หมึกหิ่งห้อย อร่อยรสฤดูใบไม้ผลิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/421033

11 มีนาคม 2559 เวลา 17:42 น

หมึกหิ่งห้อย  อร่อยรสฤดูใบไม้ผลิ

โดย…เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ … กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ในทุกคำที่กลืนกินมีกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิและรสชาติทะเลลึกแนบมากับ “หมึกหิ่งห้อย” เมนูโอชะจากวัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากญี่ปุ่น

จากอ่าวที่งดงามติดอันดับต้นๆ ของโลก ในพื้นที่เมืองแห่งธรรมชาติกลางเกาะญี่ปุ่น อ่าวโทยามะ จังหวัดโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารทะเลสดใหม่และอร่อย หนึ่งในของดีจากโทยามะต้องรวมถึงโฮตารุอิกะอยู่ด้วย

หมึกหิ่งห้อย (Firefly Squid) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า โฮตารุอิกะ (Hotaruika) มีแหล่งกำเนิดในหลายถิ่นของโลก แต่หมึกหิ่งห้อยจากโทยามะมีชื่อเสียงโด่งดังอาจจะเรียกว่ามากที่สุด ทุกปีเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นฤดูกาลของหมึกหิ่งห้อยของญี่ปุ่นด้วย โฮตารุอิกะจะถูกส่งออกไปให้นักชิมทั่วโลกได้ลิ้มลอง ไม่ยกเว้นแม้ในบ้านเรา

ณ ห้องอาหารญี่ปุ่น คิสโสะ โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ฤดูรับประทานหมึกหิ่งห้อยเริ่มต้นแล้ว ด้วยเทมปุระ ซูชิ สลัด และหมึกหิ่งห้อยสาหร่ายญี่ปุ่นราดครีมซอส ด้วยเนื้อกรุบกรอบที่มีความหวานอยู่ในตัวเอง ทำให้ของขวัญจากทะเลชนิดนี้ช่างน่าติดอกติดใจ

 

ไม่ได้มีดีที่ความอร่อย โฮตารุอิกะนั้นยังเป็นสัตว์โลกอันแสนอัศจรรย์ เพราะมีอวัยวะผลิตแสงได้ ในฤดูวางไข่ช่วงกลางเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน มิ.ย.ของทุกปีจะมีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “หมึกโฮตารุลอยบนผิวน้ำทะเล” ทำให้ท้องทะเลและชายหาดส่องแสงระยิบระยับ นี่ถูกยกให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของญี่ปุ่น ทำให้การท่องเที่ยวเพื่อชมแสงหมึกโฮตารุอิกะในยามค่ำคืนนั้นได้รับความนิยม พอๆ กับการชิมรสชาติเฉพาะตัวของหมึกชนิดนี้

หมึกหิ่งห้อยหรือหมึกเรืองแสงนี้เป็นหมึกขนาดเล็ก ทั่วไปจะมีความยาวประมาณ 3 นิ้ว สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายวิธี ทั้งรับประทานดิบ ย่าง ต้ม หรือแม้กระทั่งทำเป็นเทมปุระ ชาวท้องถิ่นว่ากันว่าที่อร่อยที่สุด คือ กินสดๆ หลังจากนำขึ้นมาจากทะเล เมื่อได้ลองต้องร้องว่า “โออิชิ” (อร่อย) กันทุกคน

โฮตารุอิกะสามารถนำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูซูชิได้ทั้งแบบดิบหรือย่าง สามารถรับประทานเป็นซาชิมิได้ โดยต้องนำไส้ออกก่อน หมึกสดเนื้อเนียนนุ่มอร่อย ส่วนหนวดเป็นเส้นๆ นั้นสามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งบะหมี่เย็น หรือต้มกับผักตามฤดูกาล หรือต้มจนกว่าจะเปลี่ยนสีชมพูแล้วเสิร์ฟกับซอสจากน้ำส้มสายชูและมิโซะ

 

ในปลาหมึกดิบมีรสหวานตามธรรมชาติ แต่เมื่อนำไปต้มก็จะให้รสสัมผัสหยุ่นๆ ที่น่ารื่นรมย์ ขณะที่การนำไปหมักจะได้รสชาติที่หลากหลายจากเนื้อในตัวปลาหมึก เพราะขนาดเล็กๆ ของหมึกหิ่งห้อยทำให้รับประทานได้ทั้งตัวในคำเดียว หมึกชนิดนี้มีทอรีน (Taurine) และวิตามินซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย

การรับประทานโฮตารุอิกะแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น คือ นำไปปรุงเป็น ซูมิโซะเออิ (Sumisoae) โดยนำหมึกไปต้มกับซอสที่ทำจากน้ำส้มสายชูและถั่วเหลือง หรือจะเป็น ทสึคุดานิ (Tsukudani) เคี่ยวในซอสถั่วเหลืองและมิริน และโอคิซุเกะ (Okizuke) ซึ่งเป็นสูตรอาหารดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น คือ การนำหมึกหิ่งห้อยไปดองกับมิริน ถั่วเหลือง และสาเก โดยรสสัมผัสที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะเวลาการหมัก หมึกหิ่งห้อยต้มและปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู ซอสถั่วเหลือง และน้ำตาลเหมาะกับแกล้มสาเก หรือรับประทานกับข้าวก็ได้ เมื่อนำหมึกไปทอดก็สามารถนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารจากตะวันตก เช่น พาสต้า หรือข้าวหน้าชีส และของฝากขึ้นชื่อของเมืองโทยามะก็คือ คุโระซูคุริ (Kurozukuri) คือ ปลาหมึกดองในน้ำหมึกสีดำ เรียกได้ว่า ใครไปใครมาก็ต้องมีติดไม้ติดมือกลับไป เช่นเดียวกับข้าวเกรียบหรือข้าวอบกรอบรสปลาหมึก

นอกจากนิยมรับประทานกันในญี่ปุ่นแล้ว โฮตารุอิกะก็กลายเป็นสินค้าส่งออกที่ เจโทร (JETRO) หรือองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นแนะนำ อย่างในบ้านเรานั้นหมึกหิ่งห้อยก็ไม่ได้หารับประทานได้ง่ายนัก ใครอยากลองก็แวะไปห้องอาหารญี่ปุ่นคิสโสะ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักกันอย่างดีมาตลอด 22 ปี

 

เมนูหมึกหิ่งห้อยที่คิสโสะปีนี้มีทั้ง เทมปุระ ซูชิ สลัด และหมึกหิ่งห้อยสาหร่ายญี่ปุ่นราดครีมซอส เท็มปุระหมึกหิ่งห้อยกรอบหนึบอร่อยนั้น ทอดด้วยแป้งที่ใส่อาโอโนริหรือสาหร่ายป่นลงไปด้วย ทั้งหมึกและสาหร่ายกรุบกรอบหนึบให้กลิ่นอายทะเลที่เข้ากันเข้ากัน

