“ล้านตำลึงทอง”…ร้านนี้มีดี เต้าหู้ทอดนิ้มนิ่มน้ำจิ้มปังมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593179

โดย คุณชาย 3 20 มี.ค. 2559 05:01

 

“เต้าหู้ทอด” น้ำจิ้มทีเด็ด กับ “ไส้ทอด” อร่อยเว่อร์.

“เพชร”…เม็ดงามแม้ถูกฝังอยู่ในโคลนตม เมื่อมีคนไปพบเจอ “เพชร” ก็เป็น “เพชร”… อยู่วันยังค่ำ ยังเลิศล้ำมีคุณค่า

“ล้านตำลึงทอง” ถนนเทศบาลรังสรรเหนือ ซอย 10 ย่านประชาชื่น ด้วยเจ้าของร้านมีฝันอยากมีเงินล้าน ได้เงินตำลึงทองโบราณชูเมนู อร่อยสบายกระเป๋า เชื้อเชิญให้คุณมาลิ้มลองแล้ววันนี้ เมนูเด็ดสะระตี่มีมากมายหลากหลายต่อแถวแสดงความอร่อยให้เลือกสรร ค้นหาความงามชวนอร่อยลิ้น

ครอบครัว “พฤฒิปวีณ” ฝันอยากมีเงินล้าน.

เรียกน้ำย่อยกันหน่อย…ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เส้นเล็ก…ใหญ่…บะหมี่…เส้นหมี่…วุ้นเส้น บะหมี่กรอบต้มยำชามละ 40 บาท เล็กแห้งตำลึงทอง…เกาเหลาต้มยำ ชามละ 50 บาท วุ้นเส้นต้มยำทะเล ชามละ 65 บาท

ตัดฉับไปที่เมนูข้าว อาหารจานเดียว โอ้โห…โหววว ชวนหิวสุดๆ ข้าวราดปลาสามรส ข้าวผัดพริกใบยี่หร่าทะเล ข้าวหมูกรอบผัดพริกขิง ข้าวกะเพรากุ้ง…ทะเล ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สุกี้กุ้ง… หมึก…ทะเล น้ำหรือแห้งก็ได้ ผัดไทยกุ้งสดผัดซีอิ๊ว-ราดหน้ากุ้ง…หมึก…ทะเลมาเต็มๆ แถมด้วย…โกยซีหมี่ รสชาติดั้งเดิมระดับตำนาน

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้สนนราคาอิ่มอร่อยระดับติดดาว แต่จ่ายสบายกระเป๋า จานละ 65 บาทเท่านั้น

ระดมพลความอร่อย ก๋วยเตี๋ยวปลาเต้าซี่ โกยซีหมี่.

เหมือนสวรรค์อยู่ตรงหน้า ประเดิมเมนูด้วย “ก๋วยเตี๋ยวปลาเต้าซี่” ปลาชิ้นโตเต็มคำ เส้นก็นุ่มหอมลงตัวอร่อยสุดๆ เคียงคู่มากับ “โกยซีหมี่” หอมกรุ่น เส้นนุ่มๆ จนต้องไถ่ถามที่มาที่ไป กับ ภรนน พฤฒิปวีณ พ่อครัววัย 46 ปี ผู้ที่เก็บเกี่ยววิชาตะหลิวทองคำสั่งสมประสบการณ์มาจนกลั่นออกมาเป็นเมนูเด่นคู่ล้านตำลึงทอง

เมนูนี้…กว่าจะได้มาต้องผ่านด่านอรหันต์ทำงานในร้านอาหารกับร้านราดหน้าเต้าซี่ปลา โกยซีหมี่ เฉพาะทางเกือบ 2 ปี เด็ดพิเศษอย่างไร…? ต้องเริ่มจาก “เส้น” ต้องผัดให้หอม ให้เกรียม แล้วก็รสชาติจะได้ตรงที่เราหมักไก่ให้รสชาติกลมกล่อม ผัดแล้วจะมีกลิ่นหอมออกมาโดดเด่น เทคนิคผัดเหมือนผัดผักบุ้งไฟแดง ไฟลุกได้รมควัน

“คนจีนจะชอบ เพราะเป็นสไตล์อาหารจีน ราดหน้าเต้าซี่ก็ได้มาจากที่เดียวกัน การผัดเส้นเป็นสิ่งสำคัญ แล้วพริกเวลาเอาลงไปผัดกับน้ำมัน ต้องให้ไหม้นิดๆจะได้มีกลิ่นของพริกหวานหอมชวนกินมากขึ้น”

ส่วน “ปลา” จะใช้เนื้อปลากะพง ผัดปรุงรส ใส่เต้าซี่ เหล้าจีนนิดหน่อย ได้กลิ่นหอม เพียงเท่านี้ก็เด็ดพร้อมเสิร์ฟ…สองเมนูเปิดความอร่อย ถือเป็นเมนูขายดีของร้าน เป็นเมนูหลัก ใครมาก็ต้องสั่ง

แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “เต้าหู้ทอด” จุดขายสำคัญที่ไม่อยากจะบอกก็ต้องบอกย้ำให้แน่นหนักว่า…ถ้าไม่ได้สั่ง เหมือนมาไม่ถึงนะจะบอกให้ สั่งเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย เป็นออเดิร์ฟทานเล่น

“เต้าหู้”…ล้านตำลึงทองใช้เต้าหู้สด จะมีความพิเศษโดดเด่นด้วยความหอมของถั่วเหลือง เนื้อจะนิ่มๆ…ถึงนิ่มมากๆ ไม่แข็งแบบแตกต่างจากเต้าหู้ทั่วไป หั่นเป็นสี่เหลี่ยมขนาดแน่นพอคำเคี้ยวได้สะใจเต็มปาก

เวลาจะทอดก็มีเคล็ดลับ ทอดออกมาแล้วเต้าหู้จะฟู ความกรอบจะเฉิดฉายอยู่ด้านนอก ส่วนเนื้อในจะซ่อนความนุ่มชุ่มฉ่ำละมุนลิ้นเอาไว้อยู่ด้านใน

“ล้านตำลึงทอง” ย่านประชาชื่น.

