคา.

 

ยิ้มทีพาใจหนูสั่น! แอบส่อง Arthur Nory นักยิมบราซิลหล่อใสจนต้องแชร์รัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691157


ยิ้มทีโลกทั้งใบสดใสเหลือเกิน สำหรับนักยิมนาสติกชาวบราซิล Arthur Nory (อาเธอร์ มาริอาโน) หนึ่งในนักกีฬายิมนาสติกที่ลงแข่งขันโอลิมปิกที่ริโอปี 2016 ความหล่อใสเฟรนด์ลี่ของเขาเล่นเอาชาวโซเชียลต้องไปสืบหาว่าเขาเป็นใคร วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปทำความรู้จักกัน…

หนุ่มอาเธอร์นักกีฬาสุดหล่อที่สามารถคว้าหัวใจสาวๆ ได้ทั่วโลก เพียงแค่เขายิ้มหนึ่งครั้งบอกตรงๆ ว่าสาวคนไหนเห็นก็ต้องหวั่นไหวอย่างแน่นอน ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่าปัจจุบันเขาอายุ 22 ปี เกิดวันที่ 18 กันยายน 2536 สูง 169 ซม. น้ำหนัก 65 กก. สัญชาติบราซิล แต่หนุ่มคนนี้เป็นลูกครึ่งบราซิล-ญี่ปุ่น

หนุ่มยิ้มละมุนคนนี้เขาเติบโตในครอบครัวนักกีฬา คุณพ่อเป็นนักยูโด คุณแม่เป็นนักว่ายน้ำ ซึ่งสนับสนุนให้ลูกเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กๆ เขาเล่นกีฬายูโดตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ต่อมาเขาค้นพบตัวเองว่าชื่นชอบในกีฬายิมนาสติกตอนอายุ 10 ขวบ จึงเล่นยิมนาสติกมาถึงปัจจุบัน

ภาพบางส่วน : arthurnory

 

รวมแฟชั่นแซ่บ! สาวสองลุคอินเตอร์ ฮาน่า ผู้สมัคร The Face Thailand 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690911


ถือว่าฮือฮากับการ Audition The Face Thailand Season 3 ที่ Royal Paragon Hall ในวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา บอกเลยว่าปีนี้พิเศษสุดๆ น่าจะปังตั้งแต่เริ่มกับการเปิดโอกาสให้กับสาวประเภทสองได้ร่วมรายการด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ? เพศไหน ? แค่พกความมั่นใจมาก็สามารถเข้ามาอยู่ใน The Face Thailand Season 3 ได้เขาว่ากันอย่างนั้น…สำหรับหนึ่งคนที่ถูกจับตามอง ชาวโซเชียลแห่แชร์และให้ความสนใจเป็นอย่างมากในรอบออดิชั่นคงหนีไม่พ้น สาวประเภทสองคนนี้ เธอมีชื่อว่า “ฮาน่า ณธฉัตร ชาญเชี่ยว” ด้วยความเป็นนางแบบสูงยาวเข่าดี ทรวดทรงองค์เอวงดงาม ผิวสีแทนโดดเด่น ลุคอินเตอร์แบบที่สาวๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น บอกเลยว่าเราแอบหลงรักเธอกับความสวยคมมาดมั่น เชื่อว่าหลายคนเห็นต้องอ้าปากค้าง นอกจากนั้นเธอยังมีประสบการณ์ผ่านเวทีการประกวดสาวงาม สาวสองมาหลายเวที เช่น มิสทิฟฟานี่ เราเชื่อว่าสาวสองคนนี้น่าจะเข้าสู่รอบลึกๆ

ซึ่งผลการสมัครของเธอในครั้งนี้จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไปในรายการ วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ขอเรียกน้ำย่อยกันก่อน พาไปส่องแฟชั่นแซ่บๆของเธอจากอินสตาแกรมส่วนตัว สาวสองคนนี้จะสวยแซ่บเหมือนสาวแท้ขนาดไหนไปชม

ฮาน่า ณธฉัตร ชาญเชี่ยว

ที่มาภาพ : hanasha_ch

 

สวยปังจนร้องว้าว ! ส่องแฟชั่นเฉลิมพระเกียรติฯ ฝีมือ 10 สุดยอดดีไซเนอร์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687923