สำหรับเมนูซูชินั้นเชฟลวกปลาหมึกให้พอสุก ดึงเครื่องในและส่วนแข็งๆ ออกทำให้รับประทานได้ทั้งตัว (ในคำเดียว) เป็นเมนูที่สัมผัสได้ถึงความหวานและกลิ่นอายของทะเลก็ยังคงอยู่ ตัวข้าวนั้นเชฟใส่ขิงลงไปด้วย ไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี และยังช่วยชูรสปลาหมึกขึ้นมาอีกด้วย

จานที่เป็นสลัดโดดเด่นด้วยน้ำเดรสซิ่งที่ผสมน้ำส้มยูซุของดีอีกหนึ่งอย่างจากญี่ปุ่นลงไป เปรี้ยวนิดหวานหน่อย ทั้งยังได้ความกรุบกรอบของปลาเงินทอดมาเสริม ขณะที่หมึกหิ่งห้อยสาหร่ายญี่ปุ่นราดครีมซอสนั้น เชฟนำสาหร่าย 3 สีรวมทั้งต้นหอมลวกมาประกอบ ส่วนซอสนั้นมีกลิ่นของมิโซะผสมผสาน

วัตถุดิบจากญี่ปุ่นซึ่งนำมาปรุงอาหารนั้นมีมากมายหลากหลาย แต่ว่าปลาหมึกหิ่งห้อยนั้นอาจจะเป็นที่รู้จักน้อยเกินไป ใครอยากลองลิ้มชิมรสเมนูปลาหมึกหิ่งห้อยได้ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือน เม.ย.นี้ ณ ห้องอาหารญี่ปุ่น คิสโสะ ชั้น 8 โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-207-8000 หรือwww.kissobangkok.com

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ (ของญี่ปุ่น) นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีสำหรับการทำความรู้จักกับหมึกหิ่งห้อย หรือโฮตารุอิกะ

อิ่มบรรยากาศวันวาน @เพลินวาน พาณิชย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/421030

11 มีนาคม 2559 เวลา 17:37 น.

อิ่มบรรยากาศวันวาน @เพลินวาน พาณิชย์

โดย…ซิตี้กาย ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ยกเอาภาพวันวานในความทรงจำมาตั้งไว้ใจกลางเมืองเลยทีเดียว สำหรับเพลินวาน พาณิชย์ สาขาสยามสแควร์วัน ร้านอาหารที่จะพาทุกคนย้อนวัยใสไปสู่ช่วงเวลาที่โหยหา ภายใต้คอนเซ็ปต์เก๋ๆ ที่ตั้งชื่อว่าตอน ชุนชนบางรอด ซึ่งเป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยแสงสีและสุดคึกคึกในยุคที่ทหารจีไอของสหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพในไทย

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในร้าน หลายคนคงรู้สึกราวกับว่าได้ข้ามผ่านประตูกาลเวลา ย้อนมาสู่ช่วงเวลาในอดีต ด้วยบรรยากาศการตกแต่งที่ชวนย้อนให้คิดถึงอดีต ทั้งของตกแต่งร้าน และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบโบราณมาเป็นองค์ประกอบ

 

ซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องลอง คือ ข้าวไข่ทรงเครื่อง หนึ่งในเมนูออลเดย์เบรกฟาสต์สไตล์ไทย เมนูกินง่ายๆ แต่อยู่ท้อง ลงตัวด้วยส่วนผสมของข้าวสวยและไข่ขาวที่นำไปปรุงสุกจนเป็นเนื้อเดียวกัน ท็อปด้านบนด้วยหมูสับ กุนเชียง และไข่แดง กินเพลินๆ ก็หมดจานไม่รู้ตัว

ถัดมาคือ ข้าวยำปลากระป๋อง เสิร์ฟมาจานหลุมแบบอะลูมิเนียมสุดฮิป จานนี้จะได้อิ่มหมีพีมันกับยำปลากระป๋องเนื้อปลาชิ้นโต พร้อมข้าวสวยร้อนๆ จานนี้ใครชอบรสจัดจ้านอาจจะดีไอวายยำปลากระป๋องสูตรเฉพาะของตัวเองก็ได้ เพราะเสิร์ฟมาพร้อมพริกขี้หนู หอมแดง และตะไคร้ซอย

 

อีกหนึ่งเมนูย้อนวันวานที่ขาดไม่ได้ คือ ผัดมะกะโรนี อาหารพื้นๆ แต่ฝังลึกในความทรงจำของหลายๆ คน ทีเด็ดอยู่ที่ตัวเส้นมะกะโรนีที่นำมาผัดกับซอสมะเขือเทศและไส้กรอกจนได้ที่ ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างขนมปังปิ้งสังขยา ทีเด็ดอยู่ที่ตัวขนมปังที่เอาไปปิ้ง จนกรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับสังขยาโฮมเมดของทางร้าน ที่ทำจากใบเตยสดจนได้รสหอมมัน ไม่หวานจนเกินไป

แวะมาเพลินวาน พาณิชย์ ทั้งที อย่าพลาดสารพัดเมนูเครื่องดื่ม ที่แนะนำ คือ กาแฟเต้าหู้งาดำปั่น เสิร์ฟทั้งร้อนและเย็น

ร้านเพลินวาน พาณิชย์ ตั้งอยู่ชั้น 3 สยามสแควร์วัน เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. โทร. 02-712-3636

 

ขนมปังรีดให้เป็นแผ่นบางๆ ห่อไส้แอปเปิ้ล วิธีทำ Apple Pie แบบที่ง่ายที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มีนาคม 2559 เวลา 12:28 น. http://www.posttoday.com/travel/restaurant/420903

ขนมปังรีดให้เป็นแผ่นบางๆ ห่อไส้แอปเปิ้ล วิธีทำ Apple Pie แบบที่ง่ายที่สุด

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

สําหรับ Bready ในฉบับนี้ยังคงเป็นขนมปังแผ่นแบบแซนด์วิช ดัดแปลงเป็นเมนูที่ดูเหมือนจะยากให้ง่าย คล้ายกับเป็นทางลัด ฉบับก่อนเราใช้ขนมปัง รีดด้วยไม้คลึงแป้งให้เป็นแผ่นบาง ก่อนจะทาเนย โรยน้ำตาลทราย แล้วนำไปอบจนกรอบ ทำหน้าที่เป็นแป้ง Puff Pastry สำหรับขนมมิลเฟย สำหรับในฉบับนี้ขนมปังของเราทำหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง แทนที่จะใช้แป้งพาย Pate Brisee ที่ยุ่งยาก เราใช้ขนมปัง รีดให้เป็นแผ่นบางๆ ห่อไส้แอปเปิ้ล แปลงร่างเป็น Apple Pie แบบที่ง่ายที่สุด