“น้ำจิ้ม” เนื้อคู่ที่ขาดไม่ได้ สูตรพิเศษเฉพาะดั้งเดิม “ล้านตำลึงทอง” ไม่เหมือนกับทั่วไป พิเศษแตกต่างด้วยการใช้น้ำจิ้มบ๊วยเค็ม กับน้ำมะขามเปียกที่สั่ง ตรงมาจากต่างประเทศ สปป.ลาว

พระเอก…นางเอก ลีลาเร้าใจ เด็ดสุดๆ… อย่างไร พูดไปใครจะไปเชื่อ โปรดมาลองกันเอง

แล้วก็มาถึงอีกเมนูทอด แต่น…แตน…แต๊น “ไส้ทอด” ครับท่าน ใครที่ได้ลองจะรู้ซึ้งแบบทันที ถึงรสชาติความอร่อยที่แตกต่างยากจะบรรยาย ลองแล้วจะต้องกลับมาลองอีกแน่นอน คุณชาย 3 ฟันธงไว้ล่วงหน้า

พิเศษไส้ทอด คนกิน จะรู้เลยว่าพิเศษอย่างไร พอจะเอาเคล็ดลับมาเล่าสู่กันฟังไปพลางๆรอเมนูสุดท้าย …ฮ้า…ไฮ้

“ไส้ทอด” ที่ว่านี้ไม่ได้มาจากสูตรต้นตำรับที่ไหน แต่มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของพ่อครัวล้วนๆ กระบวนการทำต้องเอาไส้หมูที่ล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วมาตุ๋นก่อนเพื่อให้ไส้ได้ที่

ต้องบอกก่อนนะว่าไม่เหมือน “ไส้พะโล้” …ทั่วไป กินจะรู้เลยว่าไม่ใช่ไส้พะโล้ทอดกรอบ แต่จะเป็นไส้ทอดกรอบที่ให้รสชาติอร่อยกรอบ ขนาดเก็บไว้นานๆก็ยังคงความกรอบอยู่ได้

ที่สำคัญ “ไส้ทอด” ของเขาไม่คาวแม้แต่นิดเดียว จิ้มกับซอสหวาน แกล้มกับขิงดอง แก้เลี่ยน พระเดชพระคุณเอ๊ย…รับประกันความอร่อยเด็ดสุดๆ ถ้าได้จิบอะไรเย็นๆไปด้วยล่ะก็ สุดจะฉ่ำหัวใจจริงๆ

“ผัดไทยกุ้งสดไข่เค็ม” เมนูอภิมหาอร่อย.

เมนูอภิมหาอร่อยสุดท้าย “ผัดไทยกุ้งสดไข่เค็ม”…โอ้แม่เจ้า! เพิ่งเคยเจอครั้งแรกในชีวิต

กลิ่น หอมมม…โชยมาแต่ไกล เส้นหนึบนุ่มกำลังดี ถั่ว พริก…คั่วมาอย่างหอม บีบมะนาวลงไปคลุกเคล้า รสชาติเป๊ะเว่อร์ ถูกใจ…เสียจริงๆ พ่อครัวล้านตำลึงทองคุยให้ฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีเมนูนี้ก็มาจากเมนูผัดไทยธรรมดานี่แหละ แต่ได้แรงบันดาลใจจนเกิดเมนูใหม่เป็นพระเอกประจำร้านขึ้นมาจนได้

ครั้งหนึ่ง…พี่ชายเอาไข่เค็มมาให้เป็นของฝาก เป็น “ไข่เค็ม”…ที่ยังมีน้ำอยู่ไม่เค็มเข้าเนื้อ ยังไม่ได้ต้ม นึกอยากจะลองดูว่า ถ้าเอาไข่ที่มีอยู่ไปผัดไทยไข่เค็มก็น่าจะดี คุยกับพี่ชายว่าจะลอง “ผัดให้มาชิมกัน ปรากฏว่ารสชาติออกมาดีเกินคาด…ใช้ได้ทีเดียว ก็เลยออกเป็นเมนูประจำร้านอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้”

ตั้งแต่วันนั้นมาก็ติดเป็นเมนูแนะนำประจำร้าน เสียงตอบรับดีมากๆ…ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ก็ได้มาลองที่นี่ พูดแล้วก็ชวนหิวอยากจะไปซ้ำอีกหลายๆรอบ

“ไข่เค็ม”…สูตรเด็ดเคล็ดลับจะใช้ไข่ที่หมักไว้ไม่เกิน 12 วัน ซื้อกับเจ้าประจำความเค็มกำลังพอดิบพอดี ถ้านานกว่านั้นจะเค็มเกินไปไม่อร่อยลิ้นชวนกิน สำหรับเคล็ดลับผัดไทยไข่เค็มให้อร่อย สไตล์ล้านตำลึงทอง นอกจากไข่เค็มที่ไม่เค็มเกินไป จะมัน หอมแล้ว ถั่วป่น…พริก…วัตถุดิบที่ใช้จะคั่วเอง ทำเองทั้งหมดแบบสดใหม่ทุกวัน

เชิญท้าพิสูจน์ความอร่อย เมนูเด็ด “ล้านตำลึงทอง” ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. ติดต่อออกร้าน จัดเลี้ยง สัมมนา ทำปิ่นโต อาหารกล่อง หรือกลัวไปไม่ถูก…สอบถามเส้นทางได้ที่ 08-5160-7174, 09-7220-2321.

คุณชาย 3

เชื้อก่อโรคกับหอยนางรมสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592168

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 มี.ค. 2559 05:01

 

หอยนางรมสด อาหารที่คนไทยนิยมทานคู่กับเครื่องเคียงต่างๆ เช่น กระเทียม พริก ยอดกระถิน

หอยนางรมสดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารมากมาย เช่น กรดอะมิโนทอรีน ที่ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีวิตามินหลายชนิด และมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น สังกะสี เหล็ก ทองแดง ไอโอดีน ซีลีเนียม

ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ รวมทั้งมีกรดไขมันหลายตัว ที่เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกายที่สามารถช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มในเพศชายได้

หอยนางรมที่แกะออกจากเปลือกแล้วจะตายทันที ถ้านำมาแช่เย็นหรือแช่แข็งก็จะเก็บได้นานขึ้น แต่หากเก็บไว้นานมากๆ คุณภาพอาจเสื่อมลง และหากเก็บไว้ในที่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็อาจมีสิ่งสกปรก หรือเชื้อก่อโรคปนเปื้อนได้ เช่น เชื้อวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส, เชื้อซาลโมเนลลา

วันนี้ คอลัมน์มันมากับอาหารได้สุ่มเก็บตัวอย่างหอยนางรมสด จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 4 ย่านการค้า ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อซาลโมเนลลาปนเปื้อน

ผลปรากฏว่า พบเชื้อ ซาลโมเนลลา ปนเปื้อนในหอยนางรม 1 ตัวอย่าง

หากเราทานหอยนางรมที่ปนเปื้อนเชื้อซาลโมเนลลานี้เข้าไปจะทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และถ่ายเหลว

อาการจะรุนแรงต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของเชื้อซาลโมเนลลาปนเปื้อน และความต้านทานของร่างกาย เช่น หากเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต มะเร็ง เบาหวาน หากได้รับเชื้อเข้าไปจะยิ่งทำให้เป็นโรคอาหารเป็นพิษที่มีความรุนแรงสูง

เห็นผลวิเคราะห์อย่างนี้แล้ว ขอแนะว่าควรเลี่ยงการทานหอยนางรมสด หันมาทานแบบปรุงสุกจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัย.