12 สิงหาคม 2559 วันแม่แห่งชาติเวียนมาบรรจบอีกครั้ง และเนื่องในโอกาสปีนี้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ล่าสุดทางห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยเนรมิต ดิ อีเว้นท์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ให้เป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ “วิจิตรพัสตรา 84 พรรษา บรมราชินีนาถ” ชวนชม 7 ฉลองพระองค์งามวิจิตร และผลงานการปักแบบต่าง ๆ ที่ทรงอนุรักษ์ตลอดจนไฮไลต์ ‘แฟชั่นโชว์’ ชุดผ้าไทยผสมผสานลายปักสุดอลังการ จำนวน 18 ชุด จาก 3 สุดยอดดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง ป้อม-ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ จากแบรนด์ TIRAPAN, ต้อย-นคร สัมพันธารักษ์ แบรนด์ NAGARA, เจี๊ยบ-พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ จากแบรนด์ PICHITA และ 7 ฝืมือดีไซเนอร์ชั้นนำของวงการแฟชั่นไทย ไม่ว่าจะเป็น เอ็กซ์-อัญชลี วิกสิตนาคกุล จากแบรนด์ ANCHAVIKA, หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา แบรนด์ ASAVA, ไดน่า-อภิษฎา นิมิตรวานิช จากแบรนด์ CALISTA, ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ จากแบรนด์ KEMISSARA, แก้ม-มลลิกา เรืองกฤตยา จากแบรนด์ KLOSET, กีตาร์-ปฏิญญา เกี่ยวข้อง จากแบรนด์ PATINYA และวิก-ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน จากแบรนด์ VICKTEERUT ให้ได้ชมกัน งานนี้เหล่าดีไซเนอร์ลงมือดีไซน์สร้างสรรค์กันเต็มที่ด้วยการหยิบพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจมาเป็นแรงบันดาลใจ ผลงานแต่ละชุดที่ออกมาเรียกได้ว่า สวยปังน่าประทับใจเล่นเอาซาบซึ้งไปตามๆ กัน

และแน่นอนว่าเมื่อ ไทยรัฐออนไลน์ ไปงานนี้ก็ไม่พลาดเก็บสีสันชุดผ้าไทยสวยๆ งานครีเอตจากเหล่าดีไซเนอร์มาให้ชมกัน…!

‘ไดน่า-อภิษฎา นิมิตรวานิช’ เจ้าของ และดีไซเนอร์แบรนด์ CALISTA

ทำไม Adidas Superstar ถึงป๊อปตลอดกาล?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 11 ส.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/680813


สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ Sneakers ทั้งหลายคงรู้จักรองเท้าผ้าใบ Adidas รุ่น Superstar เป็นอย่างดี วันนี้เราได้ไปเฟ้นหาความจริงมาให้อ่านกันว่า ทำไมรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ถึงเป็นที่นิยมตลอดเวลา มันมีความเป็นมาอย่างไร ตามไปอ่านกันเลยยยย!รองเท้าลายเท่อย่าง Adidas Superstar ปรากฏสู่สายตาผู้คนเมื่อปลายๆ ปี 1969 และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คนมากขึ้นในปี 1970 โดยรุ่นแรกเป็นรองเท้าแบบ Low-top sneakers ขอบต่ำไม่หุ้มข้อ ภายนอกเป็นหนังหุ้มทั้งหมดและหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นฝาเปลือกหอย นิยมใส่เล่นกีฬา โดยในช่วงนั้นคารีม อับดุล จับบาร์ นักบาสผู้ทำแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์ NBA ใส่รองเท้า Adidas Superstar ลงแข่งขันเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของลีค ทำให้เป็นกระแสนิยมอย่างมาก

ดีไซเนอร์รุ่นนี้ออกแบบหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นรูปฝาหอย มีที่รองกันกระแทกทำด้วยยาง เพื่อป้องกันปลายเท้าบาดเจ็บ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักบาส NBA จึงนิยมใส่ลงแข่ง เพราะเวลาแข่งขัน ลูกบาสอาจกระแทกใส่ปลายเท้าได้ แต่ต่อมาภายหลังนักออกแบบได้หั่นฝาหอยให้เหลือครึ่งเดียว เพราะแบบเดิมนั้นทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก แต่แบบหลังทำให้บริเวณโคนนิ้วขยับตัวได้คล่องขึ้น

ปี 1980

ในช่วงหลังยุค 70 เป็นต้นไป กระแสของรองเท้ารุ่นนี้ก็ดรอปลงไปบ้างแต่ไม่ถึงขนาดกับหายไปจากกระแส เพราะรองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬาแบรนด์ต่างๆ ที่มีรูปแบบใหม่ๆ เจ๋งๆ และลวดลายเท่ๆ เริ่มทยอยปล่อยของกันมา แต่คนบางกลุ่มที่เป็นทาร์เก็ตของแบรนด์ Adidas ก็ยังจงรักภักดีเป็นรอยัลตี้ต่อแบรนด์เหมือนเดิม จากที่คนในช่วงนั้นยังเห็นคนใส่อยู่บ้างประปรายไม่ว่าจะบนท้องถนน ในเมือง และรอบนอกเมือง