ยิ่งตอนนี้ Apple Pie กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบขนม มีวางขายที่อิเซตัน ตรงราชประสงค์ เป็นแป้งพายแบบนุ่มคล้ายครัวซองต์หรือเดนิช ห่อหุ้มแอปเปิ้ลชิ้นพอดีคำ ที่ผัดจนนุ่ม รับประทานร้อนๆ ตอนที่ออกจากเตาอบใหม่ๆ อร่อย หรือซื้อกลับมาอุ่นให้ร้อนแล้วเพิ่มไอศกรีมวานิลลาไปยิ่งเข้ากัน

พายแอปเปิ้ลถือเป็นขนมพื้นฐานสไตล์ตะวันตกที่สาวฝรั่งโบราณต้องเรียนรู้ไว้ เรียกว่าแม้แต่การ์ตูนคลาสสิกอย่างสโนว์ไวท์ ยังต้องมีตอนที่สโนว์ไวท์คลึงแป้งพาย แล้วหั่นแอปเปิ้ลไส้ลงไปก่อนที่จะนำเข้าเตาอบโบราณ ใครทำไม่ได้ ถือว่าความสามารถทางด้านงานครัวยังไม่ถึงขั้น

ความอร่อยของพายแอปเปิ้ลตัดสินกันที่แป้งต้องหอม กรอบนอกนุ่มใน ไม่แฉะและไม่แห้งแข็งจนเกินไป ที่สำคัญแป้งและไส้แอปเปิ้ลต้องสุกไปพร้อมกัน ตัดทะลุแป้งพายไปเจอแอปเปิ้ลยังกรอบแข็งกระโดก ถือว่าสอบตก

 

สำหรับแอปเปิ้ลพายของ Bready Instantly ของเรา ตัดความยากของการทำแป้งพายไป นำเอาขนมปังแซนด์วิชมารีดให้เป็นแผ่นบางลง ทาเนยเพื่อช่วยให้ขนมปังกรอบและหอมขึ้นเมื่ออบได้ดี

คุณผู้อ่านเอาเวลามาทำไส้แอปเปิ้ลผัดแบบง่ายๆ โดยใช้แอปเปิ้ลชนิดใดก็ได้ที่ชอบ หั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ ถ้ามีเวลาแนะนำเป็นขนาดลูกเต๋าใหญ่สัก 1 นิ้ว แต่ถ้าอยากให้เร็วลองลดขนาดลงเหลือแค่เต๋า 1 ซม. ผัดกับเนยให้พอนุ่มด้านนอก แล้วเติมน้ำตาลทรายลงไป เพื่อให้แอปเปิ้ลสุก แต่ยังคงรูปร่างได้อยู่ เพราะน้ำตาลมีผลต่อเส้นใยผักผลไม้ ให้แน่นและคงตัวขึ้น ถึงจะสุกแต่ก็ไม่เละ แต่งรสให้จัดจ้านด้วยมะนาวสักนิด จะเขียวหรือจะเหลืองแล้วแต่ชอบ ตัดรสให้แหลมขึ้นด้วยเกลือสักหน่อย

ถ้าชอบ “Look” รูปร่างขนมแบบมือโปรด้านเบเกอรี่ แนะนำให้หาซื้อแป้งกวนไส้มาเติมลงไป เพื่อให้น้ำซอสจากแอปเปิ้ลข้นหนืดขึ้น แต่ถ้าจะถือความสะดวกสามารถผัดไปเรื่อยๆ จนน้ำงวดลงได้ อาจทดแทนแป้งกวนไส้ได้ด้วยแป้งข้าวโพด หรือแป้งมันที่มีอยู่ในครัว ผสมน้ำสักหน่อยแล้วเติมลงไป ผัดที่ไฟอ่อน คนเร็วเพื่อไม่ให้แป้งเป็นก้อนๆ เท่านี้ก็ได้ไส้แอปเปิ้ลที่ข้นๆ สำหรับสอดไส้พาย

พายแอปเปิ้ลง่ายจากขนมปังแซนด์วิชนี้ สามารถขึ้นรูปได้ 2 แบบ แบบแรกคือ เป็นพายถ้วยเปิดหน้า อาศัยพิมพ์ก้นลึกที่มี กรุขนมปังแผ่นรีดแล้วทาเนย ก่อนเติมไส้ลงไปอบให้ขนมปังเหลืองกรอบ หรืออีกแบบยุ่งยากขึ้นมาอีกนิด คือ พายปิด ที่อาศัยไข่ไก่ทำหน้าที่เสมือนกาวผนึกขนมปังเข้าด้วยกัน อย่าลืมทาเนยให้ทั่วขนมปังด้านบน เพื่อให้กรอบหอมขึ้นเวลาอยู่ในเตาอบ

เมื่อขนมสุกได้ที่แล้ว จะได้กลิ่นหอมเกือบเหมือนเวลาอบแอปเปิ้ลพายจริงๆ อย่าลืมเตรียมไอศกรีมวานิลลาไว้ เพื่อให้ได้ Apple Pie a la mode ขนมยอดฮิตยุค 60s แบบที่ง่ายที่สุดไว้เป็นของว่างวันหยุดสัปดาห์นี้เลย

Bready Apple Pie (สำหรับ 1-2 ที่)

ส่วนผสมไส้แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลเขียว หั่นเต๋า 1 ซม. 2 ลูก

เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาวเหลือง 0.25 ช้อนชา

เกลือป่น เล็กน้อย

อบเชย 0.025 ช้อนชา

กลิ่นวานิลลา 0.25 ช้อนชา

น้ำสะอาด 0.5 ถ้วย

แป้งกวนไส 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมเนื้อพาย

ขนมปังแผ่น 10-12 แผ่น

เนยจืด สำหรับทา ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ

ไข่ไก่ 1 ฟอง

วิธีทำ

สำหรับแอปเปิ้ล : ตั้งกระทะให้ร้อน เติมเนยจืดลงไป แล้วเติมแอปเปิ้ลลงไปผัดกับเนยให้พอนุ่ม เติมน้ำตาลทราย น้ำมะนาว เกลือ ผัดให้เคี่ยวที่ไฟอ่อนจนแอปเปิ้ลสุกนุ่ม เติมน้ำสะอาดที่ผสมแป้งกวนไส้ลงไป ผัดให้ข้นหนืดขึ้นที่ไฟอ่อน

สำหรับขนมปัง : อุ่นเตาอบให้ร้อนที่ 180 องศา ใช้ไม้คลึงแป้งรีดขนมปังให้บางลง

สำหรับแบบพายเปิดหน้า : ตัดให้เป็นแผ่นกลมโดยใช้พิมพ์ทาเนยให้ทั่วทั้งแผ่น แล้วกรุลงพิมพ์มัฟฟิน

สำหรับพายแบบพัฟฟ์ : ตัดให้เป็นแผ่นกลม ตักไส้ใส่ลงไปตรงกลาง เว้นขอบไว้เพื่อทาไข่ไก่ พับครึ่งเพื่อประกบกันเป็นพายขนาดครึ่งวงกลม ใช้ส้อมกดให้แน่นที่ริมเพื่อผนึกขนมปังเรียงใส่ถาดอบ