สตูว์ลิ้นวัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591650

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2559 05:15

 

บรรดาขาประจำแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยม อย่างสยามสแควร์ คงไม่มีใครไม่รู้จักร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสดีเด็ด ที่อยู่คู่กับสยามสแควร์มาแต่แรกเริ่มจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลากว่า 4 ทศวรรษแล้ว ร้านนี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสดีเด็ดเท่านั้น แต่ยังมีอาหารจานเดียวอีก 10 กว่าเมนู ทั้งข้าวแกง ข้าวสตูว์ลิ้นวัว ข้าวหมูทอดกระเทียม ฯลฯ ซึ่งเป็นเหมือนเมนูสัญลักษณ์ของร้านอาหารตามสั่งทั่วๆไป และวันนี้ก็มีสตูว์ลิ้นวัว รสดีเด็ดต้นตำรับ หนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของร้าน จากฝีมือหนึ่งในผู้บริหารรุ่นลูก คุณเปิ้ล-ลภัทร ภัทรพุทธากร มาให้ได้ลองทำกันดู

คุณเปิ้ลเล่าว่า ธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดเริ่มขึ้นจากสองแรงแข็งขันของพ่อและแม่ แห่งแรกอยู่ที่สะพานควาย แล้วย้ายมาสยามสแควร์ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงขณะนี้เป็นปีที่ 46 แล้ว เมนูอาหารยังมี ครบถ้วนทุกอย่าง ทั้งรูปและรสเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อลูกๆโตขึ้นมาช่วยกันสืบทอดกิจการได้แล้ว ก็ได้ขยับขยายไปตามที่ต่างๆ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นทำเลทองของสยามสแควร์ ณ ตรงจุดเดิม และอีกแห่งตรงโบนันซ่ามอลล์ เพราะคุณแม่ผมฝันว่า “…เช็ดช้อนไม่ทันขายเลย” แต่มาถึงรุ่นลูกก็เริ่มท้าทายความสามารถ ขยายมาเปิดสาขาในรูปของคาเฟ่แถวบรรทัดทอง โดยต่อยอดจากเมนูก๋วยเตี๋ยว เป็นหม้อร้อนนาเบะ

โดยส่วนตัวคุณเปิ้ลเอง ถูกวางตัวให้อยู่ในครัวของที่ร้านมาตั้งแต่เล็กจนโต โดยจะถูกปลุกแต่เช้ามาช่วยพ่อแม่ทำมาค้าขาย และวิธีที่คุณแม่ป้อนวิชาความรู้ในการทำอาหารให้เขา ก็คือการยื่นช้อนให้เขาชิมกับข้าวที่คุณแม่ปรุงออกมาทุกเมนู โดยที่ไม่เคยบอกว่าสูตรมีอะไรบ้างและต้องทำอย่างไร จะให้ชิมอย่างเดียวทุกวันๆ จนเขาสามารถแกะรสชาติได้หมด ถ้าจะถามผมว่า มีใจชอบในงานนี้ไหม ผมบอกได้เลยครับว่า ผมอยู่กับงานครัวมาจนโตและซึมซับมาเรื่อย จนหลงรักเลยครับ และสามารถลงครัวแทนคุณแม่ได้ตั้งแต่อายุ 20 เศษๆ และหลังจากชิมอาหารฝีมือผมจนไว้วางใจแล้ว ท่านถึงได้วางมืออย่างเต็มตัว

เครื่องปรุงสตูว์ลิ้นวัว ต้นตำรับรสดีเด็ด : ลิ้นวัว / ผงพะโล้ / น้ำมันหอย / ซอสภูเขาทอง / ซีอิ๊วขาว สูตร 5 / ซีอิ๊วดำ สูตร 5 /น้ำตาลทราย / น้ำมันพืช / กระเทียมสดสับ / แป้งอเนกประสงค์ตราว่าว

วิธีทำ 1) ต้มลิ้นวัวพอสุกแล้วลอกหนังลิ้นออก นำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ แล้วเอาลงไปต้มกับส่วนผสมทั้งหมด (มี ผงพะโล้ น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ ซอสภูเขาทอง น้ำตาลทราย) 2) เคี่ยวพอเปื่อย ประมาณ 30 นาที หรือลองชิมดูว่าเปื่อยนุ่มได้ที่หรือยัง จากนั้น 3) เจียวกระเทียมพอเหลือง เทใส่หม้อ 4) ผสมแป้งอเนกประสงค์กับน้ำ แล้วเทใส่หม้อสตูว์ โดยตีไปเทแป้งไปพร้อมๆกัน เพื่อให้น้ำเหนียวข้น 5) ปิดไฟเสร็จแล้วตักน้ำมันพืชพอประมาณราดลงบนหน้าสตูว์ เพื่อไม่ให้หน้าสตูว์แห้ง เป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับ ต้มลิ้นกับเครื่องปรุงเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ข้ามคืนปล่อยให้ลิ้นวอร์มไปเอง เพื่อให้มีความนุ่มเพิ่มขึ้น และเครื่องปรุงจะซึมเข้าไปในเนื้อ โดยจะมีน้ำมันออกมาปิดหน้า อย่าช้อนทิ้ง พอจะใส่แป้งค่อยช้อนหน้าน้ำมันออก.

Grill & Chill @The Flying Ribs

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/586174

โดย Gourmet & Cuisine 15 มี.ค. 2559 16:02

 

ร้านสเต๊กแอนด์กริลล์เฮาส์ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ประสบการณ์ความอร่อยไม่ธรรมดา เพราะนี่คือโปรเจกต์ใหม่ของคุณหนึ่ง-ภาวัส วนะภูติ อดีตเจ้าของร้านอาหาร Italian Job ที่ดัดแปลงบ้านเก่าอายุกว่าร้อยปีของครอบครัวให้กลายเป็นสถานที่แฮงก์เอาต์น่านั่งในสไตล์ของตัวเอง ด้วยการผสมผสานผนังอิฐ พื้นปูนขัด และเคาน์เตอร์สังกะสีที่ดูดิบเท่เข้ากับโทนร้านสีขาว

นอกจากจะหยิบยกหลากหลายเมนูอิตาเลียนยอดนิยมจากร้านเดิมอย่างพิซซาและพาสตามาให้ขาประจำหายคิดถึงแล้ว The Flying Ribs เสริมเมนูสเต๊กสไตล์โฮมเมดที่พัฒนาสูตรให้แตกต่างและน่ากินยิ่งขึ้น จานเด่นซิกเนเจอร์ที่เจ้าของร้านภูมิใจนำเสนอคือ Flying Ribs ซี่โครงหมูหมักซอสบาร์บีคิวโฮมเมดจนเนื้อนุ่ม ก่อนทาซอสซ้ำอีกครั้งขณะย่างเพื่อความเข้มข้นและเคลือบด้วยฮันนี่เกลซเพิ่มความหอมหวาน เสิร์ฟพร้อมมันอบ มันฝรั่งทอด และป๊อปคอร์นที่เราขอบอกว่ากินกับซี่โครงหมูเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