และแล้วในปี 1986 Run-D.M.C. วงฮิพฮอพ แรปเปอร์-อเมริกัน ก็พามันกลับมาฮิตอีกครั้ง เมื่อเขาปล่อยเพลง My Adidas ออกมา โดยเพลงนี้แต่งขึ้นจากความคลั่งไคล้ของพวกเขาที่มีต่อรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้เป็นอย่างมาก และครั้งหนึ่งตอนไปเล่นคอนเสิร์ตที่ Madison Square Garden พวกเขาได้ใส่ Adidas Superstar ขึ้นแสดงแบบไม่ผูกเชือก และบอกกับแฟนๆ ของพวกเขาว่า ให้รักษารองเท้ารุ่นนี้ให้ดี

ปี 1990

ในช่วงยุค 90 รองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ได้ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Pop Street Culture เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่สวมใส่แบรนด์นี้ส่วนมากมักจะมีให้เห็นอยู่ตามถนนหนทางเวลาออกไปข้าง ผู้คนจึงจดจำภาพลักษณ์สินค้าไว้เช่นนี้

ความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ทำให้พวกชอบแฟชั่นกับผู้นำเทรนด์นำมาใส่ และภายหลังเมื่อผู้คนพวกนี้นำมาใส่ออกสังคม มันก็มีอิทธิพลต่อทุกสังคมมาก เพราะมันแพร่หลายกระจายไปทุกที่ ทั้งในวงการศิลปิน พวกแร็พเปอร์ แก๊งเด็กบีบอย เด็กวัยรุ่นในไฮสคูล และที่ต้องพูดถึงเลยคือกลุ่มนักกีฬา เพราะพวกเขานิยมใส่ลงแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันป๊อปขนาดไหน คนทุกที่ใส่กันเกือบหมด และแม้แต่ มาร์ค กอนซาเลซ นักสเกตบอร์ดในตำนาน ก็ยังนำมาใส่ เพราะมันนิยมมากในช่วงป๊อปคัลเจอร์

ปี 2015

ในปีนี้เอง กอนซาเลซ ได้ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ Adidas Superstar โดยนำ Adidas Superstar 80 มาปรับแต่งออกอิดิชั่นใหม่ ซึ่งผลงานใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความคิดสร้างสรรค์ของเขาเป็นอย่างดี และที่เจ๋งไปกว่านั้น Pharrell Williams ผู้มีบทบาทในวงการแฟชั่นก็ได้ร่วมกับ Adidas ออกแบบออกอิดิชั่นใหม่ซึ่งตอนนี้มีเพิ่มถึงอีก 11 สี ด้วย

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงใด ไม่ว่า Adidas Superstar จะมีอิดิชั่นไหนๆ ออกมาใหม่ทางบริษัทก็ไม่เคยเปลี่ยนแพทเทิร์น นี่คือลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้ดึงดูดสายตาผู้คนเมื่อสวมใส่ อีกทั้งมันยังมีความอเนกประสงค์ ที่ไม่ว่าจะใส่เล่นกีฬา ใส่ไปทำงาน หรือแมตช์กับชุดไปรเวทเดินเล่นก็ยังได้

ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมาย ทั้งนักร้อง ศิลปิน นักออกแบบ ครีเอทีฟ นักกีฬา เด็กวัยรุ่น อินฟลูเอนเซอร์ และคนทั่วๆ ไป ก็หยิบนำมาใส่ทุกยุคทุกสมัย จึงพอเป็นคำตอบให้กับผู้อ่านได้แล้วว่า ทำไม Adidas Superstar จึงเป็นที่นิยมและน่าสวมใส่ตลอดกาล

การที่คนในทุกแวดวงนำมาใส่เป็นการช่วยให้อุตสาหกรรม Adidas ขับเคลื่อนมาได้จนถึงทุกวันนี้ และลวดลายที่มีความคลาสสิกเฉพาะตัวอย่างโดดเด่น จึงทำให้ยังเป็นที่ต้องการและน่าเอามาใส่อยู่เสมอๆ

ไม่มีรองเท้าผ้าใบรุ่นไหน แบรนด์ไหน ที่จะอยู่มานานได้ถึงเกือบครึ่งศตวรรษ

Adidas Superstar is not “One Hit Wonder” but “Once Strike Forever” !!