อบ : นำขนมอบในเตาอบประมาณ 10-12 นาที หรือจนขนมปังกลายเป็นสีเหลืองทอง

วิธีเสิร์ฟ : เพื่อให้เป็น a la mode แอปเปิ้ลพายอุ่นๆ แนะนำให้เสิร์ฟกับไอศกรีมวานิลลา จะเข้ากันมากค่ะ

 

โชคดีข้าวมันไก่ อิ่มจนเพลินพุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มีนาคม 2559 เวลา 11:41 น. http://www.posttoday.com/travel/restaurant/420897

โชคดีข้าวมันไก่ อิ่มจนเพลินพุง

โดย…พาแลง

เกือบ 10 ปีที่โชคดีข้าวมันไก่ สร้างชื่อจากการลองผิดลองถูกจากคู่สามีภรรยาริมทางรถไฟสายใต้ สถานีรถไฟบางซื่อ ก่อนย้ายไปย่านแฟชั่นไอส์แลนด์จนมีชื่อเสียง ล่าสุดมาปักหลักที่มั่นแห่งใหม่ในย่านพระราม 4 ที่สวนเพลินมาร์เก็ต เพียงไม่นานความอร่อยก็เป็นที่กล่าวขวัญจนต้องไปท้าพิสูจน์

บรรยากาศร้านน่านั่งอยู่แล้ว เพราะอยู่ในบริเวณสวนอาหารของสวนเพลิน ออกแบบและตกแต่งให้คล้ายริมทางรถไฟสายเก่า ด้วยโครงสร้างเหล็กเพดานสูงล้อมด้วยกระจกให้แสงสว่างส่องได้ทั่วถึง เย็นสบายไม่ร้อนเพราะติดแอร์ทั่วอาคาร

ทางร้านใช้ข้าวหอมมะลิค้างปีจากเชียงราย ที่หุงออกมาแล้วหอมเจือกลิ่นมันไก่อ่อนๆ เคี้ยวแล้วมีความหนึบ และเมื่อรวมกับไก่และน้ำจิ้มสูตรเด็ดยิ่งอร่อยจนอยากจะเบิ้ล โดยมีไก่และน้ำจิ้มให้เลือก 3 แบบ ทั้งไก่ต้มที่สับมาพร้อมหนังที่ยังหนุบหนับไม่เปื่อยยุ่ย ขณะที่เนื้อไก่ก็เปื่อยพอเหมาะเคี้ยวสนุกกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวเค็มเผ็ดพอดีไม่เลี่ยน กินได้ไม่รู้อิ่ม ส่วนไก่ทอดไม่อมน้ำมัน กรอบนอกนุ่มใน

สุดท้ายกับไก่ย่างอบน้ำผึ้ง เลือกไก่ส่วนสะโพกจากร้านประจำ ที่ชิ้นไก่เท่ากัน เลาะกระดูกออกหมด อาบน้ำผึ้งแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ย่างให้เข้ากันจนเนื้อหวานนุ่มเข้ากับน้ำจิ้มแจ่วที่คิดสูตรเอง กินกับน้ำซุปสาหร่ายร้อนๆ คล่องคอดีแท้

ข้าวมันไก่โชคดีอยูที่สวนเพลินมาร์เก็ต ถนนพระราม 4 เปิดทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.

ท้าวทองกีบม้ามากกว่าแค่อาหารไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593191

โดย Gourmet & Cuisine 29 มี.ค. 2559 16:01

ท้าวทองกีบม้ามากกว่าแค่อาหารไทย

หากแดจังกึมได้ชื่อว่าเป็นห้องเครื่องของโชซอน ท้าวทองกีบม้า หรือ Marie Guimar ก็เปรียบได้กับห้องเครื่องของอยุธยา หลายคนรู้จักชื่อของท้าวทองกีบม้าในฐานะคนที่ริเริ่มทำฝอยทอง ทองหยิบทองหยอด ไม่เพียงเฉพาะของหวานเท่านั้น ท่านยังได้ทิ้งมรดกไว้ให้วงการอาหารไทยไม่น้อย

เชฟแวน-อายุษกร อารยางกูร หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน 4Garcons ที่เคยลองผิดลองถูกกับ Joe’s Table ร้านอาหารไทย-เวียดนาม เล่าถึงคอนเซปต์ร้านว่า “ชื่อสื่อถึงอาหารไทย แต่เราไม่ได้มีแต่อาหารไทย เรานำเสนออาหารอาเซียน ต่อยอดจากโจเทเบิล เราเดินทางไปเที่ยวไปกินแล้วก็จดจำรสชาตินั้น เหมือนที่เราทำกับ 4Garcons เน้นรสชาติดั้งเดิม ไม่ปรับเป็นรสไทย กินที่นี่ต้องเหมือนกับกินที่ต้นกำเนิด” นอกจากเดินทางไปค้นหารสชาติของภูมิภาคเออีซีแล้ว เชฟแวนยังนำเอาสูตรอาหารประจำบ้านของตัวเองและเชฟโจใส่ลงไปในเมนูอาหารด้วย

อาหารอาเซียนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในเรื่องการใช้เครื่องเทศ แตกต่างกันเพียงสัดส่วนในการใช้ อาหารหลายจานของแถบนี้จึงดูคล้ายคลึงกัน Cha Kuay Tiew อาหารมาเลย์ ที่ว่ากันว่าเกือบแซงหน้าผัดไทยของบ้านเรา คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ผสมกับผัดซีอิ๊ว จุดเด่นอยู่ที่ซอสดำที่ทำจากกะปิผัดกับเครื่องอื่นๆ เส้นใหญ่ หอยแครง กุ้ง ปลาหมึก ปลาหมึกกรอบ และกุนเชียง รสเผ็ดนิดๆ มีกลิ่นกะปิอ่อนๆ และแปลกตรงที่รสชาติของหอยแครง อีกจานมาจากบาหลี Bebek MG เป็ดกรอบที่ลองผิดลองถูกทำแบบดั๊กกงฟีก็ไม่เหมือน จนได้สูตรสำเร็จด้วยการหมักซอสแล้วนึ่งก่อนนำมาทอดน้ำมันท่วมร้อนให้กรอบนอกฉ่ำใน กินกับข้าวมันที่หอมกะทิ ซัมบาลที่เพิ่มรสเปรี้ยวเข้าไปให้กลมกล่อมขึ้น

อาหารไทยเด่นๆ เรายกให้ ปลาร้าทอดทรงเครื่อง สูตรอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งทางบ้านเชฟโจสนิทสนมจึงได้สูตรมา ปลาร้าปลาช่อนแกะก้างผสมกับเครื่องแกงเขียวหวานแล้วซอยแทนการตำ ใส่กะทิแล้วทอด รสชาติจัดจ้าน กินแล้วนึกถึงหนังสือน้ำพริกของอาหม่อม ข้าวมันส้มตำ มาพร้อมกับข้าวหุงกะทิ แกงแดงไก่ และน้ำพริกมะขามเปียก ขนมจีนน้ำพริก สูตรนี้ใช้ถั่วทองผสมมะขามเปียกและน้ำมะกรูด รสชาติเปรี้ยวกลมไปกับหวาน จานสุดท้ายจากบ้านเชฟโจ มัสมั่นหางวัว น้ำขลุกขลิกรสไม่หวาน เนื้อหางวัวนุ่มเคี้ยวง่าย