อีกหนึ่งจานที่ดูเหมือนธรรมดาอย่าง Bake Spinach with 3 Cheese หรือผักโขมอบชีสมอซซาเรลลา เชดดาร์ และพาร์เมซาน โรยหน้าด้วยออริกาโนตัดความเลี่ยน แต่ที่นี่อบบนจานแบนไม่เหมือนใครให้ชีสละลายเยิ้มแผ่เป็นขอบกรอบๆ เต็มจานให้อร่อยกันอย่างทั่วถึง ต่อด้วย Baked New Zealand Mussel with Cheese หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโตอบชีสมอซซาเรลลาและไวต์ไวน์ครีม เสิร์ฟบนจานแก้วที่รองด้วยเกลือทะเลสุดเก๋ อีกจานเด่นคนรักชีสไม่ควรพลาด

ส่วนใครชอบของทอดต้องลอง Fish and Chips สไตล์นิวซีแลนด์ที่ใช้ปลาค้อดดำชิ้นใหญ่เนื้อแน่นชุบแป้งหนาทอดจนกรอบกำลังดี กินกับมันฝรั่งทอดและซอสทาร์ทาร์ที่ใส่ถั่วลันเตาและหอมแดงเพิ่มรสชาติ แนะนำให้สั่งคู่กับ Fresh Mix Salad สลัดผักสดที่มีทั้งกรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก มะเขือเทศ และหอมหัวใหญ่ ราดซอสไวต์ไวน์วินีการ์รสเปรี้ยวสูตรเฉพาะที่ช่วยเบรกความมันได้เป็นอย่างดี

พิกัดความอร่อย : ถนนสีลม (ด้านหลังอาคารตวงทิพย์) แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. (หยุดวันอาทิตย์)
โทร. 0-2236-3235, 08-0591-1010
ราคา 80-495 บาท
รับบัตรเครดิต VISA และ Master Card

ที่มา – Gourmet & Cuisine
www.gourmetandcuisine.com

โรตีเมืองตรัง หรอยโรตีกรอบชอบโรตีตบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589730

โดย คุณชาย 2 13 มี.ค. 2559 05:01

 

อาหารเมืองตรังที่เลื่องชื่อลือชา ใช่เพียงหมูย่างเมืองตรังเท่านั้น ยังมีติ่มซำ เค้กเมืองตรัง และโรตีเมืองตรังด้วย

โรตีมีหลายร้านให้เลือกลิ้ม แต่ “คุณชาย 2” เลือกชิมโรตีเมืองตรัง ตั้งอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟตรัง ลงจากรถไฟแล้วเรียกรถบริการก็ได้ เดินไป เองก็ดี ออกกำลังกายย้ายพุงไปประมาณ 200 เมตรก็ถึงแล้ว แต่ขอกระซิบไว้ ก่อนว่าร้านค้าเปิดตอนเย็นๆ เรื่อยไปจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืน

แอบเยือนคืนแรก คนแน่นร้านราวกับงานเลี้ยงโต๊ะจีน ครั้นย้อนกลับไปคืนที่สอง แม้ฝนจะโปรยปรายมาผิดฤดู แต่คนยังไม่บางตา พากันเข้ามาอุดหนุนเนืองแน่น มีทั้งนั่งรับประทานในร้าน หน้าร้าน และข้างๆร้าน แสดงถึงความเหนียวแน่นของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศหน้าร้านคึกคัก บ้างสั่งแล้วเดินไปหาซื้อของแล้วแวะมารับ บ้างสั่งแล้วเลือกยืนสูดกลิ่นหอมๆ ระหว่างมือปรุงสะบัดแผ่นแป้งเหนือกระทะ บ้างยืนกดโทรศัพท์ไปพลางๆ รายการโรตีมองผ่านๆ เห็นมีราว 20 รายการทีเดียว

รสชาติโรตีเมืองตรังเป็นอย่างไร

“คุณชาย 2” เริ่มด้วยโรตีกรอบ

กัดเบาๆเสียงดังกร็อบ ความกรอบจากการย่างด้วยความร้อนที่พอเหมาะ ทำให้แป้งที่ผ่านการนวดเฟ้นมาอย่างดีกรอบได้ที่ ขณะเคี้ยวแป้งกรุบกรอบ ลิ้นก็สัมผัสกับรสหวานของน้ำตาลและนมข้นหวานเข้ามาผสม เพียงขยับฟันเบาๆก็นำความอร่อยลิ้นเข้าไปอย่างสบายๆ

ลิ้มความกรอบ หอม และหวานไปสองสามคำ ค่อยตามด้วยชาร้อนๆ ลบความหวานลิ้นออกไปก่อน กันเลี่ยนได้ดีนักแล พอเริ่มคำใหม่ก็ได้รสชาติอร่อยดุจเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ชาวตรังจึงนิยมทานโรตีกรอบกับชาร้อนๆ ยิ่งทานในร้านเวลาฝนตก มองสายฝนโปรยปรายบางเบา แกล้มกับความหวานหอมของโรตีและความอุ่นของชา ช่วยเติมรสชาติชีวิตได้เป็นอย่างดี

“โรตีกรอบเด็กๆชอบมาก ขายดีมาตั้งแต่เริ่มตั้งร้าน” เจ้าของร้านกระซิบ และเสริมว่า “พวก หนุ่มๆสาวๆก็ชอบ พวกเขาซื้อไปคราวละมากๆ คุยกันไปกินกันไปเพลินๆ คนชอบโรตีกรอบมีทั้งผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็กๆ ทำให้ขายดีกว่าชนิดอื่นๆ” เจ้าของร้านสรุป

คุณสุมาลี คณาถิติกุล เจ้าของร้านวัย 45 ปี เธอทิ้งการเรียนรู้ในสถาบันไว้เพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หันหน้าเข้าหากระทะโรตีมาตั้งแต่อายุราว 15 ปี อาศัยที่เป็นคนชอบทานโรตีเอามากๆ จึงค่อยเรียนรู้ ฝึกปรือฝีมือการทำ มาจนกระทั่งวันหนึ่งก็คิดได้ว่า “น่าจะลองทำขายดู”