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

HELMUT LANG ราชามินิมัลแห่งยุค 1990s

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 9 ส.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679838


เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่คอลเลกชั่นฤดูร้อนประจำปี ค.ศ. 2005 จาก เฮลมุต แลง (Helmut Lang) ถูกจัดแสดงเป็นครั้งสุดท้ายในมหานครนิวยอร์ก หลังจากนั้นนักออกแบบชาวออสเตรียนคนดังก็หายสาบสูญจากโลกแฟชั่นเพื่อไปใช้ชีวิตฮิปสเตอร์เป็นศิลปินวาดภาพและสร้างงานประติมากรรมท่ามกลางสัตว์เลี้ยงของเขาเฮลมุต แลง คือหนึ่งในนักออกแบบแฟชั่นคนสำคัญของโลกที่มีส่วนผลักดันเทรนด์มินิมัลลิสต์ที่พีคในช่วงทศวรรษที่ 1990s จนเป็นที่มาของนักออกแบบรุ่นหลังทั้ง อเล็กซานเดอร์ แวง (Alexander Wang) หยาง ลี (Yang Li) และ ลี รอซ (Lee Roch) หากคุณได้ติดตามโลกของแฟชั่นมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990s คุณเองต้องเคยได้ยินชื่อของเขา หรือบางทีคุณอาจมีสินค้าที่แปะฉลากสีขาวสุดเท่ที่มีคำว่า Helmut Lang ในตู้เสื้อผ้าก็เป็นได้

ความน่าสนใจของเสื้อ Helmut Lang คือมันเปรียบได้กับการเกิดลัทธิแฟชั่นใหม่ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเทรนด์แฟชั่นแนวนิยมในสมัยนั้น ในขณะที่แฟชั่นของทศวรรษที่ 80s และต้น 90s หมุนวนอยู่ด้วยเสื้อผ้าลาย ละเอียดจัดๆ ทั้งลวดลาย สีสัน และงานปักประดับในแบบ คริสเตียน ลาครัวซ์ (Christian Lacroix) หรือเวอร์ซาเช่ (Versace) เสื้อผ้าที่แลงออกแบบในเวลานั้นจึงเหมือนโอเอซิสสำหรับพวกพังค์ (Punk) และเหล่าเด็กเรฟ (Rave) ที่เติบโตด้วยการสวมทีเชิ้ต กางเกงยีนส์ และแจ็กเก็ตพาร์ก้า ซึ่งล้วนเป็นส่วนประกอบหลักในเสื้อผ้าที่แลงออกแบบ

เอกลักษณ์ของแลงนั้นมีทั้งทีเชิ้ตคว้านลึก หรือเสื้อกล้ามเปิดหัวนม นอกจากนั้นยังมีแจ็กเก็ตที่ตกแต่งสายสะพายที่ด้านในตัวเสื้อให้คุณสวมไหล่สะพายได้เหมือนกระเป๋าเป้ห้อยที่ด้านหลัง อีกทั้งกางเกงยังมีสายเข็มขัดระโยงระยางเหมือนพวกเซ็กซ์ซาดิสต์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่แลงสร้าง คือการผลักดันโลกแฟชั่นในเวลานั้นให้ทันสมัยด้วยการคิดค้นวัสดุแปลกใหม่ ทั้งการใช้กระดาษมาอัดเป็นผ้า หรือเทคนิคการพิมพ์ยีนส์ด้วยแผ่นยาง ด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าที่แลงทำจึงดูล้ำสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็ดูเคร่งขรึมใส่ได้จริง เหมาะกับหนุ่มสาวที่ตารางชีวิตคือการเข้าออฟฟิศสลับกับการเข้ายิมสร้างกล้ามเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้นสไตล์ที่แลงสร้างยังเป็นอะไรที่ก๊อบปี้ได้โดยง่าย ด้วยเหตุนี้เองสไตล์เสื้อที่เป็นเบลเซอร์เรียบๆ สเว็ตเตอร์คอวี และเดนิมยีนส์เปรอะสีของเฮลมุต แลง จึงได้รับความนิยมแพร่กระจายไปถึงร้านค้าไฮสตรีททั้ง Club Monaco, Zara และ Banana Republic