อีกสิ่งห้ามพลาดคือของหวาน ปลากริมไข่เต่า ปลากริมในน้ำกะทิเคี่ยวน้ำตาลให้ออกไหม้หน่อย กับไข่เต่าทรงกลมเคี้ยวหนึบในน้ำกะทิรสเค็มปะแล่ม

พิกัดความอร่อย : 113 Oakwood Residence ซอยทองหล่อ 17 ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 10.00-22.00 น.
โทร. 0-2712-8036
ราคา 80-650 บาท
รับบัตรเครดิต VISA และ Master Card

ที่มา – Gourmet & Cuisine
www.gourmetandcuisine.com

ถูกและดีมีอยู่จริง! สเต๊ก – สปาเกตตี 5,800 สตางค์ อร่อยง่ายหลังเลิกงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/596256

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 มี.ค. 2559 14:30

 

ยามเย็นแดดร่มลมตก อากาศร้อนเริ่มคลายตัว สายลมแห่งฤดูร้อนโชยมาเบาๆ มองหาเมนูหลังเลิกงานเพื่อไปสังสรรค์กันเบาๆ ในราคาสบายกระเป๋า แนะนำร้านสเต๊กแนวๆ ฝีมือคนไทย
 
เนื้อสเต๊กนุ่มๆ ชิ้นโตๆ ทั้งพอร์คชอป หรือ เนื้อริบอาย รสชาติถูกปากสไตล์ไทยๆ เพราะเข้มข้นไปด้วยเครื่องเทศร้อนแรง หรือจะเป็นเมนูเคียงอย่างสปาเกตตีหน้าต่างๆ แนะนำให้ลองมาชิมร้านนี้ค่ะ “ตุ๋งสเต๊ก”

จานแรกแนะนำนี่เลย หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบชีส หอยแมลงภู่ตัวโต๊โตเกือบเท่าฝ่ามือ ปรุงรสด้วยเนยสด กระเทียมและพาสลีย์สับละเอียด ราดด้วยซอสมะเขือเทศตามด้วยน้ำเกรวี่นิดหน่อย และโรยหน้าด้วยมอสซาเรลล่าชีส ก่อนนำไปอบ จนชีสละลายเยิ้มๆ ออกสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายมาแต่ไกล

จานต่อไปเป็นเมนูเส้นรสเด็ด ปลาหมึกชิ้นโต กุ้ง หอย กระเทียม พริกแห้ง และเครื่องปรุงคลุกเคล้าให้สุกเข้ากัน ด้วยฝีมือเชฟที่คนแบบรัวๆ กับไฟร้อนๆ เมื่อทุกอย่างเข้าที่ก็นำเส้นสปาเกตตีเส้นเหนียวนุ่มลงคลุกเคล้า ราดด้วยซอส พริกไทย และน้ำเกรวี่ ตามด้วยใบโหระพา อื้มมมม…รสชาติแซ่บ เผ็ดร้อน อร่อยเต็มๆ คำสำหรับสปาเกตตีขี้เมาทะเล

มาถึงเมนูไฮไลต์ เนื้อหมูสันนอกติดกระดูกหมักด้วยเครื่องปรุงจนเข้าเนื้อ ถูกนำมาทอดจนสุก เนื้อหนานุ่มชุ่มฉ่ำเครื่องเทศและเนยสด ราดด้วยน้ำเกรวี่รสชาติเข้มข้นสูตรของร้าน ให้รสเผ็ดและหอมพริกไทยดำอ่อนๆ ทานกับมันบดสูตรพิเศษของทางร้าน ที่ผสมกันอย่างลงตัวกับนม เนย ครีมเทียม และพริกไทย ทานคู่กับสเต๊กหมูพอร์คชอป เข้ากั๊น เข้ากัน

เมนูเหล่านี้ราคาเริ่มต้นที่ 5,800 ค่ะ ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ จานนี้เริ่มต้น 5,800 สตางค์ หรือ 58 บาทค่ะ เห็นราคาย่อมเยาแบบนี้ แต่ทุกๆ เมนูได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างดี ซึ่งเจ้าของร้าน “พี่ตู่” ลินดา อุตตะมะ บอกว่า ที่ร้านเข้าใจความต้องการของลูกค้าจึงเลือกใช้ของดีมีคุณภาพ และราคาเป็นกันเอง ด้วยความที่เป็นร้านโอเพ่นแอร์ ในบรรยากาศสบายๆ จึงนำต้นทุนไปลงกับวัตถุดิบชั้นดี

ลินดา อุตตะมะ

ใครสนใจอาหารฝรั่งสไตล์ไทย แวะไปชิมได้ที่ “ตุ๋งสเต๊ก” ทั้งหมด 3 สาขา ปากซอยลาดพร้าววังหิน 18 ซอยนวมินทร์ 111 และปากซอยนาคนิวาส 23 เลือกไปอิ่มอร่อยใกล้บ้านได้เลย เปิดบริการตั้งแต่ 16.00-23.00 น.

ชมคลิป

แกงขี้เหล็กร้านบัวตองของอร่อยเมืองสิงห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/596496

โดย คุณชาย 4 27 มี.ค. 2559 05:01

 

วันอังคารที่ผ่านมา คุณชายสี่ตั้งใจไปไหว้หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ขับไปเห็นป้ายร้านข้าวแกงบัวตอง ริมถนนเอเชีย กม.69 บรรยากาศดูโล่งโปร่งดี แวะเข้าไปจอด

ร้านนี้เลขที่ 174 หมู่ 3 ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เจอสองเจ้าของ ศุลีพร ภู่วิจิตร พี่เล็ก อายุ 53 ปี บัวตอง ภู่วิจิตร พี่บัวตอง อายุ 49 ปี ยืนดูแลลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย

พี่เล็กบอกว่า ร้านข้าวแกงบัวตองเปิดที่นี่มาได้ 2 ปี เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เช่าที่อยู่ในปั๊มน้ำมันอำเภอไชโย พอขายดี เจ้าของขอทำเอง บอกให้เราออกล่วงหน้า 6 เดือน ยังไม่ทันถึงเวลา เราต้องไปหาที่ใหม่

พี่บัวตอง น้องสะใภ้อาสาเล่าต่อ มาซื้อที่ตรงนี้ได้ ก็ทำใหม่หมด ทั้งถมที่ ก่อสร้างอยู่ร่วมปี เรามีประสบการณ์มาก่อนเลยรู้ว่าต้องทำยังไง เน้นสร้างแบบโล่งโปร่ง และเราก็พักอยู่ที่นี่