คิดแล้วทำ ประมาณ พ.ศ.2540 เริ่ม “ลองขายดู ขายบนรถเข็นเล็กๆ จอดขายเป็นจุดๆ ปรากฏว่าเด็กๆชอบซื้อโดยเฉพาะโรตีกรอบ” สุมาลีเอ่ยด้วยความภูมิใจ

ก้าวแรกประสบความสำเร็จ วัดได้จากเด็กๆ ชอบรสชาติ ก้าวสองจึงพัฒนารสชาติ เธอเห็นว่าเด็กๆชอบโรตีกรอบจึงคิดต่อไปว่าควรจะเพิ่มรสชาติอย่างไรดี เพื่อให้ลูกค้ามีหลากหลายขึ้น จึงทำโรตีกล้วยหอมออกมา ก็ได้รับความสนใจอีก

รสชาติ “ยึดเอาตามที่ลูกค้าชอบ เมื่อก่อนเรามีโรตีกรอบ โรตีใส่ไข่ ต่อมาทำโรตีกล้วยหอม เห็นลูกค้าชอบจึงเพิ่มรสผลไม้อื่นๆเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นลูกเกด ข้าวโพด มะพร้าวอ่อน ลูกชิดและขนุน เป็นต้น”

คนรุ่นใหม่ต้องการกลิ่นอายอาหารตะวันตก เจ้าของร้านก็ทำโรตี “พิซซ่า” ออกมาให้ทดสอบความอร่อย แน่นอนว่าได้รับความสนใจเช่นเคย มิเพียงวัยรุ่นเท่านั้น เด็กๆที่ชอบอาหารต่างประเทศก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

ด้วยความนิยมของลูกค้าราวปี 2543 จึงตั้งร้านเป็นหลักเป็นฐาน และต้องแจกบัตรคิวให้ลูกค้ารับอาหารด้วย เมื่อถามว่าความนิยม เกิดขึ้นได้อย่างไร เจ้าของร้านบอกว่า “น่าจะเป็นเรื่องบอกต่อมากกว่า”

แน่นอนว่าคนที่บอกต่อนั้นประทับใจรสชาติโรตี คุณสุมาลีบอกว่าเนื่องจากโรตีมีน้ำมัน ลูกค้าบางรายไม่ค่อยชอบน้ำมัน เมื่อปัญหามีไว้ให้แก้ไข เจ้าของร้านที่เอาใจใส่ลูกค้าก็มีวิธี และนี่คือที่มาของโรตีตบ หมายถึงโรตีที่ทอดได้ที่แล้ว งัดขึ้นมาตบไล่น้ำมันออกไป คงเหลือไว้แต่โรตีที่นุ่ม น่ารับประทาน “คุณชาย 2” ลองลิ้มกับชาร้อนๆ พบว่าเหมาะสมกันดี ครั้นลองกับกาแฟโบราณก็ได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบหนึ่ง

โรตีจะอร่อยต้องทำอย่างไร คุณสุมาลีบอกว่า ทั้งแป้งและส่วนผสมต้องพอดี วัสดุต่างๆที่เรานำมาใช้ต้องคุณภาพดี และ “ต้องใส่ใจในการทำแป้ง และการทอด ต้องให้พอเหมาะ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความชำนาญและเคล็ดของแต่ละคน”

ยอดขายที่ผ่านมาแม้ไม่อาจบอกตัวเลขได้ แต่ก็บอกได้ว่าช่วงเศรษฐกิจดี แต่ละวันแป้งหมดไปประมาณ 20-25 กก. ปัจจุบันเศรษฐกิจไม่ดี ชาวตรังกระอักกับราคายางพารา แม้ลูกค้าลดลงไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ายังขายดี วันปกติคนจะหนาตาเวลาประมาณ 20.00 น. แต่ถ้าเป็นเทศกาลลูกค้าจะหนาแน่นเป็นพิเศษ

ถ้ามาเมืองตรังก็พิสูจน์กันได้ ร้านเปิดเวลา 16.00-24.00 น. ทุกวัน ยกเว้นเจ้าของร้านติดธุระสำคัญมากๆ หรือฝนตกหนักเกินไป สอบถามเส้นทางหรือรายละเอียดได้ที่ 08-4850-1152

“แวะมาชิมโรตีกรอบที่ตรังนะคะ ชิมกับชาซีลอนร้อนๆ หรือกาแฟโบราณก็ได้” เจ้าของร้านเชิญชวน.

คุณชาย 2

รู้แล้วต้องจัดหนัก!ของกินเล่นงานปาร์ตี้ ไม่ทำให้อ้วนชัวร์!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/587372

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2559 06:05

 

มางานปาร์ตี้สุดมันทั้งที แต่ทว่าไม่ได้กินในสิ่งที่ใจอยาก ต้องคอยบังคับตัวเองเพราะกลัวน้ำหนักจะขึ้น-ไม่สวยเพรียวเหมือนเคย ถ้าเป็นแบบนี้ทุกงานคงน่าเสียดายแย่ วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ เลยมีไอเดียทางออกมานำเสนอให้สาวๆ กับของกินเล่นที่ไม่ทำให้อ้วนแต่อย่างใด เราลองแล้วรับประกันว่า ‘เวิร์กจริงไม่อิงแค่ราคาคุย’ ถึงจะกินเยอะจัดหนักขนาดไหนก็ยังคงรักษารอบเอว และหน้าท้องแบนราบได้แน่นอน กองไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์ชิมมากับตัวเอง!

1. ผลอะโวคาโด สารพัดประโยชน์
หนึ่งในผลไม้หาได้ยากที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน, วิตามิน, สารต้านอนุมูลอิสระ (ไฟโตนิวเทรียนท์), และไฟเบอร์ เมื่อไปถึงงานปาร์ตี้แล้วสาวๆ ไม่รู้จะกินอะไร เราแนะนำให้ตรงดิ่งไปที่อะโวคาโดก่อนได้เลย นอกจากมันจะมีคุณสมบัติช่วยให้การย่อย และการขับถ่ายคล่องเป็นระบบมากขึ้น (ตัดปัญหาท้องผูก และหน้าท้องบวมป่องเพราะขับถ่ายไม่คล่อง) แถมช่วยดูดซึมสารพิษตกค้างในลำไส้ให้ระบายออกมาในรูปของเสียแล้ว มันยังเป็นผลไม้กรดไขมันเชิงเดี่ยวที่ช่วยให้สาวๆ รู้สึกอิ่มไปหลายชั่วโมง คุมหน้าท้องแบนราบได้อยู่หมัด!