ชื่อเสียงของเขามาถึงจุดขีดสุดในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาตัดสินใจย้ายสตูดิโอจากกรุงเวียนนามายังกรุงนิวยอร์ก ในตอนนั้นแลงประกาศว่าคอลเลกชั่นใหม่ของเขาพร้อมแล้วที่จะจัดแสดงล่วงหน้า 6 สัปดาห์ ในนิวยอร์ก การตัดสินใจของแลงจึงเป็นผลให้นักออกแบบอเมริกันทั้งหมดตัดสินใจโชว์คอลเลกชั่นล่วงหน้าพร้อมๆ กันกับเขา ตั้งแต่นั้นมาตารางแฟชั่นวีกอย่างเป็นทางการที่แต่เดิมจะเริ่มจาก มิลาน ตามด้วยลอนดอน ปารีส และนิวยอร์ก เลยต้องกลายร่างเป็น นิวยอร์ก ลอนดอน มิลานและปารีสแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

แต่ปาร์ตี้ย่อมมีวันเลิกรา ความน่าเศร้าของแบรนด์ Helmut Lang จึงเริ่มขึ้น เมื่อแลงตัดสินใจขายกิจการให้กับ พราด้า (Prada) ในปี ค.ศ. 1999 หลังจากนั้นปัญหาระหว่างแลงและพราด้าก็เริ่มขึ้น เนื่องจากการบีบของพราด้าในการเปิดไลน์ใหม่เพื่อหากำไรมากขึ้นทั้งที่เป็นไลน์เครื่องหนัง รองเท้า กระเป๋า และแอคเซสเซอรี่ ในที่สุดแลงจึงตัดสินใจวางมืออย่างเป็นทางการในที่สุดในปี ค.ศ. 2004 โดยคอลเลกชั่นฤดูร้อนปี ค.ศ. 2005 ถือเป็นคอลเลกชั่นสุดท้ายที่ เฮลมุต แลง เป็นผู้ออกแบบ

หากแฟชั่นของทศวรรษที่ 1980s คือวิญญาณชุดสูทสุดเท่ของ จอร์โจว อาร์มานี (Giorgio Armani) จิตวิญญาณของทศวรรษที่ 1990s จึงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก ทีเชิ้ตคว้านลึก แจ็กเก็ตและพาร์ก้ามีสายสะพายไหล่ บวกกางเกงตกแต่งเข็มขัดแนวบอนเดจจาก เฮลมุต แลง

HELMUT LANG AND HIS SUCCESS

1977
เปิดตัวสตูดิโอตัดเสื้อตามสั่งในกรุงเวียนนา

1986
คอลเลกชั่นเสื้อสตรีคอลเลกชั่นแรกจาก Helmut Lang จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์โมเดิร์นอาร์ต Centre Georges Pompidou ในกรุงปารีส

1987
คอลเลกชั่นเสื้อบุรุษคอลเลกชั่นแรกจาก Helmut Lang จัดแสดงร่วมกับคอลเลกชั่นเสื้อสตรี โดยเสื้อผู้ชายที่แลงออกแบบถือเป็นการกลับมาของโครงเสื้อแนวสลิมฟิตด้วยเชิ้ตขาวสูทดำและรองเท้าแบบสั่งตัด

1990
สร้างเทรนด์การออกแบบเสื้อผ้าแนวใหม่ด้วยการใช้เนื้อผ้าโปร่งเบาต่างผิวสัมผัสมาซ้อนทับกันเป็นเลเยอร์

1993
เริ่มโปรเจกต์พิเศษของการถ่ายภาพบรรยากาศเบื้องหลังแฟชั่นโชว์โดยช่างภาพดัง Juergen Teller

1996
การเกิดของคอลเลกชั่นเดนิมยีนส์ Helmut Lang อันโด่งดัง

1998
ย้ายสำนักงานจากกรุงเวียนนาสู่นิวยอร์ก โดยถือเป็นบริษัทแฟชั่นแห่งแรกของโลกที่ย้ายสำมะโนครัวข้ามทวีป

1999
แลงขายกิจการทั้งหมดให้บริษัท Prada โดยเขายังรับหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้าและสินค้าทั้งหมดของแบรนด์

2000
น้ำหอมยี่ห้อ Helmut Lang ถือกำเนิด พร้อมภาพโฆษณาที่สร้างสรรค์ร่วมกับศิลปินดังชาวอเมริกันนาม Jenny Holzer

2003
คอลเลกชั่นพิเศษที่ทำร่วมกับศิลปินดังชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน นาม Louise Bourgeois

2004
คอลเลกชั่นสุดท้ายที่แลงออกแบบกับแรงบันดาลใจของการบิดและผูกเกลียวเชือกตลอดจนแรงบันดาลใจจากการเดินเรือและอุปกรณ์ชาวประมง

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com