ตอนสร้างก็เอาป้ายไปปักไว้ว่า ข้าวแกงบัวตองย้ายมาอยู่ที่ กม.69 จะเปิดวันที่ 27 มีนาคม 2557

พอถึงวันเปิดนึกว่าคนจะน้อย แต่ผิดคาดลูกค้าเดิมๆที่ติดใจในรสมือ ที่ตามมากิน

พี่บัวตองขอคุยว่า ข้อดีของร้านเราทำกับข้าวกันเอง ทำวันละ 35 อย่างทุกวัน

ไม่อยากกินข้าวแกง อย่างอื่นก็มี ต้มเลือดหมู ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว

พี่เล็กบอกว่า เราทำอาหารแบบนี้ตลอด เพราะบางคนอาทิตย์หนึ่งมาครั้ง เดือนมาครั้ง ปีมาครั้ง เราวนอยู่สามสี่อย่าง เปลี่ยนบ้างอย่างสองอย่าง วันเสาร์ อาทิตย์

ถ้าหมดจะทำเพิ่มสองสามรอบ ส่วนวันธรรมดาตอนบ่ายก็เงียบ

เมนูวันที่คุณชายสี่เจอ พี่เล็กขอเสนอแกงขี้เหล็ก ซึ่งพิเศษกว่าที่อื่น ตรงไม่ขม

เคล็ดลับคือต้มน้ำให้เดือดก่อน แล้วใส่เกลือ ใส่น้ำตาลนิดหน่อย ทุบตะไคร้ใส่ไปสองสามต้น พอน้ำเดือดก็เอาใบขี้เหล็กขึ้นมาซาวๆแล้วก็บีบ ลองชิมดู ถ้าขมก็ต้มอีกรอบ ต้มจนกว่าจะหายขม

วิธีแกงก็เหมือนแกงปกติทั่วไป มีตะไคร้ พริกแห้ง หอม กระเทียม ข่า ผิวมะกรูด กะปิปั่นเป็นเครื่องแกง จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันนิดหน่อย ถ้าจะให้แซ่บต้องตำกระเทียมกับพริกแดงลงไปผัด ตามด้วยเครื่องแกงเหยาะด้วยหัวกะทินิดหนึ่ง

พอกะทิแตกมันก็ใส่หางกะทิ ใส่หมูย่างลงไป ตามด้วยใบขี้เหล็ก ปรุงรสด้วยน้ำปลา แล้วใส่ปลาช่อนย่างป่น ถ้าไม่มีจะใช้ปลาสร้อยย่างให้กรอบ แล้วเอามาป่น

ใส่ลงไปจะมีกลิ่นหอม พอใกล้สุกก็เหยาะหัวกะทิ โรยปลาป่นอีกรอบ

พี่เล็กตักแกงขี้เหล็กลงในถ้วย กลิ่นความหอมเรียกน้ำย่อยขึ้นมาทันที

คุณชายสี่ตักแกงขี้เหล็กราดลงบนข้าวสวยร้อนๆตักเข้าปาก สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือไม่มีรสขม บวกกับกลิ่นหอมของปลาย่างอ่อนๆรสชาติหวานมัน เผ็ดเล็กน้อย ต้องตักข้าวตามต่อไปอีกคำ

ตำราแพทย์แผนไทยมีการใช้ประโยชน์ของต้นขี้เหล็กในหลายๆด้าน เช่น ใช้แก้อาการท้องผูก บำรุงโลหิต บำรุงน้ำดี ช่วยทำให้เจริญอาหาร นอกจากนี้ขี้เหล็กยังมีสารบาราคอล ที่มีฤทธิ์ในการกล่อมประสาท และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆทำให้นอนหลับสบาย

ต่อด้วยต้มเลือดหมู พี่เล็กบอกเราใช้กระดูกสันหลังและคาตั๊ง โขลกกระเทียม พริกไทย รากผักชีห่อด้วยผ้าใส่ลงไปตุ๋น แล้วก็ปรุงรส ตุ๋นให้นานน้ำจะออกหวาน แทบจะไม่ต้องเติมอะไร

“เราเลือกใส่เลือด ตับ และหมูนุ่มเป็นชิ้นๆ ส่วนกระเพาะล้างให้สะอาดด้วยการต้ม จะไม่มีกลิ่น และตัดปัญหาด้วยการไม่ใส่ไส้หมู ถ้าหน้าตำลึงเราจะใส่ตำลึง แต่ถ้าหน้าแล้งจะใส่ผักกาดหอมแทน”

พี่เล็กบอกว่า ที่เลือกหมูนุ่มเพราะไม่อยากให้เหมือนที่อื่น จากการที่คุณชายสี่ได้ชิมรสพิสูจน์ได้ว่าหมูนุ่ม นุ่มสมชื่อมาก พี่เล็กยังเน้นว่า พะแนงของร้านก็ใช้หมูนุ่มทำ

ตามต่อด้วยเมนูผัดเผ็ดปลาไหล เมนูนี้ขึ้นชื่อว่าแซ่บมาก พี่บัวตองบอก เราซื้อปลาไหลนาเป็นๆ เอามาทำเอง และต้องเป็นปลาไหลนาเท่านั้น เพราะเนื้อจะหนึบ ถ้าเป็นปลาไหลเลี้ยงเนื้อจะเละ

วิธีการทำให้หายคาวต้องล้างเกลือ ส่วนการปรุงก็ผัดแบบผัดเผ็ดทั่วไป ใส่พริก กระเทียมลงก่อนตามด้วยเครื่องแกงเผ็ด พริกไทยเม็ด ผัดให้นานและห้ามคนบ่อยเดี๋ยวจะคาว ปรุงรสใส่น้ำปลา พริกไทยอ่อน กระชาย พริกเขียวเม็ดใหญ่ ใบกะเพรา ถ้าพูดถึงรสชาติแล้ว อยากยกจานนี้เด็ดจริง ทั้งเนื้อปลาที่เด้งสดอร่อยลิ้นเหลือเกิน

เมนูสุดท้ายแกงปลาดุกใบยอ เมนูนี้พี่บัวตองขอคุยเอง เราสั่งให้ส่งปลาดุกหรือบิ๊กอุยตอนตีห้าครึ่ง จะไม่ซื้อมาแช่ไว้ ถ้าใช้ปลาค้างคืนเนื้อจะด้าน แกงแล้วเนื้อไม่เด้ง ไม่หวาน

ส่วนใบยอลวกแล้วสต๊อกน้ำเย็น ใบจะเขียวสวย น้ำแกงก็จะใส ถ้าใส่ไปทันทีจะดำ

วิธีทำ ใส่น้ำมันผัดพริกกระเทียม เอาเครื่องแกงลงไปผัดเหมือนกับแกงขี้เหล็ก ใส่หางกะทิ พอน้ำเดือดใส่ปลาดุกลงไป ปรุงรสใส่ใบยอที่เราน็อกน้ำเย็น พอเดือดก็ราดหัวกะทิ