ผลอะโวคาโด

2. อัลมอนด์ อร่อยเพลิน
ของกินเล่นที่ไม่ว่าปาร์ตี้ไหนๆ ก็ต้องมี สาวๆ รู้ไหมว่า แค่กินอัลมอนด์ 1 กำมือก็ช่วยทำให้อิ่มได้นานจนไม่อยากกินของจุกจิกอย่างอื่นเลย แถมยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และไขมันหน้าท้องได้เป็นอย่างดี ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้สาวๆ กินอัลมอนด์ทุกๆ วัน มันจะช่วยระงับความหิวได้ และยังให้สารอาหารชั้นดีในยามที่คุณไดเอต (กินอัลมอนด์ 70 เมล็ดต่อวัน พร้อมควบคุมอาหารไปด้วย สามารถลดเอวได้ถึง 7 นิ้วเชียวนะ!) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการกินเยอะไปก็ทำให้อ้วนได้เหมือนกันนะ เพราะเพียงอัลมอนด์ 24 เมล็ด ก็มีแคลอรีมากถึง 163 แคลอรี และไขมันถึง 14 กรัมเลยทีเดียว ฉะนั้นกินในปริมาณที่พอเหมาะจะดีกว่านะ

อัลมอนด์

3. มันฝรั่ง เนื้อๆ เน้นๆ เต็มๆ หัวใจ
ไปปาร์ตี้ไหนๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าหน้าท้องจะป่อง หรือหุ่นจะไม่สลิม ถ้ามีมันฝรั่งสุดยอดตัวช่วยอยู่! มันจัดเป็นหนึ่งของกินเล่นสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักโดยเฉพาะ ไม่เพียงแต่จะให้แคลอรีต่ำ (มันฝรั่งต้ม : 70-80 แคลอรี) ทว่ามันยังอุดมไปด้วยวิตามินซี โพแทสเซียม วิตามินบี 1 และวิตามินบี 6 ที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย จากผลการทดสอบของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ยังยืนยันด้วยว่า มันฝรั่งเป็นอาหารที่ควบคุมน้ำหนักได้ดีที่สุด ถ้าสาวๆ ไม่เชื่อ ปาร์ตี้ครั้งหน้าก็จัดเลยสิ!

มันฝรั่ง

4. ทับทิม เม็ดเล็กๆ แต่ประโยชน์เพียบ 
อีกหนึ่งสุดยอดผลไม้/ของกินเล่น ที่ช่วยลดน้ำหนัก และล้างสารพิษในร่างกายได้อย่างเยี่ยมยอด สารต้านอนุมูลอิสระ ‘โพลีฟีนอล’ ในทับทิมจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ลดไขมันในเลือด รวมไปถึงล้างสารพิษในเลือด และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้สะดวกขึ้น ทั้งนี้จากผลการวิจัยยังพบว่า น้ำทับทิมสามารถลดพุงน้อยๆ รอบเอวได้ หน้าท้องของคุณจะยุบสลิมขึ้นจนเห็นได้ชัด ตลอดจนรสหวานในทับทิมยังช่วยลดความอยากน้ำตาลได้ด้วย

5. เกรปฟรุต ฝาแฝดส้มแต่พลังเหลือเฟือ
ผลไม้หุ่นสวย (หน้าตาคล้ายส้ม) ที่คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นสักเท่าไร หากแต่คุณสมบัติของมันเลิศเว่อร์ เพราะมันไม่ได้ทำหน้าที่แค่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญน้ำตาลให้ทำงานดีขึ้น แต่มันยังช่วยให้สาวๆ อิ่มท้องได้เร็ว และนานขึ้น-อยากกินขนมน้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักของสาวๆ ลดลงตามไปด้วย ซึ่งจากการทดลองในสหรัฐอเมริกา 12 สัปดาห์ พบว่า คนที่กิน “เกรปฟรุต” ครึ่งผลก่อนมื้ออาหารใดๆ หรือยามท้องว่างนั้น จะมีน้ำหนักที่ลดลงอย่างเหลือเชื่อ (ประมาณ 1.6 กิโลกรัม) บางคนลดได้มากถึง 4.5 กิโลกรัม ต่างกับคนที่ไม่ได้กิน “เกรปฟรุต” จะมีน้ำหนักลดลงไม่ถึงครึ่งกิโลกรัมด้วยซ้ำ อย่างไรก็ดีในเกรปฟรุตยังมีสารสำคัญ อย่างไลโคปีน และไลมินอยด์ ที่ช่วยป้องกัน และต่อต้านมะเร็งด้วย!

เกรปฟรุต

เติมความอร่อยในแบบที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588674

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2559 05:15

 

สร้างความสุข ในครอบครัวช่วงวันหยุดด้วยการหา ของอร่อยกินกันดีกว่าค่ะ เริ่มจากอาหารอีสานรสแซ่บต้นตำรับระดับพรีเมียม ต้องยกให้ “ตำทองหล่อ” ร้านอาหารอีสานสไตล์โมเดิร์น ที่ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากแหล่งผลิตชั้นนำ อร่อยนัวไปกับเมนูซิกเนเจอร์ “ตำถาด” ที่มีให้เลือกทั้งตำทองหล่อ ตำเมรี และตำแม่พิมพ์, ไก่ย่างต้นตำรับ, น้ำตกคอหมู, ปากเป็ดทอด, ต้มแซ่บกระดูกอ่อน และล้างปากด้วย ไอศกรีมกะทิทรงเครื่อง อร่อยลงตัวแบบนี้ที่ ชั้น 2 อาคารเดอะ เทสต์ สุขุมวิท ทองหล่อ 11 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร.09-1874-4999

ส่วนที่ห้องอาหารเรือนต้น รร.มณเฑียร จัดเมนูรับลมร้อน ทั้งฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ และข้าวเหนียวมะม่วง ให้ได้ชิม ส่วนที่มณเฑียร เบเกอรี่ จัดทาร์ตมะม่วงหอมอร่อยให้ชิม โทร.0-2233-7060 ต่อ 5103…ห้องอาหารเรดสกาย รร.เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ จัดเซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ พรีเมียม บับบี้บรันช์ บุฟเฟ่ต์เนื้อนำเข้าคุณภาพเยี่ยมและซีฟู้ดสดใหม่จากทั่วโลก โทร.0-2100-6255…ห้องอาหารจีนหล่งฟ่ง รร.สวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด จัดชุดอาหารกลางวัน “บิสซิเนส ลันช์” สำหรับผู้ที่กำลังมองหาอาหารกลางวันสไตล์จีน บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.30-14.30 น. โทร. 0-2694-2222 ต่อ 1540…ตลอดเดือนนี้ ห้องอาหารจีน ฟุ หมาน เหลา รร.ทวิน ทาวเวอร์ ลดราคาเป็ดปักกิ่งหนังกรอบไร้มัน 50% เหลือเพียง 442 บาทถ้วน โทร. 0-2216-9555 ต่อ 11452… ห้องอาหารเอโดะ รร.มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ชวนชิมเมนูเด็ดแก้มปลา ฮามาจิ จะเสิร์ฟถึง 31 มี.ค. โทร.0-2575-5599 ต่อ 1460

สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ต้อนรับหน้าร้อนด้วย “เบิร์นท์ คาราเมล มัคคิอาโต” เครื่องดื่มมัคคิอาโตสูตรใหม่ชิมความหอมหวานของคาราเมลแบบไหม้นิดๆ เพิ่มความเข้มของช็อตเอสเพรสโซ่ ปิดท้ายด้วยซอสคาราเมลราดแบบ cross-hatch และ “ช็อกโกแลต เฮเซลนัท มัคคิอาโต” ด้วยรสที่หอมหวานของช็อกโกแลต ถั่วเฮเซลนัท และช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้นสั่งได้ถึง 25 เม.ย….ส่วน คอฟฟี่เวิลด์ จัดเมนู Mango Milk Shake เครื่องดื่มที่ผสมผสานความอร่อยของไอศกรีมรสมะม่วง ปั่นกับนมสด และ Mango Yellow Shibuya toast โทสต์หอมๆ เนื้อนุ่มทานคู่กับไอศกรีมรสมะม่วงเข้มข้น เสิร์ฟถึง 30 เม.ย….ชื่นชอบเมนูไหน แวะไปชิมกันได้เลยค่ะ

เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588670

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2559 05:01

 

เข้าสู่ในยุคที่ภาครัฐหันมาให้ความสนใจกับธุรกิจภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น มีนโยบายสำคัญในการผลักดันและส่งเสริมให้ 10 อุตสาหกรรมมีความเข้มแข็งและยั่งยืน

หนึ่งใน 10 คือ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ซึ่งวันนี้นอกจากภาครัฐจะให้การสนับสนุนแล้ว ผู้ประกอบการเองก็ต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ตนเองดำเนินการ

อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตอาหาร ซึ่งอาหารที่จะเข้าสู่ร่างกายได้ต้องมีความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง คือตั้งแต่แปลงเพาะปลูกต้องไม่ใช้สารเคมีเกินความจำเป็น การเข้าสู่โรงงานต้องมีระบบควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อชนิดต่างๆที่จะส่งผลให้ผลผลิตมีความเสียหาย

เมื่อเข้าสู่โรงงานแปรรูปต้องมีระบบคุณภาพภายในโรงงานเป็นที่ยอมรับ ทุกขั้นตอนการผลิตจะต้องมีความปลอดภัยซึ่งดูแล้วอาจจะยากสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่

แต่วันนี้สถาบันอาหารร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มีโครงการพิเศษเรียกว่า โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (New Entrepreneurs Creation : NEC)

สำหรับปีงบประมาณ 2559 ซึ่งภายในโครงการดังกล่าวจะมอบความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตที่ดีให้กับทุกท่าน ทั้งในเรื่องกระบวนการผลิตอาหาร การขออนุญาต อย. การผลิตอาหารอย่างไรให้เก็บรักษาได้นาน การตลาดออนไลน์ (Social Media Marketing) ช่องทางการขายบนมือถือ Facebook Line และยังมีการสร้างและออกแบบ website

วันนี้ภาครัฐลงมาให้การสนับสนุนและเดินหน้าโครงการดีๆอย่างเต็มตัว

สุดท้ายอยู่ที่ผู้ประกอบการทุกท่านว่าจะตอบรับและเข้าถึงโครงการดังกล่าวหรือไม่ หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ต้องการเดินหน้าเพื่อเข้าสู่โลกอุตสาหกรรม ก็จะต้องไม่พลาดโครงการดีๆ ดังกล่าว

แอบกระซิบนิดหนึ่ง โครงการนี้รับสมัครผู้ประกอบการที่สนใจจำนวนจำกัด

หากสนใจต้องรีบติดต่อกลับที่ แผนกบริการฝึกอบรม ฝ่ายฝึกอบรม สถาบันอาหาร โทรศัพท์ 0-2886-8088 ต่อ 2208-2212 โทรสาร 0-2886-8104.

สตูว์ ไก่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/588178

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 มี.ค. 2559 05:15

 

อีกหนึ่งเมนูอาหารฝรั่งที่คนไทยชอบรับประทาน เพราะมีครบทุกรสทั้งเปรี้ยวหวานมันเค็ม และสามารถทานกับข้าวสวย ได้อย่างเข้ากันอีกด้วย โดยมีวิธีทำอันหลากหลายสไตล์ใครก็สไตล์คนนั้น แต่มาจบที่รูปและรสเดียวกัน สำหรับเมนูสตูว์ไก่ในวันนี้ เป็นสูตรที่ คุณน้ำหวาน-พัสวี พยัคฆบุตร เจ้าของสถาบันความงามแบบเซลส์บำบัด “ฟิลอร์ก้า คลินิก” จากฝรั่งเศส สาขาเดียวในเอเชีย ได้มาจากคุณป้าที่อังกฤษ ซึ่งชอบเรียนรู้การทำอาหารเช่นเดียวกับเธอ

คุณน้ำหวานเล่าว่า คุณแม่ของเธอต้องทำอาหารให้ครอบครัวทานด้วยตนเองทุกวัน โดยมีเธอคอยเป็นลูกมือบ้าง ตามไปช่วยจ่ายตลาดบ้าง เลยได้เรียนรู้แบบครูพักลักจำทั้งสูตรอาหารและเคล็ดลับในการปรุง และเมื่อโตขึ้นเธอเลยได้ช่วยแบ่งเบาความเหน็ดเหนื่อยในการทำอาหารจากคุณแม่ไปได้มากทีเดียว ประกอบกับที่บ้านจะทานอาหารรสเผ็ดไม่ได้ อาหารที่ทำส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์กึ่งยุโรป พวกสตูว์ แต่เนื่องจากคุณพ่อเป็นคนเหนือ น้ำหวานจึงได้สูตรอาหารเหนือพ่วงมาด้วย และไม่เพียงแต่เป็นมือแทนคุณแม่ในการทำอาหารให้ที่บ้านได้ทานเท่านั้น หุ้นส่วนทางธุรกิจทุกคนยังมาฝากท้องไว้ที่บ้านเธออีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เวลาที่ไปดูงานหรือเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ คุณน้ำหวานยังต้องมีหน้าที่ลงครัวอีกด้วย ซึ่งเธอก็เต็มใจทำ เพราะรักและชอบการทำอาหาร เป็นความสุขอย่างหนึ่งค่ะ นอกจากนี้ ยังทำให้เธอได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับเครื่องปรุงอาหารของแต่ละประเทศไปด้วย ถือเป็นประสบการณ์ความรู้ที่ไม่สามารถหาได้จากโรงเรียนไหนๆ