“ร้านเราขึ้นชื่อเมนูผัดเผ็ดปลาดุก ปลาไหล เพราะใช้ปลาสด ปรุงใหม่ๆจะหอม เป็นเมนูที่ขายดีมากๆ ปลาไหลตอนนี้ก็หายาก กิโลละ 250-290 บาท ยังมีผัดเผ็ดหมูป่า ผัดเผ็ดนก ผัดเผ็ดกบ แกงคั่วหอยขม ยิ่งผัดผักรวมมิตรคนชอบมาก หน้าเทศกาลหรือเสาร์ อาทิตย์ทำจนนับไม่ถ้วน”

พวกดาราก็มากินบ่อย รถ ขสมก.ไหว้พระ 9 วัดจะแวะประจำ เช้ามืดพอเปิดไฟ รถก็เข้ากันเต็ม ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่หกโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ลูกค้าหากไม่แน่ใจ ก่อนไป โทร.08-9815-0014

ร้านข้าวแกงบัวตองเน้นความสะอาด ปลอดโปร่งลมพัดเย็น อากาศดี ห้องน้ำสะอาด ที่จอดรถกว้าง

กินอิ่มก่อนขึ้นรถกลับ หน้าร้านบัวตองมีขนมถ้วย ขนมใส่ไส้ กล้วยทอด ยิ่งหมูทุบเจ๊แอ๋ว นั่งทุบใหม่ๆ ทั้งหมูทุบ หมูฝอย หมูสวรรค์ ทุกอย่างรับประกันความอร่อย ซื้อไปฝากใครถูกใจแน่นอน.

คุณชาย 4

ทองแดงกับเครื่องแกงเขียวหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595483

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2559 05:01

 

คนไทยนิยมทาน “แกงเขียวหวาน” คู่กับข้าวสวยหรือขนมจีนแกงเขียวหวาน เป็นภูมิปัญญาของคนไทยสมัยก่อนที่ประยุกต์จากแกงเผ็ดมาเป็น “แกงเขียวหวาน” ด้วยการใส่พริกสีเขียว คำว่า “แกงเขียว” จึงหมายถึงแกงที่มาจากพริกสีเขียว ส่วนคำว่า “หวาน” หมายถึงสีของแกงที่มีสีเขียวหวานละมุน

ด้วยความที่แกงเขียวหวานมีพืชสมุนไพร และเครื่องเทศเป็นส่วนประกอบหลายชนิด เช่น พริกขี้หนูเขียว ตะไคร้ ผิวมะกรูด ข่าแก่ รากผักชี กระเทียม หอมแดง ลูกผักชีคั่ว ซึ่งพืชสมุนไพรเหล่านี้ อาจมีโลหะหนักบางชนิด เช่น สารหนู ปรอท ตะกั่ว ทองแดง ปนเปื้อนอยู่ได้

โลหะหนักข้างต้นปนเปื้อนอยู่ในพืชผัก สมุนไพร ที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงเขียวหวานได้จากการใช้สารเคมีในระหว่างการเพาะปลูก เช่น จากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง หรือจากกระบวนการเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา และการขนส่งที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงจากเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้โลหะหนักปนเปื้อนในเครื่องแกงเขียวหวานได้

ปกติ ร่างกายต้องการทองแดงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญที่จะขาดเลยไม่ได้ และร่างกายเราจะได้รับทองแดงจากน้ำดื่ม และการทานอาหารตามปกติ แต่หากได้รับในปริมาณมากเกิน อาจทำให้มีอาการอาเจียน อักเสบในช่องท้องและกล้ามเนื้อ ท้องเสีย การทำงานของหัวใจผิดปกติ และกดระบบภูมิคุ้มกัน

แต่หากได้รับติดต่อกันเป็นเวลานาน และตับทำหน้าที่บกพร่อง ร่างกายจะไม่สามารถขับทองแดงออกจากร่างกายได้ จะทำให้ทองแดงสะสมในร่างกายทำให้ร่างกายสั่นเทาอยู่ตลอดเวลา กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง มีน้ำมูกน้ำลายไหล ควบคุมการพูดลำบาก

วันนี้สถาบันอาหารได้เก็บตัวอย่างเครื่องแกงเขียวหวานสำเร็จรูปจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณทองแดง

ผลวิเคราะห์ปรากฏว่า พบทองแดงปนเปื้อนในเครื่องแกงเขียวหวาน จำนวน 3 ตัวอย่าง แต่ปริมาณที่พบยังไม่เกินค่ามาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่กำหนดให้มีทองแดงปนเปื้อนได้ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม

วันนี้ ท่านที่ชอบซื้อหาเครื่องแกงเขียวหวานสำเร็จรูปมาปรุงทานที่บ้าน คงสบายใจกันได้.

บราวนี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594897

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มี.ค. 2559 05:01

 

วันนี้มีสูตรของหวานมาเอาใจคนชอบขนมหวานบ้าง โดยเฉพาะคนที่ชอบช็อกโกแลต คงถูกใจไม่น้อย สำหรับ “บราวนี่” นั้นจะมีหลายแบบ สุดแล้วแต่ใครจะชอบทานแบบไหน แต่วันนี้จะเป็นแบบเนื้อหนึบและชุ่มฉ่ำด้วยช็อกโกแลต ซึ่งเจ้าของสูตรคือ คุณตั้ม-วรรณดาลักษณ์ เสตสุวรรณ แนะนำว่า ถ้าได้ทานควบคู่กับไอศกรีมจะอร่อยมากทีเดียว

คุณตั้มเคยเปิดโรงเรียนสอนเบเกอรี่ชื่อว่า “เลกาโต้ นูโว” โดยรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่เป็นเชฟ เพราะสมัยก่อนยังหาโรงเรียนให้การรับรองผู้ไปทำงานต่างประเทศไม่ได้ จึงเห็นช่องทางเพื่อเปิดโอกาสให้คนได้มีงานทำ โรงเรียนของเธอจึงเน้นฝึกงานโดยเฉพาะ แต่ปัจจุบันเธอหันมาเป็นซัพพลายเออร์ ผลิตขนมเบเกอรี่ตามออเดอร์ให้กับผู้ที่เปิดร้านเบเกอรี่อย่างครบวงจร โดยส่วนตัวคุณตั้มจะชอบทำขนมมาก และจากการที่มีเพื่อนเป็นเชฟ จึงเป็นโอกาสให้เธอได้เรียนรู้จากเพื่อนๆแบบครูพักลักจำ โดยมีลูกชายคนเล็ก (เขื่อน-ภัทรดนัย) เป็นแรงผลักดัน เพราะลูกคนนี้จะผูกพันกับคุณแม่มาก จะเห็นภาพแม่ลูกช่วยกันทำช่วยกันชิมขนมอยู่หน้าเตาอบตลอด จนบอกได้เลยว่าลูกชายคนนี้โตมากับกลิ่นนมกลิ่นเนยกลิ่นแป้งก็ว่าได้ และเมื่อเขาพร้อม จึงได้มาเปิดร้านขนม Creamy Buzzle ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวชั้น 3 โดยมีคุณแม่เป็นผู้ควบคุมการผลิต และตัวเขาเองจะเป็นคนคุมคุณภาพอีกที โดยคุณแม่การันตีว่า ลูกชายมีต่อมรับรสที่ดีมาก บางครั้งที่เธอฝีมือเพี้ยนไปบ้าง ลูกชิมปุ๊บจะรู้ทันที และส่งขนมของเธอกลับคืนทันที ไม่ยอมให้หลุดออกไปให้เสียชื่อเลย