เมนูที่ขึ้นชื่อของคุณน้ำหวาน นอกจากสตูว์ไก่แล้ว ยังมีข้าวต้มกระดูกหมู ซี่โครงแกะทอดเนยราดไวน์แดง โดยอาหารส่วนใหญ่ที่ทำ คุณน้ำหวานจะคิดทำขึ้นในสไตล์ของเธอเอง โดยขึ้นอยู่กับเครื่องปรุงที่หาได้เป็นหลัก และใช้เวลาอันจำกัด

สำหรับเครื่องปรุงสตูว์ไก่ : ไก่ 2 กก./หอมซุป (หอมใหญ่หัวเล็กๆ) 12 หัว/มันฝรั่ง 12 หัว/เนยเทียมเค็ม 2 ก้อน/ซอสแม็กกี้ 4ชต./ซีอิ๊วขาว 4ชต./ซอสมะเขือเทศ 300 กรัม/ซอส Lea & Perrins 1ชต./พริกไทย 1ชต./น้ำตาล 1 ชต./แป้งมัน 1ชช./เกลือ

วิธีทำ 1) ล้างไก่ให้สะอาดก่อนนำไปหมักกับซอสมะเขือเทศ 150 กรัม และเนยเทียม 1 ก้อน พร้อมด้วยเครื่องปรุงอื่น โดยคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 3 ชม. 2) จากนั้นนำไก่ไปทอดกับเนยเทียมที่เหลือ และน้ำมัน 3ชต.ด้วยไฟอ่อนๆ พอหอมและหนังไก่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองกำลังดี 3) นำไก่ที่ทอดใส่หม้อ เติมน้ำเปล่า 600 มล. ตั้งไฟจนเดือด จึงใส่มันฝรั่ง หอมซุป พร้อมด้วยซอสมะเขือเทศที่เหลืออีก 150 กรัม และน้ำมันที่เหลือจากการทอดไก่ ให้เทน้ำมันทิ้งเหลือแต่น้ำซอส เทลงในหม้อ ตุ๋นไปพร้อมกับไก่อีกประมาณ 2 ชม. โดยระหว่างตุ๋นค่อยๆเติมน้ำเพื่อไม่ให้น้ำแห้ง และถ้ารสชาติอ่อนไป ค่อยๆเติมเกลือลงไป 4) หลังจากตุ๋นไก่ได้ที่แล้ว ก่อนปิดไฟ ให้เติมแป้งมัน 1ชช. ผสมกับน้ำลงในหม้อตุ๋น ทิ้งไว้อีกประมาณ 10 นาทีค่อยปิดไฟ และถ้าจะให้ได้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น ควรทิ้งไว้ 1 คืนค่อยรับประทาน โดยทานได้ทั้งกับข้าวสวย เส้นสปาเกตตี หรือขนมปัง สุดแต่จะชอบสไตล์ไหน.

Rosemary by Madame Tuang อร่อย (ตามใจ) สไตล์มาดามตวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/585059

โดย Gourmet & Cuisine 8 มี.ค. 2559 16:01

 

ด้วยเสียงเรียกร้องอยากชิมเมนูอร่อยหน้าตาน่ากินทั้งที่อยู่ในตำราอาหารและที่เธอปรุงโชว์ทุกสัปดาห์ มาดามตวง-อุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ พิธีกรและเจ้าของรายการมาดามตวง Food Work จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหาร Rosemary by Madame Tuang ร้านแรกในบรรยากาศบ้านหลังใหญ่สีขาวสบายตาที่มาพร้อมคอนเซปต์ Casual All Day Dining เสิร์ฟอาหารสไตล์ยูโรเปียนคอนเทมโพรารีที่เราขอเรียกว่าเป็นเมนูอร่อย (ตามใจ) สไตล์มาดามตวง เพราะนอกจากจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรสชาติและหน้าตา ที่นี่ยังมีเมนูพิเศษที่มาดามคิดค้นหมุนเวียนมาให้ชิมกันตลอดแบบมาเมื่อไรเป็นต้องเซอร์ไพรส์กันแน่นอน

เริ่มต้นเรียกน้ำย่อยกันด้วย Black Magic with Honey ขนมปังโรลสีดำเนื้อนุ่มที่ซ่อนความอร่อยไว้ด้านในกับไส้ชีสเยิ้มๆ หอมมันที่ทำจากชีส 3 ชนิด คือ มอซซาเรลลา พาร์เมซาน และเชดดาร์ เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมกับน้ำผึ้งที่กินคู่กันได้อร่อยลงตัวสุดๆ ต่อด้วยเมนูยอดนิยมอย่าง Egg Onsen ไข่ที่ซูสวิดจนนุ่มเยิ้มน่ากิน มาพร้อมครีมเห็ดทรัฟเฟิลรสกลมกล่อม มันบดสูตรพิเศษ และชีสพาร์เมซานอบกรอบ

มาถึงจานหลักเอาใจคนรักเนื้อกับ Beef Tenderloin สเต๊กเนื้อแองกัสนำเข้าจากออสเตรเลีย ที่มาดามย้ำว่าเลือกใช้เฉพาะเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยธัญพืช 150 วัน ไม่ผ่านการแช่แข็ง เสิร์ฟพร้อมมันบดและซอสที่เลือกได้ทั้งซอสไวน์แดงและซอสพริกไทยดำ ส่วนใครชอบปลาต้องลองจานเด็ดสไตล์ Classic French อย่าง Grilled Sea Bream with Caper Lemon Butter Sauce ปลาซีบรีมนำเข้าจากฝรั่งเศส เนื้อมันนุ่มแต่ไม่เละ ย่างจนหนังกรอบ ราดซอสเนยใส่เคเปอร์และเลมอนเพิ่มรสชาติ

ถ้าอยากกินซีฟู้ดแบบจัดเต็มแนะนำ Seafood King ที่มีทั้งบอสตันล็อบสเตอร์ไซส์ใหญ่พิเศษย่างสุกกำลังดี ปลาหมึกทอดกรอบ หอยแมลงภู่สเปนอบไวน์ขาว มาพร้อมซอสทาร์ทาร์และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด รวมทั้งมูสแซลมอนเนื้อเนียนกินกับขนมปังเซียบัตตา

นอกจากนี้ ยังมีเซต High Tea ที่อัดแน่นไปด้วยของหวานและเบเกอรี่ เสิร์ฟพร้อมชาจาก TWG ให้สาวๆ ได้จิบชายามบ่ายกันแบบสวยๆ อีกด้วย

พิกัดความอร่อย: ชั้น G The Taste Thonglor ซอยทองหล่อ 11 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.00-22.30 น.
โทร. 0-2712-5998, 06-2414-4659
ราคา 300-4,000 บาท
รับบัตรเครดิต VISA และ Master Card

ที่มา – Gourmet & Cuisine
www.gourmetandcuisine.com