สำหรับบราวนี่สูตรคุณตั้ม ที่หน้ากรอบและเนื้อในจะเหนียวนุ่มชุ่มฉ่ำ ส่วนผสม : ดาร์กช็อกโกแลตสับ 200 กรัม/น้ำตาลทราย 200 กรัม/น้ำตาลทรายแดง 200 กรัม / ไข่ไก่ 8 ฟอง/ เนย 100 กรัม/แป้งเค้ก 75 กรัม/ผงโกโก้ 50 กรัม

วิธีทำ 1) ร่อนผงโกโก้รวมกับแป้ง 2) ละลาย เนย กับ ช็อกโกแลต ด้วยวิธีตุ๋น บนน้ำร้อน 3) ตีไข่กับน้ำตาลทั้งสองชนิดจนน้ำตาลละลายหมดด้วยตะกร้อมือ 4) ค่อยๆเทช็อกโกแลตที่ละลายไว้ทีละนิดๆ แล้วตีให้เข้ากันจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน 5) ใส่ส่วนผสมของแป้งกับโกโก้ แล้วตะล่อมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน 6) เตรียมถาดขนาด 25 × 39 ซม. ปูกระดาษ ให้ชายเกินขอบถาดออกมาข้างละ 1 นิ้ว เพื่อที่จะยกบราวนี่ออกมาจากถาดได้เลย แล้วเทส่วนผสมที่ตีเข้ากันลงในถาด 7) อบไฟ 180 ℃ ไฟล่างอย่างเดียวนาน 30 นาที เมื่อสุกทั่วกันแล้ว ยกถาดออกจากเตา รอให้เย็นสนิท แล้วแช่เย็นพออยู่ตัว ใช้มีดคมๆตัด แล้วแซะออกจากกระดาษ เสิร์ฟได้ทันที.

โอมากาเสะซูชิที่ MIZU

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592331

โดย Gourmet & Cuisine 22 มี.ค. 2559 16:01

 

กลายเป็นอีกหนึ่งร้านซูชิโอมากาเสะที่น่าจับตามอง สำหรับ MIZU by San.Kyo.Dai แบรนด์ใหม่ในเครือซันเคียวได หลังจากดันจนโรลฟิวชันให้เป็นที่รู้จักกัน ทางร้านจึงถือโอกาสต่อยอดแนะนำให้ฟู้ดดี้อาหารญี่ปุ่นได้ลองทำความรู้จักกับซูชิโอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะ

“ในสมัยเอโดะยังไม่มีตู้เย็นเหมือนสมัยนี้ คนญี่ปุ่นจึงหาวิธีเพื่อเก็บถนอมอาหารให้อยู่ได้นาน จึงเกิดวิธีการแช่โชยุ ห่อคอมบุ หมักสาเก หรือหมักเกลือ เพื่อยืดอายุให้ปลา ซูชิแบบเอโดะมาเอะ 80% จึงเป็นปลาที่ผ่านการเอจจิงด้วยวิธีการต่างๆ มาแล้ว” เชฟเอ็ม หนึ่งในเชฟของร้านเล่าถึงที่มา เราสงสัยว่า แล้วเชฟแต่ละคนจะปั้นซูชิออกมาต่างกันไหม “สูตรของการเอจจิงเหมือนกัน แต่ผมกับเชฟคริสโตเฟอร์ (เชฟซูชิอีกคน) ตกแต่งและปรุงรสต่างกัน ปลาบางชนิดผมปรุงด้วยยูซุ แต่เชฟคริสใช้ดาชิแทน”

เชฟแนะนำว่า ถ้ามากินซูชิโอมากาเสะ มื้อกลางวัน 12.30 น. มื้อค่ำ 18.30 น. จะเป็นช่วงที่ข้าวกำลังอร่อยที่สุด มีหลายราคาตามวัตถุดิบและจำนวนคำซูชิ (มื้อกลางวัน 1,300, 2,000 และ 3,000 บาท มื้อค่ำ 2,000, 3,500 และ 5,000 บาท) ให้บริการรอบละ 7 ที่นั่ง เราขอลองชิมด้วยการเริ่มที่ ฮิราเมะ ปลาตาเดียวตามธรรมชาติ เอจจิงเพียงวันเดียว อิกะ ปลาหมึกกระดองบั้งแล้วทาโชยุ ชูโทโร่ เอจจิงนาน 7 วัน ปั้นกับข้าวที่หุงด้วยน้ำส้มสายชูแดง ทาโชยุ ใส่หอมกับขิง คำนี้ใช้ข้าวแปลกกว่าคำอื่นแต่เข้ากับชูโทโร่ดี และคำสุดท้าย โคฮาดะ คำนี้วัดทักษะของเชฟ ถ้าดองน้ำส้มไม่ดีจะคาวมาก

ส่วนอะลาคาร์ตจานแรก Kaisen ข้าวหน้าปลาดิบรวม ชูโทโร่ บุรี แซลมอน อิกะ อามะเอบิ เนงิโทโร่ อุนิ และอิกุระ วัตถุดิบสดมาก เพราะเข้ามาเกือบทุกวัน อีกจาน Unajyu ข้าวหน้าปลาไหลย่างแบบแห้งๆ ขอบนอกกรอบแต่เนื้อยังชุ่ม กินกับไข่หวานซอย สาหร่าย และกระเจี๊ยบ

ปิดท้ายกับไอศกรีมตามฤดูกาลที่มีประจำ คิตแคตชาเขียว มีเนื้อคิตแคตแทรกกับชาเขียวรสขม ส่วนส้มยูซุกลิ่นส้มเข้มข้น และอุเมะชู หอมบ๊วย แต่ก็มีความขมนิดๆ ของเหล้าบ๊วย

พิกัดความอร่อย: ชั้น 1 ชาญอิสระทาวเวอร์ 1 ถนนพระราม 4 แขวงสุรวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.30-14.30 น. และ 17.30-22.00 น. (หยุดวันจันทร์)
โทร. 0-2632-6660
ราคา โอมากาเสะ 1,300-5,000 บาท อะลาคาร์ต 90-2,700 บาท
รับบัตรเครดิต VISA และ Master Card

ที่มา – Gourmet & Cuisine
www.gourmetandcuisine.com